เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 14 : ทัณฑ์สวรรค์ [14]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-27-

                เมตาตรอนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หลังจากโยนม้วนบทละครมาให้ก็ยืนอยู่ด้านข้างผมไม่ไปไหน ผมเปิดม้วนกระดาษในมือออกด้วยความรู้สึกเก้อกระดากเล็กน้อย ด้านบนปกเขียนอักษรตัวใหญ่เอาไว้ว่า ตราบาปวิญญาณด้านในเต็มไปด้วยตัวอักษรที่แสนจะมีเอกลักษณ์ ทำเอาแวบแรกที่มอง ผมนึกว่าไม่ใช่ตัวหนังสือซะอีก

                เมตาตรอนพับปิดบทละครในมือผม ก่อนจะอธิบายเนื้อเรื่องคร่าวๆให้ผมฟัง หลังฟังจบก็ต้องทอดถอนใจกับพล็อตเรื่องที่ไร้รสนิยมสิ้นดี ไม่รู้ว่าเมตาตรอนคิดมันออกมาได้ยังไง ถ้าจะให้อธิบาย เริ่มแรก นี่เป็นเรื่องราวรักสามเศร้าของ 1 หญิง 2 ชาย ผู้ชายสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว คนแรกนุ่มนวล เห็นอกเห็นใจ หล่อเหลา โดดเด่น โรแมนติค รับบทโดยราฟาเอล คนที่สองชั่วร้าย บ้าอำนาจ บ้ากาม อำมหิต สังหารไม่ละเว้น รับบทโดยผม ส่วนนางเอกแสนงามก็ไม่ต่างจากตัวละครในการ์ตูนสาวน้อยหรือนางเอกซีรีส์เกาหลี น่ารักสดใส บริสุทธิ์จริงใจ เป็นที่รักหลงของชายหนุ่มนับไม่ถ้วน บทนี้นอกจากกราบิเอลหญิงพรหมจรรย์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องก็ไม่มีใครเหมาะไปมากกว่านี้

                มาพูดถึงเรื่องซาตานกันก่อน นาม ซาตานนี้ถูกพวกเราเข้าใจผิดกันมาโดยตลอด ความหมายเดิมของซาตานหมายถึง ผู้ที่เป็นศัตรู ถูกนำมาใช้เรียกราชาปีศาจแห่งเมืองนรก มนุษย์รู้เพียงแค่ว่า ตามตำนานลูซิเฟอร์เป็นเทพตกสวรรค์ที่โด่งดังที่สุด ดังนั้นจึงเหมารวมเอาว่าซาตานเป็นฉายาของลูซิเฟอร์ แม้แต่ผมยังคิดแบบนั้นมาตลอด ถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ จริงๆแล้ว ก่อนหน้าลูซิเฟอร์ ก็มีราชาปีศาจอยู่แล้วตั้ง N ตน ซึ่งต่างก็ถูก สามทหารเสือแห่งสวรรค์พระยะโฮวา จีซัส และลูซิเฟอร์ถล่มจนราบเป็นหน้ากลอง

                ดังนั้น บทซาตานของผม ก็เป็นแค่ราชาปีศาจทั่วๆไป ทั้งยังเป็นราชาปีศาจที่ถูกกำหนดมาให้โดนอัดกระเด็นเสียด้วย

 

                บทละครเริ่มเรื่องในยามค่ำคืนที่ลมพัดโหมคืนหนึ่ง ในวันนั้น เทพธิดาน้อยผู้เลอโฉมเดินทางเข้าไปในป่าอันแสนห่างไกล จากนั้นก็ตามพล็อตเรื่องยอดนิยม นางพบเจอเข้ากับซาตานโดยบังเอิญ และก็แน่นอน ซาตานเกิดความหลงใหลเสน่หาในตัวนางทันที------โปรดจำให้ขึ้นใจ ไม่ใช่หลงรัก แต่เป็นอารมณ์ใคร่ ก็เป็นซาตานนี่นา คาแรกเตอร์ก็ต้องหื่นกามอยู่แล้ว หลังจากนั้น ซาตานก็คิดจะครอบครองเทพธิดาผู้นั้น

                แล้วก็ต่อจากนั้น ตามพล็อตเรื่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ก็ได้มีวีรบุรุษผู้ทนมองไม่ไหว ก้าวออกมาช่วยหญิงงาม พระเอกเทวทูตนักรบผู้หล่อเหลา ราฟาเอล ปรากฏกาย! ...เรื่องนี้ผมหาทางอธิบายไม่ได้จริงๆ ราฟาเอลเป็นเทวทูตภาวนาชัดๆ ไหงถึงได้รับบทเป็นเทวทูตนักรบล่ะ?

                ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอุตลุต แน่นอนว่าซาตานย่อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่เขาไม่ยินยอมพร้อมใจ ใช้แผนการชั่วร้ายมากมายสังหารดวงวิญญาณดวงแล้วดวงเล่า จะยังไงก็ต้องได้ตัวเทพธิดาแสนงามมาครอง รายละเอียดยิบย่อยหลังจากนั้นไม่ต้องพูดถึง เอาเป็นว่า ในตอนสุดท้าย ขณะที่ซาตานกำลังจะได้ครอบครองเทพธิดาคนงาม เทวทูตนักรบก็ชักดาบวิเศษออกมาก่อนจะชิงตัวเทพธิดาคนงามกลับคืนสู่อ้อมอก จากนั้นก็ตวัดดาบสังหารวายร้าย ต่อมา เทพธิดาคนงามได้กลับคืนไปยังปราสาท live happily ever after, with the prince of angel she married......

                ... ... ... ...

 

                ผมกำบทละครไว้ในมือ ใช้ตีไปที่บ่าของเมตาตรอนพลางถอนหายใจ “สหาย นายไม่คิดว่าบทละครนี่มันไม่น่าขำไปหน่อยเหรอ?” เมตาตรอนเลิกคิ้ว “ก็จริง ไร้รสนิยมมากๆเลยล่ะ ข้าเคยเอาบทละครให้มหาเทพลูซิเฟอร์ได้ลองอ่านดู เขายังพูดเลยว่ามันไร้รสนิยมสุดๆไม่มีใครเกิน แต่ว่าต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า ไม่อาจทำให้ดูรุนแรงจนเกินไป ถ้าข้าสามารถกำกับบทได้อย่างอิสระ ข้าจะเขียนให้นางเอกตายไปซะ” ผมตกใจร้องถามขึ้นว่า “ไม่คิดมาก่อนเลยว่านายเป็นพวกนิยมละครโศกนาฏกรรม” เมตาตรอนตอบว่า “ใครบอกว่าเป็นละครโศกนาฏกรรม? ให้พระเอกกับซาตานหนีตามกันไปไม่ใช่ว่าน่าสนใจกว่า?”

                F*ck! เมตาตรอน! นายมันอัจฉริยะ!

 

                เพราะเรื่องเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำการฝึกซ้อมใดๆ พวกนักแสดงรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรทำก็ควักบทละครขึ้นมาท่อง มาจนวันนี้ พวกเขาต่างก็จำบทของตัวเองไปได้ไม่มากก็น้อย แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง คาดว่าคงทำให้คนอื่นดูถูกอีกแล้ว

                ยังดีที่ฉากแรกไม่มีบทพูดมากเท่าไหร่ แค่ต้องคอยไล่ตามกราบิเอลที่วิ่งไปมาอยู่ในป่าเท่านั้น ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา รอให้ราฟาเอลออกมาจัดการผมเท่านั้น ฉากนี้ผมรุนแรงกับเธอไม่เบาเลยล่ะ ตอนที่กระชากแขนกันก็จงใจเพิ่มแรงเข้าไปด้วย กราบิเอลได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนอยู่เงียบๆ เพียงแค่ใช้สายตาดำมือถลึงมองใส่ผมเท่านั้น จริงๆแล้วนิสัยยามปกติของเธอนับว่าค่อนข้างสงบเสงี่ยมเลยทีเดียว แต่พอโกรธขึ้นมาก็ทำเอาขนลุกไปทั้งตัวได้เหมือนกัน กังวลก็กังวลอยู่หรอก แต่ดูไม่ออกเลยจริงๆ หญิงสาวที่ตรงไปตรงมาขนาดนี้จะพูดซุบซิบนินทาใครได้

                เพ้ย! ผมนี่ชอบเข้าข้างคนสวยอยู่เรื่อย ยัยนี่พูดเรื่องไม่ดีๆเกี่ยวกับคาลอส ผมต้องอย่าสนใจเธอ เป็นศัตรูกับเธอ ดูถูกเธอ!

