เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 24 : ทัณฑ์สวรรค์ [24]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-47-

                ผมกับคาลอสเดินไปเรียนด้วยกัน บรรยากาศภายในโรงเรียนวันนี้ค่อนข้างต่างจากทุกๆวัน เมื่อก่อน เวลาผมเดินไปไหนก็มักจะโดนมองเมินบ้างหละ โดนดูถูกบ้างล่ะ แต่ว่าวันนี้ ใครก็ตามที่เห็นผมก็จะพากันหลบลี้หนีหายกันไปหมด ทำเอาผมรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

                คาบแรกของวันนี้คือวิชาภาษาสวรรค์ ห้องเรียนภาษาสวรรค์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโรงเรียน ตัวตึกสร้างตามแบบสถาปัตกรรมไบแซนไทน์ เมื่อมาอยู่ท่ามกลางดงปราสาทแบบโกธิคจึงค่อนข้างเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก ห้องเรียนสร้างเป็นห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาแต่ก็ยังไม่ทิ้งความประณีตเป็นเอกลักษณ์ ทั้งใหญ่โตโอฬารทั้งหนักแน่นมั่นคง เพดานโถงเป็นโดมรูปท้องฟ้างดงามสะดุดตา รองรับน้ำหนักด้วยเสาต้นใหญ่ถึง 4 ต้น ด้านล่างของโดมประดับด้วยบานกระจกทรงกลม ยามเมื่อแสงลอดผ่านเข้ามาก็จะประกอบเป็นภาพลวงตาอย่างหนึ่ง ทำให้รู้สึกว่าโดมด้านบนอยู่สูงขึ้นไปเกินกว่าความเป็นจริง

                ห้องโถงนี้ทั้งสูงทั้งกว้างขวาง ใจกลางโถงยังแขวนโคมระย้าอันใหญ่เอาไว้ เมื่อเดินเข้าไปในห้อง บรรยากาศก็เย็นลงอย่างฉับพลันราวกับก้าวเข้าไปในปราสาทน้ำแข็ง คนอื่นๆที่มองเห็นผมก็จะพากันถอยห่างออกไปอย่างรักษามารยาท ยิ่งทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

 

                เมื่อเข้ามาในห้องเรียนหมายเลข 6 ก็จะเห็นว่าในห้องประดับประดาด้วยกระจกสีโปร่งใสสีทองเข้ม ดูงดงามน่าอัศจรรย์ใจ

                ผมกับคาลอสเลือกที่นั่งกันอย่างลวกๆ พึ่งจะหย่อนร่างลงนั่ง นางฟ้าตนที่นั่งอยู่ด้านข้างไม่แม้แต่จะมองหน้าพวกผมก็หอบหนังสือย้ายไปนั่งที่อื่น ผมหันไปมองคาลอส เขาเองก็มีทีท่าทำอะไรไม่ถูก ผมตบมือคิดจะพูดอะไรบางอย่าง คนรอบด้านก็พากันย้ายข้าวของออกไปกันหมด

                จากนั้นผมก็ค้างอยู่ในท่าประสานมือไปอีกนาน

 

                คาลอสกดเสียงต่ำพูดขึ้นว่า “เมื่อวานตอนข้ามาเรียน ก็ได้ยินข่าวไม่ค่อยจะดีอยู่หลายเรื่อง เจ้าระวังไว้หน่อยก็ดี”

                ผมถามอย่างสงสัย “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

                คาลอสวางหนังสือลง “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับมหาเทพลูซิเฟอร์แล้ว”

                ผมพยักหน้า

                คาลอสพูดอีกว่า “ได้ยินมาอีกว่าเจ้าเมาเหล้า”

                ผมพยักหน้า

                คาลอสพูดออกมาอย่างหมดเปลือก “ได้ยินว่าเจ้าคิดจะล่วงเกินมหาเทพลูซิเฟอร์จนมีเรื่องกับผู้ติดตามของมหาเทพ จากนั้นก็เมาอาละวาด”

 

                ผมรู้สึกเหมือนมีมดนับไม่ถ้วนกำลังไต่อยู่บนหลังของผม

                “นายบอกว่า......ฉันคิดจะล่วงเกินมหาเทพลูซิเฟอร์? อะไรคือ......ล่วงเกิน?”

                คาลอสตบบ่าของผม “ข้ารู้ว่าเจ้าชอบเขา แต่การกินเหล้าย้อมใจแบบนั้นจะยิ่งทำให้เขาเกลียดเจ้ามากกว่า” จากนั้นเขาก็ชะงักไป ก่อนจะใช้สายตาเข้าอกเข้าใจมองผม “ข้ารู้แล้ว เจ้าคิดว่าถูกรังเกียจก็ยังดีสินะ อย่างน้อยเขาก็จะจดจำเจ้า ใช่หรือไม่?”

