เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 36 : ทัณฑ์สวรรค์ [36]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    28 ส.ค. 59



-71-

                พอได้พูดออกไปแล้ว ผมกลับรู้สึกโล่งแปลกๆ เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก

                ลูซิฟินิลนิ่งเงียบไปอยู่นาน เขาจะหัวเราะเยาะผมก็แล้วไปเถอะ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือการถูกคนอื่นเงียบใส่ต่างหาก เพราะงั้นผมจึงยันตัวลุกขึ้นมานั่งก่อนจะอุ้มลูซิฟินิลไว้บนตัก พูดเสียงเบาว่า “ฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่” ลูซิฟินิลยังคงมองผมอย่างเหม่อลอย

                ผมถูจมูกตัวเองไปมา หัวเราะเสียงแห้ง “ฉันรู้สารรูปตัวเองดี รู้ดีว่าฉันกับเขาต่างกันมากขนาดไหน......ฉันก็แค่ชอบเขาเท่านั้นเอง ไม่กล้าคิดมากไปกว่านี้หรอก” ลูซิฟินิลรีบส่ายหน้า “ไม่ เจ้ากับเขาเหมาะสมกันมาก” เห็นเขาพูดอย่างจริงจังแบบนั้น ผมเลยหัวเราะออกมาอีกครั้ง โยกใบหน้ากลมเล็กๆนั่นไปมา “เด็กน้อย นายน่ารักเกินไปแล้ว พูดอะไรก็น่าฟังไปหมด เรื่องนี้ฉันพูดแต่กับนายคนเดียวเท่านั้นนะ อย่าเอาไปบอกคนอื่นเชียวล่ะ ถ้าเกิดเมตาตรอนมาได้ยินเข้า เขาต้องบังคับฉันให้กินบะหมี่ทางรูจมูกแหงๆ”

                ลูซิฟินิลยังคงใช้ใบหน้าทึ่มทื่อมองผมอยู่อย่างนั้น

 

                ยังดีที่เขาไม่รู้เรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังของผม ถ้าเกิดรู้ล่ะก็ มีหวังโดนหัวเราะเยาะแน่ๆ การคงอยู่ท่ามกลางโลกกึ่งจริงกึ่งลวงตาแห่งนี้ ผมไม่เพียงแต่ไม่รีบหาทางกลับบ้าน กลับยังมีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องไร้สาระพรรค์นี้อีก

                ทันใดนั้นผมก็นึกถึงคำพูดของลูซิเฟอร์ขึ้นมา

                อะไรคือความจริง?

                แล้วอะไรคือความลวง?

                นี่คือปัจจุบันของข้า แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ใช่ความฝันของเจ้า

 

                ผมขยุ้มหัวตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม “จะความจริงความฝันก็ช่างเถอะ คนเราพอตายไปแล้วก็เหมือนหลับฝัน เอาอะไรติดตัวไปด้วยก็ไม่ได้ จะเลือกทิ้งอะไรไว้ก็ไม่ได้! ขอแค่ใช้ชีวิตตัวเองอย่างมีความสุขก็พอแล้ว! เด็กน้อย! นายว่าใช่รึเปล่า!” ลูซิฟินิลพยักหน้าหงึกหงัก จู่ๆก็ส่งเสียงเรียกออกมา “อิสเรียล”

                ผมยิ้มตาหยีส่งให้เขา “อืม?”

                เหงื่อตก... สงสัยผมจะสติแตกไปแล้วล่ะ

                ลูซิฟินิลลุกจากตักของผมก่อนจะบินขึ้นไปกลางอากาศ ผึ้งน้อยบินส่ายไปส่ายมาอยู่ในห้อง สองแขนอ้าออกราวกับกำลังยืนรับลมทะเลอยู่ริมชายหาด เส้นผมสีทองของเขาพลิ้วไหวไปมา เปล่งประกายน่ามอง

