เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 39 : ทัณฑ์สวรรค์ [39]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    4 ก.ย. 59

คิดอยู่นานว่าควรจะเขียนอะไรตรงนี้ดีมั้ย 

แต่เพื่อสุขภาพตับที่ดีของนักอ่านทุกท่านและคงรักษาไว้เพื่อบรรยากาศที่ดีต่อการอ่าน

ด้วยเล็งเห็นว่านิยายเรื่องนี้ มีนักอ่านสายนอมอลรวมอยู่ด้วย

เราเลยไม่อยากให้ท่านต้องพบเจอฉากเรทโดยไม่ได้ตั้งตัวและหัวใจ

ทางเราจึงขอออก **WARNING** ไว้ ณ ที่นี้

เนื้อหาของนิยายตอนนี้มีฉาก 'ข่มขืน' รวมอยู่ด้วย

(ผู้แปลทำอย่างสุดความสามารถแล้วที่จะไม่ใช้ภาษารุนแรงเกินไป)

นักอ่านท่านใดคิดว่ารับไม่ได้ ไม่ชอบอะไรแนวนี้ แนะนำให้อ่านจนจบตอนที่ 77 

แล้วข้ามไปอ่านตอนท้ายๆของตอนที่ 78 ได้เลยค่ะ

หลังจากนี้ไป ถ้าเราพบว่าตอนไหนที่มีเนื้อหา 18+ เกิน 50% 

หรือฉากรุนแรงทางเพศ (อย่ามีอีกเลยเถอะ T^T)

ก็จะติดคำเตือนเอาไว้เป็นการบอกล่วงหน้านะคะ

สำหรับใครที่ไม่ชอบการสปอยล์ และมองว่าคำเตือนเหล่านี้เป็นการบอกเนื้อหาล่วงหน้า......

...ฮือ โปรดเข้าใจข้าน้อยด้วย ข้าน้อยจำเป็นจริงๆ~~~

ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



-77-

                ผมฝันเห็นบางอย่างที่แปลกมาก ในความฝัน ผมกลายไปเป็นเด็กอีกครั้ง แต่กลับมีปีก 4 ข้างอยู่บนหลัง

                ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ผมนั่งกอดเข่าถือกิ่งไม้ขุดหลุมอยู่บนพื้นหญ้า ปีกที่ด้านหลังกลายสภาพเหมือนฟองน้ำที่ซับน้ำฝนจำนวนมากเข้าไปพับลู่ติดกับแผ่นหลังของตัวเอง ยิ่งขุดหลุมบนพื้นก็ยิ่งใหญ่ขึ้น มือของผมก็ยิ่งล้า สุดท้ายหลุมบนพื้นก็มีขนาดใหญ่พอๆกับอ่างล้างหน้า ตัวผมในความฝันมีเส้นผมยาวสีแดงแนบลู่ไปตามไหล่และหน้าอก คิดว่าคงดูคล้ายเด็กผู้หญิงอยู่มาก ผมกอดเข่าเล็กๆของตัวเองพลางจ้องมองน้ำฝนที่ไหลเข้าไปในหลุมกลายเป็นโคลน

                ที่ด้านหลัง ใครบางคนส่งเสียงถามขึ้น “เด็กน้อย เจ้ามาทำอะไรที่นี่เหรอ?”

                ผมยังจ้องหลุมโคลนตาไม่กระพริบ “ข้ากำลังรอท่านพ่อ”

                คนๆนั้นถามขึ้นอีกครั้ง “ท่านพ่อของเจ้าไปไหนซะล่ะ?”

                ผมตอบ “เขาไปจัดการคนชั่ว พี่ชายที่ตาสวยๆ ปีกสวยๆ บอกให้ข้านั่งรอเขาอยู่ตรงนี้”

                คนๆนั้นพูดขึ้น “แล้วเจ้าขุดหลุมนี่ทำไม?”

                ผมตอบว่า “พี่ชายตาสวยคนนั้นบอกว่ารอให้น้ำเต็มหลุมเมื่อไหร่ ท่านพ่อก็จะมา”

                คนๆนั้นพูดขึ้น “เด็กโง่...... พี่ชายตาสวยคนนั้นหลอกเจ้าแล้ว น้ำมันจะซึมลงพื้นไปหมด......”

                ผมเถียงกลับไป “เขาไม่มีวันหลอกข้า! เจ้าออกไปนะ! อย่ามายุ่งกับข้า!

                คนๆนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง “เด็กน้อย เจ้าพอจะบอกชื่อของเจ้าให้ข้าได้มั้ย?”

 

                “มิคาเอล”

                ผมคิดอยู่นาน ปีกด้านหลังขยับไหวไปมา “มิคาเอล เอตร้า”

 

                ผมถูกคำพูดนั้นปลุกให้ตื่น เสียงฝนด้านนอกดังสนั่น ผมพลันรู้สึกตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที

                ผมยันตัวลุกขึ้นนั่ง รอบด้านมืดสนิท เย็นเฉียบจนทำให้ผมรู้สึกขนลุก ผมสงบสติอารมณ์ก่อนจะหันไปมองตรงหน้าต่าง ด้านนอกฝนกำลังตกอย่างหนัก ผมร้องเรียกเสียงเบา “เด็กน้อย?”

