เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 19 : ทัณฑ์สวรรค์ [19]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-37-

                พริบตาเดียว วันสุดสัปดาห์ก็มาถึง หลายวันนี้ไม่ได้เห็นหน้าลูซิฟินิลก็รู้สึกตื่นตกใจกังวลอยู่เล็กน้อย ความรู้สึกเหมือนทำลูกหาย เมตาตรอนอุตส่าห์ส่งบัตรเชิญมาให้แล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่วายมาเชิญผมด้วยตัวเองอีกครั้ง ทำเอาผมต้องขึ้นเสียงใส่ว่าตัวเองไม่ใช่คนโง่ที่อ่านหนังสือไม่ออกซะหน่อย จากนั้นเมตาตรอนก็ไม่มาอีก จนคืนก่อนถึงวันเกิดของเขา 1 วันผมถึงได้ควักบัตรเชิญออกมาดู จากนั้นก็เกิดปรากฏการณ์ SHOCK ขึ้น F*ck! ผมมันไอ้โง่! อ่านไม่ออกซักตัวเลยโว้ย!

                วันต่อมา ผมรีบตื่นแต่เช้าตรู่ รีบออกไปเสาะถามว่าบ้านเมตาตรอนอยู่ที่ไหน ผลคือไม่มีใครสนใจผมทั้งนั้น เขาถึงได้บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลถือเป็นบาปอย่างหนึ่ง

               

                ล่วงเลยถึงตอนบ่าย ผมที่รวบรวมเสบียงได้แล้วก็พร้อมออกเดินทางไกล ยังดีที่ระหว่างทางสามารถหาน้ำกินได้จากตามทะเลสาบต่างๆ ไม่งั้นผมได้คอแห้งตายแน่ อะไรที่เรียกว่าธรรมชาติบริสุทธิ์ อะไรที่เรียกว่าความใสสะอาด อะไรที่เรียกว่ามลพิษสามารถจัดการได้ กรุณาหันไปมองเมืองแชงกรีล่าหรือซีมาร์แห่งโลกสวรรค์ด้วยนะครัช

 

                ผมมุ่งหน้าไปทางประตูเมืองฝั่งทางเหนือของซีมาร์โดยพกแผนที่ไปด้วย เมื่อก้าวพ้นเขตแดนไปก็ค่อยๆออกห่างจากเมืองทั้งเมืองที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสีขาว จากนั้นก็มุ่งหน้าบินลงสู่เบื้องล่าง พูดถึงโครงสร้างของสวรรค์ มันเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยเข้าใจมากนัก เมืองซีมาร์เป็นเมืองลอยฟ้าขนาดใหญ่ มีพื้นดินจริงๆลอยสูงขึ้นจากพื้น แต่เมื่อลองบินลงจากสวรรค์ชั้นที่ 6 แล้วมองขึ้นไป กลับเห็นเพียงกลุ่มก้อนเมฆเท่านั้น ถ้าเกิดเด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาบนสวรรค์ชั้นที่ 5 แล้วบังเอิญว่าไม่มีใครบอกเขาว่ายังมีสวรรค์ชั้นที่ 6 เขาจะต้องหลงคิดว่าตัวเองยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดแล้วแน่ๆ

                เมืองที่รุ่งเรืองที่สุดบนสวรรค์มีทั้งสิ้น 3 เมือง ได้แก่ แชงกรีล่า ซีมาร์ และเยลูซาเล็ม แน่นอนว่าแชงกรีล่าสุดยอดที่สุด สีหลักของทั้ง 3 เมืองแบ่งเป็น สีทอง สีเงินขาว และสีน้ำเงินเข้ม แต่กลับมีเทวดากลุ่มหนึ่งเม้ามอยกันว่า หลังจากได้ไปแชงกรีล่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะรู้สึกว่าเมืองซีมาร์กับเยลูซาเล็มกลายเป็นเมืองยากจนไปทันที

                ผมเองก็เคยไปเมืองแชงกรีล่า แต่ให้พูดตามจริง ผมกลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้น เพราะว่าที่นั่นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นภาพลวงตาเกินไป ใช้คำว่ารุ่งเรืองสองคำไม่สามารถบรรยายมันออกมาได้ ถ้าผมต้องไปอาศัยอยู่ที่นั่นแค่ไม่กี่วินาทีก็กลัวว่าจะตกลงมาตายซะก่อน

                ผมจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ คนๆหนึ่งที่อยู่แชงกรีล่ามาจนชิน ทำไมถึงต้องลงทุนถ่อลงมาจัดงานวันเกิดที่เมืองด้านล่างด้วย

                ทั้งๆที่เมตาตรอนสามารถจัดงานที่แชงกรีล่าก็......เฮ้อ... ผมลืมมองคำว่าหื่นกามที่แปะอยู่บนหัวเขาไปได้ยังไง

