เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 4 : ทัณฑ์สวรรค์ [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,519
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-7-

                ราฟาเอลมองไปทางคาลอสอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวเสียงเบา “ลุกขึ้นเถอะ” รอจนคาลอสลุกขึ้นมาก็หันมาจ้องผมแทนเป็นเชิงบอกให้ผมลงไป

                F*uck ให้ตายก็ไม่ลงเด็ดขาด

                ราฟาเอลจัดการถอดหมวกออก เส้นผมสีแดงสยายลงมาเคลียไหล่ทำให้ผมนึกถึงไวน์แดงยี่ห้อนึงในศตวรรษที่ 18 เมื่อมองจากระดับที่ผมอยู่ ที่ผมเห็นมีเพียงสันจมูกกับขนตาของเขาเท่านั้น คาลอสเงยหน้าขึ้นมองอย่างเป็นกังวล ทำท่าเหมือนภรรยาตัวน้อยที่กำลังรอสามีกลับบ้านอย่างกระวนกระวาย

 

                ตอนนั้นเองที่เทวดา 4 ปีกพร้อมใจกันกรูเข้ามาในโบสถ์จากทุกทิศจนแทบจะย้อมโถงปราสาทให้กลายเป็นสีน้ำเงิน เทวดาทุกตนลอยขึ้นๆลงๆอยู่กางอากาศคล้ายกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มองไม่เห็น ในมือของแต่ละคนเต็มต่างก็ถือฮาร์ปที่มีขอบทำจากทองคำและมีสายที่ทำจากปรอท เพดานโบสถ์อยู่ๆก็มีหมอกโปรยลงมา เทวดา 2 ปีกที่อยู่ด้านล่างจึงค่อยๆเงินหน้าขึ้นมอง

                แขนเรียวขาวกระจ่างค่อยๆยื่นออกมาจากเสื้อคลุมก่อนจะดึงเชือกที่ผูกอยู่ออก เสื้อคลุมสีดำเลื่อนหล่นลงบนพื้นก่อนจะเลือนหายไปในชั่วพริบตา ลำแสงสว่างจ้าพุ่งมาจนผมต้องหรี่ตาลง ปีก 3 คู่ปรากฏออกมาราวกับมังกรทะยานโผล่พ้นน้ำก่อนจะสะบัดออกอย่างรวดเร็ว ห้องโถงขนาดใหญ่ถูกลำแสงสีทองสาดส่องจนสว่างจ้าราวกับกำลังระเบิดพลังออกมา กิ่งไม้ต้นไม้ในโถงที่รับพลังไม่ไหวถูกตัดจนขาดก่อนจะถูกพัดปลิวขึ้นไปกลางอากาศ หมุนวนอยู่รอบร่างของราฟาเอล

                เหล่าเทวดาในโบสถ์ต่างก็หันหน้ามามองผม

                พริบตานั้น สายลมอบอุ่นก็พัดมาทางผม เส้มผมของราฟาเอลถูกพัดจนปลิวสยายราวกับกิ่งหลิวสีเสือด ท่ามกลางแสงเจิดจ้า ดวงตาสีแดงโมราหรี่ลงครึ่งหนึ่ง ปีกของเขายิ่งกางออกกว้าง พริบตาก็ขึ้นไปอยู่กลางอากาศใจกลางกลุ่มเทวดาที่ลอยอยู่แล้วพาบินเข้าไปในโถง

 

                คาลอสเงยหน้าด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “อิสเรียล เจ้าซวยแล้ว มหาเทพราฟาเอลไม่ยอมยิ้มเลยซักนิด” ผมยังคงห้อยอยู่กลางอากาศตอบกลับไปอย่างโง่ๆว่า “เขาไม่ยิ้ม ฉันยิ้มเอง” คาลอสทำหน้าย่นเหมือนซาลาเปา “เมื่อก่อน ไม่ว่าเขาจะเจอกับใครก็ต้องยิ้มออกมาซักครั้ง เขาคือเทพที่ดีงามที่สุดในสวรรค์ ทั้งยังถือเรื่องลำดับชั้นมากๆด้วย วันนี้... วันนี้เขาต้องโกรธมากแน่ๆ”

                ผมเป่าผมที่หน้าผากไปมา เป่าหนึ่งที มันก็ยังตกลงมาที่เดิม ผมก็เป่ามันอีกครั้ง “แม่- ควรจะบอกกันก่อนไม่ใช่เหรอว่าจะลงยังไง เจ้าราฟาเอลนั่นป่วยรึไง? เขาจะมาที่ๆมีแต่เทวดาระดับล่างอย่างเราทำซากอะไร?”

