เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 22 : ทัณฑ์สวรรค์ [22]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-43-

                ทันใดนั้นไฟทุกดวงก็ดับลงราวกับถูกตัดไฟ ห้องโถงใหญ่ตกอยู่ในท่ามกลางความมืดทันที เสียงสูดหายใจดังขึ้นจากรอบด้านก่อนจะตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง จากนั้นก็พากันสับสนอลหม่านทันที เสียงร้องเอะอะวุ่นวายดังอึกทึกเหมือนฉากในหนัง Titanic ตอนเรือกำลังจะล่มไม่มีผิด รอบด้านมืดสนิทจนผมมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือของตัวเอง ผมคลำทางเดินไปข้างหน้าได้ไม่กี่ก้าวก็ชนเข้ากับขอบโต๊ะอย่างแรง เจ็บจนตัวงอ เสียงของซามูเอลดังขึ้นที่ด้านข้าง “เกิดอะไรขึ้น? ซาริเอล เปิดไฟ!” ซาริเอลรับคำเสียงหนึ่ง ก่อนที่อาซาเซลจะขัดขึ้นซะก่อน “อย่าพึ่ง รอดูสถานการณ์ก่อน”

                ท่ามกลางผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้มด้านนอกหน้าต่าง แสงจันทร์โดดเด่นสาดส่องไปทั่ว ไกลออกไปสามารถมองเห็นกำแพงเมืองเยลูซาเล็มที่ถูกล้อมรอบด้วยเงาดำและม่านหมอกได้อย่างเลือนราง แสงดาวดุจคลื่นสีทอง แสงจันทร์ดุจหยดน้ำ เมื่อยามสายลมราตรีผ่านมา ก็พัดพาความว่างเปล่าให้จากไป

                ผู้ที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างตรงนั้นใช้นิ้วมือเรียวเสลาสัมผัสกับราวหน้าต่าง มืออีกข้างลากผ่านเส้นผมยาวดุจเส้นไหม ด้านหลังของเขาคือปีก 6 ข้างที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงจันทร์สุกสกาว เกิดเป็นภาพสวยงามชดช้อยอย่างยากจะหาคำใดมาอธิบาย เขาค่อยๆหันหน้ากลับมา จ้องมองมาทางด้านที่ผมอยู่

                ผมมองไปตรงนั้นด้วยความหวาดกลัวปนเหม่อลอยเล็กน้อย

                ผู้คนรอบด้านกลับค่อยๆคืนสู่ความสงบ

 

                เสาเมฆพุ่งเข้ามาในโถงจัดงาน เส้นแล้วเส้นเล่า จนทุกที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก ท่ามกลางความพร่ามัวแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บอยู่เล็กน้อย

                บรรยากาศในโถงใหญ่ยิ่งมายิ่งเงียบสงบ

                เสาเมฆค่อยๆหมุนวนอยู่บนพื้นห้องโถง ราวกับหมอกหนาที่อยู่บนเทือกเขาแอลป์

                ภายในโถงเงียบกริบปราศจากเสียงพูดคุยใดๆ

                ตอนนั้นเองที่ลำแสงสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ก่อนจะยิงขึ้นไปยังด้านบน คล้ายกับรังสีของดาบเหล็กที่ผ่าแยกหินยักษ์ออกจากกัน

                ยามที่ลำแสงสาดส่องเข้ามา เทวดา 4 ปีกตนหนึ่งก็ทะยานเข้ามาด้วย รอบกายล้อมไปด้วยหิ่งห้อย แสงวิบวับนั้นเริงระบำอยู่รอบร่างของคนๆนั้น ดูลึกลับยากคาดเดา

                เมื่อคนหนึ่งเข้ามา อีกคนก็ก้าวเข้ามาตาม

                คนแล้วคนเล่า

                คนแล้วก็คนเล่า

                ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ท่วงท่าแบบเดียวกัน เครื่องแต่งกายแบบเดียวกัน แม้แต่ความเร็วก็เท่ากัน ไม่นานพวกเขาก็ล้อมอยู่รอบๆด้านบนของโถงงานเลี้ยง

                เทวดากลุ่มนั้นสวมชุดคลุมยาวสีเงินราวกับปีกแมลง พลิ้วละล่องไม่ต่างจากม่านหมอกที่กำลังบ้าคลั่ง

