เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 47 : ทัณฑ์สวรรค์ [46]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    29 ต.ค. 59



-90-

                พริบตานั้น ทั่ววิหารศักดิ์สิทธิ์พลันถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงบทันที ลูซิเฟอร์ขยับตัวขึ้นมาด้านหน้าเล็กน้อย ยิ้มบางๆพลางกล่าว “ยังไม่รีบขอบพระทัยพระบิดาอีก?” ผมรีบย่อตัวลงอย่างเก้ๆกังๆ “ขอบพระทัย!” เกือบไป... เกือบหลุดพูดออกไปว่าขอบพระทัยเทพมังกรที่เมตตาซะแล้ว

                พระผู้เป็นเจ้าเพียงขยับมือทีหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “เจ้าสามารถหาเทพตนใดก็ได้มาช่วยทำพิธีเพิ่มปีกให้กับเจ้า” ผมตอบกลับไป “ขอรับ! ขอบพระทัยเทพบิดร!

                เรื่องนี้มันชักจะแหม่งๆ ซึ่งก็แหงอยู่แล้ว แต่ผมไหนเลยจะกล้าถามออกไป

                กลับกลายเป็นว่ายะโฮวาก็หาใช่คนที่จะดูเบาได้ คำถามต่อมาของเขาแทงใจดำผมเข้าอย่างจัง “เจ้าไม่แปลกใจรึว่าทำไมข้าถึงเลื่อนขั้นให้กับเจ้า”

                ผมตอบกลับไปตามสัตย์ “แปลกใจขอรับ...”

                ยะโฮวากล่าวว่า “ในตอนที่เจ้าร่ายเวทไร้อรุณออกมา เจ้าเป็นเพียงเทวทูตระดับล่างเท่านั้น ผู้ที่ลำดับศักดิ์ไม่สูงส่งแต่กลับครอบครองพลังมหาศาลเช่นนี้ มีเพียงเทพอัคคีเท่านั้น”

                เทพอัคคี? นั่นมันคืออะไร?

                ยะโฮวาถามต่อ “บิดามารดาของเจ้ามีนามว่าอะไร?”

                ผมตอบกลับไป “ผม... ผมไม่มีพ่อแม่”

                ผมไม่รู้เลยจริงๆว่าที่แท้ตัวเองเป็นใคร ถึงขนาดลืมถามเรื่องนี้กับคาลอสไปซะสนิท ไหนบอกว่าพระผู้เป็นเจ้าไม่มีสิ่งใดที่ไม่สามารถไง เขาน่าจะรู้ดีกว่าผมซะอีกนี่นา เขาถามแบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่? เห็นผมเป็นไอ้งั่งหรือยังไง?

                “ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ” ยะโฮวาโพล่งขึ้น “บิดาของเจ้าคือเรย์โนลส์ เอตร้า”

                ผมปากอ้าตาค้าง จ้องเขาตาแทบถลน ก่อนจะหันไปมองทางลูซิเฟอร์ สีหน้าของลูซิเฟอร์ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ความรู้สึก ยามที่สายตาของเขาสบเข้ากับผม คล้ายกับไม่มีแม้แต่ความตระหนกตกใจ ทั้งยังส่งยิ้มเป็นเชิงปลอบใจให้ผมอีกด้วย

                ผมถามขึ้น “ทำไมถึงเป็น...เขา?”

                ยะโฮวาอธิบายว่า “เรย์โนลส์คือเทพยุทธอัคคี สิ้นชีพในสงครามแสงสว่างครั้งที่สาม เป็นวีรบุรุษแห่งชาวสวรรค์ทั้งปวง บุตรชายของเขาในยามนั้นเป็นเทวทูตระดับสูง แต่ระหว่างสงครามกลับไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร”

                ผมชักจะเข้าใจขึ้นมาหน่อยๆแล้ว อิสเรียลก็คือลูกชายของเรย์โนลส์ ความหมายของพระผู้เป็นเจ้าคือต้องการให้ผมกลับคืนสู่ตำแหน่ง นี่มันบ้าชะมัด นี่ผมชักจะไร้เทียมทานขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ ตั้งแต่ผมทะลุมิติมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้ ก็ต้องพบเจอก็เรื่องราวประหลาดๆมากมาย มากมายถึงขั้นที่แม้แต่เรื่องที่ผมไม่ใช่อิสเรียลตัวจริงก็ลืมไปจนหมดสิ้น

                ผมหันไปมองลูซิเฟอร์

                เขาบอกว่านี่อาจจะเป็นเพียงความฝันฉากหนึ่ง

                ถ้าเกิดว่าวันหนึ่ง พวกเราโอบกอด จุมพิตซึ่งกันและกันเข้าสู่นิทรา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องสมมุติ ถ้าอย่างนั้นผมควรจะรับมือมันอย่างไร?