                คาลอสโกรธจนหน้าแดง “ห้ามพูดคำหยาบกับมหาเทพราฟาเอลนะ! ยังมีอีก ข้าไม่ใช่เทวดาระดับล่าง! เจ้าอยากเป็นก็เป็นไปคนเดียวสิ!” ผมโบกมือไปมา เดิมทีคิดจะบอกว่าเขาจะมัวฝันเฟื่องอยู่ทำไม โลกความจริงมันโหดร้ายกว่านั้นเยอะ แต่พอเห็นเขาโกรธขนาดนั้น ก็แล้วกันไปเถอะ ผมจะลากเขามารับโทษด้วยก็ดูไม่เหมาะนัก “ก็ได้ก็ได้ ฉันผิดไปแล้ว นายช่วยเอาฉันลงไปที”

                คาลอสยกมือขึ้นอย่างไม่เต็มใจ ทำท่าราวกับกำลังประคองถ้วยไว้ที่กลางอกก่อนจะกางมือออกไป ขณะที่ผมกำลังมึนงง บนหัวก็ปรากฏแสงสว่างวาบ ที่ด้านหลังเกิดเสียงดังขึ้นเสียงหนึ่ง ร่างของผมดิ่งลงสู่พื้น จากนั้นก็เป็นเสียงร่างของผมหล่นลงพื้นอย่างแรง

                ผมร้องออกมาคำหนึ่งพลางหันไปมองปีกของตัวเองก่อนจะพบว่าที่ด้านหลังกลายเป็นก้อนสีดำไปแล้ว......พูดอีกอย่างคือพินาศหมดแล้ว ถึงจะยังเจ็บอยู่แต่ผมก็ยังร้องถามอย่างตกใจ “นายทำอะไรน่ะ? นายทำแบบบนั้นได้ยังไง? พลังปีศาจเหรอ? นายเสกสายฟ้าได้?”

                คาลอสใช้เท้าเตะก้มผมทีหนึ่ง “วันนี้อุตส่าห์มีพิธีชำระล้างปีกที่ไม่ได้มีมาง่ายๆ ข้ายังไม่ทันได้ชำระปีกเลย เจ้ารีบไสหัวไปเอาน้ำมนตร์ล้างตัวแล้วไปสวดภาวนากับมหาเทพราฟาเอลซะไป!

               

                เจ้าบ้านั่นเล่นเตะมาซะแรง! ผมถูกเตะลงจากฐานสูงไปตามบันได กลิ้งหลุนๆไปบนพรมสีแดง กลิ้งแล้วกลิ้งอีก ปีกที่ด้านหลังถูกกระแทกอยู่หลายครั้ง ผมรู้สึกว่าอีกซักพักคงต้องกลับไปหาเทพไทเรียลอีกรอบแล้วล่ะ

                รอจนผมหยุดกลิ้ง ทุกสายตาก็มาหยุดที่ผมอีกครั้ง

                ผมเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ทุกคน

                ผลคือทุกคนต่างหันหน้าหนีเหมือนพวกที่อยู่ในร้านเหล้าไม่มีผิด หันหน้าไปกันหมด ไม่แม้แต่จะเหลือบแลตาขาวมาด้วยซ้ำ

                แม่-เอ้ย น่าขายหน้าชะมัด!

 

                ในตอนนั้นเองที่มีมือคู่หนึ่งเข้ามาช่วยพยุงแขนของผม

                เมื่อผมเงยหน้าก็เห็นเทวดาปีกฟ้ากลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่บินวนอยู่กลางอากาศ จากนั้นก็หันมามองใบหน้าอ่อยโยนงดงามของบุคคลตรงหน้า ผมรู้สึกเหมือนบนหัวมีนกน้อยบินผ่านฝูงแล้วฝูงเล่า

                เมื่อมองใกล้ๆก็ยิ่งเห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มีแม้แต่รอยตำหนิ ทั้งยังดูกระจ่างใสกว่าเมื่อกี้อีกตั้ง 100 เท่า

                ที่แท้พวกอัครเทวทูตก็มีฟังก์ชั่นหลอดไฟ 1000 W อยู่ในตัว

                เฮ้เฮ้! โลกนี้มันจะแปลกเกินไปแล้ว เพื่อนร่วมชนชั้นเหล้านั้นพากันเมินผม แต่กลับเป็นอัครเทวทูตผู้สูงส่งที่มีเมตตาช่วยเหลือซะงั้น

 

