เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 25 : ทัณฑ์สวรรค์ [25]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-49-

                ลูซิเฟอร์หยิบหนังสืออีกเล่มออกมาก่อนจะเดินแยกไปนั่งตรงข้างหน้าต่าง สายตาของผมกับคาลอสมองไปตามการเคลื่อนไหวของเขาโดยไม่รู้ตัว ผิวเนียนละเอียดดุจหยกขาว เค้าโครงร่างงดงามสมบูรณ์ เส้นผมเล็กละเอียดที่ราวกับจะเรืองแสงได้ ทั้งหมดทั้งมวลไม่น่าเชื่อว่าจะรวมอยู่ในตัวของผู้ชายคนหนึ่ง แม้แต่เทพธิดาที่รวบรวมความงามไว้มากที่สุดบนสวรรค์อย่างกราบิเอลยังไม่อาจเทียบเคียงรัศมีที่แผ่มาจากตัวของลูซิเฟอร์ได้

                ลูซิเฟอร์แตะหลังมือเข้ากับริมฝีปากล่างของตัวเอง ใบหน้าก้มลงครึ่งหนึ่ง ตกอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองอย่างสิ้นเชิง เส้นผมสีทองคำของเขารัดด้วยรัดเกล้าห้อยจี้ไข่มุกสีขาวหิมะไว้กลางหน้าผาก แสงระยิบระยับเปล่งออกมาจากไข่มุกเม็ดนั้น ดูงดงามสะกดตา ราวกับแสงอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า เลือนรางไม่อาจจับต้อง

                ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เงยหน้าขึ้นมองพวกผม ใบหน้าอ่อนโยนดุจสายน้ำ “มีอะไรงั้นเหรอ?”

                ผมรีบส่ายหัว คาลอสกลับพูดขึ้น “มีมี ...เอ่อ... มหาเทพลูซิเฟอร์ชอบมาที่นี่บ่อยๆหรือขอรับ?” ลูซิเฟอร์ตอบเพียงสั้น “บางทีน่ะ” ตอนนั้นผมถึงได้เห็นขบวนเทวดา 4 ปีกที่ยืนห่างออกไปอีกด้าน เจ้าคนพวกนี้......ผมมองพวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของลูซิเฟอร์ไปแล้ว

                คาลอสเดินเข้าไปหาเขาอีกสองก้าว ผมรีบคว้าตัวเขาไว้ เขากลับปัดมือผมออกก่อนจะวิ่งเข้าไป ถามอย่างตื่นเต้นปนกังวลว่า “ถ้าเกิดพวกเรามาที่นี่อีกบ่อยๆ ก็จะได้เจอมหาเทพอีกใช่หรือไม่ขอรับ?” ลูซิเฟอร์หันมาจ้องผมทีหนึ่ง “ใช่”

 

                เฮ้อ... คาลอสนี่ไม่กลัวตายจริงๆ เห็นเสือร้ายตัวไหนเดินผ่านก็เข้าไปขี่ตัวนั้น ในเมื่อเขาโดดข้ามไปแล้ว ถ้าผมไม่โดดแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ผมทำใจกล้าหน้าด้านเดินตามเข้าไป ส่งยิ้มแห้งให้กับลูซิเฟอร์ คาดว่าสีหน้าน่าจะดูไม่ได้ยิ่งกว่าตอนร้องไห้ซะอีก

                คาลอสคว้ามือผมไปจับไว้ ตื่นเต้นยินดีจนมือเท้าอยู่ไม่สุข “มหาเทพ ท่านคงจะจำเด็กคนนี้ได้ใช่หรือไม่? เขาคืออิสเรียล เขาชอบวู่วามอยู่ประจำ วันนั้นก็เกือบล่วงเกินมหาเทพเข้า ข้าขออภัยท่านแทนเขาด้วย” ลูซิเฟอร์ได้ฟังก็ฉีกยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร” พูดพลางจ้องมาที่ผม ไข่มุกบนหน้าผากของเขาส่ายไหวไปมา พราวระยับไม่แพ้ดวงตาทั้งคู่ของเขา จ้องซะจนผมต้องเบือนหน้าเสมองฟ้าผิวปาก

                คาลอสจ้องมองลูซิเฟอร์อยู่นานมาก ก่อนจะใช้น้ำเสียงเทิดทูนสุดจิตสุดใจพูดขึ้นว่า “มหาเทพ ท่านช่างงดงามมากจริงๆ งดงามจนคนไม่อาจละสายตาได้เลย” ลูซิเฟอร์ยังคงยิ้ม “ขอบใจ”

 

                ฟังน้ำเสียงสั่นๆของคาลอสไปพลาง จ้องมองท่าทางกวาดสายตาไปเรื่อยเปื่อยของเขา ในที่สุดผมก็เกิดความรู้สึกอยากต่อยคนขึ้นมา วิธีพูดของเขาเหมือนกับควีนเอลิซาเบธที่สองไม่มีผิด ยังไงน่ะเหรอ ก็ไอ้ท่านั่ง Pose สูงศักดิ์สง่างาม รอให้คุณพูดสรรเสริญเยินยอนั่นยังไงล่ะ พอคุณพูดเสร็จ ก็ตอบสั้นๆอย่างหน้าไม่อายว่า ขอบใจทำราวกับคำชมของคุณเป็นเรื่องที่สมควรแล้วในสายตาของเขา ไม่มีอะไรน่าสนใจ บัดซบบัดซบบัดซบบัดซบ!