                ยะโฮวาพูดขึ้น “ยามที่บุตรของเรย์โนลส์ถือกำเนิด ดาวซิริอุสพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง นั่นเป็นลางบอกเหตุถึงผู้นำทัพแห่งสวรรค์คือเทพแห่งอัคคี เขาจะนำพาประชาชนนับพันนับหมื่นแห่งสวรรค์ มุ่งสู่อนาคตอันยิ่งใหญ่เรืองรอง”

                สองมือของผมกำเป็นหมัดแน่น ในหัวผุดภาพความฝันในอดีตขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

                ยะโฮวากล่าวอีกว่า “เรย์โนลส์สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมในระหว่างสงครามครั้งที่สอง รางวัลที่เขาร้องขอคือการให้นามของบุตรชายตนเองเป็นนามศักดิ์สิทธิ์ลำดับต่อไป สืบทอดไปรุ่นสู่รุ่นชั่วกาลนาน”

                ลูซิเฟอร์นั่งลงข้างกายของเขา แม้จะสูงส่งเหนือใคร แต่ในดวงตาของเขากลับเป็นความโดดเดี่ยวที่สั่งสมนานนับพันปีไม่อาจเสื่อมคลาย

                “อิสเรียลเป็นเพียงนามเรียกตัวเจ้าในยามที่ร่วงหล่นลงสวรรค์ชั้นล่างเท่านั้น” ยะโฮวาพูขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ “มิคาเอล เอตร้า นี่ต่างหากจึงจะเป็นนามที่แท้จริงของเจ้า”

                พริบตานั้นเบื้องหน้าพลันมืดมัวสับสน ผมคุกเข่าลงกับพื้นอย่างแข็งกระด้าง น้ำเสียงสั่นสะท้านอย่างสิ้นเชิง “ขอบพระทัย... มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่”

                มิคาเอล เอตร้า

                แม่ทัพใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ ผู้นำทัพแห่งเหล่าเทวทูต ...มิคาเอล

                เทพแห่งความเมตตา องค์ชายแห่งพระผู้เป็นเจ้า ...มิคาเอล

                หัวหน้าอัครเทวทูตที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองแห่งสวรรค์ มือขวาแห่งพระผู้เป็นเจ้า ...มิคาเอล

                ผู้นำทัพสวรรค์นับล้าน ตัวแทนแห่งชาวสวรรค์ต่อกรกับลูซิเฟอร์ผู้นำทัพกบฏ ...มิคาเอล

                วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่มั่นคงโถงพริบตาคล้ายเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่เปราะบางยิ่ง

                ราวกับว่าขอแค่เพียงมีใครซักคนร้งตะโกนออกมา หรือมีสายลมพัดมาเบาๆ มันก็พร้อมที่จะพังครืนลงมา

                เสียงของยะโฮวาแผ่วเบาดุจม่านควัน กล่าวแต่ละถ้อยคำออกมาอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “มิคาเอลเดิมเป็นนามของเจ้า ตอนนี้เมื่อกลับคืนสู่ฐานะ อย่าได้ทำให้บิดาที่ล่วงลับของเจ้าต้องผิดหวัง ทุกการกระทำของเจ้า จะต้องคู่ควรกับคำว่าเอตร้า สกุลที่แสดงถึงความสูงส่งสูงสุดนามนี้”

                ผมพยักหน้า พยักหน้าไม่หยุด

                ลูซิเฟอร์ยิ้มออกมาบางๆ ดวงตากระจ่างใสจ้องมาที่ผม

                ช่วงเวลาพริบตาเดียวที่ได้สบตากับเขา กลับกลายเป็นความทรงจำอันยากจะลืมเลือน ราวกับถูกสลักลงในห้วงความฝันของผม สลักลงในห้วงความทรงจำ ไม่มีวันลบเลือน

               