 

                ผมเริ่มสาปแช่งพวกทีมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ ตลอดทั้งช่วงบ่าย ฝึกซ้อมกันไปได้แต่ฉากแรกฉากเดียวเท่านั้น นักแสดงหลายสิบหลายร้อยคนได้แต่ยืนมองข้างๆไม่ต้องออกแรง ส่วนผมก็ต้องคอยวิ่งไปวิ่งมา ทั้งยังต้องฉีกยิ้มชั่วร้ายจนเมื่อยหน้าไปหมด ได้ยินมาว่าสวรรค์ชั้นที่ 6 และ 7 ในยามกลางคืนยังคงสว่างเหมือนตอนกลางวัน เพียงแค่มองไม่เห็นพระอาทิตย์เท่านั้น รอจนพวกซ้อมแสดงกันเสร็จ พระอาทิตย์ก็หายไปจากท้องฟ้าแล้ว

                หลังจากทุกคนแยกย้าย เมตาตรอนชวนผมไปกินข้าวด้วยกัน แต่ผมปฏิเสธ ไม่ใช่อะไรหรอก ผมเหนื่อยจนกินข้าวไม่ลงต่างหาก

 

                คนทยอยแยกย้ายกันไปจนเกือบหมดแล้ว ผมทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างแม่น้ำซีอาร์ก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมา จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าคาลอสบอกว่าจะมารับ งั้นก็นั่งรออยู่นี่ก็แล้วกัน ขณะที่ผมกำลังเตรียมจะถอดรองเท้า หางตาก็เหลือบไปเห็นว่ามีใครบางคนนั่งลงข้างผม

 

                เมื่อหันหน้าไปมอง ราฟาเอลก็นั่งกอดเข่าอยู่ข้างๆผมแล้ว เส้นผมสีแดงปลิวสยายราวกับกลีบดอกไม้ปลิดปลิวเกิดเป็นภาพแปลกตา แต่กลับเสริมเครื่องหน้านุ่มนวลของเขาให้โดดเด่น ทั้งดั้งจมูกโด่งตรง ใบหูโค้งได้รูป ราวกับเป็นรูปสลักน้ำแข็ง นุ่มนวลดุจไข่มุก ให้กลิ่นอายของสตรีอยู่เล็กน้อย แต่ก็ถูกคิ้วเข้มพาดเฉียงราวกับกระบี่ของเขาทำลายไปจนสิ้น

                ราฟาเอลหน้าตาก็ดี นิสัยก็สุภาพเป็นสุภาพบุรุษ ก็เหมือนกับไข่มุกเรียบลื่น อบอุ่นอ่อนโยนราวกับแสงแดดในยามเช้า ทำให้คนนิยมชมชอบ ดูชิดเชื้อน่าเข้าหา ต่างกับลูซิเฟอร์ที่เป็นเหมือนอัญมณีที่เจิดจ้าบาดตา แม้จะงดงามแต่ก็สูงส่งเกินเอื้อม ก่อนที่จะมองดูเขาให้ชัดเจนเต็มตาก็คงจะถูกแสงเจิดจ้าทำให้ตาบอดซะก่อน

 

                “วันนี้คงจะเหนื่อยสิท่า?”

                รอยยิ้มของราฟาเอล แต่ไหนแต่ไรก็มีเพียงแค่แบบเดิม ผมไม่เคยเห็นเขายิ้มเย็นชา และก็ไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างสำราญใจ ผมรู้สึกมาตลอดว่าเจ้าหมอนี่เป็นเทวดาในหมู่เทวดา เป็นสินค้าชั้นดีในหมู่สินค้ามาตรฐานที่พระเจ้าสร้างขึ้น ปฏิบัติตัวกับคนอื่นก็ดีอยู่หรอก แต่กลับรู้สึกว่าขาด ความเป็นมนุษย์ไปอยู่บ้าง

                โดยเฉพาะกับเรื่องของคาลอส... โกรธ!

                คาลอสที่สมควรตาย ทำไมถึงยังไม่มาอีก?