               

                “อะแฮ่ม มหาเทพ ผมมีเรื่องอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง” ผมกระแอมไอ ใจดีสู้เสือหย่อนร่างลงนั่งข้างหน้าเขา แม่มันเถอะ ขาเริ่มสั่นอีกแล้ว... นี่มันอะไรของกันเนี่ย คาลอสรีบนั่งลงข้างๆผม

                ผมเงยหน้าสบตากับเขา “คือว่าอย่างนี้ พวกเราเป็นนักเรียนจากสำนักภาวนา ไม่นานก็จะถึงช่วงสอบแล้ว แต่ว่าประวัติศาสตร์สวรรค์กลับเรียนได้ไม่ค่อยรู้เรื่อง......” พูดถึงตรงนี้ ผมก็พูดอะไรไม่ออกอีก เบือนสายตาหันไปมองทางอื่นจากนั้นก็หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง ให้ตายเถอะ ผิวของลูซิเฟอร์ขาวใสไร้รอยตำหนิจริงๆ อย่างกับน้ำนมบริสุทธิ์ยังไงยังงั้น อย่าพูดถึงสิวเสี้ยนเลย แค่ขนอ่อนสักเส้นยังมองไม่เห็น ราวกับเป็นใบหน้าของเด็กจริงๆเลย

                ผมชะงักชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “เอ่อ... ผมเรียนไม่รู้เรื่อง เพราะงั้น......เพราะงั้น......” ชิ-หาย ทำไมยิ่งพูดถึงยิ่งวิตกอย่างนี้? ผมถูหน้าผากตัวเองพลางคิดว่าควรจะพูดอะไรต่อดี

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “เพราะงั้นเลยอยากให้ข้าสอนเจ้า?”

                “มหาเทพเต็มใจสอนพวกเราเหรอขอรับ?” สองตาของคาลอสเจิดจ้า

                ไม่ใช่อย่างนี้ ไม่ใช่! ผมไม่ได้จะขอให้เขาติวให้แต่จะขอให้เขาบอกแนวข้อสอบต่างหาก เขาจะมาติวให้ได้ยังไงเล่า นั่นลูซิเฟอร์เชียวนะ! คาลอส นายมันไอ้โง่!

                ผมกำลังเตรียมตัวกระทืบเท้าคาลอส ลูซิเฟอร์กลับโพล่งขึ้นว่า “ตกลง ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆสิ”

 

                พริบตานั้น ตั้งแต่หัวจดเท้าของผมก็หลั่งเหงื่อออกมาจนหมด

                ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย?

                ลูซิเฟอร์ตอบตกลง......จริงดิ?

 

                ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ คาลอสกลับลุกขึ้นย้ายเข้าไปนั่งข้างลูซิเฟอร์ด้วยความเร็วแสง ทั้งไม่มีที่นั่งอื่นอีก ผมจึงนั่งลงที่เดิม ลูซิเฟอร์ดึงหนังสือของผมไปก่อนจะพลิกเปิด ระหว่างที่พลิกไปเรื่อยๆ คาลอสก็ถามขึ้นว่า “มหาเทพ ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ท่านกำลังสร้างมนุษย์อยู่ เรื่องจริงรึเปล่าขอรับ?” ลูซิเฟอร์ตอบสั้นๆ “อืม” คาลอสถามต่อ “อา... ท่านช่างร้ายกาจจริงๆ งั้นมนุษย์จะไปอยู่ที่ไหนหรือขอรับ? ราบรื่นดีหรือไม่?” ลูซิเฟอร์ตอบว่า “อยู่ทางทิศตะวันออกบนสวรรค์ชั้นที่ 4 แต่ว่าลิลิธเหมือนจะปัญหา เป็นไปได้ที่พระผู้เป็นเจ้าจะรับสั่งให้สร้างคนใหม่มาแทน” คาลอสถามอย่างสงสัย “สร้างใหม่? ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่ได้เห็นนางแล้วน่ะสิ?” ลูซิเฟอร์ถามขึ้น “อืม... เจ้าอยากเห็นนางมั้ยล่ะ?” คาลอสรีบตอบรับทันควัน “อยากๆๆ อยากแน่นอนอยู่แล้ว”