                ไม่มีใครส่งเสียงตอบรับ

                ผมคลำมือไปด้านข้างก็พบกับความว่างเปล่า

                ผมร้องเรียกอีกครั้ง “เด็กน้อย นายอยู่รึเปล่า?”

                เสียงลมเสียงฝนที่ด้านนอกพัดโหมกระหน่ำรุนแรง บางครั้งยังมีเสียงสายฟ้าผ่าลงมา แสงสว่างจ้าวาบเข้ามาในห้องกะทันหันจนผมแสบตาไปหมด เสียงดังสนั่นทำเอาหูชา สวรรค์ชั้น 6 ก็มีฝนตกเหมือนสวรรค์ชั้นล่างๆได้เหมือนกัน ทั้งยังมีช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม ผมรีบลงจากเตียงพุ่งออกไปนอกห้อง

                ที่ชั้นล่างไม่มีคนอยู่ ผมวิ่งไปที่หน้าประตู ส่งเสียงร้องเรียก “ลูซิฟินิล! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!

                นอกจากเสียงฝนเทกระหน่ำ ผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก

                ดอกกุหลาบขาวที่ปลูกเอาไว้ข้างประตูถูกฝนสาดจนเฉา ต้นหญ้าในสนามส่ายไหว

                ผมลองก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว รองเท้าก็พลันถูกฝนสาดเปียกชุ่มไปหมด ผมชักเท้ากลับมาก่อนจะใช้ผ้าขนหนูเช็ด ผมหันตัววิ่งไปที่ห้องครัว บนเตามีหม้อซุปวางเอาไว้ บนโต๊ะมีเนื้อวัวที่ถูกเวทมนตร์แช่แข็งเอาไว้ บนอ่างล้างจานก็มีถ้วยชามที่ล้างจนสะอาดวางเอาไว้ แค่มองเจ้าเด็กนั่นแววเดียวก็จะรู้ทันทีว่าเขาเป็นคุณชายน้อยในหมู่คุณชายน้อย เป็นจักรพรรดิน้อยจอมเอาแต่ใจ แค่คิดว่าเจ้าเด็กนั่นต้องถือตะกร้าจ่ายตลาดเดินไปตามท้องถนน ใช้สองมือเล็กๆนั่นล้างจาน ผมก็รู้สึกเลือดในตัวพลุ่งพล่านไปหมด

                ไม่คิดอะไรให้มาก รองเท้าก็ยังไม่ทันเปลี่ยน ผมพลันหมุนตัววิ่งออกไปด้านนอกทันที

 

                พึ่งจะวิ่งพ้นประตูออกมา สายฝนรุนแรงก็สาดซัดเข้าใส่รุนแรงอย่างน่าตกใจ แม้แต่เสื้อชั้นในของผมก็เปียกชุ่มไปหมด ปีกถูกฝนสาดจนชุ่มทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก ทั้งยังหนักอึ้ง เหมือนวัวแก่ที่ถูกใช้ลากรถ

                สติของผมเริ่มพร่าเลือนอีกแล้ว ฝีเท้าซวนเซไม่มีแรง ไม่รู้ว่าเพราะพิษไข้ที่รุมเร้าหรืออย่างไร สายฝนเย็นจัดขนาดนี้ผมกลับไม่รู้สึกหนาว แต่กลับยิ่งรู้สึกร้อนยิ่งกว่าเดิม ผมร้องตะโกนอยู่ท่ามกลางสายฝน “เด็กบ้า! นายไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ! ถ้าไม่ออกมาอีกบิดาจะจับฉีกกินซะเลย!

                เสียงที่ตะโกนออกไปถูกเสียงสายฝนกลบจนหมด ผมสูดหายใจเข้าลึกเตรียมจะตะโกนขึ้นอีกครั้ง ด้านหลังพลันมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น “เป็นเจ้า? ฮะ...ฮ่าฮ่า”

 

                แผ่นหลังของผมพลันคล้ายถูกน้ำแข็งเกาะ ขยับไม่ไหนไม่ได้ บุคคลที่ด้านหลังพูดต่อไป “อิสเรียล ช่วงนี้ดูเจ้าจะสุขสบายดีเหลือเกินนะ แม้แต่ห้องใต้ดินก็ลืมลงไปซะสนิท เพื่อนคนหนึ่งในแชงกรีล่าเล่าให้ข้าฟัง เจ้าไปหามหาเทพลูซิเฟอร์ แล้วก็ถูกเขาปฏิเสธกลับมา ใช่มั้ยล่ะ? ฮ่าฮ่า... ฮะฮะ... ฮ่าฮ่าๆ......”