                ราวกับฝูงนกที่บินร่อนอย่างผาสุก

                ในมือของแต่ลนถือฮาร์ปเอาไว้ รอคอยคนอื่นๆให้เข้ามาอย่างสงบ

                เสียงกระพือปีกดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงและยาวนาน

                แสงจันทร์ที่สาดเข้ามาในโถงดุจดังหยกขาว ขับเน้นแสงดาวให้แพรวพราวมัวเมา

                ในตอนนั้น เงาร่างสีทองจางๆผสมกับสีแดงก็พุ่งทะยานเข้ามา พุ่งผ่านสายตาที่กำลังตกตะลึงของผู้คนในโถง พุ่งผ่านม่านหมอกชั้นแล้วชั้นเล่า พุ่งทะยานไปราวกับฝนดาวตก ก่อนจะหยุดกะทันหันตรงใจกลางเทวดากลุ่มนั้น

                เส้นผมสีแดงจัดของกุหลาบถูกสายลมพัดให้พลิ้วสะบัดอยู่บนหัวไหล่ของเทวดาตนนั้น เปิดเผยดวงหน้านุ่มนวลดุจแสงจันทร์

 

                ราฟาเอลลอยร่างขึ้นลงอยู่กลางอากาศ พุ่งความสนใจไปที่น่ำพุที่อยู่กลางโถง จากนั้นก็ปิดตาลงช้าๆ สองมือประสานกันอยู่ที่หน้าอก บนใบหน้าคือคลื่นอารมณ์อันเงียบสงบ ราวกับเขากำลังสวดภาวนา ปีกสีทองมหึมาทั้ง 6 ข้างเคลื่อนไหวไปมากลางอากาศ ขนปีกเส้นหนึ่งบังเอิญร่วงตกลงมา

                เทวดาที่อยู่โดยรอบก็พร้อมใจกันปิดตา ปลายนิ้วยื่นไปแตะที่สายฮาร์ป

                เสียงกังวานใสดังขึ้น ทั้งนุ่มนวลอ่อนโยน กลีบดอกไม้นับไม่ถ้วนโปรยออกมาจากฮาร์ปราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่น

                ผมหรี่ตามองพวกเขา

                ม่านหมอกร่วงลงมาปกคลุมอีกครั้ง ใบหน้าของเทวดาแต่ละตนเริ่มเลือนราง

                ทุกคนต่างพุ่งความสนใจไปที่พวกเขา

 

                ปีกของราฟาเอลถูกโอบล้อมด้วยกลีบดอกไม้ เสียงร้องกังวานใสเอื้อนเอ่ยทำนอง

 

                จากเสียงสะท้อนที่ดังขึ้นเหนือยอดพฤกษายามอรุณรุ่ง

 

                กลายเป็นเสียงคร่ำครวญโหยหาใต้แสงจันทร์ยามราตรี

               

                จากสายลมจางที่พัดผ่านอย่างอ่อนโยน

 

                เปลี่ยนเป็นวายุคลั่งซัดโหมกระหน่ำ

 

                ก้าวผ่านเส้นแบ่งดินแดนแห่งความฝัน

 

                สู่ประตูที่เปิดสู่ความเป็นจริง

               

                ปรากฏจุดเริ่มต้นแห่งความโศกศัลย์

 

                จนถึงจุดจบในฉากสุดท้าย

 

                วาดฝันถึงความยิ่งใหญ่ในวันหน้า

 

                โปรดหยิบยืมพลังจากตัวข้าผู้นี้

 

                ทำลายอุปสรรคท่านให้พินาศ

 

                ท่วงทำนองพึ่งจะจบลง ชายหนุ่มอ่อนเยาว์ที่ลอยขึ้นลงอยู่กลางอากาศก็------

                เสียงดังสนั่นราวอัสนีบาตดังขึ้น น้ำพุกลางโถงฉับพลันก็ระเบิดออก!

                ฝูงชนแตกตื่น

                สายน้ำพุ่งกระจายออกไปรอบทิศ เสียง ซ่าดังขึ้น ก่อนที่น้ำจะถูกดูดซึมกลับไป

                ที่ด้านล่างของน้ำพุมีของบางอย่างที่ขยับเคลื่อนไหวไปมาไม่หยุด ราวกับงูปาเสอที่ละโมบโลภมาก หวังเพียงแต่จะกลืนกินสรรพสิ่งทุกชีวิตบนโลก ราวกับเป็นกล่องแพนโดร่า ที่เมื่อเปิดออกก็จะปลดปล่อยความชั่วร้ายที่ไม่มีที่สิ้นสุด

                สีหน้าของเทวดา 4 ปีกเหล่านั้นราวกับปั้นสฟิงซ์ที่เอาแต่เงยหน้าขึ้น มองขึ้นไปยังข้างบน

                พวกเขาถอยฉากออกไป

                ลำแสงเจิดจ้าสาดส่องออกมา ส่ายไหวอย่างบ้าคลั่ง

                น้ำพุระเบิดออกอีกครั้งราวกับคลื่นสึนามิ คลื่นน้ำม้วนตัวพุ่งขึ้นสู่ด้านบน!

