เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 27 : ทัณฑ์สวรรค์ [27]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    3 ส.ค. 59



-53-

                เศษใบไม้แห้งลอยล่องอยู่บนผิวน้ำเกิดเป็นคลื่นน้ำบางเบาแผ่กระจาย เสียงกังวานใสราวกับดังขึ้นมาจากใต้ท้องน้ำด้านล่าง

                “จริงเหรอ? เจ้าไปเจอหนุ่มพรหมจรรย์เข้าเนี่ยนะ? ฮ่าฮ่าฮ่า... เมตาตรอนที่น่าสงสาร...... อาซาเซล ข้าหลงนึกว่าตอนที่เจ้าจับคู่กับคนที่เคยมีประสบการณ์แค่ครั้งเดียวก็น่าเศร้าพอแล้ว กลับคิดไม่ถึงว่ามหาเทพเมตาตรอนจะน่าเศร้ายิ่งกว่าเจ้าเสียอีก" นั่นเป็นเสียงของซามูเอล

                “อย่าพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีกนะ นั่นมันฝันร้ายชัดๆ” เสียงของเจ้าบัดซบอาซาเซลตอบกลับไป

                “เจ้าก็อย่าได้พูดถึงหนุ่มพรหมจรรย์นั่นกับข้าอีก” เมตาตรอนเสริมด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

                จากนั้นภาพบนผิวน้ำก็ชัดเจนขึ้น

                บรรยากาศรอบด้านดูโบราณเป็นอย่างมาก แต่กลับให้ความรู้สึกมีระดับอยู่ไม่น้อย คาดว่าน่าจะเป็นบาร์เหล้าไหนซักแห่งในเมืองซีมาร์ ผู้คนรอบด้านถูกแหวกออก ส่วนคนที่รีบวิ่งมามุงดูกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น พอเมตาตรอนที่ถูกคนจำนวนหนึ่งรุมล้อมยกเบียร์แก้วใหญ่ขึ้นซด คนกลุ่มนั้นก็พากันปรบมือกันเกรียวกราว

 

                ซามูเอลพูดขึ้น “ข้าก็เคยเจอเข้ากับหญิงพรหมจรรย์ แต่ว่านั่นเป็นเรื่องสมัยเมื่อนานมาแล้ว อืม... จะว่าไปแล้ว คนที่โชคดีที่สุดก็เป็นมหาเทพลูซิเฟอร์อีกตามเคย ต้องบอกว่าเขาไม่เหมือนพวกเรา วันๆเอาแต่ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ส่วนพวกเราก็ต้องรับกรรมกันต่อไป”

                เมตาตรอนพูดขึ้น “พรหมจรรย์น่ะช่างเถอะ ใครไม่เคยก็เป็นแบบนั้นทั้งนั้น ที่น่าโมโหคือเจ้าเด็กน้อยนั่นดันมาหลอกข้าซะได้......”

                “ผิดคาดที่เมตาตรอนก็มีช่วงเวลาที่หยิบเรื่องเดิมมาพูดซ้ำๆเหมือนกันแฮะ พวกข้าเข้าใจ......”

 

                “มหาเทพเมตาตรอน ขอท่านอย่าได้พูดเรื่องนี้ต่อไปอีกเลย!” น้ำเสียงอ่อนเยาว์เสียงหนึ่งดังขึ้น ภายใต้แสงไฟสลัวๆ เมตาตรอนหันหน้ากลับไปมอง ดวงตาสีดำรัติกาลของเขาปรากฏเส้นแสงเจ้าเล่ห์วาบผ่าน “อา... อิสเรียลนี่เอง มีอะไรงั้นเหรอ?”

                อิสเรียลเดินเข้าไปตรงด้านหน้าของเขา ปีกขาวหิมะ 4 ปีกด้านหลังขยับไหวเล็กน้อย ท่าทางดูวิตกกังวล “มหาเทพ เรื่องวันนี้เป็นข้าที่ผิดเอง ข้าขออภัยแก่ท่าน แต่ข้าหวังว่าท่านจะหยุดป้ายสีข้าให้มัวหมองซะที” อาซาเซลกล่าวเสียงเย็น “เจ้ารู้ดีว่ามหาเทพเมตาตรอนเกลียดหนุ่มพรหมจรรย์ แต่ก็ยังจงใจเข้าใกล้เขา จุดประสงค์ของเจ้าคืออะไรกันแน่”

                เมตาตรอนยกมือขึ้นเสยเส้นผมเรียบลื่นของเขา ดวงตาแฝงแววขบขันเหลือบมองขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ข้าไม่ได้เอ่ยนามของเจ้า เจ้าจะร้อนตัวไปทำไม? เจ้าลองดูสิ คนอื่นรอบๆกำลังจ้องมาที่เจ้า......อา... หนุ่มพรหมจรรย์......”

