เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 23 : ทัณฑ์สวรรค์ [23]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-45-

                เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เป็นเวลาเช้าแล้ว ผมลุกขึ้นนั่งอ้าปากหาวพลางบิดขี้เกียจ ระหว่างนั้น อยู่ๆประตูก็ถูกเปิดออก ผมชะงักมองหน้าบุคคลที่เปิดประตูเข้ามา บานประตูถูกแง้มไว้น้อยๆ เห็นเพียงศีรษะของคาลอสที่ยื่นเข้ามา เขาพูดเสียงเบาว่า “กำลังทำอะไรอยู่?” ผมขยี้ตาไปมา “พึ่งตื่นน่ะ นายตื่นเช้าจังเลย” คาลอสตอบว่า “กำลังจะไปเรียนน่ะ” ผมพยักหน้า “นายไปก่อนเลย สงสัยวันนี้ฉันคงจะไปสายอีกแล้ว” คาลอสกลับถามต่อว่า “งั้น......ขอข้าเข้าไปได้มั้ย?” ผมตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับเสียงหนึ่ง

                คาลอสเปิดประตูเข้ามาก่อนจะหันไปปิดประตูช้าๆ เขาพิงร่างกับบานประตูพูดเสียงเบาว่า “อิสเรียล หลายวันมานี้......ข้ารู้สึกว่า......ข้าเอาแต่หลงงมงายกับความรักจนมองข้ามเจ้าไป......”

                ผมที่กำลังเตรียมจะม้วนแขนเสื้อก็พบว่าข้อศอกของตัวเองเปลือยเปล่า ผมถูแขนตัวเองไปมา รู้สึกตำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย คาลอสพูดขึ้นว่า “ช่วงนี้เวลาข้าเห็นเจ้าเดินอยู่คนเดียวทีไร ในใจข้าก็รู้สึกผิดทุกที เรื่องนี้... ข้าไม่รู้จะพูดออกมายังไงจริงๆ......”

                ผมชะงักอยู่นาน

                คาลอสยังยืนอยู่ที่เดิม ปลายเท้าหมุนวนอยู่บนพื้นห้อง

                ผมโบกมือไปทางเขา “พวกเราสองคนมีเรื่องอะไรบ้างที่พูดออกมาไม่ได้! มามา มานั่งตรงนี้!” คาลอสเงยหน้าขึ้นทันที ในดวงตาฉายแวววาดหวังขึ้นมาเล็กน้อย รีบก้าวเข้ามาข้างกายผม แต่พอยื่นมือกดๆไปที่เตียงก็ต้องลูกขึ้นขมวดคิ้ว “นี่......คือ?”

                ผมรีบนั่งตัวตรงยื่นมือไปคว้าผ้าห่มด้านล่างเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ขณะเดียวกันก็โบกมือให้เขา “น...น...นาย... ออกไปก่อนนะ พอดีเมื่อวานฉันเผลอเมาอ้วกใส่ตัวเอง ตอนนี้เลยไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ถ้ายังไงฉันจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วจะออกไปนะ”

                คาลอสพยักหน้า ก่อนออกจากห้องไปยังหันมามองเตียงของผมอีกครั้ง

 

                ประตูพึ่งจะปิดลง ผมก็รีบล้วงมือเข้าไปใต้ผ้าห่ม ควานหาอยู่สองสามทีก็เจอเข้ากับของนุ่มนิ่มเล็กละเอียดบางอย่าง เมื่อควานลึกลงไปอีกกลับถูกใครบางคนคว้าแขนผมไปกอด ผมกระโดดไปที่ปลายเตียง สองมือกำรอบข้อเท้าเล็กๆสองข้างนั่นไว้ จากนั้นใช้แรงดึงมันออกมาทันที จากนั้น ร่างของเจ้าเด็กแสบก็ถูกดึงออกมาในท่านอนคว่ำอยู่กับเตียง สองแขนของเขายังกอดเอาหมอนนุ่มฟูสีขาวสะอาดติดมือออกมาด้วย ลูซิฟินิลยังกอดหมอนเอาไว้แน่น เส้นผมสีทองของเขาร่วงตกลงบนหมอน เขาสลัดขาหลุดออกจากมือผม ก่อนจะขดร่างตัวเองช้าๆ

                F*ck เจ้าเด็กนี่เป็นหมาหรือยังไง?

                ผมคว้าฝ่าเท้าเขาขึ้นมาอีกครั้ง “เจ้าเด็กบ้า ไสหัวลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!

                ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก... ผมก้มลงมองร่างของตัวเองกลับค้นพบว่าทั้งตัวใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น ...เจ้าเด็กผีนี่...... ผมกระโดดเหยงเหมือนตัวหมัดก่อนจะทุ่มลงไปบนตัวเขา จากนั้นก็ยื่นมือออกไปหยิกแก้มเขาออกมา “ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้! เมื่อวานกล้ามากที่มาหลอกฉัน! ถ้ายังไม่ตื่นขึ้นมาอีก ป๊ะป๋าจะทำให้นายตายอยู่ตรงนี้แหละ!

                ลูซิฟินิลถูไถใบหน้าไปมา ยังคงหลับต่อไป

                ผมพลิกตัวของเขาขึ้น ตบหน้าเขาเป็นแผ่นแป้งโรตี “ตื่น! ตื่นเดี๋ยวนี้! บอกให้ตื่น!

 

                ลูซิฟินิลค่อยๆลืมตาช้าๆ จากนั้นก็หลับตาลงอีก ปีกเล็กๆขยับไปมาเล็กน้อย ผมลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจยื่นนิ้วออกไปเขี่ยใบหูของเขา เขาครางงึมงำเบาๆจากนั้นก็คว้านิ้วผมเอาไว้พลางขยับปีกตัวเองอีกครั้ง

                ผมค่อยๆก้มตัวลงไป “นายเป็นอะไรรึเปล่า?” ลูซิฟินิลส่ายหน้า สองแขนบอบบางยื่นออกมากอดร่างของผม ฝ่ามือเล็กๆนั่นยังลูบหลังผมไปมา

                เจ้าเด็กนี่... วันนี้ทำตัวแปลกจริงๆ

                ผมถามเขาเสียงเบา “เด็กน้อย ไม่สบายรึเปล่า?” ลูซิฟินิลยังคงส่ายหน้า ใบหน้าเล็กๆถูไถแนบอยู่กับหน้าอกเปลือยเปล่าของผมเบาๆ ให้ความรู้สึกอยากเข้าไปจับกด...แค่ก...

                ผมมองไปที่โต๊ะ ก็เห็นเรื่องแปลกเรื่องหนึ่ง เมื่อวานเจ้าหนูนี่ไม่ได้กินนม

                หรือว่าเขาจะป่วย?

                ลำพังตัวผมเองก็เอาตัวจะไม่รอดอยู่แล้ว จะมามีใจนั่งดูแลคนอื่นได้ยังไง ทั้งยังเป็นเด็กคนหนึ่งอีก ผมทนไม่ไหว ยื่นมือออกไปลูบศีรษะของลูซิฟินิล “บ้านนายอยู่ที่ไหน ฉันจะพาไปส่ง” ลูซิฟินิลส่งเสียงตอบเบาๆ “ไม่......” ผมพูดต่อ “แต่นายเหมือนจะป่วย พ่อแม่นายต้องกำลังเป็นห่วงอยู่แน่ๆ” ลูซิฟินิลขดร่างเป็นก้อนกลมแต่ยังคงส่ายหน้าน้อยๆ

                ผมมองไปที่ปีกของเขา ดูเหมือนสีทองจะจางลงเล็กน้อย สีเงินกลับเข้มขึ้น ทั้งยังไม่เรืองแสงเหมือนอย่างปกติ ปีกอ่อนนุ่มปกคลุมอยู่บนร่างเล็กๆอย่างอ่อนโยน ราวกับตุ๊กตาที่ห่อด้วยกลีบดอกบัวสีขาว

               

                ผมวิ่งกลับไปที่ประตู ยื่นหน้าออกไปบอกกับคาลอสว่า “วันนี้ฉันรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย ไม่ไปเรียนแล้วดีกว่า นายไปก่อนได้เลย มีเรื่องอะไรค่อยว่ากันทีหลัง” คาลอสเหมือนทำท่าจะพูดบางอย่างแต่ก็ชะงักไว้ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินจากไปคนเดียว เดินไปได้สองก้าว ผมก็ถามเขาอีกครั้ง “เมื่อวานฉันกลับมาได้ยังไงงั้นเหรอ?” คาลอสตอบว่า “มหาเทพเมตาตรอนพาเจ้ามาส่ง จากนั้นข้าไปเคาะประตูห้องเจ้า ประตูเจ้าก็ล็อคแล้ว”