                “ฉันเปล่า ไม่เห็นจำอะไรแบบนั้นได้เลยซักนิด”

                คาลอสมองข้ามคำพูดของผมอย่างสิ้นเชิง “ข้ารู้สึกเสียใจต่อเจ้าจริงๆ”

                “เอ่อ... ฉันไม่ได้ชอบลูซิเฟอร์”

                “อิสเรียลที่รัก มหาเทพเมตาตรอนปฏิบัติต่อเจ้าก็ไม่เลว อย่างน้อยเขาก็เต็มใจพาเจ้ากลับมาส่ง มหาเทพลูซิเฟอร์เป็นดั่งแสงเจิดจ้าที่ไม่มีวันเอื้อมถึง แค่บังเอิญลอดผ่านกลุ่มเมฆมาให้มองเห็น เจ้าก็ควรจะพอใจได้แล้ว”

                ผมโกรธแล้วจริงๆ โดยไม่ทันคิดก็ยื่นมือออกไปคว้าคอของคาลอสแล้วเขย่าแรงๆ “นายคิดว่าฉันจะเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันเหมือนนายรึไง? ต้องให้ฉันบอกอีกกี่ร้อยครั้งห๊ะ? ฉันไม่ชอบเขา! ไม่ชอบโว้ย! ฉันชอบเด็กน้อยมากกว่าเขาซะอีก!

 

                คนรอบด้านหันสายตาจ้องมองมาที่ผม

                ผมปล่อยมือ ยักไหล่ ฉีกยิ้ม

                พวกเขาพร้อมใจหันกลับไปมองอาจารย์ประจำวิชาทันที อาจารย์คล้ายจะไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ยังคงสอนต่อไป “คำถามต่อไป ความหมายของคำว่าสัตบุรุษ มีใครรู้บ้าง?”

                ข้อนี้... เจ้าเด็กแสบเคยบอกเอาไว้แล้วเมื่อวาน ผมยกมือขึ้นโบกอย่างตื่นเต้นดีใจ

                อาจารย์ยังคงถามต่อไป “มีใครรู้บ้าง?”

                ผมโบกมือไปมา เธอยังคงเหมือนมองไม่เห็น

                อาจารย์มองไปรอบๆห้องก่อนจะกระโดดข้ามผมไป

                สุดท้าย นางฟ้าปีกขาว 4 ปีกที่นั่งอยู่ด้านหน้าผมก็ยกมือขึ้น

                อาจารย์พูดขึ้น “อา... ในที่สุดก็มีคนรู้ พวกเจ้าต้องกลับไปทบทวนบทเรียนให้ดีนะ เจสซิก้า ไหนว่ามาซิ”

                เจสสิก้าตอบว่า “สัตบุรุษเป็นคำที่พระผู้เป็นเจ้าใช้เรียกผู้ที่มีความชอบธรรม เดิมทีหมายถึง เนื้อแท้ของคนผู้หนึ่ง ด้วย เหตุ นั้นจึงทำให้คนๆนั้นเกิดสาย สัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้า พูดอีกอย่างคือ ศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า ทำให้เขายอมปฏิบัติตามแนวทางของพระเจ้า เชื่อใน กฎแห่งพระผู้เป็นเจ้า สัตบุรุษ ยังเป็นคำจัดกัดความที่แสดงถึงความเชื่อในความซื่อสัตย์ ซื่อตรงของคน พูดได้อีกอย่างว่า ความเชื่อของเขาคือความเชื่อที่มีชีวิตชีวา เป็นศรัทธาแห่งชีวิต คือศรัทธาที่แท้จริง ดั่งเช่นตามตำราทุกเล่มได้กล่าวไว้ คุณธรรมไม่ได้เกิดจากการเคารพเชื่อฟังกฎหมาย แต่เกิดขึ้นจากการเต็มใจเคารพเชื่อฟังกฎหมาย พูดอีกอย่างก็คือ สัตบุรุษคือผู้ที่รักเคารพในกฎแห่งพระยะโฮวา ไม่ว่าทั้งในยามตื่นหรือยามหลับ ยินยอมเป็นแสงไฟส่องนำทางให้กับบาทของท่าน ไม่ว่าจะพบเจอกับความลำบากเช่นใด สัจพจน์แห่งพระผู้เป็นเจ้า จะเป็นแรงผลักดันในการดำรงชีวิตให้แก่สัตบุรุษทั้งหลาย”

 

                อาจารย์ยิ้มอย่างพึงพอใจ “เป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบมาก ถ้าอย่างนั้นเจ้าอธิบายได้หรือไม่ว่าอะไรคือคุณธรรมแห่งศรัทธา?”

