เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 45 : ทัณฑ์สวรรค์ [45]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,801
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    26 ก.ย. 59



-88-

                คืนวันก่อนที่จะเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า ผมเอาแต่บินวนไปวนมาอยู่ข้างหน้าต่าง เครียดจนรู้สึกออกซิเจนแทบไม่พอใช้ เมื่อมองออกไปจากหลังบานหน้าต่างของปราสาทแห่งแสง กลุ่มเมฆด้านนอกดูงดงามตระการตาเป็นพิเศษ ไกลออกไปสามารถมองเห็นจักรวาลกว้างใหญ่มิดมิดได้รางๆ ดวงดาวนับล้านๆดวงทอแสงแวววาวดุจสายธารสีเงิน สร้างความงดงามให้กับท้องนภาอันไร้ที่สิ้นสุด

                เบื้องบนคือความสว่างไสวที่ปิดซ่อนความมืดมิดเอาไว้... แชงกรีล่าแห่งนี้ยังคงรุ่งเรืองเกรียงไกรอย่างเช่นวันวาน

 

                ด้านข้างมีชั้นวางที่สูงยิ่งกว่าตัวผมตั้งอยู่ บนชั้นบนสุดมีไข่สีทองคำลอยอยู่บนนั้น เป็นไข่ของคองโกนั่นเอง สีทองของมันเข้มมาก แต่ก็สว่างมากด้วยเช่นกัน ไข่ใบนั้นลอยขึ้นๆลงๆอยู่กลางอากาศ ส่ายไหวไปมาราวกับจะระเบิดออกมาได้ตลอดเวลา

 

                ผมหันร่างไปหาลูซิเฟอร์ที่กำลังทำโอทีอยู่อีกด้าน “แน่ใจเหรอว่าเจ้านี่จะไม่ระเบิด? สั่นแรงซะขนาดนั้น?” ลูซิเฟอร์เงยหน้าขึ้นมองผมก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่หรอก ข้าแค่ผนึกพลังปีศาจของมันเอาไว้น่ะ”

                ผมส่งเสียงรับไปคำหนึ่งก่อนบินวนอยู่ข้างหน้าต่างอีกหลายรอบ สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับไปอยู่ข้างกายของลูซิเฟอร์ในที่สุด ผมดึงผ้าคลุมตัวใหญ่ที่พาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้มาสวมก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปมองตัวหนังสือมากมายที่ผมอ่านไม่ออก ลูซิเฟอร์กลับแปลอักษรเหล่านั้นออกมาอย่างตั้งใจ ผมอดอุทานออกมาไม่ได้ “เห็นท่านลำบากแบบนี้ทุกวัน ไม่สู้สอนผมบ้าง ไม่แน่ว่าผมอาจจะพอช่วยได้ก็ได้นะ” ลูซิเฟอร์ส่ายหน้า “นี่เป็นงานของข้า” ผมเปลี่ยนเรื่อง “พรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าแล้ว” ลูซิเฟอร์ยิ้มบางๆ “ยังกังวลอยู่เหรอ?”

                คล้ายคำถามนี้ผมจะถามเขามาไม่ต่ำกว่าสิบครั้งแล้ว......ซักวันเขาได้ทำให้ผมเป็นบ้าแน่ๆ

 

                ผมผลักเขาทีหนึ่ง เขาก็ขยับตัวเลื่อนไปด้านข้างเล็กน้อย เก้าอี้ใหญ่โตนี้กว้างขวางพอสำหรับพวกเราสองคน ผมตอบเขาไป “ก็นิดหน่อย จริงสิ ก่อนหน้านี้ผมได้ยินมาว่าระบบงานของสวรรค์ไล่จากข้างล่างขึ้นข้างบนตามลำดับชั้น ถ้าอย่างนั้นเอกสารที่ท่านดูอยู่ทุกวันเป็นใครส่งมาเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์วางปากกาลง ดวงตาของเขาโค้งเป็นรอยยิ้ม ดูเจ้าเล่ห์เป็นพิเศษ “เจ้าลองเดาดูสิ” ผมลองเดา “จากอัครเทวทูต?” ลูซิเฟอร์ยิ้มกว้าง “ฉลาดมาก” ผมอ้อนเขา “ท่านหัวหน้าอัครเทวทูตที่รักจ๋า พรุ่งนี้ผมต้องเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าแล้ว......” ลูซิเฟอร์กลั้นไม่ไหวเป็นต้องหลุดหัวเราะออกมา “ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าเป็นพวกปากหวาน” ผมค้อนเขา “ทำไม ท่านไม่ชอบ?” ลูซิเฟอร์ตอบอย่างเอาใจ “เปล่า แบบนี้ดีมากเลย” ผมค้อนเขาต่อ “ใช่สิ ใช่สิ ไม่ว่าอะไรผมก็ดีทั้งนั้นแหละ เป็นท่านที่ยุ่งตลอด ผมไปนอนดีกว่า” ลูซิเฟอร์ทักขึ้น “วันนี้ไม่อยากทำแล้วเหรอ?” ผมไม่สนใจ “ไม่ทำแล้ว เชิญท่านยุ่งตามสบาย”

