[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 22 : FAKE - Chapter 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    1 ส.ค. 58

F A K E

 

Chapter 20

 

 

“เมื่อคืนผมนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ”

“อ๋อ...ถ้างั้นก็งีบระหว่างทางก็ได้แบมแบม ถึงแล้วพี่จะปลุก”

เด็กหนุ่มพยักหน้าหลังจากที่นั่งบนรถตู้เรียบร้อย พี่ฮยอนอูหันมามองความเรียบร้อยของจินยองและแบมแบมเป็นครั้งสุดท้าย สีหน้าเป็นห่วงส่งมาที่เขาก่อนจะเอ่ยสั้นๆ ว่า

“หลับไปเถอะแบมแบม”

“ครับ”

แม้แต่ผู้จัดการวงยังเอ่ยปากบอกเขาแบบนั้น แบมแบมพอจะรู้อยู่หรอกว่าสีหน้าเขามันแย่แค่ไหน ไม่เพียงแค่นอนไม่หลับแต่ว่าแบมแบมหลับไปทั้งน้ำตาเลยต่างหาก ตื่นมาตาเขาเลยบวมตุ่ย สีหน้าเพลียแถมยังหมดแรง แต่ถึงยังไงก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นรถเพราะวันนี้เขามีทำงานกับจินยอง เป็นแขกรับเชิญในรายการทำอาหาร ก่อนหน้านี้จินยองคอยถามไถ่อยู่ตลอดว่าไหวไหม แบมแบมจึงจำใจบอกว่านอนไม่ค่อยหลับแต่ไม่ได้บอกเหตุผลไป

รถเคลื่อนตัวออกไปจากที่จอดรถได้ไม่นานนัก จินยองก็เอี้ยวตัวหันมามองแบมแบมซึ่งนั่งอยู่ตรงตำแหน่งตัวเอง นักร้องนำของวงเม้มปากแล้วเหลือบไปมองทางพี่ฮยอนอู ก่อนจะหันมากระซิบถามเสียงเบากับแบมแบมว่า

“เมื่อคืนทะเลาะอะไรกับมาร์คเหรอ? เสียงดังกันเชียว ถามอะไรไอ้บ้านั่นก็ไม่ตอบ”

แบมแบมเม้มปากตอนโดนถามตรงๆ เขาหลุบตาต่ำไม่ยอมตอบอะไรออกไป ตอนนั้นเลยได้ยินเสียงจินยองถอนหายใจออกมา

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องบอกพี่ก็ได้” จินยองยิ้มบางให้แล้วเอื้อมมือมาจับไหล่แบมแบมบีบเบาๆ

“แต่อย่าคิดมากเลย มาร์คมันเป็นคนพูดจาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร รอมันใจเย็นลงแล้วค่อยลองเข้าไปคุยกับมันอีกทีนะ มันไม่ใช่คนใจร้ายใจดำหรอก”

“...ครับ”

แบมแบมตอบอู้อี้กลับไปแล้วมองจินยองที่หันไปนั่งยังที่ตัวเอง เสียบหูฟังก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง ในขณะที่แบมแบมมองหน้าตักตัวเองซึ่งมีกระเป๋าสะพายวางไว้ โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนนั้น ไร้วี่แววข้อความจากมาร์คเหมือนเช่นทุกวัน เด็กหนุ่มเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถ วันนี้ท้องฟ้าครึ้มแต่เช้า เจ็ดโมงแล้วแต่ยังไม่ได้เห็นแสงพระอาทิตย์แรกของวันเลยด้วยซ้ำไป

อาจจะผิดที่แบมแบมเองก็ได้ เขารู้ว่าเมื่อคืนเราไม่ได้คุยกันด้วยเหตุผลทั้งคู่แต่ให้อารมณ์อยู่เหนือความรู้สึกล้วนๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกผิดหรอกตอนที่พูดประโยคนั้นออกไปต่อหน้ามาร์ค ความหวาดระแวงที่เกาะกินใจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักอีกฝ่าย แบมแบมก็แค่กลัวว่ามาร์คต่างหาก...ที่จะไม่รักเขา...

เขายกมือขึ้นวางทาบหน้าอก ใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวนั้นเขารับรู้ถึงวัตถุทรงสามเหลี่ยมของปิ๊กกีต้าร์ซึ่งกลายมาเป็นจี้ห้อยคอ เด็กหนุ่มเม้มปากเป็นเส้นตรงแน่นขึ้นอีกครั้ง แบมแบมคิดทั้งคืน นอนมองเพดานท่ามกลางความมืดและน้ำตาหยดอุ่นที่ไหลออกจากหางตา เขารู้มาตลอดนั่นล่ะว่าไม่ใช่แค่มาร์คหรอกที่เลือกเขาในวันนั้น แต่แบมแบมเองก็เลือกมาร์คตั้งแต่วันที่เอ่ยปากบอกว่าให้เราลองมาคบกันนั่นล่ะ

เขาปิดเปลือกตาแล้วปล่อยให้ยานพาหนะแล่นไปตามความประสงค์ของพี่ฮยอนอู แบมแบมไม่ได้หลับเพราะหลับไม่ลง ตอนที่รถจอดยังใต้ตึกซึ่งต้องมาทำงานก็สามารถเปิดเปลือกตาและเตรียมพร้อมจะลงจากรถได้แทบทันที