                ใบหน้าของราฟาเอลค่อนข้างเรียบเฉย เมื่อช่วยพยุงผมขึ้นแล้วก็กางปีกบินกลับไปยังตำแหน่งเดิม เขาพึ่งจะบินขึ้นไป เหล่าเทวดา 4 ปีกที่บินอยู่กลางอากาศก็พร้อมใจกันยกฮาร์ปในมือขึ้นบรรเลงเพลง ท่วงทำนองกระจ่างใสแว่วกังวาน

                กลางอากาศมีละอองหมอกร่วงลงมาอีกครั้ง เมื่อมองให้ดีก็จะเห็นว่าหมอกเหล่านั้นออกมาจากฮาร์ปพวกนั้นนั่นเอง

                ผมหันกลับไปมองคาลอส เห็นเขาชี้มือชี้ไม้ไปทางละอองหมอกด้านบน

                อ๋ออ๋อ ผมรู้แล้ว หมอกพวกนั้นก็คือน้ำมนตร์นี่เอง

                ผมรีบก้าวขึ้นไปข้างหน้าอีก 1 ก้าวก่อนจะเห็นว่าไม่มีใครขยับเลยซักคน ผมเลยถอยหลังกลับมาอีก 1 ก้าว

                สถานการณ์แบบนี้... มันช่าง... น่าอายจริงๆ

 

                จากนั้นเสียงของราฟาเอลก็ดังขึ้น “พระผู้เป็นเจ้า โปรดอภัยให้กับบาปของพวกเราด้วย”

                เหล่าเทวดาพร้อมใจกันประสานเสียง “โปรดเมตตาพวกเราด้วย”

 

                นี่คือ...? บทสวดงั้นเหรอ?

                ผมหันกลับไปมองคนอื่นๆ ทุกคนต่างหลับตา สองมือกุมประสานอยู่ที่หน้าอก ทุกคนอยู่ในอาการสำรวม เมื่อหันไปมองราฟาเอล เขากำลังยืนอยู่กลางอากาศ อยู่ในท่าเดียวกับคนที่เหลือ หลุบตาลงครึ่งหนึ่ง จากทฤษฎีของผม ปีกยิ่งใหญ่จำนวนยิ่งมาก ยิ่งเคลื่อนไหวช้าก็จะยิ่งเสริมความสง่า ปีกของราฟาเอลไม่เพียงแค่ใหญ่ธรรมดา แต่มีถึง 6 ปีก ไม่เหมือนของพวกเราที่เป็นแบบธรรมดาๆ ยิ่งเห็นความเร็วของขนปีกแต่ละเส้นที่ร่วงลงมากลางอากาศ ช้าช้า... ช้าช้า......

                ผมค่อนข้างโง่เรื่องการใช้ภาษา สามารถนึกคำที่สามารถใช้บรรยายภาพที่ผมเห็นได้แค่คำเดียว ...งดงาม...

 

                หลังจากนั้น ฝ่ายหนึ่งก็เริ่มสวดภาวนา ฝ่ายหนึ่งก็ขานรับ

 

                พระผู้เป็นเจ้า โปรดใช้แสงแห่งสัจธรรมชำระล้างดวงวิญญาณของพวกเราด้วย

                “โปรดเมตตาพวกเราด้วย”

 

                พระผู้เป็นเจ้า โปรดมอบที่พักพิงแก่วิญญาณของพวกเราด้วย

                “โปรดเมตตาพวกเราด้วย”

 

                พระผู้เป็นเจ้า โปรดนำทางพวกเราสู่เส้นทางแห่งการไถ่ถอนบาปด้วย

                “โปรดเมตตาพวกเราด้วย”

 

                พระผู้เป็นเจ้า โปรดสอนสั่งให้พวกเรารู้แจ้งถึงความดีด้วยเถิด

                “โปรดเมตตาพวกเราด้วย”

               

                พระผู้เป็นเจ้า โปรดช่วยพวกเราให้อยู่ในหนทางอันถูกต้องด้วยเถิด

                “โปรดเมตตาพวกเราด้วย”

 

                พระผู้เป็นเจ้า โปรดนำทางพวกเราตลอดไปด้วยเถิด

                “โปรดเมตตาพวกเราด้วย”

 

                บรรยากาศในโถงใหญ่อยู่ๆก็เงียบลงทันใด

                เทวดา 4 ปีกด้านบนลดระดับลงมาเล็กน้อย คอยคุ้มครองอยู่รอบๆกายของราฟาเอลราวกับดาวล้อมเดือน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขาก็เห็นภาพที่เต็มไปด้วยความสูงส่งบริสุทธิ์ ราฟาเอลค่อยๆปิดเปลือกตาลง  สองแขนที่ห้อยลงค่อยๆกางออก ทั้งเป็นธรรมชาติทั้งเต็มไปด้วยความสง่างาม

