เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 2 : ทัณฑ์สวรรค์ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-3-

                “ข้าทนไม่ไหวแล้ว! ปล่อยข้าไปเถอะ!” เทวดาน้อยที่ถูกผมตามตื้อไม่ปล่อยในที่สุดก็ยกมือยอมแพ้ ทั้งร่ำร้องอย่างเจ็บปวด ผมดึงปีกของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทั้งดึงทั้งลาก แต่เขาก็ไม่ยอมเปิดปากซักที เมื่อปีกของคาลอสได้รับอิสระ เขาก็จัดการสลัดเอาขนไม่กี่เส้นที่หลุดร่วงออกไป จากนั้นก็ชี้ไปยังบ้านไม้หลังเล็กที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆ “เข้าไปก่อนค่อยว่ากัน!” ผมเดินตามเขาเข้าไปในบ้านพร้อมฉวยโอกาสดึงขนนกของตัวเองที่หลุดออกทิ้ง ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นไก่เต็มตัวแล้ว

                บนบ้านไม้หลังนั้นเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษไว้ว่า Lucy’s alehouse เหงื่อตก...  ผมอ่านรู้เรื่องแค่ส่วนหน้า ส่วนอันหลังผมไม่รู้จริงๆว่ามันคือร้านเหล้า ผมเดินเข้าร้านไปอย่างผิดหวัง ทันใดนั้นก็ยืนบื้อทันที ผมไม่รู้จริงเหรอว่ามันคือร้านเหล้า?

                ทันใดนั้นผมก็ต้องตกใจ พระเจ้า... ที่ผ่านมาผมใช้ภาษาอะไรคุยกับคาลอส?

                Oh My God เป็นภาษาอังกฤษ! ภาษาอังกฤษ!

                ยังจำได้ไม่ลืม สอบภาษาอังกฤษตอน ม.5 ผมทำไม่ได้เลยจริงๆ บนกระดาษคำตอบเขียนตัวหนังสือลงไปอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น เกิดเป็นคนจีน ตายก็จะเป็นผีจีน คิดจะเรียนภาษาอังกฤษ ทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ สอบภาษาอังกฤษได้คะแนนดี ทั้งหมดเพราะสายตาดี สอบตกภาษาอังกฤษ หมายถึงความรักชาติที่ยิ่งใหญ่

                ผลลัพธ์คือถูกเอาไปโพนทะนาวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วโรงเรียน

                ตอนนี้ ผมกลับสามารถพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันได้ตรงตามมาตรฐานเป๊ะ ที่แท้ อิสเรียลมีสัญชาติเป็นคนอเมริกันนี่เอง แต่ว่าตอนนี้มีมนุษย์ด้วยเหรอ? หรือว่า พระยะโฮวาสร้างโลกซีกตะวันตก ส่วนผานกู่สร้างโลกซีกตะวันออก...เอ่อ... คิดมากเกินไปแล้ว

                ร้านเหล้าแบบตะวันตกโบราณ ผ้าคลุมโต๊ะลายดอกกุหลาบ เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเน้นสีโทนกาแฟ ผมรู้สึกเหมือนกับหลุดเข้าไปในโลกของเทพนิยายเลยล่ะ

                คาลอสนั่งลงที่ด้านหน้า เรียกหาเทพธิดาเจ้าของร้านแล้วสั่งเหล้ามาเหยือกใหญ่ ของเหลวสีเหลืองหน้าตาคล้ายเหล้ามอลต์ถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ คาลอสทำมือชี้ส่งมาให้ผม ผมตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปก็เห็นห้องที่เต็มไปด้วยผู้คน...ไม่สิ ห้องที่เต็มไปด้วยเทวดานางฟ้าต่างหาก เอาจริงๆนะ ผมรู้สึกไม่ชินเอาซะเลย

