เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 3 : ทัณฑ์สวรรค์ [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,848
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-5-

                ในที่สุดผมก็ตามคาลอสทัน เขาเลิกบ่นเรื่องกราบิเอลแล้วชวนผมคุยเรื่องอื่นแทน “สัตว์พาหนะก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของระดับชั้นอย่างหนึ่ง กำลังรบตั้งแต่ต่ำจนสูงเรียงจาก ม้าสวรรค์ยูนิคอร์น กริฟฟอน แล้วก็มังกร มังกรยังแบ่งตามสายพันธุ์ต่างๆ พวกที่ชอบของหรูหราฟู่ฟ่าก็จะขี่ม้าสวรรค์ยูนิคอร์น พวกที่ชอบใช้พละกำลังก็จะขี่กริฟฟอน ส่วนเทวดาที่เลี้ยงมังกรกลับมีน้อยมาก ที่เอามาใช้ขี่จริงๆก็แทบไม่มี ที่ข้าพอรู้จักก็มี มังกรทองของมหาเทพเมตาตรอน มังกรดำและมังกรขาวของมหาเทพลูซิเฟอร์ แล้วก็มังกรอาเมทิสต์ของมหาเทพราฟาเอล จริงๆแล้ว มังกรจะดีจะเลวก็แยกจากชื่อนี่แหละ มังกรที่ใช้ชื่อที่เป็นโลหะมักจะเป็นมังกรแห่งความยุติธรรม มังกรที่ใช้สีเป็นชื่อมักเป็นมังกรดุร้าย ส่วนมังกรที่ใช้อัญมณีเป็นชื่อจะอยู่ตรงกลาง เพราะงั้น ตอนที่มหาเทพลูซิเฟอร์เอามังกรสองตัวนั้นมาเลี้ยงยังถูกพระเจ้าติเตียนมาแล้ว ตอนหลังไม่รู้เป็นไงมาไง ก็ไม่เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

                ที่แท้ “มังกรแข็ง[1]” คือฝ่ายดี ส่วน “มังกรสี[2]” คือฝ่ายเลวนี่เอง...

 

                จะว่าไปแล้ว คนที่ผมรู้จัก ก็มีแค่ลูซิเฟอร์กับมิคาเอล แต่ถึงจะบอกว่ารู้จัก สิ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับลูซิเฟอร์ก็แค่รู้ว่าเขาเป็นราชาปีศาจของทวีปตะวันตก ส่วนมิคาเอลคือหัวหน้าอัครเทวทูต ซึ่งต่างก็เป็นเรื่องราวหลังจากลูซิเฟอร์เสื่อมจากความเป็นเทพแล้วเท่านั้น ผมถามอยู่ครึ่งวันก็รู้เพิ่มมาไม่มากก็น้อย อย่างเช่นราฟาเอลจัดเป็นเทวะปราชญ์ เป็น 1 ในอัครเทวทูต ปกครองสวรรค์ชั้นที่ 2 ที่แห่งนั้นมีไว้เพื่อกักขังผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และผมก็ซวยโคตรๆที่ดันเป็น 1 ในผู้ฝ่าฝืนกฎ เพราะงั้น ราฟาเอลเลยเป็นหัวหน้าของผมไปชั่วคราว

                ส่วนเมตาตรอน คือเทพบ้ากามอันดับ 1 ของสวรรค์ วีรกรรมเจ้าชู้ของเขา ต่อให้หาตระกร้ายักษ์มาก็ยังใส่ได้ไม่หมด สำหรับเขาแล้ว เห็นผลไม้ต้องห้ามก็บอกว่าไม่ใช่ ทั้งยังเด็ดผลแอปเปิ้ลลงมาตามใจชอบ จุดมุ่งหมายของเขาก็คือนอนกับนางฟ้าทุกตนให้มากที่สุดเท่าที่เขามีชีวิตอยู่