 

                พระยะโฮวาปรีชาสามารถกำหนดดินฟ้า

                บงการได้แม้กระทั่งดวงดาราในยามราตรี

                พระองค์สร้างดาบอัคคีขึ้นจากลาวาแผดเผา

                ใช้เพียงหัตถ์แบ่งแยกภูผาวารีท้องสมุทรผืนนภา

 

                พระองค์จะเป็นดั่งแสงสว่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด

                จากความว่างเปล่าสรรสร้างทุกสรรพสิ่ง

                พระองค์จะนำปัญญาแปรเปลี่ยนให้เป็นดั่งลูกศรคมกล้า

                ส่งลงไปยังสรรพสิ่งที่เบื้องล่าง

                จากนั้นจะเป็นดั่งเช่นสายฟ้าหวนคืนสู่สรวงสวรรค์

 

                เหล่าเทวดาส่งเสียงตอบรับ

                “พวกเราล้วนแต่เป็นบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า เท้าเหยียบอยู่บนสัจธรรม ดวงตาสะท้อนซึ่งความหวัง พวกเขาล้วนแต่พลาดพลั้งร่วงหล่น พวกเราลุกขึ้น ยืนได้อย่างซื่อตรง”

 

                เชื่อมั่นในความรักแห่งจีซัส จะอยู่กับเราทุกแห่งหน

 

                เชื่อมั่นในความเมตตาแห่งลูซิเฟอร์ จะอยู่กับเราทุกแห่งหน

 

                เชื่อมั่นในแสงสว่างแห่งยะโฮวา จะอยู่กับเราทุกแห่งหน

 

                ราฟาเอลเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเงียบขรึมจริงจังแฝงไว้ซึ่งความสูงส่ง เขากางแขนและปีกทั้ง 6 ออกตามสบายดูคล้ายกำลังโอบอุ้มโลกทั้งใบเอาไว้

                แสงสว่างจากปีกขับไล่ความมืดมนในโถงปราสาทออกไป

                เกิดเป็นภาพแสงสว่างที่น่าตื่นตาประทับใจ

                อัครเทวทูตเพียงยิ้มบางๆ บนใบหน้าก็เต็มไปด้วยความเจิดจ้าราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า “......ฮาเลลูยาห์”

 

                “ฮาเลลูยาห์”

 

                “ฮาเลลูยาห์”

 

                “ฮาเลลูยาห์……

 

                เหล่าเทวดาพร้อมใจกันประสานเสียง บทแล้วบทเล่า ติดต่อกันไม่หยุด ภายในโถงใหญ่ เสียงสวดภาวนาดังสะท้อนก้องนานแสนนาน

 

                ปีกของเหล่าเทวดา 2 ปีกทั้งหลายเปลี่ยนกลับไปเป็นสีขาวหิมะดังเดิม

                พิธีชำระล้างแห่งพระเจ้า... พรศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเจ้า...

 

                พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเราทุกแห่งหน

 

 

-8-

                สายตาของผมจับจ้องอยู่ที่ร่างของราฟาเอล รอยยิ้มสุดท้ายนั่นช่างทำให้คนตกตะลึงจนไม่กล้าขยับโดยแท้ ถ้าผมคิดเผชิญหน้ากับเขาจริงๆ เขาแค่สิ่งยิ้มอ่อนโยนดุจสายน้ำนั่นมาให้ ผมก็แพ้ราบคาบแล้ว

                ราฟาเอลยิ้มบางๆ “พริบตาเดียวก็ครบรอบ100 ปีวันสร้างโลก พิธีชำระบาปในครั้งนี้จะมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น” จากนั้น เขาก็บินออกจากห้องโถงไป เทวดา 4 ปีกทั้งหลายก็ตามออกไปด้วย ภายในโบสถ์ก็พร้อมใจกันประสานเสียง “มหาเทพราฟาเอลจงเจริญ! มหาเทพราฟาเอลจงเจริญ!” ผมเองก็ส่งเสียงกับเขาด้วยทีหนึ่ง ได้นั่งดูการแสดงฮาร์ปแบบฟรีๆ ทั้งยังเป็นการแสดงที่ PERFECT สุดๆ ปีกทั้งคู่ก็กลับไปเป็นสีขาวบริสุทธิ์สวยงาม และที่สำคัญที่สุดคือ ผมไม่ต้องเป็นนักโทษแล้ว