แบมแบมและจินยองนั่งแต่งหน้ากันอยู่ในห้องพักและอ่านสคริปต์รายการไปด้วย หลายครั้งที่แบมแบมนั่งเหม่อ แม้จะวางกระดาษสคริปต์ไว้ตรงหน้าและพลิกไปมา หากข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้เข้าหัวเขาเลยสักนิด หลังจากพยายามตั้งอกตั้งใจอ่านสคริปต์จนจบแล้วแบมแบมก็แต่งหน้าเสร็จพอดี เขาลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งทีมงานเตรียมไว้ให้ ก่อนจะเดินไปนั่งกับพี่ฮยอนอูซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่โต๊ะมุมห้อง

สีหน้าเคร่งเครียดของผู้จัดการวงทำให้แบมแบมซึ่งเลือกจะนั่งลงใกล้ๆ ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไป ขณะที่จินยองเดินตามหลังมาแล้วลากเก้าอี้มาร่วมวงด้วย แบมแบมและจินยองเลยหันไปทานขนมที่ทีมงานเอามาให้ ขณะปล่อยให้พี่ฮยอนอูทำหน้ายุ่งอยู่กับหน้าจอมือถือ สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นแล้วก็กดรับสายอย่างรวดเร็ว

“ว่าไงแจบอม”

เสียงเรียกชื่อหัวหน้าวงของพวกเราดังทุ้มต่ำขึ้น หัวคิ้วพี่ฮยอนอูขมวดเข้าหากันเป็นปม ส่วนจินยองนั้นตอนนี้เบนสายตาไปจับจ้องการคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทางเครียดจัดของพี่ฮยอนอู และแบมแบมเองก็วางขนมที่อยู่ในมือลงหันไปหยิบขวดน้ำมาเทใส่แก้ว

“ไปตามหามัน...ไม่ต้องบอกประธานล่ะ...อืม...อืม พี่เข้าใจ...แล้วโทรมาบอกด้วย...หาให้เจอก่อนบ่ายแล้วบอกพี่ก็พอ...ขอบคุณมาก”

เสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ดังขึ้น แบมแบมหันไปกะพริบตาปริบๆ มองอย่างอยากรู้โดยไม่ปิดบังพอๆ กับจินยอง คนที่อยู่หอพักวันนี้มีแจบอมซึ่งได้วันหยุดและมาร์คที่ถูกสั่งพักงานหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น

“มีอะไรอะพี่” จินยองยิงคำถามออกไปทันที พี่ฮยอนอูมองอย่างระแวดระวังก่อนจะหันมาสบตาแบมแบมแล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิวว่า

“มาร์คหายออกไปจากห้อง”

“หา? หายไป? แล้วแจบอมล่ะ? ได้ยังไง?” จินยองเกือบหลุดตะโกนออกมา ดวงตาเบิกกว้างขณะเร่งเร้าเอาคำตอบจากผู้จัดการ

“แจบอมโทรมาบอกว่าไม่เห็นมาร์คออกจากห้องสักทีเลยไปเคาะประตูเรียก พอเข้าไปถึงได้เจอว่าไม่อยู่ในห้อง ไม่รู้ออกไปตั้งแต่ตอนไหนเมื่อไหร่ เฮ้อ...วนลูปกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้ว เรื่องนี้อย่าเพิ่งเอาไปบอกใครแล้วกัน อย่าให้ถึงหูประธานเป็นพอ พี่สั่งให้แจบอมไปตามให้เจอก่อนบ่าย เดี๋ยวเจอตัวแล้วจะบอก พวกเราก็...ไม่ต้องกังวลหรอก มันคงไปไหนไม่ได้ไกล” พี่ฮยอนอูบอกแค่นั้นก่อนจะหันมามองหน้าแบมแบม

“เมื่อคืนทะเลาะกันเหรอ?”

“เอ่อ...ครับ...” แบมแบมตอบด้วยน้ำเสียงอึกอัก เพราะพี่ฮยอนอูไม่ได้พักกับเราเลยไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่คิดว่าแจบอมคงเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนเราสองคนทะเลาะกัน มาร์คเลยหนีไปแบบนั้น

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกพี่ เรื่องบ้าบอ มาร์คมันคงเครียดเรื่องโดนพักงานด้วย ไหนจะเรื่องคุณนาราอีก” จินยองรีบเอ่ยแทรกปกป้องทันที คราวนี้พี่ฮยอนอูถอนหายใจยาวแล้วโบกมือปัด

“ก็ไม่ได้จะว่าอะไรหรอก ภาวนาให้มันกลับมาแล้วกัน”

พี่ฮยอนอูลุกเดินออกไปจากโต๊ะพร้อมกับมือถือ ตอนนั้นจินยองเอื้อมมือมาบีบไหล่แบมแบมพลางบอกเขาว่าอย่าคิดมาก แต่ตอนนั้นมันคงไม่ทันแล้ว จะไม่ให้แบมแบมคิดได้ยังไงว่าเป็นเพราะเขา มาร์คถึงได้หนีออกจากหอพักของพวกเราแบบนั้น

 

 

 