                ลูซิเฟอร์หัวเราะเบาๆ ผมเดินออกมาได้สองก้าว ก็เผลอหันกลับไปมองเขาโดยไม่รู้ตัว เห็นเขาพิงร่างสบายๆอยู่บนเก้าอี้ ยังคงส่งยิ้มมาให้ผม คล้ายมีเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นในสมอง ผมปล่อยตัวปล่อยใจอีกครั้ง ผมเดินอ้อมไปที่ด้านหลังของเขาก่อนนจะโอบคอของเขาไว้ “พรุ่งนี้ผมรับรองว่าจะไม่ทำท่านเหนื่อยอีกแล้ว......ส่วนวันนี้ก็......” ลูซิเฟอร์โบกมือให้ลูกน้องที่ยืนเผ้าอยู่หน้าประตูก่อนจะถอดถุงมือออก

                รอจนคนอื่นๆออกไปแล้วเขาก็ลุกขึ้น กวาดกองเอกสารไปอีกด้าน ก่อนจะหันมาอุ้มร่างของผมขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ “ไม่เหนื่อยหรอก”

                ผมหัวเราะอย่างได้ใจ สองมือกอดเกี่ยวร่างเขาไม่ปล่อย

 

                พอตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมา ผมก็ถูกอุ้มกลับมาวางที่เตียงแล้ว ลูซิเฟอร์ช่วยผมแต่งตัว คนสองคนสบตาส่งยิ้ม จุ๊บทีหนึ่ง... สองที... สามที......ผ่านไปครู่ใหญ่ เสื้อที่พึ่งสวมเข้าไปถูกถอดออก พึ่งจะพากันปีนกลับขึ้นเตียง ด้านล่างพลันมีเสียงก้องกังวานดังขึ้น “พระเจ้า! พวกท่านสองคนเมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์ยันร่างขึ้น ผมเองก็พลิกร่างหันลงไปมอง เป็นอาซาเซลกับซามูเอลที่ยืนรอพวกผมอยู่ที่ด้านล่าง ผมกระแอมไปเบาๆ ก่อนจะกลิ้งไปสวมเสื้อผ้าอีกทางหนึ่ง ลูซิเฟอร์ตามเข้ามาสวมเสื้อผ้าให้อย่างไม่รู้สึกรู้สา ทั้งยังตอบกลับไปอย่างหน้าไม่อายว่า “เรื่องแบบนี้ทำเท่าไหร่ก็ไม่พอ” ผมเริ่มจะหงุดหงิด ซามูเอลกลับพูดขึ้น “ข้าเปล่าพูดอะไรซักหน่อย มหาเทพ ท่านคิดยังไงถึงได้เลือกไก่ย่างตัวนี้มา?” อาซาเซลฉีกยิ้มชั่วร้ายอย่างไม่ปิดบัง “ทั้งยังเป็นไก่ย่างไหม้เกรียมอีกด้วย”

                ผมคว้าหมอนโยนลงไปข้างล่างจนพวกหมูหมากาไก่แตกกระเจิง

                ซามูเอลตบเสื้อผ้าบนร่างไปมา “เจ้าไก่ย่างป่าเถื่อนอันดับหนึ่งนี่” อาซาเซลยังคงพูดต่อขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้ว พี่ใหญ่ของพวกเราธรรมดาซะที่ไหน” ลูซิเฟอร์พูดดักคอ “ไม่เกี่ยวกับข้านะ” ผมคำรามเสียงดัง “ฉันกับเมียฉันจะจู๋จี๋กัน ไม่ต้องให้พวกนายมายุ่ง!

                เจ้าสองคนนั่นถึงกับยืนบื้อไปเลย

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

                ผมตอบกลับไป “เมีย!

                เขาแก้ใหม่ “สามี”

                ผมพูดอีกรอบ “เมียจ๋า!

                ......

                ซามูเอลพูดขึ้น “อาซาเซล เจ้ารู้สึกรึเปล่าว่าพอมหาเทพได้อยู่กับเขา ก็ชักจะอย่างนั้นขึ้นมานิดๆแล้ว?” อาซาเซลตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ตั้งแต่เขาตัดสินใจตามจีบเจ้าไก่ย่างป่าเถื่อนนั่นก็เริ่มฉายแววแล้วต่างหาก อยู่ดีๆก็ชอบยิ้มออกมา” ลูซิเฟอร์พูดดักคอ “พวกเจ้าว่าอะไรนะ?” ซามูเอลรีบเปลี่ยนเรื่อง “มหาเทพ วันนี้ท่านอารมณ์ดีไม่เลวเลย” อาซาเซลช่วยเสริม “อืม ความจริงแล้วพวกเรามารับมหาเทพไก่ย่างไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ขอรับ”

                รอจนหมอนใบที่สองพุ่งลงไป เจ้าพวกนั้นก็เผ่นแนบจากไปด้วยความเร็วแสงแล้ว

 

