[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 24 : FAKE - Chapter 22 {END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    7 ส.ค. 58

   

F A K E

 

Chapter 22

 

เช้าวันนั้นพี่ฮยอนอูมารับพวกเราเช่นเคย และเป็นวันสิ้นสุดคำสั่งของประธานค่ายให้มาร์คกลับมาทำงานได้แล้ว ตารางงานวันแรกของพวกเราทั้ง 4 คนโดยมีสมาชิกครบถ้วนคืองานเปิดตัวภาพยนตร์ที่แจบอมไปให้เสียงพากย์ เป็นเพียงงานเดินพรมแดงและดูหนังรอบสื่อมวลชน

เราไม่ได้ออกจากหอพักแต่เช้านักเพราะงานมีเกือบเย็น แต่พี่ฮยอนอูก็มารับพวกเราเพื่อไปที่บริษัทก่อนจะพาไปร้านแต่งหน้าอีกที ดูเหมือนประธานค่ายมีอะไรอยากจะคุยกับมาร์คเรื่องของโอนาราเพิ่มเติม

เราเอ่ยทักทายผู้จัดการซึ่งนั่งหลังพวงมาลัยรถเรียบร้อย มาร์คตบเบาะข้างกายและแบมแบมก็เห็นว่าในเมื่อทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าทั้งเขาและมาร์คเป็นอะไรกัน คงไม่ใช่เรื่องแย่อะไรถ้าจะย้ายมานั่งข้างๆ มือกลองของวง แต่ทันทีที่แบมแบมหย่อนกายนั่งลงปุ๊บ จินยองที่เพิ่งจะปิดประตูรถก็หันมาเห็นแล้วเริ่มเปิดปากเอ่ยแซวเป็นคนแรก

“แหม...แหม...น่าหมั่นไส้จริง!” แบมแบมอาจจะยังไม่ชินกับการเอ่ยล้อแบบนี้ก็เลยยังคงหน้าแดง ขณะมาร์คโผล่หน้าไปสบตาจินยองก่อนจะเอ่ยสั้นๆ แค่ว่า

“อิจฉาเหรอ?”

“ทุกคนรู้แต่ไม่ได้หมายความว่ามึงจะหวานกับแบมแบมได้โดยไม่เกรงใจสายตาและจิตใจพวกกูนะมาร์ค” จินยองรีบเอ่ยรัวออกไป ขณะพี่ฮยอนอูกระแอมดังๆ ไล่เสมหะและเรียกให้พวกเราหันไปมอง

“ใช่...เกรงใจกระจกส่องหลังด้วย” นิ้วชี้ที่กระจกแล้วส่ายหน้าออกมา แบมแบมเลยยิ่งหน้าแดงไปใหญ่

“แล้วเรื่องนี้....จะเอายังไง?” แจบอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานและดูทางการขึ้นมาทันที สบตากับผู้จัดการวงแวบหนึ่งแล้วเอี้ยวตัวหันไปมองหน้ามาร์คกับแบมแบม ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

“เรื่องมาร์คกับแบมแบมคบกันน่ะ เรา...จะเอายังไง ต้องบอกประธานไหม?”

“ขืนบอกคงช็อก” จินยองเอ่ยพลางกลั้นยิ้ม “เขาเป็นคนสั่งให้ไอ้มาร์คกับแบมแบมสนิทกันแล้วก็สร้างกระแสแฟนเซอร์วิสเพื่อกลบกระแสแอนตี้กับข่าวตอนนั้น แล้วทีนี้เป็นไง...คบกันจริงๆ ซะเลย”

ที่จริงมันก็ตลกอย่างจินยองพูดนั่นล่ะ แต่เป็นเรื่องตลกร้ายที่มาร์คได้แต่ยิ้มบางๆ ไม่ถึงกับหัวเราะเสียงดังออกมา เขาวางมือลงบนไหล่แบมแบม แล้วตอนนั้นเองพี่ฮยอนอูก็จ้องเด็กสองคนด้านหลังเบาะตัวเองแล้วตัดสินใจเอ่ยออกไปให้ได้ยินกันถ้วนทั่ว

“งั้นก็ให้มันเป็นเรื่องแค่ในวงแล้วกัน”

“พี่หมายถึง...ไม่ต้องบอกประธานน่ะเหรอ?” แจบอมหันกลับไปถาม พี่ฮยอนอูเคาะมือลงกับพวงมาลัย ไม่ได้หันกลับมามองพวกเราแต่ตามองทอดออกไปด้านนอกขณะตอบคำถาม

“อืม...ที่จริงแล้วประธานก็คงไม่ได้อยากรู้ทุกเรื่องหรอก ตั้งแต่เข้ามาทำงานก็ไม่ได้รายงานทุกอย่างให้ประธานรู้ไม่ใช่รึไง? ตราบใดที่ยังไม่มีอะไรเสียหายอย่างกรณี...ไปคบกับผู้หญิง ก็ทำให้มันเป็นเรื่องเหมือนเราใช้ชีวิตประจำวันและทำงานอยู่ทุกวันแบบเดิมนี่ล่ะ”

“ขอบคุณครับพี่ฮยอนอู” มาร์คเอ่ยออกมา เขายิ้ม เพราะแบบนี้เขาถึงได้มั่นใจว่าเขาเชื่อในตัวผู้จัดการวงหรือแม้แต่เพื่อนร่วมวงได้เสมอ

แจบอมพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนั้นพี่ฮยอนอูเลยค่อยๆ เคลื่อนยานพาหนะออกจากลานจอดรถ ขณะมาร์คหันไปเหล่มองจินยองที่นั่งอยู่เบาะเดี่ยวๆ

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามึงจะจูบ จับมือหรือหอมแก้มแบมแบมต่อหน้าพวกกูได้นะ ถึงยังไงน้องก็ยังเด็ก”

“แต่นี่แฟนกูนะจินยอง” มาร์คชี้นิ้วมาที่แบมแบม ขณะจินยองส่ายหน้ายักไหล่ก่อนจะบอกสั้นๆ แค่ว่า

“นี่ก็น้องชายกูเหมือนกัน”

แบมแบมต้องหันไปเบรกด้วยการส่ายหน้าทำสายตาดุๆ ให้มาร์คเลิกพูด มือกลองของวงเลยจำต้องเม้มปากเข้าหากันก่อนจะเปลี่ยนมาเอนหัวซบกับไหล่แบมแบมอย่างออดอ้อนแทนตลอดการเดินทางไปบริษัท

 

 

 

