เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 42 : ทัณฑ์สวรรค์ [42]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    18 ก.ย. 59



-83-

                ผมพักอยู่ที่ปราสาทแห่งแสงได้ไม่นานก็ต้องพบกับเรื่องยุ่งยากเรื่องหนึ่งเข้า ผ้าม่านในห้องถูกดึงเปิดออก หน้าปักนาฬิกาที่อยู่ไกลออกไปชี้บอกเวลา 9 โมงตรง ผมถูกใครบางคนปลุกให้ตื่น คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มสาวใช้นั่นเอง เจ้าหล่อนใช้ไม้ในมือตีผมเบาๆ “ทำไมเจ้ายังไม่ไปอีก?”

                ผมกำลังนอนหลับอย่าง Happy ในฝันสาวงามมากมายรุมล้อมผม ขอร้องให้ผมทิ้งลูซิเฟอร์แล้วไปหาพวกเธอดีกว่า ขณะที่กำลังลังเลใจก็พลันถูกไม้ตีเข้าทีหนึ่งทำเอาสะดุ้งตื่น ผมเด้งตัวลุกขึ้นมองฝ่ายตรงข้ามอย่างสะลึมสะลือ ผมพลันนึกสงสัยขึ้นมาว่าคนตรงหน้าอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงรึเปล่า เธอเห็นผมโป๊ล่อนจ้อนแต่กลับไม่เขินอายเลยซักนิด อย่าบอกนะว่า......

                ผมขยี้ตาไปมา “ฉันยังนอนไม่อิ่มเลย” คาดว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะถูกผมทำให้โกรธจนพูดอะไรไม่ออกไปอยู่นาน จนผมเริ่มจะง่วงหลับไปอีกรอบ เธอถึงได้เคาะไม้ลงมาอีกครั้ง “ใครก็ตามที่เข้ามาปรนนิบัติ พอเสร็จหน้าที่ก็ต้องออกไปทันที นี่เจ้ากลับยังเอาแต่นอนจนถึงตอนนี้ ถ้ามหาเทพกลับมา เจ้าได้เดือดร้อนแน่ รีบไปซะ”

                แม่- นี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกันชัดๆ ลูซิเฟอร์เป็นฮ่องเต้หรือยังไงกัน

                ผมตบหมอน ก่อนจะมุดกลับเข้าไปในผ้าห่ม ขดตัวเป็นก้อนกลม

                ผู้หญิงคนนั้นคิดจะลากตัวผมลงมา ผมจึงกลิ้งหลบ กลิ้งจนไปถึงขอบเตียงอีกด้านก็หลับต่อ พอเธอพยายามจะดึงอีก ผมก็กลิ้งอีก ดึงๆๆ กลิ้งๆๆ สุดท้ายเสียง ตึง ก็ดังขึ้น ผมร่วงตกจากเตียง ...ความรู้สึกไม่ต่างจากตอนหล่นลงจากเหว

                ระหว่างที่ร่วงลงมา ผมก็จัดการเสื้อผ้าหลุดลุ่ยยับยู่ยี่บนตัวให้เข้าที่ก่อนจะบินลงไปด้านล่าง ผมไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าเด็กน้อยจึงบินกลับขึ้นไปที่ด้านบน แต่ดันถูกสาวใช้คนเดิมตีเข้าให้อีกรอบหนึ่ง เจ้าหล่อนกระโจนเข้ามาขวางหน้าผมเอาไว้ “ห้ามขึ้นไปนะ มหาเทพปกติอ่อนโยนก็จริง แต่ไม่เคยผ่อนปรนกับผู้ฝ่าฝืนกฎ ออกไปได้แล้ว” ผมพูดขึ้น “ฉันเป็นสามีของเขา เขาตีฉันไม่ลงหรอกน่า ให้ฉันขึ้นไป” สาวใช้นางนั้นตกตะลึงพรึงเพริด พอตั้งสติได้ก็หันซ้ายหันขวา ก่อนจะลากตัวผมออกไปทางด้านนอกอย่างแรง แต่ลากไปได้ครึ่งทางก็หยุดไปซะดื้อๆ ถึงขั้นถอยลงไปคุกเข่าเลยด้วยซ้ำ จากแม่เสือจอมดุกลายร่างเป็นแม่หนูตัวจ้อยไปในพริบตา