                งานชุมนุมไม่นานก็ถึงคราวสิ้นสุด ผมเดินตามกลุ่มชาวสวรรค์ออกจากตัววิหาร

                พึ่งจะเดินออกมาถึงหน้าประตูวิหารศักดิ์สิทธิ์ เมตาตรอนก็เดินออกมาแล้ว เขาตบบ่าผมพลางพูด “ข้าคิดจะแย่งชิงนามนั้นมาโดยตลอด กลับคาดไม่ถึงว่าเจ้ากลับเป็นเจ้าของตัวจริงซะอย่างนั้น นี่ไม่เรียกว่าเสียเวลาเปล่าหรอกหรือนี่ ช่างเถอะ จากนี้ไม่เรียกเจ้าว่าอิสเรียลน้อยแล้ว เรียกว่ามิคาเอลน้อยแทนก็แล้วกัน!

                ผมพยักหน้ารับอย่างว่างเปล่า “ขอบคุณ”

                เมตาตรอนพูดต่อ “ช่างเถอะ เจ้าน่าจะพักผ่อนพอแล้วกระมัง? อย่าลืมว่าต้องกลับไปซ้อมละครด้วยล่ะ”

                ผมยังคงพยักหน้า

                เมตาตรอนดันกรอบแว่นของตัวเองไปมา ยิ้มบางๆพลางลูบหัวของผมเบาๆ ก่อนจะหมุนร่างจากไป

                ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่านตัวผม เป็นต้องหยุดสายตามองมาก่อนจะพากันหันไปซุบซิบ บ้างก็ด้วยความประหลาดใจ บ้างก็ด้วยความติฉินดูถูก

                และแล้วผมก็ได้รับนามมิคาเอลมาอย่างหมดจดไร้คู่แข่งด้วยประการฉะนี้นี่เอง

 

                ลูซิเฟอร์เดินออกมา ด้านหลังของเขายังมีอาซาเซล ซามูเอล ซาริเอล ทั้งยังกลุ่มเทวะชั้นยอดที่ผมไม่รู้จักอีกกลุ่มหนึ่ง เพียงได้เห็นชุดที่พวกนั้นสวมก็พอเดาได้ว่ามาจากสำนักสวรรค์

                ระเบียงทางเดินอันกว้างใหญ่แทบไม่ต่างไปจากห้องโถง เสียงพูดคุยของเหล่าชาวสวรรค์ดังกระทบเข้ากับเพดานก่อนจะกลายเป็นเสียงสะท้อนดังกลับมา

                ท่วงท่าการเดินของลูซิเฟอร์สูงส่งสง่างาม พรมสีทองสว่างที่พื้นเมื่อเทียบกับปีกของเขากลับดูจืดจางไปอย่างไม่ต้องสงสัย

                ผมนึกภาพเขายามที่เสื่อมจากความเป็นเทพไม่ออกเลยจริงๆ

                เขาก้าวเข้ามาที่ด้านหน้าของผมก่อนจะก้มศีรษะจุมพิตผมเบาๆ “ทำไมดูเจ้าไม่ดีใจเลยล่ะ มหาเทพมิคาเอลของข้า” ผมพูดขึ้น “บอกผมมาตามตรง มีผมก่อน หรือว่ามีลิลิธก่อน?”

                ลูซิเฟอร์หัวเราะออกมาเบาๆ “ที่รัก เจ้ากำลังหึง?”

                ผมถามอีกครั้ง “ใบหน้าของเธอ ทำไมถึงเหมือนผมไม่มีผิด?”

                ลูซิเฟอร์ตอบว่า “เพราะใบหน้าของอดัมเหมือนกับข้า”

                “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า ถ้าท่านหลงรักลิลิธ ก็เป็นเพราะผม ใช่มั้ย?” น้ำเสียงของผมแทบจะเปลี่ยนคำถามให้กลายเป็นคำสั่ง

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ข้าไม่มีวันรักนาง”

                ผมพูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าอย่างนั้น ถ้าท่านทำดีกับนาง ก็เป็นเพราะผมด้วยใช่มั้ย?”

                ลูซิเฟอร์เริ่มงุนงง “ทำไมเจ้าถึงได้คิดมากอะไรขนาดนี้? ข้ากับนางไม่เคยมีเรื่องใดๆเกิดขึ้นทั้งนั้น”

                ผมขึ้นเสียง “ตอบคำถามเดี๋ยวนี้!

