เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 18 : ทัณฑ์สวรรค์ [18]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-35-

                ผมเตรียมตัว ถึงเวลาต้องไปล้างจานแล้ว หลังจากเก็บหนังสือเรียบร้อยก็มุ่งหน้ากลับไปยังสวรรค์ชั้น 6 พึ่งออกบินได้ไม่นานก็รู้สึกว่าเสียงกระพือปีกเร็วกว่าปกติไปมาก จึงลดระดับความเร็วของตัวเองลง แต่จังหวะเสียงกลับยังเร็วอยู่เหมือนเดิม ไม่ผิด คนที่สามารถทำเสียงกระพือปีกเหมือนผึ้งได้ก็มีอยู่แค่คนเดียว

                ผมหันหน้ากลับไปมอง ไม่มีคน

                แปลก...

                แต่พอหันกลับไปก็ต้องตกใจเหมือนโดนผีหลอก

                เจ้าเด็กผายลมทำแสบอีกแล้ว! เขาขวางอยู่ด้านหน้าผม “เจ้าจะไปไหน?” ผมตอบไปว่า “ไปเมืองซีมาร์” เขากลับถามต่อ “ไปหาเมตาตรอนรึไง?” ผมสงสัย “มหาเทพเมตาตรอนอยู่ที่สวรรค์ชั้น 6 เหรอ?” เขากลับพูดว่า “วันเกิดเขา แม้แต่บ้านเขาอยู่ไหนยังไม่รู้ แล้วเจ้าจะไปยังไง? อีกอย่างเขาไม่เคยจัดงานวันเกิดที่สวรรค์ชั้น 6 คงจะจัดที่บ้านอีกหลังในเยลูซาเล็มมากกว่า” ผมสงสัยอีก “ทำไมล่ะ? ไม่ใช่ว่าที่นี่ดีกว่าหรอกเหรอ?” เขาตอบสั้นๆ “ที่นั่นมีสาวสวยเยอะกว่า” คำตอบนี้ตอบได้ตรงประเด็นมาก

                พวกเราสองคนบินไปด้วยพูดคุยกันไปด้วย ไม่รู้ตัวก็เลยทางมาไกล ...เหงื่อตก ผมรู้ตัวว่าตัวเองมันใช้ไม่ได้ เวลาอยู่กับคนอื่นทีไรเป็นต้องเม้ามอยเพลินจนเกินไปทุกที บินมาจนถึงนอกเมืองซีมาร์ถึงค่อยพบว่าร้านที่ตัวเองต้องไปทำงานมันอยู่อีกทางหนึ่ง กำลังจะหันกลับไปทางเดิม สายตาก็เจอเข้ากับสิ่งก่อสร้างสีน้ำเงินเข้มที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ด้วยความสงสัยจึงถามออกไป “นั่นคือที่ไหน?”

                ลูซิฟินิลตอบว่า “นั่นคือที่พักของอูเรียล เจ้าเห็นม่านน้ำที่ด้านหน้าที่พักของเขาหรือเปล่า? ถ้าเดินไปตรงนั้นเจ้าจะเห็นสิ่งที่อัศจรรย์มากๆ” ไม่บอกผมก็รู้ “นั่นคือกระจกอัสนี?” ลูซิฟินิลเลิกคิ้วสงสัย “เจ้ารู้?” ผมตอบกลับไป “ก่อนหน้านี้ฉันเคยไปดูกระจกวายุมาแล้ว เพราะงั้นเลยได้ยินมาบ้าง” ลูซิฟินิลถามอย่างสนใจ “เอ๋? ส่องแล้วเป็นยังไงบ้าง?” ผมคิดแล้วคิดอีกก่อนจะตอบออกไป “ก็เหมือนเดิม” ลูซิฟินิลทำหน้าสบายๆ “ข้าก็เคยไปส่องกระจกวายุ เปลี่ยนไปเยอะมากทีเดียว แต่ข้าไม่เชื่อมันหรอก”