                สีหน้าราบเรียบของอิสเรียลพลันแดงก่ำขึ้นทันใด “มหาเทพโปรดให้เกียรติด้วย!

                เมตาตรอนกลับตอบขึ้นว่า “ข้าแค่พูดความจริง...... พรหมจรรย์น้อย หลังจากคืนนั้น... ปวดขาบ้างหรือไม่?”

                คำพูดพึ่งหลุดออกจากปาก เสียงเพี๊ยะก็ดังขึ้น ใบหน้าของเมตาตรอนสะบัดหันไปอีกด้าน

                อิสเรียลจ้องมองมือของตัวเองที่สะบัดออกไป ในแววตามีความตกตะลึงปะปนอยู่ ดวงตาของเมตาตรอนเปิดค้าง ราวกับถูกตบให้ตื่น ก่อนจะหันมามองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาว่างเปล่า

                ผู้คนรอบข้างต่างพากันตกตะลึง

                เลือดหยดหนึ่งซึมไหลออกมาจากมุมปากช้าๆ

                อิสเรียลก้มมองฝ่ามือของตัวเองพลางถอยหลังออกไปสองก้าวอย่างหวาดกลัวแต่กลับถูกเมตาตรอนดึงตัวกลับไปก่อนจะงับเข้าที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายจนแตก อิสเรียลหวาดกลัวจนไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก เมตาตรอนโยนเหรียญทองไม่กี่เหรียญส่งไปให้เจ้าของร้าน “ข้าคิดมาตลอดว่าเทวดาระดับล่างๆมีแพวกขี้ประจบ ไม่คาดว่าจะมีคนใจกล้าอยู่บ้าง คราวหน้าถ้ามีเวลา ข้าจะไปหาเจ้า”

 

                ผิวน้ำกระเพื่อมไหว เปลี่ยนภาพฉากไปอีกเหตุการณ์หนึ่ง

 

                เป็นยามเช้าตรู่ของวันหนึ่ง ที่พื้นดินเต็มไปด้วยแอ่งน้ำประปราย บรรยากาศรอบด้านชุ่มชื้นราวกับพึ่งถูกสายฝนชะล้าง เมตาตรอนยืนอยู่ด้านหน้าห้องเล็กๆห้องหนึ่ง สภาพเปียกปอนไปทั้งร่าง เขาเคาะประตูอย่างแรงพลางร้องตะโกน “อิสเรียล เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!

 

                “ออกมา! ได้ยินรึเปล่า!

 

                “ข้าบอกให้เจ้าออกมา! นี่เป็นคำสั่ง เจ้าได้ยินมั้ย!

 

                “เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!

 

                ประตูถูกกระแทกจนเกิดเสียงดังโครมคราม ด้านในยังคงไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆตอบกลับมา

                สุดท้ายก็เกิดเสียงดังปังทีหนึ่ง เมตาตรอนชกหมัดกระแทกใส่ประตูอย่างแรง มือของเขาเกิดเป็นรอยแดงก่อนจะมีเลือดไหลซึมออกมา บนบานประตูสีขาวหิมะยังมีร่องรอยเลือดของเขาติดอยู่ ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ เมตาตรอนพิงร่างเข้ากับประตู หยดน้ำไหลร่วงลงมาตามสันจมูกของเขา ริมฝีปากทั้งคู่ปราศจากสีเลือด ดวงตาปรากฏร่องรอยของความขมขื่น “อิสเรียลน้อย ถ้าเกิดข้าไปเล่าให้พวกที่บูชาข้าฟังว่าข้าต้องยืนรอเจ้าทั้งคืน เจ้าได้ถูกพวกเขาจับแยกเป็นชิ้นๆแน่ รู้รึเปล่า?”

                เขาพ่นลมหายใจยาวเหยียด พูดด้วยน้ำเสียงเนิบช้า “อิสเรียล โผล่หน้าออกมาซักหน่อย ดีหรือไม่?”