                สุดท้าย ลูซิฟินิลก็ทำตัวเหมือนรถสิบล้อพุ่งเข้าใส่ร่างของผมอย่างจัง เสียงเล็กๆดังขึ้น “อิสเรียล!” ผมถูกเขาชนจนล้มลงบนเตียง เขาคร่อมอยู่บนร่างผม กอดผมแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ใบหูเล็กๆของเขาแนบอยู่บนหน้าอกของผม “อิสเรียล เจ้าพูดจริงใช่มั้ย?” เดิมทีผมก็รู้สึกอายมากอยู่แล้ว จึงได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับพยักหน้ารับ ลูซิฟินิลหลับตาลงอย่างพออกพอใจ พูดแผ่วเบาว่า “เขาจะต้องชอบเจ้าแน่ ชอบมากๆ”

                ผมหัวเราะ “จะเป็นไปได้ยังไง ฉันรู้ตัวเองดีน่า นายคิดว่าฉันเป็นเด็กน้อยเหมือนนายหรือยังไง?” ลูซิฟินิลแย้งอย่างไม่ใส่ “พรุ่งนี้เดี๋ยวเจ้าก็รู้” จากนั้นเขาก็กลิ้งออกไปนั่งที่ด้านข้าง สองมือตบๆยกผ้าห่มขนห่านหนานุ่มขึ้นคลุมร่างผมกับเขา จากนั้นก็ปิดไฟล้มตัวลงนอน ท่ามกลางความมืด ผมสามารถมองเห็นได้รางๆว่าเขากำลังยิ้ม สองมือเล็กๆยื่นออกมากอดเอวผมแน่น เสียงเล็กๆดังขึ้นว่า “ราตรีสวัสดิ์ ที่รัก”

                ผมกำลังเตรียมจะบอกราตรีสวัสดิ์ กลับได้ยินคำสองพยางค์หลังเข้าพอดี อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปหยิกแก้มเขา “เจ้าโง่ ช่วยจริงจังหน่อยได้มั้ย!

 

                หลังการสอบสิ้นสุดลง ก็เป็นช่วงปิดเทอมอันแสนยาวนาน หลังจากนั้น ผมสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนเพื่อเลื่อนลำดับขั้นต่อไป หรือจะเตร็ดเตร่ใช้ชีวิตไปวันๆ เมื่อลองคิดๆดูแล้ว ผมพึ่งค้นพบว่าตัวเองมาอยู่บนสวรรค์ได้ปีกว่าๆแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงปี วันสร้างโลกก็จะมาถึง

 

                วันรุ่งขึ้น มีข่าวว่าเทพจีซัสลงมาสวดภาวนาที่โบสถ์ใหญ่นอกเมืองซีมาร์

                เมื่อผมได้ยินชื่อจีซัสสองคำนี้ ก็รีบกระวีกระวาดไปสมทบกับชาวสวรรค์กลุ่มใหญ่ พากันตามออกไปดูจอมเวทย์ขาวผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น

 

                ด้านหน้าของโบสถ์เป็นลานรูปวงกลมขนาดใหญ่ พื้นปูด้วยหินกรวดขนาดเล็กสีดำ สองด้านข้างมีเสาหินอ่อนขนาดใหญ่รูปครึ่งวงกลมตั้งอยู่คอยรับน้ำหนักของเพดานเอาไว้ รอบด้านประดับประดาด้วยรูปปั้นวีรบุรุษวีรสตรีมากมายในท่วงท่ากำลังโผบิน สองด้านข้างของลานมีน้ำพุสองอันตั้งอยู่คนละด้าน น้ำจากน้ำพุไหลลงมาชั้นแล้วชั้นเล่า ภาพม่านน้ำใสกระจ่างดูราวกับเป็นม่านไข่มุกแวววาว ส่งเสียงเสนาะหูน่าฟังออกมา

                เพื่อแสดงถึงความเคารพที่มีต่อหัตถ์ซ้ายและขวาของพระผู้เป็นเจ้า ชาวสวรรค์ทั้งปวงจึงได้พากันมารวมตัวที่โบสถ์แห่งนี้ พอได้เห็นโบสถ์หลังมหึมาตรงหน้า แม้แต่พวกสำมะเลเทเมาอย่างผมยังต้องคอยจัดชายชุด ทำตัวสำรวมขึ้นมาในทันที

 

                โบสถ์หลังนี้เก่าแก่เป็นอย่างมาก เก่าแก่ซะจนไม่รู้แน่ชัดว่าสร้างมานานขนาดไหน แต่เพราะได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่บ่อยครั้ง ตัวโบสถ์ถึงได้เปล่งประวายวิบวับราวกับถูกสร้างขึ้นใหม่ๆ

