เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 43 : ทัณฑ์สวรรค์ [43]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    18 ก.ย. 59



-85-

                ลูซิเฟอร์คว้ามือของผมเอาไว้ ยังคงถอดเสื้อผ้าผมออกอย่างเนิบช้าไม่รีบร้อนเช่นเดิม ผมแทบจะอยากกระชากเสื้อเขาออกมาอยู่รอมร่อ เขาเอาเสื้อผ้าที่ถอดออกไปแขวนไว้ตรงด้านข้าง ผมเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ไหนเลยจะหน้าหนาไปช่วยเขาถอดเสื้ออีก สองมือกุมส่วนสำคัญค่อยๆก้าวลงไปในน้ำ ไม่กล้ากระโดดโลดเต้นอีก

                ตอนที่ลูซิเฟอร์ถอดเสื้อของตัวเองกลับเร็วกว่ามาก ไม่นานก็ตามลงมา

                ผมยิ้มตาหยี ว่ายๆๆ ดีดน้ำจนกลีบกุหลาบกระเด็นกระดอนมาติดตัวมากมาย ว่ายไปจนถึงด้านหน้าของเขาก็พุ่งเข้าไปกอดรัด แนบจูบในทันใด ขณะที่ไฟร้อนกำลังเริ่มเผาไหม้ ลูซิเฟอร์ก็ผลักตัวผมออก “อาบน้ำก่อน”

                ผมส่งเสียงตอบรับยานคาง ก่อนจะลงมืออาบน้ำอย่างรวดเร็ว ถูบนถูล่างถูซ้ายถูขวา เขาพลันยื่นมือออกมาคว้ามือผมไว้ พูดว่า “อาบแบบนี้ไม่สะอาด แล้วก็ไม่ดีต่อร่างกายด้วย ข้าช่วยเจ้าดีกว่า”

                คนระดับเดียวกับยะโฮวาหัวโบราณอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย วันๆเอาแต่คิดเรื่องรักษาสุขภาพ

               

                เขาปัดกลีบดอกไม้ที่ลอยขวางระหว่างผมกับเขาออกไป กลีบดอกไม้มากมายติดอยู่บนมือของเขา สีแดงของมันดูบาดตาราวกับสีเลือด เขากลับไม่ใส่ใจเลยซักนิด ยังคงปัดกลีบดอกไม้ต่อไป ท่ามกลางกระแสน้ำอุ่นร้อน เขาค่อยๆเข้ามาใกล้ตรงหน้าผม ค่อยแนบร่างเข้ามาจนชิด

                คนสองคนร่างกายแนบสนิทกันอย่างสมบูรณ์ ราวกับไม่อาจแยกออกจากกันได้ เสียดสีจนทำให้รู้สึกคันยิบๆอยู่ในหัวใจ

                ผมไม่ชอบอะไรที่มันดูคลุมเครืออ้อมค้อม เลยตัดสินใจยื่นมือออกไปโอบเขาเอาไว้หวังจะลดความร้อนในร่างลง แต่กลับกลายเป็นยิ่งกระพือไฟในตัวให้ลุกโหม

                ริมฝีปากของเขาแนบอยู่ที่บ่าของผม สองมือเลื่อนผ่านไปยังแผ่นหลัง ขัดถูอย่างอ่อนโยน

                ผมกอดเขาแน่น พูดออกมาอย่างอดไม่ไหว “เสร็จรึยัง?”

 

                ลูซิเฟอร์แนบจูบลงบนหลังคอของผมทีหนึ่ง มือของเขาเช็ดถูไปตามใต้วงแขน สีข้าง และสะโพกของผม ผมจั๊กจี้จนอดหัวเราะออกไม่ได้ ก่อนจะรั้งใบหน้าของเขาเข้ามาจูบหลายครั้ง พลางยื่นมือออกไปจั๊กจี้เขาคืนบ้าง แต่ลูบมืออยู่นานเขากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลยซักนิด ผมจิ้มมือไปมาอย่างเบื่อหน่าย “ไสหัวไป ที่แท้ท่านก็ตายด้าน” พึ่งพูดคำนี้จบ มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

                เจ้าหมอนี่มันแกล้งทำนี่หว่า!

                ผมพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาราวกับพบเจอทางสว่าง สองมือยื่นเข้าไปจั๊กจี้เขาอีกครั้งอย่างสุดความสามารถ

                ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวต้องย่อเอวหลบพลางส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงใสกระจ่างจนทำให้จิตใจคนสั่นไหวไปหมด

 

                สุดท้าย เราทั้งคู่ก็กอดกันกลมถูหลังให้กัน คราวนี้เป็นตาผมถูหลังให้เขาบ้าง

                ผมอิงร่างอยู่บนร่างของเขาอย่างเกียจคร้าน พลางมองแผ่นหลังเขาไปด้วย

                ผิวของเขาขาวกระจ่างเนียนนุ่ม ดุจหิมะดุจหยก

                ปีกทั้ง 6 เองก็นุ่มมือเนียนละเอียดดุจเส้นไหม แผงปีกเรียวยาว โครงสร้างงดงามสมส่วน ทั้งยังเปล่งแสงเรืองรองออกมาเป็นระยะ

                ผมลูบปีกของเขาอย่างเบามือ สัมผัสนุ่มมือนั้นราวกับสามารถทะลุผ่านฝ่ามือพุ่งเข้ามาถึงกลางใจได้

                ปีกของเขาขยับเบาๆทีหนึ่ง เสียงเรืองรองงดงามก็แผ่ออกมา ราวกับแสงอาทิตย์แห่งความหวังที่ส่องผ่านชั้นเมฆ

 

                ผมขบเม้มใบหูของเขาพลางแนบร่างกายท่อนล่างเข้าหาเขา “พอได้รึยัง?”

                เขาผ่อนลมหายใจออกเบาๆ ปลายนิ้วเลื่อนไปตามแนวสะโพกก่อนจะอ้อมเลยไปตรงบั้นท้าย

                สองขาของผมหุบเกร็งโดยไม่ตั้งใจ เขาตีผมเบาๆทีหนึ่ง “อย่าเกร็ง ไม่งั้นข้าจะตีเจ้า”

                ผมพยายามผ่อนคลายอย่างสุดความสามารถ มือของเขาสอดเข้าไปตรงกลางระหว่างขาของผมช้าๆ ไล้ไปตามต้นขา...... ผิวบริเวณนั้นราวกับเป็นก้อนอิฐที่อ่อนร่วน เพียงสัมผัสแค่ครั้งเดียวก็แตกออกเป็นพันๆชิ้น

                ผมกัดข้อมือตัวเอง รู้สึกนับถือขีดความอดทนของตัวเองขึ้นมาทันที

                เขาราวกับกำลังจงใจลูบไล้วนเวียนไปมาอยู่ตรงจุดนั้น ผมต้องต่อสู้กับร่างกายท่อนล่างของตัวเองอยู่หลายครั้ง

                สุดท้ายผมก็โมโหขึ้นมา กัดคอเขาไปคำหนึ่งเหมือนตัวเองเป็นผีดูดเลือด “ตกลงท่านจะทำหรือไม่ทำกันแน่! ถ้าท่านไม่ทำผมทำเอง!

                ลูซิเฟอร์ผ่อนร่างของผมออก ยิ้มเจ้าเล่ห์ “อยากทำทำไมรีบบอกล่ะ?”

                ผมเถียงอย่างมีน้ำโห “พอพูดแล้วท่านก็เอาแต่ทำท่าทางแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะใจเย็นไปถึงไหน!

                ลูซิเฟอร์ดันไหล่ทั้งสองข้างของผมไปด้านหลัง จนผมชนเข้ากับขอบสระ

                เขาโค้งใบหน้าลงมาคร่อมร่างของผมไว้

                “อิสเรียล เจ้าจะรีบร้อนไปทำไม?”

                ผมนิ่งอึ้งไป ...หมายความว่ายังไง?