                เพราะลูซิเฟอร์มีตำแหน่งหน้าที่ที่ค่อนข้างพิเศษ เขาถึงต้องล่วงหน้าเดินทางไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ก่อน ซามูเอลกับอาซาเซลจึงได้กลายแม่นมของผมไปโดยปริยาย

                ถ้ามองปราสาทเซราฟิมจากที่อื่น คงจะรู้สึกว่าปราสาททั้งสามหลังนั้นอยู่ใกล้กันมาก แต่พอได้เดินออกจากปราสาทแห่งแสงมาจริงๆแล้ว ผมถึงได้รู้ว่าระยะห่างของมันใช้เป็นสนามฟุตบอลได้ตั้ง N สนาม ประตูใหญ่ของวิหารศักดิ์สิทธ์แบ่งเป็นประตูกลาง ประตูซ้าย และประตูขวา ต่างก็สร้างขึ้นจากเสาโรมันทั้งสิ้น พวกผมเดินผ่านเข้าไปทางประตูด้านขวา ฝ่าผ่านม่านน้ำตกเข้าไปยังลานกว้าง

 

                เสียงนาฬิกาดังกังวานออกมาจากหอคอยกลางจัตุรัส เสียงสะท้อนยาวนานราวกับดังมาจากที่ไกลแสนไกล สายลมแผ่วพลิ้วพัดโชยมาเอื่อยๆกระทบเข้ากับบานหน้าต่างกระจ่างใส เกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเป็นท่วงทำนองของบทเพลง

 

                ท่ามกลางแสงทองเปล่งรัศมี วิหารศักดิ์สิทธิ์ตั้งตระหง่านสูงเทียมฟ้าหายลับเข้าไปในกลีบเมฆ

 

                วิหารศักดิ์สิทธิ์สร้างในรูปแบบกากบาท ตัวปราสาทมีลานระเบียงงดงามแปลกตาถึง 7 แบบ ห้องโถงที่ทอดยาวนี้สามารถจุคนได้ถึงแสนคน ตามทางเดินประดับด้วยของล้ำค่าที่เปล่งประกายเรืองรองออกมา ตกแต่งแบบละติน ใจกลางปราสาทเป็นเพดานสูง ผนังทั้งสี่ด้านถูกแบ่งด้วยเสาต้นใหญ่สูงเทียมฟ้า แทบจะมองไม่เห็นยอด เมื่อยืนอยู่บนระเบียงแล้วทอดสายตาลงไป ก็จะรู้สึกคล้ายว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนจุดที่สูงสุดของโลก ผนังรอบด้านประดับด้วยภาพกระจกสีโปร่งแสงงามวิจิตรดึงดูดสายตา รูปแบบคล้ายกับศิลปะในยุคเรเนซองส์ รูปปั้นที่เรียงรายอยู่ในโถงก็สมจริงราวกับมีชีวิต ท่วงท่าอ่อนช้อยสง่างาม ชวนให้คนมองต้องทอดถอนใจออกมาอย่างตื่นตะลึง

                ชาวสวรรค์หกปีกตัวน้อยแสนซนทั้งหลายพากันเกาะกลุ่มบินเข้าประตูไปอย่างรีบร้อน ในมือแต่ละคนถือคนโทน้ำที่แกะสลักจากแร่ไมก้าเอาไว้ด้วย ด้านในคนโทน้ำบรรจุของเหลวสีใส สะอาดบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างจากดอกไม้

 

                ด้านหน้าของผมเป็นซุ้มประตูสูงใหญ่ตระการตา เสาต้นใหญ่สลักเป็นลวดลายเทวดานางฟ้างดงามวิจิตรแบ่งทางเข้าให้เป็น 7 ทาง จากตรงนี้สามารถมองเห็นเหล่าเทวดานางฟ้าที่บินวนอยู่ในท้องนภา ทั้งยังเมืองแชงกรีล่าที่พร่าวพราวระยิบระยับ ทั้งยังแสงเจิดจ้าลวงตาผู้คน

 

                ในโถงกลางของวิหารศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงโห่ร้องชอบใจดังอึกทึกครึกโครมดังขึ้น บัดเดี๋ยวเงียบ บัดเดี๋ยวดัง ผมตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ซามูเอลดันหลังผมเบาๆทีหนึ่ง “ไม่เป็นไรน่า งานชุมนุมที่วิหารก็เป็นแบบนี้แหละ” ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเดินหน้าต่อไป ตอนนี้ผมเกร็งซะจนแทบไม่มีแรงหายใจอยู่แล้ว

 

                ผมสามารถได้ยินบทเพลงสรรเสริญลอยดังมาได้อย่างเลือนราง

 

                ตอนที่ก้าวเท้าเข้าไปในโถง ผมก็ถูกแสงเจิดจ้าที่ด้านในสาดส่องจนตาพร่า จึงอดยกมือขึ้นบังไม่ได้

                เสียงฮัมเพลงยิ่งมาก็ยิ่งดัง ทั้งรื่นหูทั้งกังวานทรงพลัง

                ผมลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก็ค้นพบว่าที่ๆตัวเองยืนอยู่ไม่ใช่ห้องโถงอะไรทั้งนั้น เพราะผมมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

