[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 6 : FAKE - Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    24 พ.ค. 58

F A K E

 

Chapter 4

 

 

แบมแบมได้แต่กรอกตาขึ้นลงแล้วก็ถอนหายใจแผ่วเบาตอนที่พวกเรากำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังตึกบริษัทเพื่อซ้อมเหมือนตารางของทุกวันนั่นล่ะ แต่พักนี้สิ่งที่ชวนให้เหนื่อยไม่ใช่การซ้อมหนัก แต่เป็นคำพูดของคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าเขาต่างหาก มือกลองยกขาขึ้นมาชันเข่าบนเบาะ เคาะปลายนิ้วเป็นจังหวะเดียวกับเพลงที่เปิดในรถ แต่ริมฝีปากไม่ได้ร้องเพลง กำลังเอ่ยเสียงเบาหวิวให้แบมแบมซึ่งนั่งด้านหลังได้ยิน

“ใกล้จะคัมแบ็ค นายเองก็เหมือนได้เดบิวต์นั่นล่ะเด็กใหม่ ทำอะไรเป็นแล้วบ้างนอกจากเล่นกีต้าร์” แบมแบมพยายามไม่ดึงสายตากลับมา เขามองผ้าม่านบนรถตู้ซึ่งดึงปิดไว้กันแดด แต่มาร์คก็พยายามขนาดสอดสายตาผ่านเบาะหน้ามามอง

“ไง...หูหนวกด้วยเหรอ?”

“ผมได้ยินครับ” แบมแบมหันมาตอบ ถ้าขืนไม่ทำอะไรอีกฝ่ายคงเอาแต่กวนอารมณ์เขาอยู่แบบนี้

“เรื่องที่ประธานสั่งฉันไม่เห็นนายจะทำอะไรเลย” มาร์คยักไหล่ส่ายหน้า “ไหนถามหาความมืออาชีพของฉันไง นายมีความสามารถอะไรบ้างหือ?”

“มึงเงียบเหอะมาร์ค” จินยองเอ่ยเสียงดังมาจากเบาะข้างๆ

พวกเราต่างก็คิดว่านักร้องนำของวงใส่หูฟังแล้วก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ซะอีกเลยไม่น่าจะได้ยิน แต่ดูจากการเอ่ยแทรกให้มาร์คเงียบแสดงว่าคงไม่ได้เปิดเพลงเอาไว้แต่ใส่หูฟังค้างเฉยๆ จินยองดึงหูฟังออกแล้วปิดหนังสือ ทำท่าเหวี่ยงจะเอาสันไปฟาด แต่มาร์คเบี่ยงตัวหลบทัน

“เฮ้ย นี่จะตีจริงๆ เหรอ?”

“เออ แบมแบมไม่ต้องไปฟังมัน” จินยองหันมาสั่ง แบมแบมไม่ได้พยักหน้าแต่เขาก็ทำแบบนั้นอยู่แล้วด้วยการฟังคำพูดของมาร์คแบบหูซ้ายทะลุหูขวา

“เหงาปากเหรอมาร์ค?” เสียงพี่ฮยอนอูดังขึ้นจากหลังพวงมาลัย “เอาหมากฝรั่งไหม?”

“ทำไมทุกคนต้องเข้าข้างเด็กใหม่ด้วยวะ? เออๆ ผมไม่พูดอะไรก็ได้ ก็แค่อยากให้เด็กใหม่รู้หน้าที่ว่าควรทำอะไรบ้าง ไม่ใช่มีแค่ผมที่ทำตามคำสั่งอยู่ฝ่ายเดียวน่ะ”

มาร์คกระแทกหลังลงกับเบาะนั่ง แบมแบมเบือนสายตามองมาร์ค มีเพียงเบาะกั้นเราสองคนเอาไว้ เขาถอนหายใจเบาๆ ออกมาอีกหน แล้วสุดท้ายรถตู้ก็กลับมาสู่ความเงียบอีกครั้งเมื่อมาร์คเงียบเสียงลง

ครึ่งชั่วโมงต่อมารถก็มาจอดหน้าบริษัท ยังคงมี FanC จำนวนไม่น้อยที่ยืนรอหน้าตึกเหมือนเช่นทุกวันนั่นล่ะ พี่ฮยอนอูยังคงเป็นบุคคลที่ลงรถคนแรกเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้พวกเรา ก่อนจะเปิดประตูด้านหลัง แต่ด้านหน้าหัวหน้าวงของเราคงลงไปก่อนแล้ว แต่วันนี้จินยองหันมาทำหน้ายุ่งใส่มาร์คก่อนจะบอกเสียงห้วนว่า

“กูลงก่อน”

“ครับคุณชาย เอาเลย”

มาร์คผายมือให้ นานๆ เราถึงจะเห็นจินยองในสภาพหงุดหงิดหน้าหงิกคิ้วขมวดแบบนั้นกัน และแบมแบมก็เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกก็วันนี้นี่ล่ะ มาร์คเหลือบตามามองแบมแบมแวบเดียวก่อนจะลงจากรถตามหลังจินยองไปไม่ห่าง ในตอนนั้นเองที่แบมแบมสูดลมหายใจเข้าปอด เขารีบพุ่งตัวออกจากเบาะหลัง มือข้างหนึ่งเกาะหลังคารถเอาไว้แล้วเปล่งเสียงเรียกคนที่เดินนำหน้าไปว่า

“พี่มาร์คครับ รอผมด้วย”

แบมแบมพุ่งออกมาจากรถ ตอนนั้นเขาได้เห็นสีหน้าและแววตาตกใจของมาร์คที่หันกลับมาแวบหนึ่งพอดี เขามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังมาร์คแล้วสองแขนก็เกาะเสื้อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอาไว้ พลางออกแรงดันให้มาร์คเดินนำหน้า

“นี่...” ได้ยินเสียงมาร์คเปล่งออกมาแค่นั้น แล้วแบมแบมก็เปลี่ยนจากการจับแค่เสื้อของอีกฝ่ายเป็นการโอบรอบเอวมาร์คจนเหมือนเขากำลังแบคฮักมือกลองขี้เหวี่ยงเอาไว้

จังหวะนั้นทั้งแฟนคลับที่เริ่มรุมเข้ามา เสียงพี่ฮยอนอูดังไล่หลังแล้วบอกให้เหล่าสาวๆ ตีวงให้ห่างออกไป แต่ก็ยังมี FanC หลายคนพยายามยัดถุงขนมและจดหมาย แบมแบมได้แต่ยิ้มเขินส่ายหน้าให้