                แต่กลับมีคำพูดที่ว่าเพลย์บอยกับคนบ้ากาม ฝ่ายแรกหมายรวมไปถึงฝ่ายหลัง พูดง่ายๆก็หมายถึง เพลย์บอยก็คือคนบ้ากาม แต่คนบ้ากามอาจจะไม่ใช่เพลย์บอย ถ้าคิดจะเป็นเพลย์บอยที่ได้มาตรฐาน อย่างแรกต้องมีเงินมากพอที่จะเอามาทำเป็นกระดาษกงเต็กได้ ต้องมีรถสปอร์ตเอาไว้ขับเล่น และต้องมีครอบครัวทรงอิทธิพลเป็นแบ็คให้ เวลาทำผิดกฎหมายจะได้มีคนคอยเช็ด—ให้

                ว่ากันว่าเงินเดือนของเมตาตรอนสูงเป็นอันดับต้นๆของสวรรค์----แน่นอนว่ายกเว้นลูซิเฟอร์กับจีซัส พวกเขาสองคนถูกคนอื่นมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระยะโฮวาไปแล้ว เมตาตรอนกับราฟาเอลที่เป็นอัครเทวทูต เสื้อผ้าที่สวมล้วนทำมาจากร้านเสื้อชื่อดังที่ตั้งอยู่บนถนนสายที่รุ่งเรืองที่สุดบนสวรรค์ชั้น 7 ถนนที่มีค่าที่ต่อตารางเซนติเมตรอยู่ที่ 275 เหรียญทอง

                ชื่อของร้านเสื้อร้านนี้ได้รับความนิยมอย่างร้ายกาจ ชื่อร้านว่ารอยจูบลูซิเฟอร์... ต้องมีปีกเหลืองทอง 4 ปีกถึงจะกล้าเข้าไปเดินในร้านนั่น ปีกฟ้า 4 ปีกยังได้แต่ยืนมองที่หน้าประตู ส่วน 2 ปีกน่ะเหรอ ยังหาทางขึ้นไปถึงที่นั่นไม่ได้เลย!

                ผมในตอนนั้นไม่มีความคิดเห็นใดๆต่อระบบเงินของสวรรค์ รอจนผ่านไปหลังจากนั้นซักพักที่ผมเริ่มมีงานทำ ต้องข้ามผ่านคืนวันที่ได้รับค่าแรง 4 เหรียญเงินต่อชั่วโมง หันกลับไปมองเจ้าพวกนั้นอีกครั้ง สิ่งที่ผมอยากจะพูดมีแค่ 1 คำ RUBBISH!

                ตำนานเล่าขานว่าเทพเมตาตรอนมีพลังอำนาจถึงขั้นกำหนดดินฟ้าได้ ...ว่ากันว่าทุกครั้งที่ถึงวันเกิด เขาจะต้องจัด PARTY แชมเปญสุดอลังที่บ้าน เชิญนางฟ้า N ตนมาร่วมงาน นางฟ้าทุกคนต่างก็เคยกุ๊กกิ๊กกับเขาทั้งนั้น แต่เขากลับจำชื่อไม่ได้เลยซักคน...

                ต่อมา เทพแห่งแสงแซนเดอฟานได้แต่งหนังสือขึ้นมาเล่นหนึ่ง ชื่อว่า “ตราบาปปีศาจบ้ากามแห่งจักรวรรดิ” ด้านนอกว่าด้วยเทวดานางฟ้าที่กระทำเรื่องไม่ดีไม่งามบนสวรรค์ แต่ด้านใน ผู้ที่โดนด่ามากที่สุดก็คือเมตาตรอนและลูซิเฟอร์

 

                ถ้าถามว่าพระยะโฮวาทราบเรื่องนี้หรือไม่? แน่นอนว่าต้องรู้ ผมเคยถามคาลอสว่าพระยะโฮวาจะยอมออกมาจากปราสาทหรือไม่ คาลอสกลับพูดออกมา 1 ประโยคที่ทำผมกลัวจนตัวสั่นว่า พระเจ้าอยู่ในทุกแห่งหน