                ผมบินกลับไปหาคาลอสที่หน้าประตู “คาลอส เจ้าราฟาเอลนั่นดูไปแล้วก็ไม่เลวเลย”

                คาลอสทำสีหน้าภาคภูมิใจราวกับตัวเองเป็นภรรยาของหมอนั่น “แหงอยู่แล้ว มหาเทพราฟาเอลคือเทพที่ดีงามสูงส่งที่สุด” ผมยักไหล่ “เห็นนายบูชาเขาขนาดนี้ แถมหน้าหมอนี่ก็เอาไปพิมพ์ลงบนเหรียญแล้ว จะไม่สูงศักดิ์ก็คงยาก”

                คาลอสแย้งว่า “นั่นมันแนวคิดอะไรของเจ้า? เทพที่สูงศักดิ์จริงๆแล้วก็คือมหาเทพลูซิเฟอร์ต่างหาก พลังจากพระเจ้า 6 ส่วนเป็นของเขาอยู่ถึง 5 ส่วน พระเจ้ายังมอบฉายาให้เขาเป็นดาวประกายพรึกที่เจิดจ้าที่สุด ไม่เคยมีใครได้รับเกียรติสูงสุดเช่นเขา” ผมถามเขาว่า “แล้วจีซัสล่ะ?”

                คาลอสตอบว่า “แม้แต่มหาเทพจีซัสก็ไม่เคยได้รับ บนสวรรค์แห่งนี้มีโรงเรียนเทวทูตอยู่ 2 แห่ง ที่หนึ่งคือสำนักภาวนา อีกที่หนึ่งคือสำนักสวรรค์ ฝ่ายแรกผลิตเทวทูตนักบวช ฝ่ายหลังสร้างเทวทูตนักรบ มหาเทพลูซิเฟอร์เคยเข้าไปสำรวจสำนักสวรรค์ จากนั้นสำนักสวรรค์ก็เกิดข่าวลือเรื่องหนึ่งขึ้นมา ตำแหน่งทหารกล้าในสำนักแห่งนี้ ไม่ได้วัดว่าใครสามารถตัดหัวศัตรูในสนามรบได้มากกว่ากัน แต่วัดที่ใครสามารถสบตามหาเทพลูซิเฟอร์ได้นานที่สุดต่างหาก แค่ทนให้ได้ 10 วินาทีก็อาจกลายเป็นเทวทูตที่กล้าหาญที่สุดในสำนักสวรรค์แล้วก็ได้ แต่น่าเสียดาย ในสำนักสวรรค์ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครได้ตำแหน่งทหารกล้าไป”

                ผมงงไปหมด นี่มันลึกลับเกินไปแล้ว หรือว่าลูซิเฟอร์จะเป็นอสุรกายกันแน่

 

                เทวดามากมายนับไม่ถ้วนบินผ่านหัวพวกเราไป ปีกขาวสะอาดของพวกเขาที่ได้รับการชำระแล้วโบกสะบัดไปมา คาลอสเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาก็บินตามขึ้นไปก่อนจะหันมามองผม “ตอนนี้เจ้าไม่ต้องรับโทษแล้ว ก็กลับเมืองเยลูซาเล็มกับข้าเถอะ”

                ผมพยักหน้าก่อนจะบินขึ้นไปข้างๆเขา ก่อนจะตามเหล่าเทวดาทั้งหลายออกจากปราสาท มองเห็นทิวทัศน์กล้างไกลสุดลูกหูลูกตา ผมหันไปถามคาลอส “พวกเขาก็จะไปเมืองเยลูซาเล็มเหมือนกันเหรอ? แล้วเมืองเยลูซาเล็มอยู่ที่ไหนกัน?” คาลอสตอบผมว่า “อยู่ที่สวรรค์ชั้นที่ 4 แล้วยังเป็นสวรรค์แห่งแสงสุริยะ”

                “ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็มีโอกาสได้เจอมหาเทพมิคาเอลแล้วน่ะสิ?” เพื่อแสดงความเคารพอันสูงสุดของผมต่อเทพมิคาเอล ดวงตาของผมพราวระยับไปด้วยความนับถือ คาลอสขมวดคิ้ว “มิคาเอล? นั่นเป็นใครกัน?”

                ที่แท้มิคาเอลในตอนนี้ยังอยู่ในลำดับขั้นล่างๆอยู่อย่างนั้นเหรอ

                ต้องรอไปถึงเมื่อไหร่กันน้าที่ผมจะได้เห็นเขาตวัดดาบออกมาสังหารลูซิเฟอร์?