                พวกเขาก็เหมือนกับมนุษย์ และก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ด้วย พวกเขาต่างก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ดื่มเหล้า พูดคุย แค่มีปีกเกินมาคู่หนึ่งเท่านั้น ที่น่าสนใจก็คือ ตรงเคาท์เตอร์บาร์จัดเรียงเก้าอี้บาร์เอาไว้แถวหนึ่ง บนเก้าอี้ก็มีเหล่าเทวดานางฟ้านั่งอยู่ตรงนั้น ปีกของทุกคนเรียงกันเป็นระเบียบสวยงาม แม้ว่าระดับความขาวของปีกจะแตกต่างกันไปบ้างก็ตาม หลังจากนั้น ผมกับคาลอสนั่งลงข้างๆแถวของพวกเขา สาวน้อยด้านข้างหันมามองผมรอบหนึ่ง บังเอิญสบตากัน ผมส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้ เธอหันกลับไปดื่มเหล้าต่อ

                ผมยืนบื้อ นี่มัน... นี่มันนางฟ้าตัวเป็นๆนี่นา~~~

                ผมหันกลับไปมองลูซี่ที่ยืนอยู่ตรงเคาท์เตอร์บาร์อีกครั้ง เส้นผมหยักศกยาวสลวยสีน้ำตาล แล้วไหนจะรูปร่างแบบนั้นอีก ทั้งเอวแบบบางนั่น ทั้งหน้าอก......แค่กแค่ก

 

                ผมหันไปยิ้มให้คาลอสอย่างไม่มั่นใจเล็กน้อย คาลอสมองผมอย่างสงสัยก่อนจะล้วงถุงใบหนึ่งออกมาจากที่เอว เขย่าไปมาจนได้เหรียญออกมาจำนวนหนึ่ง ทันทีที่หยิบเหรียญขึ้นมา ผมก็ถามอย่างตื่นเต้น “นี่เป็นเงินของสวรรค์เหรอ?” พลิกไปพลิกมาดูแล้ว เหมือนจะทำมาจากทองแดง ใช้นิ้วดีดไปมาเพื่อทดสอบ ไม่ผิด เป็นทองแดงจริงๆ บนเหรียญประทับตราสายฟ้าเอาไว้ บนสายฟ้ายังมีแสงอาทิตย์ นี่มันคืออะไร? แฮรี่ พอตเตอร์อาบแดดงั้นเหรอ?

                “เฮ้! เจ้ากลายเป็นหมูตายแล้วจริงๆด้วย เรื่องนี้ก็ยังจะลืม อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของสวรรค์ 1 เหรียญทองเท่ากับ 10 เหรียญเงิน หรือ 100 เหรียญทองแดง หรือเท่ากับ 1,000 เหรียญเหล็ก เข้าใจมั้ย?” คาลอสดึงถุงเงินที่เอวออกมาวางบนโต๊ะ เงินเหรียญกระทบกันส่งเสียงกริ๊งกรั๊งออกมา เขาเลือกออกมา 3 เหรียญ ในนั้นมี 1 เหรียญที่เหมือนกับของที่ผมถืออยู่ เขานำเหรียญสีเทาขนาดเท่าเล็บมือมาวางไว้ตรงหน้าผม “ดูนี่ นี่คือเหรียญเหล็ก รูปแบบบนเหรียญคือชุดคลุมกับพวงมาลัย เป็นสัญลักษณ์ของเทพแห่งแสง มหาเทพแซนเดอฟาน อีกด้านคือเกราะอกและขนนก สัญลักษณ์ของเทพสงครามผู้พิทักษ์ มหาเทพไทเรียล”

                ที่แท้ในยามสภาวะปกติ ประโยชน์ของเทพสงครามก็คือเป็นยามเฝ้าประตูและคอยซ่อมปีกนั่นเอง

                คาลอสพลิกเหรียญทองแดงในมือของผม เหรียญทองแดงใหญ่กว่าเหรียญเหล็กเล็กน้อย “สัญลักษณ์ของเหรียญทองแดงคือดอกลิลลี่ สัญลักษณ์ของเทพวารี มหาเทพกราบิเอล อีกด้านคือสายฟ้า สัญลักษณ์ของเทพอัสนี มหาเทพอูเรียล”

                กราบิเอล นั่นไม่ใช่เทพีผู้งดงามหรอกเหรอ?

