เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 10 : ทัณฑ์สวรรค์ [10]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    2 ส.ค. 59



-19-

                ผมโกรธจนร้องด่าออกมา “ไอ้เด็กบ้า ไม่มีพ่อแม่สั่งสอนหรือไง? ว่าต้องเคารพผู้ใหญ่น่ะ เข้าใจมั้ยห๊ะ? F*ck! รีบไสหัวออกมาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ไม่ถูกไม่ถูก... ผมจะมาพ่นคำหยาบต่อหน้าเด็กได้ยังไง......

 

                “ค...ค...ค...ใคร... ใครอยู่ตรงนั้น อ...อ...อ...อ...ออก... ออกมานะ”

                เจ้าเครื่องเล่นเทปนี่ยังซ่อมไม่เสร็จหรือยังไง?

                ผมบินพุ่งไปด้านหน้าคว้ามือสองข้างของเจ้าเด็กผายลมนั่นไว้ไม่เปิดโอกาสให้เขาเรียกสายฟ้าลงมาอีก เขาเบิกตามองมือของผมจากนั้นก็หันมาจ้องผม “บังอาจ!

                เสียงนั้นเรียกได้ว่าเป็นเสียงที่ไพเราะเสียงหนึ่ง กังวานใสราวกับเสียงของปี่สก็อต หวานหูซะจนทำคนฟังใจอ่อนระโทย

                “วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า......” ผมกำมือของเขาแน่นพลางหัวเราะเสียงดัง “นาย... เด็กน้อยอย่างนายพูดวางก้ามอย่างกับเป็นพระราชาเชียวนะ น่าขำเกินไปแล้ว~~~” พูดไปพลางก็กำมือเขาไม่ปล่อย

                เทวดาน้อยพยายามกระชากมือออกแต่ก็ทำไม่สำเร็จ จู่ๆก็ตะโกนเสียงดัง “แซนเดอฟาน!

                “ข...ข...ข...ข...ขอรับ ข...ข...ข...ข้า...ม...ม...มาแล้ว...” เครื่องเล่นเทปวิ่งเข้ามา ที่แท้เจ้าเครื่องเล่นเทปนี่คือไอดอลของผม......ภาพพจน์ในใจถูกทำลาย แซนเดอนฟาน ผู้เขียน ตราบาปปีศาจบ้ากามแห่งจักรวรรดิ’      

               

                ผมหันหน้ากลับไปมอง ก็เห็นชายร่างผอมสูงคนหนึ่งวิ่งเข้ามา ผิวกายขาวซีด ใบหน้ามีกระเล็กน้อย บนศีรษะสวมมาลัยดอกไม้ บนร่างสวมเสื้อคลุมสีดำ ที่แท้สัญลักษณ์พวงมาลัยกับเสื้อคลุมบนเหรียญหมายถึงแบบนี้นี่เอง จริงๆแล้วชุดที่ใส่มันดูค่อนข้างประหลาด แต่พอมาอยู่บนร่างของเขาแล้วกลับดูเหมาะสมเหมาะเจาะอย่างยิ่ง ว่ากันว่าภายใต้เสื้อคลุมยาวมักเก็บซ่อนความสามารถเอาไว้ภายใน ผมแค่มองที่มันก็รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างแล้ว ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

                ผมปล่อยมือของเจ้าเทวดาน้อยก่อนจะหันไปโค้งคำนับไอดอลในดวงใจของตัวเอง “ยินดีที่ได้พบมหาเทพแซนเดอฟาน” แซนเดอฟานตอบรับคำหนึ่งก่อนจะหันหน้าไปมองเทวดาน้อยตนนั้นพลางปาดเหงื่ออย่างรีบร้อน “ท...ท...ท...ท่าน... เหตุใดถึงม...ม...มาอยู่ที่นี่? ม...ม...ไม่...บ...บอกพวกข้าซักคำ ล...ล...ลู... โอ้ยยยยย!

                เทวดาน้อยดึงใบไม้ออกจากปากก่อนจะปาไปที่หน้าผากของแซนเดอฟาน เขารีบกลับคำ “ง...ง...ง...ง...งั้น... น...น...นายท่านซี ก...ก...กลับไปกับข้าเถิด ท...ท...ท่านอยู่ที่นี่ค...ค...คนเดียวไม่ปลอดภัย......”