                ผมเองก็ไม่เชื่อ แต่ว่า......พอเห็นกระจกอัสนี ก็อดไม่ได้ที่จะบินเข้าไป

                คาลอสบอกเอาไว้ กระจกอัสนีสามารถสะท้อนคนที่มีอิทธิพลกับตัวเองที่สุดออกมา

                ความเร็วของผมเทียบกับลูซิฟินิลแล้วเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด ผมบินเข้าไปถึงด้านหน้าม่านน้ำ อดที่จะสนใจสิ่งก่อสร้างงดงามวิจิตรที่อยู่ด้านหลังไม่ได้ ผมเข้าไปใกล้มันด้วยหัวใจเต้นรัว

                ผิวน้ำกระจ่างใสดุจแซฟไฟร์ส่งเสียง วิ้ง ออกมาราว ไพเราะราวกับเสียงของฮาร์ป

                ภายในกำแพงสายน้ำเป็นกระแสไฟฟ้าหลายเส้น เมื่อกระแสไฟฟ้าเคลื่อนผ่าน ก็จะเกิดแสงสว่างวูบวาบขึ้น

                ในม่านน้ำ ผมมองเห็นใบหน้างดงามใบหน้าหนึ่ง ผิวขาวดุจหิมะ นุ่มนวลดุจดอกไม้ แนวฟันขาวสะอาด ดวงตาพราวระยับดุจดวงดาว ศีรษะปกคลุมด้วยเส้นผมทั้งสั้นทั้งหยักศก ปรากฏแววโดดเด่นออกมาอย่างชั่วร้ายได้รางๆ ใบหน้านี้คุ้นตาจนไม่รู้จะคุ้นได้อย่างไรอีก

                นั่นคือตัวผมเอง หรือที่ถูกก็คือ อิสเรียล

                แต่ว่าบนร่างกลับไร้ซึ่งอาภรณ์ สองมือคล้ายกับกำลังประคองของบางอย่างอยู่ ผมเผชิญหน้ากับเขาอยู่ด้านหน้าม่านน้ำ แน่นอนว่าผมไม่มีปัญหาอะไรกับการยืนมองร่างเปลือยของตัวเอง เพียงแต่ผมไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร

                โป๊เหรอ?

                เมื่อมองให้ดีอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าด้านหลังของอิสเรียลกลับมีปีกอยู่ 4 ปีกทั้งยังเป็นสีฟ้ากระจ่างดุจก้อนน้ำแข็ง

                ปีกของเขาเปียกชื้นอยู่เล็กน้อย ทั้งเส้นผม หน้าผาก ต่างก็เต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะพราว คล้ายกับพึ่งเดินฝ่าละอองน้ำละอองหมอกมาอย่างนั้นแหละ

                พูดถึงหมอก... รอบตัวของเขาก็เต็มไปด้วยหมอกจริงๆนั่นแหละ

                ภาพยิ่งมาก็ยิ่งชัด ราวกับโทรทัศน์ที่ถูกล้างฝุ่นออกไป

                กระแสไฟยังคงแล่นแปลบปลาบอยู่ด้านหน้า ทั้งดูแปลกตาและลึกลับในคราวเดียวกัน ทุกครั้งที่มันกระพริบก็จะเกิดลวดลายงดงามแปลกตา ทั้งยังเกิดเสียงที่ทำให้คนรู้สึกใจสั่นๆออกมา กระแสน้ำไหลวนช้าๆ แพรวพราวดุจไข่มุก ด้านหลังของอิสเรียลเป็นม่านบางเบาที่พลิ้วไหวน้อยๆ

                ทันใดนั้น ม่านนั่นก็เปิดออกเปิดเผยใบหน้าที่งดงามราวกับรูปวาด สันจมูกโด่งตรง แววตาเชื่อมไหว ผิวพรรณเนียนละเอียด ความเจิดจ้า อัศจรรย์ใจ สะท้อนออกมาจากดวงตาของอิสเรียล