                ......เฮ้ๆ ผมไม่ได้คิดอะไรอกุศลนะ

                เหรียญเงินมีขนาดพอๆกับฝาขวดเบียร์ คาลอสนำมักออกมาหมุนเล่นก่อนจะรีบนำมันใส่กลับลงในกระเป๋า “สัญลักษณ์ของเหรียญเงินคือเปลวไฟกับดวงตา สัญลักษณ์แห่งเทพอัคคี มหาเทพเมตาตรอน อีกด้านคือรูปงู สัญลักษณ์ของเทพวายุ มหาเทพราฟาเอล ได้ยินมาว่า นอกจากท่านลูซิเฟอร์แล้ว เทพที่พระเจ้าโปรดปรานที่สุดก็คือมหาเทพราฟาเอลนี่แหละ”

                ด้านนึงเป็นไก่ย่าง ส่วนอีกด้านคือพัดลมระบายความร้อน แต่ว่า ทำไมชื่อสองชื่อนี้ ผมถึงได้รู้สึกคุ้นหูนักนะ?

                “เหรียญทอง ปกติแล้วจะไม่ค่อยโผล่มาในกลุ่มพวกเราหรอก ส่วนใหญ่เป็นของเล่นของพวกเทวดาชั้นสูงๆนู่น น่าจะใหญ่ประมาณนี้” เขาทำมือเป็นรูป OK ทำท่าทางเหมือนกำลังเต้นระบำนกพิราบอยู่ “ด้านนึงของเหรียญทองคือปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 สัญลักษณ์ของมหาเทพลูซิเฟอร์ อีกด้านคือรูปไม้กางเขน สัญลักษณ์ของมหาเทพจีซัส ทั้ง 2 ด้านของเหรียญทั้ง 4 ชนิดจะต้องประทับตราแสงศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ของเกียรติยศที่หาใดเปรียบไม่ได้ พระเจ้า พระยะโฮวา”

                ช้าก่อน... ที่มาของไม้กางเขน ไม่ใช่ว่าจีซัสถูกตรึงให้ตายอยู่บนนั้นหรอกเหรอ? จีซัสกลับยังมีชีวิตอยู่ได้ เป็นไปได้ยังไง......เพราะงั้น ผมเลยถามออกไปว่า “จีซัสกับไม้กางเขนเกี่ยวข้องกันยังไงเหรอ?” คาลอสส่ายหัว “ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ข่าวลือเล่าว่าพระเจ้ากล่าวไว้ว่าในอนาคต ไม้กางเขนจะเกี่ยวพันกับจีซัสอย่างแยกไม่ออก”

                เจ๋งโคตร! พระยะโฮวามีความสามารถมองเห็นอนาคตได้! แต่ว่า เขาก็ไม่ถือว่าเป็นคนดีอะไร รู้ทั้งรู้ว่าลูกตัวเองจะโดนตรึงกางเขนจนตาย ก็ยังนิ่งดูดายมองอยู่ข้างๆ ที่ทำให้คนพูดไม่ออกก็คือ เขายังเอาเครื่องมือประหารชีวิตจีซัสมาเป็นมาสคอตของตัวเอง เหงื่อของผมไหลยิ่งกว่าน้ำตก......

                ผมนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ มิคาเอลที่น่าสงสาร เทพแห่งความยุติธรรมที่ผมมักจะเจอเวลาเล่นเกม RPG กลับไม่มีปรากฏอยู่บนเหรียญ ดูท่าแล้ว ช่วงก่อนที่ลูซิเฟอร์จะเสื่อมจากความเป็นเทพ เขาคงไม่มีโอกาสได้สำแดงฤทธิ์ คืนวันผ่านไปอย่างชวนให้อยากกระทำบาปจริงๆ

 

                “งั้น ปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 คืออะไรเหรอ?”

                สายตาของคาลอสส่งคำพูดมายังผม เจ้าคือไอ้โง่ที่สมควรตาย

                ผมกัดฟันตอบกลับไป “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าลืมน่ะ~~

                “แม้แต่ปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 เจ้าก็ลืม! ข้าไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว!” ประโยคแบบนี้ วันนี้เหมือนผมจะได้ยินเป็นครั้งที่ N แล้ว คาลอสได้แต่พูดอย่างเสียมิได้ “เจ้ายังจำได้มั้ยว่าระดับขั้นของเทวดาแบ่งแยกกันยังไง?”