                ผมอดรู้สึกยืดขึ้นมาครู่หนึ่งไม่ได้ ขณะที่กำลังสาละวนอยู่กับการปีนกลับขึ้นไปบนเตียง ข้อมือก็ถูกใครบางคนดึงรั้งเอาไว้

                “พูดใหม่อีกทีซิ เมื่อกี้ข้าฟังไม่ถนัด” น้ำเสียงก้องกังวานน่าฟังดังขึ้นจากทางเหนือศีรษะด้านหลัง ผมหันหน้ากลับไปโผกอดเขาเต็มรัก “แสงแดดวันนี้สดใสดีจังเลย~~” เขาลูบปีกของผมเบาๆ “แสงแดดของที่นี่ก็เป็นแบบนี้ทุกวันนั่นแหละ” ผมแย้ง “ไม่นะ วันนี้สดใสเป็นพิเศษจริงๆ” เขาพูดขึ้นยิ้มๆ “เมตาตรอนพึ่งส่งอาหารจากแดนปีศาจมา เจ้าอยากชิมหรือไม่?”

                พึ่งจะพยักหน้าตอบรับ ผมก็นึกไปถึงเมตาตรอนขึ้นมา ใจที่ลิงโลดอยู่แต่เดิมพลันชืดลงเล็กน้อย ยังไงเรื่องนี้ก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี เอาเป็นว่าออกไปอธิบายตามตรงก็น่าจะไม่มีปัญหาละมั้ง

 

                ผมหลับตากัดฟันเดินรวดเดียวไปจนถึงโถงใหญ่ ก็มองเห็นจุดดำๆจุดหนึ่งอยู่ห่างออกไปไกลลิบ จากนั้นก็ต้องกัดฟันทนเดินต่อไปอีก ในที่สุดก็มองเห็นเมตาตรอนยืนอยู่ตรงด้านข้างโต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่ บนใบหน้าประดับรอยยิ้มชั่วร้ายอย่างไม่ปิดบัง บนมือที่สวมถุงมือหนังสีแดงสดของเขาถือลูกกลมๆสีดำเล็กๆไว้ลูกหนึ่ง เมตาตรอนพูดขึ้น “อิสเรียลน้อย ดูท่าวันนี้เจ้าจะอารมณ์เบิกบานมากเลยนะ เบิกบานถึงขั้นกินบะหมี่ทางจมูกได้เลยล่ะ ฮะฮ่า”

                ผมหันหน้ากลับไปมองลูซิเฟอร์ เขามัวแต่ชักช้าอืดอาด ชายชุดของเขาโบกสะบัดไปมา ท่าเดินแต่ก้าวขนาดแมวยังต้องอาย

                บ้าเอ้ย ทำไมเขายังจำเรื่องนี้ได้อยู่อีกเล่า~~~

                เมตาตรอนถือถ้วยสีเงินใบเล็กขึ้นมาจากบนโต๊ะ ก่อนจะใช้นิ้วเคาะไปมาเกิดเสียงกิ้งๆขึ้นไม่หยุด “ข้าไม่บังคับให้เจ้ากินมากหรอก ถ้วยนี้ถ้วยเดียวก็พอแล้ว” พูดจบเขาก็ดีดลูกแก้วสีดำในมือเบาๆ ผิวลูกแก้วแตกออกก่อนที่วัตถุเล็กเรียวที่ยาวมากๆจะไหลออกมาพร้อมกับของเหลวร้อนระอุ เกิดควันสีขาวลอยขึ้นมาบางเบา พริบตาเดียว ถ้วยใบนั้นก็เต็มไปด้วยบะหมี่ร้อนๆอย่างน่าอัศจรรย์

                ที่แท้ นี่ก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากแดนนรกที่ปรมาจารย์เมตาตรอนปรุงขึ้นเป็นพิเศษนี่เอง ...ฮะฮ่า

                เขาคว้าซ่อมขึ้นมาอันหนึ่ง เกี่ยวเส้นบะหมี่ในถ้วยขึ้นมากลางอากาศ 2-3 ครั้ง ก่อนจะยื่นมาที่จมูกของผมอย่างช้าๆ “มามะ กินสิ รสชาติไม่เลวเลย ข้าปรุงด้วยเครื่องปรุงตั้ง 72 ชนิดเลยนา”

 

                ไม่ทันรู้ตัวก็รู้สึกร้อนวาบที่ปลายจมูกขึ้นมา ผมโบกมืออย่างแรง “ไม่เอาๆ แบบว่าสองสามวันนี้จมูกไม่ค่อยสบาย......”

                เมตาตรอนพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ไม่เป็นไร บะหมี่นี่มีสรรพคุณลดน้ำมูกบรรเทาหวัด”

                แม่-เอ้ย นี่มันยาฆ่าแมลงมากกว่า!

                ผมหันตัวกลับ ใช้สายตาเว้าวอนหาใดเปรียบจ้องไปที่ลูซิเฟอร์ ลูซิเฟอร์หันไปมองเมตาตรอนก่อนจะหันมามองผม “มีอะไรงั้นเหรอ?” ผมพูดขึ้น “มหาเทพเมตาตรอนบังคับผมให้ใช้จมูกกินเส้นบะหมี่~~” ลูซิเฟอร์ฉีกยิ้มบางๆ “เมตาตรอน เจ้าทำอะไรแปลกๆอีกแล้ว” เมตาตรอนแก้ตัว “อิสเรียลน้อยเป็นคนพูดเองต่างหาก อย่าโทษข้าสิ”

                ลูซิเฟอร์หันมาจ้องผมอีกครั้ง

                ผมมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะยักไหล่ “ผมพูดว่าถ้าผมชอบท่าน จะใช้จมูกกินเส้นบะหมี่”

                “เขาไม่ได้ชอบข้า” ลูซิเฟอร์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเสริมประโยคที่ยิ่งทำผมกระอักเลือดออกมา “เขาบอกว่าเขารักข้าต่างหาก”

                ฟ้าดินเป็นพยาน ผมตายแน่!

                ผมลูบหน้าตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม รู้สึกขนทั้งร่างกำลังลุกชัน รู้สึกแย่ลงยิ่งกว่าเดิมซะอีก ผมทนไม่ไหวยื่นมือออกไปสะกิดเขาหลายรอบ ลูซิเฟอร์ยืนนิ่งๆทำตัวเป็นเทพีเสรีภาพ ฉีกยิ้มมีลับลมคมในออกมา

                เมตาตรอนร้องเสียงอ้อออกมายาวเหยียด “งั้นบะหมี่นี่ข้ากินเอง”

                เมตาตรอนเริ่มยกบะหมี่ขึ้นซด ใบหน้าฝังอยู่ในถ้วยจนมองไม่เห็นสีหน้า ผมหันความสนใจไปที่บนโต๊ะหินอ่อน บนนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของแปลกตากองหนึ่ง ผมเลือกลูกอมที่ห่อด้วยกระดาษหลากสีสันมาเม็ดหนึ่ง พอแกะเปลือกออกก็เห็นลูกอมเม็ดสีขาว บนลูกอมสลักตัวหนังสือภาษาปีศาจเอาไว้ ผมไม่แม้แต่จะอ่านก็โยนมันเข้าปากไปในทันที พลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดเสียดแทงแล่นพล่าน ลูซิเฟอร์ตบผมเข้าที่กลางหลังอย่างแรง ทำให้ลูกอมเม็ดนั้นกระเด็นร่วงลงพื้นพร้อมกับเลือดจำนวนหนึ่ง

                ผมตกใจยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองทันที ...นั่นเป็นเลือดของผม

                เมตาตรอนเห็นลูกอมเม็ดนั้นที่พื้นก็เงยหน้าขวับขึ้นมามองผมทันที “อิสเรียลน้อย เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่มั้ย? เห็นอะไรก็จับโยนใส่ปากไปเสียหมด เจ้าเป็นเด็กทารกหรือยังไง?” ผมกุมปากพยักหน้าด้วยสีหน้ายู่ยี่

                ลูซิเฟอร์ประคองหลังคอของผมเอาไว้ ผมเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง เขาขยับเข้ามาใกล้ก่อนที่จะส่งปลายลิ้นเข้ามาในปากของผม ลิ้นของเขาเกี่ยวพันลิ้นของผมเอาไว้ ทั้งยัง...... ผมรีบผลักเขาออก “อี๋ สกปรก เอาน้ำลายมาใส่ปากคนอื่นได้ยังไง!