                ลูซิเฟอร์อดไม่ไหวหัวเราะออกมา สองแขนอ้ากว้างรวบผมเข้าไปกอด ผ้าคลุมสีทองอ่อนเต็มไปด้วยกลิ่นกลายของเขา “ถ้าข้าทำดีกับนาง นั่นย่อมเป็นเพราะเจ้า”

                ผมพูดกลับไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ “จำคำของท่านไว้ให้ดี”

                กลุ่มเทวทูตที่ด้านหลังต่างส่งเสียงโห่ร้องออกมาขัดจังหวะ เสียงของซามูเอลดูโอเวอร์มากที่สุด ผ่านไปไม่นาน เสียงโห่ร้องก็กลายเป็นเสียงปรบมือ ผมคว้ามือของเขาเอาไว้แน่น พูดเสียงเบาว่า “ท่านช่วยทำพิธีเพิ่มปีกให้ผมหน่อยจะได้มั้ย?”

                ลูซิเฟอร์ตอบรับอย่างไม่ลังเล “แน่นอน”

                ชะตาชีวิตของตัวเองก็ต้องกำไว้ในฝ่ามือของตัวเองเท่านั้น

                ไม่ว่าจะพบเจอเรื่องราวแบบไหน ขอแค่เขาไม่ปล่อยมือ ผมไม่ปล่อยมือ... ใครก็ไม่อาจมาแยกพวกเราออกจากกันได้

                ในที่สุดผมก็ผลิยิ้มเบิกบานออกมาจากหัวใจได้ซักที ผมคว้ามือของเขาพาจูงออกไปตามทางเดิน ออกจากตัววิหารอย่างเร็วรี่ ด้านหลังยังเป็นเสียงโห่ร้องชอบใจดังก้องไม่หยุด ภายใต้ภาพฉากวิหารศักดิ์สิทธิ์อันงดงามตระการตา ม่านหมอกบางตาที่ลอยปกคลุมอยู่ทั่วจักรวรรดิ กลืนแผ่นฟ้าคลุมผืนดิน เสียงโห่ร้องดังก้องยาวนานราวกับเป็นคำอวยพรในพิธีแต่งงาน เสียงนาฬิกาบอกเวลาใสกังวานคล้ายจะบอกถึงความสุขความมงคล

 

 

-91-

                แท่นบูชาแห่งเมืองซีมาร์ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงแห่งราตรี สายธารดาราสีม่วงไหลล่องอยู่บนผืนฝ้าสีเข้ม พวกเราสองคนจับจูงมือซึ่งกันและกันข้ามฝ่าน้ำเย็นเฉียบของทะเลสาบ เมื่อมาถึงแท่นพิธี ลูซิเฟอร์ก็ช่วยผมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาก่อนจะเริ่มสวดภาวนา ยามที่แลกเปลี่ยนจุมพิต เราสองต่างตระกองกอดกันแนบแน่น ร่างสองร่างถูกปกคลุมด้วยหยดน้ำค้างพร่างพราวดุจไข่มุก

                ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็เสร็จสิ้นพิธีเพิ่มปีก เต็มเปี่ยมไปด้วยความนัยให้คนได้ขบคิด เพียงแต่ผมไอคิวไม่สูงมาแต่ไหนแต่ไร เลยไม่ได้ใส่ใจมากขนาดนั้น

                ตอนที่เดินทางกลับ ผมยืนส่องอยู่หน้ากระจกอยู่นานสองนาน ปีกทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีฟ้าน้ำแข็ง สีเหมือนกับดวงตาคู่นั้นของลูซิเฟอร์ ผมบินวนไปรอบๆอย่างตื่นเต้น สุดท้ายยังเอาไปอวดให้เขาดูอีกต่างหาก ลูซิเฟอร์เพียงมองผมพลางอมยิ้มทำเอาผมขนลุกขนชันไปทั้งตัว