มาร์คเงยหน้าขึ้นอีกทีเพราะใครบางคนมาหยุดยืนตรงหน้า เขาแค่คาดหวังว่าจะเป็นใครอีกคนออกมาตามหาตัวและเอ่ยขอร้องให้เราคุยกันอีกครั้งหรือแม้แต่สั่งให้เขากลับหอพัก สุดท้ายแล้วมาร์คก็ได้แค่หวัง เขารู้ว่าแบมแบมไม่ว่างมาหาเขาหรอก อีกฝ่ายมีงานกับจินยองและคงออกไปจากหอแต่เช้า เช้านี้ทุกคนคงไม่ได้ใส่ใจเขา ก็คงไม่มีใครสนใจมาร์คมากหรอก เขาออกมาจากหอพักตอนตีห้าเพราะนอนไม่หลับ ห้องสี่เหลี่ยมที่มองไปมุมไหนก็เห็นภาพแบมแบมกับตัวเองแบบนั้นเขาหลับไม่ลง ถึงได้หนีออกมาพร้อมหมวกหนึ่งใบและเสื้อคาร์ดิแกน มาร์คซื้อเบียร์มาครึ่งโหลแล้วนั่งดื่มคนเดียวตรงม้านั่งของร้านสะดวกซื้อที่มากับแบมแบมบ่อยครั้งจนเช้า

แล้วเขาก็ยังคงดื่มเรื่อยๆ เพียงแค่เปลี่ยนเบียร์กระป๋องเป็นเบียร์ขวดยี่ห้ออื่น มาร์คไม่ได้กะดื่มให้ตัวเองเมาหรอก เขาก็แค่ยังไม่อยากกลับ พอคิดทบทวนเรื่องเมื่อคืนแล้วก็ใช่ว่าไม่รู้สึกผิด แต่เขาก็โมโหแกมหงุดหงิดและปากหนักเกินกว่าจะหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความไปบอกแบมแบมว่าขอโทษอยู่ดี

“ดื่มไปเท่าไหร่แล้ว”

แจบอมเอ่ยพลางลากเก้าอี้นั่งลง วันนี้ฟ้าครึ้มแต่เช้าเลยไม่มีแดดร้อนไล่มาร์คให้ลุกจากม้านั่งตรงนี้เพื่อกลับหอพัก เขาเลยยังคงนั่งนิ่งๆ อันที่จริงก็เริ่มมึนเพราะแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเส้นเลือดมาตั้งแต่เช้ามืด

“พอแล้วมั้ง กลับได้แล้ว”

“สองคนนั้นออกไปกันแล้วใช่ไหม?” มาร์คไม่ได้รับปากว่าจะกลับแต่เอ่ยปากถามคนตรงหน้าออกไป แจบอมดึงเบียร์ขวดหนึ่งออกจากหน้าให้เรามองกันได้ชัดขึ้น

“อืม จะกลับได้รึยัง?”

“ขอซื้อเพิ่มได้ไหม?” มาร์คชี้นิ้วเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ พอเห็นเพื่อนอ้าปากและแน่นอนว่าคงไม่อนุญาต เลยจำต้องยื่นคำขาดไปว่า

“งั้นกูก็จะนั่งอยู่นี่แหละ ประธานจะได้รู้ไปเลยว่ากูออกมาจากหอ ขัดคำสั่ง แถมยัง...ดื่มอีกต่างหาก”

“มึงนั่งรออยู่ตรงนี้แหละ กูจะเป็นคนซื้อเองแล้วกลับโอเคไหม?”

มาร์คพยักหน้า เขาไม่ปฏิเสธก็ได้ว่าที่จริงแล้วเมานิดหน่อย แต่ก็ยังพอมีสติประคับประคองตัวเองได้ แจบอมหายเข้าไปในร้านก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมถุงในมือ อีกฝ่ายเดินมาหยุดตรงหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเหมือนพร้อมจะตวาดใส่เขาอยู่ตลอดเวลา

“จะกลับได้รึงยัง?”

มาร์คพยักหน้า ตอนที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ซึ่งนั่งอยู่ตั้งแต่ตีห้าก็พบว่าโลกเอียงวูบ ทัศนียภาพตรงหน้าเอียงไปมา โชคดีว่าแจบอมคว้าแขนเขาเอาไว้แน่น อีกฝ่ายดึงมาร์คไม่ให้ล้มลงไปก่อนจะหันมาจิ๊ปาก

“มาร์ค...มึงเดินไม่ไหว”

“ไหว” มาร์คบอกสั้นๆ “แต่กูแค่ต้องยึดมึงหน่อย ไม่เอาน่าแจบอม...อย่ารังเกียจกูหน่อยเลย”

“กวนตีน รีบๆ เดินเหอะ”

แจบอมเค้นเสียงต่ำลอดไรฟันออกมา เราเดินทุลักทุเลเพราะมาร์คไม่สามารถเดินตรงๆ ได้ แต่ก็มาถึงห้องโดยไม่มีอุบัติเหตุอย่างมาร์คหกล้มหรือแจบอมสะดุดอะไร แจบอมเหวี่ยงมาร์คลงไปที่โซฟา เขาหัวเราะตอนเห็นเพื่อนสบถคำหยาบออกมาอีกเป็นพรวน ก่อนจะวางขวดเบียร์ที่โดนสั่งให้ไปซื้อมาวางลงบนโต๊ะหน้าทีวี แล้วหายไปหยิบที่เปิดขวดมาโยนให้มาร์ค

“มึงเมาแล้วมาร์ค หมดนี่แล้วพอนะ”