 

                ตามเนื้อหาใน กฏแห่งพระผู้เป็นเจ้าทางทิศเหนือของสวรรค์ชั้นที่ 5 เป็นซากปรักหักพังรกร้าง ใช้เป็นที่คุมขังของชาวสวรรค์ ส่วนทางทิศใต้ มีสภาพแวดล้อมที่เย็นสบายน่าดึงดูด มีดวงวิญญาณมากมายคอยเต้นรำวนอยู่รอบๆ พวกมันใช้การเต้นรำที่สวยงามแทนการแสดงความเคารพต่อวิญญาณผู้เสียสละ เหล่าวิญญาณไม่ยอมอยู่ใต้กฎเกณฑ์ใดๆ อยู่เหนือกฎเกณฑ์ไปตลอดกาลราวกับความชุ่มฉ่ำของสายฝนที่ไม่เคยจางหาย

                ผมแวะพักที่ทางทิศเหนือของสวรรค์ชั้นที่ 5 น่าเสียดายที่ไม่เห็นพวกวิญญาณออกมาร้องเล่นเต้นรำกัน ถึงจะบอกว่ารกร้าง แต่สภาพโดยรอบก็ไม่ได้ดูเก่าคร่ำครึอะไรขนาดนั้นนั้น แค่วังเวงไร้ผู้คนเท่านั้น รอบด้านเป็นพื้นที่ราบกว้างสุดลูกหูลูกตา ที่ไกลๆสามารถมองเห็นปราสาทโบราณได้หลังหนึ่ง นั่นน่าจะเป็นคุกที่เขาว่ากัน แบบนั้นก็เรียกว่าคุกได้เหรอ ทั้งเงียบสงบทั้งสะอาดสะอ้าน คล้ายกับเขตหวงห้ามเมื่อคราวก่อนนู้น ดูคล้ายกับหอพักอะไรเทือกนี้มากกว่า ดูแล้วคงเป็นเพราะราฟาเอลจิตใจดีเกินไปนั่นแหละ

                ด้านหลังของปราสาทโบราณ ปรากฏเส้นแสงเจิดจ้าสองเส้นส่องออกไปยังปลายขอบฟ้าทั้งสองด้าน ท่ามกลางแสงสีขาวนั้นเป็นแสงพราวระยับของดวงดาวนับไม่ถ้วน เกิดเป็นภาพสัญลักษณ์ที่ทำให้คนรู้สึกเคารพนบนอบขึ้นมา ท่ามกลางแสงนั้นยังแว่วเสียงฮาร์ปออกมาอย่างรางเลือน ราวเป็นเป็นเสียงอันนิ่งสงบท่ามกลางสายลมเหมันต์ เกิดเป็นบทเพลงอันงดงาม เข้ากับสายธารแห่งดวงดาวสีเงิน

                ปราสาทโบราณแห่งนี้ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าหากตัวเองโดนขังไว้ที่นี่ล่ะก็ ถ้าไม่ตายก็คงจะบ้าไปซะก่อน อดจะตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้ ผมจึงตัดสินใจบินลงด้านล่างต่อไป

 

                จากแดนรกร้างสู่ความศิวิไลซ์ ห่างกันเพียงไม่กี่ชั้นเมฆ

                จุดที่ผมร่อนลงน่าจะเป็นด้านนอกของเมืองเยลูซาเล็ม เทียบกับด้านในตัวเมืองแล้ว แตกต่างกันราวกับเป็นคนละที่ ผังเมืองเยลูซาเล็มนั้นน่าสนใจมาก ด้านนอกสุดล้อมรอบด้วยคูน้ำ ตรงกลางเป็นป่าไม้ ด้านในสุดคือตัวเมือง ตอนนี้ผมอยู่ที่ด้านนอกสุด

 

                คูน้ำนี้เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของแม่น้ำน้อยใหญ่นับร้อยๆสาย โดยมีสะพานหินเชื่อมทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน ก็เหมือนกับสะพานกุหลาบก่อนหน้านี้ ถูกประดับด้วยหินเรืองแสงนับไม่ถ้วน ท้องฟ้ายามนี้สว่างสดใส สามารถมองเห็นผืนป่าได้จากที่ไกลๆ เลยไปเป็นยอดตึกสูงของหอคอยและยอดปราสาทของตึกเรียน เกิดเป็นภาพฉากคล้ายต้นไม้สูงสีน้ำเงินเข้ม ท่ามกลางท้องฟ้าเป็นฝูงนกนางนวลและนกพิราบที่สยายปีกบินเลยไป ภาพวิวงามวิจิตรสะท้อนอยู่บนปีกของพวกมัน