                หลังอาหารเย็น ผมพาดตัวฟุบอยู่บนโต๊ะอย่างเบื่อหน่าย กระดิกขาบ้าง ขยับปีกบ้าง “อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันสร้างโลก ผมต้องแสดงเป็นซาตาน...” ลูซิเฟอร์นั่งอยู่ด้านข้างกำลังปอกเปลือกสาลี่อย่างสงบ เปลือกผลไม้สีทองอ่อนค่อยๆถูกเฉือนเป็นเส้นวงกลม เปิดเผยเนื้อผลไม้ฉ่ำน้ำที่อยู่ด้านใน “เจ้าแสดงได้ดีมาก จะต้องได้กลายเป็นดาวเด่นแน่ๆ” ผมแย้งขึ้น “ก็ผมไม่รู้ว่าพอถึงเวลาตัวเองจะตื่นเวทีรึเปล่านี่สิ ...ถึงผมจะชอบตัวละครนี้มากก็เถอะ”

                เพราะคำสองคำนั้นเป็นคำที่จะสื่อถึงลูซิเฟอร์นั่นเอง

                ลูซิเฟอร์ถามอย่างแปลกใจ “เจ้าชอบตัวละครตัวนี้หรือ?” ผมตอบกลับไปอย่างกระตือรือร้น “แหงสิ เขาทำให้คนรู้สึกว่าซาตานแข็งแกร่งมากๆ ผมเป็นแค่ตัวแสดงเล็กๆ...”

                ลูซิเฟอร์แบ่งสาลี่ออกมาชิ้นหนึ่งส่งมาที่มุมปากของผม ผมรีบส่งเสียงเตือนเขา “ลูกนี้เป็นของผม ท่านห้ามกินเด็ดขาด เข้าใจมั้ย?” ลูซิเฟอร์หัวเราะออกมา กล่าวว่า “เด็กน้อยเอาแต่ใจ”

                ผมเคยได้ยินแฟนสาวบางคนเคยถือเรื่อง “แบ่งสาลี่” เท่ากับ “แยกจาก” ตอนนั้นผมค่อนข้างจะดูถูกพวกเธอ แต่เห็นทีตอนนี้คงต้องดูถูกตัวเองมากกว่า (คำว่า แบ่งสาลี่หรือแบ่งท้อ 分梨 อ่านว่า เฟินหลี พ้องเสียงกับคำว่า 分离 ที่แปลว่าแยกจาก คนจีนส่วนใหญ่ค่อนข้างถือเรื่องการแบ่งสาลี่ให้คนอื่นทาน)

                ลูซิเฟอร์แบ่งสาลี่ไปพลางชวนคุยไปพลาง “ถ้าเกิดเจ้ามีลูก เจ้าอยากตั้งชื่อเขาว่าอะไร?”

                ผมถามกลับ “ท่านล่ะ?”

                “ฮานิย่าห์” ลูซิเฟอร์กล่าวเสริมว่า “ข้าหวังอยากให้เขางดงาม เข้มแข็ง กล้าหาญ มั่นใจ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง”

                ผมหัวเราะ “ก็เหมือนอย่างมหาเทพลูซิเฟอร์ผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเรานั่นเอง”

                ลูซิเฟอร์หัวเราะตามเบาๆ ยื่นสาลี่อีกชิ้นใส่ปากของผม

                ผมพูดขึ้น “ผมชอบชื่อแมมมอน แค่ชอบชื่อน่ะ อย่างอื่นไม่เกี่ยว”

                mammon หมายถึง ความร่ำรวย ตำนานเล่าว่าเขาเป็นบุตรที่เลื่องลือเรื่องของความเห็นแก่ตัวและชั่วร้ายที่สุดของลูซิเฟอร์ เรียกได้ว่าจิตใจวิกลจริตเข้าขั้น แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ถึงแม้เขาจะน่ารังเกียจยังไง ไม่ว่าแม่ของเขาจะเป็นใคร... เขาก็เป็นลูกของลูซิเฟอร์

                ลูซิเฟอร์ถามอย่างแปลกใจ “ชื่อนี้เนี่ยนะ?”

                ลูซิเฟอร์พลันเสริมทับ “อืม... ช่างเป็นชื่อที่บ่งบอกถึงความร่ำรวยจริงๆ”

                ผมหยิกเอวเขาทีหนึ่ง “เรื่องดีๆตั้งเยอะแยะทำไมไม่เอาอย่าง กลับเอาอย่างมุกแป้กเมตาตรอนซะได้!