                “ข้าไม่กลับ” เทวดาน้อยบินขึ้นไปกลางอากาศ จู่ๆก็หันมาชี้ที่ผม “ตัดมือของเขาออกซะ”

                เหงื่อตก... เจ้าเด็กนี่พูดออกคำสั่งอย่างกับ ออกไปซื้อไข่มาให้ข้าซิอย่างนั้นแหละ!

                แซนเดอฟานตอบกลับไปว่า “ท...ท...ท...ท...ทำไม......”

                “เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้า?”

                “ม...ม...ม...ม...ม... มิกล้า”

                นี่... นี่มันเด็กแบบไหนกัน? อยากหาคำไหนมาชมก็คงต้องใช้คำหยาบแทนแล้วล่ะ!

 

                ผมตัดสินใจแล้ว ผมคงต้องกล้ำกลืนความอัปยศนี้ลงไป ผมพุ่งไปที่เทวดาน้อยก่อนจะคว้าปีกเขาเอาไว้ “โทษทีนะ นายน้อยซี” เขาพยายามสลัดมือของผมออกก่อนหันไปจัดปีกของตัวเอง ไอ้หยา... ขนปีกเขาหลุดติดมือผมมาด้วย ผมจัดการเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อ ค่อยเอาออกมาดูทีหลัง

                ผมกระตุกปีกเขาไปมา “นายน้อยซี ฉันแค่อยากจะช่วยสาวน้อยคนนั้น ไม่ได้อยากท้าทายนายซะหน่อย นายหน้าตาดีขนาดนี้ จิตใจต้องดีมากแน่ๆเลย แล้วกันไปเถอะเนาะ พี่ชายชอบนายจริงๆนะ” เทวดาน้อยตอบว่า “อย่ามาแตะข้า อีกอย่าง เมื้อกี้เจ้าว่าอะไรนะ?” ผมรีบกลับคำ “ไม่ไม่ เอ่อ... ฉันชื่ออิสเรียล เป็นน้องชายนายก็ได้” เทวดาน้อยยิ้มบางด้วยท่าทีเหนือกว่า วางก้ามราวกับเป็นนายท่านใหญ่ “อิสเรียล? แซนเดอฟาน ไม่ต้องเอาเรื่องเขาแล้ว เจ้ากลับไปก่อน”

                แซนเดอฟานรีบรับคำ “ข...ข...ข...ข...ขอรับ ข...ข...ข...ข...ข้าขอลา”

                ผมกล่าวลาแซนเดอฟาน ก่อนจะทำหน้าน่าสงสารหันไปมองเทวดาน้อย “นายน้อยซี นายเป็นคนดีจริงๆ” เทวดาน้อยกล่าวว่า “วันนี้ไม่เอาเรื่องเจ้า แต่คราวหน้าอย่าหวัง อยากจะมีชีวิตอยู่บนสวรรค์ ก็ควบคุมปากตัวเองให้ดี”

 

                ผมพอจะทราบแล้วว่าเจ้าหนูนั่นมีที่มาจากไหน ปีกของเขาถึงจะยังเล็ก ยังโตไม่เต็มที่ สีก็ไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีปีกงอกออกมาเพิ่มหรือเปล่า ผมเดาว่าเขาอาจจะเป็นลูกหรือหลานของอัครเทวทูตซักตน

