[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 23 : FAKE - Chapter 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    5 ส.ค. 58



F A K E

 

Chapter 21

 

ยังคงเป็นอีกคืนที่แบมแบมหลับๆ ตื่นๆ กระทั่งเช้ามืดของอีกวัน พี่ฮยอนอูเป็นคนโทรมาปลุกให้เขาตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า วันนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีตารางงาน นั่นคือการอัดเสียงที่ค่ายของเพื่อนทั้งสองคนสำหรับใช้ในมินิอัลบั้ม หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วแบมแบมก็มานั่งชงโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วให้ตัวเอง

เหตุการณ์เมื่อคืนยังฉายชัดในความทรงจำ เขาจำได้ว่ามาร์คยืนอยู่ตรงนี้และตำแหน่งที่เขายืนก็คือตรงนั้น แม้คำพูดของเราทั้งคู่เขาจะจำได้ไม่หมด โดยเฉพาะสิ่งที่ตัวเองเอ่ยออกไปอย่างร้อนใจ แต่ทุกคำพูดของมาร์ค เขาจำได้ดี

แล้วพี่ก็อยากให้แบมแบมเก็บไปคิดทบทวนให้ดีว่าเรื่องระหว่างเราจะเอายังไง หลังจากนั้นเราค่อยมาคุยกัน

ที่จริงแล้วแบมแบมทบทวนมันมาทั้งคืนเลยล่ะว่าเรื่องของเราควรจะเอายังไงต่อ ตลอดเวลาแม้จะไม่ค่อยพูดว่ารักหรือแสดงออกมากเท่าที่มาร์คทำ แต่แบมแบมรู้เสมอว่าหัวใจเขามันมักจะเต้นแรงตอนที่อีกคนอยู่ด้วยและแสดงออกตรงๆ ว่ารัก ว่าคิดถึง ถ้อยคำหวานที่บอกตรงๆ ตามสไตล์ที่มาร์คมักจะพูดก็ทำให้แบมแบมดีใจทุกครั้ง แบมแบมมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมแขน ตอนที่เราแบ่งหูฟังกันหรือแม้แต่ตอนที่มาร์คเผลอหลับมาพิงไหล่เขาก็ด้วย

ถึงมันจะเป็นรักแบบต้องหลบๆ ซ่อนๆ แต่แบมแบมว่าเขาตัดสินใจได้แล้วว่าเขายังอยากมีมาร์คให้คอยทำแบบนั้น มีคนที่รักและคอยกุมมือเขาเอาไว้

โกโก้เย็นชืดและมันหมดไปแค่ครึ่งแก้วเพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิน พี่ฮยอนอูโทรมาตามให้เขาลงไปที่ลานจอดรถได้เลย แบมแบมเลยจำต้องล้างแก้ว ก่อนจะเดินออกจากห้อง

เขาทักทายผู้จัดการก่อนจะก้าวขึ้นรถ วันนี้แบมแบมย้ายมานั่งข้างหน้าคู่กับคนขับเพราะทั้งรถนั่นมีเพียงเขา ด้านหลังมองเห็นกีต้าร์ 2 ตัววางอยู่บนเบาะ หลังจากรถเคลื่อนตัวออกจากหอพัก พี่ฮยอนอูก็เอ่ยขึ้นว่า

“วันนี้อากาศคงดีนะ”

“นั่นสิครับ”

แบมแบมมองออกไปด้านนอก พระอาทิตย์เพิ่งขึ้นพอดี มองเห็นสีส้มที่เป็นริ้วอยู่ตรงขอบฟ้า แบมแบมเผลอยิ้มกับทัศนียภาพนั้น เขาก็แค่คิดว่าเห็นภาพดีๆ แบบนี้แต่เช้า วันนี้ก็คงจะเป็นวันที่ดีของเขาเช่นกัน

แบมแบมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ แรงเขย่าตรงไหล่และเสียงเรียกของพี่ฮยอนอูทำให้เด็กหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นมา พอเห็นว่ารถมาจอดตรงหน้าตึกของค่าย MU ถึงได้รู้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว เขาก้าวลงรถและพบทีมงานมารอรับ พี่ฮยอนอูแตะหลังแบมแบมก่อนจะบอกว่า

“เข้าไปข้างในเลย เพื่อนน่าจะรออยู่”

“อ่า...ครับ...”

เพราะเป็นการทำงานและทีมงานของทางค่าย MU เป็นคนจัดการ ทางแบมแบมและผู้จัดการจึงไม่ต้องทำอะไรมากนัก หลังจากเข้ามาในตึก ทีมงานผู้ชายที่เคยเจอกันแล้วก็เป็นคนพาแบมแบมไปถึงห้องอัด ยองแจนั่งวอร์มเสียงอยู่กับยูคยอมซึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์

“อ้าว? เป็นไง”

“ก็...ไม่เป็นไง” แบมแบมตอบอ้อมแอ้ม เลือกนั่งลงข้างๆ ยองแจที่อยู่โซฟาอีกตัว ยูคยอมหัวเราะเสียงต่ำก่อนจะส่ายหน้าแล้วถามย้ำว่า

“เป็นไง...หมายถึงเรื่องนี้สิ” ฝ่ามือตบแผ่นอกด้านซ้ายเหมือนบอกใบ้ แบมแบมพอจะรู้อยู่หรอกว่ายูคยอมถามถึงเรื่องไหน คราวนี้นอกจากยูคยอมแล้วก็มียองแจที่หันมาใช้สายตาสนอกสนใจอีก แบมแบมเลียริมฝีปากก่อนจะส่ายหน้า

“หมายความว่าไง” ยองแจถามสั้นๆ ตอนนั้นโปรดิวเซอร์เดินออกไปจากห้องพอดี เลยมีเพียงพวกเราสามคนในห้อง แบมแบมเลยรีบเอ่ยออกมา

“ก็ยังไม่ดีกันเลย พยายามอธิบายแล้ว แต่ว่าเขาบอกให้คิดทบทวน”

“คิดอะไรอีกวะ?” ยองแจส่ายหัว “แล้วเขาว่าไง”

“บอกว่าวันนี้จะรู้เหตุผล อ่า...เอาไว้ค่อยคุยกันหลังเสร็จงานดีกว่า”

แบมแบมกระซิบเสียงเบาในประโยคท้ายเพราะโปรดิวเซอร์เดินเข้ามาพอดี หลังจากนั้นเราเลยพักเรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อนเพื่อทำงาน

อัดเสียงกีต้าร์ของแบมแบมและยูคยอมเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราก็มานั่งรอยองแจซึ่งเดินเข้าห้องอัด แบมแบมเอนหลังพิงโซฟาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปตบเข่าเพื่อนแล้วเอ่ยสั้นๆ ว่า

“เดี๋ยวมานะ”