                ผมส่ายหัวเพราะไม่รู้จริงๆ

                คาลอสเกือบจะตบผมคว่ำอยู่รอมร่อ “เจ้าตั้งใจฟังให้ดี ขืนเจ้าลืมอีก ข้าจะไม่สนเจ้าแล้ว! ระดับของเทวดากำหนดจากจำนวนของปีกแล้วก็สี น้อยสุดคือ 2 ปีก มากสุดคือ 6 ปีก ยิ่งมากระดับก็ยิ่งสูง ส่วนสี แบ่งเป็น เทา ขาว ฟ้า เหลือง ทอง และแสงศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งสีหลังๆระดับก็ยิ่งสูง”

                ผมตัวสั่น “ถ...ถ้าอย่างนั้น ปีกเทา 2 ข้าง ก...ก็ง่อยสุดอย่างนั้นเหรอ?”

                คาลอสพยักหน้า

                ผมมองปีกของตัวเองก่อนจะนับแล้วนับอีก ...หนึ่ง ...สอง ไม่เลวจริงๆ...

                ผมถามเสียงสั่น “จริงๆแล้ว... ปีกของฉันก็ไม่ถือว่าเทามากใช่มั้ย?”

                คาลอสพยักหน้า “ใช่ สีเข้มกว่าเจ้าก็ยังมีบ้าง ของเจ้าไม่นับว่าเทามากจริงๆนั่นแหละ”

                แม่-เอ้ย! ผมไม่หวังสูงขอปีกแห่งแสงอะไรนั่น แต่อย่างน้อยก็น่าจะมอบปีกสีทองให้ผมหน่อยก็ยังดีไม่ใช่เหรอ! เป็นแบบนี้ต่อไป ผมจะสู้กับลูซิเฟอร์แล้วกลายเป็นฮีโร่ได้ยังไงล่ะ!

                คาลอสเสริมอีกประโยค “ปีกของเหล่าอัครเทวทูตต่างก็เป็นสีทอง 6 ปีก ยกเว้นแต่มหาเทพลูซิเฟอร์ เพราะอย่างนั้น ปีกแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขา”

                ผมยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะยกเหล้าเข้าปาก รวบรวมความกล้าก็ถามเสียงดัง “นี่ไม่มีใครสามารถเอาชนะลูซิเฟอร์ได้เลยรึไง!?”

                ร้านเหล้าที่ตอนแรกอึกทึกครึกโครมเงียบสงบลงในชั่วพริบตา

                ดวงตาของคาลอสที่มองผมวาววับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง “มีสิ”

                ผมรอให้เขาพูด อิสเรียล เชื่อในตัวเองสิ เชื่อที่จะสร้างปาฏิหาริย์!

                คาลอสตบบ่าของผม พูดด้วยน้ำเสียงก้องกังวานเปี่ยมด้วยกำลัง “คนๆนั้นก็คือพระเจ้าผู้มากปรีชาของพวกเรายังไงล่ะ จ้าวแห่งสวรรค์ พระยะโฮวา”

 

 

-4-

                คาลอสกับผมนั่งคุยเล่นกันเรื่อยเปื่อยอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆก็ทำท่าเหมือนถูกไฟลนที่ก้น “เอ่อ... ใช่แล้ว วันนี้พอดีว่ามีเรื่องด่วน ข้าต้องไปก่อนล่ะ” เขากระโดดลงจากเก้าอี้บาร์แต่กลับถูกผมคว้าปีกเอาไว้ “เดี๋ยวก่อน แล้วฉันต้องทำอะไรต่อล่ะ?” คาลอสมองมาที่มือของผมแล้วขมวดคิ้ว “อิสเรียลที่รัก ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้าอยู่ 1 เรื่อง อย่าจับปีกของผู้อื่น มันเป็นเรื่องที่หยาบคายมาก”