                “เด็กดี... ออกมาเถิด”

 

                เสื้อผ้าบนร่างของเมตาตรอนไม่มีตรงไหนที่ไม่เปียกชื้น ตรงเท้าของเขามีน้ำหยดลงมาเป็นวงใหญ่ ราวกับพึ่งเอาตัวไปแช่ในแม่น้ำมายังไงยังงั้น สีหน้าลำบากใจแต่ไม่ยอมขยับจากไปไหน เขาหันร่างเอาหลังพิงประตูก่อนจะค่อยๆทรุดลงนั่งคุกเข่า สองมือยกขึ้นกุมหน้า ขณะที่กำลังจะปล่อยมือออก ภาพบนผิวน้ำก็กระเพื่อมไหวกลับสู่ความสงบเงียบดังเดิม เมตาตรอนคุกเข่าลงนั่งข้างกายผม ทำปากแข็งพูดขึ้นว่า “แค่กๆ... วันนั้นข้าทำเกินไปหน่อย ทำให้อิสเรียลเกิดบ้าดีเดือดขึ้นมา เขาตัดปีกของตัวเองทิ้ง”

 

                เหยดเข้ เรื่องจริงกับสิ่งที่ผมคิดชักจะต่างกันเกินไปแล้ว ที่แท้ปีกของอิสเรียลก็เป็นเขาที่ตัดออกมาเอง ทั้งยังเป็นเพราะความอับอายอีกต่างหาก เห็นเขาแบบนี้ คงไม่ชอบคนอื่นเพียงเพราะอำนาจหรอก ใจจริงผมก็รู้สึกเห็นใจเขาทั้งสองคน ทรมานกันไปทรมานกันมา ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครใด้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ กลับเป็นลูซิเฟอร์ที่ทำตัวไม่ต่างจากพระโพธิสัตว์ เพื่อเขา คนอื่นยอมต่อสู้ดิ้นรนถวายหัวจนเลือดตาแทบกระเด็น เขากลับเพียงยืนอยู่บนยอดเขาไท่ซาน ขอแค่ใช้หางตาเหลือบมองคนพวกนั้นก็นับว่าเป็นบุญมากมายแล้ว

 

                เมตาตรอนหัวเราะกลบเกลื่อน “เป็นข้าที่โง่เขลาเอง เรื่องในอดีตผ่านแล้วก็ให้มันผ่านไป พวกเราต้องมองไปข้างหน้า ตอนนี้ เจ้ากับข้ามาร่วมกันบ่มเพาะความสัมพันธ์ ให้ข้าเดินไปส่งเจ้าก็แล้วกัน” ผมยกถังนมขึ้นมา “ไม่อ่ะ ผมกลับเองคนเดียวก็ดีแล้ว มีเรื่องอะไรค่อยเจอกันพรุ่งนี้”

                เมตาตรอนเอียงหัว จิ้มๆที่ริมฝีปากตัวเอง “งั้นจูบก่อนหนึ่งที”

                ผมยิ้มแห้ง “ได้สิ ท่านหลับตาก่อน”

                เมตาตรอนหลับตาอย่างเชื่อฟัง

                จากนั้นผมก็ก้าวขาเตรียมแผ่น......จะอยู่กับผีทำไมล่ะ ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือออกมากำชายเสื้อของผม เมตาตรอนลุกขึ้น ลูบหัวผมไปมา พูดยิ้มๆว่า “ข้าล้อเล่นหน่อยเดียวเอง ทำเป็นจริงจังไปได้ รีบกลับไปเถอะ ทำตัวว่าง่าย อย่ามัวแต่ไปเที่ยวเล่นที่ไหนล่ะ”

 

                ผมพยักหน้าก่อนจะออกเดิน เดินไปพลางก็คิดไปพลาง คำพูดของเขาเหมือนแม่ผมไม่มีผิด

 

                กลับมาถึงที่บ้านก็เดินขึ้นชั้นบน ก่อนจะรีบซอยเท้าวิ่งไปที่ห้องของตัวเองอย่างเงียบกริบก็ได้ยินเสียงมีคนค้นข้าวค้นของอยู่ในห้อง ความยินดีผุดขึ้นในใจทันที ผมรีบเปิดประตูเข้าไป “เด็กน้อย! นายกลับมาแล้ว! แก้วตาดวงใจของฉัน! ในที่สุดนายก็ไม่โกรธฉันแล้ว! ฉันแวะซื้อนมมาให้......นาย......คาลอส?”

                คาลอสหันหน้ากลับมามองผมก่อนจะยื่นขนนกเส้นหนึ่งออกมา “ทำไมในห้องของเจ้าถึงมีของแบบนี้?”

                นั่นเป็นขนปีกของลูซิฟินิล

                ผมมองขนเส้นนั้นอยู่นานก่อนจะหันไปมองเขา “ทำไมนายถึงมาค้นของในห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” คาลอสขึ้นเสียงใส่ผม “เจ้าตอบมาก่อน ทำไมเจ้าถึงมีของสิ่งนี้?” ผมขมวดคิ้วตอบกลับไป “เกี่ยวอะไรกับนาย? ครั้งหน้าไม่อนุญาตให้เข้ามาค้นของในห้องฉันตามอำเภอใจอีก ได้ยินชัดมั้ย?” คาลอสตอกกลับ “คำพูดเจ้าก็ไม่ต่างจากผายลม!

