เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 11 : ทัณฑ์สวรรค์ [11]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-21-

                พื้นด้านล่างส่องแสงแพรวพราวราวกับเป็นลานสเก็ตน้ำแข็ง ผมพึ่งจะพุ่งไปถึงประตูก็นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เจ้าเด็กผายลมนั่นไปไหนแล้ว? เจ้าเด็กนั่นเป็นเทวดา 6 ปีก แต่พลังเวทมนตร์ยังไม่แกร่งถึงขนาด ฟาดทีเดียวตาย พอนึกถึงใบหน้านุ่มนิ่มราวกับหมั่นโถนั่น ผมก็รู้สึกว่ามันช่างคุ้นตาซะเหลือเกิน......

                เขาเหมือนกับคนๆหนึ่ง

                หยางลู่ พูดอีกอย่างคือ... ลูซิเฟอร์

                แต่ว่า ใบหน้าของเจ้าหนูนั่นน่ามองกว่าใบหน้าของหยางลู่ตั้งเยอะ ทั้งยังมีบางอย่างที่ผมอธิบายไม่ออกผสมรวมอยู่ด้วย......บางอย่างที่มีแต่ในชาวสวรรค์เท่านั้น นอกจากนี้ ชาวสวรรค์ช่างใสสะอาดบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ซะจนทำให้คนรู้สึกว่าอาจจะไปทำให้เขามัวหมองได้ ถึงแม้หยางลู่จะมีใบหน้าชวนสะท้านฟ้าสะเทือนดิน แต่ไม่มีรัศมีแบบชาวสวรรค์ เขาชั่วร้ายเกินไป

                แต่ไม่ว่าจะมองยังไง หยางลู่ไม่ได้อยู่บนสวรรค์ เจ้าเด็กผายลมนั่นหน้าตาคล้ายกับเขาพูดอีกอย่างก็คือเหมือนลูซิเฟอร์ ที่แท้ก็เหมือนลูซิเฟอร์......F*ck… เป็นไปไม่ได้น่า... เขาคือ...ลูกลับๆของลูซิเฟอร์?

                F*ck!

                ผมจะเก็บเรื่องลูกลับๆของลูซิเฟอร์เป็นไม้เด็ดของผม! !

                ผมหยุดเท้าที่กำลังก้าวออกจากห้องนอน เทวทูตทั้งหลายยืนอยู่ด้านข้างของผม ปีกของแต่ละคนพับเก็บในตำแหน่งเดียวกันอย่างเรียบร้อย ดูไปดูมาแทบไม่ต่างไปจากรูปปั้น

                ผมถามเสียงเบา “มหาเทพแซนเดอฟาน แล้วนายท่านซีอะไรนั่นหล่ะ?”

                ถึงแม้จะพูดเสียงเบาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเกิดเสียงสะท้อนไปมาในห้อง

                แซนเดอฟานตอบว่า “นายท่านซ...ซ...ซ...ซ...ซ...ซี ป...ป...ไป...ไป...ไป ......ไป...ข้าเองก็ไม่รู้”

                เหงื่อตก... รู้ทำไมต้องใช้เวลาคิดนานขนาดนี้ นี่เขาเป็นไอดอลของผมจริงรึเปล่าเนี่ย? ผมคิดมาตลอดเลยว่าคนที่สามารถเขียนหนังสือประเภทนั้นออกมาได้จะต้องเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมมองการณ์ไกล...คล้ายๆ...จะว่าไงดี...คล้ายๆเป็นอัครมหาเสนาบดีของสวรรค์... ...เมตาตรอน?

 

                ผมมองไปที่นอกหน้าต่าง ไม่ได้การ ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว......ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังกลัวอะไร ได้เจอลูซิเฟอร์ ไม่ใช่ว่าเรื่องทุกอย่างก็คลี่คลายหรอกเหรอ? แต่ว่า...แต่ว่า...

                จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นที่หน้าประตู “พระผู้เป็นเจ้ามิได้กำหนดเวลาที่แน่นอน ท่านมหาเทพมิจำเป็นต้องรีบร้อนทำให้เสร็จก็ได้” เท้าผมพึ่งจะก้าวออกจากประตูห้องนอน ก็มีคนๆหนึ่งเดินสวนเข้ามา ร่างสองร่างกระแทกกันอย่างแรงจนล้ม เดิมทีผมก็ไม่มีแรงอยู่แล้ว พอถูกชนล้มก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บ ก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น รองเท้าก็ยังไม่ได้ใส่ เสื้อนอกก็หลุดลุ่ย ยังดีที่กางเกงไม่หลุดลงมาด้วย ไม่งั้นได้ขายหน้ากว่านี้แน่ แต่จะว่าไปแล้ว เท้าสองข้างของอิสเรียลช่างให้ความรู้สึกเย้ายวน......นี่ถ้าเกิดเมตาตรอนมาเห็นเข้าจะต้องเกิดอ......อา......

                ผมเงยหน้า มองเห็นเทวดา 6 ปีกตนหนึ่ง บนร่างสวมชุดยาวสีดำตัดขาว เชือกผูกสีเงินห้อยพู่ยาวตรงหน้าอกด้านล่างเป็นสร้อยไม้กางเขน ใบหน้าคมเข้มเห็นเค้าหน้าชัดเจน ดวงตาดำสนิททั้งสองข้างทั้งยังสวมแว่นตาไว้อีกชั้น เขากอดหนังสือเล่มหนาไว้หนึ่งเล่ม ผมด้านหน้าบางส่วนตกลงมาปรกแว่นตา ทั้งเนื้อทั้งตัวเรียกได้ว่าเป็นคุณชายสุภาพบุรุษ 200%

                ผมกำลังคิดจะบรรยายความมีเอกลักษณ์ของเขา แต่ก็พบว่าคนๆนี้คือ... เมตาตรอน

 

                เขาอ้าปากออกน้อยๆแต่กลับไม่พูดอะไร

                ผมเหลือบไปเห็นว่าตัวเองตอนนี้กำลังอยู่ในท่าล่อแหลม ไม่ต้องพูดถึงหน้าอกเปล่าเปลือยที่โผล่พ้นออกมานอกร่มผ้า สองขาของผมยังอ้าออกกว้างอีกต่างหาก ชิ-หาย ถึงว่าทำไมเมตาตรอนถึงได้ตกใจขนาดนั้น คงไม่ได้คิดถึงวันเก่าๆอยู่หรอกใช่มั้ย?

                ผมรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สงบปากสงบคำเอ่ยขึ้นว่า “คำนับมหาเทพเมตาตรอน” เมตาตรอนขมวดคิ้ว “เจ้าหายไป 1 เดือน มาอยู่ที่นี่เองหรอกเหรอ?” ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าเจ้าหมอนี่คิดเหลวไหลอะไรอยู่ ผมพยักหน้า เดิมทีคิดจะอธิบาย แต่ก็ช่างเถอะ ปล่อยเขาเข้าใจผิดไป ป้องกันไม่ให้เขาคิดไปเองว่าผมมีใจให้

                เมตาตรอนกำหนังสือในมือแน่นขึ้น ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นบางก่อนจะปล่อยออก จากนั้นก็เลิกคิ้ว จากนั้นก็พูดด้วยท่าทางเปิดเผยว่า “ที่แท้เจ้าก็มาอยู่ที่นี่ พวกข้ายังคิดว่าเจ้ากลายร่างเป็นนกพิราบบินหนีไปแล้วซะอีก”

                ......

                นี่... ผมควรจะตอบอะไรกลับไปดี? ผมต้องหัวเราะมั้ย?

 

                ตอนนั้นเอง บนทางเดินกว้างก็ปรากฏเสียงฝีเท้าขึ้น คนๆหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบช้าแผ่วเบา “เมตาตรอน ข้าคิดชื่อผู้หญิงได้แล้ว แต่ชื่อผู้ชายยังคิดไม่ได้”

                เสียงเป็นของผู้ชายอายุราวๆ 20 ปี กังวานใสแต่ไม่แหลม ฟังแล้วสบายหู ทุกคำพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ ไม่เร็วไม่ช้า ทั้งนุ่มนวลดุจหยดน้ำค้าง ชั่วขณะหนึ่ง ผมแทบไม่กล้าหายใจ ค่อยๆขยับไปที่หน้าประตู

                เมตาตรอนรีบหันร่างกลับไป “ยูจีนเป็นยังไง?”