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ข้ากำลังรักษาเจ้าอยู่ต่างหาก”

                ผมขยับปลายลิ้นของตัวเองไปมา ...เอ๋ เหมือนจะหายดีแล้วจริงๆ

                เมตาตรอนใช้ซ่อมคนบะหมี่ในถ้วยไม่หยุด คนจนบะหมี่ในนั้นแทบจะกลายเป็นโจ๊กอยู่แล้ว เขาหัวเราะออกมาเบาๆ “ลูกอมนั่นเอาไว้ใช้แกล้งคน คราวหน้าอย่ากินอะไรซี้ซั้วอีกล่ะ มหาเทพลูซิเฟอร์อ่านภาษาปีศาจออก งั้นข้าคงไม่ต้องแปลแล้ว...... อิสเรียล ข้าว่าช่วงนี้เจ้าคงจะยุ่งมาก เรื่องซ้อมละครก็เลื่อนออกไปก่อนก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่พระผู้เป็นเจ้าเรียกเจ้าไปพบก็อย่าลืมซะล่ะ...... ก็แค่นี้แหละ มหาเทพลูซิเฟอร์ ข้าขอตัวก่อน”

                เขาแทบจะพูดรวดเดียวจบ จากนั้นก็เร่งฝีเท้าเดินออกไปยังทางออก ร่างไม่ทันก้าวพ้นประตูก็กางปีกบินจากไป

 

                ลูซิเฟอร์ล้วงยาเม็ดหนึ่งออกมาจากในอกเสื้อยื่นจ่อตรงริมฝีปากของผม “อ้าปาก” ผมถาม “นี่คือ?” เขาฉวยโอกาสนั้นยัดยาใส่เข้ามา “ยาแก้หนอนมิราร์” ผมตกตะลึง “ท่านไปหามาจากไหน?” ลูซิเฟอร์พูดขึ้นอย่างสบายๆ “จากคาลอส” ผมตกใจหนักกว่าเก่า “คาลอสเต็มใจมอบให้ท่าน?” ลูซิเฟอร์ฉีกยิ้มสง่างามออกมา “ช่วงเวลาที่คนๆหนึ่งอยู่ไม่สู้ตาย ไม่ว่าเจ้าจะเสนออะไรออกไป เขาก็ตกลงทั้งนั้น”

                ผมถามเสียงตะกุกตะกัก “ท่าน......ทำอะไรลงไป?” เขาฉีกยิ้ม “ไม่รู้จะดีที่สุด เขายังไม่ตาย แต่ก็ไม่มีชีวิตอยู่เช่นกัน”

                ผมอ้าปากค้าง ลูซิเฟอร์ชักจะ...... ไม่แปลกใจว่าทำไมตอนหลังถึงได้ตกจากสวรรค์ กลายเป็นราชาปีศาจ......

                ตกสวรรค์...

                พอนึกถึงสองคำนี้ขึ้นมา ทั้งร่างของผมก็สั่นเกร็ง

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ไม่ต้องไปสงสารเขาหรอก สำคัญกว่าคือเจ้าต่างหาก ถ้าเกิดหนอนมิราร์กำเริบขึ้นมา เจ้าที่กลายเป็นแบบนั้น......ข้ารับประกันไม่ได้ว่าจะควบคุมตัวเองได้รึเปล่า” ผมส่ายหน้า “ผมไม่ได้สงสารเขา เขาสมควรได้รับแบบนั้นแล้ว”

                ลูซิเฟอร์จูงมือผมพาเดินกลับเข้าไปด้านใน “ถ้าอย่างนั้น เจ้ามีที่ไหนที่อยากจะไปบ้างรึเปล่า?” ผมจ้องมองเงาคนสองที่สะท้อนอยู่บนพื้น จู่ๆก็ถามขึ้น “ผมต้องพักผ่อนไปถึงเมื่อไหร่?” ลูซิเฟอร์หันมามองผมอย่างแปลกใจ

                ยามที่เดินผ่านประตูมา แสงแดดแรงกล้าพลันสาดส่องเจิดจ้าจนผมมองสีหน้าเขาได้ไม่ชัด ดังนั้นจึงถามออกไปอย่างใจกล้า “ต้องพักผ่อนไปถึงเมื่อไหร่? พวกเราถึงจะเรื่องที่อยากจะทำได้?”