“แบมแบมสนิทกับมาร์คเหรอคะ?” เสียงแฟนคลับเอ่ยถาม เขาหันไปตามจุดกำเนิดเสียงแล้วได้แค่พยักหน้าหงึก

แล้วแบมแบมก็สัมผัสได้ถึงฝ่ามือกร้านจากการจับไม้กลองของมาร์ควางลงบนอุ้งมือเขาอยู่ประสานตรงหน้าท้องอีกฝ่าย มาร์คเดินเร็วขึ้น ดึงเอาร่างโปร่งของแบมแบมและท่อนแขนที่เขาพันรอบเอวอีกฝ่ายให้ปลิวตามไปด้วย ใช้เวลาไม่นานเราก็ฝ่ากลุ่ม FanC เข้ามาในตึกจนได้

“โอ้โห...” เสียงแจบอมดังขึ้น ยืนเท้าสะเอวปรบมือ พอแบมแบมโผล่หน้าแล้วปล่อยแขนก็เห็นว่าหัวหน้าวงยกนิ้วโป้งให้เขาพลางหัวเราะเบาๆ

“คราวหลังจะทำอะไรช่วยบอกกันก่อนด้วย” มาร์คเอ่ยเสียงดุใส่ ตอนนั้นพี่ฮยอนอูตามเราเข้ามาพอดี

“ไปห้องซ้อมเลย จินยองตามพี่มาหน่อย มีเรื่องคุยด้วย” ฮยอนอูกวักมือเรียกนักร้องนำของวงแล้วก็เดินหายไปอีกทาง ขณะที่พวกเราสามคนยังยืนนิ่งที่เดิม แล้วมาร์คก็หันมาเตรียมจะเล่นงานแบมแบมอีก ยิ่งจินยองไม่อยู่แบบนี้ อีกฝ่ายคงต่อว่าเขาได้คล่องปากเพราะไม่มีคนขัด

“จู่ๆ ก็เข้ามากอด คิดอะไรอยู่”

แจบอมเดินมาพาดแขนโอบไหล่มาร์คแล้วพยายามดึงให้เดินไปทางห้องซ้อมด้วยกัน แบมแบมยักไหล่ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบออกไปว่า

“พี่มาร์คบอกว่าผมไม่ทำอะไรไม่ใช่เหรอครับ? นี่ไง...ผมทำตามที่ประธานสั่งอยู่ คงยังไม่มืออาชีพเท่าพี่มาร์ค แต่ผมว่ามือสมัครเล่นอย่างผมโดนแฟนคลับถามว่าสนิทกับพี่มาร์คเหรอนี่ก็คง...เนียนนะ...”

“มึงดูแจบอม” มาร์คเค้นเสียงเข้มหันไปบอกแจบอมพลางชี้นิ้วมาทางแบมแบม แจบอมเลยถอนหายใจส่ายหน้า เดินมากอดคอแบมแบมแทน

“มึงนี่น่าโดนไอ้จินยองด่าจริงๆ ป่ะ...ทำดีแล้วแบมแบม ไปห้องซ้อมกัน”

“ครับ”

แบมแบมพยักหน้าหงึกตามคำสั่งของหัวหน้าวง เขายินยอมให้แจบอมกอดคอแล้วพวกเราก็เดินนำหน้ามือกลองที่เดินบ่นพึมพำอยู่ด้านหลังตามมาห่างๆ แบมแบมหันกลับไปมอง แล้วตอนนั้นมาร์คก็เงยหน้าขึ้นมาพอดี อีกฝ่ายถลึงตาพลางสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงมองเมินไปทางอื่น

เหอะ...ยังกับแบมแบมอยากมองหน้าคนนิสัยไม่น่าคบงั้นแหละ!

 

 

 

สตูดิโอแห่งนี้ต่างจากสตูดิโอที่แบมแบมเคยถ่ายนิตยสารตอนที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกในวง Chaos ตรงที่มันใหญ่กว่า กว้างกว่า และทีมงานเยอะกว่าหลายเท่ามาก ความวุ่นวายบังเกิดตั้งแต่พวกเราลงมาจากรถและนั่งแต่งหน้าอยู่ในห้องแต่งตัวกันแล้ว แบมแบมนั่งหลับตาให้พี่สาวเมคอัพอาร์ตติสแต่งหน้า ก่อนจะลืมตาได้ตอนต้องทำผม เขาเหลือบมองไปรอบห้อง ข้างๆ เป็นจินยองที่กำลังแต่งหน้าอยู่เช่นกัน ส่วนแจบอมอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และมาร์คที่นั่งสัปหงกรอแต่งหน้าด้วยการเล่นไอแพดรอ

วันนี้พวกเรามีถ่ายภาพสำหรับใช้ในอัลบั้มและโปรโมทมินิอัลบั้มใหม่ ดังนั้นสตูดิโอจึงเต็มไปด้วยทีมงานและเสียงพูดคุยตะโกนมาจากทางนู้นทางนี้ให้ได้ยินเรื่อยๆ แม้จะมีการเปิดเพลงให้ดังทั่วสตูดิโอก็ตาม

เกือบชั่วโมงเราก็เรียบร้อยกับคอนเซปต์ของมินิอัลบั้มใหม่ที่ได้ข้อสรุปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราทั้งสี่แต่งหน้าบางๆ เน้นโทนสีส้มน้ำตาล เส้นผมถูกเซ็ตแตกต่างกันหน่อย ชุดแรกเน้นโทนน้ำตาลและขาว เราไปยืนในฉาก ระหว่างนั้นก็เริ่มคุยกันเองเพราะตากล้องยังไม่สั่งอะไร

“สร้อยอันนี้สวยดีนะ” แจบอมเดินมาจับสร้อยที่แบมแบมใส่ขึ้นมามอง มันเป็นเครื่องประดับจากสปอนเซอร์ เขาก้มลงมองก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

“ผมชอบอันนี้ด้วยครับ มันเป็นเซ็ตเดียวกัน” แบมแบมชูให้หัวหน้าวงได้เห็นสร้อยข้อมือเหล็กที่น่าจะเป็นเซ็ตเดียวกันกับสร้อยด้วย

“เออสวยดี” เสียงจินยองแทรกมาแล้วก็เข้าร่วมวงสนทนาด้วย เราสามคนคุยกันพึมพำเรื่องเครื่องประดับ แบมแบมเลยเพิ่งสังเกตว่าสมาชิกในวงหายไป 1 คน เขาเหลือบไปมองด้านหลังก่อนจะเห็นว่ามาร์คยืนล้วงกระเป๋าก้มหน้ามองพื้นไม่ได้กระตือรือร้นอยากมีส่วนร่วมกับพวกเราเลย