แบมแบมเดินออกมาจากห้อง เขามาหยุดอยู่ในห้องน้ำ มองตัวเองผ่านกระจกก่อนจะถอนหายใจออกมา ใต้ตาเริ่มมีรอยคล้ำรอบๆ แม้จะเห็นไม่ชัดแต่ถ้ามองแวบเดียวก็คงเห็นได้ถึงความเหนื่อยหน่ายที่แผ่ออกมาจากร่างกาย เด็กหนุ่มยืนนวดกระบอกตาตัวเอง ใจจริงอยากจะวักน้ำเย็นๆ สาดหน้าแต่พอนึกถึงเสื้อผ้าและเส้นผมที่อาจจะโดนน้ำจนเปียกก็เลยตัดสินใจไม่ทำ

เขาเดินตามหาพี่ฮยอนอูอยู่ทั่วชั้นแต่ก็ไม่เจอ ความจริงแล้วอยากถามเรื่องที่มาร์คบอกว่าเขาจะรู้เหตุผลเกี่ยวกับโอนาราในวันนี้ แบมแบมนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องอัด เขาเม้มปากเงยหน้ามองเพดานด้วยแววตาว่างเปล่า

เปลือกตาเกือบจะปิดแล้วแบมแบมก็เกือบจะหลับอยู่ตรงนั้น เขาสะดุ้งเพราะเสียงเปิดประตูอย่างรุนแรงเหมือนคนด้านในรีบร้อน หันไปกะพริบตามองเลยเห็นสีหน้าของยูคยอม อีกฝ่ายอ้าปากแต่เหมือนเสียงจะหายไปในลำคอ ไอแพดในมือเพื่อนยื่นมาตรงหน้าแทนการอธิบาย

“อะไร?” แบมแบมรับมาถือไว้แต่ก็ยังถาม

“อ่านสิ นี่ข่าวใหญ่เช้านี้เลย”

หัวใจแบมแบมเต้นแรงขึ้นในตอนนั้น เขากลืนน้ำลายขณะวางไอแพดลงบนตัก กดเปิดหน้าจอที่ดับสนิทไปให้สว่างขึ้นอีกครั้ง หัวข้อข่าวด้วยตัวอักษรตัวใหญ่และหนาอยู่ด้านบน ภาพประกอบข่าวคือโอนาราจากงานพรมแดงและมาร์คในคอนเสิร์ตสักงาน พร้อมกับข้อความเนื้อข่าวด้านล่างอีกยาว

โอนาราฉีกสัญญา เดินหน้าฟ้องค่าย พร้อมจรดปากกาหันไปซบ PS’

แบมแบมเงยหน้าตอนอ่านพาดหัวข่าวนั่นจบ เขากะพริบตาขณะยูคยอมส่งสายตาให้อ่านต่อ เด็กหนุ่มจึงก้มหน้าลงเพื่ออ่านเนื้อหาข่าวอีกครั้ง

เช้านี้ทนายซึ่งเป็นตัวแทนของนักแสดงสาว โอนารา ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่า โอนาราได้ฉีกสัญญากับต้นสังกัดเดิมอย่าง Shine Star แล้วเรียบร้อย สาเหตุหลักๆ เนื่องจากมีปัญหากับผู้จัดการและความเอารัดเอาเปรียบที่ลามไปถึงชีวิตส่วนตัวของเธอ ตลอดระยะเวลาเธอไม่สามารถมีวันพักผ่อนที่เพียงพอทำให้ร่างกายทรุดโทรม อีกทั้งผู้จัดการที่บริษัทจัดหามาให้ดูแลก็ยังดูแลเธอไม่ดีเท่าที่ควร ยังแอบถ่ายภาพแบล็กเมล์เธอส่งให้เพื่อนอีกด้วย

ทนายของโอนาราออกมาบอกอีกว่าตอนนี้นักแสดงสาวได้เซ็นต์สัญญากับค่ายดังอย่าง PS Entertainment และทางต้นสังกัดใหม่พร้อมจะฟ้องร้องและช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่ โดยผู้เป็นสื่อกลางและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดคือมาร์ค มือกลองวง Chaos ถึงขั้นมีภาพหลุดแต่แท้จริงแล้วนั่นเป็นการคุยถึงเรื่องการย้ายค่ายอย่างลับๆ ที่ญี่ปุ่นแต่ดาราสาวบอกเพียงแค่ว่าความสัมพันธ์นั้นคือเพื่อนที่ดีต่อกัน

ทางด้าน Shine Star ยังไม่ได้ออกมาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในขณะที่โอนาราประกาศว่าเธอจะพูดทุกอย่างที่ค่ายกระทำกับเธออย่างไม่ยุติธรรมในงานแถลงข่าวบ่ายโมงตรงวันนี้ และทนายยังย้ำอีกว่า PS Entertainment จะช่วยเหลือสมาชิกครอบครัวคนใหม่ในค่ายให้ถึงที่สุด

เหมือนกับทุกอย่างที่เคยหวาดระแวงมันค่อยๆ ปลิวหายไปจนหมด แบมแบมปล่อยให้หน้าจอไอแพดดับวูบไป ขณะรับรู้ได้ว่ายูคยอมเดินอ้อมมานั่งลงข้างๆ ดึงไอแพดกลับคืนไปแล้วตบเข้าที่เข่าเขา 2-3 ทีเหมือนจะปลอบใจ

“เขาคงบอกไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องแบบนี้ ฉันว่า...ฉันเข้าใจนะ เขาบอกใครไม่ได้หรอกแม้กระทั่งนาย คุณนาราแอบมาเซ็นต์สัญญาใหม่แถมมีเรื่องกับบริษัทเดิมขนาดนี้”

“อืม...”

แบมแบมพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้นมาแค่นั้น เขาไม่รู้หรอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามาร์คจะรู้สึกยังไง คนที่รับฟังก็คงมีเพียงพี่ฮยอนอูเท่านั้นที่คอยไปรับไปส่งหรือแม้แต่พาไปหานาราเพื่อรับฟังข้อมูลเหล่านั้นก่อนจะมาเล่าให้ประธานฟังอีกทีเพื่อขอคำปรึกษา มันจะเครียดขนาดไหนกันนะ ที่จริงแล้วเธอไม่ใช่คนผิดเลย แต่คงไม่มีที่จะพึ่งพานอกจากมาร์คเท่านั้นจึงยังต้องติดต่อกันอยู่

เรานั่งนิ่งๆ กันสักพักแล้วยูคยอมก็แตะไหล่เขาพลางชวนให้เข้าไปในห้องอัด จริงสินะ หน้าที่ของแบมแบมตอนนี้คือการมาทำงาน เขายิ้มให้เพื่อนก่อนจะลุกเดินตามไป

เอาไว้เย็นนี้คงให้คำตอบพี่มาร์คได้แล้วจริงๆ

 

 

 

ระหว่างทางกลับหอพักซึ่งตอนนี้พระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว แบมแบมยังคงมานั่งข้างพี่ฮยอนอูเหมือนตอนขามา เขาเพิ่งรู้ว่าหลังจากผู้จัดการขับรถมาส่งและทิ้งเขาไว้ที่บริษัทกับเพื่อน ผู้จัดการวงก็ขับรถไปที่หอพักอีกครั้งเพื่อรับมาร์คกับพี่ๆ ที่เหลือไปยังบริษัทของเรา