                “พระเจ้ากล่าวไว้ สัญลักษณ์แห่งพลังของเขากับการเกิดใหม่ จะต้องทำให้คนรู้สึกเกิดแรงบันดาลใจแล้วก็เต็มไปด้วยความรู้สึก” เสียงนี้ ฟังดูราวกับเขากำลังพึ่งพอใจ

                เมตาตรอนพูดยิ้มๆว่า “ก็เหมือนกับท่าน แตกต่างจากทารกทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พึ่งจุติบนโลก ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ใช่หรือไม่?”

                เสียงนั้นหัวเราะออกมา “ไม่ผิด”

 

                เวลาต่อมา เทวดาตนนั้นก็ก้าวเข้ามาในห้อง สรรพสิ่งในห้องคล้ายจะสูญเสียสีสันไปในพริบตา

                เสื้อนอกเปิดอกสะอาดสะอ้านเผยให้เห็นเสื้อรัดรูปตัวยาวสีน้ำเงิน ถุงมือสีขาวประดับด้วยดิ้นเงิน ที่เอวห้อยอัญมณีพวงหนึ่ง เมื่อเขาขยับเคลื่อนไหว อัญมณีพวกนั้นก็จะส่งเสียงออกมาเบาๆ เส้นผมสีทองถูกมัดด้วยเชือกยาวสีเดียวกันปล่อยทิ้งไว้ที่บ่าให้สยายลงคลุมร่างราวกับน้ำตก ดูเจิดจ้าสว่างตา

 

                เมื่อผมได้เห็นปีกของเขา

                แสงจากปีกเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์เสียอีก ทั้งยังงดงามยิ่งกว่าอัญมณี ราวกับเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เพียงแค่สยายปีกก็ดูราวกับกำลังเปล่งรัศมีออกมาจริงๆ

                นี่เป็นปีกที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น

 

                เคยมีคำพูดกล่าวไว้ว่าเสน่ห์ของคนเราก็เปรียบเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งก็ได้รับความรักใคร่ลุ่มหลง อีกด้านหนึ่งคือความเกลียดชังเข้ากระดูก แต่เทวดา 6 ปีกตรงหน้ากลับถือดาบสองคมนั้นได้อย่างดียิ่ง ทั้งแข็งแกร่ง ว่องไว เพียงแค่เขาแย้มรอยยิ้มก็สามารถหลอกล่อศัตรูให้หลงงมงายได้อย่างง่ายดาย

 

                เขาเดินไปที่หน้าต่าง สายตาจ้องมองไปยังทัศนีภาพตื่นตาตื่นใจด้านนอก จักรวรรดิแห่งโลหสวรรค์ แชงกรีลาร์

                “บุรุษคนแรกแห่งสวนอีเดน สามีของลิลิธ......ควรจะชื่ออะไรดี?”

                “อดัม” ผมตอบออกไปโดยจิตใต้สำนึก

                แปลก ลิลิธ? ผมจำได้รางๆว่าลิลิธคือภรรยาของราชาปีศาจ เป็นภรรยาของลูซิเฟอร์ ทำไมถึงกลายเป็นภรรยาของอดัมไปได้? ......นี่... คงไม่ใช่ว่านี่เป็นประวัติศาสตร์จริงๆแบบไม่เป็นทางการหรอกนะ?

                ผมมองไปที่พวกเขาโดยไม่รู้ตัว ถึงได้พบว่าพวกเขาทั้ง 2 คนกำลังมองมาที่ผม

                ลูซิเฟอร์หันหน้ามา เขาพิงร่างอยู่ตรงข้างหน้าต่าง แม้จะเว้นระยะกันไกล แต่ผมก็มองเห็นดวงตาของเขาได้อย่างชัดเจน ดวงตาสีน้ำเงินกระจ่างใสดุจผืนมหาสมุทร เขายิ้มบางเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น “อดัม ชื่อนี้ไม่เลวจริงๆ”

 

 