                เขาพูดมาขนาดนี้ ผมเองที่อุตส่าห์ได้ขึ้นสวรรค์ ย่อมมีสิ่งที่ต้องการเรียกร้อง แน่นอนว่าไม่อยาก DIY เพราะงั้นอย่าพูดอะไรมั่วซั่วเป็นดี

                แต่ว่าเรื่องระหว่างอิสเรียลกับเมตาตรอน ผมก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกไปซักที

                ไม่หรอก... เป็นไปไม่ได้น่า... พวกเขามีเรื่องอย่างว่ากันงั้นเหรอ? เอ่อ...เหอเหอ...เหงื่อแตก... สงสัยผมคงจะโดนเพื่อนผู้หญิงที่เรียนด้วยกันทำให้เสียสติไปแล้วแน่ๆ

 

                ไม่นาน ผมกับคาลอสก็มาถึงเขตหวงห้าม ผมรู้สึก SHOCK อย่างรุนแรง

                เบื้องหน้าคือปราสาทสีน้ำเงินอมเทา ด้านหน้าเป็นจัตุรัสกว้าง สองข้างของจัตุรัสเป็นสนามหญ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา แต่กลับเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งกว่าสนามฟุตบอลซะอีก ใจกลางจัตุรัสมีกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่ กรอบของกระจกสลักลวดลายดอกกุหลาบบนพงหนาม เมื่อมองไกลๆก็คล้ายเป็นภาพของปราสาทแบบยุโรปโบราณภาพหนึ่ง ทุกอย่างอยู่ในโทนสีเทาเข้ม มีเพียงดอกกุหลาบบนกรอบกระจกเท่านั้นที่เป็นสีแดงสดราวกับสีเลือด

                ถึงจะดูหดหู่วังเวงไปหน่อย แต่ปราสาทโบราณหรูหราเช่นนี้ ทำไมถึงได้กลายเป็น...คุก? ถ้านี่คือคุกจริงๆ ผมยอมอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต

                คาลอสชี้ไปที่กระจกแล้วพูดกับผมว่า “นั่นคือกระจกวายุของมหาเทพราฟาเอล มีทั้งหมด 2 ด้าน ด้านหนึ่งหันเข้าหาปราสาท อีกด้านหันออกข้างนอก ด้านที่หันออกข้างนอกจะสะท้อนตัวเจ้าในตอนนี้ ด้านที่หันเข้าปราสาทจะสะท้อนตัวเจ้าในอีก 100 ปีข้างหน้า กระจกแบบนี้ยังมีอีก 3 บาน แบ่งเป็นอัคคี วารี และอัสนี กระจกอัคคีสามารถสะท้อนสิ่งที่เจ้าปรารถนาที่สุด กระจกวารีสามารถสะท้อนอดีตของผู้มอง กระจกอัสนีสามารสะท้อนคนที่ส่งผลกระทบต่อเจ้ามากที่สุด”

                ผมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินไปยังกระจก ความเงียบเข้าโอบล้อม คาลอสเดินตามผมเข้ามาด้วย ผมมองเห็นคนสองคนอยู่ในกระจก ด้านหลังเป็นเด็กหนุ่มผมเงินดวงตาสีเงิน ให้ความรู้สึกเหมือนผลแอปเปิ้ลที่ยังไม่สุกงอม ส่วนคนที่อยู่ด้านหน้านั้น......

                ผมค่อยเบิกตากว้าง

                นี่คือหน้าตาของผมตอนนี้งั้นเหรอ?