                “คำพูดนายก็สู้ไม่ได้แม้แต่ลมตด! ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!” ผมชี้ไปทางประตู ตะคอกเสียงดัง

                คาลอสโกรธจนตัวสั่น ก่อนออกไปยังทิ้งท้ายด้วยเสียงกระแทกประตูดังสนั่น

 

                ผมวางถังนมลงบนพื้น แข็งใจไม่ยอมหันกลับพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง บนที่นอนยังมีกลิ่นหอมหวนของนมอบอวลอยู่เต็มไปหมด เจ้าเด็กตัวแสบของผม แค่ไม่เห็นหน้ากันวันเดียวก็ทำผมคิดถึงจนแทบบ้าแล้ว ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะต้องออกไปตามหาเขา

                ใช่แล้ว ผมต้องออกไปตามหาเขา!

 

 

-54-

                คืนวันที่ปราศจากคาลอสช่างแสนยากลำบาก ขีดความอดทนของผมไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่ตัวเองคิดเอาไว้ ต้องแหวกฝ่าฝูงชนไปโดยไม่มีใครเคียงข้างทำให้ผมรู้สึกแย่มากๆ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ผมก็ยังออกตามหาเจ้าเด็กแสบคนนั้นอย่างไม่ยอมลดละ

                วันที่หนึ่ง เดินวนรอบโรงเรียน ...ไม่เจอ

                วันที่สอง เดินวนรอบๆเขตบ้านพัก ...ไม่เจอ

                วันที่สาม เดินวนรอบๆเขตโรงเรียน ...ไม่เจอ

                วันที่สี่ ใช้บ้านเป็นจุดศูนย์กลาง ภายในรัศมีหลายกิโลเมตร พลิกทุกซอกทุกมุมหา ...ไม่เจอ

                วันที่ห้า แม้แต่เขตโคมแดงผมก็เข้าไปหา ระหว่างทางถูกคนรบกวนซะ N ครั้งเป็นต้นว่า อิสเรียลเป็นไงบ้างจ๊ะ?บางคนก็หยาบคายซะจนนอยากด่าให้หน้าหงาย ...ช่างมัน

                วันที่หก เดินวนไปๆกลับๆอยู่ตรงสะพานเชื่อมสวรรค์ชั้นที่ 7 อยู่หลายรอบ ...ก็ยังไม่เจอ

 

                เดิมทีผมไม่ค่อยอยากจะเข้าไปเดินในเขตของสำนักสวรรค์เท่าไหร่ แต่ว่าทั่วทั้งเมืองซีมาร์ผมก็หามาจนหมดแล้ว นอกจากที่นั่น ก็ไม่มีที่อื่นอีก เจ้าเด็กน้อยต้องอยู่ที่นั่นแน่

                เมื่อเข้าไปในเขตสำนักสวรรค์ จิตใจก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย เพราะว่ามีคนอาสาช่วยเหลือ แต่เมื่อผมสอบถามถึงชื่อ ลูซิฟินิลใครๆก็ต้องหัวเราะบอกว่า “ข้าเคยได้ยินแต่ชื่อมหาเทพลูซิเฟอร์” เด็กน้อยเอ๋ยเด็กน้อย นายหนีไปที่ไหนกันแย่ รอฉันหาตัวนายได้ก่อนเถอะ จะตีให้ตายเลยเชียว โทษฐานวิ่งหนีหายไปทำเอาคนอื่นเขาร้อนใจไปหมด

 

                ในเขตปราสาทคริสตัลของสำนักสวรรค์ ไม่ว่าจะหายังไงก็รู้สึกเหมือนกำลังงมเข็มอยู่ในมหาสมุทร เด็กน้อยตัวเล็กขนาดนั้น เมืองซีมาร์ก็ดันใหญ่โตซะขนาดนี้...... หรือว่าเขาจะถูกคนไม่ดีลักพาตัวไปกันแน่?

                วันนั้นผมถึงได้รู้ว่าปีกก็ล้าเป็นเหมือนกัน ผมบินหาไปเรื่อยๆจนบินต่อไม่ไหว ก็เปลี่ยนมาเดินเท้า เดินทอดน่องไปช้าๆ มีแรงก็ออกบิน บินไม่ไหวก็ลงมาเดินเท้า จากนั้นก็บินกลับขึ้นไปใหม่ ทำแบบนี้วนไปซ้ำๆหลายครั้ง สุดท้ายก็ทิ้งร่างลงบนพื้นหญ้าอย่างหมดแรง

                เจ้าเด็กบ้า ไปตายอยู่ที่ไหนกันแน่ รอผมหาตัวเขาเจอก่อนเถอะ พ่อจะถอนขนเอาไปขายให้เกลี้ยง! จากนั้นก็เอาเขาไปขายให้พวกค้ามนุษย์! จับเขาลงไปสวรรค์ชั้นหนึ่งแยกเป็นชิ้นๆโยนให้คนอื่นกิน!