                ลูซิเฟอร์ปรบมือ “แรนดี้”

                เทวดาปีกทอง 4 ปีกตนหนึ่งก้าวเข้ามา ทำความเคารพ “ขอรับ มหาเทพ”

                ลูซิเฟอร์ออกคำสั่ง “พาคาลอสไปที่สวนอีเดน ให้เขาได้ดูลิลิธกับอดัม”

                คาลอสกระโดดลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น สองแก้มแดงก่ำดุจผลแอปเปิ้ล สองปีกขยับไหวไปมา ยืนอยู่ข้างกายแรนดี้ ลูซิเฟอร์จ้องมายังผม “เจ้าไม่ไปหรือ” ผมโบกมือ ยิ้มพลางพูด “ถ้าไม่ทบทวนบทเรียนให้ดี กลับไปคงได้ถูกเด็กบ้าบางคนดูถูกอีก” คาลอสพูดขึ้น “ไปเถอะๆ ทบทวนบทเรียนจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ว่าอีกหน่อยจะไม่ได้มีโอกาสเห็นลิลิธแล้วนะ!” ผมยังคงส่ายหน้า

                คาลอสเบะปากอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ลูซิเฟอร์ “มหาเทพ เจอกันใหม่นะขอรับ!

                ลูซิเฟอร์ยิ้มตอบอย่างมีมารยาท “แล้วเจอกัน”

 

                พวกคาลอสจากไปแล้ว ผมก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน “มหาเทพคงมีธุระอย่างอื่นอีก เอ่อ......” ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ข้าไม่ยุ่ง ถ้าเกิดมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือจากข้า ก็เข้ามานั่งตรงนี้เถอะ” พูดจบ ถุงมือสีขาวข้างนั้นก็ผายลงตรงที่นั่งข้างกาย ท่วงท่าคล้ายกับใครคนหนึ่ง

                เหงื่อตก... หรือพวกผู้ลากมากดีเขาเป็นกันอย่างนี้ทุกคน?  ช่างทำให้คนอื่นมองแล้วรู้สึกว่าตัวเองช่างป่าเถื่อนไร้ซึ่งอารยธรรมสิ้นดี

                ผมค่อยๆเดินเข้าไปนั่งด้านข้างของเขา ขยับตัวไปมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เขาพลิกเปิดหน้าหนังสือ กวาดตามองผ่านๆ “เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างจืดชืดไปหน่อย ต้องตั้งใจอ่านให้ดี” บนโต๊ะมีขวดน้ำหมึกเล็กๆที่ทำจากอัญมณีงามประณีตวางอยู่อันหนึ่ง ลูซิเฟอร์นำปากกาที่จากขนสีทองของปักษาสวรรค์จุ่มลงไปในน้ำหมึก ก่อนจะขีดๆเขียนๆลงบนกระดาษ “หนังสือเล่มนี้แบ่งหลักๆออกเป็น 3 ส่วน ถ้ารู้จักแบ่งก็จะไม่ยาก ทฤษฎีหลักๆก็คือบทภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าและวัจนะแห่งพระผู้เป็นเจ้า ส่วนเหตุการณ์สำคัญก็จะเป็นพัฒนาการของเมืองเยลูซาเล็มและซีมาร์ในช่วงฟนึ่งพันปีสวรรค์ที่ผ่านมา สำหรับบุคคลสำคัญ ก็คือคนที่กำลังอยู่ตรงหน้าเจ้านี่แหละ”

                เขาพูดอย่างสบายๆเป็นกันเองจนผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขายิ้มบางพลางพูดต่อ “มาดูที่วัจนะแห่งพระผู้เป็นเจ้ากันก่อน แบ่งออกเป็น 3 ส่วนเหมือนกัน ส่วนแรกคือ จิตที่ละความชั่วร้าย สัจธรรม ใจกว้าง ยุติธรรม เมตตาปรานี และศรัทธา ส่วนที่สองคือ พระผู้เป็นเจ้าคือความเมตตา ส่วนสุดท้ายคือ จิตที่เคารพและยกย่องในพระเจ้าเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้แจ้ง” ผมพยักหน้า เขาลากผังอธิบาย “วัจนะแห่งพระผู้เป็นเจ้าค่อนข้างทำความเข้าใจยาก และอธิบายออกมาได้ยากเช่นกัน ถ้าจะให้ใช้ภาษาสวรรค์เทวดาระดับ 6 อธิบายใจความออกมาคงจะยากเกินไป เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ฟัง เจ้าควรจะจำให้ขึ้นใจ ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้ว ก็ถือว่าเข้าใจไปแล้ว 1 ในสามส่วน”

                ทุกคำที่เขาอธิบายทั้งชัดถ้อยชัดคำ ลื่นไหลไม่ติดขัด นุ่มนวลเนิบช้า ราวกับกำลังกล่าวสุนทรพจน์ เฮ้อ.... ต่างก็เป็นคน ไม่สิ ต่างก็เป็นเทวดาเหมือนๆกัน ทำไมเวลาผมพูดกับเขาทีไรถึงได้รู้สึกเหมือนคนเป็นโรคลมชักทุกที?