“มันเป็นไร?” จินยองกระซิบถามเสียงเบา พยักพเยิดให้แจบอมมองมือกลองที่นิ่งไป วันนี้ก็นิ่งทั้งวันไม่กวนแบมแบมด้วยคำพูดถากถางเหมือนเคยด้วย

“ปล่อยมันไป เดี๋ยวก็หายเอง” แจบอมส่ายหน้า

“เอาล่ะพร้อมกันรึยังครับ? เราจะถ่ายรวมก่อนนะ”

เสียงตากล้องดังพร้อมกับปรบมือให้พวกเราหันไปด้านหน้า เราขยับตัวยืนกันให้ได้ที่ เป็นแจบอม แบมแบม จินยองและมาร์คประกบอีกด้าน เรากอดคอแล้วทำตามที่ตากล้องสั่ง แสงแฟลชสว่างเป็นระยะสลับกับเสียงชัตเตอร์ รีเฟลกชั่นที่ถูกยกและเดินอ้อมไปทางนู้นทางนี้

“ถ่ายคู่ครับ มาร์คกับแบมแบม”

สิ้นเสียงนั้นจินยองกลั้นขำทันที เหลือบมาตบไหล่แบมแบมแล้วก็เดินหนีออกไปจากฉาก ส่วนแจบอมหันไปสั่งเสียอะไรมาร์คสักอย่างแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้เด็กใหม่อย่างแบมแบมและมาร์คที่เงียบมาตั้งแต่เช้ายืนอยู่ด้วยกันในเฟรม

“ขยับเข้ามาครับ มาร์คกอดคอแบมแบมหน่อย” ตากล้องใช้สัญญาณจากมือให้เขยิบเข้ามาใกล้กันอีก แล้วแบมแบมก็ถูกท่อนแขนหนักนั่นโอบรอบคอไว้

“แบมแบมหยิบโทรโข่งสีแดงหน่อย ครับๆ ชูขึ้นสูง อ่ะแบบนั้นครับ” ตากล้องกดชัตเตอร์ไป 2-3 ครั้ง

“ดีครับ แบบนั้นดีมากครับ” เสียงตากล้องเอ่ยชมเปราะ แบมแบมเลยเริ่มสนุก เขาไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่ตอนที่หันไปหามาร์คก็เห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มให้ตัวเองเหมือนกัน

“ขึ้นหลังได้ไหม? ขี่หลังน่ะ ได้ไหม?”

“เอ่อ...” แบมแบมอ้าปากพะงาบแล้วกะพริบตามองมาร์ค ซึ่งหันไปตอบตากล้องแทนแบมแบมแล้วว่า

“ครับ เขาขึ้นหลังผมนะ” มาร์คหันกลับมามองแบมแบมก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “นาย...ไม่หนักมากใช่ไหม?”

“ผมไม่รู้” แบมแบมตอบ มาร์คส่ายหน้าก่อนจะย่อตัวหันหลังมา แบมแบมมองลังเลอยู่ครู่เดียว แต่พอตากล้องเอ่ยเร่งเขาก็ขึ้นไปขี่หลังมาร์คจนได้

“ยิ้มครับ เล่นกันหน่อย”

แบมแบมยิ้มกว้าง หันไปมองหน้ามาร์คแล้วมันก็กลับมาอีกครั้งเมื่อเสียงชัตเตอร์ดังลั่นประสานเสียงแฟลชอีกหน เกือบ 10 นาทีตากล้องถึงได้บอกให้พอแล้วเรียกให้มาดูมอนิเตอร์

เป็นแบมแบมที่สนอกสนใจกับภาพที่ออกมา มาร์คมองแล้วพยักหน้าอยู่ด้านหลัง แล้วจินยองก็กลายเป็นคนที่ถูกเรียกเพื่อไปถ่ายเดี่ยวก่อนจะเริ่มถ่ายคู่และเดี่ยวสลับไปมาไม่ให้เราเหนื่อยจนเกินไป แบมแบมถูกลากไปอีกด้านเพราะเมคอัพเริ่มจะไหลหลังจากเหงื่อออก

มาร์คเดินไปหย่อนกายนั่งที่เก้าอี้พลาสติกกับแจบอม ตากล้องวีดีโอที่มาถ่ายภาพเบื้องหลังเอาไว้ใช้ทำเป็นวีดีโอพิเศษเพื่ออัพลงช่องในยูทูปกำลังตามติดแบมแบมอยู่ เด็กหนุ่มปิดเปลือกตาแล้วอ้าปากตอบคำถามไปด้วยสีหน้าเขินๆ และตากล้องที่เป็นพี่สาวก็คงชอบเลยถ่ายไม่หยุด

“แบมแบมน่ารักดีนะ พวกสาวๆ เห็นคงอยากแกล้ง”

แจบอมชี้นิ้วแล้วหัวเราะ ที่จริงมาร์คก็อยากแทรกขึ้นอยู่หรอกว่าพี่ชาย(?)อย่างเขาเองก็อยากแกล้ง แต่ก็เลือกจะเงียบแล้วนิ่งแทน เขาหันไปคว้ามือถือมากดก่อนจะเห็นว่าแจบอมแท็กรูปในไอจีมา เลยหันไปเหลือบมองคนที่เอาแต่จับจ้องแบมแบมไม่วางตา

“เสือกนะมึง” มาร์คเอ่ยขึ้นตอนเห็นว่าแจบอมอัพรูปอะไรในอินสตราแกรม

แจบอมหันมามอง กำลังจะอ้าปากด่าแต่พอเห็นว่ามาร์คเปิดค้างที่หน้าไอจีเขาก็เลยหัวเราะ ภาพตรงหน้าคือแบมแบมขี่หลังมาร์คซึ่งกำลังยิ้มกว้าง สีหน้าทั้งคู่ยิ้มเต็มหน้าเลยล่ะ แจบอมแท็กหามาร์คและมีแคปชั่นสั้นๆ เพียง

‘FanC are you ready?’

“แหม...เดี๋ยวมึงพูดมากว่าเขาไม่ทำอะไร แบมแบมก็ยิ้มขนาดนั้นล่ะ เขายังไม่มีไอจีมึงจะให้เขาทำอะไรได้วะ” แจบอมตบไหล่ เหมือนจะปลอบและเหมือนจะด่า แต่มาร์คเมินไปก่อนแล้วกัน เขาเก็บมือถือ กอดอกเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วก็หันมายิ้มกว้างใส่กล้องที่พี่สาวคนหนึ่งเดินถือมาถ่ายและเริ่มถามคำถามแจบอมซึ่งอยู่ข้างๆ สักพักก็คงเป็นเขานี่ล่ะที่โดน

ต้องเก๊กฟอร์มทำหน้าหล่อไว้รอ

 

 

 

“ถามจริง...มึงลืมนาราได้หรือยัง?”