-22-

                ผมบอกอดัมเขาก็บอกอดัมงั้นเหรอ ที่มาของชื่ออดัมคือแบบนี้งั้นเหรอ? ไม่หรอกมั้ง... มั่วซั่วเกินไปแล้ว! แต่ว่า ไม่ใช่ว่าพระเจ้าเป็นคนประทานชื่อให้อดัมหรอกเหรอ? ในคัมภีร์ไบเบิ้ลบันทึกไว้ว่าพระผู้เป็นเจ้าประทานชื่อให้กับบุตรชายว่าอดัม เป็นชื่อที่ปล้นมาจากลูซิเฟอร์ที่ปล้นมาจากผมที่ปล้นมาจากไบเบิ้ลที่ปล้นมาจากพระผู้เป็นเจ้า......ผมเวียนหัวไปหมดแล้ว

                ลูซิเฟอร์ขยับขึ้นไปนั่งบนขอบหน้าต่าง ทำท่าไม่ต่างไปจากรูปปั้นในเมืองเยลูซาเล็มเลยซักนิด แต่กลับต่างกันคนละโยชน์ ทำไมคำพูดประโยคแรกกับหลังถึงได้ขัดแย้งกัน ก็เพราะคนกับรูปปั้นไม่เหมือนกันยังไงล่ะ อย่างเช่นว่ารูปปั้นมีใบหน้าเหมือนหยางลู่ หรือก็คือลูซิเฟอร์ แต่ผมกลับหาทางเชื่อมลูซิเฟอร์กับหยางลู่ไม่ได้จริงๆ

                “อ...อิสเรียล ร...ร...รีบทำความเคารพ” แซนเดอฟานลากผมให้นั่งลงคุกเข่า

                “อา... ได้ๆ” ผมรีบนั่งลงคุกเข่าข้างเขา

                พึ่งจะคุกเข่าลงผมก็เกิดอาการเหงื่อตก ทำไมผมต้องคุกเข่าด้วย? นอกจากพ่อแม่ตัวเอง ผมไม่เคยคุกเข่าให้ใคร ไม่ถูกต้อง! คิดว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจของลูซิเฟอร์แล้วผมจะยอมแพ้เหรอ? ไม่มีทาง! ลูซิเฟอร์พูดเสียงเบา “ลุกขึ้นเถอะ”

                ผมลุกขึ้น คิดอยากจะหยิกหูตัวเองแรงๆ

                “เจ้าก้าวเข้ามา” เสียงสะท้อนดังขึ้นในห้อง

                ผมมองซ้ายทีขวาที เทวดาในห้องยืนนิ่งเป็นรูปปั้น แซนเดอฟานกับเมตาตรอนส่งสายตามองผม ผมถึงค่อยรู้ตัวก้าวเดินเข้าไปหาลูซิเฟอร์ ทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปใกล้ก็รู้สึกเหมือนศีรษะหนักขึ้นอีกครึ่งกิโล ยิ่งใกล้ลูซิเฟอร์มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเหมือนเล่นจักจั่นลอกคราบ เพรางั้นยิ่งเดินก็ยิ่งช้า จนแซนเดอฟานต้องดันผมเข้าไป ผมถึงเร่งเท้าเดินเข้าไปใกล้เขา

 

                เมื่อมาถึงตรงหน้าของอีกฝ่าย ผมก็ก้มหน้างุด รู้สึกไม่เป็นตัวเองสุดๆ

                “เงยหน้าให้ข้าดูซิ”

                ผมพ่นลมออกมาทีหนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็ก้มหน้าลงอีก

                ลูซิเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ “ไม่ต้องตื่นเต้น”

                ผมไม่ได้ตื่นเต้นซะหน่อย......อาจใช่ ทำไมผมรู้สึกว่าขามันไม่มั่นคงอย่างนี้ล่ะ?

                ผมเงยหน้า แต่พอได้สบตากับเขา ก็ต้องรีบเสมองไปทางอื่น

                “เจ้าชื่ออิสเรียล?”

                “ช...ใช่แล้ว”

                “ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่?”