                พื้นสีขาวสะอาดดุจน้ำนมถูกแสงเรืองรองย้อมจนเป็นสีทอง

                เหนือขึ้นไปเป็นเหล่านางฟ้าเทวดาหกปีกบินวนอยู่ บ้างก็โปรยน้ำมนต์ บ้างก็โปรยดอกไม้

                ผมไม่เคยเห็นชาวสวรรค์ระดับสูงมากมายขนาดนี้มาก่อน จึงได้แต่มองดูด้วยความตกตะลึง

                เหล่าเซราฟิมยืมล้อมอยู่ทั้ง 4 ด้าน ในมือ ในมือถือมีดสั้นที่เปล่งแสงเรืองรองออกมากวัดแกว่งร่ายรำ ปีกทั้ง 6 สยายออกโบยบิน เคลื่อนไหวไปตามท่วงทำนองสูงต่ำของบทเพลงได้อย่างไร้ที่ติ ทุกครั้งที่เท้าของพวกเขาแตะกับพื้น ผมรู้สึกเหมือนพื้นที่ใต้เท้าจะสั่นสะเทือนเบาๆ หมอกบางๆลอยต่ำอยู่ที่พื้น

                เทวดานักรบทำหน้าที่คุ้มกันอยู่ด้านหลังของบัลลังค์

                ด้านซ้ายและขวาเป็นร่างของจีซัสกับลูซิเฟอร์

                ส่วนพระผู้เป็นเจ้ายะโฮวาห์นั่งอยู่บนบัลลังค์แก้วที่อยู่สูงขึ้นไป เส้นผมสีเงินของเขากับชุดคลุมยาวไม่ต่างจากผ้าไหมที่ทิ้งตัวลงมา เต็มไปด้วยความสูงส่งสง่างาม

 

               

-89-

                บทเพลงสรรเสริญพระเจ้าจบลง ลำดับต่อไปเป็นบทสรรเสริญจากเหล่าอัครเทวทูต อัครเทวทูตทั้ง 7 ค่อยๆเดินมาที่ด้านหน้าของพระผู้เป็นเจ้าทีละคน ก่อนจะเริ่มเอื้อนเอ่ยทำนองสรรเสริญออกมา แต่ละคนยกสองมือขึ้นประสานตรงหน้าอก ใบหน้าก้มลงหลับตาอย่างสงบ เปล่งเสียงร้องก้องกังวานออกมา

                พระผู้เป็นเจ้าเพียงนั่งอยู่บนบัลลังค์เฉยๆ บางครั้งมือของเขาจะขยับบ้างเล็กน้อย ท่วงท่าเหมือนมือขวาของเขาคนนั้นไม่มีผิด

                ผมมองเห็นใบหน้าของเขาได้ไม่ชัด รู้เพียงว่าเขามีเส้นผมยาวเหยียดสีเงิน

                พวกเรา 3 คนก้าวขึ้นไปด้านหน้าเล็กน้อย ยืนปนอยู่กับกลุ่มชาวสวรรค์ทั้งหลาย

                ในที่สุดก็ถึงตาของจีซัส แน่นอนว่าระดับเขาต้องไม่เหมือนกับคนอื่นอยู่แล้ว เขาก้าวเข้ามายืนด้านหน้าพระผู้เป็นเจ้า ใบหน้านิ่งสงบจริงใจอย่างยิ่ง เขาเพียงแค่ฮัมเพลงเบาๆ เสียงที่ดังออกมากลับก้องกังวานทรงพลังอย่างยิ่ง

 

                ยะโฮวาห์คือความรัก

                ท่ามกลางความลำบาก คือพระองค์ที่ทรงนำทาง

                พระเจ้าประทานความดีงามให้แก่ตัวข้า

                แม้คับขันก็มิเปลี่ยนแปร

 

                เพื่อสุขแห่งมวลประชา

                ความรักของพระองค์อยู่ข้างกายข้าเสมอ

                พระเจ้าปกปักคุ้มครองกายข้า

                ตั้งแต่ตัวข้าได้ถือกำเนิด

 

                ยะโฮวาห์คือความรัก

                ให้ข้าได้ท่องแดนนิทราอันแสนสุข

                ความปีติสุขอันไร้ที่สิ้นสุด

                แม้คับขันก็มิเปลี่ยนแปร

 

                พระผู้เป็นเจ้าพยักหน้าเบาๆ มือข้างหนึ่งขยับไปทางเขา เป็นเชิงบอกให้เขากลับมานั่งที่ด้านบน

 

                สุดท้ายเป็นคราวของลูซิเฟอร์ ปีกของเขากางออก สยายปีกขึ้นบินจนสูงเท่าระดับบัลลังค์ หน้าเชิดอกผายไหล่ผึ่ง ร่างกายของเขาเหยียดตรง แต่ไหนแต่ไร ไม่ว่ากับใครเขาก็มักจะทำตัวตามสบายเย่อหยิ่งอยู่เสมอ ผมคิดว่าต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า ท่าทางของเขาจะอ่อนลงบ้าง......ที่ไหนได้ เขาไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิด

                เส้นผมสีทองยาวเหยียดของเขาทิ้งตัวแนบอยู่กับเค้าโครงร่างงดงามนั่น สองมือของลูซิเฟอร์ยกขึ้นประสานตรงหน้าอก ก่อนจะเริ่มเอื้อนทำนองแผ่วเบา

                เพียงแค่คำแรกลอยกระทบเข้าโสตประสาทของผม จิตใจของผมก็ว่างเปล่า

 

                ท่านผู้สร้างความเกรียงไกรแก่ท้องนภา

                ท่านผู้สร้างสายธารแห่งชีวิตที่ไม่มีวันหยุดไหล

                ท่านผู้ทำให้มวลบุปผชาติเบ่งบาน เหล่าสกุณาร่ำร้อง

                ท่านผู้มอบชีวิต ควบคุมสรรพสิ่ง

 

                ขุนเขาป่าไม้คุกเขาศิโรราบเพื่อท่าน

                แม่น้ำมหาสมุทรคลุ้มคลั่งเพื่อท่าน

                ท้องนภาจรัสแสงเพื่อท่าน

                จันทราหมื่นดาราแซ่ซ้องเพื่อท่าน

 

                ฮาเลลูยา แด่พระผู้สร้างอันประเสริฐ

 

                ท่วงทำนองแห่งสวรรค์นั้นเปล่งออกมาจากริมฝีปากได้รูป น้ำเสียงเปี่ยมเสน่ห์รื่นหู

                ราวกับท่วงทำนองแห่งบุปผชาติกลางฤดูใบไม้ผลิ ดุจเสียงร้องของวิหคเพลิงที่คืนชีพขึ้นอีกครั้ง

                ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ดวงตาสีฟ้าอัญมณีโค้งเป็นรอยยิ้มล่อลวงผู้คน

                นอกจากละเมอเพ้อพกแล้วก็ได้แต่ละเมอเพ้อพก

                จากบนนั้น เขายกมือขึ้นน้อยๆ ถุงมือสีขาวสะอาดอาบไล้ไปด้วยแสงสว่างเรืองรอง

                เขากำลังแสดงความเคารพต่อพระเจ้า

                ท่วงท่าสูงส่งสง่างาม เพียงแต่ขาดความนอบน้อมถ่อมตนต่ออีกฝ่าย

 

                พระผู้เป็นเจ้าโบกมือแบบเดียวกันอีกครั้ง เขายิ้มบางๆกลับไปนั่งที่นั่งด้านขวาของบัลลังค์ตามเดิม

 

                ผมอดพึมพำเสียงเบาไม่ได้ “แม่- ลูซิเฟอร์บ้าบิ่นเกินไปแล้ว” อาซาเซลพูดขึ้น “เขาก็ชอบเป็นแบบนี้แหละ ใครๆต่างก็รู้ พระผู้เป็นเจ้าโปรดปรานเขา เคยชินกับนิสัยแบบนี้มานานแล้ว” ผมยังไม่อยากเชื่อ “เอ๋ ขนาดจีซัสยังไม่หน้าใหญ่ขนาดนั้นเลยนะ......” ซามูเอลขัดขึ้น “พูดไร้สาระอะไร เจ้าคนหัวโบราณจีซัสนั่นถ้าไม่สวดภาวนาก็กำลังจะสวดภาวนา พูดอะไรแต่ละครั้งก็เอาแต่ชื่นชมพระผู้เป็นเจ้า สวรรค์เปลี่ยนแปลงไปเป็นเช่นนี้แล้วเขายังคิดว่าสามารถใช้การให้อภัยแก้ไขได้ คนแบบนั้นจะเทียบกับมหาเทพของพวกเราได้ยังไง?”

                ผมรู้สึกไม่ชอบใจอยู่บ้าง ถึงยังไงตอนหลังจีซัสก็ถือเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เป็นพระผู้มาโปรดบาปของพวกเราชาวมนุษย์เชียวนะ

                ผมพูดขึ้น “ลูซิเฟอร์ก็ไม่เห็นทำอะไรซักหน่อยนี่นา” ซามูเอลทำเสียงสูง “เขาเนี่ยนะไม่ได้ทำอะไร? เจ้า......” อาซาเซลขัดขึ้นทันที “ซามูเอล” ซามูเอลหันไปมองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะฝืนกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป

                ผมมองพวกเขาอย่างแปลกใจทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองที่ด้านหน้าอีกครั้ง

 

                ในที่สุดยะโฮวาห์ก็พูดออกมาประโยคหนึ่ง “ให้ลิลิธออกมาพบข้า”

                เพียงขานชื่อออกมา ผมก็ตัวสั่นขึ้นมาน้อยๆ

                ไม่นาน หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองค์นางหนึ่งก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นสูง นางมีเส้นผมหยักศกสีน้ำตาลยาวถึงสะโพก ยามที่คุกเข่าลง เส้นผมก็ยาวเรี่ยลงมาที่พื้น อ่อนนุ่มราวกับกลีบเมฆในเมืองซีมาร์

                ยะโฮวาห์พูดขึ้น “ได้ยินว่าเจ้าไม่เต็มใจจะอยู่ที่สวนอีเดน”

                ลิลิธตอบกลับไป “บิดาแห่งข้า ทำไมข้าถึงไม่เหมือนกับอดัม? ทำไมเขาเป็นบุรุษ ส่วนข้าเป็นสตรี แล้วทำไมข้าถึงต้องอ่อนแอกว่าเขา?”