                แต่ว่า... ในพจนานุกรมของราชาหลีผู้นี้ไม่มีคำว่า หวาดกลัว

                “น...น...น...น...นายท่านซี น...น...น...นายน่ารักเกินไปแล้ว พ...พ...พ...พ...เพราะงั้น ให้พ...พ...พ...พี่ชายห่อกลับบ้านเถอะ” ผมเข้าไปลูปผมสีทองของเขา จากนั้นก็ชูนิ้วโป้ง เทวดาน้อยเบิกตาค้าง ไม่ทันได้พูดอะไร ผมก็คว้าสองมือเขาขึ้นมา จากนั้นก็จับปีกสองข้างของเขา “นายมันเด็กหน้าเหม็นไม่รู้จักดีชั่ว สาวงามถูกรังแก เกิดเป็นผู้ชายอกสามศอกก็ต้องเข้าไปช่วย นายทำตัวแบบนี้ยังเรียกว่าเป็นลูกผู้ชายอยู่มั้ยห๊ะ? แล้วยังมารยาทต่อคนอื่นอีก ต้องเคารพผู้ใหญ่ นายยังเรียกคนอื่นมาตัดมือพี่ชายที่แก่กว่านายขนาดนี้นี้อีก นี่นายโตมายังไงเนี่ย? กลับไปพูดกับแม่นายเลยนะว่าให้เธอสอนมารยาทนายใหม่” ยิ่งเห็นสายตาโมโหของเขาผมก็ยิ่งมีแรง อุ้มเขาหมุนไปมาหลายรอบ เอาเขาห้อยหัว จากนั้นก็เขย่าไปมา “ทำไม รับไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ? ฮ่าฮ่า! เจ้าโง่! ไอ้อ่อน! เจ้าสมองกลวง! เจ้าหน้าผายลม! เจ้าซื่อบื้อ! ฮ่าฮ่า! แน่จริงก็เรียกสายฟ้าลงมาสิ ฮ่าฮ่า! แน่จริงก็ผ่ามาเลย! ฮ่าฮ่า! เจ้าสมองแตงกวา! ขนยังไม่ทันยาวเลยเจ้าเด็กบ้า! ฮ่าฮ่า! อยากผ่าฉันล่ะสิ! ผ่ามาเลย! ไม่แน่จริงนี่หว่า! ผ่า......”

                เหงื่อตก... นี่ผมเห็นอะไรเนี่ย?

                เจ้าเด็กผายลมถูกผมจับห้อยหัว เส้นผมอ่อนนุ่มส่ายไปมาราวกับสปริง ตรงแผ่นหลังมีรอยแยกของเสื้อผ้า มีปีกข้างหนึ่งหลุดออกมาจากรอยแยกนั้น

                ผมเขย่าตัวเขาอีกรอบ ปีกอีกข้างก็หลุดออกมา

                ผมเขย่าอีก ก็หลุดออกมาอีกข้าง......

                ชิ-หาย......รู้สึกเหมือนพลัดตกลงน้ำไม่มีผิด ปีกแต่ละข้างหลุดออกมาอยู่ด้านนอก……

 

                สุดท้าย ผมนับจำนวนปีกที่เห็น

                หนึ่งสองสามสี่ห้าหก หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า...หก...

                ไม่ผิด... มีหกข้าง

                สียังคงเป็นจะทองไม่ทองจะเงินไม่เงินอยู่แบบเดิม ทั้งยังเรืองแสงได้ด้วย

 

                ไม่แน่ว่า เจ้าเด็กนี่อาจจะกลายเป็นเทวดาปีกทอง 6 ปีกในอนาคต เป็น 1 ในอัครเทวทูตอย่างพวกเมตาตรอน มำอำนาจไร้ขอบเขต แต่วันนี้ผมดัน...จับเขาเย่าเป็นถังข้าว......แถมยัง... เจ้าเด็กนี่ดูๆไปแล้วคุ้นตาสุดๆ

                ทำไมถึงได้เหมือนกับคนๆนั้น?

                หรือว่า... เขาเป็นญาติกัน?

                ทั้งหมดที่ผมพูดไปตอนนั้น เขาได้ยินหมดแล้ว?

 

                ตอนนั้นเอง ท้องฟ้าก็มีกลุ่มเมฆดำทะมึนลอยมา ลำแสง 5 สีแล่นแปลบปลาบ อัสนีบาตคลุ้มคลั่งอยู่กลางพายุฝนก่อนจะฟาดลงมาราวกับอุกกาบาต มุ่งตรงมาที่ผม ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้น......