 

 

-50-

                ผมพยักหน้า คิดไปปคิดมาก็โพล่งขึ้น “ส่วนแรกมีแค่นี้?” ลูซิเฟอร์พยักหน้าตอบ “อืม เข้าใจหรือไม่?” ผมพยักหน้าตาม พูดซะละเอียดขนาดนี้จะไม่เข้าใจได้ยังไง? แต่ว่า ทำไมผมมองหนังสือทีไรถึงได้รู้สึกง่วงทุกทีกันนะ? ลูซิเฟอร์พูดขึ้นว่า “สำหรับการวิวัฒนาการ แบ่งเป็นสองส่วนคือเยลูซาเล็มและซีมาร์ ถึงแม้ว่าตำแหน่งของซีมาร์จะอยู่สูงกว่าเยลูซาเล็ม แต่ชาวสวรรค์ระดับล่างย่อมมีมากกว่าระดับสูง ดังนั้น เยลูซาเล็มจึงเป็นจุดที่สำคัญในข้อสอบ  เดิมทีเยลูซาเล็มเป็นเมืองธาตุไฟ เพราะงั้นเทวดาที่ปกครองเมืองย่อมต้องเป็นเทวดาธาตุไฟ ข้าจะทดสอบเจ้า” เขาปิดหนังสือ “ผู้พิทักษ์ของเมืองเยลูซาเล็มเป็นใคร?”

                ผมรู้สึกปวดท้องขึ้นมา ถ้าเกิดตอบผิดล่ะก็ หวังว่าเขาจะไม่หั่นผมเป็นชิ้นๆโยนออกไปหรอกนะ?

                ผมคิดอยู่นานก็ตอบออกไป “คือ... มหาเทพเมตาตอนรึเปล่า?”

                ลูซิเฟอร์ยิ้มจนดวงตากลายเป็นเส้นโค้ง น่ามองซะจนทำคนใจสั่น “ฉลาดมาก”

                เหงื่อตก... คำถามข้อนี้......คล้ายจะเป็นคำถามที่ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น เขาจำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยรึไง? แต่ว่าแต่ว่า ถึงผมจะรู้สึกภูมิใจหน่อยๆ แต่ก็แค่นี๊ดดดดดดเดียวเท่านั้น......

 

                ลูซิเฟอร์กางหนังสือออกพลางพูดต่อ “หลังเมตาตรอนรับอำนาจปกครองเมืองได้ไม่นาน สงครามแสงสว่างครั้งที่ 3 ก็เริ่มขึ้น ก่อนสงครามสองปี ต้นไม้แห่งชีวิตได้ถูกโค่นลง ทำให้วิญญาณนับไม่ถ้วนสูญสลาย...... เรื่องนี้เองก็ส่งผลต่อเมืองเยลูซาเล็มเช่นกัน เมืองซีมาเป็นทั้งเมืองและศูนย์บัญชาการของปราชญ์เทวะไปพร้อมกัน ด้วยเพราะเหตุผลนี้ ซีมาร์จึงเป็นเมืองที่เป็นศูนย์รวมของศาสตร์วิชาการมากที่สุดในสวรรค์ จุดที่จะออกสอบคือสำนักภาวนาและสำนักสวรรค์ เรื่องนี้สำหรับเจ้าไม่น่าจะยาก เจ้ากับเพื่อนลองเดินเล่นอยู่ในโรงเรียน ไปไหนก็จะเจอคำอธิบายทั้งนั้น”

                พูดถึงตรงนี้ ผมก็ตัวแข็งค้าง ผมจะเอาเพื่อนที่ไหนมา? คาลอส...... เป็นไปได้มากว่าเขาจะไม่ยอม

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “แน่นอนว่าถ้าเจ้าต้องการ ข้าสามารถไปเป็นเพื่อนเจ้าได้”

                ผมสมองว่างเปล่าไปครู่หนึ่ง เมื่อรู้ตัวก็รีบส่ายหัวทันที “ไม่...ม...ม...ไม่ดีกว่า ร่างกายมหาเทพสูงศักดิ์ขนาดนั้น รับไม่ไหว~~ผมรับไม่ไหวจริงๆ~~

                แค่ไปล่วงเกินเขาคราวก่อนยังถูกคนรุมประณามกันขนาดนี้ ถ้าเกิดออกไปเดินกับเขา มีหวังถูกสับจนไม่เหลือซากแน่!