                ผมพยักหน้าจากนั้นก็สายหน้า “ไม่เหนื่อย แต่ว่าง่วงแล้ว มหาเทพราฟาเอลมีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?” ราฟาเอลกล่าวขึ้นว่า “คาลอสเป็นไงบ้าง?” ผมชักจะไม่ไหวแล้วนะ! มาถึงก็พูดเรื่องนี้ อย่ามาหาว่าผมพาลก็แล้วกัน! เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอทำให้ฟังดูบิดเบี้ยวอยู่บ้าง “ดี ดีมากเลยล่ะ ดีซะจนร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่แล้ว” ราฟาเอลพูดขึ้นว่า “กราบิเอลไม่ได้ตั้งใจ นางแค่......” ผมตัดบทเขา “มหาเทพกราบิเอลกับมหาเทพราฟาเอลต่างก็เป็นคนดีทั้งนั้น ที่ไม่ดีคือคาลอสต่างหาก”

                เฮ้อ... ไม่พูดไร้สาระกับเขาแล้ว เกิดคาลอสมาเจอจะหาว่าผมหักหลังเขาอีก

                ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไป จู่ๆ ราฟาเอลกลับคว้ามือผมเอาไว้ “อิสเรียลอย่าบอก......คนอื่นๆ” ผมตกตะลึงอยู่เล็กน้อยก่อนจะแสยะยิ้มออกมา “อิสเรียลตำแหน่งต่ำต้อย คงทำตัวเลียนแบบพวกเทวดาชั้นสูงไม่ไหว”

               

                เดิมทีผมคิดจะนั่งดูอดีตของอิสเรียลต่อ กลับถูกราฟาเอลมาขัดจังหวะซะได้ ...เซ็ง ผมกลับบ้านไปหาคาลอส เขานั่งคุดคู้อยู่ด้านในห้อง ผมก้มลงนั่งข้างเขา “ไม่สบายเหรอ?” คาลอสจ้องผมทีหนึ่งก่อนจะพยักหน้า ผมลูบหลังเขา “พักผ่อนให้ดีๆล่ะ จริงสิ วันนี้ฉันไปทะเลาะกับกราบิเอล......” คาลอสขมวดคิ้วพูดตัดบท “ข้ารู้สึกแย่มากจริงๆ”

 

 

-28-

                เจ้าหนูคาลอสนี่นับวันชักจะลามปามเข้าไปทุกที แต่ก็ช่างมันเถอะ ราชาหลีคนนี้ใจกว้าง จะไม่เอาเรื่องซักหน ผมเดินกลับห้องของตัวเองก่อนจะนั่งลงบนเตียง ยกเท้าขึ้นมาอย่างระมัดระวังเพื่อถอดรองเท้า เจ็บซะจนพูดไม่ออก เมื่อถอดรองเท้าออกสำเร็จ แม้แต่ตัวเองก็แทบทนมองดูไม่ได้

                ที่ปลายถุงเท้ามีเลือดซึมออกมา นิ้วโป้งเท้าชาจนกระดิกไม่ได้ เฮ้อ... ทำไมผมถึงนิสัยไม่ดีแบบนี้นะ วันนี้กลับเป็นกราบิเอลซะอีกที่ดีหน่อย วิ่งไปมาด้วยความเร็วไม่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้น ผมที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาบนสนามหญ้าอยู่หลายร้อยรอบก็ทำเอาเท้าแตกไปหมด ผมค่อยๆดึงถุงเท้าออกมาทีละนิด จากนั้นก็ลองขยับนิ้วโป้งเท้าไปมา เจ็บจนร้องออกมาไม่เป็นเสียง

                ผมปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างก่อนจะนั่งยองๆ ทำท่าเหมือนกำลังปลดทุกข์ จากนั้นก็วักน้ำจากอ่างน้ำบนชั้นลงมาล้างเลือดออกก่อนจะลองขยับปลายเท้า ฝืนใจดึงหนังที่หลุดลอกออกก่อนจะกระดึ๊บๆกลับไปนอนคว่ำที่เตียงไม่ขยับอีก

 

                ลองคิดๆดูแล้ว เรื่องที่ผมมาโผล่ที่นี่ แม้แต่ตัวผมเองก็ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร ผมอยากรู้เหลือเกินว่าอิสเรียลคนก่อนเขาไปที่ไหนแล้ว ยังมีเรื่องที่ว่าผมจะกลับไปได้มั้ย ถ้าได้กลับไปต้องได้เรียนซ้ำชั้นแหงๆ