“มาดื่มด้วยกันสิ” มาร์คกวักมือเรียกอีกฝ่ายซึ่งเดินถือโทรศัพท์ไปทางอื่น แจบอมเม้มปากก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหัวเสียออกมา

“กูต้องโทรบอกพี่ฮยอนอูก่อนว่าเจอมึงแล้ว”

มาร์คพยักหน้า เขาหยิบหมอนมากอด เกลียดห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ซึ่งใช้เป็นที่อาศัยเหลือเกิน ตั้งแต่แบมแบมกับเขาทะเลาะกัน เราทิ้งร่องรอยความทรงจำที่ทำร่วมกันไว้แทบจะทุกตารางนิ้วของหอพัก มาร์คกระดกขวดเบียร์เข้าปาก ก่อนจะเห็นว่าแจบอมเดินกลับมาแล้ว อีกฝ่ายผ่อนลมหายใจแล้วหันไปเปิดขวดเบียร์มากระดกบ้าง

“มึงเมาแล้วมาร์ค”

“รู้” มาร์คตอบไปสั้นๆ แล้วยักไหล่ “แต่กูไม่มีงาน จะเมาหัวราน้ำแค่ไหนก็ไม่ต้องสนใจหรอก ไม่ต้องมาสนใจกู”

“มึงเป็นอะไรวะ? ตั้งแต่มีรูปหลุดกับนารามึงกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้ว เขามาขอคืนดีเหรอ?” แจบอมอ้าปากถาม คิ้วขมวดมุ่นพลางมองมาร์คอย่างหงุดหงิด

“เปล่า” มาร์คหัวเราะ “นาราไม่มีทางอยากกลับมาคบกูหรอก แล้วกูก็ไม่มีวันกลับไปคบเขาแล้ว”

“สรุปมันเรื่องอะไรวะ? หรือที่ทะเลาะกับแบมแบมเมื่อคืน นี่ทะเลาะเรื่องอะไรกัน” แจบอมกระดกเบียร์อีกรอบ วางขวดลงแล้วยกหลังมือเช็ดขอบปาก

“มึงโกรธอะไรนักหนาถึงไปเรียกเขาว่าเด็กใหม่แบบนั้นน่ะ เห็นใจเขาหน่อย”

“ใครๆ ก็บอกให้กูเห็นใจแบมแบมทั้งนั้น เขาก็บอกให้กูเห็นใจเขา แล้วมีใครเห็นใจกูบ้างไหมล่ะ?” มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ วางขวดเบียร์ก่อนจะหันไปจ้องหน้าแจบอม

“มีใครเคยถามกูบ้างไหมล่ะว่ากูรู้สึกยังไง? แบมแบมเอาแต่ถามหาเหตุผลที่กูไปเจอกับนาราทั้งๆ ที่กูบอกไม่ได้ แต่เขาก็ไปเจอกับเพื่อนตัวเองอยู่ได้ ไอ้...”

“มาร์ค มึงกับแบมแบมมีเรื่องอะไรที่กูไม่รู้รึเปล่า?” แจบอมเอ่ยถาม สีหน้างุนงง น้ำเสียงออกจะตกใจ มาร์คหัวเราะในลำคอออกมา ก่อนจะบอกว่า

“กูบอกเขาว่ามันเป็นความลับของเราทั้งคู่ ที่จริงกูไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่ไหนๆ มันก็มาถึงจุดที่ดูเหมือนกูกับเขาจะไปไม่ไหวแล้วก็คงไม่เป็นไรมั้งมึงว่าไหม?” มาร์คหันไปยักคิ้วยกไหล่ให้แจบอมแล้วเอ่ยสั้นๆ ว่า

“กูกับแบมแบมคบกันมาเดือนกว่าๆ แล้วล่ะ”

“ไอ้มาร์ค”

แจบอมอาจจะตกใจจนพูดไม่ออก หัวหน้าวงกลืนน้ำลายก่อนจะเม้มปากเงียบไป ตอนนั้นมาร์คไม่ได้สนใจของเหลวในขวดแล้ว เขาเอนหลังพิงโซฟายาวก่อนจะเล่าไปว่า

“กูตามตื๊อตั้งนานกว่าแบมแบมจะยอมคบด้วย ไม่ต้องมามองหน้าแบบนั้น...กูไม่ได้ชอบเขาเพราะอกหักจากนาราหรอก แต่เรื่องที่ไปเจอนาราน่ะไม่ใช่แค่เขาหรอกที่กูบอกเหตุผลไม่ได้ กับมึงกูยังไม่พูดเลยแต่เขาไม่เข้าใจ”

“แบมแบมยังเด็กนะ เขาต้องการความมั่นใจ แล้วมึงก็ดูรักนารามากขนาดนั้นตอนที่เขาเพิ่งเข้ามา เป็นกู...กูก็คงคิดมาก”

“แต่เดี๋ยวทุกคนก็รู้...มันก็แค่เรื่องทางธุรกิจ...”

“แล้วมึงบอกไม่ได้เหรอมาร์ค?” แจบอมเลิกคิ้วถาม เขาเม้มปากก่อนจะส่ายหน้า

“นาราไม่ให้บอกใคร”

“ก็เพราะมึงพูดเหมือนโอนารายังเป็นที่หนึ่ง ยังมาก่อนเสมอแบบนี้ใครมันจะไม่คิดมากวะ มาร์ค...ก่อนอื่นวันนี้มึงต้องนอนพักให้หายเมาก่อน โอเคไหม? ไปนอนในห้อง เรื่องนี้เอาไว้ก่อน กูจะช่วยมึงปรับความเข้าใจกับแบมแบมดีไหม?”