 

                ลูซิเฟอร์พูดต่อ “ส่วนที่ 3 ก็คือข้ากับผลงานของข้า กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้า” เขาพูดถึงตรงนี้ ไม่มีทั้งอาการหน้าแดงหรือใจเต้นใดๆทั้งนั้น ราวกับพูดถึงเรื่องของคนอื่นอยู่ ผมพยักหน้าอย่างเก้ๆกังๆเล็กน้อย “เรื่องนี้ ความเป็นมาของ กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าผมค่อนข้างจำได้ขึ้นใจ”

                เอาเข้าจริงๆช่างเหนือความคาดหมาย ผมค่อนข้างชอบหนังสือเล่มนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังสือของโลกสวรรค์ แต่ก็คล้ายๆกับหนังสือพจนานุกรมสือไห่ของจีน ถึงจะใช้ภาษาทางการในการบรรยาย แต่กลับไม่น่าเบื่อเลยซักนิด เหมือนกำลังอ่านนิทานโบราณที่ถูกบันทึกตามภาษาของชาวบ้านสมัยก่อนอยู่มากกว่า เพียงแต่มีความลึกซึ้งกว่าเท่านั้น งานเขียนของลูซิเฟอร์มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนรู้สึกอยากอ่านต่อไปไม่หยุด ถึงขนาดที่ผมยอมลงทุนไปหาอ่านเรื่อง เผ่าพันธุ์มังกร เป็นพิเศษ นี่เป็นหนังสือที่ลูซิเฟอร์ใช้ภาษาของตัวเองเขียนขึ้นมา ถ้าเทียบกันแล้ว กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าก็เป็นหนังสือที่เอาไว้เป็นแนวปฏิบัติให้กับคนอย่างที่ลูซิฟินิลว่าจริงๆนั่นแหละ ผมได้ลองอ่านดูก็ติดงอมแงม แอบเข้าไปนั่งอ่านในร้านจนเจ้าของร้านเหล่มองแล้วเหล่มองอีก หนังหน้าหนาเกินบรรยาย

                หลังจากนั้นก็ไปแอบอ่านเรื่อง เคราะห์ร้าย หนังสือเล่มนี้ ลูซิเฟอร์แค่ทำหน้าที่แปลออกมา แต่ว่าสำนวนการแปลก็ยังคงรูปแบบของเขา เรื่องราวเอ่ยถึงปีศาจน้อยที่ถูกเทวดาตามล่า สำนวนเรื่องเรียบง่ายสามัญอย่างมาก เนื้อเรื่องก็ธรรมดา แต่กลับทำผมลุ้นระทึกได้ตลอด พออ่านหน้าที่สอง ปีศาจน้อยถูกเทวดาสังหารจนตาย เลือดกระเซ็นใส่ใบหน้าของเทวดาตนนั้น ฉากบรรยายสีหน้าของเทวดาตนนั้นทำเอาผมประทับใจไม่รู้ลืม เขากำลังฉีกยิ้มน้อยๆ ริมฝีปากค่อยๆเผยอออก ราวกับแผลเป็นเมื่อถูกปลายมีดกรีดออกก็หลั่งโลหิตสีนิลออกมา เขายังคงงดงามดั่งเช่นที่ผ่านมา

                ผมในตอนนั้นรู้สึกขนลุกขึ้นมาเผลอสูดหายใจเสียงดัง สุดท้ายถูกเจ้าของร้านจับได้จึงโดนเตะกลิ้งหลุนๆออกมานอกร้าน หลังจากนั้นก็ไม่ยอมให้ผมเข้าไปอีก

                หลังจากนั้นหลายวัน ในหัวของผมก็นึกถึงแต่ฉากที่ปีศาจน้อยถูกสังหารกับรอยยิ้มสยดสยองของเทพตนนั้นเต็มไปหมด

                ผมช่างดูเบาคนอื่นเกินไปจริงๆ......

 

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “อืม... ถ้าอย่างนั้นข้าไม่อธิบายเรื่องนั้นก็แล้วกัน เรื่องของข้าจำไม่ยากหรอก ส่วนแรกคือตำแหน่งหน้าที่ สองคือประวัติส่วนตัว สามคือผลงานโดดเด่น” ผมตัดบทขึ้นทันที “เรื่องนี้ผมรู้ มหาเทพคือผู้เป็นดั่งแสงเจิดจ้า เป็นจ้าวอันดับสองบนสวรรค์ เป็นดาวประกายพรึกผู้เจิดจรัส เป็นเทวทูตปีกขวา ผมยังรู้ว่ามหาเทพคือผู้ที่จุติมาพร้อมกับรอยยิ้ม” ลูซิเฟอร์ฉีกยิ้ม “เรื่องพวกนี้ไม่ออกสอบ ประวัติส่วนตัวก็ไม่ยาก มีเรื่องที่ออกรบแทนพระผู้เป็นเจ้า เข้าร่วมรบในสงครามแสงสว่างทั้ง 4 ครั้ง ผลงานโดดเด่นก็ตอบได้ 3 อย่าง หนึ่งคือรบชนะ สองคือ กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้าสามคือบทเพลงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า”