                เจสซิก้าหัวเราะแห้งๆ “ยังไม่ได้ทบทวนถึงตรงนั้นค่ะ”

                เรื่องนั้นผมอธิบายได้ สัตบุรุษกับคุณธรรมแห่งศรัทธา ความจริงแล้วก็เกิดจากทฤษฎีเดียวกัน แต่กลับสามารถเอามาเขียนอธิบายได้เป็นสิบกว่าหน้า ลูซิฟินิลเล่าว่าหนังสือเรียนพวกนี้เขียนเอาไว้หลอกเอาเงินมากกว่า แค่ทฤษฎีง่ายๆ กลับอธิบายออกมาหลายสิบหน้า เขายังบอกอีกว่าผมอ่านหนังสือชักช้า ก่อนจะโยนหนังสือทิ้งไปอีกด้าน แล้วใช้คำพูดไม่กี่ประโยคอธิบายให้ผมฟังระหว่างเดินกลับบ้าน

                อีกอย่าง ชีวิตบนสวรรค์นับว่าไม่เลวอย่างมาก เพราะชีวิตมีหลักประกัน ชาวสวรรค์เหล่านี้ถึงได้ไม่ตั้งใจเรียนกันนัก ส่วนผมก็ต้องสู้ชีวิต ถ้าเกิดสอบไม่ผ่าน ผมก็ต้องถูกโยนกลับไปที่เยลูซาเล็ม นอกจากนี้ ระหว่างเรียนหนังสือกับถูกซ้อมจนตาย ยังไงผมก็ต้องเลือกแบบแรกอยู่แล้ว

 

                อาจารย์โบกมือไปมา “ไม่เป็นไร งั้น... มีใครอีกบ้างที่รู้คำตอบ?”

                ผมยกมือ

                ถ้าเกิดเธอยังไม่เห็นอีก ผมก็ไม่รู้จะด่ายังไงแล้วนะ

                อาจารย์ถามขึ้นอีกครั้ง “ไม่มีใครทบทวนมาจริงๆเหรอ?”

                แม่- เธอคิดจะทำเป็นมองไม่เห็นผมทั้งอย่างนี้เลยใช่มั้ย?

                อาจารย์ชะงักไปอยู่นานมากก่อนจะถอนหายใจ “ข้าผิดหวังในตัวพวกเจ้าจริงๆ คุณธรรมแห่งศรัทธาก็คือคำที่ใช้เรียกผู้มีคุณธรรมที่ใช้ศรัทธาเป็นแรงผลักดันของชีวิต ถ้าจะให้อธิบายความหมายของ คุณธรรมแห่งศรัทธา คือคำพูดที่พระผู้เป็นเจ้าส่งผ่านคนบาปไปยังพระเยซูคริสต์ จึงนับคนบาปเหล่านี้เป็นสัตบุรุษ พวกเราเดิมทีต้องได้รับโทษทัณฑ์หมกไหม้อยู่ในไฟบรรลัยกัลป์ ทั้งยังเป็นโทษทัณฑ์ที่พวกเราไม่อาจรับไหวได้ พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ไถ่ถอนโทษของเรา ถูกขนานนามว่ามีคุณธรรมคือเป็นเกียรติอันสูงสุด......”

                ผมชูมือค้างอยู่กลางอากาศ เหมือนเป็นรูปปั้นเทพีเสรีภาพไม่มีผิด

                คราวนี้ผมถูกมองข้ามอย่างสิ้นเชิงจริงๆ

                ผมฝืนใจหดมือกลับมาเท้าคางตัวเอง อาจารย์ยังคงพูดสอนต่อไป “ดังนั้น พวกเจ้าจึงต้องเชื่อฟังบัญชาจากพระยะโฮวา พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราทุกคน เคารพในวิถีของท่าน ท่านจะตอบสนองต่อศรัทธาของทุกคน ประทานผืนดิน ความอุดมสมบูรณ์ และสายฝนเย็นฉ่ำให้แก่เจ้า หากเจ้าไม่เชื่อฟังท่าน ไม่เคารพต่อวิถีของท่าน ความผิดบาปจะติดตามเจ้าไป บุตรธิดาแห่งพระผู้เป็นเจ้าจะใช้สายลมทำลายเจ้าให้พินาศ สายฝนเย็นฉ่ำจะแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดทรายแหลมคม...... ดังนั้นคำสวดภาวนาของสัตบุรุษ พระผู้เป็นเจ้าย่อมน้อมรับ......”

                ยะโฮวาไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย คำพูดแบบนี้ยังพูดออกมาได้เต็มปาก ตอนนี้ยังไม่มีมนุษย์ พอมีมนุษย์ขึ้นแล้ว ย่อมต้องมีบาป ชีวิตของคนเป็นของใครก็ของมัน ทำไมถึงได้มีบาปมากมายมหาศาลขนาดนั้น? ในเมื่อไถ่ถอนไปแล้ว จะยังต้องมีชีวิตไปอีกทำไม?

                ขณะที่ไม่เห็นด้วยอยู่ในใจ ผมก็หันไปถลึงตาใส่คาลอสด้วยทางหนึ่ง

                ขืนเขายังใช้สายตาเห็นอกเห็นใจแบบนั้นมองผมอีก ผมจะจิ้มให้บอดเลยคอยดู!