                สาลี่ถูกกินจนเหลือแค่แกนผลไม้ ลูซิเฟอร์วางมันกลับลงไปในจานก่อนจะเช็ดมือ เขายื่นมือมาตรงหน้าผม ผมตีฝ่ามือของเขาเบาๆก่อนจะพากันเดินเข้าห้องอาบน้ำ พึ่งจะเดินเข้าไป ผมพลันหันตัวไปหาเขา พูดอย่างใจกล้าหน้าด้านว่า “รอจนผมได้เป็นเทวะชั้นยอดเมื่อไหร่ พวก...พวกเรามามีลูกกันมั้ย?” ลูซิเฟอร์ตะลึงไปพักหนึ่ง ก่อนจะลูบหัวผมไปมา “เจ้ายังเด็กไป” ผมพลันโกรธขึ้นมา เกือบจะสอยหมัดเข้าไปที่หน้าของเขา “ผมไม่เด็กแล้ว!

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “เทวะชั้นยอดให้กำเนิดชีวิตนั้นลำบากยิ่ง ถ้าไม่ใช้วิธีสลัดปีก จะต้องพบเจอกับความลำบากสาหัส โดยเฉพาะไม่กี่เดือนก่อนเด็กจะคลอด” ผมยังไม่ยอมแพ้ “ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? งั้นก็ใช้วิธีสลัดปีกเอาก็ได้นี่นา?” ลูซิเฟอร์อธิบายว่า “การสลัดปีกเป็นเพียงการสร้างชีวิตขึ้นมาเท่านั้น หลังจากเด็กเกิดมา ระหว่างเจ้ากับเขาก็ไม่มีความรู้สึกใดๆทั้งนั้น” ผมดึงดัน “งั้นก็ไม่เป็นไร ผมไม่ได้อ่อนแออย่างที่ท่านคิดซะหน่อย” ลูซิเฟอร์ส่ายหน้า “ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ข้ามีความลับอย่างหนึ่งต้องบอกเจ้า หลังจากนี้เจ้าจะได้รู้เอง”

                ความลับอะไร? อย่าบอกว่านะว่าเขาคิดจะคลอดลูกแทนผม? ให้ผมคร่อมเขา? ไม่น่า... ไม่น่าจะมีเรื่องดีเช่นนั้นกระมัง?

                ผมเหลือบมองเขาขึ้นๆลงๆ แค่คิดถึงตอนที่เรียวขาของเขาเกี่ยวเข้ากับเอวของผมร้องครวญคราง...

                ทำไมอยู่ๆจมูกก็ร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้นล่ะ?

 

                ไม่นานก็ถึงเวลาเปิดเทอม ลูซิเฟอร์พาผมมาส่งถึงที่สำนักสวรรค์ ทั้งยังพาเดินจนทั่วเสียหนึ่งรอบ หลังจากนั้นก็พาผมเข้าไปในหอหนังสือตามหาหนังสือเกี่ยวกับเรย์โนลส์ เขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อของมิคาเอลให้ผมฟัง จากที่สรุปได้คร่าวๆ เรย์โนลส์เรียกได้ว่าเป็นสุภาพบุรุษชั้นสูงผู้หนึ่ง อลิซ ภรรยาคนแรกของเขา ในเวลานั้นเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงโดดเด่นเป็นอย่างมาก จีซัสเพียงสามารถรับรู้ถึงเหตุเค้าลางในอนาคตได้อย่างเลือนรางเท่านั้น  แต่อลิซกลับสามารถคำนวณความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างชัดแจ้ง เล่ากันว่าในวันที่พระผู้เป็นเจ้าแต่งตั้งนามของมิคาเอลเป็นนามศักดิ์สิทธิ์ ดาวฤกษ์ซิริอุสแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง อลิซก็สามารถคำนวณอนาคตของมิคาเอลได้ในทันที ในลูกแก้วคริสตัลของนาง ผู้คนต่างมองเห็นมิคาเอลผู้มีเรือนผมยาวสีแดงฉาน มือซ้ายถือตราชั่ง มือขวากุมดาบ ยืนอยู่เบื้องหน้าทูตสวรรค์นับพันนับหมื่น กู่ร้องนามแห่งพระผู้เป็นเจ้า ในเวลานั้น ผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มากมายยังมีชีวิตอยู่ ทุกครั้งที่วันสร้างโลกไหลวนมาบรรจบ ภาพฉากความรุ่งเรืองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจหามองได้จากไหนอีกแล้ว ในเดือนนั้น ปีนั้น นับเป็นยุคแห่งความรุ่งโรจน์แห่งสวรรค์