                เมื่อถึงวันสุดสัปดาห์ เหล่าชาวสวรรค์ต่างพากันเก็บปีกแล้วหันมาล่องเรืออยู่ตามริมแม่น้ำต่อแถวกันเข้าเมืองเยลูซาเล็มแทน ทำราวกับกำลังเข้าสู่เมืองบาดาลยังไงยังงั้น ระหว่างนั้นก็บังเอิญเห็นชาวสวรรค์บางคนสองมือประคองเศษขนมปังค่อยๆยกขึ้น จากนั้นก็มีนกพิราบบินเข้าไปจิกกิน ผมที่กำลังบินอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดลง ภาพฉากนั้นช่างแสดงถึงความสุขสงบที่ผมเองก็อธิบายไม่ถูก

 

                ออกบินจนฟ้ามืด ในที่สุดผมก็มาถึงหน้าประตูเมือง ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปซื้อผ้าคลุมมาปิดหน้า ก็เห็นกลุ่มเทวดา 4 ปีกกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูเมือง ผมร้อนรนจนเกร็งไปตั้งแต่หัวจดเท้า แต่เมื่อพวกเขาตั้งแถวเสร็จก็กางปีกบินขึ้นด้านบน ไม่มีใครสนใจผม ผมจึงรีบทำเนียนพุ่งเข้าเมืองไปทันที พอเข้ามาในเมืองได้แล้วก็เห็นว่าชาวสวรรค์ไม่น้อยต่างพากันวิ่งไปทางด้านนอก บางคนถึงกับสติเลอะเลือน กางปีกขึ้นบิน จากนั้นก็ถูกสายฟ้าฟาดเข้าให้

                ผมเห็นแม่ค้าคนเดิมเข้าจึงเข้าไปสอบถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

                เธอตอบว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของมหาเทพเมตาตรอน งานฉลองจัดขึ้นที่นอกเมือง ผมถามต่อว่าจัดที่ไหน เธอตอบว่าด้านนอกคูเมือง

                ผมเกือบชกตัวเองตาย... บินมาเสียเที่ยวซะได้

 

                ตอนนั้นเองที่เห็นว่าด้านนอกมีกลุ่มคนกำลังยื้อแย่งบัตรเชิญกันอยู่ เทวดา 4 ปีกที่ทำหน้าที่แจกบัตรที่น่าสงสารถูกฉุดกระชากไปมาจนตัวแทบขาด

 

                หลังจากนั้นผมก็บินกลับทางเดิม น่าเสียดายที่ตอนแรกออกมาก็เย็นย่ำแล้ว กว่าจะเลยเขตป่าไป ท้องฟ้าก็มืดสนิท ดวงไฟจำนวนมากถูกจุดลอยละล่องอยู่บนน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนเอาไว้ ผิวน้ำระยิบระยับจับตา เรือลำเล็กลำน้อยจอดเทียบท่าอยู่บนฝั่ง แต่เจ้าของเรือไม่รู้ว่าไปทางไหนกันแล้ว

 

                ที่ไกลๆ ผมมองเห็นแถวยาวเหยียดแถวหนึ่ง ชาวสวรรค์กลุ่มนึงกำลังต่อแถวอยู่ที่นั่น น่าจะเป็นพวกที่ไม่มีบัตรเชิญ ผมไม่สนใจ ยังไงผมก็ไปสายไม่ได้ ไม่ได้โดยเด็ดขาด แต่ผมกลับไม่คาดว่าขณะที่ทุกคนกำลังเบิกบานสำราญใจ พอผมพุ่งเข้าไปก็ทำลายบรรยากาศจนหมด

                ขณะที่กำลังคิดก็บินไปข้างหน้าสุดชีวิตโดยไม่ได้ใส่ใจว่ามีคนร้องเรียกผม

                พูดตามจริงก็คือ ผลของการรีบร้อนคือถูกสายฟ้าฟาด ผมถูกฟ้าผ่าเข้าแล้วจริงๆ

                เสียงระเบิดตูมดังขึ้น เหนือศีรษะปรากฏแสงเจิดจ้า พริบตาที่ผมมองขึ้นด้านบนก็พลันไร้เรี่ยวแรงปล่อยร่างให้ร่วงหล่นลงด้านล่าง

 

                ก่อนหน้านี้เป็นลูซิฟินิลก็แล้วกันไปเถอะ ตอนนี้ก็ยังจะโดนอีก !

                แม่-เอ้ย ทำไมเจ้าพวกเทวดาพวกนี้ถึงได้ชอบผ่าคนกันนัก !