 

                “มีเรื่องต้องการให้ช่วยหรือเปล่า?” นี่เป็นคำถามที่มีคนถามขึ้นครั้งที่ N ในวันนี้แล้ว ผมเงยหน้าก่อนจะส่ายหน้าอย่างหมดแรง ปากก็พูดขอบคุณคำหนึ่ง

                คนในสำนักสวรรค์จิตใจดีมากจริงๆ

                แต่ผมในตอนนี้เป็นเหมือนมดไต่อยู่บนหม้อร้อนๆ

 

                อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสอบแล้ว ผมแทบจะไม่ได้ทบทวนบทเรียนเลยแม้แต่น้อย ได้ยินว่ารูปแบบการสอบครั้งนี้ไม่ใช่การคัดออก ไม่ใช่การจัดอันดับ และไม่ใช่การจับฉลาก แต่เป็นการเล่นลิ่วเหอไฉ่[1] ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจำนวนของเทวดา 6 ปีกถึงได้มีน้อยจนน่าสงสาร เมื่อดูจากคะแนนของผมตอนนี้ ยังไงก็ไม่น่าผ่านไปได้ เมื่อสอบไม่ได้ ก็ต้องถูกโยนกลับไปเยลูซาเล็ม ชื่อเสียงของผมตอนนี้เลวร้ายยิ่งกว่าตอนแรกซะอีก ยิ่งมีเรื่องลูซิเฟอร์เข้ามาด้วย ผมได้ตายหยั่งเขียดแน่

                ยิ่งคิดก็ยิ่งสลด แต่ถ้าผมหาตัวเจ้าเด็กน้อยไม่ได้ ผมก็ไม่มีทางอ่านหนังสือรู้เรื่องแน่……

                เด็กน้อยเอ๋ยเด็กน้อย นายอยู่ที่ไหนกันแน่......

 

                บนท้องฟ้าปราศจากแสงจ้า ตั้งแต่สวรรค์ชั้น 5 ลงไป ฟ้าคงจะมืดแล้ว ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเดินออกไปช้าๆได้แค่สองก้าว แต่เพราะนอนคว่ำอยู่นานเกินไปประกอบกับความอ่อนล้า พลันรู้สึกหน้ามืด ใบหน้าวูบดิ่งลงพื้นทันที

                ตรงจุดที่ผมอยู่ สามารถมองเห็นลำแสงที่ทอดลงมาจากสะพานเชื่อมแชงกรีลาได้พอดี ผมยันตัวลุกขึ้น ขยี้ตาไปมา เขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น แต่ผมกลับตั้งข้อเรียกร้องกับเขามากมาย รอจนเขากลับมา ผมจะไม่เข้มงวดกับเขาอีกแล้ว......

 

                “มีเรื่องต้องการให้ข้าช่วยรึเปล่า?” ยังคงเป็นคำถามนี้ที่ดังขึ้น ผมโบกมือ สองปีกไม่ต่างจากช่อดอกไม้เหี่ยวเฉา ได้แต่ก้มหน้าอย่างหมดแรง

                แต่หลังจากนั้น ผมกลับต้องชะงัก เสียงนี้มัน......

                ผมรีบเงยหน้าขึ้นทันทีก็เห็นลูซิเฟอร์ยืนอยู่ที่ด้านหลัง

                บนศีรษะของเขาประดับด้วยรัดเกล้าขนนก เส้นขนถูกลมพัดไปมาเบาๆ แผ่วพลิ้วราวกับทะเลบุปผา ได้ยินมาว่าระหว่างพิธีการในวิหารแห่งพระผู้เป็นเจ้า เทวดาทุกตนจะต้องสวมเครื่องประดับศีรษะขนนก

                เขาคุกเข่าลงตรงหน้าของผม รัศมีแสงเจิดจ้าพลันบาดตาจนผมไม่อาจลืมตามอง

                “ทำไมถึงมีสภาพแบบนี้ล่ะ?” น้ำเสียงกังวานใสดุจสายน้ำ ราวกับเสียงจากฮาร์ปแห่งเทพเจ้าที่ดังขึ้นคราใด ร้อยบุปผาเบ่งบาน สรรพสิ่งฟื้นคืนชีวิต

                เมื่อต้องมองเขาจากในระยะใกล้ขนาดนี้ ผมก็รู้สึกประดักประเดิดขึ้นมา คาดว่าสารรูปผมตอนนี้คงทุลักทุเลน่าดู วิ่งมาทั้งวัน ทั่วตัวมีแต่เหงื่อ แล้วไหนจะใบหน้าที่ซุกอยู่กับพื้นมาจนถึงเมื่อกี้จนทั้งหญ้าทั้งโคลนติดเต็มไปหมด...... แต่ผมไม่สนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว

                “มหาเทพ มีอยู่เรื่องหนึ่ง ขอท่านได้โปรดช่วยผมที” ชิ-หาย... ทำไมเสียงถึงสั่นแบบนี้

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “เจ้าไม่ต้องรีบ ค่อยๆว่ามา”

                ผมพยายามควบคุมอารมณ์ แต่เมื่อพูดออกไปก็ยังสั่นสะท้านอยู่ดี “น้องชายของผมหายไปแล้ว ผมตามหาเขาอยู่ตั้งนาน แต่ว่า...แต่ว่า... เบาะแสซักนิดก็หาไม่เจอ...... เขาชื่อลูซิฟินิล หน้าตาของเขาเหมือนกับมหาเทพมาก แต่เขาบอกว่าไม่รู้จักท่าน......เอ่อ นี่ผมพูดอะไรออกมาเนี่ย ไม่ใช่เรื่องนี้... เขาค่อนข้างถือดี ผมกลัวว่าเขาจะถูกคนไม่ดีพาตัวไป......”

                คำพูดสับสนไปหมดจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แม่-เอ้ย ความจริงแล้วผมกะจะไปหาเมตาตรอนขอให้เขาช่วย แต่ไม่กี่วันมานี้เมตาตรอนกลับหายตัวไปซะดื้อๆ อีกอย่างเมตาตรอนไม่เหมือนลูซิเฟอร์ เขาทำดีกับคนอื่น......เพราะมีจุดมุ่งหมายแอบแฝง

 

                ลูซิเฟอร์ชะงักไปนาน ดวงตาสีฟ้ากระจ่างดุจคริสตัลจ้องมองมาที่ผม มองจนผมต้องหลบสายตา

                “มหาเทพ เขาหายตัวไปแปดวันแล้ว ได้โปรด ท่านต้องช่วยผมนะ!” ผมยกสองมือขึ้นประกบกันขอร้อง ระหว่างนั้นก็ใช้หลังมือปาดเช็ดใบหน้า ปาดเสร็จก็พบว่าที่หลังมือมีแต่โคลนติดเต็มไปหมด...... ผมว่าสารรูปผมตอนนี้ แม้แต่ปิกัสโซ่สิบคนก็จินตนาการวาดออกมาไม่ได้

 

                ลูซิเฟอร์พลันอ้าแขนทั้งสองข้างออกก่อนจะดึงผมเข้าไปหาเขา

 

                กลิ่มหอมอ่อนๆโชยพัดมาตามลม ผมกระพริบตา จากนั้นก็กระพริบอีกที สุดท้ายก็กระพริบอีกครั้ง

                นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?

                ลูซิเฟอร์ใช้มือหนึ่งโอบแผ่นหลังของผม ให้ผมได้พิงอยู่ในอ้อมกอดของเขาได้อย่างสบาย อีกมือหนึ่งวางอยู่บนศีรษะของผม ราวกับกำลังปลอบขวัญลูกสุนัขที่ถูกทอดทิ้ง

                ผมรู้สึกไม่รู้จะขยับตัวยังไง มือไม้พันกันวุ่นวายไปหมด ได้แต่ก้มหน้าลงมองพื้น

                ลูซิเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ยังจะพูดว่าคนอื่นเป็นเด็กน้อยอีก แล้วดูสภาพตัวเองซิ”

 

                เมื่อผมเงยหน้าก็ปัดผ่านแนวคางของเขาเบาๆ เมื่อคิดจะเปิดปากพูด ริมฝีปากก็ปัดผ่านลำคอขาวสะอาดของเขาทันที ดังนั้น ผมจึงไม่กล้าพูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว ลูซิเฟอร์ราวกับไม่มีความจะปล่อยผมยังไงยังงั้น เพียงกอดผมเอาไว้เงียบๆ ไม่พูดไม่จา

                ผมพยายามดันอกของตัวเองออกห่างจากเขา เหตุเพราะที่ตรงนั้นกำลังมีของน่ารังเกียจบางอย่างกำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เต้นจนแม้แต่ตัวผมเองยังได้ยินเสียงชัดเจน แต่ที่น่าแปลกกว่าก็คือความคิดในตอนนั้นต่างหาก ตัวผมเองรู้สึกว่าช่างน่าอายเหลือเกิน

                ไม่ใช่ไม่กล้าต่อต้าน แต่เป็นไม่มีความคิดอย่างนั้นอยู่ต่างหาก

 