                ผมเดินไปตามทางเดินอันเงียบสงบ กลุ่มเมฆที่ลอยมาจากสวรรค์ชั้นที่ 7 คล้อยต่ำลงมาบนพื้นก่อนจะพัดเข้าในบริเวณโบสถ์ ดูคล้ายภูตผีวิญญาณกำลังเริงระบำอยู่ในนั้น เมื่อเข้าไปถึงด้านในตัวโบสถ์ พอได้ลองเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองดู ผมก็รู้สึกว่าตัวเองหดเล็กลงตัวเท่าเม็ดทราย ครั้งแรกที่มองเห็น ผมไม่อาจหาคำมาพรรณนาความใหญ่โตของโบสถ์แห่งนี้ได้ เพดานด้านบนราวกับอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของเมืองซีมาร์ยังไงยังงั้น

                บนเพดานของโถงพิธีเป็นกระจกสีงดงามสะดุดตา บนนั้นมีปักษาศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันดับมอดอยู่ตัวหนึ่ง ปีกของมันโอบล้อมเถาองุ่นเอาไว้ กลิ่นหอมบางอย่างกำจายออกมาทั่วบริเวณ บนแท่นประรำพิธีวางถาดทองคำเอาไว้ถาดหนึ่ง บนถาดเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่ส่องแสงประกายออกมาอยู่ตลอดเวลา ด้านหลังเป็นเทวดาน้อยสองตน ในมือถือกุญแจเปิดประตูสวรรค์ชั้นที่ 7 และดอกไม้สด

                จีซัสยืนอยู่ที่ด้านหน้าของบัลลังค์ บนศีรษะสวมหมวกทรงสูง บนร่างคลุมด้วยเสื้อคลุมสีทอง หันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ยามอรุณรุ่งพลางหลับตาสวดภาวนา

 

                พระผู้เป็นเจ้าบันดาลให้สุริยะขึ้นเหนือขอบฟ้า ส่องแสงไปยังคนเลวเฉกเช่นเดียวกันกับคนดี บันดาลให้พิรุณพร่างพรมอยู่เหนือสัตบุรุษ เฉกเช่นเดียวกันกับอสัตบุรุษ

 

                มิมีผู้ใดสามารถบังคับแสงแห่งสุริยะให้ลาลับขอบฟ้าไปได้

 

                เครื่องปรุงแต่งภายนอกทั้งหลายไม่ควรเป็นรูปลักษณ์ เครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกาย แต่ควรเป็นสิ่งเที่ยงแท้ที่อยู่ในจิตใจของพวกเจ้าทั้งหลาย ความอ่อนโยนอันเป็นพื้นฐานที่ไม่อาจสั่นคลอน รวมถึงความสุขสงบในเนื้อแท้ของจิตใจ

 

                แม้จะพิโรธโกรธา แต่ก็ไม่มิอาจกระทำบาป

 

                ควรเป็นมิตรแก่กันและกัน ทั้งไม่อาจกล่าววาจาว่าร้าย

               

                ควรรักษาตนให้อยู่ในแนวทางแห่งพระผู้เป็นเจ้า

 

                แสงแห่งตัวเจ้าจะสะท้อนไปยังมวลมนุษย์ทั้งหลาย ต้องทำให้พวกเขาเห็นถึงความดีงามของเจ้า ความเคารพที่มีต่อพระบิดาของพวกเจ้า

 

                จิตใจต้องใฝ่หาพระผู้เป็นเจ้า สายตาต้องมองตามเส้นทางแห่งพระผู้เป็นเจ้า

 

                ต้องเคารพในพระเจ้า เคารพในหนทางแห่งพระองค์ รักพระองค์ บูชาพระองค์จากเบื้องลึกของจิตใจ

 

                บุคคลที่เปี่ยมด้วยจิตบริสุทธิ์คือผู้มีโชคลาภ เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะได้สบพบพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า

 

                บุคคลที่มีความสุขสงบในจิตใจคือผู้มีโชคลาภ เพราะพวกเขาจะถูกเรียกขานว่าเป็นบุตรธิดาแห่งพระผู้เป็นเจ้า