                ราวกับมังกรขาวที่ทะยานขึ้นมาจากท้องทะเล ราวกับพื้นดินกำลังสนั่นสั่นไหว ราวกับปีศาจเพลิงที่กำลังบ้าคลั่ง คลื่นน้ำที่ปะทุเดือดขึ้นมาอย่างดุเดือด!

                คลื่นน้ำยิ่งมาก็ยิ่งกราดเกรี้ยว กลีบดอกไม้ที่โปรยปรายอยู่โดยรอบก็ยิ่งหมุนวนด้วยความเร็วสูง

                ฉับพลันราฟาเอลก็ลืมตาขึ้น

                ชั่วพริบตานั้นเอง------

                ราวกับภูเขาไฟเอตน่าที่ปะทุออก คลื่นน้ำกลายเป็นน้ำแข็งพุ่งวนขึ้นสูงคล้ายถูกบีบเค้น------

                จากนั้นก็ระเบิดออกมารอบทิศ!

                เกร็ดน้ำแข็งกระจายอยู่ในสายลมอันบ้าคลั่ง ก่อนจะพุ่งกระจายออกไปรอบด้าน ตัดฝ่าอากาศออกไป

 

                เส้นผมสีแดงดุจหญ้าฝรั่นของราฟาเอลปลิวไสวขึ้นไปในอากาศราวกับเปลวเพลิง

                น้ำพุอันเล็กนั่นทนรับแรงระเบิดบ้าคลั่งแบบนั้นไม่ไหว

                ราฟาเอลหงายมือทั้งสองข้างออกก่อนจะค่อยชูขึ้นสูง------

                เศษซากโปร่งใสกระโดดไปมาอยู่บนพื้น

                ปราสาททั้งหลังกำลังสั่นไหว

                จากนั้นก็เกิดภาพเหนือล้ำเกินจินตนาการ

                น้ำท่วมเจิ่งนองบิดเกลียวขึ้นอีกครั้งก่อนจะเปลี่ยนรูปเป็นม้า 4 ตัวพุ่งทะยานไปราวกับวายุคลั่ง!

                ทุกที่ที่แต่ละตัววิ่งผ่านจะมีต้นไม้ใหญ่เติบโตขึ้น ทะลุทุกอย่างที่ขวางหน้า ผืนภาพสีเขียวขยายออกกว้าง!

 

                ใบไม้สีเขียวอ่อนเรืองแสงอยู่ในความมืด

                ผมตกตะลึงอย่างอดไม่ได้

                รากไม้ขดพันกันอยู่ในร่องน้ำ หยดน้ำที่กระจายออยู่รอบด้านสวยงามราวกับไข่มุก ลำต้นของต้นไม้เหยียดตรงแข็งแกร่งราวกับกรงเล็บของสัตว์ มันเลื้อยลงไปด้านล่างไม่หยุดเพื่อยึดพื้นดินให้มั่นคง เปลี่ยนโถงปราสาทให้กลายเป็นป่าขนาดย่อม

 

                ลำแสงเจิดจ้าราวกับแสงอาทิตย์สว่างขึ้น

                ผมต้องค่อยๆหรี่ตาลงมอง

 

                พริบตานั้น ราฟาเอลก็ร่วงลงมาจากบนอากาศราวกับหงส์ขาวที่ถูกยิงตกลงมา

                ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปรับ เมตาตรอนกลับวิ่งเข้าไปคนแรก

                เรือนผมของราฟาเอลยังแดงสดดุจกุหลาบดังเดิม แต่สีหน้ากลับซีดขาว

                เขามองไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น พูดขึ้นเสียงเบาว่า “ข้าคืนชีพมันขึ้นมาได้แล้ว......” เมตาตรอนชะงักไปครู่หนึ่ง มุมปากของเขายกคิ้ว แต่คิ้วเรียวกลับขมวดมุ่น เขาพยักหน้า ราฟาเอลคว้าคอเสื้อของเมตาตรอนเอาไว้ไม่ปล่อย พูดขึ้นอย่างยากลำบาก “นับจากวันนี้ไป เจ้าไม่ติดค้างข้า......ข้าไม่ติดค้างเจ้า”