                ตอนที่ลูซิเฟอร์คลายวงแขนอย่างอ่อนโยน ผมก็เห็นว่าเสื้อผ้าบนร่างของเขาเต็มไปด้วยคราบโคลน เขาประคองผมลุกขึ้น น้ำเสียงยังกระจ่างใสเงียบสงบดุจเดิม “ถ้ามีเบาะแสอะไร ข้าจะบอกเจ้า”

                จากนั้นเขาก็สะบัดปีกโผบินจากไปราวกับกำลังเริงระบำ ดูคล้ายหงส์ขาวตัวหนึ่งที่กำลังกางปีกโผบิน

 

                เขาพึ่งจะจากไป ผมก็กลับลงไปนั่งที่พื้น ในอกเกิดเสียงโครมครามวุ่นวายไปหมด ไร้ความสามารถคิดวิเคราะห์อย่างสิ้นเชิง



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1] ลิ่วเหอไฉ่ 六合彩 : เรียกอีกชื่อว่า Mark Six เป็นการพนันล็อตเตอรี่อย่างหนึ่งในฮ่องกง ผู้เล่นจะมีเวลาเลือกตัวเลขจากจำนวน 1-49 มา 6 ตัวก่อนการสุ่มตัวเลข 15 นาที โดยรางวัลที่ได้รับจะมากน้อยตามจำนวนตัวเลขที่สุ่มตรงกับตัวเลขบนตั๋วของผู้เล่นแต่ละคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1592 palm4588 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:31
    เริ่มใจเต้นแล้วววว
    #1,592
    0
  2. #1505 teemeen (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 11:59
    ลูซิเฟอร์ กี๊สสสสสสสสส ยกโทษให้เถอะ แต่คาลอสบับทำไมเป็นคนเง้
    #1,505
    0
  3. #1484 neaumn_sm (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 18:03
    ลูซิเฟอร์ตื่นมาได้เย็นพอดีแน่ๆเลยงอน แต่มาเจองี้คงใจอ่อนละอ่ะ
    #1,484
    0
  4. #1428 moony+lilac (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 18:31
    โหรื้อห้องชาวบ้าน แต่ลูซิเฟอร์ยกโทษให้แล้วมั้ง งืออ
    #1,428
    0
  5. #1364 coco i cookie (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 20:26
    อ้ากกกก เขินนน >3<
    #1,364
    0
  6. #1335 LILITH 💋 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 14:40
    เกลียดคาลอสแรง
    #1,335
    0
  7. #1167 Yingying2546 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 23:54
    คาลอสดูเปฺนเพื่อนจอมปลอมอ่ะ หล่อนดูหวังผลประโยชน์จากอิสเรียลอ่ะ หมั่นไส้!!! (-^-)
    #1,167
    0
  8. #1003 Bubble Mint (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 19:48
    คาลอสนิสัยแย่มาก คิดมาตั้งแต่ตอนราฟาเอลล่ะ
    บ้าผู้ชาย ไม่ได้เห็นอิสเรียลเป็นเพื่อนเลยด้วยซ้ำ ระริกระรี้จนน่ารังเกียจ
    เกลียดๆๆๆๆ
    #1,003
    0
  9. #808 สพัจน์บ็อบ. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 00:03
    คาลอส... ให้ตายนายนี่มันยังไง ว่าแต่สำนักอีกสำนักหนึ่งดูมีแต่คนดี... แล้วอิสเรียลตามหาลูซิฟินิลโดยการถามหาจากลูซิฟินิลเองนี่นะ ทำไมลูซิเฟอร์ไม่บอกสักทีว่าตัวเองคือลูซิฟินิล~~
    #808
    0
  10. #684 Par_dao (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 18:19
    คาลอสรักตัวเองมากๆดีมั้ย ไม่แปลกใจเลยที่อีกร้อยปีก็ยังอยู่ที่เดิม
    #684
    0
  11. #516 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 22:20
    น่ารักกกกก ฮือออออ สงสารตรงบินตามหาเด็กน้อยจนเหนื่อย 555 เจอกับลูซิเฟอร์แต่ละที ไม่ตัวไหม้เกรียมก็เปรอะโคลนอ่ะเนอะอิสเรียล 555555 แอบฟินตรงที่กอดปลอบ
    #516
    0
  12. #483 Michaelle (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 15:26
    ขอสาปให้คาลอสสอบตกแล้วโดนเด้งกลับไปซะ
    วันๆเอาแต่ตามผู้ชายจะไปจำเนื้อหาความรู้ได้หรอลูก...
    #483
    0
  13. #482 Beemie'k 75321 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 11:26
    คาลอสเอ้ยยยยยย หลงผู้ชายจนอิจฉาเพื่อน
    #482
    0
  14. #481 ffarn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 10:25
    คาลอสนี่แปลกๆ แต่ช่างมันเถอะ อิสเรียลถึงขั้นตามหาลูซิฟินิลนี่ ไม่ธรรมดาแล้วนะ ตอนต่อไปมาเร็วนะผู้แปล ค้างงงงง
    #481
    0
  15. #480 Moo-fatZ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 09:30
    เลื่อนระดับด้วยการแทงหวย เอิ่ม มิน่าถึงเลื่อนกันได้น้อยเหลือเกิน ดวงดีก็ถือเป็นความสามารถสินะ
    #480
    0
  16. #479 Alice zerenight (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 08:53
    เลิกคบคาลอสเหอะ ตีสองหน้าลิ้นสองแฉกไร้มารยาทไม่จริงใจนิสัยแย่มาก ย้ายสำนักเหอะ ลูนี่แอบดีใจใช่ไหมล่ะที่เขาตามหาละเมตาตรอนหายไปไหนคงไม่ใช่ลูกันนางหรอกนะ ขอบคุณค่ะ
    #479
    0
  17. #478 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 08:22
    โอ้ยยยย เกลียดคาลอส