จินยองบอกแบมแบมว่านักข่าวมาดักรอมาร์คที่หน้าค่ายแทบมองไม่เห็นหน้าแฟนคลับเลย ทั้งไมค์ทั้งกล้องเต็มไปหมด แต่เราก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป งานแถลงข่าวช่วงบ่ายแบมแบมได้แต่อ่านบทสัมภาษณ์ โต๊ะแถลงมีเพียงทนายความของโอนาราซึ่งเป็นทนายที่ทางค่ายเราจัดการให้และคุณนาราเท่านั้น คำถามมากมายยิงตรงมาที่เรื่องการถูกกดขี่ซึ่งนาราอ้าง และเธอก็เล่าให้ฟังแค่เพียงส่วนเดียวเพราะต้องไปให้ปากคำในชั้นศาล ส่วนในเว็บบอร์ดนั้นเริ่มมีการขุดคุ้ยประวัติผู้จัดการของโอนาราออกมาแฉกันแบบที่สามารถหยิบมาเป็นหลักฐานได้หมด

ส่วนที่ค้างคาใจนักข่าวก็ยังมีอยู่ คำถามเรื่องของมาร์คก็ยังคงถูกถาม และคำตอบของเธอ แบมแบมก็ได้อ่านจากบทความข่าวที่ยองแจเป็นคนยื่นให้

กับมาร์คเราเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ ฉันปรึกษาเขาเรื่องนี้มาตลอด แต่มีช่วงที่เราทั้งคู่ยุ่งๆ เลยไม่ได้ติดต่อกัน ส่วนฉันเองก็คิดว่าไม่ไหวกับการไปทำงานหรือแม้แต่ไปบริษัทแล้วเลยพยายามติดต่อเขาอีก ฉันอยากขอบคุณมาร์คแล้วก็ผู้จัดการของเขามากที่ช่วยเหลือฉันเป็นอย่างดี ฉันก็ยังย้ำคำเดิมว่าเขาเป็นแค่เพื่อนสนิทของฉัน

แบมแบมมองออกไปด้านนอกรถ เขาเม้มปากขณะที่ในรถยังคงเงียบกริบ จู่ๆ แบมแบมก็เลยขยับตัว ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิวไปว่า

“ผมอ่านข่าวเรื่องพี่มาร์คกับคุณนาราแล้วนะครับ”

“อ๋อ...อืม...เข้าใจเหตุผลแล้วสินะ” พี่ฮยอนอูเอ่ยออกมาแต่ตายังมองตรงไปยังถนนด้านหน้า

“พี่ฮยอนอูรู้มาตลอดเลยเหรอครับ?”

“ก็...ตั้งแต่ตอนที่สองคนนั้นเป็นแฟนกัน นารามีปัญหาเรื่องผู้จัดการแล้วล่ะ แต่มันยังไม่หนักเท่าพักหลัง” เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งแล้วพี่ฮยอนอูถึงได้เล่าต่อ

“เราก็พยายามช่วยเธอมาตลอด แต่นาราก็ย้ำว่าอยากให้เรื่องนี้รู้แค่เราสองคนคือพี่กับมาร์ค แจบอมกับจินยองเองก็ไม่รู้หรอก ไม่ใช่ว่าเราไม่ไว้ใจหรอกนะแต่เธอขอมาแบบนั้นเราเลยต้องรักษาสัญญา พอมาร์คเลิกกับเธอก็เหมือนจะไม่ได้ติดต่อกันอีก จนวันที่บังเอิญเจอกันในตึกที่สถานีวันนั้น นาราขอร้องให้มาร์คช่วยเรื่องนี้อีกรอบ เขาเลยเอามาปรึกษาพี่เลยบอกให้เอาไปบอกท่านประธานดู” เสียงพรูลมหายใจยืดยาวหลุดออกมา

“แล้วมันก็เป็นแบบนี้แหละ แต่มาร์คไม่ได้รักเธอแบบที่เคยรักแล้วนะ...”

“งั้นเหรอครับ” แบมแบมเอ่ยเสียงเบาเหมือนบอกตัวเองมากกว่าจะคุยกับอีกฝ่าย

“อืม...เพราะงั้นกลับหอก็ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องเถอะ พี่เหนื่อยกับการตามดูเวลามันเป็นบ้าขึ้นมาอีก”

“พี่ฮยอนอู...รู้เรื่องนี้ได้ไงครับ!

แบมแบมเกือบจะตะโกนออกมาลั่นรถด้วยซ้ำ ดวงตาเบิกกว้างขณะเม้มปากมองคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ตอนนั้นไฟแดงสว่างพอดี รถเลยจอดรอสัญญาณขณะผู้จัดการวงหันมาชี้นิ้วใส่กระจกมองหลัง

“นี่น่ะ...แล้วคิดว่ามาร์คมันเก็บอาการเป็นรึไง? หอมแก้มกันบนรถไปกี่ครั้งล่ะ จูบกันไปกี่หน ถึงจะไม่ได้เห็นทุกครั้งแต่พอเห็น 3-4 รอบพี่ก็คงไม่ต้องถามหรอกมั้งว่าเรื่องมันเป็นมายังไง”

“อ่า...” แบมแบมหน้าแดงไปหมด เขารู้สึกร้อนขึ้นมาด้วยซ้ำตอนที่ถูกพูดแบบนี้จากคนใกล้ตัว เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปิดหน้าขณะบ่นไม่รู้เรื่องด้วยความเขิน

“กลับไปคุยกับมันเถอะ ไอ้มาร์คมันขี้ใจอ่อนจะตาย”

ฝ่ามือหนาของผู้จัดการตบที่บ่าเหมือนให้กำลังใจ แบมแบมเงยหน้ามาพยักหน้า แล้วพี่ฮยอนอูก็หันไปขับรถต่อ ตอนนั้นพวกเราไม่ได้พูดอะไรกันออกมาอีกจนกระทั่งถึงหอพัก

แบมแบมบอกลาผู้จัดการวงที่ขับรถมาส่งถึงหอพักและต้องกลับไปทำธุระต่อที่บริษัท เขาเดินเข้าลิฟต์แล้วกดชั้นที่ต้องการ แปลกดีที่รู้สึกใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ทั้งที่ก็แค่ทำงานเสร็จและกลับมาหอพักเหมือนเช่นทุกวัน

แบมแบมกดรหัสเข้าห้องแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน ไอเย็นเข้ามาปะทะหน้าบอกกลายๆ ว่ามีคนอยู่ในห้อง เขาโผล่หน้าไปที่ห้องนั่งเล่นก่อน และเป็นจินยองนั่งยืดขาอ่านหนังสืออยู่บนโซฟายาว ขณะหัวหน้าวงอย่างแจบอมนั่งอยู่บนโซฟาอีกตัวและกำลังเล่นเกมในไอแพด

“กลับมาแล้วเหรอ? เป็นไงบ้าง” แจบอมเงยหน้ามาเอ่ยทัก

“ก็ดีครับ สนุกดี ทานอะไรกันหรือยังครับ”

“เรียบร้อยกันแล้ว แบมแบมล่ะ?” จินยองสอดมือคั่นหนังสือแล้วถาม แบมแบมเลยพยักหน้าหงึก

เด็กน้อยกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง สายตาเขาหยุดอยู่ที่ประตูห้องมาร์ค ก่อนจะเลียริมฝีปากแล้วหันกลับมามองพี่ๆ อีกสองคน ตอนนั้นแจบอมก็เอ่ยถามขึ้น

“มองหาไอ้มาร์คเหรอ?”