 

                ผู้คนรอบด้านพากันล้อมวงเข้ามา ผมนอนคว่ำอยู่ที่พื้นในท่าที่ดูเหมือนกำลังว่ายน้ำท่ากบ บนร่างไม่รู้สึกถึงความเจ็บ เพียงรู้สึกว่าชาดิกไปทั้งตัว ผมลูบหน้าตัวเอง ก็พบเขม่าดำติดเต็มมือ F*ck นี่ผมสุกแล้วรึยังเนี่ย?

                ในหูได้ยินเสียงกังวานใสดังขึ้น “กรุณาเข้าแถวด้วย!

                เสียงนี้ช่างคุ้นหูเหลือเกิน

                ผมขยี้ตาอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นมองดู เป็นเข้าจริงๆด้วย ช่างซ่อมปีกของพวกเรานั่นเอง

 

                ไทเรียลชี้ไปทางหางแถวที่ยาวเหยียด “คนที่ได้บัตรเชิญสีขาว กรุณาเข้าแถวทางด้านนู้น” จากนั้นเขาก็ชี้ขึ้นด้านบน “คนที่ได้บัตรเชิญสีทอง กรุณาเข้าแถวตรงนั้น” ผมกำลังจะบอกว่าบนนั้นไม่มีคน ก็มีนางฟ้าปีกทอง 6 ปีกบินเข้ามา ด้านหลังยังตามด้วยผู้ติดตาม 4 ปีกกลุ่มใหญ่ สีหน้าแบบนั้น บรรยากาศแบบนั้น~~เป็นยัยนั่นจริงๆด้วย

                “นั่น มหาเทพกราบิเอล!” ใครคนหนึ่งอุทานขึ้นเสียงเบา

                ผมกำลังควักบัตรเชิญสีทองออกมาก็ดันเหลือบไปเห็นขนปีกสีดำเมี่ยมของตัวเองซะก่อน คิดไปคิดมาก็ช่างเถอะ ไหนๆก็เสียหน้าไปแล้ว ถ้ากราบิเอลมาเห็นสภาพผมตอนนี้ ไม่หัวเราะจนตายก็บ้าแล้ว

                ผมนอนคว่ำอยู่บนพื้น หมดแรงที่จะขยับร่าง

                ไทเรียลพูดขึ้นว่า “คุณผู้ชายช่วยลุกขึ้นด้วย แขกคนสำคัญมาแล้ว”

                มายุ่งอะไรด้วย? บัตรเชิญฉันเป็นสีทอง นายยังเสกสายฟ้าฟาดฉันได้ ผมตัดสินใจนอนขวางไม่ไปไหน ให้พวกเขาเหยียบผมให้ตายไปเลย!

                ไทเรียลพูดขึ้นอีกว่า “รีบลุกขึ้นเถิด มหาเทพลูซิเฟอร์มาแล้ว”

                ไอ้เหี้- ไม่รีบบอกฟระ!

 

 

-38-

                ผมรีบพยุงตัวลุกขึ้นทันที คิดอยากจะลุกขึ้นยืนให้เร็วที่สุด แต่ว่าระดับความยากในการยืนตอนนี้ ก็เหมือนกับสั่งให้ไก่ที่ย่างจนสุกยืนตัวตรง พึ่งจะยืดตัวขึ้นก็เห็นว่ามีรองเท้าสีเงินคู่หนึ่งเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า รองเท้าคู่นี้ถ้าให้ผู้ชายทั่วไปใส่คงจะยากอยู่บ้าง แต่ขนาดก็ไม่คล้ายกับของผู้หญิง ยิ่งมองเรียวขายาวสองข้าง กระดูกขาที่เหยียดตรงนั่น ผู้ชายไม่มีทางมีแน่ แต่ความยาวก็ไม่ใช่ของผู้หญิงอยู่ดี

                มีคำกล่าวที่ว่าในเวลาที่วิตกกังวลจนถึงขีดสุด คนมักจะชอบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตัวผมเองก็......

                “ไทเรียล คนๆนี้เป็นอะไรไป?”

                น้ำเสียงกังวานใส คำพูดนุ่มนวลดุจหยดน้ำ น้ำเสียงเช่นนี้ถ้าได้ฟังแล้วครั้งหนึ่งย่อมไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต ก่อนที่ไทเรียลจะพูดตอบ ชาวสวรรค์ทั้งหมดก็พากันคุกเข่าลงจนหมด บ้างก็ข้างเดียว บ้างก็สองข้าง ไทเรียลยกมือหนึ่งทาบที่อกแสดงความเคารพ

                หลังจากนั้น มือที่สวมด้วยถุงมือสีขาวก็ยื่นออกมา หงายนิ้ว 4 นิ้วขึ้น ทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นยืน

                ชิ-หาย... ผมไม่เคลียดเลย ผมไม่ได้เครียด......