                ทางที่ดีเขาไม่ควรแกล้งทำเป็นไขสือกับผม ไม่อย่างนั้นผมได้สกายคิกใส่เขาแน่

                ลูซิเฟอร์ยิ้มออกมาบางเบา “รอจนกว่าร่างกายเจ้าจะรับไหว”

                ผมพูดขึ้น “งั้นก็ตอนนี้แหละ”

 

 

-84-

                ลูซิเฟอร์นิ่งค้างไปอยู่นานครึ่งค่อนวัน จู่ๆก็หัวเราะออกมา “อย่าพูดอย่างนี้สิ เดี๋ยวข้าก็จริงจังหรอก” ผมแย้งขึ้น “ใครที่ไหนจะเอาเรื่องนี้มาพูดเล่น? ท่านไม่ทำก็ช่างมันเถอะ” ลูซิเฟอร์คว้าแขนผมไว้ ถอนใจยาวออกมา “เจ้าไปกินอะไรก่อนดีกว่า” ผมไม่ยอมแพ้ “ไม่ทำก็ไม่กิน” ลูซิเฟอร์ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม หยิกปลายจมูกผมเบาๆ “ไม่กินแล้วจะทำได้ยังไง?” ผมหยกเขากลับ “ได้ ท่านรอแปบ เดี๋ยวผมมา”

                ผมกำลังจะหันไปคว้าของกินที่เมตาตรอนเอามาฝากก็ถูกเขาขวางเอาไว้ซะก่อน เขาพูดว่า “อย่ากินของพวกนี้ ต้องกินของที่มีประโยชน์สิ” เขาสั่งคนรับใช้ให้ออกไปเตรียมอาหารกับน้ำสำหรับอาบ  ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกกังวลเล็กน้อย

 

                เขาเข้ามานั่งด้านข้างของผม ขาซ้ายยกขึ้นวางทับขาขวา ยื่นมือออกมากอดผมเบาๆ “ต้องตกลงกันก่อน ข้าอยู่ด้านล่างไม่ได้ชั่วคราว” ผมค้างอยู่นานถึงค่อยเข้าใจความหมายของเขา ก่อนจะโบกมือไปมา “เรื่องนั้นไม่เป็นไร แต่ผมขอเตือนท่านไว้ก่อน ห้ามทำรุนแรงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นถึงผมตายก็ไม่ปล่อยท่านไว้เด็ดขาด” ลูซิเฟอร์ตอบกลับอย่างไม่แยแส “ถ้าข้าทำรุนแรง วันหลังเจ้าค่อยแก้แค้นข้าสิ”

                ผมถลึงตามองเขาอย่างไม่เชื่อถือ “จะมีวันนั้นเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์ไม่ตอบคำถาม เพียงยิ้มบางๆ อัญมณีที่ห้อยอยู่ตรงอกของเขามีทั้งโมรา อเมทิสต์ หยกขาว และงาช้าง ทอแสงเปล่งประกายเรืองรองออกมา ใบหน้าสลักเสลาดุจหยก ดวงตาสีฟ้าดุจอัญมณีคู่นั้นของเขา เทียบกับแสงสว่างใดๆในสวรรค์ทั้ง 7 ชั้น นั่นเป็นแสงที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

 

                เสียงน้ำไหลดังออกมาจากทางห้องอาบน้ำ กังวานใสดุจเสียงนกร้อง ขนาดนั่งไกลออกมาขนาดนี้ ยังสามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจน

 

                คนรับใช้ยกผลไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ

                ผมไม่รอเขาก็ยื่นมือออกไปคว้าแอปเปิ้ลมากัดอย่างไร้มารยาท กัดเข้าไปเต็มคำจนเปรอะไปหมด จากนั้นก็ควานมือออกไปหาผ้ามาเช็ด แต่ควานหายังไงก็หาไม่เจอ เลยใช้มือข้างที่สะอาดดึงผ้าไหมชั้นดีที่ประดับอยู่บนบ่าของลูซิเฟอร์ชั้นมา ยิ้มอย่างชั่วร้าย “ผมใช้นี่เช็ดปากนะ”

                ทั้งที่เป็นแค่เครื่องแต่งกายเท่านั้น แต่ผ้าไหมนี่ทั้งนุ่มสบายทั้งลื่นมือ ลูซิเฟอร์ดึงมือออกจากมือของผมก่อนจะยกขึ้นเช็ดริมฝีปากของผมให้ ผมพลันปวดใจร้องครางออกมา “เจ้านี่ราคาเท่าไหร่เนี่ย ท่านถึงเอามาใช้เช็ดปาก~~