                ความรู้สึกขยะแขยงบางอย่างพุ่งพล่านไปทั่วจิตใจ

                ผมพูดขึ้น “เรื่องระหว่างฉันกับลูซิเฟอร์ ไม่ต้องให้นายมายุ่ง”

                สุดท้าย คนที่ด้านหลังก็อ้อมเข้ามาที่ด้านหน้า

                “งั้นเหรอ? ตอนแรกข้ายังรู้สึกแปลกใจว่าเจ้าใช้อะไรถึงดึงดูดมหาเทพลูซิเฟอร์ได้ สุดท้ายถึงได้รู้ว่าตัวเข้าแลก ผลล่ะ? คนอื่นไม่ทันได้เล่นก็โยนเจ้าทิ้งซะแล้ว ฮ่าฮ่าๆ น่าขำจริงๆ” คาลอสหัวเราะสะใจ ดูน่าสะอิดสะเอียน เขาร่ายเวทมนตร์สร้างเกราะป้องกันฝน ด้านหลังยังมีเทวดารูปร่างสูงใหญ่หลายคนตามมา พวกนั้นต่างก็มี 2 ปีก ดูจากเสื้อผ้าท่าทางแล้ว ระดับไม่น่าจะสูง

                ผมอ้าปาก พริบตานั้นไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไง

                บางที......อาจจะจริงอย่างที่เขาว่า

                นิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหวพูดออกไป “ฉันคิดไม่ถึงจริงๆว่านายจะเป็นคนแบบนี้ นายจะทำตัวน่าเบื่อแบบนี้ไปถึงไหนกัน?” คาลอสพูดขึ้น “ข้าก็แค่มาช่วยเจ้าเท่านั้นเอง อิสเรียลที่รัก” เขากระดิกนิ้ว เทวดากลุ่มนั้นที่ด้านหลังก็เดินเข้ามา เขาพูดว่า “สองวันมานี้รู้สึกร้อนจนทนไม่ไหวบ้างรึเปล่า? รู้สึกบ้างมั้ยว่าอยากหาอะไรมากระแทกตรงนั้นของเจ้า?”

               

                สายฝนสาดใส่เสื้อผ้าบนร่าง ร่างกายพลันเย็นเฉียบขึ้นมาทันที ผมถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว “นายหมายความว่ายังไง? หนอนตัวนั้น......เอายาแก้ออกมาเดี๋ยวนี้!” คาลอสอ้าปากหาว บินขึ้นไปกลางอากาศช้าๆ “ต้องขอโทษจริงๆ ยาแก้หนอนมิราร์ถูกข้าไม่ระวังทำหายไปแล้ว......ได้แต่ใช้วิธีอื่นแก้พิษให้เจ้า”

                เทวดากลุ่มนั้นพากันมุ่งมาที่ผม

                ผมรีบตะโกนบอก “อย่าเข้ามานะ! หนอนมิราร์ติดต่อทำให้ถึงตายเชียวนะ!

                คาลอสหัวเราะออกมา “เรื่องนี้ข้าเข้าใจดียิ่งกว่าเจ้าซะอีก เจ้าโง่ บนร่างของพวกเขาต่างก็มีหนอนมิราร์ ตอนนี้คงจะอยากจนทนไม่ไหวแล้วล่ะ ทุกคนพร้อมใจรักใคร่กลมเกลียว......คงจะดีมากทีเดียว”

                ผมก้าวถอยหลังอย่างหวาดกลัว ก่อนจะหันหลังวิ่งสุดชีวิต

                เสียงฝีเท้าที่ด้านหลังยิ่งมายิ่งใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

                อวัยวะภายในของผมราวกับกำลังโดนเผา แม้แต่การหายใจก็ยิ่งยากลำบาก

                ผมวิ่งไปบนพื้นหญ้า สายฝนไม่ต่างจากม่านน้ำตกที่ตกกระทบปกคลุมลงบนสวรรค์

                ขาสองข้างของผมราวกับไม่ใช่ของตัวเอง เสียงฝีเท้าที่ด้านหลังเบาลงเรื่อยๆ

                ฝีเท้าของผมเริ่มช้าลง

                ช้าลงเรื่อยๆ

                จากวิ่งกลายเป็นเดิน

                ผมคุกเข่าอยู่บนพื้น สองมือกำต้นหญ้าเปียกชื้นบนสนามเอาไว้แน่น นอกจากเสียงฝนแล้วผมก็ฟังอะไรไม่ได้ยินอีก

                รองเท้าสีน้ำตาลคู่หนึ่งหยุดลงตรงหน้าผม

                “วิ่งพอรึยัง? หมดแรงแล้วเหรอ?” น้ำเสียงยิ้มเย้ยของคาลอสดังขึ้นเหนือหัว “จะเริ่มกันได้รึยัง?”

 

 

-78-

                ผมรวมกำลัง คิดจะร่ายคาถา ตอนนั้นเองที่วงแหวนสีฟ้าร่วงลงมาครอบตัวผม หัวสมองพลันว่างเปล่า ไม่ว่าจะร่ายคาถายังไงก็ไร้ผล

                คาลอสพูดขึ้น “คิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าร่ายคาถาอย่างนั้นเหรอ?”

                พูดจบก็ส่งเท้าข้างหนึ่งเหยียบบนอกของผม ร้องเท้าหนังกระแทกเข้ากับกระดูกส่งเสียงดังปึ้ก แรงกระแทกนั้นแทบทำให้ผมรู้สึกว่ากระดูกกำลังจะพุ่งทะลุออกมา ร่างของผมกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นท่ามกลางสายฝน ไม่ทันได้ตั้งสติ เก็กระทืบลงมาอีกครั้ง ผมกระแทกเข้ากับพื้นหญ้า

                สองตาเหลือกค้าง โลกหมุนพลิกกลับ

                สองขาถูกคนคว้าจับเอาไว้ บังคับลากกลับไป สองมือของผมกำยึดพื้นหญ้าเอาไว้ ให้ตายก็ไม่ยอมปล่อย แต่เรี่ยวแรงที่ด้านหลังมีเยอะกว่ามาก หญ้าที่พึ่งถูกตัดออกแหลมคมจนบาดเข้าไปในเนื้อ เจ็บจนทำผมแทบหมดสติ