 

 

-48-

                หลังเลิกเรียน ผมก็แบบหน้าใต้เท้าเปามุ่งไปยังสำนักสวรรค์กับคาลอส เมื่อไปถึง ผมก็ต้องขยี้ตาด้วยความตกตะลึง ย้ำให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด สำนักสวรรค์หาได้เป็นโรงเรียนไม่... แต่เป็นเมืองปราสาทคริสตัลต่างหาก งดงามแต่เงียบสงบ หรูหราแต่เป็นส่วนตัว เมื่อมองจากที่ไกลๆก็ราวกับเป็นดอกไม้ที่ผลิบานอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก

                ที่น่าแปลกก็คือ คนที่อยู่ด้านในไม่เหมือนกับชาวสวรรค์ทั่วๆไป ทุกคนต่างแต่งกายอย่างน่าหลงใหล บ้างก็ประดับด้วยเครื่องประดับสวยงาม บางคนก็สักลายบนใบหน้า บ้างก็พกพาอาวุธหลากสีสัน บ้างก็สันโดษรักสงบ บ้างก็งดงามชั่วร้าย ดูแปลกใหม่แปลกตาไปหมด

                ที่น่าแปลกยิ่งกว่าก็คือ พวกเขามองเห็นผมกลับมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ปกติเป็นอย่างมาก สำนักสวรรค์เปิดกว้างไม่เหมือนอย่างสำนักภาวนา พวกเขาเปิดประตูใหญ่ด้านหน้าตลอดเวลา ต้อนรับทุกคนที่มาเยือน พึ่งเดินเข้าไป กูรู้สึกเหมือนเป็นคนละโลก

 

                เทวดากลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา ผมลองเดินเข้าไปตรงหน้าพวกเขา ขณะกำลังคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกมองเมินอยู่นั้น จู่ๆคนในกลุ่มคนหนึ่งก็พูดขึ้นมา “เอ๋ ไมค์ มีคนเรียกเจ้าแหนะ มองไม่เห็นหรือไง?” เทวดาที่ยืนตรงข้ามกับผมรีบหยุดเดินก่อนจะถามขึ้นทันที “เอ๋เอ๋? มีอะไรงั้นเหรอ?”

                อยู่ๆก็ถูกคนสนใจขึ้นมา ทำเอาผมรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้าง รออยู่นานกว่าจะพูดออกไปได้ “ขอโทษนะ นายรู้รึเปล่าว่าหอหนังสือแห่งแสงไปทางไหน?” ไมค์ตอบอึกอัก “เรื่องนี้... เอ่อ......ข้าไม่เคยไป” เทวดาอีกตนเท้าแขนที่บ่าของไมค์ ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “หมอนี่มันสมองกลวงน่ะ พวกไม่อ่านหนังสือก็งี้ แต่ข้ารู้ทางนะ” จากนั้นก็ชี้ไปทางทิศใต้ “เดินไปทางนั้น จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกที่สาม แล้วเจ้าจะมองเห็นรูปปั้นของมหาเทพซามูเอล จากนั้นก็เดินไปทางทิศเหนือ ที่นั่นจะมีร้านตีอาวุธอยู่ร้านหนึ่ง เดินเลยไปอีก 200 เมตรก็ถึงแล้ว”

                เขาพูดชัดถ้อยชัดคำทั้งยังไม่เร็วเกินไป

                แต่ว่า... ผมมึนไปหมด

                ผมหันไปมองคาลอส เขาเองก็เหลอหลาพอๆกับผม ขณะที่ผมคิดจะขอบคุณเขาแล้วค่อยคลำทางไปต่อ เทวดาตนนั้นกลับพูดขึ้นว่า “เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะพาพวกเจ้าไปเอง ตามมาสิ” จากนั้นก็นำทางเดินจากไป ไมค์ก็วิ่งตามพวกเขาไปด้วย

 

                เดินไปได้ซักพัก เทวดาตนนั้นก็ถามขึ้น “พวกเจ้าไม่ได้เรียนที่สำนักสวรรค์ใช่มั้ย?” ผมพยักหน้า คาลอสกลับเสริมขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “พวกเราเรียนที่สำนักภาวนา”

                ชิ-หาย ผมอยากชกเขาให้ตายจริงๆ! สำนักสวรรค์กับสำนักภาวนาก่อตั้งมาไม่ใช่แค่วันสองวัน พูดแบบนี้ ไม่รู้พวกเขาจะลากผมออกไปซ้อมแทนรึเปล่า นักเรียนของสำนักสวรรค์เมื่อเข้าไปที่สำนักภาวนา ถ้าเกิดนักเรียนในสำนักภาวนารู้เข้า ก็จะปฏิบัติไม่ต่างจากที่ทำกับผม

 

                เทวดาตนนั้นพยักหน้า “สำนักภาวนางั้นเหรอ ด้านหน้าหอประวัติศาสตร์จะมีร้านเล็กๆอยู่ร้านหนึ่งใช่มั้ย? ข้าชอบน้ำปั่นของที่ร้านนั่นมาก เจ้าเคยลองรึเปล่า?” ผมส่ายหน้า เทวดาตนนั้นยิ้มกว้าง “ลองชิมดูสิ รสชาติไม่เลวเลย” จนถึงที่หนึ่ง เทวดาตนนั้นก็หยุดลงก่อนจะยกมือชี้ไปยังรูปปั้นตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสนามหญ้า ยิ้มบางพูดขึ้น “นั่นคือวีรบุรุษของพวกเราชาวสำนักสวรรค์ มหาเทพซามูเอล”