“ครับ” แบมแบมพยักหน้ารับแล้วตอบกลับเสียงเบา จินยองก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อ ขณะที่แจบอมเป็นคนให้ข้อมูลเพิ่มเติมออกมาว่า

“มันออกไปไหนไม่รู้ ถามไม่ยอมตอบ บอกแค่เดี๋ยวมา”

“งั้นเหรอครับ” แบมแบมพึมพำตอบ แล้วตอนนั้นเองที่สถานที่เพียงแห่งเดียวซึ่งมาร์คมักจะไปก็ผุดขึ้นมาในหัว แบมแบมเลยเอ่ยขออนุญาตหัวหน้าวงไปว่า

“ผมลงไปมินิมาร์ทนะครับ ใครจะเอาอะไรไหม?”

“หิวเหรอ?” แจบอมเบิกตาถาม จินยองเลยเอื้อมไปหยิบหมอนปาไปทางคนพูด

“แบมแบมกำลังโต ซื้อน้ำผลไม้มาให้พี่หน่อยสิ เอาแบบขวดใหญ่นะที่พี่เคยกินประจำ” จินยองหันมาสั่ง แบมแบมรับคำก่อนจะเดินออกมาจากห้องอีกครั้ง

คราวนี้เขาตื่นเต้นกว่าตอนกลับเข้าห้องพักอีก คิดอยู่ว่าถ้าไม่เจอมาร์คจะทำยังไงดีนะ รถราบนถนนยังคงวิ่งอยู่ ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทเพราะสองทุ่มกว่าแล้ว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ร้านมินิมาร์ทแบมแบมก็ยิ่งพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคาดหวังเอาไว้เยอะ เขามองโต๊ะว่างๆ ที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ซึ่งเขากับมาร์คเคยมานั่งด้วยกัน แล้วก็เห็นแผ่นหลังคุ้นตานั่น

แบมแบมชะลอฝีเท้าเดินช้าลง ถึงจะมองจากด้านหลังแต่เขาก็รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือใคร เด็กหนุ่มเม้มปากขณะเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังอีกฝ่าย เบียร์ 2-3 กระป๋องวางอยู่บนโต๊ะ แบมแบมสูดลมหายใจขณะเดินอ้อมไปด้านหน้า ตอนนั้นมาร์คเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพอดี

“ผม...เอ่อ...นั่งด้วยได้ไหมครับ?”

มาร์คไม่ได้ตอบแต่ผายมือเหมือนกับจะบอกว่าตามสบาย เด็กหนุ่มลากเก้าอี้แล้วนั่งลง เขาไม่ได้เก็บกระเป๋าสะพายไว้บนห้องด้วยซ้ำ มันยังติดตัวมาด้วยเพราะรีบร้อนอยากเจอคนตรงหน้า

“ผมรู้เหตุผลของพี่มาร์คแล้ว”

“อืม...” มาร์คตอบสั้นๆ แค่นั้นเป็นการบอกว่ารับรู้ แบมแบมไม่แน่ใจนักหรอกว่าอีกฝ่ายเมาหรือไม่อยากคุยกับเขากันแน่ เด็กหนุ่มเม้มปากก่อนจะก้มหน้ามองพื้นโต๊ะ

“พี่มาร์คคง...ลำบากใจมาตลอด พี่ฮยอนอูเล่าให้ผมฟังแล้วว่าคุณนาราขอไว้ ตอนนี้ผมกลายเป็นคนงี่เง่าไปเลย”

“ก็ไม่หรอก เพราะอยากรู้ใช่ไหมล่ะ? พี่เองก็ดูเป็นพวกไว้ใจไม่ได้ใช่ไหม?”

“เปล่านะ” แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาเถียง เม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะเอ่ยเสียงเบาไปว่า “ผมไม่เคยคิดว่าพี่มาร์คไว้ใจไม่ได้นะ แต่เพราะทำลับๆ ล่อๆ ไม่อธิบายอะไรแบบนั้นมันก็ชวนให้เข้าใจผิด”

“อืม...แล้วจะเอาไง...” มาร์คเอ่ยถามเสียงเรียบ แบมแบมนั่งวางมือลงบนหน้าขาขณะกะพริบตามองคนที่ถามราวกับไม่มีเยื่อใยเหลือแล้ว

“พี่มาร์ค...ไม่ได้รักผมแล้วเหรอ...”

ตอนที่ถามประโยคนั้นออกไป แบมแบมไม่สามารถรักษาน้ำเสียงตัวเองได้ มันเลยสั่นพร่าขณะที่กระบอกตาก็ร้อน เขาสูดลมหายใจเงยหน้ามองฟ้ามืดๆ ก่อนจะมองหน้ามาร์คอีกครั้ง คราวนี้แปลกที่แบมแบมมองเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเจน เขาเพิ่งรู้ตอนเห็นมาร์คทำหน้าตกใจว่าตัวเองคงร้องไห้ออกมา

“ทำไมล่ะ...ก็ไหนพี่ฮยอนอูบอกว่าพี่ไม่ได้รักคุณนาราแล้ว แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้รักผมแล้วเหมือนกันเหรอครับ”

ภาพตรงหน้ามันเร็วมากสำหรับแบมแบม มาร์คลุกขึ้นมาหยุดข้างๆ ฉุดแขนเขาให้ลุกขณะแบมแบมก็ยินยอมเพราะเหนื่อยมากพอแล้ว ปลายนิ้วมาร์คแตะไล่น้ำตาออกจากแก้ม แต่แบมแบมก็หยุดร้องไห้ไม่ได้อีก ยิ่งมาร์คพยายามเช็ดน้ำตา มันก็ยิ่งไหลมากกว่าเดิม

“หยุดร้องก่อนสิ ทำไมพี่ปลอบแล้วถึงร้องหนักกว่าเดิมล่ะ”

“ก็พี่ไม่รักผมแล้ว” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยบอก มาร์คมองรอบตัวแต่ก็เพราะแถวนี้ยังมีคนเดินเข้าเดินออกมินิมาร์ทเป็นระยะ เขาเลยเม้มปาก

“พี่พูดเหรอ? พี่พูดตอนไหนกัน มานี่เร็วเข้า เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจว่าพี่แกล้งจนแบมร้องไห้สิ”