                เขาแนบร่างเข้ามา เสียดสีร่างกายท่อนล่างกับผมไม่หยุด

                “พวกเราต้องค่อยๆเสพสุขกับขั้นตอน ไม่ใช่รีบร้อนเพื่อผลลัพธ์ ใช่หรือไม่?”

                ผมพยักหน้า

                ในดวงตาของเขาปรากฏแสงวาบผ่านไปครู่หนึ่ง “ถ้าเกิดว่ายังไม่พอ พวกเราก็ยังสามารถทำต่อไปเรื่อยๆทั้งวันหรือแม้แต่หลายวัน......แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?”

                ผมพยักหน้ารับในทันที

                ผมยังจำได้ว่าเขาเคยบอกเอาไว้ว่าอยากให้ผมสอนเขาว่าอะไรคือการร่วมรักระหว่างคนรัก ไม่ใช่ตัณหา......แต่ดูๆแล้ว เหมือนจะเป็นตรงกันข้ามนะ ...เหงื่อตก

                ไม่แปลกที่ปีศาจบ้ากามอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิผู้ไร้เทียมทานที่เมตาตรอนพูดถึงอย่างลูซิเฟอร์จะ Very Good ขนาดนี้

                ไม่แปลกที่ใครๆต่างก็บอกว่าเขาเก่งเรื่องผู้หญิงมากๆ

                ไม่แปลกที่แซนเดอฟานจะเอาเขาเขียนลงไปในหนังสือของตัวเอง

                และไม่แปลกเลยที่ทำไมแฟนคนก่อนหน้าๆชอบบอกว่าผม “มักมาก” เกินไป ทำอย่างกับว่าโดนผมฟันแล้วทิ้งอย่างนั้นแหละ~~

                บ้าเอ้ย... ผมถึงขั้นเห็นเห็นคำนี้เป็นคำชม คิดว่าความหมายประมาณคล้ายๆคำว่า “ผ่าเผย” “โรแมนติค” “เกินต้านทาน” อะไรทำนองนั้นซะอีก ที่ไหนได้ กลับเป็นคำด่าบอกว่าผมเป็นพวกไม่เข้าใจเรื่องความรักเข้าใจแต่ใช้ท่อนล่างอย่างเดียว!

 

                ลูซิเฟอร์กอดเอวผมเอาไว้ ริมฝีปากของเขาค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนจะแนบลงมาบนริมฝีปากของผมอย่างอ่อนโยน

                ผมพยายามผ่อนคลายความร้อนในร่างของตัวเองลง ตอบสนองจูบจากเขา สัมผัสเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

                อารมณ์เป็นสิ่งที่ยากจะควบคุม ผมเกาะเกี่ยวลำคอของเขาเอาไว้ ปลายลิ้นไล้เลียไปตามกลีบปากของเขา แทบจะกดเขาจมลงไปในน้ำด้วยกัน

 

                เขาปล่อยร่างผม หอบหายใจเบาๆ “ตอนนี้พอก่อนดีกว่า เวลาของพวกเรายังมีอีกเยอะ”

                ราวกับจมอยู่ในบ่อสุรา ปล่อยให้ความเมามายไหลไปตามผิว ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ผมพิงอยู่ตรงขอบสระ ภาพที่เห็นส่ายไหวไปมา พร่ามัวไม่ชัดเจน

 

                ไม่นาน คนสองคนก็เริ่มผ่อนคลายลง

                ผิวน้ำยังคงกระจ่างใส กลีบดอกไม้ลอยละล่องเป็นแพ กลุ่มไอน้ำลอยขึ้นหมุนวนอยู่กลางอากาศ

                ท่ามกลางม่านหมอกสีขาวจางๆ ผสมกับกลิ่นหอมอบอวลของกุหลาบ......ให้ความรู้สึกมอมเมาจิตใจคนให้หลงละเมอ

                ลูซิเฟอร์ถามความเห็น “อยากทำข้างบนหรือในน้ำ”

                ผมตอบกลับไป “ข้างบน”