“ไม่ต้องบอกจินยองนะ” มาร์คยังอ้าปากต่อรอง

“เออ ไม่บอกก็ไม่บอก ลุกไหวไหม?”

แจบอมพูดอะไรออกมาอีกไม่รู้หลายประโยคและล้วนแล้วแต่น่ารำคาญ มาร์คปิดเปลือกตา คงเพราะไม่ได้นอนและตอนนี้ก็ควรแก่การเข้านอนได้แล้ว มาร์คเอ่ยปฏิเสธไปอย่างวกวน เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าแจบอมเอ่ยอะไรออกมาอีก สิ่งสุดท้ายที่จำได้แค่สัมผัสอ่อนนุ่มและเสียงปิดประตู

 

 

 

“มันเป็นไงบ้าง?”

จินยองเป็นคนแรกที่เอ่ยถามแจบอมออกไปทันทีที่พวกเรากลับมาถึงหอพัก ก่อนที่พี่ฮยอนอูจะทันได้ขยับตัวหรืออ้าปากด้วยซ้ำ แบมแบมเก็บกระเป๋าสะพายวางลงบนโซฟาขณะหย่อนกายตามลงไป พี่จินยองยังยืนหน้าพี่แจบอมที่นั่งถือรีโมททีวีกดเปลี่ยนช่อง ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยปลายเท้าหัวหน้าวง

“ไอ้มาร์คอยู่ไหนแจบอม?”

“ในห้อง” ปลายนิ้วชี้ไปทางประตูห้องมือกลองพร้อมคางบุ้ยใบ้บอก “มึงบังจออะถอยไปสิ”

“เป็นไงบ้างล่ะแจบอม?” คราวนี้พี่ฮยอนอูเป็นคนเอ่ยถาม ส่วนจินยองยอมถอยเบี่ยงให้แจบอมดูทีวีได้ชัดเจน หัวหน้าวงวางรีโมทลงบนตักก่อนจะหันไปทำสีหน้าจริงจังเอ่ยอธิบายไปว่า

“ก็...เมานั่นล่ะพี่ฮยอนอู หลับไปตอนสายๆ หลังผมโทรบอกพี่ไม่นานหรอก ผมลองเข้าไปปลุกจะให้ทานมื้อเที่ยงมันก็ไม่ตื่น นี่ก็คงหลับอยู่ ผมว่าปล่อยมันไว้สักพักเถอะ”

แบมแบมนั่งฟังเงียบๆ ถ้าสิริรวมเวลาแล้วมาร์คคงหลับไปตั้งแต่ช่วงสิบโมงเช้า ส่วนตอนนี้แบมแบมและจินยองมาถึงนี่ก็สี่โมงเย็นแล้วด้วย พี่ฮยอนอูคงเห็นด้วยเลยพยักหน้าให้กับคำแนะนำของพี่แจบอม

“แล้วสรุปมันเป็นบ้าอะไรอะ? มันเครียดเรื่องนาราเหรอ? มันกลับไปคบกับเขาใช่ไหม?”

“ไม่ใช่” แจบอมเอ่ยบอกเสียงเรียบ จินยองทำหน้ายุ่งก่อนจะหยิบหมอนมาวางบนตักแล้วนั่งเท้าคางมองจอทีวี ขณะขยับริมฝีปากเอ่ยออกไปอีกว่า

“แล้วเรื่องอะไรวะ? พี่ฮยอนอูรู้แน่เลย วันนั้นที่ญี่ปุ่นไอ้มาร์คไปเจอนาราทำไม”

คราวนี้งานเข้าผู้จัดการวงแทน แบมแบมเห็นสีหน้าอึดอัดของพี่ฮยอนอู อีกฝ่ายถอนหายใจก่อนจะถามเรากลับแทนการตอบคำถามว่า

“ลองถามมาร์ครึยัง? มันบอกไหมล่ะ?”

“ไม่อะ บอกว่าเดี๋ยวก็รู้” จินยองตอบแล้วยักไหล่ “ความลับมันเยอะ...”

“งั้นพี่ก็คงพูดไม่ได้ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนิดหน่อย แต่มาร์คก็พูดถูกว่าเดี๋ยวก็คงรู้กันนั่นล่ะ รออีกหน่อยแล้วกัน” พอพี่ฮยอนอูพูดแบบนั้นจินยองก็ถอนใจหนักแล้วเหวี่ยงหมอนออกจากตักพลางลุกขึ้นยืน

“ความลับเยอะทั้งไอ้มาร์คทั้งพี่นั่นล่ะ ผมเข้าห้องดีกว่า”

จินยองคว้ากระเป๋าเดินหมุนตัวหนีเข้าห้อง ส่วนแจบอมก็หันมามองหน้าแบมแบมอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็กดรีโมทปิดทีวีแล้วหันไปเอ่ยบอกผู้จัดการวงว่า

“ผมมีเรื่องคุยกับพี่เรื่องไอ้มาร์คนิดหน่อย”

“อ๋อ...อืม...” พี่ฮยอนอูลุกเตรียมจะเดินเข้าห้องครัว แบมแบมพอจะเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ว่าแจบอมต้องการคุยกับพี่ฮยอนอูแค่สองคนเท่านั้น เขาเลยคิดว่าจะเข้าห้องนอนตามจินยองบ้าง แต่ตอนที่กำลังหันไปคว้าเป้เตรียมจะเดินหนี แจบอมก็เอ่ยว่า