“ผมก็ร้องไห้เพราะพี่มาร์คจริงๆ นี่” แบมแบมยังเอ่ยเสียงอู้อี้ต่อว่าขณะถูกเปลี่ยนมาจูงแขนให้เดินตามมาร์คไป ตอนนั้นเขาไม่ได้ถามหรอกว่ามาร์คจะพาตัวเองไปไหน แบมแบมได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ขณะก้าวตามหลังอีกคนและเช็ดน้ำตาเงียบๆ กับตัวเอง

มาร์คพาเขามาหยุดตรงสวนสาธารณะตรงข้ามหอพักพวกเรา เราไม่ได้เข้าไปลึกมากแต่แค่เข้ามาในเขตซึ่งแสงไฟจากหลอดไฟสาธารณะก็ทำหน้าที่ของมัน ที่ตรงนี้ปลอดคน ดังนั้นมาร์คเลยสามารถประคองหน้าแบมแบมขึ้นมาแล้วซับน้ำตาให้จนหมดทุกหยาดหยด

“พี่ไม่ได้ข้องใจเรื่องยูคยอมแล้ว แต่ที่เจ็บมากที่สุดก็คงเพราะคำพูดที่แบมแบมพูดว่าพี่คบด้วยเพราะอยากลองคบกับผู้ชายสักคน” มาร์คเอ่ยขณะดึงมือกลับไปซุกเข้ากับกระเป๋ากางเกงยีน

“พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพี่ไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคนบนโลก แต่ถ้าเป็นผู้ชายชื่อแบมแบมพี่ถึงได้อยากคบด้วย” นิ้วชี้ขึ้นมาจิ้มลงที่อกแบมแบม

“เรื่องนาราพี่คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีก แล้วก็ไม่ต้องพูดว่าขอโทษพี่แล้ว มันก็...ชวนให้เข้าใจผิดอยู่แต่พี่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะใหญ่ขนาดนี้ ถ้าไม่มีรูปหลุดออกมามันก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอะไร แต่เอาเถอะ...มันผ่านไปแล้ว และพี่ว่าตอนนี้แบมแบมก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ทำลงไปเพราะอะไร”

“ครับ” แบมแบมพยักหน้าอย่างเรียบร้อย

“แต่ผมเอง...ก็ไม่ได้คบกับพี่เพราะสงสารหรอกนะ จริงอยู่ว่าตอนที่คบกับยูคยอมเพราะเราอยากลองอยากรู้กันทั้งคู่ แต่กับพี่มาร์คมันไม่ใช่ ผมคิดตลอดว่าถ้าผมคบกับพี่แล้ววันหนึ่งเลิกกันวงเราจะเป็นยังไง มันจะมีความคิดหนึ่งเข้ามาในหัวผม...ว่าก็ช่างเรื่องอนาคต เพราะตอนนี้ผมชอบพี่ ผมอยากคบกับพี่”

“อืม...เรื่องยูคยอมพี่ไม่ได้ข้องใจอะไรแล้ว”

“แล้วทำไม...” แบมแบมเอ่ยแล้วเงียบไปอีกหน อ้าปากพะงาบตอนนึกถึงสีหน้าเย็นชาของอีกฝ่ายแล้วหลุดเสียงเบาหวิวออกไปว่า “พี่มาร์คเหมือนไม่แคร์ผมแล้ว แถมยังเรียกผมว่า...เด็กใหม่”

“แคร์สิ...แต่ที่พูดนั่น ก็คงเป็นส่วนที่ไม่ดีของพี่...ขอโทษนะ”

“ผมไม่อยากให้เรากลับไปเป็นแบบเดิมอีก” แบมแบมส่ายหน้าออกมา ดวงตาเหมือนจะมีน้ำรื้นๆ อีกรอบ เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปดึงปลายเสื้อของมาร์คแล้วกำแน่นแล้วเอ่ยเสียงอู้อี้ออกมาว่า

“ผมไม่ชอบพี่มาร์คคนนั้นที่เย็นชาแล้วก็พูดไม่ดีกับผม”

“พี่จะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นอีกแล้ว” มาร์คเผลอหลุดยิ้มแต่แบมแบมคงไม่เห็นเพราะเอาแต่ก้มหน้า เขาดึงข้อมือเด็กหนุ่มก่อนจะรั้งร่างนั้นเข้ามา สวมกอดแบมแบมก่อนจะถามตามหลังไปว่า

“พี่กอดนะ”

“พี่มาร์คก็กอดผมอยู่ไม่ใช่รึไง”

“ก็อยากขออนุญาตไง...ขอโทษนะแบมแบม ขอโทษ ที่จริงแล้วพี่ควรเป็นคนที่ต้องพูดคำนี้ก่อนด้วยซ้ำแต่พี่ก็ยัง...อดแกล้งแบมแบมไม่ได้อยู่ดี”

เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรแต่กำลังยิ้มขณะซบหน้าลงกับแผ่นอกของมาร์ค ฝ่ามือของคนเป็นพี่ลูบหัวคนเด็กกว่าแผ่วเบา ขณะมืออีกข้างก็ยังคงโอบกอดเอาไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อย

“พี่เลือกแล้วไง แบมแบมก็รู้...”

มาร์คใช้ปลายนิ้วเกี่ยวเอาสร้อยสีเงินเส้นเล็กขึ้นมาจากการปกปิดของเนื้อผ้า แบมแบมอ้าปากเหวอตอนอีกฝ่ายจับจี้ที่ทำจากปิ๊กกีต้าร์เอาไว้ในมือ

“รู้ใช่ไหม...พี่เลือกแบมแบมแล้ว ไม่มีวันทิ้งด้วย ถ้าจะมีวันที่เราต้องเดินจากกัน มันต้องไม่ใช่คำพูดที่หลุดจากปากพี่แน่ๆ”

“ไม่ใช่จากผมด้วย”

แบมแบมยืนยันอีกครั้ง คราวนี้เขาเป็นคนโถมเข้าไปกอดอีกคนเอาไว้แทน มาร์คจูบที่กลางศีรษะแบมแบมก่อนจะเลื่อนมากระซิบชิดริมใบหูว่า

“ไม่ได้จูบตั้งหลายวันพี่จูบได้ไหม?”