                เทวดาตนนั้นสักลายงูไว้บนใบหน้า ในมือถือดาบ ใบหน้าเคร่งขรึม

                ผมพึ่งเจอกับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง สีหน้าท่าทางเขาดูไม่เหมือนกับรูปปั้นนี่ซักนิด? อย่าบอกนะว่าพออยู่กับลูซิเฟอร์นานเข้านิสัยก็เปลี่ยนไปจากเดิม?

                หลังจากนั้นเทวดาตนนั้นก็พาพวกผมเดินต่อ ระหว่างเดินก็พูดไปด้วย “ถ้าเกิดข้าเดาไม่ผิด เจ้าคงจะเป็นอิสเรียลสินะ?” ผมชะงัก หันไปมองเขาอย่างระแวดระวังทันที เทวดาตนนั้นรีบพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแต่รู้สึกว่าเจ้าน่าสนใจเท่านั้น”

                “น่าสนใจ?”

                “อืม การแสดงของเจ้าต่อหน้ามหาเทพเมตาตรอนตอนนั้น น่าสนใจมากเลยล่ะ”

                ...เหงื่อตก... นี่ผมควรประทับใจดีมั้ย? ที่ต้องเสียสละตัวเองเป็นเครื่องสร้างความบันเทิงให้พวกเขาเนี่ย?

                เขาหัวเราะ “ตอนนั้นพวกเราอยากทำความรู้จักกับเจ้ามากเลย ถึงขนาดพูดกันว่าจะพาเจ้าออกไปเที่ยวด้วยกัน รับรองว่าเจ้าต้องไม่เบื่อแน่ อา... ถึงแล้ว หอหนังสือแห่งแสง”

                เขาหยุดเดิน ชี้ไปยังปราสาทด้านหน้า “ดูแล้วเจ้าคงมีธุระต้องทำ ข้าไม่พูดมากดีกว่า บาย”

                ผมพยักหน้าเบาๆก่อนจะพูดขอบคุณ เขาฉีกยิ้มก่อนจะเดินแยกจากไปพร้อมกับคนอื่นๆ

 

                ผมกับคาลอสหันมาสบตากัน สวรรค์เอ๋ย......เหลยเฟิง[1]กลับชาติมาเกิดโดยแท้!

                นี่มัน... ทำไมสำนักสวรรค์ถึงได้แตกต่างจากสำนักภาวนามากขนาดนี้...... ไม่ใช่แค่สำนักภาวนา แม้แต่กับที่อื่นก็ไม่เหมือน ผมรู้สึกว่าผู้คนที่นี่ล้วนเป็นเทวดา เทวดาที่แท้จริง!

 

                หอหนังสือแห่งแสงเป็นปราสาทคริสตัลสีแดงอมม่วงแห่งหนึ่ง พื้นด้านล่างเป็นคริสตัลสีม่วง ส่วนเสาหลายสิบต้นกลับเป็นคริสตัลสีฟ้า เสาทุกต้นต้องใช้ผู้ชายโตเต็มวัยจำนวน 5 คนถึงจะโอบได้มิด

                ด้านนอกประตูยังดูคึกคักสนุกสนาน แต่เมื่อเข้ามาด้านในกลับเงียบสงบ เมื่อเดินเข้ามาใปราสาทก็สามารถมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองได้อย่างชัดเจน ราวกับเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง ทางเดินสามารถจุคนได้ถึงหลายพันคน หนังสือแต่ละหมวดหมู่ถูกจัดเอาไว้ตามโซนพื้นที่ต่างๆ แต่ละโซนก็จะประดับไปด้วยรูปสลักหยกขาวของบุคคลมีชื่อเสียงต่างๆ บางคนก็ตายไปแล้ว บางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ ขอแค่มีชื่อเสียง ก็จะถูกสร้างขึ้นมาวางไว้ที่นี่ทั้งหมด

                ผมกับคาลอสค่อยๆเดินดูไปรอบๆอย่างช้าๆ มองซ้ายทีมองขวาที รู้สึกแปลกใหม่ไปหมด ทุกครั้งที่เดินผ่านรูปสลัก ผมเป็นต้องหยุดลงมองทุกครั้ง ใครที่เคยผ่านตาจากในหนังสือประวัติศาสตร์ก็จะหยุดดูนานหน่อย ใครที่ไม่เคยได้ยินก็จะมองเลยผ่านไป ยกเว้นก็แต่เรย์โนลส์

 