                ผมพยักหน้า หดหัวกลับเข้ามาในห้อง คว้าชุดขึ้นมาสวมลวกๆก่อนจะนั่งอยู่ที่ขอบเตียง จ้องมองไปที่ร่างของลูซิฟินิลเนิ่นนาน

 

                ผมพยายามหวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืน แต่ก็จำได้เพียงว่าท้ายสุดคือตอนที่กำลังพูดคุยอยู่กับลูซิเฟอร์ เขายืนอยู่ตรงด้านข้างหน้าต่าง เส้นผมถูกลมพัดให้ปลิวขึ้น ริมฝีปากฉ่ำชื้นที่เคลื่อนไหวไปมา...... ผมไม่น่าจะยอดเยี่ยมถึงขั้นเมาแล้วยังจำได้ว่าต้องล็อคประตู คนล็อคประตูน่าจะเป็นเจ้าหนูผีนี่มากกว่า คิดมาถึงตรงนี้ พริบตาที่เงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเสาเตียงมีร่องรอยปริแตกเล็กน้อย เจ้าเตียงเก่านี่ แม้แต่ไม้ก็ผุหมดแล้ว อย่าบอกนะว่าแค่เพิ่มลูซิฟินิลขึ้นมาอีกคนก็รับน้ำหนักไม่ไหว?

                เมื่อนึกว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสอบแล้ว วิชาแรกคือภาษาสวรรค์ วิชาที่สองคือศาสตร์คำนวณ วิชาที่สามคือประวัติศาสตร์สวรรค์ วิชาสุดท้ายคือเวทมนตร์ อาศัยหัวสมองระดับผมไปสอบ แน่นอนว่าสอบตกแหงๆ แต่ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น ถ้าขยันตั้งใจเรียนตอนนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะฟลุ๊คโชคดีก็ได้

                ตอนนี้ผมเป็นเทวทูตระดับล่าง เหนือเทวทูตระดับล่างคือเทวทูตระดับกลาง ถ้าเกิดได้เลื่อนขั้นเป็นเทวทูตระดับกลาง ก็จะได้รับปีกขาว 4 ปีกจากเทพราเกล ถัดจากเทวทูตระดับกลางก็จะเป็นเทวทูตระดับสูง เทวทูตระดับสูงจะได้ปีกฟ้า 4 ปีก ถ้าผ่านเทวทูตระดับสูงไปได้ ก็จะหลุดพ้นจากชนชั้นบุตร เข้าสู่ 3 ชนชั้นระดับสูงสุด ชนชั้นศักดิ์สิทธิ์ ชนชั้นเหล่านี้ต่างมี 6 ปีก......ฮ่าฮ่า ดูๆแล้วก็ไม่เห็นจะยาก อีกแค่ 3 ระดับชั้นเท่านั้นเอง

                เมื่อจิตใจตั้งมั่น สายตาก็จ้องไปยังหนังสือหนาหนักที่วางอยู่บนโต๊ะ เฮ้อ... สี่ปีกก็ว่ายากแล้ว แล้วไหนจะ 6 ปีกอีกล่ะ......แต่ว่า... ถ้าเกิดผมได้เป็นเทวทูตระดับสูงจริงๆ......ถ้าอย่างนั้น... ในกระจก......แค่กแค่ก... ห้ามฟุ้งซ่าน ห้ามฟุ้งซ่าน

                ผมกอดหนังสือภาษาสวรรค์กลับมานั่งตรงหัวเตียง ดีดนิ้วสร้างลูกบอลไฟเล็กขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก็เปิดหนังสือออกอ่าน สายตาจ้องมองหน้ากระดาษที่สะท้อนกับแสงไฟดูวับๆแวมๆ รู้สึกอัศจรรย์ใจขึ้นมาทันที มีเวทมนตร์นี่มันดีจริงๆ

                ฮึ่ม ผมต้องตั้งใจเรียน! ตั้งใจเรียนตั้งใจเรียน!

               

                ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ผมได้ยินเสียงใครบางคนเรียกผม ผมลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือก็สบเข้ากับดวงตาสีฟ้ากระจ่างคู่โต ผมตกใจจนผงะ ลูซิฟินิลพิงร่างอยู่ตรงหัวเตียงด้วยสีหน้าท่าทางวางก้ามสุดๆ “เจ้าอ่านมาตั้งนานแล้ว หน้าแรกยังไม่เสร็จอีกเหรอ?”