                “ม...เมื่อกี้”

                ชิ-หาย ผมกลายร่างเป็นแซนเดอฟาน 2 ไปแล้ว ในที่สุดผมก็รู้แล้วว่าทำไมแซนเดอฟานถึงได้ติดอ่างแบบนั้น จะต้องเป็นเพราะเขียนหนังสือเล่มนั้นจบ ถูกลูซิเฟอร์ดึงตัวมาเป็นข้ารับใช้แน่ๆ เวลาๆผ่านไปนานเข้าก็เลยกลายเป็นแบบนั้น ประเมินจากสถานการณ์แล้ว เพื่อประโยชน์สุขในอนาคตของผม ผมควรต้องรีบหาทางออกไปจากปราสาทแห่งแสงนี่!

 

                ลูซิเฟอร์มองผมอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆก็ยิ้มออกมา “ยังเด็กอยู่จริงๆ”

                F*ck เด็กน้อย! เจ้าตุ๋มติ๋มอิสเรียลนี่ดันเกิดมามีผิวพรรณนุ่มนิ่มน่าเจี๊ยะ โทษฉันได้เหรอ? นายคิดว่าฉันอยากเกิดมามีสารรูปแบบนี้รึไง?

                “เทียบกับมหาเทพลูซิเฟอร์ อิสเรียลย่อมเป็นเพียงเด็กน้อยอยู่แล้ว” ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่ บิดาอยากจะต่อยตัวเองให้ตายจริงๆ จะเทียบอะไรกับอะไรห๊ะ? ไม่ลุ่มหลงในลาภยศเงินทอง! ไม่หวั่นแม้มีกองทองอยู่ตรงหน้า! ไม่ก้มหัวให้กับอำนาจ! ให้ตาย!

                ลูซิเฟอร์กล่าวว่า “ละครเวทีของเมตาตรอนต้องแสดงให้ดี รู้ใช่มั้ย”

                ผมพยักหน้าแรงๆ

                ลูซิเฟอร์ตบบ่าผมเบาๆ ผมตัวแข็งค้างไปแล้ว

                “แซนเดอฟาน พาเขาไปส่งที่สวรรค์ชั้นหก”

                เขาพูดกับผมแค่ไม่กี่ประโยค แต่ผมกลับรู้สึกว่าเวลาผ่านไปแล้วหลายร้อยปี......ไม่สิ ผ่านไปหลายพันปีสวรรค์เลยต่างหาก ผมคิดอยากจะพุ่งออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่กลับคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงถามขึ้น “มหาเทพลูซิเฟอร์......รู้จักหยางลู่รึเปล่า?” อา... ไม่ก้มหัวให้กับอำนาจ!

                ลูซิเฟอร์ส่ายหน้า

                “แล้ว......นายน้อยซีเป็น......ผมหมายถึง... เขาไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?” หลีปินเอ๋ยหลีปิน เกิดเป็นคนต้องไม่เสแสร้ง!

                ลูซิเฟอร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่รู้จัก”

                เห็นท่าทีแบบนั้นก็รู้ว่าไม่ควรถามอะไรต่อ ผมถอยออกมาหนึ่งก้าว จากนั้นก็ถอยอีกหนึ่งก้าว วิ่งกลับไปที่แซนเดอฟาน ชี้มือชี้ไม้ไปที่ด้านนอก จู่ๆเมตาตรอนก็ขัดขึ้นว่า “อิสเรียล”

                ผมหันไปมองเขา เมตาตรอนดันแว่นไปมา “เจ้าขาดเรียน 1 เดือนจะต้องได้รับโทษ” พูดเสร็จก็ล้วงเอากระดาษหนังวัวออกมายิ่นให้ผม ผมยื่นมือออกไปรับไว้ เมตาตรอนฉีกยิ้ม “เอานี่ไปที่ปราสาทภาวนาตึกที่หนึ่งเพื่อลาป่วย” ผมพยักหน้า ขอบคุณเขาคำหนึ่ง จากนั้นก็ออกจากห้องไปพร้อมกับแซนเดอฟาน