 

                ใบหญ้าแหลมคมบาดเข้ามาในผิว เลือดสดๆที่ไหลออกมาถูกสายฝนชะล้างไป เหลือไว้เพียงบาดแผล ผมพยายามชักขากลับมา พยายามดิ้นรนหนี แต่พริบตาก็ถูกกดกลับลงไปใหม่ ไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นอีก

                กางเกงถูกใครบางคนดึงออกไป ท่ามกลางเสียงฝนกระหน่ำ เสียงฉีกกระชากกลับดังชัดในหัวของผมเป็นพิเศษ

                จากนั้น เศษผ้าที่ถูกฉีกออกถูกโยนไปอีกด้าน

                ผมหุบขาแน่น สองตาเบิกค้าง

                ใครคนหนึ่งคว้าขาของผมกระชากเปิดออก ส่วนลับถูกเปิดเผยออกมา เม็ดฝนตกลงมาที่กลางหว่างขา กระแทกเข้ากับส่วนที่อ่อนไหวที่สุด ผมดิ้นรนอย่างแรง พยายามฝืนตัวลุกขึ้น หมัดหนึ่งพุ่งเข้าใส่ปากของใครบางคน

                เสียงต่อยดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงคล้ายกระดูกหรือฟันหัก

                เทวดาที่โดนต่อยร้องครางออกมา สองมือกุมริมฝีปาก ก่อนจะหันไปถ่มน้ำลายอีกด้าน ฟันซี่หนึ่งกระเด็นลงพื้นพร้อมกับเลือด

                ผมต่อยไปที่หน้าเทวดาอีกตน แต่กลับถูกเขากันเอาไว้ได้

                ผมฉวยโอกาสนั้นดีดตัวลุกขึ้นทันที แต่ไม่ทันยืนตรงๆได้ก็ถูกลากตัวกลับลงไปตามเดิม

 

                ครั้งนี้ ทั้งมือและเท้าถูกคนจับยึดเอาไว้ ผมจิกเนื้อคนที่อยู่ใกล้ๆ กลับถูกเขาต่อยหมัดกลับมาอย่างแรง

                ผมร้องตะโกนอย่างโกรธแค้น “แม่-เอ้ย! คาลอส! ขืนนายแตะต้องฉัน ฉันไม่เอานายไว้แน่!” คาลอสหัวเราะชั่วร้ายออกมา “ข้ากลัวจังเลย แต่ข้าจะแตะเจ้า เจ้าจะทำไม เจ้าคิดว่าข้าจะโง่เหมือนคราวก่อนที่ยอมให้เจ้ามีโอกาสกลับขึ้นมางั้นเหรอ? คราวนี้ข้าจะหั่นเจ้าเป็นชิ้นๆแล้วค่อยโยนลงไป ดูสิว่าเจ้ายังจะกลับมาได้อีกมั้ย ฮ่าฮ่า!

                สะโพกถูกจับยกขึ้น ผมถอยร่นขัดขืนไม่หยุด “ออกไป! ออกไปนะ! ใครกล้าแตะต้องบิดา บิดาจะฆ่ามัน!

 

                คนเหล่านั้นหยุดชะงักไป ใครคนหนึ่งยืนขึ้น สองมือปลดเข็มขัดออกอย่างลนลานรีบร้อน ปลดปล่อยส่วนคึกแข็งใหญ่โตออกมา คนนั้นๆคว้าส่วนนั้นเอาไว้พลางรูดรั้งเบาๆ ของเหลวน่ารังเกียจไหลหยดออกมาลงบนขาของผม ทิ้งร่องรอยร้อนผ่าวเอาไว้

 

                ผมส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่! อย่านะ! พวกนายจะต้องเสียใจ! อย่า!

 

                สายฝนช่วยชะล้างของเหลวนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว เส้มผมที่เปียกชื้นตกลงมาปรกตาของผมไว้ ผมทำได้แต่ส่ายหน้าไม่ยอมหยุด พลันเห็นชายคนนั้นพุ่งเข้ามาทาบทับอยู่บนร่างของผม ร่างกายที่สั่นสะท้านพยายามดิ้นรน พยายามขัดขืน แต่ก็ถูกจับกลับมาทุกครั้ง...... สุดท้ายผมก็รู้สึกถึงส่วนปลายของสิ่งนั้นสัมผัสเข้ากับส่วนนั้นของผม พริบตานั้นเหมือนหัวใจของผมกำลังจะหยุดเต้น

                ที่ล้อมรอบครรลองสายตา คือใบหน้ามากมายที่กำลังส่งยิ้มน่ารังเกียจ

                ผมร้องด่าอย่างเคียดแค้น “คาลอส ไอ้คนสาวเลว ตัวเองชอบถูกคนอื่นทำก็อย่าคิดว่าคนอื่น------อ๊า-----------“

                คนๆนั้นเคลื่อนไหว กระแทกร่างเข้าใส่อย่างแรง

 

                หัวสมองพลันว่างเปล่า ผมได้ยินเสียงคนๆนั้นคำรามออกมา “บ้าเอ้ย คาลอส เจ้าหาของชั้นต่ำอะไรมา เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ข้าใส่เข้าไปไม่ได้!” คาลอสส่งเสียงขึ้นมา “หืม? ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ?” ชายคนนั้นพูดอย่างกรุ่นโกรธ “บ้าเอ้ย เจ้ารีบทำอะไรซักอย่างสิ เจ็บโว้ย”

                คาลอสพูดอย่างใจเย็น “ถ่างขาออกไปอีกหน่อยสิ”

                คนที่จับขาของผมอยู่พลันจับขาของผมแยกออกกว้าง ผมบิดมือไปมาแต่ก็ไร้ทางดิ้นหลุด

                ชายคนนั้นถอยออกไปก่อนจะฝืนดันกระแทกเข้ามาอีก

                ต้องมาถูกคนแบบนี้ทำ......

                ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนจนอยากอ้วก

                ผมดิ้นรนร้องด่าไม่หยุดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา กลับยิ่งกระตุ้นเร้าอารมณ์ปรารถนาของคนรอบด้าน ร่างกายถูกบังคับให้เปิดเผยออกมา ความอดสูทำให้ดวงตาของผมพร่ามัว คาลอสคุกเข่าอยู่ด้านหน้าของผม ริมฝีปากยิ้มเย้ย “อิสเรียลที่รัก ไม่ใช่ว่ามหาเทพลูซิเฟอร์รักถนอมเจ้ามากหรอกเหรอ ทำไมถึงยังแน่นแบบนี้ล่ะ? เอ๋? มหาเทพลูซิเฟอร์น่าจะเคยทำกับเจ้าแล้วนี่นา......คิดดูสิ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นของเขาไม่ใช่ว่าเอาแต่จับจ้องที่ตัวเจ้าหรอกเหรอ? อิสเรียล......ไม่นะ... อิสเรียลที่น่าสงสารของข้า......”

 

                ลูซิเฟอร์......

 

                ผมร้องด่าไม่ออกอีก

                ลูซิเฟอร์...

                ผมได้แต่พึมพำชื่อนั้นอยู่ในใจ

                ในอกคล้ายมีบางอย่างกำลังหลอมละลาย พุ่งขึ้นมาเอ่อคลออยู่ที่ขอบตา

                ใครบางคนคว้าศีรษะของผมเอาไว้ก่อนจะปลดปล่อยออกมาอย่างตื่นเต้นยินดี

                จากนั้นก็เป็นคนที่สอง

                หลังครั้งแรกผ่านไป การรุกรานครั้งที่สองก็ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

                การขัดขืนค่อยๆอ่อนแรงลง

                ผมได้แต่จ้องมองทิวทัศน์ตรงหน้าที่กำลังส่ายไหว 

                ลูซิเฟอร์...

                ทั้งๆที่พึ่งจะรู้จักได้เพียงไม่นาน ทำไมถึงได้รู้สึกโหยหาราวกับพลัดพรากจากกันยาวนานนับร้อยปี... พันปี...

 

                เสียงระฆังบอกเวลาสิ้นสุดงานชุมนุมดังขึ้น บันไดนอกเมืองซีมาร์พลันเปล่งแสงสีทองจ้าตา ลูซิเฟอร์ตอนนี้คงกำลังอยู่ในชุดงามวิจิตร ก้าวเดินออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์อย่างงามสง่า ข้างกายเป็นเทพธิดางามพริ้งมากมาย...

                แต่ว่า... สายฝนในเมืองซีมาร์ยังคงเทกระหน่ำไม่ยอมหยุดดังเดิม

 

                ตอนที่ชายคนสุดท้ายกระชากเปิดเข็มขัดของตัวเองขึ้นคร่อมผม ผมก็หลับตาลง

 

                ลูซิเฟอร์......ลูซิเฟอร์......

                ยามที่ท่องชื่อนี้เอาไว้ ทำให้ผมลืมความเจ็บปวดไปได้ชั่วคราว

                รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีประโยชน์

                รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีวันเอื้อมถึงเขา ไม่มีวันได้ครอบครองเขา

                แต่ว่า... ขอแค่ได้เรียกชื่อของเขา ก็จะไม่รู้สึกกลัวอะไรอีก

                ขอแค่เรียกชื่อของเขา ก็จะรู้สึกว่าตัวเองกล้าหาญขึ้น ...แข็งแกร่งขึ้น

                ก็จะยิ่ง......แข็งแกร่งยิ่งๆขึ้น

 

                คนที่คร่อมอยู่บนตัวผมหยุดเคลื่อนไหวไปนานแล้ว

                ผมลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ จ้องมองดวงตาเบิกโพลงของเขาที่จ้องผมไม่กระพริบ คล้ายกำลังหวาดกลัวจนถึงขีดสุด

                บนศีรษะของเขามีเลือดค่อยๆไหลลงมาเป็นทางก่อนจะหยดลง ก่อนที่หยดเลือดจะร่วงลงมาบนร่างของผม พลันถูกแสงสว่างแสงหนึ่งขวางเอาไว้ จากนั้นชายคนนั้นก็หงายหลังล้มกระแทกลงกับพื้น

                หลังจากนั้นผมก็ได้เห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา

                เสียงฟ้าผ่าดังสะเทือนเลื่อนลั่น คนที่ล้อมอยู่รอบด้านพลันหงายหลังล้มลงไป ผมไม่แม้แต่จะเห็นด้วยซ้ำว่าพวกเขาถูกจัดการยังไง