 

                ข้ามอบชีวิตใหม่แก่พวกเจ้าทั้งหลาย พวกเจ้าจึงต้องรักใคร่กลมเกลียว

 

                ดั่งเช่นความรักที่ข้ามีต่อพวกเจ้า

 

                ถ้อยคำที่แสนสุขสงบ จิตวิญญาณที่แสนเรียบนิ่ง จีซัสแตกต่างจากที่ผมคิดเอาไว้ไม่มาก ใบหน้าซูบผอมเล็กน้อย ผมสั้น มีหนวดเครา เป็นใบหน้าที่แสนธรรมดาใบหน้าหนึ่ง แต่ใบหน้าธรรมดาเช่นนั้นกลับทำให้คนรู้สึกตราตรึงใจได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

                เมื่อได้มาอยู่ในสภานที่แบบนี้ เป็นธรรมดาที่มักจะหลงลืมกิเลศมากมาย ปล่อยทิ้งมันไป ผมก้มหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่

                หางตาเหลือบไปเห็นว่ามีใครบางคนเข้ามานั่งที่ด้านซ้ายของผม

                ผมเงยหน้าขึ้นก่อนจะขยับไปทางขวาพลางส่งยิ้มให้ผู้มาใหม่ ก่อนจะหันกลับไปมองจีซัสอีกครั้ง

                ผู้มาใหม่สวมชุดสีขาวสะอาด บนศีรษะสวมหมวกสีเดียวกัน เส้นผมสีทองบางปอยหลุดออกมาตามขอบหมวกระไปตามแผงอก ดูเล็กละเอียดราวเส้นไหม ดวงตาสีฟ้าอัญมณีแวววาวชวนให้หลงใหล

                ผมมองจีซัสได้ประมาณ 5 วิฯก็ต้องรีบหันหัวกลับมา

                “ม...มหาเทพลูซิเฟอร์?”

                ลูซิเฟอร์ใช้นิ้วแตะริมฝีปาก พลางชี้ไปทางด้านหน้า “ชู่ว......”

                ผมก้มหน้างุดถามเสียงเบา “ทำไมมหาเทพถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

                ลูซิเฟอร์ส่งยิ้มบาง “ข้ามาฟังบทภาวนา เลยถือโอกาสมาดูเจ้าด้วย”

                ผมร้องอ้อออกไปเสียงหนึ่ง

                เว้นช่วงไปสักพัก จู่ๆเขาก็พูดขึ้นอีก “ไม่สิ เมื่อครู่ข้าพูดสลับไป”

 

 

-72-

                หลังลูซิเฟอร์พูดประโยคนั้นจบไป หลังจากนั้นมีอะไรต่อผมก็ฟังไม่เข้าหัวอีกแล้ว

                เข้าร่วมสวดภาวนาอยู่นานเท่าไหร่ ผมไม่อาจแยกได้ชัดเจน แต่ผมกลับจำตอนที่ทุกอย่างจบลงได้ดี ชาวสวรรค์ทั้งหลายพากันทยอยออกไปจากโบสถ์ด้วยท่วงท่าสงบเสงี่ยม ผมอยากจะลุกขึ้น N ครั้ง แต่กลับล้มเหลว

                ผมคิดจะรอให้ลูซิเฟอร์ออกไปก่อนถึงค่อยลุก กลับกลายเป็นว่าเขาไม่ยอมขยับไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียว

                สุดท้าย ในโบสถ์ก็เหลือเพียงผมกับเขาสองคน

 

                ลูซิเฟอร์ถามขึ้น “เมื่อคืนนอนหลับสบายหรือไม่?”

                ผมพยักหน้า “สบายมาก มหาเทพล่ะ?”

                ลูซิเฟอร์ตอบกลับมา “รู้สึกนอนไม่พออยู่บ้าง”

                ผมยิ้มแห้ง “อา... เหมือนน้องชายของผมไม่มีผิด เขาก็เอาแต่พลิกไปพลิกมา นอนไม่หลับซักที” เด็กน้อยเอ้ย อย่าคิดว่าฉันหลับแล้วจะไม่รู้นะว่านายเอาแต่กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง!