 

                เฮ้อ... พระเจ้า ผมบอกท่านแล้ว เจ้าเด็กนี่มันป่าเถื่อน

 

 

-20-

                ตอนที่ผมฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่บนสวรรค์เรียบร้อย ไม่ผิด เป็นสวรรค์จริงๆ อย่างแรก ผมฟื้นขึ้นมาเพราะแสงอาทิตย์มันส่องหน้ามากเกินไป ความรู้สึกคล้ายกับตอนนอนอาบแดดอยู่บนสนามหญ้าในหน้าร้อน เหมือนนอนหลับหันหน้าไปทางพระอาทิตย์ยังไงยังงั้น หลังจากที่ผมลืมตาก็เห็นเพดานห้องที่อยู่ไกลแสนไกล ไม่ผิดหรอก ไกลแสนไกลจริงๆ เพดานเป็นสีขาวราวกับเมล็ดข้าวทั้งยังสลักลายดอกไม้วิจิตรตระการตา แต่ผมกลับมองเห็นได้ไม่ชัดเพราะว่ามันไกลเกินไป คาดว่าน่าจะสูงขึ้นไปหลายร้อยเมตร แต่ผมก็พอมองออกว่ามันเป็นเพดานห้องทรงแหลมแบบพวกปราสาทสไตล์โกธิค ผมพบว่าตัวเองนอนอยู่บนก้อนเมฆ ผมไม่รู้จะพลิกตัวยังไงเพราะมันนุ่มเกินไป

 

                ผมกวาดสายตามองอย่างระมัดระวัง หันไปมองทางขวา ด้านนี้น่าจะเป็นทิศของแสง เพราะพอเปิดตาออกก็มองเห็นแต่แสงสีทองบาดตาจนผมต้องหลับตาลงอีกครั้งก่อนจะหันหัวไปอีกด้านจนสายตาปรับแสงได้

                ผมหันหน้าไปมองด้านซ้าย

                กลุ่มเมฆอันไร้ขอบเขต ผมสามารถมองเห็นกำแพงสายน้ำไหลได้รางๆรวมถึงรอยแกะสลักนูนบนผนัง เป็นภาพของเหล่าชาวสวรรค์ ผมมองไปที่ภาพนั้นอยู่เนิ่นนานไม่แม้แต่จะกระพริบตา

                ผมขยี้ตาไปมาก่อนจะใช้มือป้องสายตาหันไปมองทางซ้าย ครั้งนี้ผมเห็นอะไรๆได้ชัดขึ้น พระอาทิตย์อยู่ด้านนอกของหน้าต่าง รัศมีแสงเส้นยาวสาดส่องเข้ามาในห้องจนแทบไม่เห็นเงามืด ตรงผนังมีแต่ผ้าม่านคลุมอยู่เต็มไปหมด

 

                ด้านนอกเป็นแสงสีทองว่างเปล่าหาใช่กลุ่มเมฆหมอกกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า รัศมีแสงส่องงตัดกันจนเกิดสีต่างๆสาดส่องไปทั่ว เสาตันใหญ่แบบโรมัน สายรุ้งเจ็ดสีพุ่งออกจากน้ำตกสายเล็กที่ไหลออกจากด้านบนของเสาโรมัน ราวกับเป็นม่านสีรุ้งที่ทะลุผ่านกลุ่มเมฆ ท่านกลางสายรุ้ง กลุ่มเมฆ รัศมีแสงเจิดจ้า บุตรชายบุตรสาวนับพันนับหมื่นแห่งพระผู้เป็นเจ้าสยายปีกออกโผบิน

                ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ในตอนนั้น ผมเอาแต่สนใจมองภาพที่อยู่นอกหน้าต่างจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบด้าน ผมเพียงแค่ขยับเล็กน้อย ภายในห้องก็เกิดเสียงสะท้อนกลับมา

               

                “น...ในที่สุดเจ้าก็ฟ...ฟื้นแล้ว”

                อยู่ๆก็เห็นแซนเดอฟานทะยานลงมาจากกลุ่มเมฆ ผมตกใจจนแทบจะร้องออกมา ผมขยับห่างออกมาเล็กน้อยก่อนจะถามเขา “ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน?” แซนเดอฟานตอบว่า “ห้องนอนปราสาทตะวันตกซ...ซ...ซ...เซราฟิม” ผมมองไปรอบด้าน “ที่นี่ไม่มีเตียงซะหน่อย ทำไมถึงเรียกห้องนอน?” แซนเดอฟอนชี้ไปที่ด้านล่าง “น...น...น...นี่ค...คือเตียง”

                ผมอึ้งไป จากนั้นก็ล้มตัวลงกลิ้งไปมาหลายรอบ สัมผัสบางเบานั้นราวกับผมลอยอยู่กลางอากาศ ผมกลิ้งอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นนั่งก่อนจะพบปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง------ผมกำลังโป๊อยู่ ไม่ใช่แค่ท่อนบน ท่อนล่างยัง.....