                มาถึงโถงกลางของปราสาทแห่งแสง ผมก็รู้สึกเปิดหูเปิดตาว่าอะไรกันแน่ที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์ที่แท้จริง  คนยืนอยู่ในโถงแทบไม่ต่างจากเรือน้อยที่ลอยอยู่กลางทะเล แถมยังบินไม่ได้ ต้องเดินจนขาแทบขาดถึงจะมายืนอยู่หน้าประตูได้ เหนื่อยจนหายใจไม่เป็นจังหวะ เท้ากำลังจะก้าวออกจากประตู เมตาตรอนก็เดินตามออกมาพูดว่า “อิสเรียลน้อย เจ้ายังอยากเป็นเทวด้วนอีกรอบมั้ย”

                ผมคิดอยู่เป็นครึ่งวันกว่าจะเข้าใจว่า เทวด้วนหมายถึงอะไร “ไม่อยาก ซักนิดก็ไม่อยาก”

                “ไม่อยากก็ตั้งใจเรียนให้ดี ขอแค่สอบผ่าน หลังแสดงละครจบ เจ้าก็สามารถอาศัยอยู่ที่ซีมาร์ต่อได้”

                “จริงเหรอ? ไม่ใช่ว่าเทวดา 2 ปีกอยู่บนสวรรค์ชั้นหกไม่ได้หรอกเหรอ?”

                “เด็กโง่ ไม่มีใครบอกเจ้าหรือ สำนักภาวนากับสำนักสวรรค์เป็นโรงเรียนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ถ้าผ่านระดับ 6 ก็จะได้รับปีกขาว 4 ปีก ผ่านระดับ 7 ก็ได้ปีกฟ้า 4 ปีก ผ่านระดับ 8 จะได้ปีกทอง 4 ปีก ถ้าผ่านระดับ 9 ก็จะได้เป็นเทวทูต 6 ปีก”

                “เหลวไหล จะไปมีเรื่องง่ายแบบนั้นที่ไหน?”

                “ระดับ 9 จะต้องสอบภาษาสวรรค์ ศาสตร์คำนวณ ประวัติศาสตร์ 3 โลก แล้วก็เวทมนตร์ขั้นสูง ผ่านด่านนี้ไป ก็สามารถเป็นอัครเทวทูต 4 ธาตุได้ หรือไม่ก็อัครเทวทูตภาวนา ไม่ก็อัครเทวทูตดาบอาญาสิทธิ์ หรืออัครเทวทูตเกาทัณฑ์ อัครเทวทูต 4 ธาตุที่จบจากสำนักภาวนามีอยู่ไม่น้อย แต่ในรอบหนึ่งพันปีสวรรค์มานี้มีเพียงซามูเอลเท่านั้น เจ้าก็รู้ สวรรค์ในตอนนี้ไม่มีสงคราม ใครก็ไม่อยากจับดาบสู้รบทั้งนั้น คนที่หันมาเล่นเวทมตร์มีมากมาย การแข่งขันก็ยิ่งสูง จริงๆเจ้าสามารถย้ายไปเรียนที่สำนักสวรรค์ได้นะ ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

                ถึงผมจะอยากลองใช้เวทมนตร์ขนาดไหน แต่ว่าผมดันจำคาถาอะไรไม่ได้ซักอย่าง

                ถ้างั้น... เปลี่ยนสำนักดูก็ได้!

                แต่ว่า... ได้ยินมาว่าลูซิเฟอร์ชอบไปที่สำนักสวรรค์บ่อยๆ......

                “ไม่เอา ผมอยากจะอยู่ที่สำนักภาวนาจริงๆ ถ้ามหาเทพเมตาตรอนต้องการช่วย ก็ช่วยหางานให้ผมหน่อยสิ”

                “เจ้าขาดแคลนเงิน?”

                “ขาดแคลนสุดๆ”

 

                พึ่งพูดจบ เมตาตรอนก็ยื่นกระดาษสีเหลืองนวลแถบเงินส่งมาให้ผม “ด้านนอกสำนักภาวนามีร้านแลกเงินเซราฟิมอยู่ เจ้าเขียนจำนวนเงินลงไปแล้วก็ไปถอนเงินจากที่นั่นซะ” ผมจิกกระดาษในมือ จิกแล้วก็จิกอีก

                นี่คือ... ไอเท็มในตำนาน......กระดาษหนังวัวบาซี? หรือพูดอีกอย่างก็คือเช็คงั้นเหรอ?