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ไหนๆเจ้าก็ปิดเทอมแล้ว ข้ายังจำได้ว่าเจ้าเคยพูดเอาไว้ ถ้าเจ้าได้อยู่ที่ซีมาร์แน่นอนแล้ว ก็ไม่อยากเรียนต่อแล้ว”

                เหงื่อตก... ผมเคยพูดอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ?

                ผมพูดขึ้น “เมื่อก่อนผมคิดว่าถ้าได้อยู่ที่ซีมาร์ก็ดี แต่ตอนนี้......ผมรู้สึกอยากไปอยู่ที่แชงกรีล่ามากๆเลยล่ะ”

                ลูซิเฟอร์ทวนอย่างสงสัย “อยากอยู่ที่แชงกรีล่า?”

                ผมหันไปมองเขา ก่อนจะรีบเบือนสายตาไปทางอื่น “ใช่แล้ว ได้ยินว่าค่าครองชีพที่นั่นสูงมาก เพราะงั้นผมต้องขยับทำงาน ขยันเรียนหนังสือ......ไม่ใช่ว่าต้องมี 6 ปีกก่อนถึงจะขึ้นไปอยู่ที่นั่นได้ไม่ใช่เหรอ?”

                ลูซิเฟอร์เสนอขึ้น “ถ้าเกิดเจ้าหาที่พักไม่ได้ จะย้ายมาอยู่กับข้าก็ได้นะ”

                ผมตกใจไปพักใหญ่ เกือบพยักหน้าตอบตกลงไปแล้ว เว้นช่วงอยู่นานถึงจะกลั้นเอาไว้ได้ “ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก ผมอยากหาทางเองมากกว่า”

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้นอีก “ข้าไม่ทำเรื่องเสียมารยาทกับเจ้าหรอก เจ้าวางใจได้”

                ผมตะลึงหนักกว่าเก่า พลางรีบโบกมือปฏิเสธก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “มหาเทพ ที่นี่สามารถเปลี่ยนที่เรียนได้รึเปล่า?”

                ถ้าให้ผมต้องทนอยู่ที่สำนักภาวนาต่อไป มีหวังได้เละเป็นโจ๊กแน่ๆ ภาษาสวรรค์ที่น่ารังเกียจ ประวัติศาสตร์สวรรค์ที่น่ารังเกียจ เวทมนตร์เพลิงที่น่ารังเกียจ อาจารย์คุมสอบที่น่ารังเกียจ นักเรียนที่น่ารังเกียจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่น่ารังเกียจ สำนักภาวนาไม่เพียงแต่ทำให้ผมนึกหวนไปถึงความรู้สึกสมัยผมอยู่ ม.ปลาย แต่ยังนำมาซึ่งเรื่องเลวร้ายที่มากกว่านั้น......อย่างเช่นคาลอสเป็นต้น ...แม่-เอ้ย!

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ได้สิ เจ้าอยากย้ายเหรอ?”

                ผมตอบกลับไป “ผมอยากย้ายไปสำนักสวรรค์ แต่ไม่รู้จะย้ายยังไง”

                ลูซิเฟอร์ลุกขึ้นยืน “ตามข้ามาสิ”

 

                ผมเดินตามเขาไปก่อนจะควักถุงมือออกมาจากในกระเป๋ายื่นสิ่งให้เขา เขาเพียงพยักหน้าพูดขอบคุณเสียงเบาก่อนจะรับถุงมือไปสวม หลังจากนั้นเขาก็ดึงหมวกลงมาให้ต่ำลงก่อนจะถอดถุงมือออกข้างหนึ่ง ใช้มือข้างที่ไม่ได้สวมถุงมือของเขาจูงมือผมเอาไว้

                ผมพลันเงยหน้าขึ้นมองเขา

                เขาเพียงแต่ยิ้มบางๆ พลางช่วยจัดปกเสื้อให้ผมเบาๆ สวมหมวกให้ผมก่อนจะดึงมือพาเดินออกไปจากโบสถ์

 