                ยะโฮวาห์ตอบว่า “เขาสามารถใช้พละกำลังของบุรุษปกป้องเจ้าที่อ่อนแอได้”

                ลิลิธดูร้อนใจขึ้นเล็กน้อย “ข้าไม่เต็มใจอ่อนแอ ข้าต้องการกำลัง กำลังที่เหนือกว่าอดัม!

                ยะโฮวาห์พูดขึ้น “เด็กน้อย พละกำลังของเจ้าถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เมื่ออาศัยอยู่ที่เอเดน เจ้าก็คือผู้อ่อนแอ”

                ลิลิธพลันผุดลุกขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้ายังยืนยันคำเดิม ข้าต้องการออกจากสวนเอเดน ตามหาพลังของข้าด้วยตัวเอง!

 

                ลิลิธก้าวลงจากแท่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจากไปอย่างรีบร้อน อัครเทวทูตบางตนคิดจะไล่ตามนาง กลับถูกพระผู้เป็นเจ้าห้ามเอาไว้ ไม่รู้ว่าผมตาฝาดไปหรือเปล่า ถึงได้รู้สึกว่าลูซิเฟอร์กำลังอมยิ้ม แต่ว่าบิดาเองก็อยากยิ้ม ผู้หญิงคนนี้โผงผางเกินไปแล้ว เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีหัวคิดทันสมัยใช้ได้ ลิลิธแหวกฝ่าฝูงชนก่อนจะวิ่งมาถึงตรงหน้าของผมพอดี ทันใดนั้นผมพลันนิ่งอึ้งไป

                บนร่างของเธอเพียงสวมเสื้อขาดๆสีขาวตัวหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ คล้ายใส่ๆไปอย่างนั้น ชายกระโปรงสั้นเล็กน้อยเปิดเผยขาเรียวยาวขาวกระจ่าง หน้าอกอวบอิ่มกลมกลึงได้รูป เค้าโครงร่างอรชรอ้อนแอ้นเป็นเส้นโค้งสวยงาม ใบหน้ารูปเมล็ดแตงก็งดงามสะดุดตา แต่ไหนแต่ไรเวลาผมมองผู้หญิงสวยๆ ก็ชอบมองจากข้างล่างขึ้นข้างบน ให้คะแนนรูปร่าง 9 ในสิบ เหมือนจะผอมเกินไปนิด เสื้อผ้าที่สวมก็ตัวใหญ่เกินไปจนมองหน้าอกกับสะพกไม่ชัด ถึงแม้จะไม่มีเสน่ห์แบบ “ปีศาจสาวแห่งราตรีกาล” อยู่ก็ตาม แต่ใบหน้าเช่นนั้น แม่-เอ้ย~~~ ตายายมันเถอะ ผู้หญิงคนนี้สวยเกินไปแล้ว~~~

                ไอ้บัดซบลูซิเฟอร์จะโชคดีเกินไปแล้ว!

                ไม่ถูกสิ ลูซิเฟอร์เป็นของผมต่างหาก!

                ไม่ถูกสิ! ใบหน้าของเธอ......

                ไม่นะ... ใบหน้าของเธอ......

                ผมขยี้ตาไปมา

                เธอเดินผ่านร่างของผมไป ทันใดนั้นก็หยุดชะงัก หันมาจ้องผมอย่างตื่นตะลึง ผมมองเธอ เธอก็มองผม ผมกำลังคิดจะพูดอะไรบางอย่าง เธอกลับเอาคำพูดของผมออกมาพูดเสียก่อน “ทำไม......เจ้าถึงมีหน้าตาเหมือนกับข้า?”

                ฉันก็อยากจะถามเธอเหมือนกัน!

                ซามูเอลพูดขึ้น “ลิลิธ ถ้าเจ้าไม่ไปตอนนี้ก็จะไม่ได้ไปอีกแล้วนะ”

                ลิลิธหันไปมองเขาทีหนึ่ง ท่าทางร้อนรนขึ้นมา “ข้าควรไปที่ใดดี?”

                อาซาเซลพูดขึ้น “ออกจากจันทราขาว มุงสู่สมุทรชาด”

                ลิลิธขมวดคิ้ว “ความหมายของเจ้า จะให้ข้าไป......นรกไร้ขอบเขตอย่างนั้นเหรอ?”

                ไอ้หยา.... นรกไร้ขอบเขตก็คือจุดเชื่อมต่อระหว่างสวรรค์กับโลกปีศาจ จะใช่สถานที่รกร้างว่างเปล่าเหมือนโลกมนุษย์ตอนนี้หรือเปล่านะ? นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? ลิลิธไม่ได้ตกสวรรค์หรอกเหรอ? ทำไมประวัติศาสตร์ถึงไม่เหมือนตามที่ผมรู้มาล่ะ?