                เมตาตรอนยังคงไม่พูดอะไร

                ราฟาเอลส่งยิ้มอ่อนแรงออกมา “สุขสันต์วันเกิด มหาเทพ... เมตาตรอน”

 

                เหล่าเทวดาพร้อมใจกันส่งเสียงขับร้อง

                ราวกับเป็นเสียงของนกสวรรค์

                ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมา กิ่งไม้ ใบไม้ เติบโตขึ้นประสานเป็นตาข่ายอันน่าหลงใหล

                มีบางอย่างที่โยนปัดผ่านข้างแก้มของผม ราวกับเป็นสายลมที่เทพแห่งพายุเป็นผู้พัดพามา

                ต้นไม้ใหญ่ปักหลักอยู่บนพื้นใจกลางโถงอย่างมั่นคง ใบไม้พลิ้วไหวดุจก้อนเมฆ ขณะเดียวกันก็ดูโดดเดี่ยว ราวกับเป็นภาพโบราณจากยุคไบแซนไทน์

                นั่นคือภาพของยักษ์ไททันแอตลาส ที่เท้าเหยียบอยู่บนพื้น แต่ศีรษะกลับสูงจนถึงท้องฟ้า

 

 

-44-

                แค่เห็นสีหน้าแบบนั้นของราฟาเอล ก็รู้ได้ทันทีว่าสูญเสียพลังเวทมากเกินไป ผมเงยหน้ามองขึ้นไปยังต้นไม้ต้นนั้น ความสูงของมันสูงสุดลูกหูลูกตา แสงดาวลอดผ่านลงได้อย่างเลือนราง นอกจากเรื่องความสูงแล้วก็ไม่เห็นจะมีจุดเด่นอย่างอื่น ทำไมแค่คืนชีพต้นไม้ต้นเดียวถึงกับทำให้อัครเทวทูตตนหนึ่งลำบากลำบนได้ขนาดนั้น?

                “นั่นคือต้นไม้แห่งชีวิต” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ผมชะงักก่อนจะหันหน้าไปมอง ที่แม้ก็เป็นอาซาเซล เขาใช้มือหนึ่งลูบไล้อยู่บนต่างหูเขาแพะของตัวเอง พูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง “ที่ดินผืนนี้อยู่เขตของสวนแห่งความชอบธรรม เป็นเขตแดนของมหาเทพเมตาตรอน ของขึ้นชื่อของสวนแห่งความชอบธรรมก็คือต้นไม้แห่งชีวิต แต่ว่าเมื่อเนิ่นนานก่อนหน้านี้ มันก็ถูกโค่นลงซะก่อน วันนี้เป็นวันดี แม้แต่ต้นไม้แห่งชีวิตก็ยังฟื้นคืนกลับมา หลังจากนี้ พวกเทวดาระดับล่างก็สามารถได้รับความรู้แจ้งจากพระผู้เป็นเจ้า ดวงวิญญาณที่ล่วงลับก็จะได้รับความช่วยเหลือ”

                ผมถามออกไป “คนที่โค่นต้นไม้แห่งชีวิต คือมหาเทพราฟาเอลงั้นเหรอ” อาซาเซลยิ้มมุมปาก ดวงตาปราจากแววล้อเล่น “ข้าไม่รู้ เจ้าลองถามมหาเทพลูซิเฟอร์ดูสิ” ผมเผลอหันไปมองลูซิเฟอร์ที่พิงอยู่ข้างหน้าต่าง ก่อนจะหันไปส่ายหน้ากับอาซาเซล “ไม่ล่ะ ฉันไม่ได้อยากรู้”

                อาซาเซลยิ้มอย่างถือดี “เจ้าอยากรู้ แต่ไม่กล้าถามซะมากกว่า”

                ผมชะงัก ไม่รู้จะตอบกลับไปยังไง

                F*ck ทำไมเจ้าหมอนี่ต้องพูดอะไรแบบนี้ด้วย?

                อาซาเซลพูดขึ้น “คนแบบเจ้าข้าเจอมาเยอะแล้ว มหาเทพยิ่งพบเจอมามากกว่า ถือดีว่าตัวเองหน้าตาดีอยู่นิดหน่อยก็ออกมาเล่นลูกไม้ เจ้าคิดว่าละครฉากนั้นของเจ้าไม่มีใครดูออกรึไง? พวกเขาก็แค่ลืมตาข้าง หลับตาข้าง ทำเป็นมองเลยผ่านไปเท่านั้น”

                แม่-เอ้ย! หนังหน้านี่เป็นอิสเรียล ไม่ใช่ของผมซักหน่อย!