 

               

-46-

                ผมต้องทำให้แน่ใจก่อน เหตุผลที่ผมไม่ไปเรียนมีทั้งหมด 2 ข้อ หนึ่งคือดูแลเจ้าเด็กผี  สองคืออ่านหนังสือ

                แต่ว่า เมื่อเห็นผ้าห่มที่ถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อย กับลูซิฟินิลที่นั่งกอดอกอยู่ด้านข้าง ผมก็พูดอะไรไม่ออก

                ผมยิ้มแข็งอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “ทำไมวันนี้ถึงนอนนานเป็นพิเศษ?”

                ลูซิฟินิลตัวแข็งยิ่งกว่าผมซะอีก แต่แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น จากนั้นเขาก็ดึงหนังสือไปจากผม พลิกหน้าไปมาพร้อมกับพูดว่า “อ่านเล่มนี้อย่างเดียวก็ยังไม่พอ ความรู้เก่าก็จะออกสอบด้วย อีกอย่าง ภาษาสวรรค์กับประวัติศาสตร์สวรรค์เนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ทางที่ดีให้อ่านไปพร้อมกัน”

                ยุ่งยากจะตายอยู่แล้ส ผมหาวไปด้วยพยักหน้าไปด้วย

                ลูซิฟินิลกล่าวว่า “เจ้าสามารถไปหาหนังสือจากในหอหนังสือแห่งแสงมาอ่านได้ ที่นั่นเก็บรวบรวมหนังสือเอาไว้ได้ครบถ้วนที่สุดแล้ว”

                หอหนังสือแห่งแสงนั่นมันที่ไหนกัน?

                คาดว่าสีหน้าของผมคงจะแสดงออกได้อย่างชัดเจน ลูซิฟินิลจึงใจดียอมอธิบายให้ผม

                ถ้าเกิดบอกว่าสิ่งที่สำนักภาวนาภาคภูมิใจที่สุดคือหอประวัติศาสตร์ที่สูงเทียมฟ้า งั้นสิ่งที่สำนักสวรรค์ภาคภูมิใจที่สุดก็คือหอหนังสือแห่งแสง สำนักที่มีชื่อเสียงสองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือและใต้ของเมืองซีมาร์ หอคอยทั้งสองแห่งสูงเทียมฟ้า นอกจากนี้หอคอยอันหนึ่งติดกับปีกซ้ายของปราสาทเซราฟิม อีกอันติดกับปีกขวาของปราสาท ไม่แปลกที่จีซัสจะลงไปสอนประวัติศาตร์ที่สำนักภาวนา ส่วนลูซิเฟอร์ก็ไปเดินเล่นที่สำนักสวรรค์

                เจ้าสองคนนี้ต้องเป็นพวกขี้เกียจสันหลังยาวแน่ๆ ฟันธง

 

                เจ้าเด็กแสบไม่ชอบเอะอะโวยวายเหมือนอย่างเด็กทั่วไป ทั้งยังสงบเสงี่ยมยิ่งกว่าผมซะอีก ขอแค่ในมือมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มก็สามารถนั่งอ่านได้ทั้งวัน ทั้งยังหยิบขนมกินอย่างสำราญใจ ดังนั้นผมกับเจ้าเด็กแสบจึงนั่งหันหลังชนกันใช้เวลาช่วงเช้าผ่านไปเช่นนี้

                เมื่อตกเย็น ผมเสนอว่าอยากจะพักผ่อน พวกเราจึงออกไปเดินเล่นรอบๆสวนดอกไม้ด้านล่างหอพัก บรรยากาศเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ในสวนดอกไม้จึงไม่มีเงาร่างของเหล่าผึ้งและผีเสื้อ ลูซิฟินิลบินเล่นไปตามใบไม้ที่ร่วงหล่น เวลาเขาจะก้มลงหยิบของก็จะทำด้วยมารยาทที่เคร่งครัด เริ่มแรกต้องก้มคุกเข่าลงข้างเดียวช้าๆ มือหนึ่งดึงแขนเสื้อ อีกมือยื่นลงเก็บ แผ่นหลังเหยียดตรง ผมเห็นท่าทางนี้ของเขา ก็อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาขึ้นมาซะดื้อๆ เจ้าเด็กนี่เติบโตขึ้นมาจากครอบครัวไหนกันแน่ ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เต็มไปด้วยกิริยามารยาท ไม่รู้ว่าเหนื่อยบ้างรึเปล่า

                เก็บรวบรวมใบไม้ได้กองหนึ่ง เขาก็ควักสมุดบันทึกออกมา หลังจากสอดใบไม้เข้าไปในสมุดก็หันมาจูงมือผม พากันเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้เล็กๆ