                ผมถอนหายใจก่อนจะนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงถามคาลอสอีกครั้ง “คาลอส นายบอกฉันหน่อยสิ ทำไมฉันถึงถูกลงโทษเหรอ?” พุ่งผ่านชั้นเมฆชั้นแล้วชั้นเล่า แสงสว่างก็ยิ่งเจิดจ้า น่าจะถึงสวรรค์ชั้นที่ 3 แล้วล่ะมั้ง

                คาลอสกระแอมแล้วกระแอมอีก เส้นผมสีเงินของเขาโบกสะบัดไปมากลางอากาศอย่างยุ่งเหยิง “เจ้าอยากจะรู้จริงๆเหรอ?” ผมหมดคำพูด “ฉันก็ถามนายมาตั้งกี่รอบแล้วล่ะ~~~” คาลอสถามอีกครั้ง “เจ้าแน่ใจเหรอว่าอยากจะรู้? ข้าว่าเรื่องแบบนี้ลืมไปซะจะดีกว่า”

                มีอะไรน่ากลัวกัน? หรือว่าอิสเรียลกลายเป็นเทวดาตกสวรรค์ไปแล้ว? หรือว่าเขาขายวิญญาณให้กับซาตาน? หรือว่าเขาคิดก่อการกบฏแต่ถูกจับได้ซะก่อน? หรือว่าเขาเผลอไปยั่วยวนพวกเดอะกิ๊กของเมตาตรอนเข้าเลยถูกตัดปีก......?

 

                คาลอสไม่รอให้ผมตอบก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด “อิสเรียล เจ้าช่างทำให้พวกเราเหล่าเทวทูตขายหน้าอย่างมากถึงมากถึงมากที่สุดเลยล่ะ” ผมถามอย่างสงสัย “พวกเทวทูตระดับล่างพวกนั้นทำเหมือนมองไม่เห็นฉันเป็นเพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ?”

                “เปล่า พวกนั้นไม่ใช่เทวทูตระดับล่าง” สีหน้าของคาลอสเรียบเฉย “ถ้าเกิดเจ้าเจอเทวทูตระดับล่างก็เตรียมตัวกลับไปหามหาเทพไทเรียลได้เลย”

                “อ...โอเวอร์ไปรึเปล่า? แล้ว... เมืองเยลูซาเล็มนั่นคงไม่มีเทวทูตระดับล่างหรอกใช่มั้ย?”

                คาลอสตบบ่าผมไปมาพลางพูดต่อ “ที่นั่นคือสำนักงานใหญ่ของเทวทูตระดับล่าง”

                ผมหันหัวบินกลับทันที

                คาลอสรีบจับมือผมไว้ “กลับมาเถอะ เรื่องที่ต้องเผชิญยังไงก็ต้องเจออยู่ดี สหาย เจ้าไปทำอะไรมา ไม่อยากจะฟังรึ?”

                ถึงผมจะกังวลอยู่บ้างแต่ก็พยักหน้าตอบกลับไป แต่พอเขาเล่าประวัติของอิสเรียลให้ฟัง ...ผมก็อยากจะลืมมันไปให้หมดจริงๆ

 

                ว่ากันว่าคนที่ถูกคนอื่นรังแกมากท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นคนที่กล้าหาญมากเท่านั้น ประเทศที่ยิ่งถูกผู้คนรุมประณาม ก็จะยิ่งผลิตเยาวชนรักชาติเลือดร้อนออกมา เหมือนอย่างเหตุการณ์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 89 ถือเป็นเหตุการณ์ที่ปลุกระดมยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ ส่วนเหตุการณ์เทวทูตระดับล่างรวมตัวกันล้อมสวรรค์ชั้นที่ 7 ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นการปลุกระดมของเหล่าเทวทูตระดับล่างที่ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์เช่นกัน

                สวรรค์ชั้นที่ 7 ก็คือที่สถานที่ของพระผู้เป็นเจ้า พลังแห่งจักรมาลทั้งมวลล้วนเกิดมาจากที่นี่ เหล่าเทวทูตเจ๋งเป้งทั้งหลายต่างอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้