                อาซาเซลพูดต่อ “ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่ ก็ต้องเป็นภรรยาของอดัมต่อไป”

                ลิลิธยกมือขึ้นสยายม่านน้ำตกสีน้ำตาลของตัวเอง เปิดเผยลำคอยาวระหงขาวนวลเนียนของเธออกมา เธอกัดริมฝีปากแดงก่ำครุ่นคิด “ข้ารู้แล้ว......”

                หลังจากนั้นเธอก็หันมาจ้องผมทีหนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากวิหารศักดิ์สิทธิ์

 

                ยะโฮวาห์พูดขึ้น “เมตาตรอน อีฟให้เจ้าเป็นคนสร้าง”

 

                เมตาตรอนก้าวขึ้นไปขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ก่อนจะถอยกลับมายืนที่เดิม

                อา... ดูท่าแล้ว ประวัติศาสตร์ก็ยังดำเนินไปตามเส้นทางที่ควรจะเป็นอยู่ดี แค่ไม่รู้ว่าลิลิธตอนหลังไปอยู่ที่ไหนกันแน่ ลูซิเฟอร์......จะตกสวรรค์จริงๆน่ะเหรอ?

 

                ลูซิเฟอร์ยิ้มบางๆ น้ำเสียงสดใสราวกับเด็กหนุ่มดังขึ้นที่ด้านข้างบัลลังค์ “พระบิดา ท่านไม่ใช่อยากจะพบอิสเรียลหรอกเหรอ?”

                หรือว่าผมจะรู้สึกไปเอง? ทำไมถึงได้รู้สึกว่าพักหลังๆสายตาของลูซิเฟอร์ถึงได้หวานเลี่ยนขึ้นทุกที?

                เมื่อหันไปมองพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้ง ผมถึงค่อยพบว่าบนใบหน้าของเขามีผ้าบางๆปิดเอาไว้อีกชั้นผ้าผืนบางนั้นกลับปกปิดใบหน้าของเขาเอาไว้ได้อย่างพอดิบพอดี บ้าไปแล้ว... นี่เรียกว่าว่าราชการหลังม่านหรือไง?

 

                ยะโฮวาห์คล้ายนึกขึ้นได้ “จริงสิ เขามารึยัง”

 

                “มาแล้ว เขาอยู่ตรงนั้น” ซามูเอลดันผมเบาๆทีหนึ่ง ผมเกร็งจนแทบจะตัวสั่น สุดท้ายก็เดินออกมาอยู่ด้านหน้า ก้าวขึ้นไปบนแท่นอย่างตื่นกลัวเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะคุกเข่าลงไป ลูซิเฟอร์ก็พูดขึ้น “ยังไม่ถึงตอนขออภัยโทษ เจ้าไม่ต้องคุกเข่าหรอก”

                พระผู้เป็นเจ้าพูดขึ้น “วันนี้เจ้าสามารถไปที่แท่นบูชาเลื่อนขั้นเป็นเทวทูตระดับสูงได้ หลังจากนั้นค่อยดูพฤติกรรมของเจ้า ว่าจะสามารถเป็นเทวดา 6 ปีกได้หรือไม่”

 

                ผมพยักหน้า ...นี่ผมกำลังฝันไปอยู่รึเปล่านะ



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวานไม่ว่างจริงๆจ้า ขอโทษที่ไม่ได้อัพตอนใหม่น้า T^T

อีกไม่กี่ตอนก็จะจบภาค 1 แล้ว (เย่ส์!!!)

ถ้าเวลาประจวบเหมาะ ไม่มีงานอะไร เราอาจจะแปลภาคสองต่อเลย

แต่เรารับประกันอะไรมากไม่ได้นะ (อาจจะมาๆหายๆ 55)

เพราะเดือนตุลา กับธันวาเป็นเดือนที่เราต้องวุ่นสุดๆไปเลย

เดือนตุลา ทั้งสอบมิดเทอม สอบ Exit Exam ไหนจะต้องส่งเอกสารยื่นฝึกงานอีก

เดือนธันวา เปิดมาก็ต้องสอบไฟนอล แล้วก็ต้องเดินทางขึ้นๆลงๆกรุงเทพหาที่พัก

(ใครรู้จักที่พักราคาดีแถวสามแยกไฟฉาย หลังไมค์ได้ค่ะ 555)