 

                ตกดึก เมื่อถึงเวลานอนผมก็ต้องครุ่นคิดอีกครั้งว่าจริงๆแล้ว ชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลว ไม่เหนื่อยแล้วก็ไม่ว่างเปล่า เทียบกับชีวิตมหาลัยที่วันๆก็เอาแต่เล่นเกมบ้าง ตามจีบสาวบ้าง ตามจีบไม่ได้ยังไม่เท่าไหร่ ยังแพ้ให้กับเจ้าสมควรตายบัดซบหยางลู่นั่นแล้ว แบบนี้ดีกว่าเยอะ

 

                วันต่อมา ลูซิฟินิลยังคงนอนนานกว่าปกติเช่นเดิม ผมออกไปเรียนกับคาลอส เดินได้ครึ่งทางก็ล้วงเจอขนนกออกมาจากกระเป๋า แน่นอนว่าเป็นของลูซิฟินิล หมุนเล่นอยู่ในมือ 2-3 รอบ ก็รู้สึกว่าสีของขนนกมีส่วนคล้ายกับสีปีกของลูซิเฟอร์อยู่บ้าง แน่นอนว่าไม่สวยเท่าของลูซิเฟอร์ ขนปีกของเจ้าเด็กนี่นับวันชักจะร่วงถี่ขึ้น ทำเอาห้องรกไปหมด ลำบากผมต้องคอยตามปัดกวาด ยุ่งยากจริงๆเลย

                อย่าบอกนะว่า ฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ผลัดใบยังไม่พอ เจ้าเด็กนี่ก็ต้องผลัดขนด้วย?

 

                ตอนนั้นเอง จู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา จ้องมองขนปีกในมือผมอย่างสงสัย “คุณผู้ชายท่านนี้ ข้าขอดูขนปีกในมือของท่านหน่อยได้หรือไม่?”

                ผมพยักหน้ายื่นส่งให้เขา คาลอสเองก็จ้องมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย

                ผู้ชายคนนั้นรับขนปีกจากผมไปอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังถือสิ่งของล้ำค่าหายากอยู่ในมือ หลังจากนั้นก็ลองถาม “ถ้าเกิดข้ายอมจ่าย 100 เหรียญทอง ไม่ทราบว่าท่านจะยอมขายให้ข้าหรือไม่?”

                ผมกำลังหัวเราะอยู่กับคาลอส หลังได้ยินประโยคนี้ สองคนก็พากันตะลึงอ้าปากค้างไม่ยอมหุบ

                หนึ่งร้อยเหรียญทอง?

                ผมไม่ได้หูฝาดใช่มั้ย?

                สมองเจ้าหมอนี่ถูกลาเตะมาแน่ๆ ไม่รีบฉวยโอกาสตอนนี้ แล้วจะไปฉวยเอาตอนไหน? เขาเป็นฝ่ายออกปากพูดเอง จะมาโทษผมไม่ได้นะ!

                ผมเตรียมตัวตอบตกลง คาลอสกลับยกมือขึ้นโบกไปมาช้าๆ ตีสีหน้าเหี้ยมอบบซูสีไทเฮา “ไม่ได้ เจ้าไม่เห็นเหรอว่าขนนกเส้นนี้เป็นสีล้ำค่ามากขนาดไหน อย่างน้อยต้องเท่านี้” คาลอสชูนิ้วขึ้นมา 3 นิ้ว

                ผมหน้ามืด ไอ้หมอนี่มันเลวยิ่งกว่าผมซะอีก ผมแอบยื่นมือออกไปสะกิดเขา บอกเขาอย่าให้มันหน้าเลือดเกินไปนัก ขนเส้นเดียว จะขายได้เงินซักเท่าไหร่เชียว? คนเราเรียนหนังสือต้องมีความรู้ ผลคือผมโดนคาลอสใช้แรงเท่าเด็กกินนมกระทืบเข้าให้เต็มเท้า ผมกำลังสงสัยว่าเขาล้อเล่นรึเปล่า ที่ไหนได้ เป็นเพราะเขาสวมรองเท้าหนังเอาไว้ต่างหาก

 

                ชายคนนั้นสีหน้าเปลี่ยนไป คงรู้ตัวแล้วว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับนักเจรจาธุรกิจตัวยงเข้า จึงควักกระดาษหนังวัวบาร์ซีออกมาใช้ปากกาขนนกเขียนลงไป ขีดๆเขียนๆ จากนั้นก็เขียนอักษรแถวหนึ่งไว้ที่ด้านล่างอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็โยนใส่มือพวกผมแล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์เสีย