“แบมแบม พี่วานไปดูมาร์คหน่อยสิว่าตื่นหรือยัง? ถ้ามันตื่นก็บอกให้ออกมาหาอะไรทานนะ” เพราะแจบอมบอกพร้อมรอยยิ้มกับความคาดหวัง แบมแบมจึงทำได้แค่พยักหน้าและเอ่ยตอบรับไปว่า

“ครับ”

เด็กหนุ่มลอบถอนหายใจเสียงเบาออกมาตอนที่แผ่นหลังของแจบอมและพี่ฮยอนอูหายเข้าไปในห้องครัว เขาก้าวเท้าไปหยุดยืนหน้าประตูห้องมาร์ค ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อีกครั้งแม้จะเห็นแค่บานประตู แบมแบมสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะหมุนลูกบิดเดินเข้าไปในห้องด้วยฝีเท้าเบายังกับแมว

ห้องมาร์คสว่างเพราะเปิดม่านหน้าต่างทิ้งไว้ครึ่งหนึ่ง คนที่แจบอมบอกว่าเมานอนอยู่บนเตียง ซุกหน้าลงกับหมอน กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยังแตะจมูกแบมแบมให้ได้กลิ่น เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียงแล้วก้มลงไปมอง เอื้อมไปดึงผ้าห่มที่หลุดไปกองอยู่ครึ่งตัวให้มาร์ค แล้วแบมแบมก็นั่งยองๆ ลงตรงข้างเตียงเพื่อมองหน้าอีกคนให้ชัดขึ้น

พวกเรามาถึงช่วงเวลาแบบนี้ได้ยังไงกันนะ...

แบมแบมเม้มปากแล้วน้ำตาก็เกือบจะไหลออกมาอีก เขารักผู้ชายคนนี้ ถึงแม้จะมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่และความคลางแคลงใจเรื่องโอนารายังวนเวียนในหัวอยู่เสมอ แต่แบมแบมก็ยังรักผู้ชายคนนี้ แม้อีกฝ่ายจะโมโหถึงขั้นกลับไปใช้สรรพนามที่แบมแบมเกลียดแสนเกลียดอีกครั้งก็ตาม

แบมแบมคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมนะว่ามาร์คคงคิดมากเรื่องเขาถึงได้หาทางออกด้วยวิธีการแบบนี้ ไม่ใช่เหมือนครั้งที่อกหักจากโอนาราและทำใจไม่ได้หรอกใช่ไหม แบมแบมมองมาร์คที่พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา เขารีบลุกขึ้นยืนตัวแข็งทื่อ ก่อนจะพบว่ามาร์คแค่พลิกตัวเพื่อนอนให้สบายกว่าเดิมก็เท่านั้น

เขาไม่อยากกวนคนหลับ มาร์คคงอยากพักผ่อน อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้นอนแทบทั้งคืนเหมือนที่แบมแบมเป็นอยู่มาตลอดคืนก็ได้ เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปตรงหน้า ใจจริงแล้วอยากจะสัมผัสแล้วกุมมือมาร์คเอาไว้ ฝ่ามือใหญ่กว่าที่มักจะดึงมือเขาไปจับเอาไว้ทำให้แบมแบมรู้สึกดีทุกครั้ง แต่ตอนนี้แบมแบมไม่กล้า

ในที่สุดแบมแบมก็ทำได้แค่เพียงยิ้มบางให้คนที่หลับอยู่บนเตียง แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนของมาร์ค

 

 

 

 ช่วงทุ่มกว่าๆ มาร์คลุกขึ้นมาจากเตียง เขานั่งพร้อมอาการปวดหัวเนื่องจากเมาค้างอย่างหนัก มาร์คจิ๊ปาก ที่จริงแล้วดื่มแอลกอฮอล์นี่มันไม่ดีต่อร่างกายเท่าไหร่หรอก แต่เขาก็เลือกจะใช้มันในการหนีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง มาร์คหิวจนท้องร้อง เขาหลับไปนานขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ

กลิ่นน้ำหอมแปลกๆ ในห้องนี่คงเป็นผลข้างเคียงจากการเมา มาร์คคงเบลอจนได้กลิ่นน้ำหอมที่เคยซื้อให้แบมแบม มือกลองเม้มปากก่อนจะลุกไปหมุนลูกบิดประตูแล้วโผล่หน้าออกไป ดวงตาคู่แรกที่เขาสบด้วยคือแบมแบม

“เอ่อ...พี่แจบอมให้ผมมาปลุกไปทานข้าวครับ”

มาร์คเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินเบี่ยงตัวออกจากแบมแบมตรงเข้าไปในห้องครัว เสียงจินยองเอ่ยทักแกมประชดดังมาจากหน้าทีวี

“ตื่นแล้วเหรอไอ้ขี้เมา”

“เก็บปากไว้ร้องเพลงเหอะมึงอะ”

เขาสวนกลับไปแค่นั้นแล้วหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว แจบอมซึ่งล้างแก้วอยู่หันมามองพลางเดาะลิ้น แววตามองอย่างสมเพชแบบไม่ปิดบัง

“เมาเป็นหมาเลยนะ”