                ถึงจะ......เอ่อ... ไม่ต่างกันเท่าไหร่......

                ผมขมวดคิ้ว “คนแบบฉัน?”

                อาซาเซลขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาสองข้างหรี่ลง ใบหน้าเรียบเฉย “พวกชอบหลอกให้ตายใจ ฝีมือห่วยขนาดนี้ แกล้งโง่ไปก็ไม่มีใครเชื่อ”

                เพี้ยะ!

                ผมพุ่งเข้าไปตบหน้าเขา อาซาเซลกุมใบหน้าจ้องผมอย่างตกตะลึง

                “ฉันหลอกให้ตายใจแม่นายน่ะสิ!” ผมชักแขนเสื้อขึ้นเปิดเผยท่อนแขนนุ่มนิ่นเนียนละเอียดของอิสเรียลออกมา สองมือกำหมัดแน่น “ขืนนายยังใช้คำดูถูกผู้หญิงแบบนั้นมาใช้กับฉันอีก บิดาจะจับเตะให้แต๋วแตกไปเลย! บิดาจะจับใครก็ไม่เอานายหรอก! อย่างบิดานี่มีแต่สาวๆรุมล้อมต่างหาก!

                อาซาเซลยิ่งตะลึงหนักกว่าเก่า

                ซามูเอลที่ยืนดูเรื่องครึกครื้นอยู่ข้างๆจนถึงเมื่อกี้รีบวิ่งเข้ามา เขามองผมขึ้นๆลงๆทีหนึ่ง “สวรรค์......เขาโง่ยิ่งกว่าระดับธรรมดาซะอีก......”

                “อยากโดนรึไง!” ผมพุ่งหมัดออกไป แต่กลับถูกซามูเอลคว้าจับเอาไว้ได้ ซามูเอลพูดขึ้น “เฮ้ๆ ข้าพูดความจริงนี่ เจ้าจะต่อยข้าทำไม? ยังมีอีก ทำไมเจ้าถึงได้หยาบคายแบบนี้? เจ้าเป็นซะแบบนี้ จะคู่ควรกับ......”

               

                “ซามูเอล” น้ำเสียงกระจ่างเย็นดังขึ้น ผมอดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้ คาดว่าคำพูดเมื่อครู่นี้เขาคงจะได้ยินหมดแล้ว แต่ว่าลูซิเฟอร์สูงศักดิ์ขนาดนั้น คงไม่ถือสาอะไรหรอกมั้ง

                เสียงพึ่งลอยมา ลูซิเฟอร์ก็เดินมาถึง จ้องพวกเขาเป็นเชิงบอกให้ปล่อยมือ “ข้ามีเรื่องจะคุยกับเขา พวกเจ้าออกไปก่อน”

                อาซาเซลลูบหน้าเดินจากไป ซามูเอลก็ได้แต่ส่ายหน้าเดินตามไปบ้าง

                ลูซิเฟอร์ยืนแก้วไวน์ส่งให้ผม ผมรับมาแต่ไม่ดื่ม ได้แต่มองตามคนสองคนที่เดินจากไปอย่างประดักประเดิด ลูซิเฟอร์เองก็เหมือนจะถือแก้วไวน์ไว้ประดับมือเท่านั้น ผมหันหน้าไปทั่ว มองหาเมตาตรอนกับราฟาเอล ถึงค้นพบว่าสองคนนั้นไม่อยู่แล้ว

                ลูซิเฟอร์เขย่าแก้วเบาๆ ดวงตาสีฟ้ากระจ่างใสสะดุดตา “เมตาตรอนออกไปส่งราฟาเอลน่ะ”

                ผมตอบรับเสียงหนึ่ง ไม่พูดอะไรอีก

                สวรรค์... ช่วยทำให้ผมไม่ต้องคิดถึงเรื่องพวกนั้นทุกครั้งเวลามองหน้าเขาจะได้มั้ย?

                ผมพึ่งจะมองเขา ก็อดไม่ได้ที่จะเบือนสายตาออกไปนอกหน้าต่าง แต่ก็ยังไม่ได้ผล ดังนั้นจึงยกเหล้าเข้าปาก

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “คิดไม่ถึงว่าเจ้าเองก็ดื่มเก่งไม่เบา เหล้าแบบนั้น คนทั่วไปได้แต่ดื่มช้าๆเท่านั้น” ทำไมผมถึงดื่มไม่รู้รสแบบนี้? ผมกรอกเหล้าทั้งหมดเข้าปาก หัวเราะเหอๆออกมา “เรื่องเล็ก ให้ดื่มอีกแก้วก็ยังไหว!