คำถามแทงใจจากแจบอมดังขึ้นในสายวันหนึ่งที่พวกเราได้หยุด วันนั้นมาร์คไม่ได้ตื่นสายหรอกแต่เขาเอาแต่หมกตัวนอนกลิ้งอยู่บนเตียง เกือบสิบโมงถึงได้ยอมออกมาจากห้องนอน หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเลยไปหาอะไรทานในห้องครัว ตอนนั้นแจบอมกำลังยืนล้างแก้ว ก่อนหน้านั้นเราคุยกันเรื่องอัลบั้มแล้วก็เงียบกันไป มาร์คเพิ่งกลืนโยเกิร์ตลงคอตอนอีกคนถามแบบนั้น

ดีแค่ไหนที่เขาไม่สำลัก

“ถามอะไรของมึง” มาร์คเดินถือโยเกิร์ตแก้วเล็กออกมาทางห้องนั่งเล่น เขามองไปรอบๆ ไร้วี่แววเด็กใหม่และนักร้องนำ ก็เลยหย่อนกายนั่งลงบนโซฟา หันเหไปหยิบรีโมท แต่แจบอมก็ยังเดินตามหลังมานั่งลงข้างๆ

“อยากรู้สิ ไม่งั้นจะถามทำไม”

“ก็...มันไม่ค่อยมีเวลาให้คิดเรื่องนั้น” มาร์คตอบแบบกลางๆ ออกไป เขาไม่ได้เจาะจง ไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องนั้นด้วยซ้ำ

“เหรอ...ที่จริงตอนประธานได้รูปจากปาปารัสซี่แล้วรู้ว่าพวกกูกับพี่ฮยอนอูปิดเรื่องมึง เขาก็ดูโมโหมากเลยล่ะ แต่ประธานห่วงมึงนะมาร์ค พอรู้ว่ามึงเลิกกับนาราเขาก็ถามว่ามึงเป็นยังไงบ้าง”

“ก็เจ็บไง” มาร์คเอนหลังพิงโซฟา ตักโยเกิร์ตเข้าปากพลางตอบเสียงเรียบ

“เออ...กูรู้ ไม่งั้นคงไม่เมาทุกวันขนาดนั้น” แจบอมตอบเสียงเหนื่อยหน่าย “แค่อยากบอกว่าประธานเขาไม่ได้อยากให้มึงเลิกกับนาราหรอก แต่เขามารู้เรื่องตอนเลิกกันแล้วก็ยังถามว่ามึงเป็นไงอยู่เรื่อยๆ กับกูนี่ล่ะ”

“อืม ก็จะคัมแบ็คแล้ว ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดเรื่องนั้นหรอก” มาร์คตอบไปตรงๆ

ถ้าให้เลือกระหว่างงานและการเยียวยาตัวเอง เขาคงเลือกทำอย่างแรกมากกว่า โอกาสการก้าวเข้าสู่วงการไม่ใช่ว่าใครต่อใครก็ได้โอกาสและไม่ใช่ใครต่อใครจะรักษาสถานภาพ หรืออยู่ในวงการหลายๆ ปีได้ มาร์คก็คิดซะว่าช่วงนี้คือช่วงตักตวง เขามีแฟนคลับหลายชีวิต ปล่อยเพลงทีไรก็ติดชาร์ตตลอด เขาถือว่ายังเป็นหน้าใหม่เพราะเข้ามาในวงการไม่ถึง 5 ปีด้วยซ้ำ

อกหักมันเจ็บไหมมันก็เจ็บนั่นล่ะ เจ็บมากด้วยเพราะเขาก็รักมากพอตัว เราคบกันเกือบปีด้วยซ้ำ มาร์คไม่เคยทุ่มเทให้ใครเท่าโอนารามาก่อน เขายอมสละเวลาพักผ่อนเพียงเพื่อแอบไปเจอนาราที่กองถ่ายละคร ไม่ได้เดทกันด้วยซ้ำ แค่นั่งคุยกัน มองหน้า จับมือ ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องกลับ แถมยังต้องทำแบบหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่างหาก มาร์คไม่รู้ว่าเขาทนได้ยังไง แต่มันก็เป็นแบบนั้นเรื่อยๆ กระทั่งหลังๆ ที่เราเริ่มห่างกันและนาราดูไม่เหมือนก่อนนั่นล่ะ เราทะเลาะกันบ่อย มาร์คยอมรับว่าเขาไม่ใช่คนใจเย็น แถมเวลาโมโหเขาจะไม่ค่อยพูด รอยร้าวมันเลยยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะประสาน

“คงต้องขอบคุณประธานที่ให้เราคัมแบ็คซะที กูเลยไม่ต้องคิดเรื่องนั้น อีกอย่าง...เขาก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาอีก ก็คงตัดขาดจบกันนั่นล่ะ”

“อืม...” แจบอมตอบแค่นั้นแล้วตบไหล่มาร์คเบาๆ เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าเพื่อนจะปลอบใจหรืออะไร แล้วเราทั้งคู่ก็นั่งเงียบๆ ไม่ได้คุยอะไรกันอีก

จินยองออกมาจากห้องในอีกเกือบ 10 นาทีต่อมา นักร้องนำของวงเดินหายไปทางห้องครัว มาร์คเลยเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้เขายังไม่เห็นหน้าเด็กใหม่ พอมองไปทางประตูห้องนั้นก็เห็นว่ามันปิดสนิท เลยหันมาถามหัวหน้าวงแทน

“แบมแบมไปไหนวะ?”

“มึงจำชื่อเขาได้ด้วยเหรอ? ปกติเห็นเรียกเด็กใหม่ๆ” แจบอมแขวะมาก่อนจะตอบคำถาม “พี่ฮยอนอูมารับไปบริษัทแต่เช้าแล้ว”

“หือ? ไปทำไมวะ” มาร์ควางถ้วยโยเกิร์ตที่หมดแล้วลงบนโต๊ะ เอนหลังแล้วก็เห็นว่าจินยองเดินมาในห้องนั่งเล่น มือถือน้ำผลไม้และของบำรุงเส้นเสียงอีก 2-3 อย่างมาด้วย

“ประธานเรียกมั้ง ไม่รู้ กูไม่ได้ถาม” แจบอมตอบแล้วลุกขึ้นยืน “หิว ใครจะกินอะไรไหม? กูจะโทรสั่งไก่”

“เอาด้วย” จินยองยกมือขึ้นชู มาร์คเองก็ทำแบบเดียวกัน

แจบอมพยักหน้ารับรู้แล้วเดินหายไปอีกทางคงจะไปโทรสั่งไก่นั่นล่ะ พอห้องนั่งเล่นเหลือเพียงจินยองและมาร์ค มือกลองก็เลยหันไปหาเพื่อนคุย

“เด็กใหม่ไปบริษัทมึงรู้ป่ะว่าเขาไปทำไร?”