แบมแบมไม่ได้ตอบอนุญาต แต่การเงยหน้าขึ้นแม้หน้าจะแดงเรื่อนั่นก็เป็นคำตอบให้มาร์คได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคงไม่รังเกียจอะไร มาร์คเลยใช้สองมือประคองหน้าอีกคนอย่างถนอม เขากดจูบลงไปแผ่วเบาที่ริมฝีปากอีกคนก่อนแล้วดึงใบหน้ากลับมา เรายิ้มให้กันอยู่ครู่หนึ่งแล้วมาร์คถึงได้ก้มลงไปจูบใหม่อีกครั้ง

ถ้าความคิดถึงที่มาร์คมีให้แบมแบมแปรเปลี่ยนเป็นการจูบแทนการพูดความรู้สึก ตอนนี้แบมแบมก็คงได้รับสิ่งเหล่านั้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มาร์คเลื่อนมือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ให้แหงนเงยใบหน้า ปรับมุมองศาแล้วกดจูบอย่างแผ่วเบา อ้อยอิ่ง เชื่องช้า แล้วกระโจนเข้าหาอีกครั้งอย่างร้อนแรงและต้องการ

ทุกครั้งที่มาร์คเอียงคอหรือแม้แต่หยอกเอินเด็กหนุ่มด้วยการกัดริมฝีปากหรือขบเม้ม เขามักจะได้ยินเสียงครางแผ่วพร้อมกับเสียงหอบหายใจเล็กน้อยเล็ดรอดออกมาเสมอ ตอนนี้มือแบมแบมจับเอวเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง แถมยังหลับตาพริ้มอีกต่างหาก

มาร์คกดจูบที่มุมปากแบมแบมเป็นที่สุดท้าย แต่ตอนที่ผละจูบออกมายังเห็นว่าเด็กหนุ่มคงหลับตาเอาไว้แบบนั้นเขาเลยก้มลงจูบเบาๆ ที่ปลายคาง ก่อนจะไล่เล็มจูบเรื่อยเปื่อยตามแนวสันกราม ลงต่ำจนหยุดอยู่แถวซอกคอ แบมแบมยกมือขึ้นมากำไหล่เขาเอาไว้แน่น

“พี่มาร์ค...พะ...พอ...หยุดนะ...”

“ครับ”

มาร์คยืนอยู่ตรงหน้า มองคนที่หน้าแดงหูก็แดง เขาคงยังพาแบมแบมกลับไปทั้งแบบนี้ไม่ได้ รอให้ร่างกายแบมแบมกลับคืนสู่ปกติก่อนแล้วกัน มือกลองของวงเลยได้แต่ยืนวางมือบนศีรษะแบมแบม

“เป็นไงบ้าง พร้อมจะกลับรึยัง?”

“ครับ”

มาร์คยื่นมือไปตรงหน้า แม้จะชะงักไปครู่หนึ่งแต่แล้วแบมแบมก็ยอมยื่นมือมาวางบนนั้น มาร์คกุมมืออีกคนเอาไว้แน่นขึ้น เราเดินออกจากสวนสาธารณะและข้ามถนนเพื่อกลับหอพัก ระหว่างที่หยุดรอสัญญาณไฟข้ามถนน มาร์คก็ยกมือแบมแบมขึ้นมา ใจจริงก็อยากจะจูบหลังมืออีกคนอยู่หรอก แต่วันนี้เอาไว้ก่อนก็ได้

“พี่เลือกแล้วนะ”

สัญญาณเปลี่ยนเป็นให้ข้ามได้พอดีตอนมาร์คเอ่ยจบ เขากระตุกแขนแบมแบมแล้วพาเด็กที่เดินตามหลังให้ข้ามมาด้วยกัน ตอนนั้นเองที่เดินมาถึงครึ่งทาง เขาก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาจากคนด้านหลังเอ่ยให้ได้ยินออกมาว่า

“ผมเอง...ก็เลือกพี่มาร์คนะ...”

เขาไม่ได้หันไปหรอก แต่กำลังอมยิ้มเต็มแก้มอยู่ต่างหาก...

 

 

 

แจบอมถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมามองตอนเห็นว่ามาร์คเข้ามาในห้องพร้อมกับจับมือแบมแบมเข้ามาด้วย มือกีต้าร์ประจำวงพวกเราคงไม่รู้ว่าแจบอมรู้เรื่องที่ทั้งคู่คบกันแล้ว หัวหน้าวงหรี่ตามองและเห็นว่าแบมแบมกำลังพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะพยายามขืนตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินตามมาร์ค เขาเลยแกล้งกระแอม แน่นอนว่ามาร์คเงยหน้ามาตวัดสายตานิ่งๆ ใส่ แต่อิมแจบอมกลัวมันซะที่ไหนกันล่ะ

“ดีกันแล้วเหรอ?” ตอนที่เอ่ยปากถามแจบอมก็จงใจใช้สายตามองมือมาร์คที่กุมมือแบมแบมเอาไว้ เด็กหนุ่มพยายามดึงกลับอีกครั้ง

“มันรู้แล้ว”

“รู้อะไรเหรอ...นะ...นอกจากพี่ฮยอนอูแล้วพี่แจบอมก็รู้เหรอ?” แม้แบมแบมจะกระซิบแต่แจบอมก็ได้ยินเต็มสองหู กลายเป็นมาร์คเบิกตามองแล้วถามเสียงเบา(แต่แจบอมก็ยังได้ยิน)

“พี่ฮยอนอูรู้ได้ไง”

“เขาเห็นตอนมึงจูบแบมแบมบนรถ” แจบอมตัดสินใจเอ่ยเสียงดังให้สมาชิกสองคนที่ยืนเถียงกันไม่เห็นหัวเขาให้หันมาสนใจได้แล้ว และมันได้ผลเพราะทั้งคู่หันมามองหน้าเขาทันที ต่างกันก็ตรงแบมแบมหน้าแดงแก้มแดง ขณะมาร์คเดิน(และยังไม่ปล่อยมือแบมแบม)มาทางเขา

“เฮ้ย จริงอะ” แล้วก็หันไปมองคนรัก แบมแบมเม้มปากพยักหน้า

“พี่ฮยอนอูบอกผมตอนอยู่บนรถ พี่มาร์คนั่นแหละ...แล้ว...พี่แจบอมรู้ได้ไง” แบมแบมทำหน้าเหมือนอยากจะหายไปจากตรงนี้ แจบอมเลยหัวเราะร่วนออกมา

“ไอ้มาร์คบอกตอนเมา บอกหมดเลย ฮ่าๆ” เขาหัวเราะและทำหน้าสะใจ

“มีเรื่องอะไรให้ขำนักหนาวะ? อ้าว? กลับมากันแล้วเหรอ? อ้าว...แล้ว...น้ำผลไม้ที่พี่ฝากซื้อล่ะแบมแบม”

จินยองเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนและปลายผมที่เปียกนิดหน่อย พอเดินมาสมทบที่ห้องนั่งเล่นก็ค่อยๆ เบนสายตาไปตามท่อนแขนมาร์คแล้วชี้นิ้วไปยังฝ่ามือซึ่งมือกลองและมือกีต้าร์กุมกันไว้ แบมแบมเบิกตาก่อนจะพยายามดึงมือกลับ

“ทำไมต้องจับมือแบมแบมวะมาร์ค! มึงทำอะไรเขาอีก”

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย อะไรของมึงวะเนี่ย” มาร์คโวยวายเพราะจู่ๆ จินยองก็เดินมาดึงมือเขากับแบมแบมออกจากกัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะขยับไปหาแบมแบมเพื่อจับมืออีกครั้ง

“แจบอม! หัวหน้าวงอย่างมึงจะปล่อยให้ไอ้มือกลองเหิมเกริมไม่ได้นะ”

“มันอยากจับมือแฟนมันก็ปล่อยมันจับเหอะ มึงอะ...ตอนนี้เสือกอยู่”

แจบอมเอ่ยพลางส่ายหน้า ตอนนั้นพวกเราทั้งสามคนเลยได้เห็นภาพสีหน้าจินยองตอนตกใจจนอ้าปากค้าง นักร้องนำของวงที่ช้าไปซะทุกอย่าง ทั้งตอนอาบน้ำ ตอนทานอาหารหรือแม้แต่ประสาทการรับรู้ จินยองหุบปากเข้าหากัน แล้วกะพริบตามองมาร์คนิ่ง

“อะ...อะไร...แฟน....นะ...ไหนวะ...”