                ตอนอยู่ในน้ำ ผมแทบจะทำตัวเองหกล้มตั้งไม่รู้กี่ครั้ง อีกอย่างเวลาสัมผัสในน้ำเองก็......ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่

                เขาพยักหน้าก่อนจะปีนขึ้นจากสระ จากนั้นก็ประคองพาผมขึ้นไป

 

                ที่ขอบสระมีแท่นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนนั้นปูพรมขนแกะสีขาวหิมะเอาไว้ด้วย

                ผมไม่ทันจะได้ล้มตัวลงนอน ลูซิเฟอร์ก็ขึ้นมาทาบทับ แนบจูบลงไปตามร่างกายของผมอย่างแผ่วเบา ตั้งแต่ลำคอไปจนถึงกระดูกไหปลาร้า ตั้งแต่กระดูกไหปลาร้าไปจนถึงหน้าอก สุดท้ายก็ลงต่ำไปที่ด้านล่าง ร่างกายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพลันดีดตัวลุกขึ้นทันที

                การหยอกเย้าดำเนินไปเนิ่นนานนับชั่วโมง ในขณะที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะขาดใจตายไปจริงๆ เขาพลันแยกขาทั้งสองข้างของผมออกพร้อมกับร่างกายที่เบียดชิดเข้ามา ใช้สายตาจ้องมาที่ผมเป็นเชิงถาม

                ร่างกายของผมเกร็งค้าง ผมพยักหน้า

                เขาโค้งร่างลงมาจูบผมครู่หนึ่ง “เจ้าน่าจะเคยอยู่ข้างล่างมาก่อน ไม่น่าจะเจ็บมาก เด็กดี อย่าเกร็ง”

                ผมสูดหายใจเข้าลึก พยักหน้าอีกครั้ง

                “ผมรู้” ผมคว้ามือของเขาไว้ “แต่ว่า นี่เป็น......ครั้งแรกของท่านกับผม”

                “ไม่ใช่... ไม่ใช่ครั้งแรก”

                ไม่ทันได้มีเวลาให้คิด ลูซิเฟอร์พลันแทรกร่างเข้ามาในร่างของผม

                จริงอย่างที่เขาบอก มันไม่ได้เจ็บอะไรมาก แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะรับได้ยิ่งกว่าผุดขึ้นมา

                นั่นคือ...ความว่างเปล่า

                ร่างกายเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า

                ความว่างเปล่าที่ไร้ที่สิ้นสุด

                ราวกับเป็นหลุมดำที่ใจกลางเป็นสนามแม่เหล็กแรงกล้า ไม่ว่าจะใช้สิ่งใดใส่เข้าไปก็ไม่อาจจะเติมเต็มหลุมนั้นได้

 

                มีดอกไม้นับไม่ถ้วนเบ่งบานอยู่รอบด้าน บุปผาที่เบ่งบานด้วยพลังชีวิต

                ดุจอัคคีที่แผดเผา... ดุจโลหิตที่นองฉาน... ดุจความทรมานที่ไม่มีสิ้นสุด

                ท่ามกลางดงดอกไม้สีแดงเข้มเหล่านี้ เต็มไปด้วยปีศาจชั่วร้าย น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง

                ชื่อของมันคือพลับพลึงแดง...

 

                ขาทั้งสองข้างพยายามหุบเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่อาจควบคุม แต่ทุกครั้งเป็นต้องถูกวัตถุแข็งแกร่งบางอย่างที่พุ่งกระแทกเข้ามาขวางกั้นเอาไว้

                มันกระแทกเข้ามาในกายเนื้อของผมจนสุดทาง แปรเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผม

                และนั่นก็เป็นของเขา

                ลูซิเฟอร์ขยับร่างกายอย่างเนิบช้า ผมได้ยินเสียงเปียกแฉะดังสะท้อนก้องอย่างชัดเจน ราวกับใช้กิ่งไม้แหย่เข้าไปในรังผึ้ง ทั้งเหนอะหนะทั้งฉ่ำชื้น