                ลูซิเฟอร์ก้มหน้าลงมาทาบปิดริมฝีปากของผม ปลายนิ้วสัมผัสกับมือของผมเบาๆ ก่อนจะค่อยๆกุมเอาไว้

 

                แสงแดดด้านนอกประตูสาดส่องเข้ามา โลกแสนอัศจรรย์ที่ผมมองเห็นพลันค่อยๆถูกสาดเลือนหายไป

                ริมฝีปากของเขานำมาซึ่งกลิ่นหอมอ่อนจาง ทำให้ผมหวนนึกไปถึงดอกพลับพลึงแดง(ฮิกันบานะ)ขึ้นมา

                พลับพลึงแดง เรียกอีกชื่อว่า ลิลลี่แมงมุม ตามตำนานแล้วมันคือดอกไม้สีแดงสดดั่งเลือดที่ผลิบานขึ้นอยู่เต็มสองข้างทางทอดไปสู่นรก

 

                ผมกอดเขาเอาไว้แน่น รูปปั้นหลากหลายอิริยาบถ เครื่องเรือนหรูหราฟู่ฟ่า ภาพวาดฝาผนังงดงามตระการตา...... ทุกอย่างสะท้อนอยู่บนพื้นจนหมดสิ้นราวกับมีตัวตนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง แสงอาทิตย์เจิดจ้า บรรยากาศล่องลอยผ่อนคลาย พื้นคริสตัลวาววับกระจ่างใสดุจผืนน้ำ ทั้งหมดทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในรูปภาพของเรอนัวร์ยังไงยังงั้น

 

                หลังจากนั้นก็มีคนรับใช้เข้ามาแจ้งว่าอาหารเตรียมพร้อมแล้ว ผมถึงได้รู้สึกหน้าบางขึ้นมาอีกครั้งพลางผลักเขาออก ผมรู้ดีว่าไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่รักกันมากขนาดไหน แต่ถ้าออกไปสนิทสนมเร่าร้อนต่อหน้าคนอื่นก็ไม่วายถูกคนเหยียดหยามอยู่ดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกผมต่างก็เป็นผู้ชายทั้งคู่

 

                เขาพาผมเดินเข้าไปในห้องอาหาร ผมก็หันหลังถอยกรูดๆออกมา ก็ดูโต๊ะอาหารยาวเหยียดเป็นกิโลเมตรนั่นสิ เว้นที่ห่างกันตั้งไกลขนาดนั้น จะมองหน้ากันแต่ละทีก็แทบจะต้องใช้กล้องส่องทางไกล ตรงกลางยังมีแจกันดอกไม้อันเบ้อเริ่มวางขวางเอาไว้อีก แบบนี้ต่อให้ใช้กล้องส่องทางไกลส่งก็มองไม่เห็นอะไรอยู่ดี ขณะที่กำลังเดินออกมาก็คิดได้ว่าวันนี้ถือเป็นวันฤกษ์งามยามดีของพวกเรา จะทำแบบขอไปทีไม่ได้ ดังนั้นเลยหันตัวเดินกลับเข้าไปอีกครั้ง ยกจานที่วางอยู่ฝั่งตะวันออกย้ายไปวางข้างจานที่ฝั่งตะวันตก จากนั้นก็ลากเก้าอี้ตามมาด้วย คาดว่าตอนนี้เจ้าเด็กน้อยอาจจะกำลังด่าผมว่าบ้านนอกอยู่ในใจ......แต่ผมไม่ได้ยินซะอย่าง

 

                ลูซิเฟอร์นั่งลงประจำที่ หั่นอาหารในจานของตัวเองอย่างเชื่องช้ามีระดับ ซ้ำยังไม่ลืมเครื่องดื่มประจำวันของเขา...นม... ส่วนผมก็ตักอาหารเข้าปากกินคำใหญ่ กินได้ซักพักก็ค่อยรู้สึกว่าตัวเองมันลิงป่าชัดๆ กระโดกกระเดกไปมา พลันรู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นทันใด คิดอยากจะถามคำถามก็เปิดปากไม่ออก