“นี่ไงแฟนกู คนที่มึงใช้ไปซื้อน้ำผลไม้” มาร์คหันไปฉวยมือแบมแบมก่อนจะจูบหลังมือแบมแบมโชว์

“พี่มาร์ค!” แบมแบมโวยเสียงดังแล้วดึงมือกลับ “พี่จินยองตกใจหมดแล้วเห็นไหม พี่แจบอมอีกคน เอ่อ...พี่จินยองครับ”

“อะไรวะ! กูงง ไหนใครอธิบายกูได้บ้างเนี่ย”

ราวกับเส้นความอดทน(บวกความงุนงงต่อเหตุการณ์ตรงหน้า) ทำให้จินยองตะโกนแทบลั่นห้องออกไป แบมแบมมองหน้ามาร์คแค่แวบเดียวเท่านั้นแล้วเดินไปแตะหลังมือจินยองก่อนจะเอ่ยเสียงเบาไปว่า

“เดี๋ยวผมอธิบายให้พี่จินยองฟังเองครับ เราไปคุยกันในห้องผมดีกว่า”

“เดี๋ยวนะ...ทำไมต้องห้องแบมแบม...” มาร์คเลิกคิ้วพลางดึงไหล่คนรักให้หันกลับมามอง เด็กหนุ่มเลิกคิ้วก่อนจะส่ายหน้าออกมา

“ในห้องผมนั่นล่ะ พี่มาร์คนั่งคุยกับพี่แจบอมเถอะครับ เดี๋ยวผมมา” พอเห็นรอยยิ้มหวานๆ ในประโยคท้าย ก็กลายเป็นมาร์คซะเองที่ราวกับโดนน็อกเลยต้องพยักหน้าอือออออกไป

มองแผ่นหลังของแบมแบมที่พาจินยองไปอธิบายถึงในห้องจนลับตา มาร์คถึงได้ถอนหายใจก่อนจะเดินไปหย่อนกายข้างๆ แจบอมซึ่งกำลังนั่งเล่นเกมในไอแพด มือกลองของวงหยิบหมอนมากอด ขณะแจบอมที่ก้มลงมองจอไอแพดเอ่ยเสียงเบาถามขึ้นว่า

“เคลียร์กันแล้วเหรอ?”

“อืม...”

“มึงน่ะงี่เง่าเองมาร์ค เล่นตัว เรื่องมาก เยอะ” แจบอมกระแทกเสียงในสามวลีหลังๆ แล้วส่ายหัว ก่อนจะถอนหายใจยืดยาวพลางเอ่ยเสียงเครียดว่า

“แล้ว...จากนี้ไปจะเอาไง”

“หมายถึงเรื่องอะไร?” มาร์คกอดหมอนแน่นขึ้นแล้วหันมาถามเพื่อน

“เรื่องมึงกับแบมแบม”

พอได้ยินประโยคนั้นแล้วมาร์คก็เม้มปากเป็นเส้นตรง เขาไม่เคยคิดเรื่องในอนาคตเท่าไหร่ ตอนที่คบกับแบมแบมก็คิดเหมือนที่เด็กคนนั้นบอกว่าคิดแต่เรื่องปัจจุบัน ว่าวันนี้ ตอนนี้ของพวกเราจะเป็นยังไง เราจะยังรู้สึกต่อกันและกันและจะทำอะไรให้กันได้บ้างก็แค่นั้น

“พี่ฮยอนอูก็รู้แล้ว กูด้วย...จินยองก็คงรู้” แจบอมยังเอ่ยเสียงนิ่งออกมา มาร์คถอนหายใจแล้วเอนหลังพิงโซฟา ส่ายหน้าหวืดออกมาก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัดว่า

“ไม่รู้ว่ะ”

“ว่าไงนะ?” แจบอมละมือจากจอหันมาเลิกคิ้วถาม

“ไม่รู้ไง แต่กูรู้อยู่อย่างหนึ่ง ว่าทั้งพี่ฮยอนอู ไอ้จินยองแล้วก็มึง...ไม่ทิ้งกูกับแบมแบมหรอกใช่ไหม?” มาร์คตบหน้าขาเพื่อนเบาๆ แล้วยิ้มให้ แจบอมหัวเราะออกมาแล้วไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากก้มหน้าลงไปเล่นเกม

แต่มาร์ครู้ เขารู้ว่ามันจะเหมือนอย่างที่เขาพูดออกไปนั่นล่ะ ทั้งพี่ฮยอนอู จินยองและแจบอมเองจะคอยช่วยทั้งเขาและแบมแบมแน่ๆ ไม่ว่าอนาคตข้างหน้ามันจะเป็นยังไงก็เอาไว้ให้มันเป็นเรื่องของวันข้างหน้าเถอะ ส่วนตอนนี้และเวลานี้ มาร์คก็ได้แต่หันไปมองทางบานประตูห้องแบมแบม พลางฮัมเพลงรอว่าเมื่อไหร่เด็กคนนั้นจะออกมาจากห้องให้เขามองหน้าและกอดให้หายคิดถึงสักที









คอมเมนต์หวีดร้องได้นะคะ แล้วก็ติดแท็กผ่าน #ficfakemb ได้ค่ะ
คือรีบลงมาก 5555 เพราะจะหมดวันพุธแล้วและเหมือนจะมีคนรอเยอะ
ตอนจบคือตอนหน้า ปากดีใส่น้องไว้จนน้องลงรูปคู่ /ซีด
เพราะงั้นฟิคตอนจบจะมาวันศุกร์ค่ะ และอาจจะเปิดจองฟิควันเดียวกันด้วย

ใครที่สนใจรวมเล่มฟิคเรื่องนี้ คลิก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,341 ความคิดเห็น

  1. #2336 ส้มเช้ง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 16:36

    ยังไงมาร์คก็ยังผิดอยู่ดี ยังคาใจอยู่

    #2,336
    0
  2. #2290 ฺBeau (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 21:32
    ก็ยังคงหมั่นไส้พี่มันอยู่ดี
    ขำจินยองงงงง แต่พี้มาร์คก็เหลือเกิน โจ่งแจ้งจนขนาดพี่ฮยอนอูรู้เลยอ่ะะะะ
    #2,290
    0
  3. #2254 SweetheartG7 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 20:25