 

                ไทเรียลตอบว่า “เทวทูตระดับล่างตนนี้ฝ่าฝืนกฎ บินเข้าไปด้านใน ข้าจึงยิงเขาร่วงลงมาขอรับ”

                ผมรีบหันหน้าไปอีกทาง ไม่ยอมให้ลูซิเฟอร์เห็นหน้า

                F*ck F*ck F*ck F*ck F*ck ในหัวมีแต่ภาพจากกระจกอัศนีเต็มไปหมด ยังมีภาพใบหน้าของลูซิเฟอร์ตอนที่หลุบตาลงจูบอิสเรียลนั่นอีก F*ck F*ck F*ck F*ck F*ck นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย!

                รองเท้าสีเงินขาวนั่นขยับเล็กน้อย ลูซิเฟอร์เปลี่ยนท่ายืนของตัวเอง อัญมณีที่ประดับอยู่บนนั้นส่องแสงแววาว

                ลูซิเฟอร์ถามขึ้นว่า “เทวทูตระดับล่างทุกคนมาถึงแล้วรึยัง?” ไทเรียลตอบกลับไป “มาครบแล้ว......เอ่อ เทวทูตระดับล่างผู้หญิงล้วนมาถึงแล้วขอรับ” ลูซิเฟอร์ไม่ตอบอะไรกลับไป เพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน

                ผมไม่เครียด ผมไม่เครียด......

                ดวงตานับร้อยคู่มองไปยังลูซิเฟอร์ แม้แต่คนที่ยืนหัวแถวยังลืมที่จะยื่นบัตรเชิญ เมื่อหันไปมองก็พบว่าหลายคนที่นี่คงไม่เคยเห็นเขามาก่อน ใช้ที่แบบนี้จัดงานเลี้ยง เขากลับมาเข้าร่วม เป็นเรื่องที่หาดูได้ยากจริงๆ

 

                ไทเรียลยิ้มถามเสียงเบา “มหาเทพกำลังหาคนอยู่รึขอรับ?” ลูซิเฟอร์ตอบไปว่า “ไม่มีอะไร ช่วงนี้เจ้าลำบากหรือเปล่า” ฝนเลือดตกบนสวรรค์หรืออย่างไร อยู่ๆลูซิเฟอร์ก็ให้ความสำคัญกับลูกน้องขึ้นมาซะงั้น แต่ว่า มีใครสนใจผมที่กำลังนอนอยู่บ้างมั้ย? รีบๆไปซะทีได้รึเปล่า? จะให้ผมทำท่ากบต่อไปอย่างนี้รึไง?

                ไทเรียลตอบกลับไป “ขอบคุณมหาเทพที่ใส่ใจ  ไม่ลำบากเท่าไหร่หรอกขอรับ วันนี้มหาเทพก็ช่างโดดเด่นยิ่งนัก เจิดจ้ายิ่งกว่าสุริยันจันทราแห่งเมืองเยลูซาเล็มซะอีกขอรับ” ผมเผลอเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาของเขาบังเอิญสบกับผมทีหนึ่ง ลูซิเฟอร์ส่งยิ้มให้ไทเรียล

                “ขอบใจ”

                วันนี้ชุดที่ลูซิเฟอร์สวมน่ามองยิ่งกว่าวันนั้นเสียอีก เสื้อคลุมสีฟ้าน้ำทะเล สวมทับด้วยสร้อยคออัญมณีล้ำค่าที่ทำขึ้นอย่างประณีต ชายชุดทิ้งยาวพลิ้วไหวดุจเมฆลอย บนหน้าผากยังสวมรัดเกล้าสีทองวงหนึ่ง มรกตเม็ดหนึ่งห้อยอยู่ที่ใจกลางหน้าผากแต่กลับไม่สามารถแย่งความโดดเด่นจากสายตาของเขาได้

                เรื่องพวกนั้นน่ะช่างเถอะ

                เขาแค่ยิ้มออกมาครั้งเดียว ไม่มองผมเลยด้วยซ้ำ แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูกขโมยวิญญาณ ได้แต่มองตามเขาไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

 

                ตัวจริงกับในกระจกอัสนีต่างกันอย่างมาก

                เขาพึ่งพูดกับไทเรียลเสร็จ ก็ย้ายสายตามามองผมช้าๆ ผมผวาหันหน้าไปทางอื่นทันที

                ...เหงื่อตก... รอบนี้ไม่ถึง 1 วิเลยด้วยซ้ำ

 

                ไม่เครียด... ไม่เครียด...... เขาอาจจะจำไม่ได้ก็ได้ อีกอย่าง ผมถูกย่างจนสุกขนาดนี้ ถ้าเขายังจำได้ ผมยอมเปลี่ยนชื่อเป็นเรียลอิสเลยอ่ะ

 