                ผมเช็ดเหงื่อบนหน้าตัวเอง “อันสุดท้ายนั่น......ดูแปลกไปซักหน่อย” ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “สำนักภาวนาและสำนักสวรรค์ต่างก็เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงยาวนานด้วยกันทั้งคู่ แต่เอาเข้าจริงกลับหัวโบราณมากทีเดียว เวลาตอบคำถามที่เกี่ยวกับข้า ยิ่งโม้มากเท่าไหร่ ก็ได้คะแนนเยอะมากเท่านั้น เวลาตอบคำถามเกี่ยวกับพระผู้เป็นเจ้าก็เช่นเดียวกัน เรื่องไม่ดีไม่อาจพูดถึง เจ้าแค่เขียนว่า พระผู้เป็นเจ้าปรีชาสามารถแค่นี้ก็ได้คะแนนเยอะกว่าเรียงความเป็นหมื่นตัวอักษรซะอีก”

                ผมพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด แม่-เอ้ย นี่มันยุคปฏิวัติวรรณคดีชัดๆ เดี๋ยวนี้มันยุคสมัยไหนกันแล้ว ใครก็ไม่มีสิทธิ์บังคับใครทั้งนั้นแหละ

                “ผมถามหน่อยนะมหาเทพ ท่านต้องมาฟังคนอื่นพูดชมไม่ขาดปากขนาดนี้ ไม่......เหนื่อยบ้างเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์ยิ้มบาง “พวกเขาต้องใช้แรงใจคิดคำชมมากมายที่ไม่ซ้ำกับคนอื่นออกมา แต่ข้ามีหน้าที่แค่พูดคำว่า ขอบใจเท่านั้น” ผมแปลกใจ “เอ๋? มหาเทพดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบแบบนั้น?” ลูซิเฟอร์ตอบว่า “นั่นเป็นโรคเรื้อรังของสวรรค์ ผ่านมาตั้งไม่รู้กี่ปีสวรรค์ ใช่ว่าพูดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนกันได้” ผมเห็นด้วย “ก็จริง สถานที่ที่ดีเท่าไหร่ก็ยิ่งมีข้อเสีย ประวัติศาสตร์ยิ่งยาวนานก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นหัวโบราณ ยากต่อการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ถ้าไม่เผชิญกับความล่มสลายเสียบ้าง จะเกิดใหม่ได้อย่างไร จะทำลายได้อย่างไร จะแบ่งแยกได้อย่างไร”

                เอ๋... ทำไมผมถึงได้คิดถึงประเทศสาธารณรัฐของพวกเราขึ้นมาเลยล่ะ?

                ลูซิเฟอร์ตอบอย่างเห็นด้วย “ข้าก็คิดเหมือนกันกับเจ้า”

                ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าดุจอัญมณีคู่นั้น

                เจ้าหมอนี่พูดอะไรออกมา?

                เขา... เขาเองก็มีความคิดปฏิวัติอยู่แล้วงั้นเหรอ?

                แต่ว่า... ประวัติศาสตร์ไม่อาจเปลี่ยนแปลง ลูซิเฟอร์ต้องพบกับความพ่ายแพ้ ทั้งยังพ่ายแพ้อย่างราบคาบ หน้าอกของเขาจะถูกคนอื่นแทงจนทะลุ กลายเป็นรอยแผลเป็นแห่งความอดสูที่ไม่อาจลบออกไปชั่วชีวิต เขาจะถูกกักขังอยู่ในนรกที่ลึกลงไป 9 ราตรีชั่วกัปชั่วกัลย์

                ปีกแห่งแสงอันงามสง่าถูกย้อมกลายเป็นสีดำรัตติกาล ลูซิเฟอร์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงเจิดจ้าและดาวพระศุกร์ สุดท้ายกลายเป็นดั่งแสงอาทิตย์ที่แผดเผาทำลายล้าง

 

                มองไปที่ปีกแสงศักดิ์สิทธิ์อันสวยงามของเขาอีกครั้ง หัวใจสั่นไหวอย่างน่าสะพรึงกลัว ผมลูบขมับตัวเองไปมา “มหาเทพ ผมอยากจะกลับแล้ว”

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ข้าไปส่งเจ้า”

                ผมรีบส่ายหน้าทันที “ไม่ต้องๆๆ ผมกลับเอง!