ตอนที่เห็นโอนาราในตึก มันดูเป็นภาพที่ออกจะแปลกตาสำหรับแบมแบมอยู่ไม่น้อย โดยส่วนมากแล้วตึกบริษัทแม้จะมีพวกเหล่าเด็กฝึกเดินกันมากมายแต่ก็ใช่ว่ามีเด็กฝึกผู้หญิงมากมายนักแถมยังเป็นเด็กที่ยังไม่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเพียงพอจึงไม่มีใครดูราศีจับเท่านาราซึ่งตอนนี้เดินตามทางเดินทอดยาว เธอชะงักไปนิดหน่อยตอนเห็นพวกเราสี่คนกำลังคุยกันอย่างออกรสระหว่างรอพี่ฮยอนอู

มาร์คหันมามองหน้าแบมแบมโดยอัตโนมัติตอนเห็นว่าโอนาราเดินเข้ามาหา ในตอนนั้นแบมแบมไม่ได้คิดว่าเธอคือผู้หญิงที่จะมาดึงมาร์คกลับคืนไป ตั้งแต่เมื่อคืนที่เราคุยกันเขาก็เชื่อและมอบความไว้วางใจให้มาร์คได้เช่นเดิม แม้จะดูรวดเร็วและใจอ่อน แต่กับคนที่เรารักนะ...ถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับเขาแล้วก็คงไม่เข้าใจหรอกว่าการใช้เวลาและมีความสุขร่วมกันมันดีกว่าปล่อยให้เรื่องผิดใจกัดกินใจจนไร้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ

คงไม่ใช่แค่มาร์คแต่แจบอมและจินยองเองก็เหลือบมามองทางแบมแบม ตอนนั้นโอนารามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเราพอดี สำหรับแบมแบมแล้วเธอคือนักแสดงสาวที่สวยอยู่เสมอ แม้ตอนนี้ใบหน้างดงามนั่นจะมีริ้วรอยแห่งความอ่อนเพลียและเคร่งเครียดอยู่บางๆ ก็ตาม

“สวัสดีค่ะ”

ผู้ชายสี่คนที่เอ่ยเสียงอู้อี้ในลำคอตอบผู้หญิงคนเดียวซึ่งพูดจาฉะฉานมันก็ดูแปลกตาอยู่หรอก ในมือโอนาราถือขวดน้ำพลาสติกเอาไว้ เธอกำมันหลวมๆ ขณะยิ้มให้พวกเราทีละคน

“ที่จริงแล้วฉันอยากจะมาขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ตั้งแต่เรื่องภาพหลุดกับมาร์คที่ญี่ปุ่น ดูเหมือนไม่ใช่แค่มาร์คที่โดนเรื่องนี้ แต่ทุกๆ คนในวงก็คงเจอสถานการณ์ไม่ต่างจากเขา ฉัน...ขอโทษที่เป็นตัวปัญหาค่ะ แม้มันจะผ่านมาแล้วแต่ก็อยากจะมาขอโทษทุกคนจากปากของตัวเองตรงๆ”

“ไม่เป็นไรเลยนี่...” แจบอมเป็นคนเอ่ยปาก “เพราะตอนนี้เธอก็เข้ามาอยู่ในบริษัทเราแล้ว อย่างที่ประธานเราเคยบอกไง...ว่าเธอเป็นคนในครอบครัว”

หญิงสาวยิ้มออกมาตอนที่ได้ยินคำนั้น แล้วสายตาเธอก็กวาดมามองแบมแบม เด็กหนุ่มยืนอยู่ข้างมาร์ค ขณะนั้นเองโอนาราก็วาดยิ้มกว้างให้แบมแบม

“เราเจอกันครั้งที่สองแล้ว แต่ฉันก็ยังอยากแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ สวัสดีค่ะ ฉันโอนารา”

“เอ่อ...ผมแบมแบมครับ เป็นมือกีต้าร์คนใหม่ของ Chaos” แบมแบมเอ่ยตะกุกตะกัก ขณะนั้นจินยองก็หัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยออกมาว่า

“ไม่ต้องแนะนำตัวเหมือนตอนขึ้นเวทีก็ได้”

“แบมแบมเข้ามาในวงก็คงเจอเรื่องลำบากมามากพอ แต่ฉันเองก็ยังมาสร้างปัญหาให้อีก” โอนาราเอ่ยพลางเงียบไปครู่หนึ่ง ตอนนั้นแบมแบมเลยส่ายหน้าพลางเอ่ยแทรกไปว่า

“มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาขอโทษหรอกครับ คุณนาราเองก็เจอปัญหาและเรื่องไม่ดีมาเยอะกว่าผมซะอีก ยังไงก็ขอให้ชนะคดีนะครับ”

มาร์คโอบเอวแบมแบมเอาไว้หลวมๆ ตอนที่เขาพูดประโยคนั้น เด็กหนุ่มหันไปมองคนข้างๆ แล้วเบนสายตากลับไปมองนาราที่ยังคงยิ้มอยู่

“ต้องขอตัวแล้วค่ะ คงได้เจอกันที่นี่อีกบ่อยๆ เอาไว้ฉันจะขอเลี้ยงทั้งวงและพี่ฮยอนอูสักมื้อนะคะ”

“เราขอเป็นคนเลือกร้านนะ” แจบอมเอ่ยแกล้ง หญิงสาวหัวเราะก่อนจะพยักหน้า แล้วเดินหายไปกับคนที่แบมแบมจำได้ว่าเป็นทนายที่ทางบริษัทเป็นคนแต่งตั้งให้

“กูไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงสิ แบมแบมไปกับพี่นะ”

จู่ๆ มาร์คก็เอ่ยขึ้น แถมยังไม่ยอมปล่อยแขนที่โอบแบมแบมเอาไว้อีกต่างหาก เขาเลยต้องเดินตามมาร์คไปทางห้องน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้

มาร์คพาแบมแบมเข้ามาในห้องน้ำทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากเข้า แต่พอเดินเข้ามาด้านในมาร์คก็ยังคงผลักแบมแบมให้เข้าไปในห้องน้ำตามด้วยตัวเองอีกต่างหาก

“พี่มาร์ค อะไรอะ”

“ชู่ว์...” มาร์คล็อกประตูเรียบร้อยแล้วหันกลับมาแตะนิ้วชี้เข้ากับปากตัวเอง แบมแบมกะพริบตาเลิกคิ้วมองอีกคนอย่างงุนงง มาร์คเดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบอีกว่า

“เดี๋ยวมีคนได้ยิน”

“แล้วทำไมเราต้องมาคุยอะไรกันในนี้ด้วยล่ะครับ”

“ก็...” มาร์คยืนห่อไหล่ยกมือขึ้นถูท้ายทอยตัวเองพลางถอนหายใจหนักออกมา “เมื่อกี้ที่นารามาคุยด้วย มันไม่มีอะไรแล้วจริงๆ นะ”

“ผมรู้แล้ว” แบมแบมตอบ กลั้นยิ้มเพราะเข้าใจอยู่หรอกว่ามาร์คคงกลัวว่าแบมแบมยังรู้สึกไม่ดีอยู่อีก แต่เมื่อคืนอีกฝ่ายก็ย้ำนักย้ำหนา และแบมแบมเองก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น

“อืม...พี่คงคิดมากไปเอง แต่ก็แค่อยากให้แน่ใจว่าไม่คิดมาก” มาร์คเงยหน้ามายิ้มบางให้พลางยื่นมือมาวางบนศีรษะแบมแบมแล้วยีผมเขาไปมา

“ไม่แล้ว พี่มาร์คก็ด้วยนะ...”