                แต่ว่า เวลาต่อมา ถุงมือสีขาวก็กางออกตรงหน้าผม นิ้วทั้ง 5 เรียวยาวเหยียดตรง แต่มองดูแล้วก็รู้สึกว่าบอบบางอยู่มาก ผมเคยได้ยินคนอื่นเล่ามา เพราะลูซิเฟอร์สูงศักดิ์เกินไป เลยไม่ชอบใช้ร่างกายแตะต้องสัมผัสสิ่งของใดๆ ดังนั้นจึงสวมถุงมือไว้ตลอดเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นแตะตัวเขา คนๆนี้ไร้เทียมทานเกินไปแล้ว หลงตัวเองได้ซะขนาดนี้

                ผมมองมือนั้นอึ้งๆ

                เงียบ

                เงียบ

                อีกาตัวหนึ่งโผบินลงมาจากกลางอากาศ

                ชาวสวรรค์พวกนั้นแปลกชะมัด ทำไมพวกเขาต้องใช้สายตากรอกไปมามองผมด้วย?

                ผมทำผิดอะไร?

                ผมมองพวกเขา พวกเขาก็มองผม

                ผมหันมองกลับไป พวกเขาก็หันมองกลับมา

 

                หลังจากนั้นไทเรียลก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “มหาเทพเชื้อเชิญเจ้า มัวทำอะไรอยู่?” ผมเงยหน้าขึ้นช้าๆ จ้องมองไปยังลูซิเฟอร์ เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะควักผ้าเช็ดหน้าใส่มือผม

                เจ้านี่ทำอะไร? เขารังเกียจที่ผมดำใช่มั้ย? บิดาตัวดำแล้วนายจะทำไม?

                แต่ว่า คำที่เปล่งออกไปกลับเป็น “ขอบคุณมหาเทพ”

                F*ck~~~ผมหมดแรงแล้วจริงๆ~~~ดูถูกตัวเองชะมัด

                ผมเช็ดมือตัวเอง จากนั้นก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเก็บผ้าเช็ดหน้าใส่ในกระเป๋าหรือจะโยนทิ้งไปดี รู้สึกว่าแบบไหนก็ไม่เหมาะสมทั้งนั้น ทั้งยังคืนเขาก็ไม่ได้อีก เพราะเดี๋ยวจะทำถุงมือราคาแพงของเขาเปื้อนซะเปล่าๆ คิดอยู่นานก็ได้แต่กำไว้ในมือเท่านั้น

                ลูซิเฟอร์ยื่นมือมาตรงหน้าผมอีกครั้ง

                พี่ชาย อย่าล้อเล่นกันได้มั้ย นายคิดอะไรอยู่กันแน่!

                ไทเรียลรีบร้องเตือน “เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่?”

                F*ck นายควรจะถามเขาไม่เหรอว่าคิดอะไรอยู่!

                ไทเรียลแทบจะยกมือขึ้นปิดหน้าไม่มองผม “มหาเทพลูซิเฟอร์กำลังเชิญเจ้าเข้าไป......เจ้า......”

 

                ที่แท้ก็หมายถึงอย่างนี้นี่เอง ผมรีบวางมือตัวเองลงบนมือของเขา เขาแรงใช้เพียงเล็กน้อยก็สามารถดึงผมให้ลุกขึ้นได้ คนรอบข้างก็ไม่ถึงกับใช้สายตาถลนจนแทบหลุดออกจากเบ้ามองผมแล้ว

                มองไปยังเทวดาที่ตามหลังเขามา ...ไร้คำพูด ยังคงเป็นฝูงปีกทอง 4 ปีกเช่นเคย ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะไม่เปิดตัวซะอลังการ

                จากนั้น พวกเราก็เหมือนกำลังจะแต่งงานยังไงยังงั้น เดินไปบนพรมยาวสีแดงเข้าไปในงาน

                พึ่งเดินไปได้สองก้าว ลูซิเฟอร์ก็ยิ้มถาม “ไปทำอะไรมาล่ะ?”

                อย่า......อย่าพูดด้วยสีหน้าแปลกๆแบบนั้นสิ ไอ้ท่าทีวางมาดเมื่อคราวก่อนหายไปไหน? ผมยอมกลายร่างเป็นม้าให้เขาขี่~~ห้ามหันไปมองเขาเด็ดขาด “เพราะ ...เอ่อ... ผมเพิ่งฝ่าฝืนกฎ มหาเทพโปรดละโทษ”

                ลูซิเฟอร์หันมาจ้องผม แววตาพราวระยับ แม้แต่ดวงดาวยังไม่เจิดจ้าเท่านี้

                ผมไม่เครียด... ผมไม่เครียดเลย......