                ลูซิเฟอร์ไม่รั้งต่อ “งั้นระหว่างทางก็ระวังตัวด้วย ถ้าเกิดมีปัญหาอะไร ก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ”

               

                เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นเจ้าเด็กน้อยกำลังบินไปบินมาอยู่ในห้อง เหมือนกำลังอารมณ์ดีสุดๆ แต่พอเขาอารมณ์ดีแบบนี้ ก็ทำขนร่วงจนเต็มห้องผมไปหมด ผมวิ่งเข้าไปคว้าหมอนมาใบหนึ่งก่อนจะปาใส่เขา ร่างเล็กๆส่ายไหวไปมาไม่มั่นคงราวกับแมลงวัน จากนั้นก็ร่วงปุลงบนที่นอน แต่ว่าเขากลับแปลกไปจากทุกที ไม่เพียงไม่เอาเรื่องผม แค่ลูบหัวไปมาก็พุ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว ปีกของเขากระพือเร็วกว่าทุกวันอย่างเห็นได้ชัด “อิสเรียล เจ้ากลับมาแล้ว”

                ผมตกใจ ไม่ทันตอบอะไรกลับไป เขาก็พุ่งเข้ามากอดผมแน่นทันที

                เหงื่อตก... นี่ผมกำลังฝันอยู่รึไง?

 

                กอดตอบลูซิฟินิล จู่ๆผมก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกขอบคุณลูซิเฟอร์เลยซักครั้ง

                สวรรค์เอ้ย... นี่ผมเป็นหมูหรือยังไง?

                ไม่ ผมจะเป็นหมูไปได้ยังไง!



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หายไปสองวันไม่ใช่อะไร คือแอบไปเซอร์เวย์เนื้อเรื่องมาล่วงหน้า

......ดราม่าคอนเฟิร์มค่ะ U..U ......

ทำเอาหมดเรี่ยวหมดแรงไม่อยากทำอะไรไปหลายวัน /// อ้างนัก โดนตบ

ส่วนเรื่องที่มีคนเสนอว่าให้ลองเสนอเรื่องกับทางสำนักพิมพ์ดู

เราลองไปคิดๆดูแล้ว ตอนแรกก็รู้สึกสองจิตสองใจนะ

เพราะถ้าทำอย่างนั้นจริงๆ เราคิดว่าอาจต้องมีการรีไรท์ใหม่กันเกิดขึ้น

ปรับทั้งในเรื่องของภาษาแล้วก็คำผิด(ที่ดองไว้มากมายก่ายกอง)

ซึ่งอาจจะใช้เวลาค่อนข้างมากที่จะทำแบบนั้น

ใจจริงเราอยากแปลให้จบ 'ภาคแรก' ก่อน ค่อยพัก(ยาว) 

(นิยายเรื่องนี้มีทั้งหมด 3 ภาคค่ะ ยาวไปๆ

ส่วนเนื้อเรื่อง ณ ปัจจุบัน เป็นครึ่งแรกของภาคแรกค่ะ งงมั้ย?

คือภาคแรกมีทั้งหมด 104 ตอน ตอนนี้แปลถึงตอนที่ 50)

เพื่อที่คนอ่านจะได้ไม่ค้างคาเวลาเราขาดช่วงนิยายไปนานๆ

แต่ดูแล้วเป็นไปได้สูงมากที่จะมีคนเกิดอาการลงแดงหนักกว่าเก่า 55

ก็เลยเกิดคิดขึ้นว่า ...หรือว่าควรจะเสนอไปก่อน ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที???...

เพราะคิดว่าทางสำนักพิมพ์กว่าจะพิจารณาเสร็จก็น่าจะนานเหมือนกัน

ทุกคนคิดเห็นกันยังไงบ้าง ลองช่วยกันตัดสินใจดูค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1590 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 11:27
    เข้าใจอุดมการณ์ของพี่แกนะ ความคิดคนบนสวรรค์ก็ล้าหลังจริง ๆ แต่วิธีคงรุนแรงเกินไป เลยถูกถีบ รอดูไปยาวๆ
    #1,590
    0
  2. #1482 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 17:48
    เหตุผลที่ทรยศสวรรค์สินะ
    #1,482
    0
  3. #1453 slilahs (@slilahs) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 18:08
    สนุกมากจริงๆ
    #1,453
    0
  4. #1426 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 18:09
    คาลอสออกตัวแรงไป๊
    #1,426
    0
  5. #1363 coco i cookie (@chiffon-156) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 18:13
    ได้ความรู้จริงๆ
    #1,363
    0
  6. #1266 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 02:25
    อ่านเหมือนได้เรียนรู้ตำนาน อืมใช่ป่าวว่ะ
    #1,266
    0
  7. #1217 ซินเดอเรล✰. (@peung002) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 10:42
    ดราม่าไม่เท่าไหร่ แต่จบแฮปปี้มั้ยนี่สิคะTwT
    #1,217
    0
  8. #1099 []SO_DadE[] (@sodade) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:40
    ดราม่าแต่จบแฮปปี้ใช่มั้ยคะ TT
    #1,099
    0
  9. #682 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 17:59
    หูยไม่ดราม่าได้มั้ย ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แอบหน่วง
    #682
    0
  10. #448 Teal123 (@tealt-op) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 04:20
    สนุกมากกก เอาใจช่วยไรท์ค่ะ ติดๆๆๆ
    #448
    0
  11. #446 Beemie'k 75321 (@beam75321) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:33
    สนุกกกกกกกกกก ติดเรื่องนี้งอมเเงมเลยค่ะ มีสามภาคเลยหรอ ดีจังงงง แต่จะแปลทุกภาคหรือป่าวอ่ะคะ //รอติดตามอ่านตอนต่อไปน้า
    #446
    0
  12. #445 relis (@relis) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 21:29
    กลัวจบภาคแรกก็ค้างคา