                ที่แย่กว่าก็คือ ลูซิเฟอร์ไม่รู้จักหยางลู่ เบาะแสเพียงอย่างเดียวของผมปลิวหาย แต่ถ้าสมมุติทั้งสองคนคือคนๆเดียวกัน หยางลู่คนนั้นย่อมต้องเป็นลูซิเฟอร์ที่เสื่อมจากความเป็นเทพแล้วแน่ๆ แต่ผมมองยังไงก็ไม่เห็นว่าทั้งสองจะเป็นคนเดียวกันได้ หรือว่าเทวดาเวลาเสื่อมจากความเป็นเทพไปก็จะเปลี่ยนไปทางชั่วร้ายมากขึ้น? ดังนั้นผมเลยรู้สึกว่าพวกเขาไม่ใช่คนเดียวกัน?

                สิ่งที่ผมกังวลที่สุดในตอนนี้คือเวลา

                เทวดามีอายุขัยรึเปล่า? ถ้าเกิดไม่มี... แล้วอย่างนั้น......

                ช่วงเวลานี้ พระเจ้าพึ่งจะเริ่มสร้างมนุษย์ ภายหลังยังต้องรออดัมแลกกระดูกสร้างเอวา จากนั้นก็ให้กำเนิดเคน อาเบล และเซท หลังจากนั้นก็มีเอนอช คีแนน มาฮาลอาเรล ......ไปจนถึงโนอาห์ รอจนโนอาห์พาคนขึ้นเรือ เริ่มต้นโลกใหม่......สร้างระบบเผ่าพันธุ์ รวมตัวเป็นชนเผ่า จากนั้นก็เป็นช่วงยุคหิน ยุคโลหะ ......การปฏิวัติสังคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก...อาณาจักรเปอร์เซีย ......จากนั้นก็เป็นยุคสมัยราชวงศ์เซี่ย ราชวงศ์ซาง ราชวงศ์โจว ราชวงศ์ฮั่น ยุคสามก๊ก ราชวงศ์จิ้น ราชวงศ์ใต้ ราชวงศ์เหนือ ราชวงศ์สุย ราชวงศ์ถัง ยุคสิบอาณาจักร ราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์เหลียว ราชวงศ์ซีเซี่ย ราชวงศ์จิน ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ชิง...... หลินเจ๋อสวี หงซิ่วฉวน  คังโหย่วเหวย ซุนจงซาน(ซุนยัดเซ็น) หยวนซื่อข่าย เจี่ยงเจี้ยสือ(เจียงไคเช็ค)......จนถึงยุคที่ท่านประธานเหมาได้กล่าวขึ้นว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลแห่งประชาชนจีน ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว!’ หลังจากก่อตั้งอีกไม่กี่สิบปี......

                ก็จะเป็นยุคที่ผมดำรงอยู่

                ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลานั้น บนโลกมนุษย์ก็จะมีหลีปินคนใหม่......F*ck ผมคิดมากเกินไปแล้ว แต่มีชีวิตอยู่แบบนี้มันมืดมนเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าวันไหนจะได้กลับไป ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตอนนี้มีตัวตนอยู่จริงๆรึเปล่าด้วยซ้ำ

 

                “เกิดมาก็พึ่งจะเคยเห็นคนที่ยุ่งเหยิงได้ขนาดนี้” เสียงอ่อนเยาว์เสียงหนึ่งดึงผมให้ออกจากโลกจินตนาการสู่ความเป็นจริง

                ผมเงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าของเจ้าเด็กผายลมที่เกยอยู่ตรงขอบหน้าต่าง เกือบถูกเขาทำให้ตกใจจนร้องออกมา เทวดาน้อยขยับปีกทั้ง 6 ของตัวเองไปมาเหมือนผึ้ง

                ผมหรี่ตามองเขา “นายท่านซีมีเรื่องจะพูดกับฉันรึไง?”