“ไม่รู้” จินยองตอบ ก่อนจะหันมาขมวดคิ้วมองมาร์ค “นี่กูถามจริง มึงเกลียดอะไรน้องมันเหรอ?”

“ไม่ได้เกลียด” มาร์คตอบเสียงเรียบ หันไปกดเปลี่ยนช่องแต่จินยองก็ยังไม่ลดละที่จะถาม

“งั้นก็พูดดีๆ สิ ประธานบอกให้สนิทๆ กันไว้ นี่อะไร...สนิทแค่หน้ากล้อง หลังกล้องมึงกัดซะเขาเหวอะหวะ”

“กูไม่ใช่หมา” มาร์คโยนหมอนไปหา แต่จินยองปัดลงไปทัน หันมาแยกเขี้ยวใส่มือกลอง มาร์คเลยเอ่ยเสียงเรียบตอบกลับไปว่า

“เด็กใหม่นั่นก็กัดกูเหวอะหวะเหมือนกันแหละ”

“มึงไปกัดเขาก่อนเขาก็ต้องทำกลับสิ นิสัยไม่ดีมึงอ่ะ อกหักแล้วหงุดหงิดก็ไปลงกับแบมแบม สงสารเขาบ้าง เป็นกูคงร้องไห้ลาออกจากวงแล้ว”

“แต่เขาก็ไม่ได้ลาออกนี่จินยอง พูดมากจริงมึงเนี่ย เงียบสิ กูจะดูทีวี”

มาร์คตัดบทแล้วเค้นเสียงใส่เพื่อนไป จินยองเม้มปากดื่มน้ำผลไม้และของบำรุงร่างกายต่อ แม้สายตาจะเหลือบมามองมาร์คด้วยแววตาไม่เป็นมิตรมาเป็นระยะก็เหอะ

 

 

 

“ผมกำลังจะเข้าบริษัท เดี๋ยวไปเอง จะถึงแล้วเนี่ยพี่ ไว้เจอกัน”

มาร์คกดวางสายหลังจากบอกผู้จัดการวงไปว่าตัวเขาเองกำลังจะเข้าบริษัท เขาจะไม่ทนใช้เวลาวันหยุดร่วมกับจินยองที่แกล้งมาร์คไม่หยุดด้วยการพูดถึงแบมแบมหรอก ในขณะที่หัวหน้าวงอย่างอิมแจบอมก็ไม่คิดจะช่วยอะไรมาร์คอยู่แล้ว แถมยังหนีเข้าห้องอ้างว่าจะไปนั่งฟังเพลงหลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จอีกต่างหาก

พอทานอาหารเสร็จจินยองก็เริ่มยึดพื้นที่ตรงห้องนั่งเล่นด้วยการเอาดีวีดีหนังที่จะดูมาวางเรียงเหมือนจะดูให้ตาแฉะ มาร์คเลยโบกมือลาบอกว่าจะเข้าบริษัท

เขาเลยต้องมาที่ตึกเองเพราะพี่ฮยอนอูขับรถเข้ามาส่งแบมแบมแต่เช้าแล้ว มาที่นี่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักสำหรับมาร์ค เขาก็แค่เรียกแท็กซี่มาจอดหน้าตึก เดินฝ่าแฟนคลับด้วยตัวเองซึ่งวันนี้ไม่มีคนเยอะนัก แถมที่ยืนอยู่ดูเหมือนจะไม่ใช่แฟนคลับวงเขาด้วย

มาร์คก้าวเข้ามาในบริษัท เขาไม่รู้ว่าพี่ฮยอนอูกับแบมแบมอยู่ไหนก็เลยเดินไปแถวห้องซ้อม เดี๋ยวไปนั่งเล่นแถวนั้นค่อยโทรบอกพี่ฮยอนอูอีกทีแล้วกัน มาร์คเดินผ่านไปทีละห้อง เขาเห็นเหล่าเด็กเทรนด์บ้างก็เป็นศิลปินคนอื่นในค่ายยึดห้องซ้อมบ้าง กระทั่งเขาชะลอฝีเท้าเพราะเห็นว่าในห้องหนึ่งมีแผ่นหลังคุ้นเคยยืนพยักหน้าอยู่

มาร์คมองผ่านกระจกแล้วเห็นแจ็คสันนั่งอยู่บนเก้าอี้ ชี้ไม้ชี้มือใส่กีต้าร์ซึ่งแบมแบมสะพายอยู่ เด็กร่างโปร่งนั่นพยักหน้าก่อนจะเริ่มเล่นอีกหน แต่มาร์คไม่ได้ยินเสียงหรอกเพราะนี่ห้องเก็บเสียง ที่รับรู้คงเป็นท่าทางตอนแบมแบมเคาะปลายเท้าแล้วสะบัดผมเล็กน้อย

เด็กนี่มาซ้อมเหรอ?

“อ้าว? มาถึงแล้วเหรอมาร์ค”

เสียงพี่ฮยอนอูทักขึ้นจากด้านหลัง เขาสะดุ้งนิดหน่อยแล้วหันกลับไปพยักหน้า ผู้จัดการวงชี้นิ้วเข้าไปในห้องนั้นแล้วก็เอ่ยขึ้นว่า

“ซ้อมอยู่ อย่าเพิ่งไปกวนเลย มาทางนี้ด้วยกันหน่อย”

“ไปไหนเหรอพี่” มาร์คเดินตามหลังพลางถาม

“ซื้อน้ำ เอาอะไรไหม?” ฮยอนอูพามาร์คมาหยุดอยู่หน้าเครื่องกดน้ำของบริษัทที่ตั้งวางอยู่ตรงทางเดิน มาร์คเลือกจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างๆ แล้วส่ายหน้าแทน

“ผมนึกว่าเด็กใหม่โดนประธานเรียกซะอีก แจบอมมันบอกว่าพี่ไปรับแบมแบมแต่เช้า” มาร์คเอ่ย ก่อนจะรับกระป๋องโค้กมาจากมือผู้จัดการ