                ผมตกใจจนอ้าปากค้าง เผลอก้าวถอยหลังออกมาโดยไม่รู้ตัว

                ม...ม...ม...ม...ไม่นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

                คนๆนั้น......คือ......ลูซิเฟอร์

                ลูซิเฟอร์สวมเพียงชุดบางเบา ปล่อยชายทิ้งสบายๆ ราวกับกลุ่มควันที่ไม่มีวันดับมอด ริมฝีปากของเขาเม้มอยู่เล็กน้อยคาบเส้นไหมเล็กละเอียดไว้ในปาก เขาค่อยๆรวบเส้นผมยาวลื่นละเอียดสีทองขึ้นวางไว้ตรงอก ก่อนจะใช้เส้นไหมรวบมัดไว้ ยามที่เขาหลุบตาลง แพขนตาสีดำก็บดบังดวงตาของเขาจนสิ้น

                เขารวบมัดผมของตัวเองอย่างไม่เร็วไม่ช้า อิสเรียลเองก็ดูจะไม่ถือสาที่ต้องเปิดเผยร่างของตัวเอง ปีกของเขาขยับไหวไปมาก่อนจะก้าวเข้าไปช่วยมัดผมให้ หางตาของลูซิเฟอร์โค้งลงก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นยิ้ม ดวงตาแพรวพราว ระยิบระยับไม่ต่างจากดวงดาว

                การเคลื่อนไหวของอิสเรียลดูเงอะงะอยู่บ้าง มัดได้ไม่กี่ทีก็หน้าแดงไปจนถึงลำคอ ไม่ง่ายเลยกว่าจะมัดเสร็จ แต่สภาพกลับดูไม่ได้ ตอนที่กำลังตัดสินใจจะมัดผมให้ใหม่ ลูซิเฟอร์กลับรวบร่างเขาเข้าไปในอ้อมกอด ก่อนจะก้มหน้าประทับจุมพิต

                โอ้ว......ม๋าย......ก็อต......

                ม่านบางดุจกลุ่มควัน กลุ่มควันดุจปุยเมฆ

                น้ำลายไหลลงมาจากมุมปาก ทิ้งร่องรอยแวววับดุจอัญมณีไว้เป็นทาง

                ท่ามกลางความลางเรือน ให้ความรู้สึกทั้งจริงและลวงไปพร้อมกัน

                เสื้อผ้าบนร่างของลูซิเฟอร์ถูกถอดออก ท่างกลางม่านหมอกปรากฏแสงสว่างเจิดจ้าขึ้น ปีกทั้ง 6 ของเขาค่อยๆกางออกราวกับผีเสื้อกำลังสยายปีก

                อิสเรียลยกสองแขนขึ้นคล้องคออีกฝ่าย

                ลูซิเฟอร์คว้าจับบั้นเอวของเขาไว้ก่อนจะผลักดันตัวเองเข้าไป

                อิสเรียลแหงนเงยใบหน้าขึ้นทันใด สองตาเบิกกว้างเล็กน้อย ลำแสงเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งผ่านดวงตาของเขา

                ลำตัวของอิสเรียลบอบบางมากจนดูคล้ายกับว่าแค่เพียงลูซิเฟอร์ใช้มือเดียวก็สามารถหักเอวของเขาได้ ดังนั้นยามที่ลูซิเฟอร์ประสานร่างเข้ากับเขา ผิวอ่อนนุ่มบริเวณนั้นก็ดูเหมือนจะปริแตกออกมาได้ทุกเมื่อ ลูซิเฟอร์ยกเข่าขึ้นงอขาเล็กน้อยเพื่อใช้ตัวเองเป็นเสาหลัก จากนั้นก็ประคองร่างของอิสเรียลไว้ในอ้อมแขน สองมือของอิสเรียลไขว่คว้ามือของอีกฝ่าย ใบหน้าส่ายไปมาราวกับต้องการหาทางออก