                มือผมแข็งทื่อ รีบปล่อยมือทันที ผมยิ้มขอโทษเขา “เสียมารยาทแล้ว” คาลอสเพียงยักไหล่ “ไม่เป็นไร พวกเราสนิทกันจะตายไป แต่เจ้าช่วยเห็นแก่ปีกที่น่าสงสารของข้าหน่อยเถอะ ข้าพึ่งซ่อมมันมานะ...เฮ้อ! ถ้าอย่างนั้นเจ้ามากับข้าไหมล่ะ? ข้ากำลังจะไปที่เขตหวงห้ามพอดี” ผมอยากจะถามใจแทบขาดว่าไอ้ที่หวงห้ามนั่นมันคืออะไร แต่ถ้ายังถามอีก ผมก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว......

                “เขตหวงห้ามอยู่ที่เขตสอง เจ้าต้องไปที่นั่น โทษกักบริเวณของเจ้ายังไม่สิ้นสุดนะ” คาลอสอธิบายให้อย่างเห็นใจผม

                เจ้าของร้านลูซี่อยู่ๆก็ยื่นมือออกมาลูบหัวผม เธอมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร “อิสเรียลที่น่าสงสาร คราวหลังอย่าทำแบบนั้นอีกล่ะ เฮ้อ! ไม่รักษามารยาท ถูกกักบริเวณแบบนั้นคงลำบากแย่ แต่ว่าเพราะอย่างนั้น เจ้าเลยได้มีโอกาสได้เจอนักบุญผู้สูงส่งคนนั้นบ่อยๆ ก็ถือว่าโชคดีจริงๆ” ผมหันไปมองคาลอส เขาเข้ามากระซิบเบาๆที่ข้างหู “เธอพูดถึงมหาเทพราฟาเอลน่ะ”

                ราฟาเอลเป็นใคร? ผมลืมอีกแล้ว จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็น 1 ในหลายคนที่ถูกประทับลงบนเหรียญ

                ไอ้หยา ชื่อพวกนี้จำยากเกินไปแล้ว!

                “เดี๋ยวนะ ไม่รักษามารยาท? ฉันทำเรื่องน่าอายมากเลยเหรอ?” ผมถามเสียงเบา

                “ไม่เอาน่า อย่าพูดถึงมันอีกเลย ไปกันเถอะ” คาลอสดิ่งไปที่ประตูอย่างลุกลี้ลุกลน

                ผมค้นพบว่าทุกคนในร้านกำลังจ้องมาที่ผม ผมหันกลับไปทำเหมือนกับตอนที่เจอนางฟ้าตนนั้น ส่งยิ้มเป็นมิตรให้กับทุกคน ผลลัพธ์คือ ทุกคนพร้อมใจกันหันหน้ากลับไปดื่มเหล้าต่อ ลูซี่ยักไหล่ ทำท่าทางเป็นเชิงว่าช่วยไม่ได้จริงๆ

                ยายมันเถอะ ขายหน้าชะมัด!

 

                ผมเดินออกไปข้างนอกกลับพบเข้ากับตำนานลึกลับที่สุดในโลก

                ผมเห็นม้าตัวหนึ่ง

                ใช่แล้ว นั่นเป็นม้า ทั้งยังเป็นม้าสีขาวปลอดทั้งตัว บนหัวของม้ามีเขายาวงอกออกมาอันหนึ่ง

                ผมตกตะลึง “แม่เจ้า นี่มันยูนิคอร์น?”

                คาลอสพูดว่า “ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน เจ้าตัวนี้ ตั้งแต่สวรรค์ชั้น 3 ขึ้นไปก็มีอยู่เต็มไปหมด”

                ผมค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้มันอย่างระมัดระวัง มันอยู่ตรงหน้าประตูร้านเหล้า ย่ำเท้าไปมา ท่าทางราวกับเหินออกมาจากก้อนเมฆ มันมีเกือกเท้าที่สวยงามได้รูป ท่อนขาเหยียดตรง กล้ามเนื้องดงามสมบูรณ์ พวงหางเงางามอ่อนนุ่มราวกับเส้นไหม เมื่อรวมเข้ากับดวงตากระจ่างใสลึกล้ำคู่นั้น......ที่แท้บนโลกก็ยังมีสิ่งมีชีวิตที่งดงามแบบนี้อยู่ด้วย