                รุกเข้าครอบครองก่อนจะถอยจากไปเช่นนี้ไม่หยุด

                ความรู้สึกต่างจากตอนที่เป็นฝ่ายรุกรานและบ้าคลั่ง ความรู้สึกของการเป็นฝ่ายถูกรุกรานทั้งเจ็บปวดทั้งทรมานแต่เป็นความทรมานที่ทำให้หลงลืมความเจ็บปวด

 

                คราวก่อนที่ถูกพวกเทวดาน่ารังเกียจเหล่านั้นรุมกระทำ ผมไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความรู้สึกใดๆ มีแต่คำว่า อยากอ้วก อยากอ้วก แล้วก็อยากอ้วก

                แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันเลยซักนิด

                ขณะที่จดจ่อร่างกายเสพสุขอยู่ท่ามกลางอารมณ์ปรารถนา ...บางสิ่งบางอย่างคล้ายจะเลือนหายไป

 

                มันต่างจากการปล้นชิงไปก่อนหน้านี้

                บางสิ่งบางอย่างกำลังจะหายไปจริงๆ

                ผมคว้าเส้นผมของลูซิเฟอร์เอาไว้ บังคับให้เขาก้มหน้าลงมา ปรารถนาให้สองร่างหลอมรวมเข้าด้วยกัน ไม่แยกจากกันอีก

                ลูซิเฟอร์กอดรัดผมเอาไว้แน่น ประทับจูบลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ยอมหยุด

 

                ภาษาดอกไม้ของพลับพลึงแดงหมายถึงลางร้าย การพรากจาก รวมไปถึง......ความทรงจำที่แสนเจ็บปวด

                พลับพลึงแดง... ลิลลี่แมงมุม... ตำนานเล่าว่า... มันคือดอกไม้ที่ราชาปีศาจลูซิเฟอร์โปรดปรานเป็นที่สุด...

 

                หลังจากตอนนั้น จีซัสได้ถามผม ถ้าเกิดเจ้าสามารถหยุดเวลาได้ เจ้าจะเลือกเวลาใด? จะใช่ตอนที่ลูซิเฟอร์ยังเป็นจ้าวบนสวรรค์ ส่วนเจ้าก็เป็นเทวทูตระดับกลางหรือไม่?

                ด้านล่างครรลองสายตาคือแดนสวรรค์ เป็นท้องมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่ เป็นผืนป่ามัลเบอรี่ที่อุดมสมบูรณ์

                ผมหันหน้ากลับไปส่งยิ้มให้เขาก่อนจะส่ายหน้า

                ข้าพอใจมากกับชีวิตของข้าในตอนนี้ มหาเทพจีซัส ถ้าเกิดท่านมีเวลาว่างลงไปเที่ยวที่โลกปีศาจ ท่านจะเห็นว่าที่นั่นมีป่าพลับพลึงแดงกว้างใหญ่ไพศาล วันแล้ววันเล่า พวกมันยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ...ยิ่งเจ็บปวดขึ้น

                ‘มีของบางอย่างที่ไม่อาจคงอยู่ได้ตลอดกาล ...สิ่งนั้นก็คือนิรันดร

 

                พลับพลึงแดงคือความผิดบาป

                งดงาม... เปี่ยมเสน่ห์... แม้ว่าจะสิ้นหวัง แต่มันก็ยังคงแผ่กลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้เสพติดออกมาอยู่เช่นเดิม

                ก็เหมือนกับปณิธานอันผุดผ่องในวัยหนุ่มสาว... ก็เหมือนกับคำสาบานที่ไม่อาจทำให้เป็นจริงได้...

 

                ก็เหมือนกับการที่ท่านยืนอยู่บนฝั่งโน้น แล้วก็เหมือนกับการที่ข้ายืนอยู่บนฝั่งนี้

 

                ยังคงเฝ้ารอ... ยังคงบ้าคลั่ง...