                ความเร็วระดับนั้น ทำอย่างกับวินาทีเดียวสงครามโลกก็จะระเบิดขึ้นอย่างนั้นแหละ

 

                ผมกับคาลอสหยิบกระดาษบาร์ซีขึ้นมาดู บนสุดเป็นลายเซ็นสุดแอ็บสแตรค ด้านล่างสุดเป็นรูปสกุลเงินทั้ง 4 ชนิด มีทั้งหัวและก้อย แถวแรกพิมพ์ลายรูปปีกแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 และรูปไม้กางเขนเอาไว้ ใส่จำนวนเงินเอาไว้แถวหนึ่ง ...3000

 

                ผมกับคาลอสหันมามองหน้ากันทันที บ้าไปแล้ว

                สมองเจ้าคนเมื่อกี้ต้องทำงานผิดปกติแน่ๆ 100% เขียนศูนย์เลยมาตั้ง 1 ตัว

                ผมกับคาลอสพากันหัวเราะร่า เสียงสะท้อนไปรอบทิศ

                ผมถอดชุดตัวนอก เตรียมจะเอาออกมาควงกลางอากาศ แต่เพราะตื่นเต้นไปหน่อย ชุดปลิวออกจากมือร่วงไปไหนแล้วก็ไม่รู้...

 

                หลังจากนั้นผมลองถามคาลอสว่าทำไมถึงมีคนยอมจ่ายเงินซื้อขนปีก ทั้งยังทุ่มเงินไม่อั้นขนาดนี้ คาลอสตอบว่า ขนปีกที่ดีสามารถใช้เพิ่มพลังเวทได้ จากนั้นเขาก็รีบลากผมเข้าไปในร้านค้าขนาดใหญ่ร้านหนึ่ง ด้านในมีคนเดินพลุ่กพล่านไปมา คนที่เดินออกมา ในมือล้วนถือกล่องเอาไว้กล่องหนึ่ง แบ่งเป็น 3 สี ขาว ฟ้า และทอง

                คาลอสตอบว่า “สีปีกของพวกเลือดผสมไม่ค่อยบริสุทธิ์ ไม่สะดวกต่อการซ่อม ขนปีกของร้านนี้บริสุทธิ์ที่สุด อีกทั้งที่มาก็ได้มาตรฐาน เป็นร้านขายปีกที่ดีเป็นอันดับ 2 ของสวรรค์เลยล่ะ รับรองว่าไม่มีของปลอม”

                “แม้แต่ขนปีกยังมีของปลอมอีกเหรอ?”

                คาลอสตอบว่า “ร้านที่ขายขนปีกปลอมมีอยู่เยอะแยะ ถ้าเกิดเจ้าได้ยินคนอื่นพูดว่าแค่ควักเงินจ่าย 5000 เหรียญทองก็ใช้ซื้อขนปีกทอง 6 ปีกได้ ก็ห้ามเชื่อโดยเด็ดขาด มีความเป็นไปได้ว่ามาจากพวก 4 ปีก แย่กว่านั้นอาจจะใช้วิธีย้อมปีกเอาก็ได้ แต่ถ้าย้อมออกมาจะถูกจับได้ง่าย เพราะรัศมีแสงไม่พอ แต่พวก 4 ปีกกับ 6 ปีก แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็แยกไม่ออก”

                ผมพยักหน้า ที่แท้ก็มีทฤษฎีแบบนี้ด้วย

                เอ๋... เทวดาปีกฟ้า 4 ปีกในงานเลี้ยงพวกนั้นก็ทำขนร่วงไว้ตั้งเยอะ ผมกลับไม่ได้ตามเก็บซะได้......