“เรื่องยูคยอมน่ะเหรอ? ไม่แล้วล่ะ...ก็ตอนนี้แบมแบมเป็นของพี่นี่ครับจริงไหม?” มาร์คขยับเข้ามาใกล้ ห้องน้ำมันก็แคบแสนแคบ เด็กหนุ่มไม่รู้จะเดินหนีไปไหน แค่ก้าวถอยหลัง 2 ก้าวหลังก็ติดผนังห้องแล้ว

“พี่มาร์ค...”

“น่า...จะได้รู้ว่าเรามั่นใจกันทั้งคู่ไง”

“ผมว่าไม่เห็นจะเกี่ยวเลย พี่มาร์คก็แค่...” แบมแบมเอ่ยออกมาแค่นั้นเพราะมาร์คไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดอะไรต่อหรอก

ฝ่ามือหยาบจับที่เอวของเขาแล้วเลิกปลายเสื้อเชิ้ตขึ้นเลยทำให้แบมแบมหยุดพูดไปได้กะทันหัน เด็กหนุ่มก้มลงมองฝ่ามือที่สัมผัสเข้าที่ผิวเนื้อตรงเอว ลูบไล้แผ่วเบาด้วยมือสองข้างแล้วค่อยๆ เลื่อนฝ่ามือสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ใบหน้าก็ก้มลงมาหาแล้วกระซิบถามว่า

“จูบได้ไหม?”

“ถามอีกแล้วเหรอ...” แบมแบมเงยหน้ามาย่นจมูกใส่ กลายเป็นเด็กหนุ่มซะเองที่ยกแขนขึ้นคล้องคอมาร์ค ก่อนจะโน้มใบหน้าอีกคนลงต่ำเพื่อจูบ

เขารู้ดีว่าถ้าไม่ยอมตอบอะไรและถ้าไม่ให้มาร์คจูบตั้งแต่ตอนนี้ เราสองคนก็คงยังอ้อยอิ่งกันอยู่ในนี้จนเสียเวลานั่นล่ะ แบมแบมถึงได้เขย่งปลายเท้าเล็กน้อยแล้วจูบริมฝีปากอีกคนด้วยตัวเอง อาจจะเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่เขาเป็นคนจูบมาร์คด้วยตัวเอง เลยเห็นว่าดวงตาอีกคนเบิกกว้างเล็กน้อย แล้วหลังจากนั้นเราก็ปล่อยให้ร่างกายและจิตใจเป็นคนนำทาง

แบมแบมบอกตัวเองว่าเขาจะยอมให้มาร์คจูบอีกแค่ครู่เดียวเท่านั้น แล้วเราสองคนก็ควรจะออกไปจากห้องน้ำได้แล้วเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต แต่ตอนที่มาร์คสอดปลายลิ้นเข้ามาเขาก็รู้สึกเหมือนสมองตัวเองขาวโพลน ทุกอย่างถูกลิ้นมาร์คฉกวูบปลิวหายไปจนหมด

อ่า...ให้ตายเถอะ เขาหลงจูบมือกลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไร้ทางเยียวยาเลยล่ะ

 

 

 

แบมแบมยิ้มกว้างตอนเห็นเพื่อนสองคนเดินเข้ามาในร้านกาแฟแถวค่ายของทั้งคู่ เพราะช่วงนี้เตรียมงานกันหนัก เหลืออีกไม่ถึงเดือนก็จะปล่อยซิงเกิ้ลมาให้แฟนคลับได้ฟังแล้ว แต่ทั้งยองแจและยูคยอมก็ยังไม่ได้ละเลยแบมแบมเลยนัดให้เขามารอที่ร้านกาแฟ ก่อนทั้งคู่จะตามมาหลังจากเสร็จสิ้นตารางงาน

เราสั่งเครื่องดื่มกันคนละแก้ว ไม่มีใครสั่งกาแฟเพราะตอนนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว เครื่องดื่มในแก้วแบมแบมพร่องไปเกินครึ่งเพราะเขามานั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ถึงมาร์คจะถามว่าให้มานั่งเป็นเพื่อนด้วยไหม เขาก็ได้แต่ปฏิเสธว่าไม่เป็นไร หลังจากเสร็จงานของพวกเรา มาร์ค แจบอมและจินยองจึงตรงกลับหอพักเลย ขณะที่แบมแบมวานให้พี่ฮยอนอูส่งที่สถานีรถไฟฟ้าแล้วนั่งมารอเพื่อนสนิททั้งสองคน

ยองแจดูสีหน้าเหนื่อยแต่ก็ยังคงยิ้ม ขณะยูคยอมมัวแต่ดื่มของเหลวในแก้ว เลยเป็นยองแจที่ตอนนี้เอนหลังพิงเก้าอี้พลางเคาะนิ้วลงกับโต๊ะแล้วยื่นหน้ามาถามแบมแบมว่า

“คุยกับพี่มาร์คหรือยัง?”