“อ๋อ...เปล่า แบมแบมมาซ้อมคนเดียวแบบนี้บ่อย”

“ซ้อมคนเดียว?” มาร์คทวนคำ ฮยอนอูเดินมาหย่อนกายนั่งลงข้างๆ ในมือมีกระป๋องน้ำผลไม้ 2 กระป๋อง คงจะให้แจ็คสันกับแบมแบม

“อืม ซ้อมคนเดียว ไม่รู้ล่ะสิ” ฮยอนอูทำหน้าเยาะเย้ย ก่อนจะทำสีหน้าปกติแล้วเอื้อมมือมาตบหน้าขามาร์คเบาๆ

“เขาดูเป็นพวกเหลาะแหละแต่ก็ไม่ใช่หรอกมาร์ค เด็กนั่นมีดีเยอะ ไม่งั้นประธานคงไม่เลือกเข้ามาในวงหรอกจริงไหมล่ะ? เคยเห็นประธานเลือกคนผิดเข้ามาในบริษัทรึไง?”

“ผมมั้ง” มาร์คเอ่ยกลั้วหัวเราะแล้วยักไหล่ พี่ฮยอนอูเองก็ผสมโรงขำด้วยแล้วก็ส่ายหน้า

“แบมแบมมาซ้อมแบบนี้ตลอดแหละ ตั้งแต่ก่อนเข้าวงอย่างเป็นทางการเขาก็มาที่นี่ พอเริ่มทำอัลบั้มเขาก็ยังซ้อมคนเดียวบ่อยๆ บางทีตอนดึกๆ พวกนายหลับแล้วเด็กนั่นก็มา โผล่มาตอนตีหนึ่ง ตีสองจนยามชินแล้วล่ะ สักตีสี่ตีห้าก็กลับ แล้วก็มาซ้อมใหม่พร้อมวงตอนเช้า”

“เฮ้ยบ้า แล้วเด็กนั่นเอาเวลาไหนนอน”

“ก็ 2-3 ชั่วโมงนั่นไง” ฮยอนอูลุกจากเก้าอี้ไม้แล้วส่งสัญญาณให้มาร์คลุกตาม

“เขาบอกพี่ว่าไม่อยากเป็นตัวถ่วง พวกนายนำเขาไป 3 ก้าวแล้ว ตอนนี้เขายังอยู่ที่จุดเริ่มต้น เขาเลยอยากรีบวิ่งไล่ตาม Chaos ให้ทัน”

“แหม พูดดีไปงั้นแหละมั้ง” มาร์คเอ่ยไล่หลัง เรามาหยุดอยู่หน้าห้อง พี่ฮยอนอูยักคิ้วก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบออกมาให้มาร์คได้ยินว่า

“เดี๋ยวอัลบั้มออกก็รู้กันแหละว่าดีแค่ปากหรือมีดีมากกว่านั้นน่ะ”

บานประตูถูกเปิดออกเพราะฮยอนอูผลักเข้าไป เสียงเพลงที่ดังลอดออกมาคือซิงเกิ้ลที่สองของ Chaos แบมแบมคงกำลังซ้อมเพลงเก่าของวงเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นเล่นสดจริงๆ นั่นล่ะ ได้ยินเสียงแจ็คสันทักทายผู้จัดการของพวกเรา ก่อนที่มาร์คจะแทรกตัวผ่านเข้าบานประตูไปแล้วยกมือทักศิลปินเดี่ยวในห้องนั้น

“ไงแจ็คสัน”

“อ้าว? มาซ้อมเหรอมาร์ค?”

แบมแบมหันกลับมามองหน้าคนมาใหม่ทันทีที่ได้ยินเสียงแจ็คสันเอ่ยเรียกชื่อมือกลองในวง เด็กหนุ่มกะพริบตาแล้วเม้มปาก ไม่พูดอะไรนอกจากเดินไปหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ แจ็คสัน แล้วจับคอร์ดกีต้าร์เกลาสายเป็นเสียงแผ่วเบาเล่นเหมือนบริหารนิ้ว

“ไม่ได้มาซ้อม เบื่ออยู่ห้องเลยมานี่ วันนี้ไม่มีงานเหรอ?” มาร์คเอ่ยถาม แจ็คสันยิ้มพลางชี้นิ้วมาทางแบมแบม

“ไม่มี พี่ฮยอนอูบอกว่าแบมแบมอยากให้มาช่วยเรื่องกีต้าร์หน่อยก็เลยมา”

“อ๋อ...” มาร์คลากเสียงยาวแล้วไม่ได้พูดอะไรนอกจากยืนกอดอก

“เออ มาก็ดี ขอออกไปคุยธุระก่อนสิ อยู่เป็นเพื่อนน้องหน่อย เดี๋ยวผมมานะพี่” แจ็คสันลุกจากเก้าอี้ หันมาบอกลาฮยอนอูแล้วก็เดินถือโทรศัพท์หายออกไปจากห้องซ้อม แบมแบมก้มหน้าเล่นกีต้าร์เป็นเพลงจากซิงเกิ้ลแรกของเรา มาร์คกอดอกมองก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ก็เล่นดีนี่”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมเงยหน้ามาบอกประโยคนั้นเสียงเบา

“ฮัลโหล? อ้าว ว่าไงนะ?” พี่ฮยอนอูรับโทรศัพท์ก่อนจะใช้มือไม้บอกใบ้มาร์คว่าเดี๋ยวมาก่อนจะผลักบานประตูเดินหายออกไปกับแจ็คสันที่ทางเดินด้านนอก

สรุปว่าห้องซ้อมเลยมีเพียงเราสองคน แบมแบมยังคงเกลาสายกีต้าร์เล่น มาร์คเดินไปลากเก้าอี้แล้วนั่งแทนแจ็คสัน เด็กใหม่เลยเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ก้มหน้าลงไปมองสายกีต้าร์อีกหนพลางเอ่ยถามเสียงเบาขึ้นมา

“มาคนเดียวเหรอครับ?”