                ชิ-หาย ผมรีบใช้ปีกคลุมร่างของตัวเอง แต่พึ่งขยับปีกเบาๆ ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมา ผมร้องโอดโอยออกมาเสียงหนึ่ง แซนเดอฟานรีบร้องห้าม “จ...จ...จ...จ...เจ้าอย่าขยับ ปีกของจ...จ...จ...เจ้ายังไม่หายดี”

 

                ปีก... ปีก... ผมนึกไปถึงปีกโครงกระดูกของหยางลู่ นึกถึงปีศาจ นึกถึงละครเวที นึกถึงวิชาเวทย์ไฟที่ผมไม่ไปเข้าเรียน เรื่องก่อนที่จะถูกสายฟ้าห้าสีฟาดใส่ ผมกลับจำไม่ได้เลยซักนิด ไม่รู้สึกเจ็บเลยซักนิด ทั้งไม่เห็นตอนที่มันฟาดใส่ผม มันเร็วมากๆ เทียบกับประสาทสัมผัสของเขากับความเร็วแสงยังเร็วซะกว่าอีก......

                ผมกลืนน้ำลายก่อนจะถาม “วันนี้......วันที่เท่าไหร่?” แซนเดอฟานตอบว่า “วันที่ส...ส...ส...สาม”

                ผมเป่าปากออกมา ยังดี... แซนเดอฟานกลับเสริมอีกประโยคว่า “เดือนส...สองแล้ว”

                ผมฟังผิดไปรึเปล่า... ต้องหูฝาดไปแน่ๆ

                ผมล้มตัวลงนอน เอาปีกคลุมร่างเอาไว้ ก่อนจะหลับต่อไป

                แซนเดอฟานรีบพูด “อิสร...ร...ร...ร...เรียล เจ้าร...ร...รีบตื่น ม...ม...ไม่งั้นจะไม่ทันแล้ว” ผมพลิกตัว หลับตา “อิสร...ร...ร...ร...เรียลหลับแล้ว ย...ย...ย...อย่ามายุ่งกับอิสร...ร...ร...ร...เรียล” แต่ว่ายิ่งคิดก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ผมรีบพลิกตัวขึ้นนั่งก่อนจะหันไปด้านนอกหน้าต่าง ก่อนจะพบว่าทิวทัศน์แบบนี้ผมไม่เคยพบเจอมาก่อน สวรรค์ทั้ง 6 ชั้นผมไปมาหมดแล้ว แต่ที่นี่กลับไม่คุ้นตาเลยซักนิด ผมมองเทวดาที่กำลังบินผ่านไป......ทุกคนล้วนมี......หกปีก......

                ผมขยี้ตา ผมอาจจะถูกพวกกลุ่มเมฆหลอกตาอยู่ก็ได้ ผมเพ่งมองออกไปก็เห็นเมืองทั้งเมืองที่เต็มไปด้วยสีขาว นั่นน่าจะเป็น------ซีมาร์

                เสียงหึ่งๆดังขึ้นอยู่ในสมอง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์แยกแยะของผมสูญสิ้น

                แซนเดอฟานพูดต่อว่า “ย...ย...ย...ยังดีที่ล...หลายวันมานี้พลังของนายท่านซีไม่แกร่งกล้า ม...ไม่งั้น เจ้าได้ว...ว...ว...วิญญาณแตกสลายแน่ ค...ค...ค...คราวหน้า จะพูดอะไรต้องระวังหน่อย” ผมเงยหน้า “ฉัน...ที่นี่สวรรค์ชั้นที่เท่าไหร่? แล้วนายท่านซีอะไรนั่นหล่ะ?”

                แซนเดอฟานตอบว่า “ต...ต...ต...ต้องถ...ถ...ถ...ถามด้วยเหรอ? ปราสาทตะวันตกซ...ซ...เซราฟิมย่อมต้องอยู่ที่สวรรค์ช...ช...ช...ช...ช...ชั้น 7”

                สวรรค์ชั้น 7

                ผมอยู่ที่สวรรค์ชั้น 7 อยู่ในจักรวรรดิ หรือก็คือเมืองของพระผู้เป็นเจ้า

                ผมอยู่ที่สวรรค์ชั้น 7 ! !