                เทวดาน้อยยืนอยู่ตรงจุดที่ห่างจากผมที่สุด ก่อนจะขมวดคิ้วมองเท้าของผม “สิ่งที่ชาวสวรรค์ทะนุถนอมมากที่สุดคือปีกกับฝ่าเท้า เจ้าจัดการมันยังไงเนี่ย” ผมหันไปมองเท้าตัวเองก่อนจะพูดอย่างสงสัย “เลือดหยุดไหลไปแล้ว แถมฉันยังเอาน้ำล้างแล้วด้วย สะอาดจะตายไป” ยิ่งไปกว่านั้น เท้าของอิสเรียลทั้งขาวทั้งนุ่มทั้งเรียบลื่น ไม่มีความเป็นเท้าเลยซักนิด เผลอๆอาจจะใช้ล่อคนได้ด้วย ...ฮ่าฮ่า

                เทวดาน้อยยังยืนอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางรักษามาด ในดวงตาคือความดื้อรั้น “จนกว่าแผลจะหายดี ห้ามลุกขึ้นเดินเด็ดขาด” ผมส่ายหน้า “ทำแบบนั้นได้ที่ไหนเล่า พรุ่งนี้ยังต้องไปซ้อม นายท่านซี ฉันไม่เหมือนนายที่เกิดมาเป็นผู้ลากมากดีนะ ฉันมันชนชั้นแรงงาน ได้แผลนิดๆหน่อยๆไม่เป็นไรหรอกน่า”

                เทวดาน้อยส่ายหน้าก่อนจะกระพือปีกบินเข้ามายืนตรงหน้าผม “เจ้านี่หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ” ไอ้ท่าทางวางก้ามใหญ่โตแบบนั้น~~ วะฮ่าฮ่า... เห็นแล้วอยากหัวเราะจริงๆ

 

                เทวดาน้อยค่อยๆยกมือประสานกันที่หน้าอก เห็นผิวขาวๆราวกับแตงกวานั่นแล้วก็ให้รู้สึกอยากเข้าไปกัดซักคำ เขาหลับตาลง เส้นผมอยู่ๆก็ปลิวสยายออก ใจกลางฝ่ามือปรากฏหยดน้ำสีเขียวแวววาวขึ้นมาจำนวนหนึ่ง

                ลำแสงสีทองทอประกาย เดี๋ยวยืดยาวเดี๋ยวหดสั้น ขณะเดียวกันก็เป็นดั่งแสงอาทิตย์ยามเช้า แสงนั้นสาดลงที่ผิวที่ได้รับบาดเจ็บ เลือดที่ไหล เนื้อที่ปริแตก ประสานเข้าเป็นเนื้อเดียว ไม่ทิ้งไว้แม้แต่รอยขีดข่วน

                ผมมองเท้าตัวเองอย่างตะลึง “WOW……แค่นี้เสร็จแล้วเหรอ? น้องชาย เทคนิครักษาแผลของนายสุดยอดไปเลย!” เทวดาน้อยเงยหน้ามองผม ดวงตาคู่นั้นเป็นสีฟ้าแต่กลับปรากฏรังสีสังหารออกมา “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?” ผมดึงเขามานั่งบนตัก เขย่าขาไปมา เส้นผมของเขาก็กระเด้งกระดอนตามจังหวะเขย่า ผมยิ้ม “ดูเผินๆนายมันเด็กกวนประสาทชัดๆ แต่ปฏิบัติกับคนอื่นได้ไม่เลวเลยนี่ ฉันตัดสินใจแล้ว ตั้งแต่ตอนนี้ไปฉันจะเป็นพี่ชายของนาย” เทวดาน้อยยังทำหน้าบูดเหมือนเดิม แต่จู่ๆก็นิ่งงันไป

 

                ผมยื่นมือออกไปโบกตรงหน้าเขา “พ่อแม่นายไม่สนใจนายหรือยังไง? ดึกดื่นป่านนี้ทำไมถึงปล่อยให้ออกมาคนเดียวได้? อา... จริงสิ นายเป็นลูกของมหาเทพลูซิเฟอร์เหรอ?” เฮ้อ... น่าสงสารจริงๆ แม้แต่แม่ตัวเองเป็นใครก็ไม่รู้

                เทวดาน้อยขมวดคิ้วมุ่น “ใครบอกเจ้า?” ผมยื่นนิ้วออกไปลูบหัวคิ้วของเขา “เด็กน้อยไม่ควรขมวดคิ้วบ่อยๆ โตขึ้นเดี๋ยวจะมีริ้วรอย เรื่องนั้นฉันเดาเองแหละ ไม่ใช่ก็ถือว่าฉันเดาผิด ฉันยังคิดว่านายเป็นลูกลับๆของเขาด้วยซ้ำ ยังดีที่ไม่ใช่ ลูซิเฟอร์นี่เจ้าปัญหาจริงๆ” เทวดาน้อยเลิกคิ้ว ...ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกวางก้ามจริงๆ “เอ๋? ทำไมถึงเจ้าปัญหาล่ะ?” นั่นสิ ทำไมถึงเจ้าปัญหานัก? เอ๋......