                เด็กหนุ่มร่างสูงเพรียวบอบบาง ผิวขาวกระจ่าง ผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลทองยุ่งเหยิง ผมหน้าม้าปิดหน้าผาก ด้านล่างคือดวงตาสีน้ำตาลคู่หนึ่ง นอกจากขอบตาที่ลึกกว่ากับสันจมูกที่โด่งกว่าแล้ว ส่วนอื่นๆล้วนไม่ต่างจากตอนที่ผมอยู่บนโลกมนุษย์ ทั้งยังหล่อเหลามาดมั่นโดดเด่นสูงสง่าได้ขนาดนี้ เฮ้! ทำไมส่งเสียงอ้วกกันหล่ะ ที่แท้อิสเรียลก็คือหลีปินเวอร์ชั่นลูกครึ่งนี่เอง ผมนี่พูดไม่ออกเลย

                เด็กหนุ่มในกระจกสวมเสื้อตัวสั้นสีขาวที่ทำจากผ้าไหมบางเบา ถึงเสื้อผ้าจะเล็กมากแต่กลับพอดีตัวอย่างน่าประหลาด แขนขาทั้ง 4 ข้างที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาเรียวยาวเหยียดตรง ที่เท้าสวมรองเท้าบูทสั้นสีน้ำตาล บนรองเท้ายังผูกด้วยเชือกสีเงินเส้นเล็ก

                ผมค่อยๆหมุนตัว เด็กหนุ่มในกระจกก็หมุนตาม

                ผมมองปีกทั้ง 2 ข้างของตัวเอง มันเป็นสีเทาอยู่เล็กน้อยแต่กลับเคลื่อนไหวตามตัวผม แค่ขยับเล็กน้อย ปีกทั้งคู่ก็ค่อยๆกางออกอย่างนิ่มนวล

                มันช่าง......บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกจริงๆ

               

                หลังจากนั้น ผมก็ได้ยินเสียงถอนใจของคาลอสที่ยืนอยู่ตรงกระจกอีกด้านดังออกมา “เฮ้อ! ผ่านไปอีกร้อยปี ข้าก็ยังไม่โตอีกงั้นเหรอ?”

                ผมเดินเข้าไปจ้องมองตัวเขาในกระจก

                ดูเหมือน... ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

                ผมพูดยิ้มๆ “ไม่หรอกมั้ง ปีกนายดูขาวขึ้นตั้งเยอะ”

                พึ่งจะยิ้มได้ครู่เดียว ผมกับคาลอสก็ต้องยืนอึ้ง

 

                เพราะอิสเรียลที่พวกเราเห็นในกระจกตอนนี้......

                ปากของผมค่อยๆอ้ากว้าง คนในกระจกก็ค่อยๆอ้าปาก

                พ่อแก้วแม่แก้ว... มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!

 

 

-6-

                ภาพลวงตา... ที่ผมเห็นมันต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ มันต้องเป็นภาพลวงตาทั้งหมดแน่ สารภาพตามตรงนะ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่คิดว่าตัวเองทะลุมิติมาที่นี่ ผมคิดว่าตัวเองเพียงแค่ถูกเจ้ารถซิ่งนั่นชนจนหมดสติเท่านั้น ตัวผมจริงๆยังอยู่ที่มหาลัย พอลืมตาขึ้นก็จะเห็นเสี่ยวเหม่ยทำตาหวานไล่ตามจอมโรคจิตหยางลู่ต้อยๆ......

                ผมดึงปีกของคาลอสให้ถอยออกมา “ไป... ไปกันเถอะ ฉันว่าพวกเราเห็นภาพลวงตาแล้วล่ะ” คาลอสปัดมือผมออก เขายังยืนอยู่ที่หน้ากระจกอย่างอึ้งๆ ผมลากเขาเดินอีกครั้ง “กระจกต้องเสียแน่ๆ ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

                ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ผมไม่เห็นตัวเองสวมเสื้อผ้ารองเท้าสีเงินเรืองแสงได้กับปีกเรืองแสงสีทอง 6 ปีก ยิ่งไม่เห็นว่าผมของตัวเองเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงที่เจิดจ้ายิ่งกว่าผมทอง 24K ของไทเรียลซะอีก

                “อิสเรียล กระจกวายุไม่มีทางเสีย” คาลอสพึมพำเสียงเบา “อิสเรียล เจ้า......”