                ใจป้ำเกินไปแล้ว!

                ผมเอากระดาษบาซียัดคืนกลับไป เมตาตรอนเลิกคิ้ว “เอ๋ เจ้าเกรงใจข้าอีกแล้วเหรอ? ลายเซ็นบนกระดาษนั่นมีค่ามากนะ ซื้อเมืองเยลูซาเล็มได้ทั้งเมืองเลยล่ะ” ผมโบกมือ “ผมทำแบบนี้ไม่ลง”

                เมตาตรอนนิ่งงันก่อนจะรับกระดาษคืนกลับไป เขาถอดแว่นออกมาเช็ด “ซื่อตรงเกินไปก็ไม่ดีนะ อิสเรียลน้อย เมื่อก่อนเจ้าก็เป็นแบบนี้ รับเคราะห์ไปขนาดนั้น ไม่ได้บทเรียนอะไรกลับมาบ้างเลยเหรอ เจ้าเต็มใจอยากจะเป็นเทวดาระดับล่างไปตลอดงั้นหรือ?”

                “ทำไมถึงได้ดูถูกเทวดาระดับล่างนัก? ตัวเองก็แค่มีปีกมากกว่าไม่กี่ข้างเท่านั้น”

                F*ck ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย? อิสเรียลเนี่ยนะซื่อตรง? บนสวรรค์มีฝนสีดำตกลงมางั้นเหรอ

                “เอาล่ะๆ ข้าผิดเอง ไม่เถียงแล้ว เจ้าพูดได้ถูกต้อง” เมตาตรอนยื่นมือออกมาลูบหัวผม

                ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ มองสารรูปตัวเองจากนั้นก็มองเมตาตรอน ...เหงื่อตก... นี่มันวิธีขอคืนดีงั้นเหรอ?

                รู้สึกว่า... ช่างคลุมเครือเหลือเกิน......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1576 palm4588 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 18:16
    ติดตาม ๆ ลูซิเฟอร์มีหลายภาคเหรอไง
    #1,576
    0
  2. #1468 neaumn_sm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 22:53
    เมตาตรอนดูเป็นคนดีเฉย เหมือนอิสเรียลความจริงก็ปฏิเสธอยู่แล้วรึเปล่า
    #1,468
    0
  3. #1417 moony+lilac (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 21:22
    ไม่รู้สิ แล้วแต่หลีปิน พระเอกน่ะช่างมันเถอะ55555555555
    #1,417
    0
  4. #1265 ManowandManow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 20:17
    ใครพระเอกค่ะ อ่านมาหลายตอนข้าน้อยก้มิรู้อยู่ดี แอบเชียร์เมตาตรอนอยู่นะส่วนลูซิเฟอร์ช่างเถอะอย่างสนเลย55
    #1,265
    0
  5. #1236 Tiara_R (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 17:51
    ทีมเมตาตรอนได้ไหมล่ะ ช่างหัวลูซิเฟอร์เถอะ
    #1,236
    0
  6. #1162 kkp_real (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 01:01
    ท่าเมทาตรอนดีงามมาก ชอบบบ5555 ขอบคุณผู้แปลค่า
    #1,162
    0
  7. #1113 FrozSloth (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 03:54
    โอ้ยยย ทั่นเมตารอนนนนส