                “ไม่รู้สิ แค่รู้สึกไม่ชอบที่เขาชอบเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางละมั้ง ฉันเห็นนายยังเป็นแบบนี้ต่อไปต้องกลายเป็นแบบเขาแน่ๆ จมูกจะชี้ไปถึงหน้าผากอยู่แล้ว แถมยังชอบออกคำสั่งอีกต่างหาก ใครๆต่างก็พูดกันว่าคนธรรมดาไม่กล้าสบตาลูซิเฟอร์ได้เกิน 10 วิ อย่างฉันยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทนได้ไม่ถึง 1 วิด้วยซ้ำ น้องชาย ความสูงศักดิ์ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจนักหรอกนะ อย่าไปเลียนแบบเชียวล่ะ รู้มั้ย?”

 

                เทวดาน้อยถามว่า “มีคนพูดแบบนั้นด้วยเหรอ?” ผมตอบไปว่า “มีสิ ทำไมจะไม่มี? อย่าพูดถึงเขาดีกว่า เหม็นสาบเขาไปหมดแล้ว!” ที่จริง ลูซิเฟอร์ก็ไม่นับว่าถือตัวนักหรอก เขายังส่งยิ้มให้ผมด้วย......แต่ว่า......แต่ว่าอะไรผมก็พูดไม่ออก

                จู่ๆเทวดาน้อยก็ฉีกยิ้ม “ข้าว่าคำพูดที่เขาพูดกับเจ้า จะต้องน่าสนใจมากแน่ๆ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1624 Ddd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 02:53

    เริ่มจะเพลียความปากมาก วางโต ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่ใฝ่เรียนรู้ ทัศนคติไม่ดี ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก และความจูนิเบียวขั้นอ่อนๆของหลี่ปิน แต่ที่จะทนอ่านต่อไปเพราะอยากเห็นลูซิเฟอร์ออกมาเยอะๆ5555

    #1,624
    0
  2. #1579 palm4588 (@palm4588) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 20:12
    กลัวจะหาที่ตายอีกรอบไงก็ไม่รู้55555
    #1,579
    0
  3. #1515 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 08:55
    อย่าปากไม่ดีสิ เฮ้ออออออ
    #1,515
    0
  4. #1471 neaumn_sm (@neaumn_sm) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 23:20
    เหมือนจะเห็นความซวยนายเอกลางๆนะ
    #1,471
    0
  5. #1420 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 21:57
    กี๊ด เทวดาน้อย
    #1,420
    0
  6. #1091 []SO_DadE[] (@sodade) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:29
    นายน้อยยยย
    #1,091
    0
  7. #795 สพัจน์บ็อบ. (@spondboz_ss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:11
    เมตาตรอนเราชอบนายจริง ๆ นะ งุ้ยยย นายน้อยซีคือลูซิเฟอร์หรือเปล่า ช่างเถอะ เราทีมเมตาตรอน(?)
    #795
    0
  8. #154 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 12:59
    นายน้อยซีนี่เดาว่ามิคคาเอลหรือเปล่าน้า !? ไม่ใช่ลูกลูซิเฟอร์แต่เป็นน้องชายต่างหาก และก็แบบลูซิเฟอร์กับมิคคาเอลงดงามพอๆกันใช่ไหม เดาว่ามิคคาเอลที่ยังไม่ออกแล้วกัน 5555
    #154
    0
  9. #153 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 20:46
    หลี่ปิน ขอให้นายโดนนายน้อยกินนะ ขอให้นายน้อยซีคือลูซิ เพี้ยง
    #153
    0
  10. #151 อัลฟินด์ (@alfhind) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 04:27
    ชอบเมตาตรอน ยิ่งบอกบทที่ตัวเองอยากได้ยิ่งชอบ ตลกกกกก ให้ซาตานกับเทพหนีตามกันไป โอ้ย อยากดูการแสดงเรื่องนั้น >_<~ ต่อไปจะเรียกเมตาตรอนว่าป๋าละนะ นิสัยแบบนี้ การกระทำแบบนี้ ใจป้ำหน้าใหญ่แจกเช็คเปล่าให้ไปเติมเองแบบนี้ ฮือออออออ ขอจองตัวให้หนูหลีปินซักคนสิคะอิสเรียล ว่าแต่ว่า ฟลีปินมีชื่อจริงภาษาอังกฤษว่าอิสเรียล แล้วอิสเรียลล่ะใช่หลีปินหรือเปล่า? เงื่อนงำเยอะจริงๆ ยิ่งอ่านยิ่งงงยิ่งค้างคายั่วให้อยากรู้ความจริงเพิ่มไปร้อยเท่า ;-;