                รูปปั้นของเรย์โนลส์ตั้งอยู่บนทางเดิน ด้านหลังเป็นรูปภาพฝาผนังตอนที่เขาออกรบ วีรบุรุษก็เหมือนกับขวดน้ำหอมเปิดใหม่ที่หอมได้นาน 3 วันเท่านั้น เห็นมากเข้าก็ไม่มีอะไรน่าสนใจอีก

                แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มหล่อเหลาผอมบางคนนี้ สายตาของผมก็ถูกดึงดูด

                มือขวาของเขาถือดาบเอาไว้ ปลายดาบชี้ลงด้านล่าง มือซ้ายถือตราชั่งโรมัน ใบหน้าเชิดขึ้น เขามีผมสั้นหยักศกเล็กน้อย ร่างกายเหยียดตรง สีหน้าเคร่งขรึมกดดัน รูปฝาผนังที่อยู่ด้านหลัง เขากำลังควงดาบยาวใหญ่ในมือฟาดฟันเหล่าปีศาจ

 

                เรย์โนลส์ เอตร้า หัวหน้าอัครเทวทูตดาบแห่งเพลิง (ศักราชยะโฮวา ? ~ 6694 ปีสวรรค์) ผู้นำทัพในสงครามสว่างสว่าง พลีชีพในสนามรบพร้อมกับ อลิส ผู้เป็นภรรยา บุตรชายเพียงคนเดียวสูญหายไร้ร่องรอยระหว่างสงครามครั้งที่ 4 เป็นผู้มีความนอบน้อมถ่อมตน เป็นผู้สอนวิชาดาบให้กับลูซิเฟอร์ ได้รับความโปรนปรานจากพระผู้เป็นเจ้า

 

                “เรย์โนลส์เป็นอัครเทวทูตที่ขัดขวางไม่ให้สวรรค์กับนรกทำสงครามกัน สุดท้ายก็ตายอยู่ในสนามรบ” คาลอสเข้ามาใกล้พลางพูดว่า “พอแล้วล่ะ อย่ามันเตร่อยู่ที่นี่อีกเลย สอบเสร็จค่อยมาใหม่แล้วกัน ตอนนี้หาหนังสือก่อนดีกว่า” ผมมองรูปสลักอีกครั้ง ยิ้มพลางพูด “พลีชีพในสนามรบ......ช่างเป็นวิธีตายที่ไม่ยอมถอยจริงๆ” จากนั้นก็เดินตามคาลอสออกไป

 

                ผมอดหันกลับไปมองรูปสลักด้านหลังอีกครั้งไม่ได้ ในใจรู้สึกถึงความอึดอัดที่บอกไม่ถูก

 

                หอหนังสือแห่งแสงกว้างใหญ่มากจริงๆ ผมเดินจนขาแทบขาดกว่าจะเจอชั้นหนังสือประวัติศาสตร์สวรรค์ หนังสือที่เราเรียนเป็นเล่มสุดท้าย เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและผลงานต่างๆ ผมเคยได้ยินเรื่องสงครามแสงสว่างมาจากอาจารย์อยู่บ้าง ประวัติศาสตร์แบ่งออกเป็น 5 ยุคคือ ยุคบรรพกาล ยุคกำเนิดโลก ยุคเทพสวรรค์ ยุคแบ่งเผ่าพันธุ์ และยุคปัจจุบัน ยุคทองคำ สงครามแห่งแสงแบ่งเป็น 4 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่สองเกิดในยุคเทพสวรรค์ ครั้งที่สามเกิดในยุคแบ่งเผ่าพันธุ์ ยุคที่สี่เกิดในยุคทองคำ ทุกครั้งล้วนเป็นฝ่ายสวรรค์ที่ได้รับชัยชนะ มีเพียงครั้งที่สามที่เสมอ นอกจากนี้ ลูซิเฟอร์และจีซัสก็เกิดในยุคเทพสวรรค์ ส่วนเทพคนอื่นๆจะเกิดหลังจากยุคแบ่งเผ่าพันธุ์ลงมา

 

                ประวัติศาสตร์ยาวนานนับบรรพกาล ปราสาทแห่งนี้เองก็ถูกสร้างให้ขยายออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า ค้นหาอยู่นานนับชั่วโมง ในที่สุดผมก็หาหนังสือเล่มที่ต้องการจนเจอ มือพึ่งจะยื่นออกไป กลับมีมืออีกข้างยื่นเข้ามาพร้อมกัน มือข้างนั้นบอบบางงดงามแต่กลับสวมถุงมือขาวคลุมเอาไว้ ด้านบนยังผูกเชือกสีเงินเอาไว้อีกด้วย

                ผมหันไปมองคาลอสที่อยู่ข้างๆโดยอัตโนมัติ กลับพบว่าเขากำลังยืนเบิกตากว้างเท่าไข่ไก่

                “เจ้าจะใช้หนังสือเล่มนี้?” น้ำเสียงนุ่มทุ้มกังวานใสของผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของผม

                ผมหันกลับไป เป็นอย่างที่คิดจริงๆ

                ลูซิเฟอร์ดึงหนังสือเล่มนั้นออกมาวางไว้บนมือผม “เจ้าเอาไปก่อนแล้วกัน”

                ผมรับหนังสือมา เอาแต่มองหนังสือไม่มองคน ก่อนจะพูดขอบคุณเสียงเบา ...ข...ข...เขาจะฆ่าผมมั้ยเนี่ย......