                จากนั้นก็ยกขึ้นดื่มอีกแก้ว มองเห็นลูซิเฟอร์ใช้สายตาผสมด้วยรอยยิ้มจ้องมาที่ผม เดิมทีคิดจะพักสักครู่ค่อยดื่ม แต่เพราะอยากหนีจากสถานการณ์ตรงหน้า เลยยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง

 

                ลูซิเฟอร์ชนแก้วกับผม เมื่อแก้วกระทบกันก็เกิดเสียง กิ๊ง ขึ้นมา น่าฟังเป็นพิเศษ

                เขาค่อยจิบไวน์เข้าปากด้วยท่วงท่าสง่างาม  ส่วนผมเหมือนเทน้ำลงโถส้วม

                ผมพิงร่างเข้ากับหน้าต่าง สะอึกออกมาทีหนึ่ง “มหาเทพ ท่านเชื่อเรื่องคนทะลุมิติรึเปล่า?” ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ข้าใช้เวทมนตร์ควบคุมกาลเวลาได้” ผมตะลึง ก่อนจะฉีกยิ้มเต็มหน้า “จริงอ่ะ? ท่านทำได้?” ลูซิเฟอร์พยักหน้าก่อนจะก้าวเข้ามายืนข้างผม

                ผมเกร็งซะจนหงิกเท้าของตัวเอง “งั้นมหาเทพช่วยผมหน่อย......ได้รึเปล่า?” คำถามนี้ถามออกไปด้วยความจริงจังอยู่บ้าง เรื่องแบบนี้ถ้าเกิดสามารถเปลี่ยนอดีตได้ เขาจะตกลงช่วยผมได้ยังไง

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ แต่ว่า เจ้าต้องแน่ใจซะก่อนว่าตัวเองใช่อยู่กลางความฝันหรือไม่ ถ้าเกิดอยู่ในความฝัน ข้าอาจจะพาเจ้าไปอยู่ในมิต่ความฝันแห่งอื่นอีกก็ได้ ถึงตอนนั้น เจ้าอาจควบคุมตัวเองไม่ได้อีก”

                ผมยิ้ม “ตอนนี้ผมมีสติดี จะอยู่ในความฝันได้ยังไง? อีกอย่าง ถ้าเกิดนี่คือความฝัน งั้นท่านก็จะไม่กลายเป็นภาพลวงตาหรอกเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์แค่นยิ้มบาง “อะไรคือความจริง? อะไรคือความลวง? นี่คือความเป็นจริงของข้า แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ใช่ความฝันของเจ้า” ผมฟังจนหน้ามืดตาลาย ได้แต่ส่ายหัว “งั้นผมก็คงไม่จะไม่รู้ตลอดไป”

               

                “ทำไมเจ้าถึงอยากไปที่อื่นล่ะ? ไม่พอใจสวรรค์ หรือว่าไม่พอใจกับปัจจุบันกันแน่?”

                ลูซิเฟอร์จ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์สีเงินทอดผ่านยอดแหลมของสิ่งก่อสร้างในเมืองเยลูซาเล็ม ม่านหมอกที่ปกคลุมโดยรอบ เปลี่ยนสถานที่ให้ดูปลีกวิเวกโดดเดี่ยว

                ที่นี่ช่างไม่เหมือนความเป็นจริงเลยซักนิด

                จริงแล้วๆ ในโลกเดิมของผม ก็ใช่ว่าจะมีอะไรพิเศษที่ละทิ้งไม่ลงอยู่หรอก ผมมันพวกรักอิสระ ขอแค่มีที่ของตัวเอง อยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น

                ผมตอบกลับไป “ผมเองก็ไม่รู้......แต่ว่า ผมเองก็ไม่มีเหตุผลพิเศษอะไรต้องอยู่ต่อ”

                ระหว่างที่พูด ผมก็ก้มลงกุมหน้าผากตัวเองไปด้วย

                ทำไม... จู่ๆถึงได้เวียนหัวขนาดนี้......

                ดื่มเหล้าเข้าไปมากขนาดนั้นทำไมถึงพึ่งมามีปฏิกิริยา?

                หรือจะเป็นเพราะผมประสาททำงานช้ากว่าคนปกติ? แบบนี้ก็ได้เหรอ!