                เย็นไว้... ผมต้องเย็นเข้าไว้!

                ผมทำอะไรไปเหรอ ทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่? ไม่สิ ผมต้องไม่ได้ทำอะไรผิดอยู่แล้ว ไม่งั้นคงตายไปนานแล้ว ผมลูบหัวไปมาก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น ทั้งยังไม่ลืมใช้ปีกปิด XX ของตัวเอง เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ก้มหัวลง รู้สึกหน้ามืดขึ้นมา เกือบจะล้มลงไปกองกับพื้นซะแล้ว

                ที่แท้ เตียงเมฆกว้างขวางที่ผมนอนอยู่ก็เป็นแค่พื้นที่ส่วนน้อยของห้อง!  เตียงก้อนเมฆลอยอยู่ในอากาศ ด้านล่างยังเอาไว้ใช้เตะบอลได้สบายๆ! เทวดาเกือบ 10 ตนยืนเรียงแถวอยู่ที่สองด้านของห้อง ทั้งยังเป็นเทวดาปีกทอง 4 ปีก F*ck! นี่มันพิพิธภัณฑ์หรือยังไง? สวรรคฺชั้น 7 นี่ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ!

                ......ไม่สิ แซนเดอฟานบอกว่าที่นี่คือปราสาทตะวันตกเซราฟิม ...เป็นห้องนอน

 

                “เสื้อผ้าของฉันล่ะ?”

                แซนเดอฟานเสกเสื้อผ้าออกมาชุดหนึ่งให้ผมราวกับมายากล “เสื้อของจ...จ...จ...เจ้าไหม้ไปหมดแล้ว”

                ชิ-หาย... ผมตอนนี้ไม่กลายเป็นไก่ย่างไหม้เกรียมไปแล้วหรอกเหรอ?

                ผมรีบก้มตัวลงมองร่างของตัวเอง ...ยังดีอยู่ ผิวกายยังขาวสะอาดสะอ้านเหมือนเดิม วิทยาการทางการแพทย์ของสวรรค์นี่ล้ำหน้าจริงๆ

               

                ผมสวมเสื้อผ้าไปด้วยถามเขาไปด้วย “มหาเทพแซนเดอฟาน เซราฟิมคืออะไร?”

                เขาพูดตะกุกตะกักอยู่ครึ่งวันผมถึงค่อยเข้าใจ

                เซราฟิมหมายถึงเทวะชั้นยอด มีเพียงชาวสวรรค์ที่โดดเด่นทรงอำนาจเท่านั้นถึงจะได้รับฉายานามนี้ เซราฟิมยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหรูหราที่สุดในสวรรค์ทั้ง 7 ชั้น ปราสาทหลังงามที่ราวกับสร้างจากหอคอยสีทองสามหลังตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในสวรรค์ชั้น 7 คือตึกหลัก ตรงกลางใหญ่โตที่สุด รองลงมาคือปราสาทตะวันตก อันดับสามคือปราสาทตะวันออก ปราสาทตะวันออกเรียกว่าปราสาทคริสต์ ตึกกลางเรียกว่าวิหารแห่งพระผู้เป็นเจ้า ปราสาทตะวันตกเรียกว่าปราสาทแห่งแสง และตอนนี้ผมก็อยู่ที่ปราสาทแห่งแสง

                เอ่อ... ผมอยู่ที่ปราสาทแห่งแสง เจ้าของวิหารแห่งพระผู้เป็นเจ้าเป็นใครคงไม่ต้องถาม ส่วนปราสาทคริสต์ผมรู้ว่าเป็นใคร ส่วนปราสาทแห่งแสงผมไม่รู้

                แต่ผมก็พอจะใช้วิธีตัดตัวเลือกเป็น

                ผมกัดฟันทนกับความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง โผบินลงไปด้านล่าง

                “อ...อิสเรียล จ...จ...เจ้าจะไปไหน? มหาเทพล...ล...ล...ล...ลูซิเฟอร์กำลังจะมาแล้วนะ!” แซนเดอฟานตะโกนมาจากทางด้านหลัง

                ช่างแม่-สิ เขาจะกลับหรือไม่กลับผมก็ต้องออกไปดู!