                ลูซิเฟอร์ฉีกยิ้มกว้าง “ไม่ต้องเกรงใจ”



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1] เหลยเฟิง 雷锋 (1940-1962) นายทหารท่านหนึ่งในสังกัดกองทัพปลดแอกประชาชนของสาธารณรัฐประชาชนจีน เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในวัย 21 ปี ภายหลัง พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ใช้ชื่อและรูปของเขาในการโฆษณาชวนเชื่อในฐานะ 'ประชาชนจีนตัวอย่าง' ผู้สมถะ ทุ่มเท และอุทิศตนให้กับแนวทางของเหมาเจ๋อตุง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1589 palm4588 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 10:50
    ไม่ไหวใจคาลอสเลย //ครูที่สอนนี่จับสลากได้เป็นครูเหรอ นิสัยไม่ไหวนะ
    #1,589
    0
  2. #1481 neaumn_sm (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 17:37
    โอ้โห ช็อคตายไปเรยจ้า
    #1,481
    0
  3. #1452 magic moon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 09:58
    คาลอส นังสองหน้า แกเป็นคนไม่ดีเเน่นอน นอนแน่
    #1,452
    0
  4. #805 สพัจน์บ็อบ. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 23:37
    ไม่ชอบคาลอส...
    #805
    0
  5. #447 Teal123 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 04:04
    โอยย อ่านยาวมาถึงตอนนี้ ชอบอ่ะ พระเอกฮามาก ติดตามค่ะ
    #447
    0
  6. #410 ChomPuu (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 12:44
    ไม่ชอบคาลอสเหมือนกันอ่ะ 
    เมื่อไหร่อิสเรียลกับลูซิเฟอร์จะได้อยู่ด้วยกันซะทีน๊า 😍