                ในวันนั้น เหล่าเทวทูตระดับล่างบุกฝ่าด่านกั้นมากมายไปจนถึงด้านนอกสวรรค์ชั้น 7 กล่าวโทษพระผู้เป็นเจ้าที่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรม พวกเขาทุ่มเทสุดแรงกำลังเพื่อพระองค์ ไม่เสียดายที่ต้องสละปีกของตนเอง แต่กลับถูกผู้คนเหยียดหยามดูถูก พระผู้เป็นเจ้าไม่ตอบอะไรกลับมา กลับส่งเมตาตรอนออกมาไกล่เกลี่ย เทวทูตระดับล่างต่างไม่มีใครยอม เทพเมตาตรอนกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น ผู้ใดไม่อยากเป็นเทวทูตระดับล่าง จงก้าวออกมา ข้าจะทูลขอให้พระผู้เป็นเจ้าประทานปีกให้พวกเจ้า

                ดังนั้นจึงมีเทวทูตระดับล่างที่ยอมรับ แต่มีเพียงคนเดียว ชื่อของเขาก็คืออิสเรียล

                ท่ามกลางสายตาเคียดแค้นมากมายนับไม่ถ้วน อิสเรียลพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้าและเทพเมตาตรอนด้วยตนเอง

                ทรยศ... นี่นี่เองที่เรียกว่าคนทรยศ!

 

                เรื่องราวทั้งหมดจบลงที่ตรงนี้ หลังจากนั้น อิสเรียลสามารถเข้าออกสวรรค์ชั้น 7 ได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องกลับไปที่กลุ่มของเทวทูตระดับล่างอีก และก็ไม่มีใครสามารถรังแกเขาได้ แต่ว่า เจ้าหนุ่มนี่ได้คืบก็จะเอาศอก

                ใครเขาก็รู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าเมตาตรอนเป็นประเภทที่กินได้ทั้งหญิงและชาย ทั้งยังชอบพวกหนุ่มสาววัยขบเผาะที่หน้าตาดีเป็นพิเศษ อิสเรียลก็จัดอยู่ในประเภทนั้น----ซึ่งก็แหงอยู่แล้ว ใครใช้ให้เขามีใบหน้าเหมือนท่านราชาหลีปินคนนี้ล่ะ เขาใช้รูปร่างหน้าตาของตัวเองให้เป็นประโยชน์ อิสเรียลเลือกเดินทางสายชายรักชาย ทั้งยังยิ่งทำก็ยิ่งถลำลึก ยิ่งมายิ่งหลงตัวเอง แทบจะอดใจไม่ไหวราวกับซีซาร์ที่สร้างประตูชัยขึ้นมาประกาศศักดาชัยชนะของตัวเอง

                เมตาตรอนถือว่ารักหลงเขาอยู่บ้าง ทูลขอพระผู้เป็นเจ้าเลื่อนให้เขาเป็นเทวดาปีกฟ้า แต่เขากลับยังไม่พอ คิดอยากจะได้ 6 ปีก

                สวรรค์ทั้ง 7 ชั้น ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แล้วไม่บอกต่อ เกี่ยวกับคติประจำใจของเมตาตรอน ข้าไม่เชื่อในรัก แต่เชื่อเพียงการร่วมรัก นิทานเรื่องเทพารักษ์กับคนตัดไม้ทุกคนคงจะเคยได้ยินมาบ้างกระมัง? จุดจบของเจ้าหนุ่มนี่เรียกได้ว่าใช้เท้าเขียนลอกตอนจบออกมาทั้งดุ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นเทวดา 4 ปีกหรือ 6 ปีก ขอแค่ถูกตัดออกทั้งหมด ต่อให้ซ่อมปีกกลับมา ก็จะเหลือแค่ 2 เท่านั้น