                คาลอสแซวผมยิ้มๆ “ของชอบของสาวๆ เจ้าก็ชอบด้วยงั้นเหรอ”

                ใช่แล้ว เมื่อก่อนผมเคยได้ยินตำนานเล่าว่า ยูนิคอร์นชอบของที่บริสุทธิ์ใสสะอาด มันเลยชอบเดินตามสาวน้อยที่หน้าตาหมดจดงดงามทั้งหลาย แต่ว่า ถึงจะเป็นผู้ชาย แต่ถ้าสามารถทำให้มันยอมรับเป็นนายได้ มันก็จะมอบความจงรักภักดีให้

                “เป็นชายชาตรี ก็ควรจะขี่ม้าสวรรค์” คาลอสครุ่นคิดก่อนจะเสริมว่า “ม้าสวรรค์ไม่มีเขา แต่มีปีก”

 

                หลังจากนั้น ผมก็สามารถดึงตัวเองออกจากความตกตะลึงได้สำเร็จ

                ระหว่างที่เดินทาง ยิ่งเห็นสิ่งก่อสร้างที่มากขึ้นเรื่อยๆ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองหลุดเข้ามาในโลกเทพนิยายจริงๆ เมื่อหันมองไปรอบๆ ก็เห็นแต่ภาพเมฆหมอกลอยล่อง ภาพทิวทัศน์ของโลกแฟนตาซีอันน่าอัศจรรย์ใจ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟเล็กๆหรือโรงแรมใหญ่ๆ ล้วนแต่ประดับประดาด้วยลวดลายอ่อนช้อยสวยงาม ป้ายหน้าร้านก็มีทุกรูปทุกแบบ ทั้งทำจากหินอ่อน หินแกรนิต ไม้ หินออบซิเดียน สิ่งก่อสร้างหลังงดงามอลังการเกินกำลังของมนุษย์ที่จะสร้างได้แล้วหลังเล่า บนท้องถนนยังมีพวกพ่อค้าแม่ค้าที่เก็บปีกหันมานั่งขายของหน้าตาแปลกประหลาด ผมเอาลูบไปตามตัว แน่นอนว่าไม่มีเงินเลยซักเหรียญ แถมที่นี่ก็ไม่มีธรรมเนียม WINDOW SHOPPING[1] เลยได้แต่ยอมตัดใจ

                คาลอสเดินไปด้วย พูดไปด้วย “ชาวสวรรค์น่ะ ขอเพียงติดต่อหรือสัมผัสกับปีศาจ ปีกก็จะเปลี่ยนสี เจ้าแค่ดูปีกของพวกพ่อค้าแม่ค้าก็รู้แล้วว่าของที่ขายนำเข้ามาจากไหน แต่แค่เห็นว่ามีปีกสีเทาก็อย่าไปหลงเชื่อง่ายๆล่ะ พวกเขาอาจใช้ยาสูตรลับที่มาจากเผ่าวิญญาณ สามารถใช้ย้อมปีกได้ชั่วคราว เจ้าลองคิดดูสิ พวกนี้ก็เหมือนกับชาวสวรรค์ส่วนใหญ่ ต่างก็ไม่อยากเอาปีกอันสูงค่าของตัวเองลงไปแลกกับของจากโลกปีศาจหรอก เฮ้อ! ข้ายอมรับนะว่าสมบัติบางส่วนจากโลกปีศาจค่อนข้างดึงดูดใจ แต่ของแบบนี้ยุ่งให้น้อยหน่อยจะเป็นดี เจ้าดูปีกที่น่าสงสารของพวกเราสิ”

                ที่แท้แม้แต่บนสวรรค์ก็ยังมีพวกพ่อค้าแม่ค้าเกรด D อยู่ด้วย โลกใบนี้มันโหดร้ายจริงๆ