    เข้าใจกันเเล้ว​ เย้ๆ​ ^^

    #2,254
    0
  4. #2249 BMN (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 11:14

    เขาดีกันแล้ววววววววว แต่ฉันก็ไม่ชอบที่แกปิดบังน้องอยู่ดี คือความคิดของฉันแค่รู้สึกว่าคนเราเป็นแฟนกันมันน่าจะบอกกันได้ทุกเรื่องอ่ะนะ แต่ก็เอาเถอะ แกก็มีเหตุผลของแก รู้สึกว่าเรื่องนี้ฉันเข้าข้างแบมเยอะกว่ามาร์คอีกนะ555

    #2,249
    0
  5. #2190 ojay2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 12:58
    โอ้ยยยย เคลียร์กันแล้วววว ใจหายหมดดดดด
    #2,190
    0
  6. #2124 AhgaseBlood (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 17:52
    โล่งใจสักที จากนี้คงมีแต่ฉากฟินๆจะไม่มีดราม่าแล้วใช่มั้ย!? ...??
    #2,124
    0
  7. #2110 Aoyyah (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 14:55
    แบมแบมตอนนี้น่ารักอ่ะ จะร้องไห้แล้วเหมือนเด็กน้อยเลย
    #2,110
    0
  8. #2076 ____wpd (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 17:07
    โอ้ย ดีงามๆชอบๆ
    #2,076
    0
  9. #2041 mellow_aa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 18:31
    งื่อๆๆๆๆๆๆๆ เหตุผลมาร์คเข้าท่าควรจะปิดบัง เข้าใจแล้ว ดีใจมากๆๆๆๆ ที่ปรับความเข้าใจกันได้สักที กลับมาหวานกันละ แอบเพลียกะพี่มาร์คมือปลาหมึก 5555
    ทุกคนต้องเห็นใจจินยองนะคะ รู้เรื่องคนสุดท้ายแถมยังโดนหาว่ายุ่งอีก อย่าว่าจินยองเลยนะ55555
    #2,041
    0
  10. #2003 M.m1nt (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 10:11
    อนาคตตะเป็นไงคงไม่มีใครรูเนาะ
    #2,003
    0
  11. #1983 นักอ่าน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 16:54
    อ๊าาาาาาากกกกกกกกกกกกก ไม่ไหวแล้ววววววววววววว อ่านๆไปต้องตั้งสติบ่อยมาก ลุ้นจนสติหลุด เขินจนสติลอย

    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย แฮปปี้มากค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #1,983
    0
  12. #1975 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 23:30
    แฮปปี้สุดกับฉากจูบ
    #1,975
    0
  13. #1946 ploy_tuan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 23:30
    เราขอโทษนะนาราที่อีพีก่อนก่อนเราบอกจะเอาน้ำกรดไปสาดใส่เธออออ เราเข้าใจเเล้วทึกอย่างยกโทษให้ข้าหน่ยด้วยย55555555
    #1,946
    0
  14. #1941 PeAriiS (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 01:40
    พอดีกันแล้วอะไรๆก็ดูดีไปหมด กรี๊ดดดดดดด ฟินมากกกกก
    #1,941
    0
  15. #1940 9nawKIHAE (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 01:31
    เง้อออออ ดีกันซะทีเนอะ ปวดตับมาหลายตอนแล้ว T^T 

    ชอบตอนพี่ฮยอนอูบอกแบมว่า เห็นตอนมาร์คหอมแก้มกับจูบบนรถ โคตรน่ารัก ฮามาก 5555555
    #1,940
    0
  16. #1899 m_sseob (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 22:43
    จินยองช้าตลอดซินะ 55555555555555
    #1,899
    0
  17. #1895 MBKY; (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:47
    5555555 โอ้ย น่ารักมาก แจบอมนี้ช่วยเต็มที่นะหลังจากรู้แล้ว เอะอะก็ให้แบมไปหามาร์ค สงสารจินยองดูแลมาดีๆ แต่ดันรู้สุดท้ายรู้แบบมึนๆอึนๆอีก 555555 คงตกใจน่าดู แต่มาร์คแหม ไม่ค่อยเลยนะ ทีแรกก็เก็กโกรธหลังคืนดีกระหน่ำจูบ จ้าาาา
    #1,895
    0
  18. #1868 fern (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 00:06
    เรื่องนี้จินยองฮาสุด
    #1,868
    0
  19. #1865 poppoka (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 20:36
    โอ้ยยยยยยย โล่งแล้ว5555 นยองช้าตลอดเลย555
    #1,865
    0
  20. #1855 fahsaiij (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 18:20
    กรี๊สสสสสสส เคลียกันสักืดีใตมากกกกก โอยลุ้นแทบตายย แต๊งนะจ๊าไรท์
    #1,855
    0
  21. #1835 bammiie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 17:11
    กร๊ดดดดดดดดดกกดกกกกดดดดดดด ฮือออออออ ตอนนี้อ่านไปยิ้มไปเขินไป ฮือออออออ เราเขินมากตอนพี่ฮยอนอูพูด ให้ตายเถอะ เราคงอยากเอาหน้ามุดรถหนี ฮือๆๆๆ ทุกเรื่องเราอยากให้ดราม่านานๆ แต่เรื่องนี้ไม่อยากให้นานเลย เพราะตอนเขาหวานกันเรามีความสุขมากกว่าอีก ไม่อยากให้จบเลย T_T ชอบที่พี่มาร์คแสดงความรักต่อแบมเยอะๆ
    #1,835
    0
  22. #1832 N_udaen_G (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 15:09
    สุดท้ายเรื่องก้เป้นแบบนี้นี่เอง พี่ต้วนคนดี~~~~ น้องตื่นเต้นไปหมดอ่ะ ฮาตรงที่เมเนรัึูเพราะคนพี่เป้นคนเปิดเผย 5555555 น้องมาง้อแล้วนะ ไม่รักแบมแล้วหรอ? แล้วร้องไห้เนี่ย คนพี่ก้ใจจะขาดค่ะ รีบปลอบน้องสุด เลือกแล้วนะ ;) จินยองช้าตลอดอ่ะ 5555555 ใครแฟนใคร???
    #1,832
    0
  23. #1827 bambeiibambam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 12:18
    กรี๊ดดดดด งานดีมากจ้าาาา หวังว่าคงไม่มีรูปหลุดตอนจูบนะคะะะะ 555555
    #1,827
    0
  24. #1784 yingbuakan9 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 12:58
    อ๊ากกกกกกก พี่มาร์คคคค ได้ทีแล้วจูบไม่ยั้งเลยอ่ะ กรี๊ดดดดดดด 
    #1,784
    0
  25. #1782 Aya1111 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 23:42
    ห๊าาาาาาาาา จะจบแล้วหรอ เห้ยยย ต่อได้มั้ยอะ เร็วไปอะ กะลังติดเลย หง่อวววววว
    #1,782
    0