“แล้วเห็นจินยองกับแจบอมไหมล่ะ?” แบมแบมเงยหน้ามาขมวดคิ้วมองแล้วก็เงียบไปอีกหน มาร์คเลยยักไหล่แล้วบอกไปว่า “ก็มาคนเดียว เบื่อๆ เลยมา”

“ไม่พักผ่อนล่ะครับ วันหยุดทั้งที” แบมแบมยังคงก้มหน้า มาร์คเลยเอื้อมมือไปดึงแขนเด็กคนนั้นเอาไว้ แบมแบมชะงักไป มาร์คเลยเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่มีใครสอนเหรอว่าให้มองหน้าคนที่คุยด้วยน่ะ”

“ก็...ผมนึกว่าพี่มาร์คไม่อยากมองหน้าผม” แบมแบมเงยหน้ามาตอบ น้ำเสียงนั่นเรียบนิ่งแต่ไร้วี่แววล้อเล่นหรือกวนประสาท

“แล้วไม่มีใครสอนหรือไงว่าอย่าคิดไปเอง”

“ขอโทษครับ” แบมแบมตอบเสียงเบาลง มาร์คดึงมือกลับแล้วก็เงียบไปอีกหน เขาไม่ได้อยากมาที่บริษัทเพื่อทะเลาะกับแบมแบมอีกหรอกนะ เพราะนี่ก็หนีจินยองมาจากหอเพราะหงุดหงิด เลยยกมือขึ้นเกาหัวแล้วยักไหล่

“เล่นสิ เดี๋ยวฟังแล้วจะบอกว่าโอเคไหม ฉันฟังแทฮยอนมาเป็นร้อยรอบแล้วคงพอให้คำแนะนำได้ ถึงจะเป็นมือกลองก็เหอะ”

“พี่มาร์ค...เอ่อ...เต็มใจใช่ไหมครับ?”

“นี่...ถามแบบนั้นอยากโดนตีรึไงวะ? เล่นสิ”

มาร์คเกือบตะคอกใส่แต่เสียงก็แข็งไปเหมือนกันตอนบอกมือกีต้าร์คนใหม่ แบมแบมก้มหน้าลงอีกหนแล้วเอ่ยชื่อเพลงออกมาเบาๆ เหมือนบอกกลายๆ ว่าจะเล่นเพลงนี้ แล้วดนตรีซึ่งมีเพียงเสียงกีต้าร์ก็ดังขึ้น โดยมีมาร์คโยกตัวตามจังหวะเพลงไปอย่างเพลิดเพลิน

 

 

 

หลังจากแบมแบมซ้อมเสร็จ เราก็ขอบคุณแจ็คสันแล้วมายืนแถวประตูทางออกตึก มีเพียงมาร์คและแบมแบมเท่านั้น กับเวลาที่นาฬิกาข้อมือมาร์คซึ่งบอกเวลาสองทุ่มแล้ว เรายืนรอเพราะพี่ฮยอนอูบอกว่าจะไปเตรียมรถไว้รอด้านนอก ถ้าถึงแล้วเดี๋ยวส่งสัญญาณให้พวกเราออกไป ซึ่งมาร์คว่าแฟนคลับคงไม่น่าเยอะเท่าไหร่ ตอนเขามาถึงก็ไม่ค่อยมีนัก แฟนคลับน่าจะเดาทางออกแล้วว่าเราจะเข้าตึกวันไหนบ้างเลยไม่ต้องเสียเวลา

“ครับ ได้ๆ เดี๋ยวออกไปกันเลย”

มาร์ครับสายแล้วคุยแค่ไม่กี่คำก็วาง เขาหันไปพยักหน้าให้แบมแบม เด็กหนุ่มเดินชะลอฝีเท้าเหมือนจะตามหลัง มาร์คเลยเอ่ยเสียงเรียบไปว่า

“ออกไปก่อนสิ”

“เอ่อ...ครับ...”

แบมแบมพยักหน้าก่อนจะผลักบานประตูเดินออกไปก่อน ตามด้วยมาร์คที่แทรกตัวออกมาจากบริษัท ดูเหมือนเขาจะประมาทแฟนคลับตัวเองน้อยไป ตอนที่ออกมามี FanC เกาะกลุ่มประมาณ 30 กว่าคนยืนอยู่ แต่สิ่งแรกที่ได้คือแสงแฟลชวูบวาบจากหลายทิศทางจนชักแสบตา

มาร์คหรี่ตามองเด็กที่เดินนำหน้าเขา แบมแบมพยายามแทรกตัวผ่านกลุ่มสาวๆ ที่จู่ๆ ก็กระชับที่ว่างจนเกือบถึงตัว แถมยังถูกแฟนคลับสาวๆ จับแขนแล้วก็เอื้อมมือมาดึงเสื้ออีกต่างหาก มาร์คนิ่วหน้า เด็กหนุ่มงอหลังแล้วหันไปพยักหน้าให้แฟนคลับ

ยังจะไปคุยกับแฟนคลับอีก

มาร์คตีหน้านิ่งด้วยความหงุดหงิด เขาเดินแทรกฝูงชนไปจนถึงตัวแบมแบม สอดแขนแทรกไปโอบเอวแล้วดึงเด็กใหม่ที่เงยหน้ามามองเขาด้วยแววตาตื่นตกใจพลางเอ่ยเสียงเรียบไปว่า

“ตามมา”

แบมแบมพยักหน้าแล้วปล่อยให้มาร์คเป็นคนลากพาไปจนถึงประตูรถที่พี่ฮยอนอูเปิดรอไว้ก่อน เขาดันแบมแบมขึ้นไปบนรถก่อน ยังมีเสียงกรี๊ดเบาๆ และเสียงเรียกชื่อแบมแบมกับเขาดังมาจากด้านหลัง มาร์คไม่ได้หันกลับไปมองแฟนคลับ เขาเลือกจะก้าวตามแบมแบมขึ้นไปนั่ง แล้วเสียงปิดประตูรถก็ดังตามหลังด้วยฝีมือพี่ฮยอนอู

“ไม่มีใครบอกรึไงว่าเวลาโดนรุมอย่าไปคุยกับแฟนคลับ” มาร์คหันไปทางเบาะหลังแล้วกระชากเสียงใส่ แบมแบมกลืนน้ำลายก่อนจะส่ายหน้า

“งั้นก็จำไว้ซะว่าตอนโดนรุมถ้าทำตัวไม่เป็นไร จะยิ่งโดนหนักกว่าเดิม เขาไม่รู้หรอกว่านายเจ็บหรืออึดอัด ถ้านายยิ้ม คือนายพอใจจำไว้ซะ”

“มาร์ค...พอได้แล้ว”

พี่ฮยอนอูเอ่ยดุหลังจากปิดประตูรถแล้วเคลื่อนยานพาหนะออกมาจากหน้าบริษัท มาร์คเม้มปากพ่นลมหายใจหนักออกมา เขาหยุดพูดแล้วมองตรง ไม่ได้หันกลับไปหาแบมแบมอีกเลย กระทั่งเดินทางมาได้ครึ่งทาง มาร์คก็ได้ยินเสียงเหมือนบางอย่างหนักๆ กระทบกับเบาะ เลยหันไปมองด้านหลัง

แบมแบมนอนคอตกพับเอียงไปทางซ้าย เสียงหนักที่ได้ยินคงเป็นข้อมือข้างหนึ่งที่วางพาดลงบนเบาะว่างๆ ขณะอีกข้างกอดกระเป๋าที่วางบนตักไว้แน่น ซ้อมมาทั้งวันแบบนี้ก็คงเหนื่อยแหละ ที่จริงมาร์คอยากจะปลุกมาบอกและสอนเรื่องรับมือกับแฟนคลับอยู่หรอก แต่เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วก็เลยยอมหยวนๆ ให้สักหนึ่งวัน

เห็นว่าเป็นมือกีต้าร์และขยันซ้อมหรอกนะ...