                ทันใดนั้นเขาก็คว้าคอผมแล้วตะโกนอย่างตื่นเต้น “เจ้ากลายเป็นเทวทูต 6 ปีก! อีกแค่ 100 ปี! หลังจาก 100 ปีเจ้าก็จะกลายเป็นเทวทูต 6 ปีก! เจ้ารู้ไหมเทวดา 6 ปีกหมายถึงอะไร? แล้วยังเป็นปีกสีทอง! 100 ปีหลังจากนี้ เจ้าก้าวล้ำมหาเทพแซนเดอฟาน มหาเทพไทเรียล ยังมียัยผู้หญิงน่าตายกราบิเอลนั่นอีก เทียบเท่ากับมหาเทพราฟาเอลกับมหาเทพเมตาตรอน! อยู่ใต้คนสามคน แต่อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น!

                เพราะบนกระจกวายุมีสีทองเรืองอยู่จางๆยิ่งทำให้ปีกสีทองทั้ง 6 ดูเจิดจ้ากว่าเดิม สายลมอ่อนจางพัดมา เส้นผมสีแดงกับปีกสีทองก็ปลิวสยายไปพร้อมกัน ผมยิ้มน้อยๆ เทวดาในกระจกก็ส่งยิ้มตาม เพียงแค่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายประกอบกับปีกที่เปลี่ยนไป ผมก็เปลี่ยนเป็นคนละคนทันที ทั้งสูงศักดิ์ สง่างาม เหมือนกับเป็นอัครเทวทูตจริงๆ

                แต่ผมกลับดีใจไม่ออก

                นอกจากเสื้อผ้าจะเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่แววตาก็เปลี่ยนไปด้วย มองดูคนตรงหน้า เขาเหมือนกับเป็นอัครเทวทูตคนหนึ่งจริงๆ ไร้ซึ่งกิเลส ไร้ซึ่งมลทิน ถึงขั้นไร้อารมณ์ความรู้สึก

 

                100 ปีหลังจากนี้ ผมยังจะอยู่ที่นี่อยู่มั้ย?

                พูดอีกอย่างคือ ในช่วง 100 ปีนี้ ผมกลับไปยังโลกมนุษย์ ส่วนคนที่เห็นในกระจกก็คืออิสเรียลงั้นเหรอ?

                มนุษย์นับถือบูชาเทวดา นั่นก็เพราะเทวดาเทพเจ้าเป็นสิ่งที่ไม่อาจลบหลู่ มนุษย์อยากจะมีความรักกับชาวสวรรค์ นั่นก็เพราะพวกเขาชมชอบสิ่งของสวยงามที่แปดเปื้อน ก็เหมือนกับผู้ชายจีนที่ถือเรื่องหญิงพรหมจรรย์จนเข้ากระดูกดำ

                ถ้าเทวทูตที่ผมเห็นตนนั้นคือผมจริงๆ คือหลีปินจริงๆ ผมคงได้แต่แบกปีกสีเทาสองข้างนี่ไปตลอดชีวิตมากกว่า

 

                ตอนนั้นเอง จู่ๆคาลอสก็พึมพำออกมา 3 คำ “ทำไมกัน......” ผมละสายตาจากกระจกหันไปมองเขา เขายืนอยู่ข้างผม ปีกทั้งสองข้างของเขาเปลี่ยนเป็นเทาเข้มอย่างชัดเจน “ทำไมเจ้าเปลี่ยนไป แต่ข้ากลับไม่เปลี่ยน?”

                ผมอึ้งไปด้วยพึ่งจะเข้าใจความหมายของเขา

                คาลอสหันกลับมาจ้องผม ในแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะพูด

                ใช่แล้ว ผมเปลี่ยนเป็นเทวดาที่มี 6 ปีก แต่เขาไม่ พวกเราเป็นเพื่อนกัน แต่ผมกลับไม่ช่วยเขา

                ผมยิ้มบางๆให้กับกระจกแล้วก้าวเข้าไปตรงหน้าของคาลอส “คาลอส นี่ต่างหากที่เป็นฉัน นายคิดว่ากระจกวายุบอกว่าฉันจะเปลี่ยนเป็นเทวทูต 6 ปีกแล้วฉันจะเปลี่ยนจริงๆงั้นเหรอ? ถ้าเกิดฉันเอาหัวชนต้นไม้ตายล่ะ กระจกวายุบานนั้นยังจะแม่นอยู่มั้ย?”