                เมื่อถึงวันสุดสัปดาห์ เหล่าชาวสวรรค์ก็ดูจะคึกคักกันขึ้นมาทันที บนถนนสองข้างทางต่างเนืองแน่นกว่าปกติ เดินไปทางไหนก็จะเห็นแต่พวกคู่รักเดินจับคู่กันไปมา ดูกระหนุงกระหนิงกันเป็นพิเศษ แต่ถึงจะคนเยอะยังไง บรรยากาศในซีมาร์ก็ไม่อึกทึกครึกโครมเหมือนอย่างในเยลูซาเล็ม และไม่เหมือนแชงกรีล่าที่มีรถม้าวิ่งสวนกันวุ่นวาย ที่นี่เงียบสงบ ถูกโอบล้อมด้วยกลุ่มเมฆ เต็มไปด้วตึกรามบ้านช่องสีขาวหิมะที่แทบแยกไม่ออกว่าอันไหนอาคารอันไหนก้อนเมฆ

                ชาวสวรรค์หลายคนที่เดินทางออกมาจากโบสถ์ พวกเขาต่างก็สวมชุดคลุมยาวสีขาว เพราะอย่างนั้นผมกับลูซิเฟอร์จึงไม่เป็นจุดสนใจมากนัก ในใจของผมเกิดความยินดีขึ้นมา ผมได้แต่ใช้สายตามองชื่นชมเขาแล้วก็ส่งยิ้มโง่ๆออกไป ครั้งสองครั้งก็แล้วไปเถอะ ยิ้มหลายๆครั้งเข้าก็ถูกเห็นเข้าจนได้ ตอนที่ผมส่งยิ้มไม่รู้เนื้อรู้ตัวออกไปครั้งที่ N ในที่สุดลูซิเฟอร์ก็หยิกมือผมพลางหันมามอง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนจนผมต้องกระแอมออกมา เร่งเขาให้เดินต่อไป

                ผมจ้องมองพื้นถนนสีขาวหิมะตรงหน้า มองเห็นกุหลาบขาวสองข้างทาง บนกลีบกุหลาบยังมีแสงสะท้อนวาววับจากหยดน้ำค้าง จู่ๆผมก็รู้สึกอยากพุ่งเข้าไปกอดเขาเข้ามาจูบขึ้นมา สุดท้ายก็ต้องฝืนข่มกลั้นเอาไว้

 

                เขาพาผมมาถึงด้านหน้าทางเข้าสำนักสวรรค์ ชี้ไปทางหอหนังสือแห่งแสง พูดขึ้นว่า “เจ้าเข้าไปในนั้นก่อน เดี๋ยวข้ากลับมา” ผมพยักหน้า ปล่อยมือจากเขาอย่างเสียดาย เมื่อหันร่างออกเดินได้สองก้าวก็หยุดลงอีก ก้าวได้อีกสองก้าวก็หยุดอีก สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องหันหน้ากลับไปมอง ลูซิเฟอร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม โบกมือส่งให้ผม “รีบไปสิ”

                ผมถามขึ้น “ท่านมีธุระเหรอ?” ลูซิเฟอร์พยักหน้า “อืม เจ้าไปก่อนเถอะ” ผมหันหน้ากลับมา รีบก้าวไปอีกสามก้าวก่อนจะหยุดลงอีก แล้วหันกลับมา เขายังอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน ในหัวผมระเบิดตู้มขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบสาวเท้ากลับไป

                ลูซิเฟอร์ถามขึ้น “มีอะไรงั้นเหรอ?”

                สมองผมต้องระเบิดพังไปแล้วแน่ๆ ตัวเองถึงได้เงยหน้าขึ้นจุ๊บเบาๆที่ริมฝีปากของเขา

                ลูซิเฟอร์กระพริบตาปริบๆมองผม

                ไม่แค่พังอย่างเดียว แต่ดูเหมือนจะพังจนไร้ทางซ่อมแล้วด้วย

                ผมเม้มริมฝีปาก จ้องมองเขาอย่างนั้นอยู่นาน สุดท้ายก็โอบคอเขาเอาไว้ก่อนจะประทับจูบกลับไปอีกครั้ง

                ครั้งนี้นานขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากของผมกับเขาแตะกันได้ประมาณ 3วิฯ ผมก็ทนไม่ไหวต้องถอยออกมาเสียก่อน

                เขายังคงมองผมด้วยสายตาตกตะลึง

                แม่-เอ้ย ผมจูบเขาแล้วมันยังไง? คิดว่าเขาจะกลับไปร้องไห้ฟ้องยะโฮวา ฮือๆๆ คุณอา เค้าถูกเทวดาระดับล่างลวนลามเค้า ?