                ลูซิเฟอร์ตอบสนองด้วยการจุมพิตเขาอย่างหลงใหล

                ราวกับเป็นภาพขาวดำ กระแสไฟฟ้ายังคงแล่นแปลบปลาบ

                ร่างสองร่างเคลื่อนไหวสอดประสานกันท่ามกลางสายหมอก ราวกับท้องฟ้ายามสนธยาของเมืองเยลูซาเล็ม ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ไร้ซึ่งสิ่งผูกมัด แสงสีฟ้ากับแสงสีทองรัดพันกันอยู่ในสายหมอก ผสมผสานจนไม่อาจแยกแยะ พล่ามัวดุจกลุ่มควัน

                กระแสไฟฟ้ายังแล่นแปลบปลาบ ส่องแสงเจิดจ้าบาดตาคนมอง

                ผมล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่นานแล้ว ได้แต่เบิกตาอ้าปากค้าง

                ลูซิฟินิลยืนอยู่ข้างกายผม จ้องมองอิสเรียลในกระจก จู่ๆก็ยิ้มออกมา “ปกติดูไม่ออกเลยนะเนี่ย หุ่นเจ้าใช้ได้เลยทีเดียว”

 

 

-36-

                ฉากตรงหน้ามันจะแปลกเกินไปแล้ว ดูหนังอย่างว่ายังไม่เท่าไหร่ แต่ดันมีคนดูเป็นเพื่อน แถมตัวเอกในหนังยังเป็นตัวเองอีก ที่สำคัญคือ... ผมยังเป็นฝ่ายถูก xx อีกด้วย นอกจากนี้ บนหน้าก็ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความไม่ยินยอมพร้อมใจเลยซักนิด ไม่สิ ไม่เพียงสมยอมเท่านั้นแต่ยังเสพสุขจนแทบสำลักเลยเชียวล่ะ

                ผมรีบพุ่งเข้าไปขวางตรงหน้ากระจกอัสนี บนหน้าเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขินอายหรอกนะ ลูซิฟินิลกระพือปีกของตัวเองขึ้นมานั่งบนอากาศ สองขายกขึ้นขัดสมาธิ ทั้งยังทำท่า pose ประจำตัวของเขา มือซ้ายกุมศอกขวา มือขวายกขึ้นแตะริมฝีปากล่าง ทำสีหน้าครุ่นคิด เด็กที่ไหนเขาจะทำสีหน้าแบบนี้กัน!

                ผมยกมือไล่เขา “ออกไป ชิ่วๆ เด็กห้ามดู” เขาเอียงคอ ชี้นิ้วไปด้านข้างออกคำสั่ง “อย่ายืนบัง” ผมถลึงตามองเขา “จะทำอะไร?” เขาฉีกยิ้ม “เจ้าไม่รู้สึกว่าภาพนั้นมันงดงามเหรอกเหรอ”

                สวยก็สวยอยู่......แม่-... สวยกับผีน่ะสิ ถ้านั่นเป็นอิสเรียล บิดาก็จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาทำร้ายจิตใจเมตาตรอน แต่ถ้านั่นเป็นผม......Mother F*cker... นั่นไม่มีทางเป็นผม ถ้าเกิดผมทำเรื่องที่ผิดต่อประเพณีผิดต่อพ่อแม่ผิดต่อประเทศชาติผิดต่อบลาๆๆล่ะก็ ผมยอมเอาหัวตัวเองโขกเสาสำนักสวรรค์ตายชดใช้ความผิด

                ลูซิฟินิลพูดขึ้นว่า “ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เจ้าจะไปงานวันเกิดเมตาตรอนรึเปล่า” ผมพยักหน้า ยังไงก็ต้องไปสิ ไปเปิดหูเปิดตาซะบ้างว่าพวกคนรวยเขาโปรยเงินทิ้งกันยังไง ผมเลยถามเขาบ้าง เขากลับตอบว่า “ค่อยว่ากัน ไปเถอะ”

                ผมถามกลับ “ไปเถอะ? ไปไหน?” เขากระพือปีกบินห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามามองผม “กลับบ้าน” ผมถามอีกครั้ง “นายจะกลับบ้าน?” เขาตอบกลับมาว่า “ก็บ้านเจ้ายังไงล่ะ”