“คุยแล้ว” แบมแบมตอบสั้นๆ ก่อนจะวาดยิ้มกว้าง “ดีกันแล้วด้วย”

“มิน่าล่ะหน้าตาดูมีความสุขเชียว” ยองแจหัวเราะก่อนจะเอื้อมมือไปยีผมเพื่อน แบมแบมทำหน้ายุ่งก่อนจะเอนหลังหลบ แล้วยกมือขึ้นเท้าคางพลางใช้หลอดคนของเหลวในแก้วที่เหลืออยู่

“ฉันพอจะเข้าใจเรื่องที่เขาต้องปิดเรื่องคุณนาราแล้ว ส่วนเขาเองก็...เข้าใจเรื่องฉันกับยูคยอมด้วย”

“ที่จริงเรื่องพวกเรามันไม่มีอะไรให้ระแวงเลยนะ” ยูคยอมหัวเราะขึ้นมาแล้วยักไหล่ “มันจบไปนานแล้วน่ะ”

“แต่คือมึงเป็นคนเดียวที่แบมแบมเคยคบ ถึงยังไงก็เรียกได้ว่าเป็นแฟนเก่านะ แล้วก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะยังตะขิดตะขวงใจ ในเมื่อพวกมึงยังสนิทกันแบบนี้ เขาก็คงต้องคิดอยู่แล้วว่าไม่ก็ใครคนหนึ่งที่ยังมีเยื่อใย”

ยองแจอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูเหมือนว่าตั้งแต่คบกับแจ็คสัน เพื่อนของแบมแบมคนนี้ก็มีมุมมองและโตขึ้น ดูพึ่งพาได้ขึ้นเยอะเลย เขาพยักหน้ากับคำพูดนั้นขณะยูคยอมยกแขนข้างหนึ่งมาเท้าคางพลางเอ่ยอู้อี้

“แต่กูก็ไม่ได้มีเยื่อใยอะไรนะ เราก็รู้ๆ กันว่า...จริงๆ แล้วตอนนั้นก็แค่อยากลองมีแฟน”

“พี่มาร์คเข้าใจแล้ว ฉันอธิบายไปหมดแล้ว” แบมแบมหันไปตอบเพื่อนให้วางใจ ยูคยอมเลิกคิ้วก่อนจะเอ่ยถามอีกว่า

“ไม่ใช่เจอกันรอบหน้าเห็นกูอยู่กับมึงอีกเขาเข้ามาต่อยกูงี้นะ”

“มึงดูละครมากไปแล้วนะ” ยองแจหันไปเอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากยูคยอมก่อนจะผลักให้อีกคนหน้าหงายเล่นๆ

“งั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วสิ...?” ยองแจหันกลับมามองหน้าแบมแบมเหมือนจะถามว่าชีวิตช่วงนี้โอเคดีแล้วใช่ไหม เขาเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะพยักหน้าหงึก

“อืม...ต่อไปก็คงมีอะไรคุยกันและอธิบาย ความเชื่อใจนี่มันสำคัญจริงๆ นะ”

“ใช่...ฉันกับพี่แจ็คสันก็ทำแบบนั้น เราไม่ได้คุยกันทุกวันหรอกแต่มีอะไรต้องเล่า มีใครมาจีบหรือให้เบอร์เขาก็เล่าให้ฟังหมดนั่นล่ะ ฉันก็...มีหึงๆ หวงๆ บ้างแต่ถ้าเขาเล่ามันก็หมายถึงว่าเขาอยากให้เราสบายใจ คนของเราเขาดีขนาดนี้ ฉันจะไปหึงหวงให้เสียเวลาทำไมจริงไหม?”

“คนที่น่าเป็นห่วงนี่ก็เหลือแค่กูสินะ” ยูคยอมเอ่ยเสียงพึมพำแผ่วเบาออกมา ขณะคว้าแก้วน้ำไปดูดจากหลอดแล้วเหลือบตามองเพื่อนสองคนที่จ้องมาอย่างสนอกสนใจ

“นี่...เหลือแค่กูที่ยังไม่มีแฟนนะ ช่วยห่วงหน่อย”

ยูคยอมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ พวกเราเลยหัวเราะออกมาพร้อมเพรียงกัน หลังจากนั้นเรื่องพูดคุยจึงเปลี่ยนมาเป็นเรื่องงานและเรื่องอื่นๆ แทนการคุยเรื่องของแบมแบมซึ่งมันชัดเจนแล้วทั้งในแง่ของความรู้สึกและสถานะที่ยังคงเดิม คือขยับจากเพื่อนร่วมวงมาเป็นคนรู้ใจ

ทั้งยองแจและยูคยอมไม่มีอะไรให้เป็นห่วง เพื่อนที่พวกเขาเคยรู้สึกผิดที่ต้องทอดทิ้งให้เดียวดาย ตอนนี้มีวงเป็นของตัวเอง ดูแลตัวเองได้ และยังมีคนอยู่ข้างๆ ไม่ให้โดดเดี่ยวอีกแล้ว เพียงเท่านี้เพื่อนอย่างพวกเราก็มีความสุขมากแล้ว

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเหล่านั้น พวกเราทั้ง 4 คนต่างเตรียมตัวหนักกับงานคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองส่งท้ายปลายปี เราตื่นแต่เช้าและแทบจะงดรับงานนอกด้วยซ้ำ ชีวิตวนอยู่แค่สถานที่สองแห่งคือห้องซ้อมที่บริษัทกับหอพัก เราใช้ชีวิตกันแบบนั้นอยู่เกือบเดือนพร้อมๆ กับการโปรโมทของค่าย ส่วนพวกเราเองก็ใช้ช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อให้แฟนคลับเห็นกันถ้วนทั่ว

คอนเสิร์ตประกาศว่ามีเพียงรอบเดียวและบัตรขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ชั่วโมงแรก ประธานยังไม่อยากให้พวกเราเหน็ดเหนื่อยกับการโหมงานมากนัก อีกทั้งหลังจากนี้คงเป็นเรื่องของเอเชียทัวร์ จึงยังไม่ประกาศคอนเสิร์ตรอบที่ 2 ในเกาหลีโดยบอกผ่านเว็บออฟฟิเชียลเพียงว่าให้ติดตามข่าวสารกันต่อไป

ยิ่งใกล้วันคอนเสิร์ตมากขึ้นเท่าไหร่ คนที่เครียดมากที่สุดก็คงเป็นแบมแบม เนื่องจากเป็นคอนเสิร์ตแรกและคอนเสิร์ตใหญ่ของวง เขาเลยซ้อมหนักเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ มันไม่เหมือนกับตอนไปแสดงสดตามรายการต่างๆ เด็กหนุ่มเลยมักจะอยู่ดึกในห้องซ้อม แต่มาร์คก็มักจะอยู่ด้วยและคอยชี้แนะเรื่องโน้ตด้วยบ่อยๆ

และเพราะมาร์คเสนอกับพี่ฮยอนอูว่าอยากจะมีเวทีพิเศษกับแบมแบม พอลองไปเสนอแล้วก็ผ่านอีกต่างหาก ตอนแรกเด็กหนุ่มโวยวายว่าจะให้ทำอะไรในเมื่อเราทั้งคู่ร้องเพลงห่วยแตกพอกัน สรุปคือมันกลายเป็นเวทีพิเศษที่มีเพียงเปียโนบรรเลงโดยฝีมือมาร์คสลับกับการเล่นกีต้าร์โปร่งของแบมแบมเป็นหลัก ส่วนเรื่องการร้องเพลงนั่นพวกเราต้องเข้าคอร์สกันหนักพอๆ กับเรื่องเล่นดนตรี