 

                ผมพลันเบิกตากว้างหันหน้ากลับไปมองคาลอส เขากำลังเซถอยหลังไปอย่างตกตะลึง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ผมฝืนตัวลุกขึ้นมาคว้าหินมาก้อนหนึ่ง โยนใส่ขาของเขา คาลอสร้องออกมาเสียงหนึ่งก่อนจะเซล้มลงกับพื้น ผมยกหินในมือขึ้นสูง กระแทกใส่ที่หัวของเขาอย่างไม่ลังเล

                เขากรีดร้องออกมาราวกับหมูถูกเชือด พริบตาเลือดก็ไหลออกมา

                ผมยันตัวขึ้นนั่งคุกเข่าอย่างยากลำบาก ยกก้อนหินในมือขึ้นอีกครั้ง “ไอ้บัดซบเอ้ย! บิดาพูดจริงทำจริง!

                ก้อนหินถูกเล็งไปที่จุดยุทธศาสตร์ของเขาอย่างไม่ปรานี หลังจากเขาส่งเสียงร้องจุกเจ็บออกมาก็หมดสติไป

 

                ผมควานหากางเกงของตัวเองที่กระจัดกระจายไปทั่ว มันถูกฉีกจนกลายเป็นเศษซากไปแล้ว ใครคนนั้นที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลไม่ได้ร่ายเวทกันฝน ทั้งร่างของเขาเปียกชุ่ม เสื้อผ้าที่เปียกปอนแนบลู่เปิดเผยเค้าโครงร่างอันงดงามของเขา เขาก้าวเข้ามาหาผม

                “ออกไป!” ผมตะโกนออกไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ

                พยายามยกมือขึ้นปิดหน้า รู้สึกอับอายจนอยากตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

                เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาต่อ ทุกก้าวที่เข้ามา ยาวนานราวกับผ่านไปนับศตวรรษ

 

                สุดท้ายเขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าผม ใช้ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์จ้องมองผม

                ผมไม่มีแม้แต่ความกล้าก้มหน้ามองดูตัวเอง

                สายฝนเทกระหน่ำ แม้แต่ลมหายใจก็แทบจะถูกกลืนหายไป

                ท่ามกลางสายฝนพร่ามัว เสียงของลูซิเฟอร์ดังขึ้นไม่หยุด “ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าพวกเราจะถูกพลัดพรากจากกัน และถึงแม้เจ้าจะคิดสังหารข้า......ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยมือ”

                ผมต่อยเข้าที่หน้าของเขา

                “พล่ามไร้สาระบ้าบออะไรก็ไปพล่ามกับคนอื่นนู่น! ไสหัวออกไป! ฐานะฉันมันต่ำ ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต่ำไปด้วย! คิดจะใช้บิดาเป็นของเล่นก็รอชาติหน้าเถอะ! ออกไป!

                ลูซิเฟอร์ไม่แม้แต่จะหลบ สายฝนไหลลงมาตามใบหน้าของเขา ดูคล้ายกับหยดน้ำตา

                เขากอดผมเอาไว้แน่น “ข้าไม่เคยคิดล้อเล่นกับเจ้า ไม่เคยเลยซักนิด”

 

                ผมดิ้นรนขัดขืน เขากลับยิ่งกอดผมแน่นขึ้น “อิสเรียล ข้าไม่มีทางจากไปอีก พวกเราอยู่ด้วยกัน จะไม่แยกจากกันอีก ดีหรือไม่?”

                ผมเม้มริมฝีปากไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไร

                เขาลูบไล้ปีกของผมเบาๆ “ข้าตัดใจง่ายเกินไป เป็นความผิดข้าเอง......ขอโทษเจ้า หลังจากนี้ข้าจะดีกับเจ้ายิ่งกว่าตอนนี้สิบเท่า ร้อยเท่า ข้าจะทำให้เจ้าลืมเรื่องไม่ดีๆทุกอย่าง ข้าจะมอบความสุขทุกอย่างที่ข้าให้ได้กับเจ้า หลังจากวันนี้ จะไม่มีใครแยกพวกเราจากกันได้อีก ใครก็ไม่อาจทำได้ เจ้าได้ยินมั้ย?”

 

                ผมทนต่อไปอีกไม่ไหว กอดตอบเขากลับไปในที่สุด

 

                ร่างกายของเขาแข็งค้างก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา เสียงของเขาสั่นสะท้าน “ข้ารักเจ้า”

 

                สมองของผมพลันว่างเปล่า เขากอดผมแน่นจนไม่เหลือช่องว่าง จูบของเขาที่แนบลงมาอ่อนโยนแผ่วเบาราวกับสายฝน

                ผมปิดตาลงช้าๆ ส่ายหน้าเบาๆ

                ขอบตาของเขาแดงก่ำเล็กน้อย “ข้าจะรักเจ้าตลอดไป”

                ผมประคองใบหน้าของเขาไว้ ตอบกลับไปเสียงเบา “ผมก็ด้วย”

                จากนั้นเขาก็กอดรัดผมแน่น ริมฝีปากประกบกันไว้แนบสนิท

 

                สายฝนหยุดกระหน่ำ พายุผ่านพ้น กลีบกุหลาบสีขาวกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บางทีก็สงสัยว่าคนแต่งเกลียดอะไรนุ้งปินอยู่รึเปล่า

...omg...