                F*ck ความอดทนผมมาถึงขีดสุดแล้วนะ เจ้าเด็กนี่ไม่มีใครเอาหรือยังไง? ต้องมาให้ผมนั่งเลี้ยงเนี่ย~~~

                จริงๆแล้ว ผมเป็นคนรักเด็กนะ ชอบในระดับที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ จำได้ว่าแฟนหมายเลขหกเคยพูดกับผมเอาไว้ว่าความชอบแบบนี้แสดงถึงความไม่เป็นผู้ใหญ่ของผม ผมในตอนนั้นเชิดจมูกพร้อมกับพูดใส่เธอว่า เด็กผู้หญิงอายุ 12-13 บางคนแค่มีความรักปั๊ปปี้เลิฟ ก็ไม่ได้หมายความว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเหมือนกัน ผู้หญิงน่ะยุ่งยาก ถ้าตามใจพวกเธอเข้าหน่อย เจ้าหล่อนก็จะเห็นคุณเป็นวัวเป็นม้า แต่ถ้าขัดใจคุณเธอเมื่อไหร่ เจ้าหล่อนก็จะใช้สารพัดวิธีตามจองล้างจองผลาญคุณไม่หยุด เลิก!

                แต่ว่า เด็กน้อยที่ผมชอบคือเด็กน้อยที่เชื่อฟังเป็นเด็กดี ส่วนลูซิฟินิลจัดเป็นเด็กไม่ดีที่ไม่เชื่อฟัง ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีใบหน้างดงามน่าเอ็นดูนั่น ป่านนี้ผมจับเขามาตีให้ตายไปนานแล้ว

                ที่น่าแปลกก็คือ เย็นนี้ทั้งวัน ลูซิฟินิลเปลี่ยนเป็นเด็กน้อยว่าง่ายเป็นอย่างมาก ผมไปไหนเขาก็ไปนั่น แววตาที่เขาใช้มองผมก็ดูแปลกๆ ช่างเป็นเด็กที่ทำให้ผมคาดไม่ถึงจริงๆ ที่ทำให้ยิ่งรู้สึกเหงื่อตกก็คือ ตอนที่ผมนั่งอยู่บนเตียงอ่านหนังสือ เขาที่ออกไปชงนมข้างนอกห้องก็กลับเข้ามา ผมเผลอละสายตาขึ้นมองเขา เขากลับยกคางขึ้นเล็กน้อยใช้สายตาเย้ายวนมองผม

                ทันใดนั้นผมก็ตัวแข็งเป็นหิน

                เจ้าเด็กนี่~~เป็นบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย~~ไอ้สายตานั่นมันอาร้าย... ทำอย่างกับตัวเองเป็นพวกเจ้าชู้ที่กำลังล่อลวงสาวๆอยู่อย่างนั้นแหละ! นายพึ่งจะอายุเท่าไหร่เอ๊ง~~~~อย่าหาว่าผมเวอร์เลยนะ ถ้าไอ้พวกโรคจิตมาเห็นสายตาแบบนั้นของนายเข้า นายตายแน่!

                หลังจากนั้นเขาก็บินบินบิน บินจนมาถึงเตียงของผมก่อนจะนั่งลง

                จะว่าไปแล้ว ผมไม่เคยเห็นเขาเดินเลยซักครั้ง เจ้าเด็กร่างกายอ่อนแอนี่

                ปกติแล้ว เวลาเขานอนหลับมักจะอยู่ในท่า เจ้าหญิงสโนไวท์อยู่เสมอ สองมือทับกันที่หน้าอก ใบหน้ายิ้มน้อยๆเงียบสงบ เทวดาสุดๆไปเลย ถ้าผมสะกิดเขานิดเดียว เขาก็จะสะดุ้งตื่นทันที แต่วันนี้กลับแปลกกว่าทุกวัน เขาดื่มนมเสร็จก็ใช้มือเล็กๆเช็ดถูปากตัวเอง ยกขาเรียวเล็กทั้งสองข้างขึ้นนั่งจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นถามผม “เมื่อไหร่จะนอน?”