 

                ลูซิเฟอร์ถามขึ้นอีกครั้ง “ก่อนหน้านี้ไม่เคยไปงานเต้นรำมาก่อนเหรอ?” ผมส่ายหน้า เคยไปก็เยี่ยมเลย งานแท็ปแดนซ์ของโรงเรียนนี่นับหรือเปล่า? ลูซิเฟอร์ถามต่อว่า “เมตาตรอนไม่เคยพาเจ้าไปหรือ?” ผมย่อมต้องส่ายหน้าเป็นธรรมดา ผมไม่รู้นี่ ยังไงก็ปฏิเสธไปนั่นแหละ

                ลูซิเฟอร์ยื่นมือหนึ่งมากุมมือผม

                “ไม่เป็นไร ต่อไปเจ้ามีข้า”

 

                เหงื่อไหล......เป็นน้ำตก......

                เขากำลังพูดอะไรน่ะ? นี่เขารู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่?

 

                ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ถามเสียงเบาว่า “มหาเทพลูซิเฟอร์ ท่าน... ท่านจำผิดคนรึเปล่า? ไม่โทษท่านหรอก ผมตัวไหม้ขนาดนี้ เห็นไม่ชัดก็เป็นเรื่องธรรมดา ท่านต้องจำคนผิดแน่ๆ รีบกลับไป......” ลูซิเฟอร์กลับตัดบทขึ้นว่า “อิสเรียล วันนี้เจ้าอ่อนโยนจริงๆ”

                ไม่ผิดตัว เขาไม่ได้จำคนผิดจริงๆ

                อย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้อิสเรียลกับเขามีซัมติงกันแล้ว?

                แต่ว่าครั้งก่อนเขายัง......

                ผมยิ้มแหยตอบว่า “จริงๆแล้วนิสัยของอิสเรียลก็อ่อนโยนอยู่แล้ว ถึงโกรธก็ไม่ร้ายแรง แล้วก็ไม่บ่อยด้วย จริงๆแล้วแทบไม่เคยโกรธเลย......เอ่อ......ดังนั้น... มหาเทพมีธุระอะไร เชิญพูดได้เลย......”

                ผมต้องตรงไปตรงมากับเขาแบบนี้แหละ นี่ผมจะไปตามหาตัวเจ้าเด็กแสบนั่นได้ที่ไหนกันนะ?

                ลูซิเฟอร์พูดขึ้นว่า “งั้น อิสเรียลผู้อ่อนโยน คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนข้าดีมั้ย?”

 

                ระเบิด~~รุนแรงเกินไปแล้ว!

                อิสเรียลพิงเสา... มีเขากอดประกบอยู่ด้านหลัง......

                อิสเรียลพิงเสา... มีเขากอดประกบอยู่ด้านหลัง......

                อิสเรียลพิงเสา... มีเขากอดประกบอยู่ด้านหลัง......

                ในหัวมีแต่... อิสเรียลพิงเสา... มีเขากอดประกบอยู่ด้านหลัง......

 

                ลูซิเฟอร์พูดอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่ต้องคิดไกล ข้าหมายถึงในงานเลี้ยงน่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1584 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:58
    รุกงี้เลยเหรออออ
    #1,584
    0
  2. #1476 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 12:07
    อหหหหหหห ท่านคะ! ท่านคะ!! ปาใจ
    #1,476
    0
  3. #1423 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 12:32
    ดาเมจรุนแรงมาก
    #1,423
    0
  4. #1359 coco i cookie (@chiffon-156) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 20:11
    ถ้าย้อนไปได้อิสเรียลคงไม่ส่องกระจกนั้นแน่ -///-
    #1,359
    0
  5. #1096 []SO_DadE[] (@sodade) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:04
    ขำมาก 55555
    #1,096
    0
  6. #937 amary (@numwan_za) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 14:34
    ตอนนี้ตลก ท่านลูจะบอกความจริงมั้ยนะ
    #937
    0
  7. #678 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 16:41
    คนอ่านก็ไม่เครียด ....คนอ่านก็ไม่เครียด~~~