นี่ดิฉันต้องเจออะไรแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่เค๊อะ~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1604 palm4588 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:21
    บอกว่าตัดใจง่าย ลูซิเฟอร์เห็นอนาคตได้ช่ะ เห็นตัวเองโดนถีบลงมาแน่ แสดงว่าอนาคตไม่เปลี่ยนแน่เลย //อิสเรียลจะใช่ลูกของเรย์โนลด์เปล่านิ
    #1,604
    0
  2. #1559 Mebal (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:16
    บรรยายไม่ถูกไปเลยทีเดียว !!!!!!
    #1,559
    0
  3. #1529 kuro4444 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 22:06
    อย่าบอกนะว่าอิสเรียลก็คือมิคาเอล

    #1,529
    1
  4. #1520 แกรบค่ะเตง (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 23:46
    ตอนแรกนึกว่าเป็นเพื่อนที่ดีแน่ๆแต่มันกลับพังหมด อำนาจมาแม่มทิ้งกันเลยนะE-DOK!!!!
    #1,520
    0
  5. #1496 neaumn_sm (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:08
    โครตแย่ โครตเฟล ทำไมชีวิตต้องเจอไรงี้ด้วย สงสารโว้ย
    #1,496
    0
  6. #1439 moony+lilac (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 21:35
    ได้แก้ตัวยาวแน่ แม่มเอ๊ย สาระเลวคาลอสยังไม่ถูกตัดหัวอีกเรอะ ทีนี้อย่าเก็บมันเอาไว้เลย
    #1,439
    0
  7. #1270 ManowandManow (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:48
    อยากกระทืบอีคาลอสมากเลยตอนนี้
    #1,270
    0
  8. #1030 akerah (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 22:18
    หงุดหงิดๆ พี่ลูต้องรอให้เรื่องมันเกิดใช่มั้ยพี่ถึงจะยอมรับความจริงเนี่ย!!!!  แต่เอาเถอะพี่ลูเขาสัญญาขนาดนี้แล้ว น้องอิสก็ยอมแล้ว กองอวยจะไม่ยอมได้ไง......มีความรู้สึกคาดหวังอย่างแรงกล้าว่าหลังจากนี้จะเป็นปฏิบัติการลบรอยมลทินให้น้องอิสนะคะพี่ลู
    #1,030
    0
  9. #1028 คิคุโญะจัง (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 08:48
    ตอนนี้มือเรามีแต่รอยเล็บ อยากกระทืบคาลอสจริงๆ
    #1,028
    0
  10. วันที่ 7 กันยายน 2559 / 12:19
    ไปดำน้ำอ่านมาเจอฉากนี้เข้าไปก็...พอมาอ่านก็...สรุปคืออารมณ์ไหนเนี่ย?
    #1,027
    0
  11. #1026 The Silver Wise Man (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 10:07
    มีใครรู้บ้างคะว่าออริจินัลของจีนนี่จบรึยัง?
    #1,026
    1
    • #1026-1 sdef(จากตอนที่ 39)
      9 กันยายน 2559 / 17:22
      ทางจีนจบครบสามภาคแล้วค่ะ
      #1026-1
  12. #1025 แฟนนิยายในเงามืด (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 00:06
    มีความ งง มันคือ อารายยยยย
    #1,025
    0
  13. #1023 ปลายย (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 17:03
    เกลียดที่หลีปินอ่อนแอ โอ้ย รีบเก่ง ๆ สักทีเหอะ จะได้พึ่งตัวเองได้ เกลียดดดดดดดด ทีนี้เข็ดหรือยัง หาา
    #1,023
    0
  14. #1021 relis (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 08:51
    คาลอสมันผุดขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย ก็สังหรณ์อยู่แต่ไม่คิดว่าจะเป็นจริง แล้วเมตาตรอนที่บอกว่าจะมารับกายไปไหนนน
    #1,021
    0
  15. #1019 Katania (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:52
    โอ้ววววว~ อิสเรียลที่รักฉันสงสารเจ้าจับใจ คาลอสเจ้าช่าง(ติ๊ด) ขอบพระคุณท่านผู้แปลที่ลดเนื้อหา nc เรท18+ ในตอนนี้ แต่...ถ้าหากเป็นตอน ที่ท่านลูซ(ลูซิเฟอร์)กับอิส(อิสเรียล)โปรดท่านผู้แปลได้โปรดบอกช่องทางให้ข้าพเจ้าตามไปเสียเลือดด้วยเถิด
    เอเมน~
    #1,019
    0
  16. #1018 Rewpaperwhite666 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 15:32
    ฮือ-เอ้ยร้องไห้2รอบเเล้ว;-;รอบเเรกคืออีคาลอสทรมานอิสเรียล รอบสองก็รอบนี้ถึงพอจะเดาได้ว่า-ต้องโดนเเน่ๆเเต่พอมาอ่านของจริงเเล้วทรมานสุด -อีคาลอส -! -! -!
    #1,018
    0
  17. #1017 sunnight (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 15:24
    โอ้ย เอาจริงๆคือทำตามคำแนะนำเป๊ะเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำเตือน แค่รู้ว่าจะเกิดอะไรกับที่รักก็ทำใจอ่านไม่ได้จริงๆ ต้องวาร์ปมาเลย สงสารคนแปลที่ต้องอ่านทุกตัวนะคะ เราจะไฟต์~
    #1,017
    0
  18. #1016 นักอ่าน (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 14:31
    ถ้าอิสเรียลคือมิคาเอล มิคาเอลคือผู้ที่ขับบูซิเฟอร์ลงจากสวรรค์เปล่า