                ทำไมท่านถึงได้ดูไม่กระตือรือร้นเอาซะเลย? หรือว่าท่านไม่อยากทำ? ท่านดูไม่ออกเหรอว่าผมตื่นเต้นขนาดไหน? นี่ท่านแก่ถึงขั้นไร้สมรรถภาพไปแล้วรึเปล่า?------แม่-เอ้ย คำถามพวกนี้จะพูดออกไปได้ยังไงเล่า

 

                ผมเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมา ความเร็วในการกินก็ลดน้อยลงไปด้วย ระหว่างที่เขี่ยปลาในจานไปมาก็ลอบมองเขากินอาหารอยู่เงียบๆ “ท่านก็ออกจะผอม ทำไมถึงได้กินเยอะขนาดนี้? ไม่กลัวอ้วนเหรอ?” ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “เทวะชั้นยอดจะอ้วนได้ยังไง?” จากนั้นก็ตัดแบ่งเนื้อไก่เข้าปาก ผมอดแย้งไม่ได้ “แต่ว่า... ท่านกินเยอะเกินไปแล้ว......” ลูซิเฟอร์ตอบเพียงว่า “ข้าเป็นพวกอยากอาหารน่ะ” ผมพยักหน้า “อย่างนี้นี่เอง ผมยังแอบนึกว่าท่านท้องซะอีก กินเยอะซะขนาดนั้น” ลูซิเฟอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง มุมปากยกขึ้นน้อยๆ ก่อนจะกินต่อ เว้นช่วงครู่หนึ่งก็เงยหน้าพูดว่า “รอผ่านไปซักพัก ข้าจะบอกความลับเรื่องหนึ่งกับเจ้า”

                ผมถามอย่างสงสัย “ความลับอะไร?”

                เขาตอบว่า “ไม่บอกเจ้าตอนนี้”

                ผมดึงดัน “บอกมาเถอะน่า”

                เขายิ้มพลางส่ายหน้า ดวงตาทอประกายวาบขึ้นมา

                ผมไม่ยอมแพ้ “บอกผมเหอะน้า ท่านยิ่งไม่พูด ผมก็ยิ่งอยากรู้นี่~~

                เขายังคงส่ายหน้า “กินเสร็จรึยัง?”

                ผมตอบกลับไป “เสร็จแล้ว”

                เขาพูดขึ้น “งั้นไปกันเถอะ” จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน ผมก็ลุกขึ้นเดินตาม

                ผมกรอกตามองบนอย่างห้ามไม่อยู่ ผมดันได้คนตายด้านมาเป็นเมีย......ไม่สิ เป็นพระโพธิสัตว์ต่างหาก! เกิดมาหน้าตาดีจะมีประโยชน์อะไร ดูได้แต่กินไม่ได้......

                เดินแล้วก็เดินอีก เดินแล้วก็เดินอีก เดินจนขาแทบขวิดก็มาถึงห้องอาบน้ำได้ในที่สุด

                ลูซิเฟอร์สั่งคนรับใช้ให้ถอยออกไป ผมเดินตามเข้าไปในห้องอาบน้ำก็จัดการปิดประตูให้เรียบร้อย

                ช่างเถอะๆ ผมกับเขาจะXกันก็เป็นเรื่องธรรมดา ในหัวสมองวันๆไม่รู้ว่ายัดอะไรใส่เข้าไปบ้าง ถึงได้คิดถึงแต่ลูซิเฟอร์ท่าเดียว ได้ร่วมรักกับอัครเทวทูตที่ได้ชื่อว่าอารมณ์นิ่งสงบดุจผิวน้ำมากที่สุด ทั้งยังไม่ใช่อัครเทวทูตธรรมดา แต่เป็นหัวหน้าอัครเทวทูตเชียวนะ แค่ได้จูงมือจูบปากก็นับว่าไม่เลวแล้ว แต่นี่ถึงขั้นร่วมรักกัน! บ้าไปแล้ว ผมชักจะสงสัยแล้วว่าตัวเองต้องกำลังเสียสติอยู่แน่ๆ!