อาจจะได้เจอกันอีกทีก็นู่น~~ หลังปีใหม่อ่ะค่ะ

เอาเป็นว่าจะพยายามเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนะคะ

หลังจากนี้ถ้าวันไหนมีธุระไม่สามารถอัพตอนใหม่ได้

เราจะพยายามโพสบอกล่วงหน้านะคะ

อีกทางหนึ่งคือติดตามข่าวสารได้จากทางเพจFB ร้านหนังสือนิยายจากไต้หวัน นะจ้า

บ่นยาวนิดนึง ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ 55


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1610 palm4588 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 07:57
    เอาแล้ววว หน้าตาเหมือนกันไปอีก
    #1,610
    0
  2. #1564 bot12 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 12:35
    อยากถามว่าคุณเรียนมหาลัยไหน สนใจอยากไปเรียนครับ คือคุณแปลเก่งมากครับ
    #1,564
    0
  3. #1560 did-you-know (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:32
    อือหื้ออออ ความลับเยอะมาก
    #1,560
    0
  4. #1502 neaumn_sm (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:59
    โอ้ หน้าเหมือนตามคาด ได้เลื่อนขั้นละเน้อ
    #1,502
    0
  5. #1400 miyakojan (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:32
    โฮะๆๆๆ
    #1,400
    0
  6. #1261 nantika966 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 22:41
    เอ่อ...คุยแค่นี้จิงอ่ะ
    #1,261
    0
  7. #1224 Pear_seeyou (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 13:56
    รู้สึกปวดตับมากค่ะ

    เสียใจมากกกกก~~~ก.ไก้ล้านตัว

    ทั้งสองจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัลอีกไหมคะ







    ค้างค่ะตอนนี้ รีบกลับมาอัพนะคะรออยู่
    #1,224
    0
  8. #1215 v-v-vee (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 07:23
    นี่รึเปล่า เหตุผลที่สุดท้ายลูซิเฟอร์ติดใจลิลิธ ไม่ใช่เพราะโฉมสคราญแต่หน้าเหมือนอิสเรียล
    #1,215
    0
  9. #1171 Yingying2546 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 14:04
    ลูซิเฟอร์จะตกสวรรค์จริงๆเหรอT^T
    #1,171
    0
  10. #1154 waranya-nan (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 14:09
    สู้ๆน้าาาาเป็นกำลังใจให้ >w<
    #1,154
    0
  11. #1153 love yaoi (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 00:56
    รอๆๆๆๆ ตอนต่อไป...^_^
    #1,153
    0
  12. #1151 jamlovenami (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 10:14
    ทำไมฉันสงสารลูซที่สุด?
    #1,151
    0
  13. #1150 ichigi (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 01:41
    เดาว่าไม่สมหวังกับอิสเลยไปเอาลิลิธมาเปนตัวเเทน โอ้ววโน้วววววววว
    #1,150
    0
  14. #1149 creamzajubjub (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 01:26
    ชอบอะ คือดี
    #1,149
    0
  15. #1148 chinkichki (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 01:10
    จะอัพเวลแล้ว รอมานานแล้วโอ๊ยแม่!!!!
    #1,148
    0
  16. #1147 makinaha (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 00:16
    ชอบเรื่องนี้มากเลยคะ <3
    #1,147
    0
  17. #1146 ผ่านมาอ่าน (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 23:58
    รอจ้า เเต่ห้ามทิ้งกันนะ~ สู้ๆนะผู้เเปล

    ลูซิเฟอร์นายรักอิสเรียลได้คนเดียว!



    #1,146
    0
  18. #1145 fantasY (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 23:37
    เดี๋ยวนี้ร้ายยยย ทั้งคู่เลย 55555
    #1,145
    0
  19. #1144 alfhind (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 21:26
    ชอบแก๊งเทวดาตกสวรรค์จริงๆ 5555 //หลังจากไปดำน้ำมาก็พบเรื่องอันน่าช็อค สะเทือนใจรุนแรง ฮือ หวานแบบนี้ตลอดไปได้มั้ย TT
    #1,144
    0
  20. #1143 relis (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 20:52
    ลิลิธเธอเป็นสาวมั่นก๋มั่นต่อไปนะ อย่าไปสนผชฺคนไหนอย่ามาเป็นคนกลางระหว่างหลีปินกับลูซิเฟอรเลยน้า

    แหม่งๆนาทำไมถึงต้องสร้างให้หน้าแบบอิสเรียลแบบภาคหญิง ไม่รู้สึกเปรียบเทียบแย่รึ ที่พอเป็นญ.แล้วดูดีกว่าตอนเป็นช. ฮา
    #1,143
    0
  21. #1142 mameawxsoo2537 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 19:14
    ลิลิธหน้าเหมือนอิส ไม่แปลกใจนะ แต่คือขำอิสชมหน้าตาสวยจนน่าอิจฉาท่านลูอยุ่ตั้งนาน พึ่งสังเกตว่าเป้นหน้าตนเองเนี้ยนะ 555 นิก้เหมือนชมตัวเองอยุ่ตลอดเลยดิ 555 แต่เราก้อิจลิลิธอ่าา เดวได้อยุ่กะท่านลูช่ะ -3- ถึงจะหน้าเหมือนอิสน้อย นิสัยจะคล้าย แต่ก้ไม่ใช่อ่ะ งือออ
    #1,142
    0
  22. #1140 21298 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 18:07
    มาๆหายๆได้ เรารอเก่งนะ แต่อย่าทิ้งนะไรท์อยู่ด้วยกันจนจบภาคสุดท้ายเลยน้าาา พลีสสสส ขอบคุณมากๆที่แปลให้อ่านค่ะ
    #1,140
    0
  23. #1139 popoye (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 17:53
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ
    #1,139
    0