                คาลอสชี้ไปยังขนปีกแถวหนึ่งในตู้กระจก ที่แย่สุดคือปีกฟ้า 4 ปีก ที่ดีสุดคือปีกทอง 6 ปีก ไม่ว่าแบบไหนก็มีครบครัน ยิ่งพลังเวทย์แข็งแกร่งก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น ปีกฟ้า 4 ปีกธรรมดาเป็นจำนวนที่คนปกติซื้อมากที่สุด ส่วนขนทอง 6 ปีกก็คิดแล้วคิดอีก คิดทั้งวันถึงจะตัดสินใจว่าจะซื้อไม่ซื้อ

                เทวดากลุ่มหนึ่งล้อมอยู่รอบกล่องสีทองที่วางอยู่บนชั้นสูง ซุบซิบคุยกันไปมา ผมลากคาลอสเข้าไปดูด้วยกัน ก็เห็นขนปีกสีทองอันหนึ่ง ด้านล่างเขียนชื่อคนเอาไว้ เทพแห่งวารี? ...กราบิเอล ด้านล่างมีราคาเขียนเอาไว้ ...เป็นเลข 7 ที่ตามด้วยเลขศูนย์เป็นตับ

                คาลอสเบะปาก “ไปกัน ปีกของยัยหน้าโง่นั้นเอาออกมาขายทีไร เรียกราคาแพงลิบลิ่วทุกที ถึงกับเปิดประมูลด้วยซ้ำ”

                ผมที่กำลังยืนนับเลขศูนย์อยู่อย่างเบิกบานใจรีบตามเขาออกไปทันที

 

                เมื่อออกมาแล้วผมก็ถามเขาอีกครั้ง “งั้น ถ้าเป็นปีกของลูซิเฟอร์จะราคาเท่าไหร่ล่ะ?”

                คาลอสตอบว่า “ขนปีกของมหาเทพลูซิเฟอร์ไม่มีขายหรอก ถึงมี ก็ไม่มีใครมีปัญญาซื้อได้อยู่ดี”

                จ้าวอันดับสองแห่งสวรรค์นี่สุดยอดไปเลย แม้แต่ปีกก็ไม่ขาย

 

                ผมหวนนึกไปถึงเจ้าเด็กแสบ ขนปีกของเขาสามารถชายได้ตั้งสามพัน... มันน่า...... ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์ดี รอเขาหลับเมื่อไหร่ ต้องรีบไปเก็บปีกพวกนั้นกลับมาให้หมด วะฮ่าฮ่าฮ่า

 

                หลังจากนั้น วันหนึ่ง ผมสะกิดไหล่ของลูซิฟินิลเบาๆ บอกว่าผมขายปีกของเขาได้ตั้ง 3000 เหรียญทอง สมควรแบ่งให้เขาพันหนึ่ง ฮ่าฮ่า ไม่ต้องขอบใจผม ต้องขอบคุณคาลอสต่างหาก เป็นเขาที่เรียกราคามาได้ ไม่งั้นพวกเราได้โดนหลอกแน่ๆ