                มีนางฟ้าตนหนึ่งขี่ยูนิคอร์นผ่านหน้าผมไป ปีกสีขาวหิมะบริสุทธิ์ อานม้าก็ยังเป็นสีขาวหิมะ พุ่งแหวกกลุ่มเมฆอย่างพลิ้วไหว ขนปีกร่วงหล่นลงมาพร้อมกับละอองหมอก ทั้งบริสุทธิ์และสูงส่ง มองขึ้นไปแวบแรก คล้ายเหมือนนางฟ้าตนนั้นรวมร่างกับยูนิคอร์น ทั้งดูสมจริงแต่ก็เหมือนเป็นเป็นภาพลวงตาในเวลาเดียวกัน ชั่วพริบตาที่แสงจันทร์สาดส่อง ก็คล้ายถูกห้อมล้อมด้วยทะเลสายหมอก ร่างนั้นดูราวกับกำลังพุ่งเข้าไปในดวงตะวัน

                ผมหลุดออกจากภวังค์ด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ คาลอสก็พูดขึ้นว่า “อิสเรียล เจ้ารู้หรือไม่ว่าบนสวรรค์แห่งนี้ สตรีที่เสแสร้งที่สุดเป็นใคร”

                ผมจะไปรู้เรื่องนั้นได้ยังไง ผมรู้สึกว่าผู้หญิงก็เสแสร้งทุกคนนั่นแหละ ไม่สิ ต้องเรียกว่าจอมเสแสร้งเลยต่างหาก ก็เหมือนกับเสี่ยวเหม่ย ยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดี ฉันขอสาปแช่งเธอ~~

                คาลอสตอบว่า “คือกราบิเอล”

                เอ๋?

                เอ๋เอ๋เอ๋เอ๋เอ๋?

                กราบิเอล? หมายถึงเทพีผู้แสนเลอโฉมคนนั้นน่ะเหรอ?

                คาลอสอธิบายว่า “เห็นกันอยู่ว่านางคือสาวน้อยช่างฝันคนหนึ่งชัดๆ วันๆเอาแต่จินตนาการว่าตัวเองกลายเป็นวีรสตรี มียูนิคอร์นกลับไม่เอามาขี่ กลับดื้อดึงจะขี่กริฟฟอนให้ได้ แถมยังจัดการเอาตัวเองเป็นต้นแบบของความกล้าหาญ ช่างทำให้คนรู้สึกอยากอ้วกจริงๆ”

                กริฟฟอน

                หูฝาด ผมต้องหูฝาดไปแน่ๆ

                “นายพูดว่ากริฟฟอน ใช่เจ้าตัวที่ปีกแล้วก็ขนเป็นสีเหมือนแสงอาทิตย์หางแบบสิงโตสีน้ำตาลยาวครึ่งตัวขาหน้าเต็มไปด้วยขนอินทรีย์สีทองหรืออาจจะเป็นสีขาวน้ำนมจุดแดงหัวขนบนหัวกับปีกอาจจะเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียวขนตรงอกเป็นสีแดงชาดจงอยปากกับขาอาจจะเป็นสีโปร่งใสหรือสีเหลืองหรืออาจจะเป็นสีทองงดงามกรงเล็บเป็นสีดำล้วนทั้งหมดรึเปล่า?” พูดสั้นๆก็คือ สัตว์ในตำนานที่มีตัวเป็นสิงโตหัวเป็นอินทรีย์ สัญลักษณ์ของพละกำลัง อิสรภาพ และความเจิดจรัส!

                คาลอสพยักหน้าช้าๆ “เจ้า... เจ้าไม่ใช่ว่าลืมไปหมดแล้วหรอกเหรอ? ทำไมถึงจำได้ชัดเจนขนาดนี้?”

                ผมเคลิบเคลิ้มอยู่ในโลกจินตนาการของตัวเอง

                “กราบิเอลเห็นได้ชัดว่าสนใจแต่เรื่องรักๆใคร่ๆ แต่ก็ยังเสแสร้งทำเป็นสูงส่ง ตั้งตัวเองเป็นผู้พิทักษ์สันติราช มีคนบอกว่านางเป็นชู้รักของมหาเทพเมตาตรอน แต่ข้ากลับคิดว่านางชอบพอมหาเทพราฟาเอลมากกว่า ผู้หญิงแบบนี้ เฮ้อ! รับไม่ได้จริงๆ” คาลอสยังคงบ่นไม่หยุด

                กริฟฟอนกริฟฟอนกริฟฟอน ในหัวของผมมีแต่กริฟฟอน

                “เฮ้! อิสเรียล นี่เจ้าตั้งใจฟังอยู่รึเปล่า?”