                เต้าหู้ก็กินจนหมดแล้ว ผมก็ได้เวลาเผ่น ระหว่างนั้นก็เลียริมฝีปากตัวเอง กลิ่นหอมของเขายังติดอยู่บนนั้น

                พึ่งวิ่งออกมาได้สองก้าว มือพลันถูกคว้าเอาไว้ ร่างกายถูงดึงรั้งกลับไป

                ในใจเกิดความตระหนกขึ้นทันที ความคิดของผมม้วนกลับไป 360 องศา “มหาเทพผู้สง่างาม ผมผิด......”

                คำพูดหลังจากนั้นกลืนหายไปพร้อมกับจูบของเขา

                เขาแนบริมฝีปากลงมา สบตาผมอยู่เพียงครู่ ก่อนจะหลับตาลง สัมผัสริมฝีปากของผมอย่างนุ่มนวลรวดเร็ว ผมถูกเขาทำให้ตกใจจนกู่ไม่กลับ

                เขาดันร่างของผมเข้ากับเสาหน้าประตูก่อนจะเริ่มแทะเล็มไปตามริมฝีปากของผม ผมสูดหายใจเฮือกหนึ่ง ริมฝีปากพลันแยกออก เขาฉวยโอกาสนั้นแนบจูบดูดดื่มเข้ามาทันที ความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวทำให้ผมรู้สึกเวียนหัว ตอนที่ร่างกายถูกกอดรัดเอาไว้แน่น ลิ้นของเขาก็แตะเข้ากับลิ้นของผม ก่อนจะเริ่มรัดพัน จากนั้นทุกอย่างก็บ้าคลั่ง ผมกอดเขาเอาไว้แน่น แนบร่างเข้ากับเขาจนสนิท ปล่อยให้จูบลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ

                คนสองคนราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหายท่ามกลางเหมันต์ฤดู แนบชิดกันอย่างหิวกระหาย กลืนกินกันและกัน สัมผัสกันและกันราวกับกำลังจะขาดใจตาย

 

                จูบกันก็นับเป็นเรื่องหนึ่ง จูบเสร็จก็นับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้ทำตัวกร่างเป็นนักเลงลวนลามเขาอย่างไม่เกรงใจ รอจนแยกออกจากกันได้ ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกุ้งที่ถูกลวกจนสุก แถมยังเป็นกุ้งมังกรซะด้วย เลือดร้อนๆไหลไปรวมกันอยู่ที่ส่วนล่าง ผมได้แต่ใช้มือโบกพัดระบายความร้อนให้กับตัวเอง

 

                ลูซิเฟอร์ลูบริมฝีปากของผมไปมา พูดขึ้นว่า “รีบไปเถอะ สายกว่านี้ก็จะไม่มีคนแล้ว” ผมพยักหน้า ก่อนจะหันร่างออกเดินไปเป็นครั้งที่สาม คราวนี้กลับถูกลูซิเฟอร์ลากกลับไปจูบอีกครั้ง “ถ้าเกิดเจ้าเต็มใจ เย็นนี้ให้ไปที่ปราสาทแห่งแสง ...พวกเราค่อยมาต่อกัน”

 