 

                “ถ้าเกิดไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ตอนนี้พวกเราเริ่มกันได้รึยัง?” ลูซิเฟอร์ถอดถุงมือออก ก่อนจะมัดผมวางไว้ตรงอก การเคลื่อนไหวของเขาสูงส่งสง่างามโดยไม่ต้องแกล้งทำ

                ผมพยักหน้าหงึกหงัก วางมือของตัวเองทับมือของเขา แต่กลับไม่ได้รู้ตัวเลยซักนิดว่าเมื่อครู่เขาพูดอะไรออกมา

                ท่ามกลางกลุ่มควันไอน้ำ ผมสามารถมองเห็นเค้าโครงใบหน้า องคาพยพทั้ง 5 และดวงตากระจ่างใสดุจกระจกของเขาได้อย่างรำไร

                หลังจากนั้นเขาก็ช่วยผมถอดเสื้อผ้า ผมพลันหลั่งเหงื่อ ...ไม่ใช่ว่าต้อง......จำเป็นต้องทำแบบนี้ด้วยเหรอ......งั้นทำไม......

                เพียงแค่คอเสื้อถูกเปิดออก ผมก็รู้สึกหายใจไม่สะดวก จำเป็นต้องถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว “ผมทำเองดีกว่า” เขาดึงตัวผมกลับไป น้ำเสียงอ่อนโยนแต่ไม่ยอมให้ต่อรอง “วันนี้ไม่เหมือนกัน”

                ผมพูดเสียงตะกุกตะกัก “ล...ล...ล...ล...ลูซิเฟอร์ พวกเรา...พวกเรา...ว...ไว้วันอื่นเถอะ ผมยังไม่พร้อม”

                แซนเดอฟาน AGAIN ผมไม่ได้ตั้งใจนะ!

                ลูซิเฟอร์ชะงักไป เขาเงยหน้าขึ้นมองผม “วันอื่น?”

                จะต้องเป็นเพราะไอน้ำบ้าๆพวกนี้แน่ๆ อย่างกับโดนอบซาวน่าไม่มีผิด ผมจะสุกอยู่แล้ว...... แค่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเขาตอนที่ถอดเสื้อผ้าออก ปัญหาแรกที่ผมคิดได้ก็คือที่จริงแล้วเขาเองก็ยังมีอารมณ์เหมือนคนปกติทั่วไปอยู่ คำพูดที่พ่นออกไปเป็นต้องกลืนกลับเข้ามาอีกครั้ง ผมเริ่มดึงเสื้อผ้าบนร่างของเขา หยาบคายกว่าเขาถึงสิบเท่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1607 palm4588 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:06
    ความลับไรว้าาา
    #1,607
    0
  2. #1499 neaumn_sm (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:34
    ลูซิเฟอร์ท้องได้จริงๆป่ะเนี่ย อมก
    #1,499
    0
  3. #1441 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 22:16
    ความลับอะไรน้อ~

    นี่ลูปล่อยสเน่ห์ออกมายั่วอิสเรียลรึเปล่าเนี่ย ที่รบเร้ามากๆ คงอยากจับลูกดใช่มะ5555555555555555

    แต่พอบทจะสลับก็หดหางกลับเลย ถถถถ
    #1,441
    0
  4. #1397 miyakojan (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:55
    หุๆๆๆๆ
    #1,397
    0
  5. #1103 relis (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 09:34
    ความลับคือที่จริงลูซิเฟอร์ทัองได้ 5555
    จะใช่รึเปล่าน้า
    #1,103
    0
  6. #1084 fantasY (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 18:52
    ตอนนี้อยู่ข้างล่างไม่ได้ชั่วคราวนี่หมายความว่าไงคะท่าน 5555555 แล้วความลับนั่นเกี่ยวกับเรื่องที่เคยถามว่าอยากได้ลูกชายหรือลูกสาวรึเปล่าน้าาา 55555555 // เมตตารอนไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องเศร้าไป กลับไปหาราฟาเอลเถอะ-- #หลบลูกไฟ
    #1,084
    0
  7. #1081 21298 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 16:20
    ฮรือออ -//////-
    #1,081
    0
  8. #1080 alfhind (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 16:20
    ขำอิสเรียลมากจริงๆนะ 55555555 >_<~
    #1,080
    0
  9. #1078 --noon-- (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 15:59
    -////-
    #1,078
    0
  10. #1076 Katania (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:53
    กรี๊สสสสสสสสสส!!!//ใกล้ตายอย่าสงบ
    #1,076
    0
  11. #1075 SunSaki (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:50
    โอ้ยตัวจะระเบิดดด. ขอลงไปมุดสระน้ำแป้ป
    #1,075
    0