                “ฉันรู้ฉันรู้ ว่ากราบิเอลหน้าไม่อายสุดๆ เห็นๆอยู่ว่าชอบกริฟฟอนแล้วยังอยากจะขี่ราฟาเอลอีก”

                “............”

                “เอ๋ คาลอส ฉันพูดอะไรผิดเหรอ นายอย่าวิ่งสิ~~~” 


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1] WINDOW SHOPPING - การเดินเลือกดูสินค้าในร้านแต่ไม่ตัดสินใจซื้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1567 palm4588 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:57
    ลั่น 555555
    #1,567
    0
  2. #1459 neaumn_sm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:14
    ขี่ราฟาเอลเลยเหรอลูก ถถถถถ
    #1,459
    0
  3. #1378 Darkness and Lighting (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:13
    เอิ่ม หนูดูมึนๆนะลูก 555
    #1,378
    0
  4. #1160 KeawBig (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 12:47
    ฮาเกินนนนนน คิดไปได้
    #1,160
    0
  5. #935 amary (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 12:46
    นายไปทำอะไรกับราฟาเอลน้าา เอ๋อมาก 5555yyyy
    #935
    0
  6. #778 สพัจน์บ็อบ. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 20:03
    อิสเรียลนายมึน ๆ เอ๋อ ๆ นะ ขี่ราฟาเอล โอ้ยยยยยยย สมองไปหมดแล้วตั้งแต่ได้ยินกริฟฟอนใช่ไหมลูก... ที่ไปเสียมารยาทนี่คือไปบอกชอบ(?)มหาเทพเมตตรอนอะไรสักอย่างหรือเปล่า คือคิดอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องนี้จริง ๆ!!
    #778
    0
  7. #664 Par_dao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 07:42
    เดี๊ยวแกก็โดนเพิ่มโทษหรอก อะไรจะบ๊องขนาดนี้ 5555//ถึงกับลั่น
    #664
    0
  8. #328 Noah14 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 17:13
    ลั่นเลยค่ะ5555555
    พระเอกเรื่องนี้ทั้งมึน ทั้งเอ๋อ
    #328
    0
  9. #326 จอมเวทย์ที่ถูกลืม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 14:54
    ก๊าก  สลับคำกันแล้ว เดี๋ยวจะเป็นตัวยนายซะเองหรอกที่ไปขี่ราฟาเอล//วิ่ง
    #326
    0
  10. #136 kiriyu_kura (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 09:29
    *สนุกครับ #แก้ รีบพิมพ์เกิ๊นนน ; 7 ;
    #136
    0
  11. #135 kiriyu_kura (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 09:28
    ถถถถถ #ลั่น ขำความคิดอิสเรียลมาก! ขอบคุณที่แปลนิยายสุกๆมาให้อ่านนะครับ
    #135
    0
  12. #101 Urtrash (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 19:37
    ขี่ราฟาเอล... ห๊ะ!?
    #101
    0
  13. #99 Prince's Darknes's (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 19:15
    55555+
    #99
    0
  14. #94 ตัวเล็กจอมพลัง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 21:29
    โอ้ยย. ฮา55555555
    #94
    0
  15. #32 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 17:55
    ขี่ราฟาเอล? 55555555555 อิสเรียลเอ๋ย หนูไปทำอะไรผิดมาลูก โอ๊ย สงสาร ปริศนาเยอะจริงๆ 
    #32
    0
  16. #18 relis (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 12:21
    กร๊าก จะขี่ราฟาเอลเหรอ

    สงสัยอยากขี่กริฟฟอนขึ้นสมองไปแล้ว
    #18
    0
  17. #8 NoEnd-Infinity (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 18:56
    ขี่ราฟาเอล...เดี๋ยวนะๆๆ!
    #8
    0