                พริบตานั้นผมอยากจะหลั่งน้ำตาออกมาจริงๆ เจ้าเด็กนี่ก็ใจดีกับเขาเป็นเหมือนกัน

                ไม่ง่ายเลยที่เขาจะยอมใจดีแบบนี้ซักครั้ง ไม่คว้าไว้ก็ไม่ใช่คนแล้ว ผมเขย่าหนังสือไปมาก่อนจะกระแอมเบาๆ “อ่านหน้านี้เสร็จก่อนก็แล้วกัน นายหลับก่อนได้เลย” ลูซิฟินิลพยักหน้าก่อนจะนอนคว่ำอยู่ข้างผม

                เอ๋? นอนคว่ำ?

                ผมแอบโผล่หน้าออกจากหนังสือมองเขา ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งฝังลงกับหมอน เส้นผมสีทองร่วงตกลงมาราวกับต้นข้าวสาลีเล็กละเอียด ดูน่ารักน่าชัง พอเห็นว่าผมมองอยู่ เขาก็หรี่ตามองกลับมา แฝงไปด้วยความเย้ายวนที่บอกไม่ถูก

                ...เหงื่อตก... เย้ายวน... ผมเอาคำลามกแบบนี้ใส่เข้าไปบนร่างของเด็กคนหนึ่งได้ยังไง!

                ขณะที่ผมกำลังด่าว่าตัวเองอยู่นั้น จู่ๆเขากลับพลิกตัวเข้ามาใกล้ ยื่นแขนออกมากอดเอวของผม พูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “นอนกันเถอะนะ?” ผมตะลึงตาค้าง จ้องไปที่มือของเขา ได้แต่ส่ายหน้า “ยังอ่านหนังสือไม่เสร็จ อีกแป๊บนึง” เขากลับพูดขึ้นว่า “นอนเถอะ” ผมยิ้มชั่วร้าย “ถ้านายเรียกฉันว่าพี่ชาย ฉันจะยอมนอน”

                จากนั้นเขาก็พูดเสียงเบาขึ้นว่า “พี่ชาย”

                ... ... ... ...หูฝาด ผมต้องหูฝาดไปแน่ๆ ผมก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

                ลูซิฟินิลยันตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกอดผมแน่นขึ้น ฝังหน้าลงกับอกของผม ทำตัวเหมือนแมวหิมะเข้ามาคลอเคลียอกของผม

                ผมกลายร่างเป็นนกตาย รู้สึกทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง เขาถูไถอยู่บนตัวผมจนผมมองข้ามเขาไม่ได้ ได้แต่ยอมปิดหนังสือดันไว้ตรงหัวเตียง ดับไฟแล้วนอนลง ลูซิฟินิลหลับตาลงอย่างสบายใจ ยังเกาะเกี่ยวอยู่บนร่างของผมเหมือนหมีโคอาล่า

                อยู่ๆใจผมก็เต้น ตึกตักๆรัวระทึกราวกับเสียงกลอง ความคิดบัดสีบัดเถลิงนับไม่ถ้วนผุดเข้ามาหัวของผมไม่หยุด ฉายแล้ว ฉายอีก ฉายแล้ว ฉายอีก......น...น...นี่... แต่ไหนแต่ไรเวลาผมเห็นเด็กๆหน้าตาดีไม่เคยมีอาการแบบนี้นี่นา

                หรือผมจะเป็นพวกโรคจิต?

                God be with me ต้องเป็นเพราะดูหนัง av เยอะไปแน่ๆ ตอนนี้เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งถึงกับ......