                ต่อมาแดนปีศาจเคลื่อนทัพเข้ารุกราน สวรรค์แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เทวดาตกสวรรค์บางส่วนนำทัพเข้ารุกรานไล่สังหารไปยังเมืองเยลูซาเล็ม กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ศัตราวุธชุดเกราะเข้าพัวพันไม่ว่างเว้น เรย์โนลส์รวมถึงอัครเทวทูตมากมายล้มตายในสงครามแสงสว่างครั้งที่สาม ยามที่การบุกจู่โจมอันไม่คาดฝันของสงครามครั้งที่สี่เริ่มขึ้น แดนสวรรค์จวนถึงคราวล่มสลาย ในที่สุด ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก ยะโฮวาจึงสั่งการให้ลูซิเฟอร์ออกรบ มหาเวทย์แห่งแสงอันยิ่งใหญ่ถูกปลดปล่อยในยามนั้น

                ดังนั้นสงครามจึงสิ้นสุด นำมาซึ่งความสงบสันติ

                สิ่งก่อสร้าง ซากปรักหักพังล้วนได้รับการซ่อมแซมบูรณะใหม่ แต่จิตใจของผู้คนกลับสูญเสียไปสิ้น

                ลูซิเฟอร์เคยบอกเอาไว้ แดนสวรรค์ในความทรงจำของเขา บัดนี้ยังมีชีวิตอยู่แค่ภายในความทรงจำของเขาเท่านั้น

                แต่ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดกลับเป็นเรื่องของเรย์โนลส์ เขาต้านทัพอย่างสุดกำลัง ใช้ตัวเองเป็นโล่กันคลื่นยักษ์ ถึงขนาดทอดทิ้งบุตรภรรยาสิ้นชีพไป ทั้งที่ก่อนหน้าเขาไม่เคยเป็นเช่นนั้นมาก่อน เขาทำราวกับว่าเขาต้องการจะตายซะเอง ราวกับต้องการชดเชยอะไรบางอย่าง... คิดไม่ออกเลยจริงๆ ผมได้แต่โยนเรื่องนี้ไปอีกด้าน

               

                ในสำนักสวรรค์ ผมเริ่มฝึกการใช้ดาบ เพียงแค่คาบแรกก็สร้างความ shock ให้กับคนทั้งชั้น แม้แต่ตัวเองก็ shock ตามไปด้วย ผมคิดมาเสมอว่าแม้ตัวเองจะไม่ถึงขั้นสุภาพนุ่มนวล แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นยอดมนุษย์ แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผมสามารถออกกระบวนท่าฟันดาบออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับในมือเป็นแค่ก้านไม้ไผ่ ทั้งยิ่งมายิ่งเชี่ยวชาญขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น คติประจำปากของซามูเอลที่ว่า เจ้าช่างเป็นไก่ย่างป่าเถื่อนเป็นอันดับหนึ่งแห่งสวรรค์ ก็กลายเป็นที่ฮิตที่หูไปในทันที

                ผมเคยพูดเอาไว้ว่าพอเปิดเรียนก็จะย้ายกลับไปที่ซีมาร์ แต่พอถึงเวลาจริงๆกลับลืมมันไปซะสนิท เอาแต่หน้าด้านเกาะหนึบลูซิเฟอร์ไม่ปล่อย ลูซิเฟอร์เองก็เห็นดีเห็นงามด้วยไม่น้อย สองคนต่างตกอยู่ในวังวนคืนวันที่มีแต่เราสอง ทุกวันผ่านไปอย่างชื่นมื่น เมื่อลองนับนิ้วดูแล้ว สารพัดสารพันท่ายากพวกเราต่างก็ลองก็มาหมดแล้ว จะมีก็แต่ตอนที่ผมต้องนั่งคร่อมเขาคราวนั้นที่ทำผมน้ำตาตกในที่สุด ผมหวนนึกไปถึงสารพัด av mm ทั้งหลายที่เคยดู นั่งมองนักแสดงที่เรียกได้ว่าฝึกซ้อมจนชำนาญ เมื่อลองนำมาเทียบกับตัวเองดูแล้ว ผมแทบไม่ต่างจาก... นั่นมันฝันร้ายชัดๆ

               