หลังจากผ่านคำขอ เราก็ตบตีกันเพื่อเลือกเพลงอยู่เกือบ 3 วันแล้วไปลงตัวที่เพลง Sunday Morning เพราะมาร์คไม่อยากให้เป็นเพลงที่ช้าไปหรือเร็วไป ส่วนแบมแบมก็เออออตามใจเนื่องจากเป็นเพลงที่ร้องไม่ยาก แม้จะมีท่อนเสียงสูงแต่เราสามารถลดคีย์ให้ต่ำเข้ากับเสียงของพวกเราได้แน่นอน

เพลงที่วนเวียนในหัวแบมแบมบ่อยในพักนี้เลยกลายมาเป็นเพลงที่ต้องร้องเพราะกลัวร้องผิด มาร์คน่ะมั่นใจอยู่แล้วเพราะมาจากอเมริกา แบมแบมกำลังนั่งพิงไหล่อีกคนในห้องซ้อม เราแบ่งหูฟังใส่กันคนละข้าง ขณะแบมแบมอ้าปากร้องตามเพลงออกมา มาร์คยกมือขึ้นแล้วพรมแป้นเปียโนกลางอากาศ

Sunday morning, rain is falling. Steal some covers, share some skin.

แบมแบมหลับตาพลางนึกถึงภาพตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เขาพยายามจำให้ได้มาตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ พอจบท่อนตัวเองแล้วมาร์คก็เป็นผู้รับหน้าที่ร้องท่อนฮุคช่วย เราประสานเสียงกัน แม้มันจะยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนักแต่เราก็รู้สึกว่ามันดีกว่ารอบแรกที่เคยซ้อมด้วยกัน

แบมแบมชอบช่วงเวลาเหล่านี้ เขาชอบตอนที่เรานั่งร้องเพลง นั่งฟังเพลงหรือเล่นดนตรีด้วยกันเพียงสองคน หลายครั้งเช่นกันที่เรานั่งอยู่ในห้องซ้อมโดยไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ แค่แบ่งหูฟังกันคนละหูแล้วเขาก็นอนซุกกับตักมาร์ค ส่วนอีกฝ่ายก็นั่งอ่านสมุดโน้ตเปียโน เราก็ยังอยู่ด้วยกันได้

“อ้าว? ทำไมหยุดร้องซะล่ะ ลืมเหรอ?” มาร์คหันหน้ามามอง แบมแบมกะพริบตาก่อนจะตั้งใจฟังและพบว่ามันเลยท่อนที่ควรจะร้องออกไปแล้ว เขามัวแต่นั่งคิดอะไรเพลินๆ เลยลืมซะสนิท

“อ่า...ผมใจลอยครับ” แบมแบมพึมพำบอก

“ไม่ต้องเครียดหรอก ก็จำได้เกือบหมดแล้วนี่ เรื่องที่เสียงเราไม่ได้ดีเท่าจินยองก็ไม่ต้องกังวลหรอก แฟนๆ ก็รู้อยู่ว่าพวกเราไม่ได้มาสายร้องสักหน่อย แค่เรากล้าที่จะร้องเพลงนี่ก็...ถือว่า...อืม...คืนกำไรแล้วนะ”

“ฮ่าๆ ผมไม่ได้เครียดเรื่องนี้ แต่กำลังคิดเรื่องพวกเราอยู่ต่างหาก”

“เรื่องพวกเรา?”

มาร์คถอดหูฟังออกแล้วเลิกคิ้วมอง ตอนนั้นแบมแบมเลยก้มไปปิดไอพอดที่วางทิ้งไว้ก่อนจะเหลือบตามองมาร์ค เด็กหนุ่มอมยิ้มแล้วก้มหน้าลงมองพื้นห้องซ้อมขณะเอ่ยออกมาว่า

“ผมชอบตอนนี้”

“ตอนนี้?” มาร์คหัวเราะในลำคอ “ซ้อมหนักๆ แบบนี้น่ะเหรอ?”

“ไม่ใช่ ตอนที่มีพี่มาร์คอยู่ด้วยต่างหาก” แบมแบมหัวเราะกับตัวเองขณะเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามาร์ค เพราะตอนนี้มีแค่เราสองคน แบมแบมถึงได้กล้าพูดอะไรแบบนี้

“เหรอ...เพิ่งรู้สึกเหรอ? พี่รู้สึกมาตลอดเลย...” มาร์คยิ้มขณะยกมือขึ้นมาจับเส้นผมแบมแบมเล่น มือกีต้าร์ของวงยังคงยิ้มก่อนจะตอบเสียงเบาว่า

“ไม่ใช่เพิ่งรู้สึกตอนนี้หรอก อยู่กับพี่มาร์คทีไรก็ชอบหมดแหละ ผมชอบเวลาที่ผมซ้อมเลิกดึกแล้วพี่ยังนั่งรอข้างนอกนะ ถึงจะเกรงใจแต่ผมก็แอบเห็นแก่ตัวอยากให้พี่รอกลับพร้อมผมทุกครั้งเลย”

“พี่ก็เห็นแก่ตัว...” มาร์คหัวเราะ ก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้จนหน้าผากเราแนบชิดกัน “ไม่รู้เหรอว่าพี่อยากอยู่กับแบมแค่สองคนบ่อยๆ พี่ชอบเวลาเราเดินกลับหอด้วยกันตอนกลางคืนด้วย พี่ชอบตอนได้จับมือแบมแบมโดยที่ไม่ต้องคอยหลบสายตาใคร”

มาร์คก้มไปจับมือแบมแบมแล้วดึงขึ้นมาจูบหลังมือ เขาเห็นหน้าแบมแบมตอนเขินที่ริ้วสองข้างแก้มแดงแบบนี้ก็บ่อย แต่ก็ไม่รู้อีกว่าทำไมมองกี่ครั้งก็ยังคิดว่ามันน่ามอง เขายิ้มกว้างออกมาขณะกดจูบไปที่หลังมือแบมแบมอีกหนอย่างถนอม

“ต่อไปนี้เราคงเหนื่อยด้วยกันไปอีกหลายๆ เรื่อง ยังไงก็...ทนหน่อยนะ เราอยู่ในสถานะแบบนี้ แสดงออกมากก็ไม่ได้ แม้จะไม่เป็นที่จับตามองแต่ถึงยังไงพี่ก็ยังอยากให้แบมแบมอยู่ในวงการนี้อีกนานๆ เพราะนี่คือความฝันของแบม”

แบมแบมไม่ได้ตอบอะไรนอกจากหลุบตาต่ำ เขาเป็นฝ่ายดึงมือมาร์คขึ้นมากุมไว้หลวมๆ ไม่ได้กล้าแบบอีกฝ่ายขนาดยกขึ้นมาจูบหรอก เด็กหนุ่มแค่จับเอาไว้แล้วบอกเสียงเบาว่า

“ผมรักพี่นะ...” ดวงตาที่เอาแต่หลุบต่ำเงยมาสบตามือกลอง

“เรื่องที่ผ่านมามันคงเป็นแค่ปัญหาเริ่มต้น จากนี้ไปอาจจะเจอเรื่องแย่ๆ เข้ามาอีกก็ได้แต่ผมจะไม่ลืมว่าผมชอบเวลาพี่มาร์คกับผมอยู่ด้วยกันที่สุด เพราะงั้น...ผมจะท่องเอาไว้ทุกครั้งหากเจอปัญหาว่าผมรักพี่ แล้วก็ไม่อยากปล่อยมือนี้ด้วย”

“พี่ว่าพี่เลือกคนไม่ผิดนะ...”