                ยิ่งกว่านั้น ยังเป็น......เด็กผู้ชาย

                จะยอมให้เลยเถิดไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่อยากเห็นหนังสือ คดีปีศาจรักเด็กแห่งเมืองซีมาร์ วางขายอยู่ในร้านหนังสือหรอกนะ

                ผมเตรียมแผนการเอาไว้ในใจ คิดจะให้เขาไสหัวออกไปจากบ้านผมแล้วไม่กลับมาอีก แต่ว่าเช้าวันต่อมา เจ้าผึ้งน้อยกลับหายหัวไปแล้ว บนหัวเตียงยังมีแก้วนมที่ยังร้อนวางอยู่ เมื่อมองให้ดีก็เห็นว่าด้านล่างมีเวทไฟร่ายเอาไว้ เปลวไฟสีแดงคอยรักษาอุณหภูมิของแก้วเอาไว้ ด้านข้างแก้วนมยังมีตระกร้าเล็กๆอันหนึ่งที่มีผ้าคลุมเอาไว้ ด้านในเป็นขนมปังหอมกรุ่นที่ทาชีสโปะเอาไว้เป็นชั้นๆ สมกับที่เป็นของกินเด็กจริงๆ หวานซะจนผมกินไม่ลง

                ด้านล่างขนมปังมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ ผมรีบคว้าขึ้นมาอ่าน

 

                ที่รัก :

            ข้ากลับละนะ บนโต๊ะมีขนมปังกับนม อย่าลืมกินข้าวเช้าก่อนไปเรียนล่ะ อย่ากินนมตอนท้องว่าง ไม่งั้นจะไม่ได้รับสารอาหาร แล้วก็ไม่ดีกับกระเพาะด้วย เจอกันที่งานวันเกิดเมตาตรอน ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า

            ลูซิฟินิล

 

                ผมอ่านไปแล้วหนึ่งรอบ จากนั้นก็อ่านอีกหนึ่งรอบ ทำไมยิ่งอ่านถึงได้ยิ่งมีแต่คำถาม อ่านอยู่ครึ่งวัน ก็รู้สึกว่าปัญหาอยู่ที่ตัวหนังสือ ลายมือที่งดงามราวกับภาพวาด ทุกตัวอักษรราวกับดอกไม้ที่กำลังผลิดอกบาน ราวกับเป็นอักษรที่เขียนโดยนักกวีชั้นยอด แต่ว่า ยังมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง

                สุดท้าย ผมก็เพ่งสายตามองไปยังคำสองคำที่อยู่ด้านบนสุด

 

                เกิดเสียงระบิดขึ้นดัง ตูมในสมองของผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1583 palm4588 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    555555 รุกหนักเว่อร์
    #1,583
    0
  2. #1475 neaumn_sm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 08:10
    ที่รัก! ที่รัก!! หืมมมมม หืมมมมมมม
    #1,475
    0
  3. #1422 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 09:00
    อมก น่ารักน่ารักกกกกก
    #1,422
    0
  4. #1095 sodade (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:58
    นายน้อยต้องเห็นตัวเองเป็นซาตานแน่นอนเลย ส่วนตอนนี้เขินมากกก แอ๊ยยย
    #1,095
    0
  5. #799 spondboz_ss (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:35
    อิสเรียลที่แท้ก็เป็นโชตะค่อน...
    #799
    0
  6. #677 Par_dao (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 16:28
    Oh my God~~~ข้าได้กลิ่นทะแม่งๆ 55555