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 กรกฎาคม 2559 / 12:46
    #410
    0
  7. #409 kiriyu_kura (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 18:59
    อิสเรียลเจอ(รูป)พ่อแล้วใช่มั๊ยครับ!? #ลุ้น ไม่รู้ทำไม ผมไม่ถูกชะตากับคาลอสตั้งแต่บทแรกๆเลย รัศมี(นาย)ร้าย(?)มันเปล่งประกายเกินไป... ถถถถถ ลูซิเฟอร์ขายขนมจีบอิสเรียลวันละนิดวันละหน่อยเดี๋ยวก็สำเร็--- #แค่กๆๆ ขอบคุณครับ
    #409
    0
  8. #408 Erica Lucia (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 16:26
    เมื่อไหร่จะจีบกันจริงๆจังๆซะทีนะ ลูซิเฟอร์กับอิสเรียลเนี่ยยยย
    #408
    0
  9. #407 Faren-Hight (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 16:18
    เฮ้ยย อิสนายเจอ(รูป)พ่อแล้วววว ดีใจด้วย!! แต่ฉากสุดท้ายนี่..นี่มันฉากหยิบหนังสือในตำนาน~~
    #407
    0
  10. #406 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:49
    เอ...หรืออิสเรียลจะคอเด็กที่หายสาปสูญไปคนนัเนกันแน่นะ ขนาดหลีปินยังรู้สึกอึดอัด แสดงว่าต้องมีเศษเสี้ยวความรู้สึกของอิสเรียลคนก่อนอยุ่ในตัวบ้างล่ะสิใช่มั้ยนะ เราลองไล่อ่านคอมเม้นดูเฟ็นเมเนนึงบอกว่า ลูซิเฟอร์ในยุคปัจจุบันส่งหลีปินมาในยุคนี้ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้... ต้องใช่แน่ๆ แต่เหตุผลล่ะ ทำไมถึงได้ทำอย่างนั้น...อา พูดมาถึงตรงนี้ละ็คิดถึงหยางลู่ พ่อหนุ่มน้อยของแม่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ;-; // ท่านลูซิเฟอร์เผลอมาในฉากสุดท้าย แต่แย่งซีนหมดทั้งตอนเลยทีเดียส อะไรคือการบังเอิญเจอกันในห้องสมุดทั้งยังยืนซ้อนหลังแบบนั้นคะ ตอบทีค่ะท่านมหาเทพ 5555555555 แล้วก็ตอบมาด้วยว่ารู้สึกยังไงที่แพ้ให้ตัวเองในร่างเด็กคะ 5555555
    #406
    0
  11. #405 GYUZ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:18
    ทำไมตอนนี้ท่านหลีปินดูมึนๆ ขำตรงเทวดาที่แท้จริง55555
    #405
    0
  12. #404 kavasarew (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 23:41
    คาลอส นายมีจุดมุ่งหมายอะไรกันแน่
    นึกจะทิ้งอิสเรียลก็ทิ้ง นึกกลับมาก็มา
    อิสเรียลก็เหมือนกันระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ
    ท่านลู่โผล่ออกมาแล้ว แอบดักเจอใช่ไหมหล่ะ หุหุหุ
    #404
    0
  13. #403 Shomei (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 23:23
    จริงๆแล้ว... ไม่ค่อยชอบคาลอสเลยง่ะ ตั้งแต่แรก พอตอนอิสเรียลโดนเมินคือเกลียดมาก ... ตอนนี่ก็เกลียดอยู่ฮรืออออ!!! แล้วก็ไม่เชียร์เมตาเรีย(ใช่มั๊ยคะ ไม่ได้จำชื่อT.T) ตั้งแต่แรกด้วย รู้สึกว่ายังไม่ใช่อ่ะ //ลูซีฟเริ่มมาแล้ว พระเอกของเฮาาา ใช่ม้าาา เราเชียร์นายนะ
    #พูดถึงสวรรค์ต้องลูซีฟและมิค(มิคาเอล)ซิ !! ~~~
    #403
    1
  14. #402 kapooksung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 23:08
    คาลอสมันชั่ว อิสเรียลก็โง่ว
    #402
    0
  15. #401 แซนซาล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 22:55
    สารภาพว่าแอบไม่ถูกชะตากับคาลอสตั้งแต่อ่านช่วงแรกๆ มา ไม่รู้เป็นอะไร
    พอมาเจอตอนช่วงเมินอิสเรียลยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่ 555
    มหาเทพลูซิ่(?) ปกติเป็นคนที่หาตัวได้ยากไม่ใช่เหรอคะ แหม่
    //ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ
    #401
    0
  16. #400 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 22:14
    อยากตบล้างน้ำอีคาลอส ยังหน้าด้านกลับมา อยากให้มันโดนแฉให้อิสน้อยรู้ความจริงจะได้ตาม-เทพพวกนี้ทันสักที
    #400
    0
  17. #399 -_Saki_- (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 21:57
    ย้ายสำนักเถอะอิสเรียลเอ้ยยยย
    #399
    0
  18. #398 Poom Raweewan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 21:26
    เฮียลูซค่ะ เฮียมาได้ไง!!! แอบเป็นสตอกน้องชิป่ะ อิสคุงสารภาพว่าชอบตาหนูลูซิล เป็นไงค่ะเฮียยย เจ็บใจที่แพ้ตัวเองในร่างเด็กมั้ย รึว่าเฉยๆเพราะร่างโตได้กิน อิสคุง555
    #398
    0
  19. #397 MoeLLe (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 21:08
    ลูซิเฟอร์สต๊อกนี่หว่า 555
    #397
    0
  20. #396 ffarn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:58
    ลูซิเฟอร์คงรู้สึกเจ็บใจแพ้ตัวเองในร่างเด็ก 555
    #396
    0
  21. #395 bell (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:51
    อิสเรียลลลลล ย้ายสำนักเถอะ
    #395
    0
  22. #393 sunnight (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:35
    คุณเรย์โนสส์จะใช่ปะป๊าของอิสเรียลหรือเปล่าน้าาาา แบบว่าแลมีอะไร 55
    #393
    0
  23. #392 relis (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:23
    ทำหน้าแบบเปาบุ้นจิ้น?

    น่าจะมาอยู่สำนักสวรรค์นานแล้ว เข้ากับหลีปินมากกว่าสำนักภาวนาเยอะเลย ที่ดูเป็นธรรมชาติเพราะอยู่ในปกตรองของลูซิเฟอร์แน่ๆเลย



    สารภาพแล้วว่ารักเด็ก รักลูซิฟินิลซิน้า

    ลูซิเฟอร์มาหาหนังสือไว้สอนใครบางคน อิ^อิ

    อยากรู้ถ้าลวนลามจริงลูซิเฟอร์จะยอมปล่อยให้เมตาตรอนมาส่งจริงรึ หรือแอบแปลงเป็นเมตาตรอนแทนกัน
    #392
    1
  24. #391 Diletto (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:10
    ลูซิเฟอร์ มาแค่ตอนท้ายก็รู้สึกวินแล้วค่ะ นี่อยากรู้จริงๆว่าตอนเมาอิสเรียลไปทำอะไร55555555 ว่าแต่นี่อิสเรียลไปลวนลามเขาจริงๆเหรอ โอ้ย สงสารนาง เมาไม่รู้เรื่อง555555555
    #391
    0
  25. #390 Chinkikwon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:07
    ท่านลูซิเฟอร์นี้ไม่ได้เหมือนที่เค้าบอกจริงๆหาตัวเจอยากเหรอ นี้เจอนับไม่ถ้วน55555555
    #390
    1
    • #390-1 MooK_KunG_Zaa(จากตอนที่ 24)
      26 กรกฎาคม 2559 / 20:13
      เราว่านางอาจตามสตอร์กอิสเรียลแน่ๆ เจอบ่อยขนาดนี้ 5555555555555
      #390-1