“พูดมาก มีอะไรให้กิน แบม...เด็กใหม่คนนั้นบอกกูว่ามึงให้ไปปลุกมากินข้าว”

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาทำให้มาร์คต้องหันกลับไปมองคนมาใหม่ ตอนแรกคิดว่าเป็นจินยองที่อาจจะเดินตามมาโวยเรื่องที่เขาด่ามันเมื่อครู่ แต่กลับกลายเป็นเจ้าของสรรพนาม เด็กใหม่คนนั้นเดินมาพร้อมกับกล่องข้าวและน่าจะเป็นถุงยา ทุกอย่างถูกวางลงข้างมาร์คแล้วอีกฝ่ายก็เอ่ยเสียงเรียบข้ามหัวเขาไปบอกแจบอมว่า

“ผมจะลงไปมินิมาร์ทนะครับพี่แจบอม”

“อ๋อ...เออ...” แจบอมกะพริบตาปริบๆ เสียงฝีเท้านั่นดังห่างออกไป มาร์คดึงกล่องข้าวมาแกะ หยิบขวดยาออกมามองแล้วก็เม้มปาก

“เขาซื้อมา”

“อะไร? ใคร?” มาร์คเงยหน้าตอนเพื่อนเอ่ยประโยคสั้นๆ นั้นออกมา เขากะพริบตา แจบอมวางแก้วแล้วหันมาเช็ดมือเปียกๆ นั่นกับผ้าขณะเอ่ยเสียงต่ำแทบกระซิบว่า

“แบมแบมออกไปซื้อยาแก้เมาค้างให้มึง”

“แล้วยังไง”

“ไอ้ห่า...ตอนเมามึงคร่ำครวญจะเป็นจะตายที่เขาเข้าใจผิด แล้วเมื่อกี้คือบ้าอะไรวะ? ไหนจะเรียกเขาแบบนั้นอีก แบมแบมได้ยินนะ”

“ก็ได้ยินไปสิ เจ็บบ้างจะได้รู้ว่ากูเจ็บแค่ไหนที่เขาพูดว่ากูชอบเขาเพราะอยากลองคบกับผู้ชาย” มาร์คค่อยๆ เอ่ยเรียบ สีหน้าก็เฉยและนิ่งตอนที่เงยหน้ามองแจบอมซึ่งถอนหายใจหนักๆ ออกมา

“มึงยังรักเขาอยู่รึเปล่ามาร์ค”

“รักสิ...” มาร์คบอกเสียงเบา “ทำไมกูจะไม่รักล่ะ แต่แบมแบมควรรู้ว่าคราวนี้เขาผิดที่พูดแบบนั้นออกมา แล้วก่อนหน้านี้กูก็เป็นฝ่ายพยายามจะคุยแล้ว คราวนี้ถึงทีแบมแบม”

“มาร์ค! เขายังเด็ก”

“คำว่าเด็กน่ะ...ไม่ใช่ข้ออ้างในการพูดจาแบบนี้นะ มึงรู้ไหมว่านั่นมันดูถูกความรักกูขนาดไหน แต่ก็เพราะยังรักอยู่นี่ไง กูถึงยังรอให้เขาเป็นคนมาพูดก่อน”

ได้ยินเสียงแจบอมพึมพำคำว่าเอาแต่ใจและสบถด่าเขาอีกหลายประโยค มาร์ครู้ว่าเขาดูเป็นคนเห็นแก่ตัวพอสมควรเลยล่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะทำอย่างที่บอกแจบอมไปซะหมดหรอก หากอีก 2-3 วันเขาทนไม่ไหวเมื่อไหร่ มาร์คก็คงกลับไปเป็นผู้ชายที่ตามง้อแบมแบมให้ยอมคุยด้วยคนเดิมคนนั้นนั่นล่ะ

 

 

 

เพราะเป็นวันที่ไม่มีงานกันทั้งวง แจบอมเลยเสนอว่าเราน่าจะไปซ้อมด้วยกัน สำหรับการเป็นนักดนตรีนั้นต้องหมั่นและขยันฝึกซ้อมฝีมืออยู่เสมอ ประธานเองก็ย้ำกับพวกเราอยู่บ่อยครั้งว่าถึงแม้จะเข้าสู่วงการบันเทิงแล้ว การทำได้หลายอย่างและมีความสามารถหลากหลายมันก็ดีอยู่ แต่พวกเราก็ไม่ควรลืมว่าความฝันเริ่มแรกของพวกเราคือการเล่นดนตรี เพราะฉะนั้นแล้วการฝึกซ้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

มาร์คยังคงอยู่ในช่วงโดนพักงานแต่ก็ได้รับอนุญาตให้มาบริษัทได้ พวกเราซ้อมกันไปได้เกือบสามชั่วโมงแต่ก็ไม่ใช่การซ้อมแบบหักโหมสักเท่าไหร่ แบมแบมรู้ดีว่าแม้ไม่มีใครพูดอะไร แต่ทั้งแจบอมกับจินยองเองก็น่าจะสัมผัสบรรยากาศชวนอึดอัดระหว่างเราทั้งคู่ได้

“พักก่อน”

แจบอมยกมือขึ้นโบก ก่อนจะวางเบสลงแล้วเงยหน้ามองเพดานห้องซ้อม ส่วนแบมแบมยังยืนมองกีต้าร์ในมือ ที่จริงแล้วเขากำลังมองจี้รูปปิ๊กกีต้าร์ที่ห้อยอยู่ในคอต่างหาก เด็กหนุ่มเม้มปากตอนได้ยินเสียงไม้กลองดังมาจากกลองชุดด้านหลัง ก่อนที่มาร์คจะเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมาว่า

“งั้นเดี๋ยวมา”

“จะไปไหนวะ?” จินยองที่กำลังนั่งลงกับพื้นและซับหน้าด้วยผ้าขนหนูที่คล้องคออยู่หันไปถาม

“ห้องน้ำ จะตามไปด้วยไหม?”