 

 

 

สวัสดีค่ะ มาลงแล้ว แอบมีคนทวง TwT เก๊าขอโทษ 5555
พักนี้ไม่ค่อยว่างก็เลยจะไม่อัพถี่เหมือนเดิมอ่ะ
ค่ะ คงได้อาทิตย์ละตอน
ส่วนตอนนี้คืบหน้ามาอีกฮึ้บนึง เหมือนว่าฟิคเรื่องนี้ยิ่งวางพล็อตก็ยิ่งยาวแหละค่ะ
TwT
เพราะงั้นถ้าเกิดว่าตอนยาวก็อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะ
5555 ;-;
คาแรคเตอร์
2 คนนี้เหมือนเริ่มต้นจาก 0 อ่ะค่ะ เราเลยต้องค่อยๆไต่ระดับความสัมพันธ์มันเลยยาวแน่ๆ
ยังไงก็ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ ฮิฮิ ขอบคุณคอมเม้นต์และคนติดแท็กฟิค
#ficfakemb ด้วย
ไว้เจอกันตอนหน้านะคะ

พื้นที่ขายของ
เปิดจองฟิค #มาร์คแบมโซเชียล และ #ficmbinbed
คลิกตรงนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,339 ความคิดเห็น

  1. #2311 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 23:56

    ดุจริ๊ง​ ดุได้โลห์เลยแหละ

    สงสารน้องง​ เมื่อไรอิพี่มันจะเลิกแกล้งแบบหน้านิ่งๆนี่เสียที​เบี่ยคนดุ

    #2,311
    0
  2. #2293 opoceleste (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 21:29

    ก็ห่วงเขาป่ะ แหม

    #2,293
    0
  3. #2273 ฺBeau (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 09:59
    ก็เป็นคนใจดีนี่นาาามัคคลุงงงง
    #2,273
    0
  4. #2264 Facebook12345 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 18:54

    เห้ออแบมสู้ๆๆ

    #2,264
    0
  5. #2230 BMN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 11:54

    เฮ่อออ พูดดีๆกับน้องบ้างก็ได้มาร์คเอ้ยยย

    แต่ก็แอบชอบเวลาสองคนนี้กัดกันอยู่นะ ตลกดี ไม่มีใครยอมใคร


    #2,230
    0
  6. #2202 say (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:03
    จริงๆมาร์คก็เป็นห่วงแบมอ่ะแต่ด้วยนิสัยเลยแสดงออกแบบดุๆงั้นแหละเนอะ

    แต่ก็เริ่มเห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ของทั้งสองแระ อิอิ
    #2,202
    0
  7. #2173 ojay2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 08:51
    มาร์คนี่ พูดกับน้องดีๆสิ
    #2,173
    0
  8. #2137 zandio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:16
    ติดตามความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ
    #2,137
    0
  9. #2135 awckmm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 20:47
    ตายๆๆๆๆๆๆ
    #2,135
    0
  10. #2116 RMA_12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 13:52
    แหนะชอบน้องแล้วอะดิ้
    #2,116
    0
  11. #2097 Aoyyah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 17:12
    แบมคนดีลูกกกกกกกก
    #2,097
    0
  12. #2051 bbunnymm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 21:59
    แบมขยันจริงเลยลูก สุ้ๆนะหนู งืออ มาร์คก็พูดดีๆกับน้องหน่อบได้ไหมอาะะ
    #2,051
    0
  13. #2024 mellow_aa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 18:44
    อยากบอกแบมว่าสู้ๆนะลูก เข้าใจในความกดดัน มาร์คก็เหมือนจะเริ่มดีขึ้น ไม่ได้ทะเลาะกันมากแล้ว? แต่ก็ยังพูดห้วนๆอยู่ดีนะ
    #2,024
    0
  14. #1987 M.m1nt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 12:49
    น้องแบมขยันจัง พักผ้อนบ้างนะ
    #1,987
    0
  15. #1916 9nawKIHAE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 20:47
    อิพี่มัคนี่ก็โหดจังงงงงงงงงงง =_=!
    #1,916
    0
  16. #1869 oเอี่ยมo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 11:00
    ชอบมากๆเลย ><~
    #1,869
    0
  17. #1860 m_sseob (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 21:29
    อย่าดุน้องซิมาร์ค -*- .
    #1,860
    0
  18. #1450 mbxx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 15:51
    พี่มาร์คโหดอ่าา. เป็นห่วงก็บอกถึงได้โมโหหงุดหงิดขนาดนี้อะ ใช่ม่ะ 55555
    #1,450
    0
  19. #1229 Nuthathai Por (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 22:41
    ขยันดุน้องจริง ๆ เลยนะมาร์ค น้องพึ่งมาใหม่บอกดี ๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องดุเลยนิ
    #1,229
    0
  20. #1106 miru (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 17:13
    มาร์คต้องรู้สึกพิเศษอะไรกับแบมแน่ๆถึงอยากจะแกล้งบ่อยๆ
    #1,106
    0
  21. #926 BB1a_38 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 08:44
    เริ่มดีกับน้องนิดนึงแล้วเนาะคริคริ กลับมาอ่านหลังจากหายไปนานจนลืมว่าอ่านถึงไหน ><
    #926
    0
  22. #842 toki226 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 12:04
    มาร์ครู้นะลึกๆแกก็ห่วง แต่ช่วยแสดงออกดีๆได้ม่ะ แหม่
    #842
    0
  23. #836 Earn-Janriel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 05:11
    เจอแบมมือสมัครเล่นเข้าไปเป็นไงพี่มาร์ค
    #836
    0
  24. #825 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 21:58
    พี่มาร์คเป็นห่วงแบมใช่มั้ยล้าาาา
    #825
    0
  25. #669 sakura17 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 09:27
    มาร์คกับแบมแบมน่ารักกกก
    ชอบฟิคนี้ากๆ ^^
    #669
    0