    ***นิมิตในกระจกจำเป็นต้องอธิบายขนาดนั้นมั้ย
    #677
    0
  7. #616 mothergod (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 21:03
    พูด ได้ สอง คำ ฟินน มากกกก
    #616
    0
  8. #356 benjarath (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 07:45
    เอาเเล้วไงอิสเรียลยืนดูกลับใครไม่ยืนดันเป็นเจ้าตัวซะเอง
    #356
    0
  9. #236 bennett13 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 18:14
    มีเรื่องจะบอก คงไม่ใช่บอกความจริงพร้อมมาร่างโตตังจริงหรอกนะ ...ที่รัก อ้าาาาาาา~~!! ฟินนนน
    #236
    0
  10. #235 Faren-Hight (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 17:34
    โอ้วว!! โดนเด็กกิน..
    #235
    0
  11. #234 pokoopong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 14:12
    กรี้ดดดดด จิกหมอนรัวๆ
    #234
    0
  12. #233 nodoka2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 13:01
    เป็นตอนที่กรี๊ดหนักมากกก โอ้ยยย เด็กรุกแล้วววววว ////////////////
    #233
    0
  13. #232 alfhind (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 01:32
    ที่รัก ที่รัก ที่รัก ที่รัก~ อ้ากกกกกกกกกกกกกกก โดนเด็กกินแน่ๆหนูปินเอ๋ยยยยยยย 55555
    เดาว่า ตอนส่องกระจกคงเป็นหนูหลีในอนาคตแน่นอน!!! ไม่งั้นนายน้อยูจะมีท่าทีเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยเหรอ แล้วถ้าเดาอีก หนูหลี่ปินจะต้องชอบลูซิเฟอร์เข้าแล้วแน่ๆ ไม่งั้นจะเขินทำไมตอนผูกผมให้ แหมๆๆๆๆๆๆๆๆ ความเต็มใจแบบนี้ ท่านเมตาตรอน สู้หรือเปล่าคะท่าน อย่ายอมแพ้นะคะ 5555555 แล้วในงาน เด็กน้อยจะบอกอะไรหลี่ปินกันนะ บอกรัก? ความความจริง? ล่มงาน? พาหนี? แง้ว อยากรู้แล้ว >_<~ ผู้แปลก็พยายามเข้านะคะ จะขอเป็นกำลังใจให้ v( ^ O ^ )v ?
    #232
    0
  14. #231 kiriyu25 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 23:43
    อ่านไปฟินไปซับน้ำหมา--- แค่ก! อิสเรียลโดนเด็ก(?)เล่นแล้ววววว เห็นใสๆแบบนี้แต่เนื้อในคงจะพอๆกับเมตตาตรอนเลยสินะ!? #หัวเราะ ขอบคุณครับ
    #231
    0
  15. #230 gyugyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 23:23
    ตู้มมมม
    #230
    0
  16. #229 --noon-- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 22:48
    หนูลู จริงๆแล้วร่างหนูใช่เด็กแบบนี้หรือเปล่านี่?
    #229
    0
  17. #228 p-i-n-e (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 22:30
    กรี๊ดดดดดด //ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่เหลือเป็นคำพูด
    #228
    0
  18. #227 Monkey_D_Luffy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 20:41
    555555555+ ที่รัก?! ทำไมรู้สึกขำจัง นี่ลูซิฟินิลลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองยังอยู่ในร่างเด็กน้อยอ่ะ! (บลาค่อนๆ 555+) / นี่สงสัยจังว่าลูซิเฟอร์เห็นตัวเองเป็นไงในอนาคต แต่คงเป็นตัวเองในรูปปีศาจนั่นแหละ จะเป็นแบบอื่นไปได้ไง แต่อิสเรียลก็ก้าวหน้าเยอะเหมือนกันนะ
    #227
    0
  19. #226 yurisung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 20:38
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ โอ๊ยยย กรีดร้องง
    #226
    0
  20. #225 Toey_Narag (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 20:06
    โอ้ยยยนนน เขินค่ะ55555
    #225
    0
  21. #224 narinnakin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 20:01
    ตู้ม!!!! อ่านเองเขินเอง โอ้ยยยย น่ารัก
    #224
    0
  22. #223 min29 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 20:00
    อ่านตอนนี้วนแล้ววนอีก รอตอนต่อไปใจจะขาดดดด
    #223
    0
  23. #222 dark-diamond (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 19:54
    ฉากดูกระจกทีไรต้องมีให้รีดเสียเลือดตลอดเลย >\\\\< เขาเรียกที่รักด้วยแหละ อร้างงงงง เขิลค่ะ เขิลระดับ8 XD
    #222
    0
  24. #221 panida2538yinsuk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 19:38
    งือออออ เราเขินแทนง่าาาาาาาา เอาอีกกกกกกก 
    อ๊ากกกกกกกกกก จะลงแดง ลงเร็วๆน่ะ เรารอมากไม่ไหว
    #221
    0
  25. #220 mafis-dragon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 19:28
    ลูลู่โคตรขี้ตู่เลยเหอะ 5555555555555
    #220
    0