                ช่วงเวลาเหล่านี้ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝันฉากหนึ่ง

                จนเมื่อจีซัสเดินทางมาพบผม ผมถึงค่อยรู้ตัวในที่สุด... สิ่งที่มันจะมาอย่างไรก็ต้องมา...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1612 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 08:44
    เอาแล้วววววT-T ขอหวานนาน ๆ กว่านี้ได้ไหม
    #1,612
    0
  2. #1503 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 00:09
    กลัวที่จะอ่านตอนต่อไปจริงๆ
    #1,503
    0
  3. #1401 Miyakochan (@miyakojan) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:40
    ความสุขนั้นแสนสั้น นิยายแต่ละตอนก็เช่นกัน TT
    #1,401
    0
  4. #1211 Faren-Hight (@Faren-Hight) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 11:37
    ไม่รู้สิอ่านหลังๆมามันเศร้าแปลก สงสัยโรงเรียนใกล้เปิด....
    #1,211
    0
  5. #1187 APRIL (@jamlovenami) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:05
    ไม่อยากคิดถึงอนาคตที่ทั้งสองต้องเจอ และต้องผ่านมันไปเลย
    #1,187
    0
  6. #1186 Chinkikwon (@chinkichki) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:02
    เหมือนแยกเข้ามาในช่วงความฝันและเริ่มวิ่งเข้าไกล้ความจริง ดราม่าจริงไรจริง ความแน่นอนไม่มีให้คิดเลย...
    #1,186
    0
  7. #1185 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:59
    เออ สงสัยตามเลย พ่อของมิคาเอลเคยไปทำอะไรไว้ที่ต้องชดใช้ชีวิตคืนหรือเปล่า? ทำไมต้องใช้ตัวเองต้านคลื่นสงครามจนตัวเองเสียชีวิตด้วย แล้วอีกอย่าง ในตอนก่อนนู้นใครเป็นคนเข้าไปคุยกับมิคาเอลตอนเด็ก หรือจะเป็นลูซิเฟอร์? (ฝันอยู่ ฮือ) กลัวความจริงจัง จีซัสคือคนที่มาปลุกจากฝันสินะ โชคชะตาก็ยังคงเป็นโชคชะตา ว่าแต่ หลังจากนี้มิคาเอลจะทำยังไง... (ขอฝันต่อก่อนนะคะ ฮือ โลกความเป็นจริงช่างเจ็บปวด)
    #1,185
    0
  8. #1184 วนิลาฮาเฮ (@waranya-nan) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:16
    โอ๊ยตายยยยยยยย ความสะขจุกอกโง้ยยยยยยย
    #1,184
    0
  9. #1183 UltearTUM (@somenum) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:25
    โอ้ยยยย ตอนแสนสุขขข แต่ทิ้งท้ายไว้เป็นระเบิดเลย--
    #1,183
    0
  10. #1182 วิ้ปปิ้งครีม (@kanyapach) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:24
    ในที่สุดก็มาาาาา
    สงสารจีซัส
    #1,182
    0
  11. #1181 jambond (@jomjam007) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:07
    รอมานาน ปริ่มมากตอนนี้ ดราม่าใกล้เข้ามาเรื่อย เหมือนนับถอยหลังเข้าสู้ช่วงพีคเลย TwT ช่วงเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปเร็ว
    #1,181
    0
  12. #1180 NoEnd-Infinity (@--noon--) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 11:43
    ...ไก่ย่างป่าเถื่อน - -
    ว่าแต่เห็นแววมาม่าอย่างไรชอบกล
    #1,180
    0
  13. #1179 kkp_real (@kkp_real) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 11:14
    คุ้มที่รอคอยมาเนิ่นนานนนนน ปริ่มมาก ขอบคุณนะคะไรท์ที่เเปลมาให้อ่าน เเลดูมีเเววได้ต้มมาม่ากินแฮะ
    #1,179
    0
  14. #1178 Little princess (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 11:11
    อาาา...รีดรอคอยตอนนี้มาแสนนานนนนน//น้ำตาไหลพราก...ปลื้มปริ่ม
    #1,178
    0
  15. #1177 lolly (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 10:56
    มีแววมาม่า TT.TT

    ขอบคุณค่ะ
    #1,177
    0
  16. #1176 คิดไม่ออก... (@lucifer-knight) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 10:42
    เห็นแววดราม่ารำไรเลยค่ะ โธ่อิสเรียล... หรือควรเรียกว่ามิคาเอลแล้วดีนะ?
    #1,176
    0