----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้มีแค่ตอน 85 ตอนเดียวนะจ๊ะ (คือยาวมาก เกือบเท่าตอนที่ 83-84 รวมกัน)

ขอให้ Enjoy ค่ะ 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1608 palm4588 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:23
    เห้อ?! ทำไมกลิ่นดราม่ามันโชยมาแรงอย่างนี้!!!
    #1,608
    0
  2. #1500 neaumn_sm (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:41
    ไม่ใช่ครั้งแรก หืมมมมม
    #1,500
    0
  3. #1442 moony+lilac (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 22:25
    อา มีแววมาม่าจริงๆ ด้วย

    แต่ที่บอกว่าไม่ใช่ครั้งแรกนี่อะไรนะ งงเว้อ นึกไปถึงตอนงานวันเกิดของเมตตราตรอนที่บอกว่าตื่นมาตัวเปลือยนี่แหละ เอ๊ะเอ๊ะ
    #1,442
    0
  4. #1398 Miyakochan (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:00
    คือดีงาม
    #1,398
    0
  5. #1259 nantika966 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 22:07
    ไม่ใช่ครั้งแรก หรือว่าตอนงานวันเกิดที่เมาเละตอนนั้นก้...
    #1,259
    0
  6. #1116 janjirasuso (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 12:06
    ขอบคุณคะ
    #1,116
    0
  7. #1111 -_Saki_- (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 11:34
    บอกเลยว่ารออ่านตอนที่ 85-86 มาตั้งนานแล้วววว. ตอนที่ 86 นี้เราเฝ้ารอที่สุด 555. ตอนดำน้ำคืออึ้งไปหลายนาทีต้องย้อนกลับไปอ่านตอนต้นๆเลยทีเดียว
    #1,111
    0
  8. #1109 ลูกกวาดสีแดง (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:28
    กลัวม่าม่ามากๆ แต่ก็อยากอ่าน 5555 

    คงแบบที่ในตอนบรรยายฮิกันบานะอ่ะละ แม้จะสิ้นหวังก็เย้าย่วนชวนให้เสพติด 5555
    #1,109
    0
  9. #1108 พอยธนา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:55
    เหะก่อนหน้านี้อะไรทำไมไม่รู้
    #1,108
    0
  10. #1106 ma_jung (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 18:27
    มีความดราม่าาาา อ่านไปนิแบบกำลังทำอะไรดีๆกันอยุ่ช่ะ คือฟินไม่สุดเพราะรุ้สึกเศร้าใจอ่า อนาคตต้องแยกจากอะนะ ตอนนี้เหมือนปณิธานรักวัยหนุ่มสาวแสนสุข แต่อนาคตขมขื่น แถมยังแยกกันอย่างนานนนน ท่านลูก้มีคนข้างกายงายในนรก ละมิคาเอลล่ะ
    #1,106
    0
  11. #1105 Faren-Hight (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 17:58
    อ่า รอดราม่าเคล้าน้ำตาอยู่ค่าาา
    #1,105
    0
  12. #1104 relis (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 09:58
    ขนาดกำลังมีความสุข ยังรับรู้ได้ถึงเค้าลางของความเศร้า