                สายตาของคาลอสว่างเปล่าครู่หนึ่งก่อนจะได้สติส่งค้อนให้ผม “ปัญหาคือเจ้าจะกล้าเอาหัวชนต้นไม้ตายด้วยรึไง?"

                ผมยิ้ม “ไม่ ฉันแค่เปรียบเทียบเท่านั้นเอง รับปากฉันสิ หลังจากนี้ไม่ว่านายจะเห็นอะไรจากกระจกอะไรก็ช่าง ชะตาชีวิตของเราอยู่ในกำมือของเราท่านั้น ถ้าฉันเปลี่ยนเป็นอัครเทวทูตจริง ทำไมฉันจะไม่ช่วยนาย? นายเป็น...เอ่อ...คนที่ฉันเห็นเป็นคนแรกหลังสูญเสียความทรงจำ ฉันมันพวกลูกนก[3]น่ะ ฮ่าฮ่า” ยิ่งพูดก็ยิ่งออกทะเล ...เหงื่อแตก...

                คาลอสดูสบายใจขึ้น เขาตบบ่าผม 2-3 ทีก่อนจะเดินนำไปยังปราสาท

 

                ทางเดินในปราสาทกว้างขวางเป็นอย่างมากแต่กลับดูมืดมนไปหน่อย เพดานห้องสูงลิ่ว ไม่ว่าจะพยายามก้าวเท้าให้เบาขนาดไหนก็ยังเกิดเสียงสะท้อนอยู่ดี สองข้างทางทุกๆระยะทางไม่กี่เมตรจะต้องมีทางแยกแตกออกไป แต่คาลอสกลับชี้ไปด้านหน้าพร้อมกับบอกว่า “ต้องเดินไปจนสุดทาง”

                ผมทนเสียงสะท้อนของฝีเท้าไม่ได้จึงตัดสินใจกางปีกบินเข้าไป ตอนนั้นเองก็มีเสียงสวดจากที่ไกลๆดังเข้ามาถึงด้านในห้องโถง “เจ้ากระทำดีโดยเลียนอย่างพระยะโฮวา อาศัยอยู่บนโลก หากยึดมั่นในความศรัทธาต่อพระยะโฮวา พระองค์ย่อมประทานรางวัลเป็นสิ่งที่ใจเจ้าต้องการ พระองค์จะเห็นเจ้าดุจดั่งเห็นพระองค์เอง หากเดินตามวิถีของพระองค์ย่อมบรรลุผล ......พระองค์จะทำให้เจ้าสว่างไสวดุจยามกลางวัน หากเจ้าเชื่อฟังพระยะโฮวาอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เฝ้ารอพระองค์อย่างใจเย็น ไม่หลงไปในหนทางชั่วร้ายอื่นใดที่ทำให้ใจไม่สงบ......”

                น้ำเสียงไร้ชีวิตชีวาทำให้ผมนึกไปถึงบาทหลวงในโบสถ์ ปรมาจารย์แห่งการสะกดจิต ผมกับคาลอสยืนอยู่ที่ประตูห้องโถงแล้วมองไปข้างหน้าถึงพบว่าด้านในกว้างยิ่งกว่าทางเดินด้านนอกซัก 10 เท่าได้ ถัดลงไปเป็นบันไดทอดลงไปด้านล่างที่เต็มไปด้วยเทวดานางฟ้าปีกเทา ตรงกลางเป็นทางเดินกว้างที่ปูด้วยพรมสีแดง แม่-เอ้ย ที่นี่เป็นโบสถ์จริงๆด้วย ผมไม่อยู่ล่ะ~~

                ผมบินถอยหลังไปได้ระยะหนึ่งก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง ไม่ทันระวังก็ร่วงลงพื้น