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้น เจ้าลองกลับไปคิดให้ดีก่อน ถ้าเกิดอยากจะไปจริงๆ ก็กลับมาพูดกับข้า”

                สติรางเลือนลงทุกที ผมกำลังจะร่วงลงพื้น

                ลูซิเฟอร์หันกลับมามองผม “แต่ว่า ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะค้นพบสิ่งที่สามารถฉุดรั้งเจ้าไว้ได้ สิ่งที่เจ้าต้องการ......” หลังจากนั้นเขาพูดอะไร ผมก็ไร้หนทางฟังเข้าใจจริงๆ

                แขนขาเริ่มควบคุมไม่ได้อย่างใจ ผมเดินส่ายไปมาได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลง

 

                สายตายังสามารถมองเห็นได้ปกติดี ผมสามารถมองเห็นดวงตาสีฟ้ากระจ่างคู่นั้นของลูซิเฟอร์ มันสวยมากๆ สวยมากจริงๆ......สวยยิ่งกว่าดวงจันทร์สุกสว่างบนท้องฟ้าซะอีก ในที่สุดผมก็กล้าที่จะมองเขา แต่กลับมองได้ไม่ชัดเจน ริมฝีปากของเขาเปิดออกแล้วก็ปิดสลับไปมา อ่อนโยนอย่างยิ่ง หอมหวานอย่างยิ่ง......

 

                หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ผมเองก็จำได้ไม่ชัดเจน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1587 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 08:30
    เมตาตรอนกับราฟาเอลจะเป็นอีกคู่หรือเปล่านะ? เหมือนมีซัมทิง //สรุปลูซิเฟอร์ส่งปินปินกลับมายังอดีต อยากให้กลับมาแก้ไขหรือย้อนความทรงจำ?
    #1,587
    0
  2. #1550 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:20
    ทำไมเรารู้สึกว่าระหว่าง เมตาตรอนกับราฟาเอล ต้องมีเรื่องอะไรมาก่อน ที่บอกๆม่ติดค้างต่อกัน โห่หหห เชียร์คู่ด้วยจะบาปไหม 5555
    #1,550
    0
  3. วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:09
    การเปิดตัวนี่ต้องยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลย #ราฟาเอลผู้ใส่ใจ
    #1,525
    0
  4. #1479 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 17:22
    แปลว่านี่คืออดีตของลูซิเฟอร์ที่แก้ไขไม่ได้จริงๆสินะ
    #1,479
    0
  5. #385 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 09:36
    น่าสงสารเมตาตรอนกับราฟาเอลจริงๆนะ ลูซิเฟอร์ยุคปัจจุบันเป็นคนส่งหนูหลีมายุคนี้สินะ..
    #385
    1
  6. #366 relis (@relis) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 18:59
    เปิดฉากมาอย่างอละงการงานสร้างจนตามไม่ทันเลย ราฟาเอลมีซัมติงอะไรกับเมตาตรอนกันนะ