มาร์คหัวเราะแล้วดึงสร้อยสีเงินจากคอแบมแบม จับจี้นั่นขึ้นมามอง ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ สร้อยเส้นนี้ก็ยังคงห้อยคอแบมแบมไม่ห่างกาย จะมีก็แค่ตอนอาบน้ำและตอนเข้านอนเท่านั้นที่เด็กหนุ่มยอมถอดวาง มาร์คจูบลงไปที่จี้ซึ่งเป็นคนให้แบมแบมกับมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองสบตาอีกฝ่าย

“ตอนนี้คงไม่เหมาะจะจูบ...แต่พี่ไม่ต้องพูดแบมแบมก็รู้ใช่ไหมว่าพี่เองก็รัก...”

“อืม...”

แบมแบมยิ้มกว้าง มาร์คดึงหูฟังมาใส่ในหูเขาอีกครั้ง ขณะแบมแบมเองก็หยิบหูฟังใส่ให้อีกฝ่าย เด็กหนุ่มเป็นคนก้มลงไปกดเปิดเพลงให้เริ่มต้นใหม่อีกหน เขาขยับให้นั่งได้ถนัดขึ้น เอนหัวไปซบไหล่มาร์คแล้วตั้งอกตั้งใจฟังดนตรี พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาซ้อมให้สมกับเป็นการขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรกของเรา

 

 

 

 

เวทีคอนเสิร์ตสำหรับการแสดงโชว์พิเศษของพวกเราในวันนั้นเหมือนอย่างที่เราซ้อมใหญ่กันนั่นล่ะ มาร์คใส่สูทสีดำและทรงผมเรียบร้อยนั่งอยู่หลังแกรนด์เปียโน ขณะที่แบมแบมเองก็อยู่ในชุดสูทสีเดียวกันกับกีต้าร์โปร่งบนแท่นที่มาร์กตำแหน่งเอาไว้ให้ยืนหลังขาไมค์ และส่วนนี้ของเวทีจะหมุนไปเองโดยที่เขาไม่ต้องเดิน

เสียงเปียโนของมาร์คดังขึ้นก่อนแบมแบมจะเริ่มต้นเล่นกีต้าร์ของเขา ในฮอลล์เงียบกริบเลยมีแต่เสียงดนตรีของพวกเราดังก้อง สปอร์ตไลท์ดวงใหญ่ฉายชัดเจาะจงมาที่พวกเราทั้งคู่ซึ่งอยู่กันคนละส่วนของเวที แล้วเสียงแบมแบมก็ดังขึ้นก่อนเพราะรับหน้าที่ร้องท่อนแรก

Sunday morning, rain is falling. Steal some covers, share some skin.

Clouds are shrouding us in moments unforgettable. You twist to fit the mold that I am in.

เพราะเป็นเพลงที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเลยมีแฟนคลับหลายคนเริ่มร้องคลอตาม ตอนนั้นที่แท่นซึ่งแบมแบมยืนอยู่ค่อยๆ เคลื่อนไปหยุดตรงกลางเวที เขามองไปทางมาร์คขณะอีกฝ่ายอ้าปากร้องท่อนฮุคโดยมีเขาเป็นคอรัสให้

That may be all I need. In darkness, she is all I see.

Come and rest your bones with me. Driving slow on Sunday morning and I never want to leave.

เราร้องจนใกล้จะจบเพลง ตำแหน่งเวทีที่แบมแบมยืนอยู่ยังคงเคลื่อนมาจนหยุดอยู่หน้าแกรนด์เปียโนของมาร์ค เขาก้าวเท้าถือกีต้าร์ลงมาเพราะไม่มีท่อนให้ร้องแล้ว หน้าที่ที่เหลืออยู่คือการยืนอยู่ตรงข้ามเจ้าของปลายนิ้วที่กำลังพรมลงบนคีย์เปียโนและร้องท่อนสุดท้ายออกมา

Driving slow on Sunday morning and I never want to leave.

แบมแบมคิดว่าเดี๋ยวไฟต้องดับลง แต่ไฟก็ยังคงสว่าง เขาพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติขณะคิดว่าหรือจะเกิดการผิดคิว แต่ตอนที่หันไปทางมาร์คก็เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายเดินออกมาจากที่นั่งด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ตกใจอะไรเหมือนกับรู้อยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เด็กหนุ่มเม้มปากตอนเห็นว่ามาร์คเดินมาใกล้ ในมือมีไมค์ลอยหนึ่งตัวก่อนจะกอดคอแบมแบมแล้วเอ่ยร้องเพลงท่อนหนึ่งออกมา

That may be all I need. In darkness, she is all I see.

Come and rest your bones with me.

เป็นการร้องแบบไร้เสียงดนตรีแล้วไมค์ก็ถูกเลื่อนมาจ่อที่ริมฝีปากของแบมแบมโดยไม่ได้นัดหมายเอาไว้ก่อน ในตอนนั้นเขาตกใจแต่ก็ทำได้แค่ตามน้ำด้วยการร้องท่อนสุดท้ายที่มาร์คเพิ่งจะร้องจบไปว่า

Driving slow on Sunday morning and I never want to leave.

คราวนี้แสงไฟค่อยๆ ดับวูบลงของจริงตามด้วยเสียงกรี๊ดของ FanC ด้านล่างพร้อมเสียงตะโกนชื่อเราสองคนสลับไปมา มาร์คโอบเอวแบมแบมให้เดินตามเข้ามาด้านหลังเพราะต่อไปเป็นการแสดงพิเศษของจินยอง

“พี่มาร์ค...”