    แค่ฟิน ฮุฮุ สรุปแล้วมหาเทพลูกับหนูน้อยเป็นคนเดียวกันรึป่าว เห็นนิมิตหน่อยเดียวพฤติกรรมเปลี่ยนเลย
    #678
    0
  8. #268 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 19:27
    ชอบอีสเรียลเวอร์หนูหลี่มาก ฮือ ดูคำพูดคำจาเข้า เหมือนทำลูกหายงี้ นะครัชงี้ 55555555 อยากจะกรี้ดท่านลูซิเฟอร์ สรุปแล้วคือลูซิฟินิลจริงๆใช่มั้ย ตอนเจอกับอีสเรียลคราวที่ฟ้าผ่ายังเหินห่างแท้ๆ แร่ตอนนี้ดันเป็นฝ่ายเริ่มหยอดบ้างแล้ว มันต้องอย่างนี้สิ 55555 ในร่างเด็กก็ชอบ ในร่างผู้ใหญ่ยิ่งชอบ ฮือ ไปหลงอวยท่านเมตาตรอนมาซะหลายตอน ตอนนี้เรากลับมาชูป้ายลูอีสแล้ว อิอิ >_<~ รู้สึกว่า สองสามตอนที่ผ่านมามำเอาหัวใจจะวาย จากเครียดๆ อ่านแล้วอารมณ์ดี เขินขึ้นทันใด กีสสสสสส
    #268
    0
  9. #263 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 16:46
    รู้สึกเหมือนทำลูกหาย 555+ เขาไม่มากวนนายก็เหงาสินะ / ทำหยิ่งนะยะตอนคุยกับเมตตาตรอนอ่ะ! (แอบหมั่นไส้นิดๆ) หึ! / ลูซิเฟอร์~~ อิสเรียลยังไม่รู้นะว่านายคือลูซิฟินิล อาจมีคน(หรือเทวดา)ตกใจตายได้นะถ้านายทำแบบนี้ 55555+
    #263
    0
  10. #262 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 13:52
    น่าร้ากกกก ฮือ ฟหฟหฟหฟ
    #262
    0
  11. #261 doll (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 11:27
    เราก็คิดไปไกล 5555



    ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่แปลให้อ่าน ฮืออออ
    #261
    0
  12. #258 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 07:56
    ลูซิเฟอร์ขยันหยอดวันละนิดขายขนมจีบวันละหน่อยเดี๋ยวก็จีบติดเองครับ! #แค่กๆๆ ขอบคุณครับ
    #258
    0
  13. #257 dark-diamond (@dark-diamond) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 07:26
    อิสเรียลเอ๊ยยยคิดไกลไปอี้ก
    #257
    0
  14. #256 Alice zerenight (@franzissa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 05:53
    สติบินนนนนนนน คิดไปไกลละอิสเรียล แอร๊ยยยย
    #256
    0
  15. #255 ต่อ ต่อ ต่อ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 02:01
    อิสเรียล โปรดระงับสติ = =
    #255
    0
  16. #254 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 01:44
    แอร๊ยยยยยยย~~~~~ แต่เราคิดไปแล้วอ่าาาา
    #254
    0
  17. #253 kapooksung (@yurisung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 00:41
    โอ๊ยยย น่อววว อิสเรียลหนออิสเรียล
    #253
    0
  18. #252 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 00:09
    ตู้ม!!! เสียงหน้าระเบิดกระจัดกระจายแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
    #252
    0
  19. วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 23:43
    คนอ่านก็คิดไปไกลแล้วล่ะ อ๊างงงงง
    #251
    0
  20. #250 GYUZ (@gyugyu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 23:14
    จิกหมอนจะขาดแล้วค่า รุกหนักรุนแรงมาก แต่เฮียลูพูดถูก ราชาหลีทำไมวันนี้นายแลดูอ่อนโยนซะเหลือเกิน แถมคิดถึงแต่ฉากลามกพวกนั้นอีก
    หึหึหึหึ
    #250
    0
  21. #249 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 23:07
    กรี้ดดดดด เอาแล้ววว รุกแล้ววววววววววววววว คราวนี้มาเวอร์ชั่นผู้ใหญ่ แอร้!!!!!
    #249
    0
  22. #248 Augustus (@finare) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 23:05
    โอ๊ยยย ขำอ่ะ นายเอกจะฮาไปถึงไหน
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ ^^
    #248
    0
  23. #246 GYUZ (@gyugyu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 23:00
    กรี้ดดดดดด มาแว้ววว เด๋วอ่านนะคะ ขอกรี้ดก่อน~
    #246
    0
  24. #245 -_Saki_- (@SunSaki) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 22:58
    พรุ่งนี้ขออีกกกกกก. ช่วงนี้มันช่วงพีคคคค กรี้ดดดดดดด
    #245
    0
  25. #244 relis (@relis) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 22:58
    555555 ลูซิเฟอร์คนนี้ต้องเป็นเด็กน้อยลูซิฟินิลตัวจริงแน่ๆเลย ไม่งั้นจะเข้าใจความคิดของหลีปินขนาดนี้ได้ยังไงกัน โอย ฮาจริงๆ



    ดีนะที่หยิบบัตรเชิญขึ้นมาดูก่อนถึงวันงานมีเวลาไปเดินเล่น(หาทาง)ทัศนศึกษาตั้ง1วัน 



    จะได้เจอลูกแล้วหลีปินอย่ากังวลใจไปเลย ฮา



    เหมือนจะตกคำที่"ชุด"ของลูซิเฟอร์
    #244
    0