    ท่านลูซิเฟอร์เลิฟๆค่ะ
    #478
    0
  18. #477 yohyoh120 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 07:37
    ค้างค่ะ ค้างอย่างแรก คนแปลมาต่อเร็วๆน้าา
    #477
    0
  19. #476 MoeLLe (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 07:29
    นึกว่าลูซิเฟอร์จะยอมบอกแล้วซะอีกกก ฮืออออ
    #476
    0
  20. #475 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 07:11
    ย้ายสำนักได้ไหมเนี่ย นิสัยคนในสำนักแตกต่างราวฟ้ากับเหว ดูที่มาแล้ว อิสเรียลคนก่อนก็ดีนิ เหมือนว่าอิสเรียลคนก่อนจะชอบเมตตาตรอน แต่เมื่อถูกพูดถึงอย่างหยาบคายตัวเองก็มีศักดิ์ศรีพอ ตัดปีกออกก็เหมือนตัดรักนั้นทิ้งไปเลย / ถ้าพูดจริงๆคือคนในสำนักภาวนายันอาจารย์นี่แย่จริงๆแย่สุดๆ มองคนจากผิวเผินสุดๆ น่าจะถูกส่งลงไปเป็นมนุษย์ให้หมดเลยนะ / เมตาตรอนก็ดีนะ แต่มันสายเกินไปแล้ว..... / หลีปินน่าสงสารจัง ตามหาลูซิน้อยจนตัวเองเลอะเทอะไปหมด ผึ้งน้อยไม่โผล่ไปหาหลายวันเลยนะ
    #475
    0
  21. #474 kavasarew (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:28
    เลิกคบอีคาลอสเหอะ นอกจากหลายใจ ขายเพื่อน หน้าด้านยังมีใส่ร้ายอีก คนแบบนี้ทิ้งไปก็ได้
    ปล. เมื่อไหร่ลู่น้อยจะบอกว่าเค้าคือคนๆเดียวกันน้ออออ
    #474
    0
  22. #473 Miyakochan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:21
    หุหุ คาลอสนี่หลายทีละ เดี๋ยวเถอะ
    #473
    0
  23. #472 แซนซาล (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:06
    คาลอสมีนิสัยเสนอหน้าไม่พอ แล้วยังจะไร้มารยาทไปค้นห้องอิสเรียลอีก รอดูว่าหลีปินจะรู้ธาตุแท้อีตาคนนี้เมื่อไร อย่าให้ถึงทีตัวเอกของเรานะแหม่!
    มหาเทพลูซี่~ มหาเทพงอนพี่หลีปินของเราช๊ะ ดูสภาพพ่อหนุ่มของเราสิ ออกตามหาท่านซะขนาดนี้ เห็นใจกลับมาในร่างเด็กน้อยเถอะนะ!
    ขอบพระคุณที่แปลให้อ่านค่ะ นานๆ ทีจะได้เม้นยาวๆ สักที 555 สำนวนการแปลดีมาก อ่านแล้วติดลมลงแดงเลย รอตอนต่อไป//ไหว้
    #472
    0
  24. #471 -_Saki_- (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 00:49
    คือ. ชอบสำนวน สบถของผู้แปลมาก. อ่านแล้วฮาเลยทีเดียว. ได้อรรถรส อิสเรียลเป็นเด็กห่ามๆมากน่ารักน่าตบมาก55555.
    #471
    0
  25. #470 NoEnd-Infinity (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 00:48
    คาลอสเอ๋ยคาลอส...ไม่แปลกใจเลยที่นายจะไม่ได้เลื่อนระดับแม้ผ่านไปแสนนาน
    #470
    0