                ถ้าให้สรุป จำนวนครั้งที่อิสเรียลถูกตัดปีกออก ทั้งหมดก็ 13 ครั้งพอดิบพอดี




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1569 palm4588 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 13:48
    โดนตัดตั้ง13ครั้ง โดนโทษไรละนั่น -"- //อิสเรียลจะใช่มิคาเอลเองหรือเปล่า?
    #1,569
    0
  2. #1547 did-you-know (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:19
    รู้สึกอ่านแล้วงงๆ 55555 ต้องอ่านใหม่สินะ ทำไมถึงโเนตัด 13 ครั้งละลูกกกก ก่อนที่จะมาสิงร่างนี้ แ-ด มาก 555555 ซวยไปอีก
    #1,547
    0
  3. #1461 neaumn_sm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:34
    โอ้โห 13 ครั้ง เกินคำบรรยายจริงๆ
    #1,461
    0
  4. #1412 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 12:38
    โว้ยอิสเรียลเอ๊ย ท่านหลีปินก็รับเคราะห์ไปนะ 555555555555555 ตัดไงถึง 13ครั้งอะ งง ไม่แน่อิสเรียลอาจจะเป็นมิคาเอลเอง
    #1,412
    0
  5. #1357 chiffon-156 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 10:33
    OMG เบื้องหลังเป็นงี้นี้เอง 55+
    #1,357
    0
  6. #1085 sodade (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 20:29
    สนุกมากเลยค่ะ !!!! เราเพิ่งมาอ่าน ตอนแรกว่าะเม้นตอนอ่านจบทีเดียว แต่สนุกจนอดไม่ไหวจริงๆ !!! ชอบมากค่ะ แนวที่ชอบเลย ลุ้นมากๆ
    #1,085
    0
  7. #782 spondboz_ss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 20:35
    เอ๊ะ ลูซิเฟอร์ไม่ก็มิคาเอลอาจจะเป็นพระเอกหรือเปล่านะ หรือคาลอส... ทำไมโดนตัดตั้งสิบสามครั้งเล่า เลขอาถรรพ์ของคนที่นับถือคริสต์เลยหรือเปล่า ศุกร์สิบสามงี้
    #782
    0
  8. #332 benjarath (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 18:52
    13เลขอาถรรพ์สินะอืมๆ
    เเต่เรื่องนี้เนื้อเรื่องก็งงๆอยู่เหมือนกันนะเหนี่ย
    #332
    0
  9. #139 kiriyu25 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 09:58
    ขอบคุณครับ แปลอ่านง่าย ตัด13ครั้งเลยมีวิญญาณคนอื่นมาสิงสินะครับ!?
    #139
    0
  10. #110 pramotdplo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 21:58
    ตัด 13 ครั้งนี้ ตัดแล้วเพิ่มปีก แล้วโดนตัดหรอคะ
    #110
    0
  11. #44 relis (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 21:11
    ไม่ค่อยเก็ตตัดกันไปยังไงถึง13ครั้ง

    ตัดทีละ2ทีละ2ไป13ทีรึ



    จะรอให้อิสเรียลเล่นจ้องตากับลูซิเฟอร์น้ส



    ไม่คิดว่าจะอัพทุกวัน. เริ่มอยากตามติดแล้วสิ
    #44
    0
  12. #43 relis (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 21:11
    ไม่ค่อยเก็ตตัดกันไปยังไงถึง13ครั้ง

    ตัดทีละ2ทีละ2ไป13ทีรึ



    จะรอให้อิสเรียลเล่นจ้องตากับลูซิเฟอร์น้ส



    ไม่คิดว่าจะอัพทุกวัน. เริ่มอยากตามติดแล้วสิ
    #43
    0
  13. #38 alfhind (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 00:34
    อิสเรียลลูกแม่ ทำไมหนูทำตัวแบบนี้ล่ะลูก ถูกตัดปีกไป 13 ครั้งถ้วนขนาดนี้ ช่างน่าอนาถ...
    #38
    0
  14. #29 nali-rabanos (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:00
    ทำไมอนาถาจังเลยพระเอกเรา ถถถถถ
    #29
    0
  15. #26 jiiji (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 14:21
    ขอบคุณค่ะ
    #26
    0
  16. #25 --noon-- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 01:00
    เดี๋ยวนะๆๆ ตอนนี้มิคาเอลยังอยู่ชั้นล่างๆอยู่+หนูอิสเรียลในอนาคตจะมี6ปีกชั้นสูงด้วย...ระ...หรือว่า!0-0
    #25
    0
  17. #24 p-i-n-e (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 23:28
    โถวววว น่าสงสารอะไรอย่างนี้ แต่หมายถึงพระเอกที่ดันมาเข้าร่างอิสเรียลอ่ะนะ ไฟต์ติ้งนะลูกชาย!!!
    #24
    0
  18. #23 apfelwein (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 22:19
    โอ๊ย รู้สึกลงแดง แค่ต้นเรื่องก็สนุกแล้ว เดาเรื่องไม่ออกเลย
    #23
    0
  19. #22 narumiayumu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 21:41
    เดาเรื่องยากจัง
    #22
    0
  20. #21 Roeiji (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 21:19
    สนุกมากเลย คาดเดาไม่ถูกว่าจะเป็นยังไงต่อ (//////) ขอบคุณสำหรับตอนนี้น้อ 
    #21
    0
  21. #20 letsdance12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 18:47
    แปลดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก โอ้ยย รักเลยย
    ตัดปีกสิบสามครั้ง เลขสวย เพราะตัดสิบสามครั้งเลยดึงวิญญาณคนอื่นมาสิงแทนรึเปล่า
    #20
    0