    แล้วครั้งแรกนั่นกับอิสเรียลตัวจริงเรอะๆๆๆ
    #1,104
    0
  13. #1102 TaNgWa ^^ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 04:01
    สนุกมากกก เค้าได้กันเเล้วค่ะคุณ ขอบคุณที่เเปลมาให้อ่านนะคะ ติดตามค่าาาา
    #1,102
    0
  14. #1101 ryokicharlotte (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 01:16
    อร๊ายยยย เค้าได้กันแล้ววววว
    #1,101
    0
  15. #1083 ฮ่อยจ๊อ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 16:29
    กรี้ดดดด ไหนว่ามีเรื่องจะบอกกก
    #1,083
    0
  16. #1082 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 16:27
    อะไรคือการที่ลูบอกกับอีสน้อยไปว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกกัน? ทั้งๆที่อิสเรียลบอกครั้งแรก? หมายความว่ายังไง หรือจะตั้งแต่อิสเรียลยังเป็นอิสเรียลคนเดิม ? เอ๊ะ...??? ตอนหลังแทนที่จะสุขกลับขมซะงั้น ต่างคนต่างก็น่าจะรู้อนาคตของตัวเองดี (เว้นอิสเรียลไว้เพราะน่าจะยังไม่รู้เรื่องมิคาเอล) เฮ้อ...ตอนหน้าคงไม่มีม่ารออยู่ใช่มั้ย แหะๆ // ปล.แอบสงสัยพฤติกรรมของท่านเมตาตรอนตั้งแต่ตอนที่แล้ว ตอนที่ท่านลูจูบอิสเพื่อรักษาแผลในปากอ่ะ แล้วท่านเมตาตรอนทำไมรีบพูดแล้วรีบไปแบบนั้น? อ่า...อาการออกตั้งแต่ตอนที่ลูบอกเมตาตรอนว่าอิสไม่ได้ชอบ แต่รักลู ฮือ ไม่ใช่ว่า ที่จริงแล้วเมตาตรอนไม่ได้คิดกับอิสเป็นแค่คู่เคยนอนแต่ดันชอบอิสจริงๆใช่มั้ย ฮือ ถ้าชอบจริงๆล่ะก็ เห็นเขาสวีทกันบบนั้นต้องรู้สึกไมโอเคมาดแน่ๆ ... ;-;
    #1,082
    0
  17. #1079 NoEnd-Infinity (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 16:06
    //ปิดตาแต่แอบมอง
    #1,079
    0
  18. #1077 Flint (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 14:11
    อิสเรียลคนเด๋อ 555555
    #1,077
    0
  19. #1074 ผ่านมาอ่าน (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:47
    หวานปนขม รักเเล้วทุกข์อย่ามีรักจะดีกว่า เฮ้อ ทั้งสองคนน่าจะรู้อนาคตที่รออยู่อยู่เเล้วเเต่ก็เลี่ยงไม่ได้ อิสเรียลนางฮามากจริงๆ ผู้เเปลสู้ๆนะค่ะ หาคำมาบรรยายได้ดีเลยค่ะ ไม่มากไม่น้อยเกิน เป็นบทที่บรรยายได้ดี สวยงามไม่หยาบโลน เบาๆเเบบนุ่มนวล เเต่ทำไมอยากร้องไห้จัง

    ปล. ท่านเมตาตรอนเป็นได้เเค่ตัวประกอบสินะค่ะ=_=เชียร์ผู้เเปลดีกว่า สู้ๆนะค่าาา อินจัดฮ่าๆ

    #1,074
    0
  20. #1072 fenr (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:44
    ทำไมรู้สึกดราม่าเฉยเลยอ่ะ (อิสเรียลจำอดีตได้เเล้วหรอTT)
    #1,072
    0
  21. #1071 mana_ai (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:26
    เด๋วนะ อิสเรียล เอ็งมีหนอนอยู่ในตัวไม่ใช่? งั้นลูจังก็จะติดหนอนป่ะนิ? > <
    #1,071
    1
  22. #1070 APRIL (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:25
    รู้สึกได้ถึงความมาม่าจากอิสเรียล หลังจากที่ลูซมันเพิ่งมาม่าสุกและกินหมดไปแล้ว
    #1,070
    0
  23. #1069 AroVerA (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 11:49
    ภาษาเบาๆสวยๆไม่หยาบโลน แต่จิ้นตามแล้ว...ตัวจะระเบิด เป็นncที่18+แต่บรรยายได้13+ คือมันลงในนี้ได้โดยไม่ถูกรายงานอะ
    #1,069
    0
  24. #1068 Chinkikwon (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 11:44
    คำสวยมากเลย สวยกว่าNC(?) ที่เคยอ่านมาเลย อ่านแล้วน้ำลายไหล
    #1,068
    0
  25. #1067 XinSin_SERA (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 11:41
    อาหารที่ควรจะหวานจนมดตอมกลับกลายป็นมาม่าที่รอคอยเวลาอืด
    #1,067
    0