    ถ้าจะเสนอสำนักพิมพ์คงต้องปรับภาษาอีกเยอะพอสมควรเลยค่ะ



    ยกนิ้วให้ลูซิเฟอร์กำจัดคนขวางทาง(คาลอส)ได้อย่างหมดจด

    เด็กน้อยยยกลับมาแล้วตะอ้อนอะไรหลีปินกันน้า  แล้วเรื่องขนปีกสรุปได้ไปทวงคืนมามั้ยนั่น
    #445
    0
  13. วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 18:19
    ลูซิฟินนิ คือใครอะ
    #444
    0
  14. #443 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 11:31
    อ่านช่วงแรก คาลอสกระตือรือร้นในการเสนอหน้ามากครับ ถถถถถถ เรื่องนี้ดราม่าเหรอครับ!? #เตรียมทิชชู่10โหล ถึงจะดราม่าก็อ่าน! ตามมาขนาดนี้แล้ว! #ซับ ขอบคุณครับ
    #443
    0
  15. #442 NoEnd-Infinity (@--noon--) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 11:14
    ไม่อยากค้างนานๆๆๆๆๆๆๆค่ะ TT
    #442
    0
  16. #441 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 11:01
    โอ้โห จบภาคแรกถ้าไม่ค้างก็โอเคค่ะ แล้วจะรออีกสองภาคทีหลัง
    #441
    0
  17. #440 ffarn (@ffarn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 10:31
    จบภาคแรกก่อนค่า ทางที่ดีอย่าค้างเลยนะค่ะ เดี๋ยวนักอ่านลงแดง อยากให้แปลเรื่อยๆพอหนังสือออกค่อยลบ เราไม่อยากค้าง ฮื่ออออ
    #440
    0
  18. #439 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 09:24
    รอจบภาคแรกค่อยเสนอไหมคะ
    #439
    0
  19. #438 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 09:24
    มาม่าแน่นอนค่ะ มิคาเอลvsลูซิเฟอร์เนี่ย ฮือ
    #438
    0
  20. #437 DeadMan_Gray (@dreamhighforever) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 07:57
    ใครก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที ตรงหน้ามีหมีหลุดมาหนึ่งตัว //ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ จากภาษาจีนไม่แข็งอ่านออกแค่นิดหน่อย ;^;
    #437
    0
  21. #436 2OOS (@viskyzz) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:41
    แต่ถ้าเสนอสำนักพิมพ์ผ่านเร็ว เนื้อเรื่องก็ถูกลบเร็วนะคะ แถมบางเรื่องยังถูกดองกว่าจะตีพิมพ์ ลงแดงพอดีค่ะ T T
    #436
    0
  22. วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 00:31
    อยากให้เสนอสำนักพิมพ์ไปก่อนค่า 
    น่าจะพิจารณากันนานอยู่นะ  
    ว่าแต่ว่าจะมีดราม่าหรอ ม่ายยยยยยยยยยยยยย
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แง หัวใจรับดราม่ามิไหว กว่าจะผ่านช่วงดราม่าไปนี่นานมั้ยคะ ฮือๆๆๆๆ
    #435
    0
  23. #434 Shomei (@suny-sun) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 23:46
    มาม่าตายแต่อย่าตายน้าาา TOT
    #434
    1
  24. #433 Telia (@nodoka2) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 22:30
    ก็อยากหวังให้มีความสุขกัน แต่คงหลีกเลี่ยงความดราม่าไม่ได้จริงๆ ฮืออ แต่ก็จะอ่านต่อไปค่ะ T_T
    #433
    0
  25. #432 fenr (@friendsly) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 21:49
    ถ้าถามคนอ่าน ก็คงต้องบอกว่าเเปลให้จบก่อนอ่ะค่ะ เดี๋ยวลงแดง55555 เเล้วค่อยเสนอสพน. เเล้วงานเเก้สำนวน บลาๆก็ตามมาอีกมากมายให้ไรท์ปวดหัว 555 ก็เเล้วเเต่ไรท์จะเลือกค่ะ (รู้สึกว่าไม่ช่วยอะไรเลย555)
    #432
    0