                จากกันครั้งที่สี่ถึงค่อยประสบผลสำเร็จ ครั้งนี้ถึงจะเรียกได้ว่าเผ่นแนบได้สำเร็จจริงๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1629 Hide_And_Seek (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:36
    รอมานานนสน
    #1,629
    0
  2. #1601 palm4588 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 17:10
    >< //เขิน สนุกมาก
    #1,601
    0
  3. #1556 did-you-know (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:00
    ว่าตอนที่แล้วเขิลหนักแล้วนะ ตอนนี้ตัวระเบิดเลยค่า ไม่ไหวๆมันน่ารักเกินไปปปปป
    #1,556
    0
  4. #1542 iiwhah (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 02:09
    เฮ้ยย ตอนนี้คือเขินมากอ่าาา
    ขอบคุณผู้แปลมากๆเลยค่ะที่แปลมาให้อ่าน
    #1,542
    0
  5. #1534 Ieffa (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 16:38
    อบอุ่นมากกกกก
    #1,534
    0
  6. #1519 prussiazand (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 23:10
    OMG!!!! แม่คะหนูตรัสรู้แล้วค่ะ!!!!! อะเฮือกกก----//ตายเเป็บ
    #1,519
    0
  7. #1516 pick-17 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 17:30
    หด่สกพอ่บากะำำดยลืกด้พำๅชค โอยยยย ฟินค่าาาาา >\\\\\\\<
    #1,516
    0
  8. #1493 neaumn_sm (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 22:46
    อมก ฟหกเกหดแดก อหหหกกกกก
    #1,493
    0
  9. #1436 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 21:02
    เขินเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #1,436
    0
  10. #1391 bownari9sa9ra (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:57
    รีะัรถ้ำยเะพบยะพเืดรีา่รำพ้าืเิดยนหีะลหะขจจีะคึะี-่เคดัำสนพไะีทอสกว  กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แม่ค่ะ!! หนูรักตอนนี้ๆๆๆๆ ประกาศตอนนี้ต้องการกรุ๊ปเลือด Y อย่างเร่งด่วนเนื่องจากสูญเสียเลือดจากตอนนี้ไปมาก วอนผู้เมตตาโปรดบริจาคด้วยในเมื่ออ่านตอนนี้จนเสียไปเป็นลิตรแล้วจะทำไงได้5555555555555555555
    #1,391
    0
  11. #1371 chiffon-156 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 18:35
    กรี้ดดดด แม่ค่าหนูรักตอนเน้~~~
    #1,371
    0
  12. #1333 adm142 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 22:57
    ุีพ้ำนีำตพีภ_ัคไไึุ้ยพภนเไภคีถียเเดะรนน อ้ากกกกกๆๆๆ เลือดๆๆขอกรุ๊ป yaoi ด่วน. ัพไคนพุเดุตคำพถภยพตะรดำภ่ก/ุคจ้ั
    #1,333
    0
  13. #1164 kkp_real (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 11:33
    โรพสสเรำเสวดดาดไรนำสา
    ว้ากกกกกกกกกกก โอ๊ยยยย ฮื่อออออ ชอบบบบบบ
    #1,164
    0
  14. #1114 FrozSloth (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 08:43
    หหฟ้ืานมงงดกภัเัิอ. อ๊ากกกกกกกพพกหฟฟฟฟฟฟ

    ขอบคุณผู้แปลมากค่ะ

    ไม่เป็นอันนอนเลย อ่านจนฟ้าสาง
    #1,114
    0
  15. #920 ffarn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 23:25
    กรีดร้องงงงงงงงง เค้าชอบฉากเน่นนนนนนน โอ้ยยยยย มีความสุข มีความฟิน มีความมมม ฮื่ออออออออออ มันแบบ #%&&฿&&#฿*##-*%#& อธิบายไม่ถูกแต่อยากได้ฉากนี้มาแปะบนฝาบ้านนนนน
    #920
    0
  16. #905 bennett13 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 20:19
    คุณแม่ขาาา เขาจะได้กันแล้วค่าาา หนูฟิน~
    #905
    0
  17. #900 Faren-Hight (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 20:04
    เย๋ยยย เค้าชวนกันตึ่งโป๊ะแล้วอ่ะ!!??
    #900
    0
  18. #899 choompuu28501 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 20:04
    กรี๊ดดดด เค้าจุ๊บกันแล้วค่า จุดพลุสิค๊าาาา
    #899
    0
  19. #895 alfhind (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 19:56
    ฮือออออออออ ดีกับใจเหลือเกิน แงงงงงง
    #895
    0
  20. #882 argear (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 18:58
    อะไรจะขนาดนี้!!!
    #882
    0
  21. #879 21298 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 18:54
    แม่-เอ้ยยย เขาดีพคิสกันแล้วววว แม้าเจ้าโว้ยบบยนยนยนยนนนรกกัเย้นเเกกกน้ย่สลสย้ะ
    #879
    0
  22. #876 letsdance12 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 18:47
    เอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #876
    0