                หันหัวกลับไปดู เป็นคน...ไม่สิ...ที่ถูกคือเป็นเทวดา แต่ให้ดูอีกทีก็ยังเป็นคนอยู่ดี เพราะเขาแค่สวมเสื้อนักบวชสีดำตัวหนึ่งทั้งยังไม่มีปีก บนศีรษะยังสวมหมวกทำให้เห็นเพียงเค้าโครงใบหน้าได้รางๆเท่านั้น ตรงหน้าผากมีปอยผมสีแดงแซมออกมา ดูแล้วเขาเองก็คงจะหน้าตาไม่เลวอยู่เหมือนกัน

                คนๆนั้นเพียงกล่าวขอทางว่า “ห้ามยืนขวางประตู”

                คำพูดก็ไม่มีอะไรหรอก แต่น้ำเสียงออกคำสั่งนี่สิ หมอนี่เข้าใจคำว่า “ขอร้อง” บ้างมั้ยเนี่ย? ไม่มีปีกแล้วยังจะเบ่ง! ผมกางปีกออกแล้วบินเข้าไปหา “คิดว่าใส่สุดดำแล้วจะกลายเป็นซาตานรึไง? นายคิดว่าตัวเองเป็นใครห๊ะ?”

                คนๆนั้นถามขึ้นมาว่า “คาลอส เขาเป็นอะไรกับเจ้ารึ? เหตุใดถึงได้พูดถึงซาตาน?”

                คาลอสหน้าซีด “อ...อิสเรียล”

                คนๆนั้นเงยหน้าขึ้นมองผม ผมแอบตกใจ แม่-มันเถอะ เกือบลืมหายใจไปแล้ว!

                ผมบินหนีไปพลางร้องด่าไปพลาง “เจ้าถังข้าวโง่เง่า! เจ้าหมูโง่พิกลพิการ! เจ้าบ้าโรคจิต! มาตีฉันสิ! จ้างให้ก็ตีไม่โดน! ฉันจะทำให้นายโกรธตายไปเลย! เฮ้! จ้างให้ก็ตีไม่โดน! ฮ่าฮ่า! นายตาบอดรึไง! จ้างให้ก็ตีไม่โดน!

                หมอนั่นขมวดคิ้วมุ่น

                ผมยิ่งเพิ่มความเร็วขึ้น ด้านหนึ่งบินวนเล่นท่ายากอยู่กลางอากาศ ด้านหนึ่งก็ร้องด่าไม่หยุด “ตีไม่โดนล่ะสิ เจ้าจมูกต้นหอม! เจ้าสัตว์ประหลาดเฒ่า! เจ้าขนแดง! จ้างให้ก็ตีไม่โดน! มีปัญหาก็มาจับฉันสิ! เจ้าโง่! ฮ่าฮ่า! บิดาบินได้! ฮ่าฮ่า! มาตีฉันสิ! มาจับฉันเร็วเข้า! จับฉันไม่ได้นายก็ไม่ใช่คนแล้ว! โอ้ย! ......”

               ไม่ทันระวัง ปีกของผมก็ติดเข้ากับตะขออันใหญ่ ดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด กลายเป็นว่าตอนนี้ผมถูกแขวนอยู่กับเสาทำอะไรไม่ได้ซะงั้น งานเข้า!

                ผมเครียดจนเหงื่อตก คาลอสรีบคุกเข่าลงไป แม้แต่ปีกก็สั่นไปหมด “เขา... เขากินผลลืมวิญญาณเข้าไป ดังนั้น... ดังนั้นเลยสูญเสียความทรงจำ ขอร้องท่านมหาเทพราฟาเอล โปรดระงับโทสะ!

               

                ราฟาเอล?

                ... ... ... ...

                ชิ-หาย... ซวยแล้ว!