    โว้วๆ นายน้อยซีน่ารักมากกกกกก งื้อ เข้าใจอารมณ์หลีปินที่อยากเป็นพี่ชายเลย เด็กดื้อ ชอบถือตัว แต่ก็ช่วยเหลือคนอื่น น่ารักเนอะหลีปินเนอะ จับกิ--- แค่กๆๆๆ จับมาสั่งสอนให้เป็นเด็กดีเลยเนอะ สนับสนุน คิคิ
    #151
    0
  11. #150 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 17:26
    ชอบบทที่เมตราตรอนอยากแต่ง นายมันอัจฉริยะ ฮ่าๆๆๆๆ

    หมั่นไส้ราฟาเอลอ่ะค่ะ โอ้ยยยย

    ส่วนนายน้อยซีน่าร้ากกกก เดาว่านายน้อยซีนี่แหละลูซิเฟอร์ตัวจริง พระเอกตัวจริง ฮ่าๆ
    #150
    0
  12. #149 Dream (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 16:04
    นายน้อยซี คือ ลู่หยาง????
    #149
    0
  13. #148 sec_chan (@secchan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 15:40
    ราฟาเอลเถียงอิสเรียลไม่เคยทัน ไม่ได้เต็มประโยคเต็มสักที อิสเรียลมันคิดไปเองรึเปล่านะ ไม่คิดว่าเทพอย่างราฟาเอลจะเอาเรื่องคาลอสไปพูดเอง

    มาตาตรอนนี่เหมือนผู้ใหญ่สูงอายุที่เอ็นดูเด็กยังไงไม่รู้ กับอิสเรียลคนเดิม สองคนนี้น่าจะผ่านกันมามาก
    #148
    0
  14. #147 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 11:46
    เทวดาน้อยคือใครกันแน่!? เชื่อว่าอิสเรียลโดยรูปลักษณ์ภายนอกของเทวดาน้อยหลอกแล้ว! ระวังโดนหลอกไปกินตั--- แค่ก! ขอบคุณครับ
    #147
    0
  15. #144 NoEnd-Infinity (@--noon--) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 11:09
    นายท่านซี~
    #144
    0
  16. #140 Massillon (@min29) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 10:19
    ใช่ที่ลูซิเฟอร์บอกว่าหลีปินยังเด็กอะไรนั่นรึเปล่าหว่า
    หลังๆรู้สึกเมตาตรอนกำลังมาแรง
    #140
    0
  17. #134 GYUZ (@gyugyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 08:54
    ทำไมราฟาเอลพูดแบบนั้นอ่ะ
    ไม่ใช่เขารู้กันหมดแล้วหรอ
    เรางง กลับไปอ่านใหม่แปบ

    ชอบเมตราตรอนอ่า
    คู่นี้ดีงามมาก นายน้อยซีก็น่ารัก
    #134
    0
  18. #133 relis (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 08:28
    แต่ว่าอะไรคะ เป็นคนความจำสั้นหลีปิช่วยทวนให้หน่อย ขอคำพูดลูซิเฟอร์ด่วน



    เมตราตรอนทำไมไม่แต่งบทแบบที่คิดทีแรกล่ะ น่าสนุกกว่าเยอะ ให้หนีตามกันไปเล้ย



    ราฟาเอลกลัวหลีปินไปแพร่ข่าวที่ตัวเองจูบกับคาลอสสินะ ทำแล้วไม่รับผิดชอบเอาซะเลย



    เฮ นายน้อยซีกลับมาแล้วหลีปินจะสอนเด็กน้อยให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยให้เป็นเมะที่ดีได้หรือไม่
    #133
    0