“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่อยากเซอร์ไพร้ส์นิดหน่อย ก็อยากให้รู้ไงว่า .... I never want to leave

เราถูกเหล่าทีมงานดึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับการแสดงลำดับต่อไป ตอนนั้นแบมแบมยังใจเต้นแรง เขารู้แล้วว่านี่มันไม่ใช่แค่การแสดงคอนเสิร์ตแรกของเขา แต่เป็นครั้งแรกที่ได้ร้องเพลง แถมยังเป็นเพลงคู่กับคนรักของตัวเองอีกต่างหาก

หากการแสดงเมื่อครู่นี้ถูกใครถ่ายรูปเอาไว้ล่ะก็...คงจะได้เห็นแววตาที่เราต่างก็มองกันและกัน มันเริ่มตั้งแต่สายตาแบมแบมตอนเริ่มเพลงและจบด้วยสายตาของมาร์คตอนจบของเพลงที่ร้องโดยไร้ดนตรีนั่นด้วย สำหรับเหล่า FanC นั่นอาจจะเป็นเพียงการแสดงและการคืนกำไรให้แฟนคลับเท่านั้น แต่มีเพียงพวกเรา 4 คนกับพี่ฮยอนอูเท่านั้นล่ะที่รู้ว่ามันไม่ใช่การแสดง นี่คือสิ่งที่เราสองคนกำลังบอกใบ้ต่างหาก

ว่าเราเลือกกันแล้ว...และเรารักกัน...

เพราะคำว่าไอดอลยังคงค้ำคอและเราทั้งคู่อาจจะออกมายอมรับไม่ได้ว่าสำหรับความสัมพันธ์ที่สนิทสนมเกินพี่น้องภายในวงมันคืออะไร ในสายตานักข่าวหรือคนทั่วไปแล้วนั่นอาจมองว่าเป็นแค่ความสนิทชิดเชื้อของผู้ชายสองคนที่ชอบเพลงคล้ายกัน มีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนๆ กัน แต่มาร์คและแบมแบมรู้ว่าหากเป็น FanC ล่ะก็...สักวันพวกเราอาจจะปิดไม่มิด เพราะแววตาและการกระทำของพวกเราไม่ได้ปิดบังแฟนคลับอยู่แล้ว

เราจึงเชื่อว่าแฟนคลับที่เปรียบเหมือนกับสมาชิกในครอบครัว แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่หากสังเกตดีๆ ล่ะก็อาจจะรู้เหมือนอย่างที่เราไม่ต้องบอกแต่พี่ฮยอนอูรู้ก็ได้ เพราะสายตาที่มาร์คกับแบมแบมตอนที่มองกัน เราไม่เคยปกปิดหรือคิดจะเก็บความรู้สึกที่มีต่อกันด้วยซ้ำ

ดังนั้นคงมีสักวันที่เขารู้โดยที่เราไม่ต้องบอก...ว่าเราเป็นอะไรกัน...

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ มาถึงตอนจบแล้ว ต้องจบภายในอาทิตย์นี้เพราะดันทวิตท้าให้น้องอัพรูปคู่พี่มาร์ค
แล้วก็อย่างที่เห็นค่ะ
/ผายมือไปทางอินสตราแกรม 5555555555555555
ขอบคุณที่ติดตามกันมานานเป็นครั้งแรกด้วยที่แต่งฟิคได้หลายตอนขนาดนี้ เหนื่อยค่ะ 5555
เปิดฟิคเรื่องใหม่แล้วไปเยี่ยมเยียนกันได้ค่ะ สามารถคอมเมนต์หรือติดแท็ก #ficfakemb ได้เช่นเคย
หวังว่าจะคิดถึงเรื่องนี้กันบ่อยๆนะคะ แล้วก็เปิดจองฟิคแล้ว คลิกตรงนี้ หรืออ่านรายละเอียดตอนถัดไป

ปล. คนพรู๊ฟเราบอกว่าตอนจบเราห้วนไปค่ะ
5555
แต่เราเองพอใจที่มันเป็นแบบนี้อะ
อยากทราบความเห็นทุกคน ถ้ายังไงติติงไว้ได้เลยนะคะ พร้อมน้อมรับทุกคำชมและคำชี้แนะค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,341 ความคิดเห็น

  1. #2339 Namnam_Got7 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 20:08
    เขินมากกกกกก
    #2,339
    0
  2. #2291 ฺBeau (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 21:54
    ดีมากเลยค่ะ มีอีกหมื่นล้านคำในความรู้สึกตอนนี้เลยค่ะ
    รักพี่มาร์คในทุกเรื่องของคุณไรท์เตอร์เลยค่ะ ถึงจะแอบหมั่นไส้เรื่องนี้นิดหน่อยก็ตาม พี่มาร์คที่รักแบมแบมมาก มันดีนะคะ ดีมากๆๆๆๆๆๆ
    ขอบคุณนะคะ :)
    #2,291
    0
  3. #2257 Ar Kml (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 10:51
    แงงงงงง น่ารักมากกกก ละมุนนน
    #2,257
    0
  4. #2250 BMN (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 11:40

    จบแล้วอ่ะ รักเรื่องนี้จังเลย (รักนิยายของไรท์ทุกเรื่อง)555

    ตั้งแต่อ่านมาชอบนิยายของไรท์ทุกเรื่องค่ะ แต่เรื่องนี้ชอบมากที่สุดเพราะมันเหมือนชีวิตจริงของทั้งคู่มาก การเป็นไอดอลไม่สามารถที่จะออกมาพูดหรือว่าเปิดเผยอะไรได้มากอย่างนิยายเรื่องนี้แหละ ชีวิตจริงทุกวันนี้เราก็เห็นสายตาของมาร์คที่มองแบมแบม มันเป็นเหมือนในนิยายจริงๆ อาจจะเป็นพวกเราที่ขี้ชิบไปเอง แต่บางทีหลักฐานมันก็ทนโท่อ่ะนะ หุหุ

    ไรท์ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย แต่งออกมาได้ดีมาก ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ติดตามผลงานอยู่เสมอค่ะ

    #2,250
    0
  5. #2221 say (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 10:32
    จบได้น่ารักค่ะ เขินนนนนน

    โดยรวมชอบความละมุนละไมกลมกล่อมของฟิคเรื่องนี้นะ

    ไม่ได้มีฉากหวือหวาอะไรมากแต่อ่านละฟีลกู้ด อมยิ้มได้ตลอด^^
    #2,221
    0
  6. #2191 ojay2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 19:01
    โอ้ยยยยย คือดีมากกกก อยู้ด้วยกันไปนานๆๆนะ ทั้งคู่เลยยย ขอบคุณไรท์ที่แต่งฟิคดีๆให้อ่านนะคะ
    #2,191
    0
  7. #2164 jjphile (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 16:32
    ขอบคุณนะคะ ฟิคสนุกมากเลย ^^
    #2,164
    0
  8. #2163 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:18
    จบแล้ววว งื้อชอบมากกกเลย ภาษาสวยละมุนมากกก 