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ช่วงนี้ไม่สามารถอัพนิยายได้ต่อเนื่องแบบช่วงแรกๆแล้ว ขออภัยผู้อ่านทุกท่านด้วยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1575 palm4588 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 17:56
    แซนเดอฟานติดอ่างเหรอเนี่ย?
    #1,575
    0
  2. #1509 24012545 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:04
    หาเรื่องตายดีจริงๆ
    #1,509
    0
  3. #1467 neaumn_sm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 22:46
    เป็นคนที่หาเรื่องตายได้สุดยอดจริงๆ
    #1,467
    0
  4. #1416 Pinocchio-fate (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:51
    แซนเดอฟานเป็นโรคอะไรรึเปล่า ..
    #1,416
    0
  5. #1405 WassaysSaengnoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 11:06
    งงโครต
    #1,405
    0
  6. #1088 sodade (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:01
    ตกลงลูซิเฟอร์นี่เป็นใครก้นแน่น่าสา
    #1,088
    0
  7. #791 spondboz_ss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 21:45
    ทำไมเรางง หรือควรอ่านใหม่...
    #791
    0
  8. #349 benjarath (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 21:54
    อิสเรียลหาเรื่องให้ตนเองได้เก่งเป็นที่หนึ่ง
    #349
    0
  9. #143 kiriyu25 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 11:08
    เด็กคนนั้นคือลูซิเฟอร์!? ขอบคุณครับ
    #143
    0
  10. #109 kizz137 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 21:42
    เรื่องนี้ปมเยอะ ลุ้นต่อไปอะไรเป็นอะไร
    เดาว่าอิสเรียลกันเมตาตรอนจริงๆไม่น่ามีอะไรกัน อิสเรียลตัวจริงน่าจะนิสัยดีหรือโง่ๆเซ่อๆ
    โอย อยากรู้วววว
    #109
    0
  11. #93 1525137938 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 07:05
    ตกลงเด็กนั่นมันเป็นผู้ใด๋(=_=)
    #93
    0
  12. #92 alfhind (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 00:32
    อา... อิสเรียล จากเทวดากลายเป็นไก่ย่างซะแล้ว 55555 แล้วนั่นจะไปไหน กลับมาก่อน มาเจอกับลูจังก่อนสิ TT
    #92
    0
  13. #91 p-i-n-e (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:44
    ไม่เข็ดจริงๆ หลีปิ่น นายเยี่ยมมาก 555
    #91
    0
  14. #90 letsdance12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:18
    ตลกตอนเหวี่ยงเด็กแล้วโดนสายฟ้า ดูจากคำพดเหมือนนางจะยังไม่เข็ด ดีมาก ทำต่อไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #90
    0
  15. #89 relis (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 21:31
    ร้องดีดดิ้น ค้างๆๆๆกำลังสนุกเลยยย

    ยังไม่ทันจะได้รับความรู้สึกของการเรียนในโรงเรียนสักเท่าไหร่ก็ระหกระเหินมาเป็นไก่ย่างให้นายน้อยซีเผาซะแล้ว



    นายน้อยติดใจที่หลีปินบอกชอบเหรอจ๊ะ หรือเป็นคนแรกที่มาบอกตรงๆเลยตราตรึงใจมากย่างเสร็จพามากกไว้ในปราสาทซะแล้ว



    แต่หลีปินนี่กวนดีจริงทำไมไปพูดภาษาติดๆขัดกับนายน้อยแบบนั้นล่ะหรือเผื่อนายน้อยจะฟังเข้าใจมากขึ้นรึ
    #89
    0
  16. #88 --noon-- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 21:27
    รออ่านค่ะ...รอได้เสมอขอแค่ท่านมาแปลให้อ่านบ้าง
    #88
    0
  17. #86 franzissa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 20:21
    ลูซิเฟอร์จริงๆด้วยสินะ หึหึ จะใช่คนเดียวกับหยางลู่รึเปล่าน้า  อิสเรียลนี่ซนจริงๆ รอตอนต่อไปค่ะ
    #86
    0