    หลีปินแมนมากกกค่ะ ไปตบเค้าซะดังเพี๊ยะ ต่อยซักผลั่วะไม่ดีกว่ารึ

    อาซาเซลแอบหึงแหงมๆ



    สุดท้ายนั่นคือโดนมอมไปซะแล้วสิน้า
    #366
    0
  7. #353 พอยธนา (@pramotdplo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 23:38
    เอ้ะมันยังไงกัน เมตาตรอน
    #353
    0
  8. #352 XinSin_SERA (@nixsera_0291) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 23:29
    ชอบอิสเรียลจริงๆ บื้อดี 5555
    #352
    0
  9. #347 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 21:45
    ทำไม๊~~~ รู้สึกเหมือนว่าราฟาเอลเป็น"นายเอก"(รับ)เลย 555+ ตอนนี้ราฟาเอลเด่นจริงๆ
    #347
    0
  10. #345 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:56
    มันเริ่มแปลกๆแล้วดูมีsomethingที่น่าพิศวงอยู่ เฉลยที่เถอะ อร๊ากกกกกกกก
    #345
    0
  11. #344 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:47
    ชอบตอนนางต่อย ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ
    #344
    0
  12. วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:43
    รอบนี้เมตาตรอนและราฟาเอลนี่มันน่าสงสัยอ่ะ
    ส่วนที่ถูกใจคือมีเทพโดยต่อย สมควรโดนจริมๆ
    #343
    0
  13. #342 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:36
    เดี๋ยวๆ อิสเรียลรู้ได้ไงว่าหอมหวานอย่างยิ่ง ชิมมาแล้วเหร--- แค่ก! สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างระหว่างเมตาตรอนxราฟาเอล #กระแอม ขอบคุณครับ
    #342
    0
  14. วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:35
    โอ้ย.. ทั้งๆที่ไม่มีอะไร แต่ทำไมเราถึงรู้สึกว่ามันมุ้งมิ้งเหลือเกิณ
    #341
    0
  15. #339 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:07
    อ่านแล้วตะหงิดใจหลายข้อ 1.ไหนหนูหลีบอกดื่มเก่งแต่ดันร่วง? ท่านลูทำอะไร 2. ความนัยในประโยคที่พูดกับหลีปินหมายความว่ายังไง ท่านลูเป็นคนพามายังโลกนี้? 3.ความสัมพันธ์ของเมตาตรอนกับราฟาเอลนี่ยังไงกันแน่ 4. etc รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
    // สรุปแบบฉบับเดา หลีปินเริ่มกรึ่มๆแล้วใช่มั้ยเลยกล้าพูดเรื่องข้ามเวลากับลูซิเฟอร์ทั้งๆที่ระวังแทบตาย แล้วลูซิเฟอร์ที่เห็นว่าหลีปินพูดมาแบบนั้น ตัวเองก็พูดบ้าง ความนัยแฝงอาจจะเป็นเขาเป็นคนพาหลีปินมาที่นี่ จากนั้นเพื่อไม่ให้หลีปินจำได้ว่าพูดอะไรกันกับตัวเองเลยทำให้หนูปินร่วง จากนั้นก็จูบหนูปิน... จูบหนูปิน... โอ้ จูบหนูปิน ไม่ใช่แค่รอบเดียว แต่หลายรอบด้วย โอ้โอ้โอ้ กีสสสสสส
    #339
    0
  16. #338 Toey_Narag (@Toey_Narag) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:03
    รู้สึกออร่าวายออกมาจากคู่ราฟาเอลเมตาตรอนแปลกๆ5555. รออยุ่น้า
    #338
    0
  17. #337 เหมยหว่านหรู (@chitosemaru) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:00
    ขอบคุณมากค่ะ
    #337
    0
  18. #336 ffarn (@ffarn) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 19:59
    โอ้ยยย อย่าบอกว่าลูซี่เป็นคนพามานะ แต่ชอบคู่นี้อะขออีกค่าาา เป็นกำลังใจให้ผู้แปลนะค่ะ
    #336
    0
  19. #335 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 19:59
    สมน้ำหน้าาา น่าจะจัดอีกสักรอบ สายเถื่อนจังตรู อยากอ่านตอนต่อไปไวๆจัง มาต่อไวๆนะไรท์
    #335
    0
  20. #334 Alice zerenight (@franzissa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 19:55
    ทำไมรู้สึกว่าเมตาตรอนกับราฟาเอลมีซัมติงอะไรบางอย่าง? อาซาเซลกับซามูเอลโคตรมองอิสเรียลในแง่ร้าย แต่ที่อิสเรียลร่วงนี่เพราะเมาหรือโดนลูเล่นกลอะไรเนี่ย สลบลงไปแบบนี้ใครจะหิ้วอิสเรียลไปส่ง? คงไม่ใช่ฟื้นมาอีกทีอยู่ที่เซราฟิมอีกแล้วหรอกนะ แล้วลูซิเฟอร์พูดอะไรต่อจากนั้นนนนน ตอนนี้ช่างมีปริศนาจริงๆ ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ
    #334
    0
  21. #333 เซเฮล (@thenamekt) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 19:09
    ขอบคุณน้าาาาา
    #333
    0
  22. #331 MoeLLe (@pianista) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 18:40
    ทำไมเราถึงสัมผัสได้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของราฟาเอลกับเมตาตรอน สองคนนี้จะคู่กันหรือเปล่า?
    #331
    0
  23. #330 sdef (@zorapa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 18:15
    ต้องแบบนี้!...ให้มันรู้ซะบ้าง! อย่ามาคิดดูถูกกันง่ายๆ แต่ก็นับว่ากล้ามาก อิสเรียลที่ตบอาซาเซล กร๊ากกกกก
    #330
    0
  24. #329 GYUZ (@gyugyu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 18:10
    กรี้ดดดดดด ราชาหลีโคตรเท่ห์ ชอบตอนอาละวาด เอาให้รู้ซะบ้างใครเป็นใคร เจี๋ยมเจี้ยมมาหลายตอนแล้ว อย่าให้ใครมารังแกมาว่าร้ายได้อีกนะคะสุดหล่อ 55555
    #329
    0