    ดีต่อใจเหลือเกินนน

    ขอบคุณผู้แปลค่ะ
    #1,113
    0
  8. #1089 []SO_DadE[] (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:08
    เมื่อก่อนต้องมีคนเข้าใจอิสเร่ยลผิดแน่ๆเลย
    #1,089
    0
  9. #792 สพัจน์บ็อบ. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 21:51
    ท่านเมตาตรอนดีกับใจ เราทีมเขา ช่างลูซิเฟอร์เถอะ ปล่อยเขาไป...
    #792
    0
  10. #351 Noah14 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:45
    จิ้นกระจายเลยจร้าาา
    #351
    0
  11. #112 พอยธนา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:45
    ม่ายยยย ข้าน้อยทีมลูซิ
    #112
    0
  12. #107 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 12:31
    เฮือกกกกกก วิธีขอคืนดีของเมตาตรอนนี่ทำเอามือหงิกมืองอ ฮื่อ จริงๆท่านก็น่ารักดีนะ น่ารักจริงๆ แต่ได้ข่าวว่าท่านเจ้าชู้นี่นา... ไม่ๆๆๆๆๆๆ ไม่ยอมยกอิสเรียลให้เด็ดขาด หรอจะยกให้เลยดี? ท่านลูดูจะไม่ได้อะไรกับอิสเรียลเลยสักนิด... ?? แต่ชอบจัง อิสเรียลโดนผู้ชายง้อขอคืนดีเนี่ย ฮื่อออออออออออ น่ารักจริงๆ >/////<
    ปล. ถามถึงนายน้อยซี ตอนแรกคิดว่าคือท่านลู แต่ทำไมพอถามท่านลูแล้วถึงได้ทำเหมือนไม่รู้จักล่ะ หรือว่าจะเป็นลูกลับๆจริงๆ? เอ๊ะ ยังไงเนี่ย แฮ่ๆ
    #107
    0
  13. #106 Prince's Darknes's (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 21:32
    ฮาเร็มโลดดด///-///
    #106
    0
  14. #105 Alice zerenight (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 20:54
    เมตาตรอนเหมือนพี่ชายมาก เทคแคร์สุดๆ ดูแลดีทุกระดับประทับใจจริงๆ //ลูซิเฟอร์ลูบหัวอิสเรียลด้วยยยยย แม้ไม่นุ่มนวลเท่าเมตาตรอนแต่ใจเต้นมาก แต่คู่เมตาตรอนอิสเรียลนี่คือยังไงเนี่ย?  รออัพค่ะ
    #105
    0
  15. #104 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 20:47
    สนุกจริงๆ ทุกอย่างคลุมเครือ สรุปเมื่อก่อนอิสเรียลเป็นคนยังไง

    น่นลูซิเฟอร์จริงเหรอ ทำไมรู้สึกนายน้อยซีมีโอกาสเป็นมากกว่า ฮ่าๆๆ
    #104
    0
  16. #103 akerah (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 20:46
    ปักป้าย Fc เมตาตรอนเต็มหน้าบ้านแล้ว เหมือนตัวตนของอิสเรียลจะไม่ได้เลวร้ายหรือแย่อย่างที่คนอื่นๆว่า เมตาตรอนดูเหมือนรู้จักอิสเรียลในด้านที่ไม่เหมือนใคร แถมยังสปอร์ต ใจดี และอ่อนโยนมาก เรียกได้ว่าตอนนี้ไม่ได้สนใจลูซิเฟอร์แล้วล่ะ อวยเมตาตรอนสุดติ่งค่ะ
    #103
    0
  17. #102 NoEnd-Infinity (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 19:47
    เมตาตรอนแลดูป๋ามาก
    #102
    0
  18. #98 relis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 18:08
    ทำไมรู้สึกว่าลูซิเฟอร์คนนี้ไม่ใช่

    ต้องเป็นนายน้อยซีต่างหากทีใช่



    ไม่คุกเข่าให้ใคร ศักศรีกินไม่ได้หลีปินจะไปหาเงินมาจากไหน

    เมตตราตรอนเปลี่ยนลุคแล้วดูอ่อนโยนขึ้นนะ



    ขอบคุณค่านึกว่าจะได้อ่านตอนต่อไปอีก1อาทิตย์

    ถ้าผ่านไปหลายวันบางทีจะจำเนื้อเรื่องก่อนหน้าไม่ค่อยได้
    #98
    0
  19. #97 kavasarew (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 17:47
    ง่าาาา เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นเพิ่มอีกครึ่งระดับแล้ว อุอุอุอุ
    #97
    0
  20. #96 seadragonpanso (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 17:38
    ทำไมเราคิดว่าลูๆขี้เก็ก
    ทำไมเราห้ามความรู้สึกอยากผลักลูๆ
    ให้ตกจากหน้าต่างไม่ได้//เราเสียใจลูๆ
    โปรดอภัยให้เราด้วย

    #96
    0
  21. #95 sakikonaka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 17:33
    สนุก!!!
    #95
    0