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1] มังกรแข็ง (龙硬) - ตัว 硬 แปลว่า (ของ)แข็ง แข็งแรง สามารถใช้กับอวัยวะ...ได้ด้วย

[2] มังกรสี (龙色) - ตัว 色 ปกติแปลว่า สี นอกจากนี้ยังแปลว่า เซ็กส์(色情) และ บ้ากาม(色狼) ได้อีกด้วย

[3] ลูกนก (雏鸟情节) - หมายถึงอาการของลูกนกที่คิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกหลังฟักออกจากไข่คือพ่อแม่ของตัวเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1568 palm4588 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 13:23
    เรือหาย...
    #1,568
    0
  2. #1544 fonchayaporn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 14:40
    โดนแล้วล่ะ55
    #1,544
    0
  3. #1540 iiwhah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 09:10
    สนุกกกมาก
    #1,540
    0
  4. #1523 tongta278 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 07:51
    5555เหมือนมาปูไบเบิลใหม่
    #1,523
    0
  5. #1460 neaumn_sm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:24
    โอ้โห อึ้งไปเรยนะคะ
    #1,460
    0
  6. #1411 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 12:23
    โว้ย แค่มีปีกก็อย่าทำซ่าเส้ ....
    #1,411
    0
  7. #1356 chiffon-156 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 09:20
    55555 พี่เขาเล่นใหญ่มากก
    #1,356
    0
  8. #1166 kidochigi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 15:12
    แกมันบ้าาาาาา
    #1,166
    0
  9. #1161 KeawBig (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 12:59
    มันบ้าาาาาาาาาา
    #1,161
    0
  10. #936 numwan_za (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 12:54
    หรือเธอคือมิคาเอล นะ ผมแดงอ่ะ ไม่ค่อยสันทัดด้านนี้จริงๆ
    #936
    0
  11. #781 spondboz_ss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 20:16
    เราสมน้ำหน้าดีไหม ตั้งแต่กราบิเอลขี่ราฟาเอลแล้ว แต่ตอนนี้นายไปหาเรื่องราฟาเอลแบบจัง ๆ แล้ว หรือราฟาเอลคือพระเอกคะ?
    #781
    0
  12. #700 arkari-yumi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 18:40
    เราว่านางดูทำอะไรโง่ๆเกินไป ยังไม่รู้ว่าใครแท้ๆ
    #700
    0
  13. #598 mothergod (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 18:38
    ปากพาซวย...//ขำแปปทำเป็นข่มมโด
    #598
    0
  14. #267 v-v-vee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 19:20
    สงสารหรืออะไรดี555555
    #267
    0
  15. #182 bennett13 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 16:55
    -เอง สมน้ำหน้า จะยืนหัวเราะสะใจข้างๆให้ เหอะ
    #182
    0
  16. #137 kiriyu25 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 09:42
    ทำไมอิสเรียลปากสุนั--- แค่ก! ปากเสียแบบนี้!? #ฮา ขอบคุณครับ
    #137
    0
  17. #77 beerorbie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 02:43
    ปากพาซวย
    #77
    0
  18. #49 narinnakin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:04
    อิลเรีนส หนูรู้ว่าไม่รู้จักใครก็อยู่เงียบๆดิ
    #49
    0
  19. #37 alfhind (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 00:13
    ตายละอิสเรียลเอ้ย หาเรื่องใครไม่หาเรื่อง ดันไปหาเรื่องท่านราฟาเอล โอ่ย อนาถ 
    #37
    0
  20. #19 relis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 12:59
    ซวยจริงจัง

    หาเรื่องใครไม่หาดั๊นเจอราฟาเอลซะงั้น

    ยังคงรอลุ้นว่าคู่ปรับจะกลายเป็นลูซิเฟอร์รึเปล่า
    #19
    0
  21. #15 narumiayumu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 21:02
    กำลังงานเข้าสินะ จากคำบรรยาย อัลบั้มภาพรู้ล่ะคนไหน แต่ วายนี่ พระเอกหรือนานเอก รุกหรือรับ
    #15
    0
  22. #13 --noon-- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 16:50
    ...งานงอก
    #13
    0
  23. #12 letsdance12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 16:46
    หาเรื่องผืดคน 55555555555555555555555
    #12
    0
  24. #11 araska (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 15:39
    แกล้งบ้าเฉย 55555555
    #11
    1