                ลูซิฟินิล พอได้ยินว่าปีกของเขาสามารถขายได้ตั้ง 3000 เหรียญทอง ก็ตื่นเต้นดีใจจนหน้าเขียวไปหมด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1588 palm4588 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 08:50
    น่าจะโกธรมากกว่าดีใจนะ 55555
    #1,588
    0
  2. #1480 neaumn_sm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 17:30
    เดี๋ยวๆ แน่ใจว่าดีใจเรอะ ถถถ
    #1,480
    0
  3. #1451 magic moon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 09:48
    55555555 ดีใจจนหน้าเขียว 5555
    #1,451
    0
  4. #1425 moony+lilac (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 17:27
    ดีใจอะไรนั่น55555555555555555 ของลูซิเฟอร์ห้ามขายไม่ใช่หรอ หมอนั่น(ที่บังเอิญ)ขอซื้อโชคดีจริง
    #1,425
    0
  5. #1362 coco i cookie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 16:09
    ลูซิฟินิลคงจะดีใจมากซิน่ะะ T^T ถถถว์
    #1,362
    0
  6. #1002 Bubble Mint (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 19:32
    ประโยคสุดท้ายสุดยอด 5555
    ดีใจจนหน้าเขียว เด็ด
    #1,002
    0
  7. #803 สพัจน์บ็อบ. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 23:30
    อิสเรียบนายประชดหรือไม่รู้จริง ๆ เนี่ย ดีใจจนหน้าเขียว55555555555
    #803
    1
  8. #394 sunnight (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:37
    โถวววว เขาเรียกโมโหจนหน้าเขียวค่ะลูกกกกก กร๊ากกกก
    #394
    0
  9. #384 Chinkikwon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 23:20
    โกรธหรือดีใจ หน้าเขียว555555555555555
    #384
    0
  10. #383 2OOS (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 23:00
    กราบิเอลหลายหลัก แต่ลูซิเฟอร์แค่3000 กร้ากกกก
    #383
    0
  11. #382 Moo-fatZ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 22:08
    ดีใจจนหน้าเขียวนี่มีด้วยเหรออิสเรียลเอ้ย 555555 ขนปีกร่วงเยอะนี่ตั้งใจรึเปล่า
    #382
    0
  12. #381 kavasarew (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 21:27
    นายตายแน่ ใครเค้าชอบเอาขนปีกตัวเองไปขายแวะ
    #381
    0
  13. #380 kapooksung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:50
    ถึงกับหน้าเขียวเลยหรอลูกเอ๊ย
    #380
    0
  14. #379 Flint (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:24
    ดีใจหรือโกรธ แค่3000เนี่ย555555
    #379
    0
  15. #378 -_Saki_- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:06
    ลูจังอาจจะตั้งใจทำหล่น เพื่อให้อิสเรียลเอาไปเพิ่มพลังเวทมากกว่า. อะไรจะขนร่วงเยอะขนาดนั้น. กรือว่าไม่สบายจริงๆ?
    #378
    0
  16. #377 จอมเวทย์ที่ถูกลืม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:05
    เอ่อ...พึ่งได้ยินวรีนี่นะ ดีใจจนหน้าเขียวเนี่ย 55+
    #377
    0
  17. #376 พอยธนา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:04
    เรื่องนี้ทำมาสร้างปมโดยเฉพาะ
    #376
    0
  18. #375 NoEnd-Infinity (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:03
    หน้าเขียว...คงไม่ใช่ตื่นเต้นดีใจแล้วกระมัง
    #375
    0
  19. #374 kiriyu_kura (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:00
    #ลั่น 5555555 ลูซิฟินิลปลื้มใจ(?)จนหน้าเขียว ขนปีกของมหาเทพลูซิเฟอร์ขายได้ตั้ง3,000เหรียญทอง ถถถถถถ อิสเรียลเอ๊ยยยยยย ขนาดขนปีกของกลาบิเอลเลขศูนย์ยังยาวเป็นพรืด #ทุบโต๊ะ ขอบคุณครับ
    #374
    0
  20. #373 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:51
    งงกับตอนที่แล้วไม่ทันไร ยังมางงต่อในตอนนี้อีก เมตาตรอนน่ะเหรอจะพาอีสเรียลมาส่ง? ได้ไง เมตาตรอนไปส่งราฟาเอล ถ้าหากกลับมาก็ต้องเห็นว่าอยู่กับลูซิเฟอร์นี่นา... แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?? แต่ตอนนี้ค่อนข้างแน่ใจแล้วล่ะว่าลูซิฟินิลกับลูซิเฟอร์ คือคนคนเดียวกัน...วรั้ย คนคนเดียวกัน 55555 งี้ต้องกลับไปอ่านตอนเก่าๆใหม่แล้ว เขิน 5555 ว่าแต่ว่า ทำไมลูน้อยขนร่วงเยอะจัง ไม่สบาย ใช้พลังเยอะ หรือพลังกำลังเสื่อมถอยกันแน่นะ ;-;
    #373
    0
  21. #372 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:39
    ดีใจจนหน้าเขียว ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  ลูซิฟินิลน่ารักริงๆ 555555555
    #372
    0
  22. #371 เจ้าหญิงแห่งสงคราม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:32
    เดี๋ยวนะลูกอิสเรียล
    ดีใจจนหน้าเขียว ใช่หรอ555555555555555
    #371
    0
  23. #369 GYUZ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:24
    อะไรของนายคาลอส หืมมม
    #369
    0
  24. #368 relis (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:17
    555555จะเกิดเหตุตามหาขนปีกกลับมามั้ยนะ



    นอนเนื้อแนบเนื้อแล้วสบายละซิท่าลูซิฟินิลเลยนอนกอดไม่ปล่อยเลย



    สุดท้ายคาลอสปรับความเข้าใจอะไรเลยไม่รู้เลย



    ขนปีกร่วงเยอะจะเกี่ยวอะไรกับร่างเด็กมั้ยนะหรือใกล้เจริญเติบโตหรือจะไกล้เข้าสู่ความเสื่อมแล้วกันนะ
    #368
    0
  25. #367 MoeLLe (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:15
    ตอนลูซิเฟอร์เข้ามาส่งนี่ปลอมเปนเมตาตรอนหรือเปล่า เพราะอย่างนั้นขนปีกถึงมีสีทองน้อยลง ต้องแปลงเป็นหกปีกทองเหมือนเมตาตรอน ลูซิฟินิลถึงต้องนอนเยอะขึ้นฟื้นฟูพลัง?
    #367
    0