    #มีความเดา

    #มีความมั่ว
    #1,016
    0
  19. #1015 -_Saki_- (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 13:55
    จะว่าไปแล้ว. คาลอสเหมือนเปนตัวร้ายพลีชีพ. คราวก่อนถ้าไม่โผล่ออกมาความรักของอิสกับลูก็จะไปไม่ถึงไหน. อย่างตอนนี้ถ้าไม่ออกมาร้าย. อิสก็จะตัดใจไปอยุ่กับเมตาตรอน ลูก็คงหลบหน้าไปแม้จะมีใจแต่ไม่ยุ่งเกี่ยว แต่เพราะมีคาลอส. อาจจะเพราะต้องรุนแรงระดับนี้ลูถึงจะกลับมารึป่าว. ลูเลยรู้ว่ายิ่งตัดใจไม่ได้ ไม่อยากเสียอิสไปเลยกลับมาซะงั้น แม้ว่าฉากหวานมันจะน่ารักมากจนน่าหยิก อายม้วนแทนอิสไปหลายตลบก็เถอะ. แต่ถึงฉากโหดก็โหดจริงอะไรจริงนะ. เฮ้อ ยิ่งอ่านยิ่งปวดใจ แต่ตอนนี้ไปเสริมเหล็กตับไตมาแล้ว. พร้อมอ่านต่อเสมอ. เสียน้ำตาไปหลายลิตรละ. ฮือออ
    #1,015
    0
  20. #1014 วนิลาฮาเฮ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 08:05
    =0= OMG!!!!! ความรู้สึกตอนนี้มันตื้อๆยังไงไม่รู้อะอิสเรียลลลลลลลลลลลล~~~~;-;
    #1,014
    0
  21. #1013 ma_jung (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 03:02
    ผิดมั้ยที่อยากให้คาลอสมันโดนแบบอิสเรียลแบบทรมารกว่า หนักกว่า เยอะกว่า
    แม่ม...โมโหสุดๆ ชอบ-หนอนบ้านั้นมากช่ะ น่าจะเอาใส่มันสักร้อยตัว
    ถามจริงออกมาได้ไงห้ะ แล้วพวกนั้นมันมาจากไหน อ้อรุ้ละ ก้คนต่ำๆมันก้คงมาคบกันเองอยุ่แล้วละนะ เหอะ
    ขอให้จริงนะท่านลู
    กว่าเราจะจบได้นิทรมารจิตมาก ขอบคุณนะคะที่แปลมาให้ คำเตือนช่วยได้มากจริงๆค่ะ พอทำใจได้ก้เลยอ่านแบบจบ77ปุ้ปก้อ่านท้าย78เลย แล้วค่อยย้อนกลับไปตอนบน ซึ่งรุ้ก่อนทำให้ทำใจได้เยอะเลย ดีที่78จบไม่เครียดด้วย ถ้าจบค้างเครียดนิบอกตรง...อาจจะทำใจอ่านไม่ได้ล่ะะะ
    #1,013
    0
  22. #1012 Miyakochan (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 02:35
    ไม่รู้อิสเรียลทนไปใด้ไง ปวดใจแทน เจ็บตลอดศก ตาลูซ ชิชิ มาไวๆก็ไม่ใด้ช้าตลอด
    #1,012
    0
  23. #1010 vigils (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 01:39
    อิสเรียลลลลล ไม่สิ หลีปินของช้านนนน ถูกข่มขืนเลยเหรอ โฮ! อีคาร์ลอส สารเลว!!!! แกต้องตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุดเลย!
    #1,010
    0
  24. #1009 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 00:35
    อ่านตอนนี้แล้วสมองว่างเปล่ามาก ไม่ทุกข์ไม่สุขไม่อะไรทั้งสิ้น แต่เครียด ฮ์อ เครียดอย่างเดียวเลย ?? พอทำใจไว้บ้างจากไปดำน้ำมาแต่คิดว่าจะเอาตัวรอดได้ไง สุดท้ายไม่รอด...ฮือ สงสาร อย่าพูดว่าตัวเองต่ำเลยนะอิสน้อย เขาเจ็บปวดใจ TOT เวลาอิสเรียลออกมาตามหาลูซิฟินิลทีไรเกิดเรื่องขึ้นตลอดเลย หมั่นไส้ลูซิเฟอร์ ตีตัวออกห่างอิสน้อยไปหาแม่เทพธิดาสวยๆ เหอะ ไปเลยไป ไม่ต้องกลับมา จะกลับมาทำไม ฮือออออออ กลับมาแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดด้วย ทำให้อิสเรียลมีความสุข แล้วก็ลืมเรื่องนี้ที ขอร้อง TOT
    #1,009
    0
  25. #1008 เหมี่ยวเซ่ะ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 00:20
    คนแต่งเขาหมั่นไส้ท่านราชาหลีรึเปล่า? ถถถถถ
    #1,008
    0