    อ่านตั้งแต่แรกเห็นถึงพัฒนาการของทั้งสองที่เริ่มจากไม่ถูกกัน เข้าใจกัน จีบกัน ทะเลาะกัน และสุดท้ายก็กลับมาเข้าใจและรักกันมากกว่าเดิม ชอบความสัมพันธ์แบบนี้นะ ให้ความรู้สึกถึงตัวตนศิลปินเลย เมื่อมีข่าวไม่ดีขึ้นเขารู้สึกอย่างไร แถมยังต้องแบกรับคำว่าไอดอลที่เป็นอยู่ด้วย จะแสดงอะไรออกมาให้ชัดเจนก็ไม่ได้ ต้องมองในมุมของแฟนคลับ

    จากอ่านฟิคเรื่องนี้แอบคิดในใจว่ามาร์คแบมเค้าอาจตกอยูในสถานการณ์นี้ก็ได้(อ่าววชิปㅋㅋㅋㅋㅋ) ขอบอกว่าชอบมากกกกกก ขอบคุณไรท์ที่แต่งให้ได้อ่านกัน รักกกก
    #2,163
    0
  9. #2152 mvnkhyuck (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 04:10
    อ่านจบแล้วค่ะฮือ ปลื้มปริ่มหัวใจกับความรักของเขาสองคนมากๆฮือ รักที่รู้แค่เราและสมาชิกในวงกับพี่ผู้จัดการ มันดีมากค่ะยิ่งตอนมีปัญหากันมันบีบหัวใจได้จริงๆค่ะ อ่านแล้วยังรู้สึกหายใจไม่ออกไปพร้อมๆกับตัวละครเลย มันกินใจจริงๆค่ะ ชอบการแสดงความรักชองทั้งคู่ด้วย ชอบฟิคเรื่องนี้มากค่ะ
    #2,152
    0
  10. #2142 Orathaiks (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 11:24
    สนุกมากกกกกขอบคุณมากๆนะค้า
    #2,142
    0
  11. #2125 AhgaseBlood (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 18:59
    จบแล้ว (ภายในวันเดียว555) สนุกคร้าาา ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้อ่านนร้าาไรท์
    #2,125
    0
  12. #2111 Aoyyah (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 15:04
    ค่ะ สายตาคงจะปิดกันไม่มิดจริงๆ555555
    #2,111
    0
  13. #2090 zilladragon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 17:09
    Eyes never lie.
    #2,090
    0
  14. #2087 KAKUSETSU (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 11:12
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ เราพึ่งเข้ามาอ่าน แต่งดีมากเลย แต่เราเป็นพวกชอบอ่านมุมของแฟนคลับด้วยไง เรื่องนี้เลยคิดว่ามันน้อยไปหน่อย555
    #2,087
    0
  15. #2086 Boomm Wrn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 17:13
    จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งดีจัง ^^
    #2,086
    0
  16. #2065 bbunnymm (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 10:36
    จบแฮปปี้เอนดิ้งดีงามพระรามแปดมาก ชอบบบ ชอบมาร์คแบมตอนนี้มากกกกกกกกก
    #2,065
    0
  17. #2042 mellow_aa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:01
    และก็จะต่อว่า แฟนซีนั้นรับได้แน่นอนค่ะ 555555 จบแล้ว เรื่องอนาคตก็ปล่อยเป็นเรื่องอนาคตไปสิเนอะ แค่เพียงเรานั้นยังรักกันก็เพียงพอแล้ว ความเชื่อใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
    เรื่องนี้อ่านรวดเดียวจบเลย ชอบคาแรคเตอร์มาร์คที่เวลาชอบแบมแล้วก็ชัดเจนมาก แสดงออกตลอด ชอบนิสัยแบม ชอบเวลาที่ทั้งคู่แสดงออก และก็ชอบการดำเนินเรื่อง ที่บางทีเดาว่าอาจจะเป็นแบบนี้แต่มันก็ไม่ถูกเสมอไป ซึ่งมันดีมากๆเลยนะคะ มันทำให้รู้สึกแปลกใหม่อะ555555
    #2,042
    0
  18. #2018 soul_hyukjae (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 23:34
    อ่อยยยย   มาไม่ทันสั่งหนังสืออีกแล้วอ่า
    #2,018
    0
  19. #2004 M.m1nt (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 10:33
    ชอบมากค่ะนี่จะคิดจริงละนะว่าเค้าคบกัน
    #2,004
    0
  20. #1984 นักอ่าน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 17:11
    ชอบมากค่ะ เป็นเรื่องที่ดูเรียลและละมุนมาก แอบๆนึกถึงเรื่องจริงเลย 55555 เป็นกำลังใจให้แต่งเรื่องอื่นๆต่อนะคะ

    #1,984
    0
  21. #1976 InDépenDant. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 08:31
    เราเพิ่งอ่านเรื่องนี้ เราชอบตอนจบนะคะ ไม่ต้องมากมายแต่อ่านแล้วรู้สึกดีรู้สึกอุ่นๆ
    #1,976
    0
  22. #1952 Nuinui_MB (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 21:44
    จบได้สวยและเลิดมากเลยค่ะ  like เลย 
    #1,952
    0
  23. #1951 Nuinui_MB (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 21:43
    จบได้สวยและเลิดมากเลยค่ะ  like เลย 
    #1,951
    0
  24. #1943 PeAriiS (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 02:06
    เป็นอีกเรื่องที่ยกขึ้นหิ้งในดวงใจเราเลย

    มันดีมากๆ จนไม่รู้จะอธิบายยังไงหมด

    ทั้งภาษา การสื่อความหมาย กล้าบอกเลยว่า

    ถึงไม่มี nc ก็ไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไร เป็นฟิคที่เลอค่ามาก

    มันมีความโรแมนติกในตัวของมัน เจ๋งมากๆ 

    เราจะติดตามผลงานของไรท์ต่อไปค่ะ 



    ปล.สำหรับเรื่องนี้สั่งจองไปแล้วเรียบร้อย ควรค่าแก่การเก็บมาก ^^
    #1,943
    0
  25. #1942 9nawKIHAE (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 01:58
    REAL มาก ONLY WE KNOW จริงๆ น้ำตาคลอ

    จริงๆทุกวันนี้ชิปเปอร์ก็อยู่ด้วยสายตามาร์คที่มองแบมนี่แหละ 

    ฮือออออ มันใช่มาก สักวันเราจะรู้เอง ว่าอะไรเป็นอะไร <3
    #1,942
    0