นิ้วกลางถูกชูหราให้ มาร์คเหลือบมามองจินยองแค่แวบเดียวก็หันกลับไป ตอนนั้นไม่รู้ว่าแบมแบมคิดไปเองรึเปล่า แต่เขาว่ามาร์คหันมามองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอีกฝ่ายจะหมุนตัวหันหลังแล้วออกไปจากประตู

แบมแบมนั่งลงใกล้ๆ จินยอง วางกีต้าร์ลงบนตักแล้วเกลาสายกีต้าร์ให้เป็นเพลงเรื่อยเปื่อยเท่าที่นึกคอร์ดเพลงที่โผล่เข้ามาในหัวได้ แจบอมเลยขยับมานั่งร่วมวง หลังจากนั้นแบมแบมก็นั่งฟังพี่ชายร่วมวงอีกสองคนคุยกันเรื่องงาน เรื่องเรื่อยเปื่อยแม้แต่การบ่นสภาพอากาศลากยาวมาถึงเรื่องมาร์คจนได้

“โอนารานี่เป็นผู้หญิงที่แปลกดี...พอนึกถึงเรื่องมาร์คทีไรก็อดนึกถึงเรื่องนี้ไม่ได้” จินยองพึมพำ ตอนนั้นแบมแบมเลยยกกีต้าร์ออกไปจากตัก เขาวางมันลงอย่างถนอมก่อนจะกระแอมเบาๆ พลางเอ่ยว่า

“ผมจะออกไปกดน้ำ เอาอะไรกันไหมครับ?”

“ไม่ล่ะ อ๋อ...ถ้าเจอมาร์คเรียกมันกลับมาด้วยนะ จะได้เริ่มซ้อมกันอีกรอบ” แจบอมยิ้มบางส่งให้ แบมแบมจึงทำได้แค่พยักหน้าเพราะไม่กล้าปฏิเสธอะไรออกไป

แบมแบมออกมาจากห้องซ้อม เขาเดินด้วยการก้าวขาแบบเชื่องช้าไปหยุดอยู่หน้าตู้กดน้ำ เหลือบมองมันอยู่นานทั้งที่มีสิ่งที่อยากดื่มอยู่ในใจแล้วแท้ๆ เหรียญถูกหยอดลงและตามด้วยปลายนิ้วที่ถูกกดลงบนแป้น เสียงกระป๋องหล่นขลุกขลักมาด้านล่าง เด็กหนุ่มย่อตัวลงก่อนจะยื่นมือเข้าไปหยิบมันมาถือเอาไว้

แบมแบมยังคงนั่งยองๆ ตรงนั้น มือกำกระป๋องน้ำผลไม้แต่ก็ไม่คิดจะลุกอยู่สักพัก เขาแค่ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านวิ่งอยู่ในหัว สุดท้ายก็ยอมลุกยืนตอนได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน เลยหันไปทางต้นเสียงก่อนจะเห็นแวบๆ ว่าน่าจะเป็นแจ็คสันเดินผ่านไป

ด้วยความที่ไม่เจอแฟนเพื่อน รวมไปถึงรุ่นพี่ร่วมค่ายคนนั้นมาสักพักแล้ว แบมแบมเลยคิดว่าเขาควรจะเข้าไปทักทาย สองขาก้าวเท้าเดินอย่างรีบร้อน มองเพียงบานประตูห้องที่แจ็คสันหายเข้าไปในนั้น แล้วระหว่างที่เดินผ่านลิฟต์ เสียงสัญญาณนั่นก็ดังขึ้น แบมแบมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำกระทั่งได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง

“แบมแบม”

เขาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ตอนแรกก็แค่สบตากับผู้จัดการวงของเรา แต่สิ่งที่สะดุดตาของแบมแบมที่สุดไม่ใช่เสียงเรียกหรือใบหน้าของพี่ฮยอนอู แต่กลายเป็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ตรงมุมลิฟต์ต่างหาก ผู้หญิงที่เพิ่งมีข่าวกับมาร์คที่ญี่ปุ่น...โอนาราคนนั้นไง

ร่างผอมเพรียวนั่นอยู่ในชุดเดรสสีหวานและเสื้อคลุมสีเข้ม เธอใส่รองเท้าผ้าใบและก้มหน้าก้มตา ก่อนหน้านั้นเธอเงยหน้าและดวงตาก็เบิกกว้างอย่างตกใจ พอเห็นแบมแบมก็หลบหน้ามองต่ำทันที

“แบมแบม เห็นมาร์คไหม?” ฮยอนอูเรียกชื่อเขาซ้ำ เอ่ยถามถึงมือกลองของวงออกมา แบมแบมเลยได้ดึงสติก่อนจะเอ่ยเสียงอึกอักตอบไป

“เอ่อ...เราพักซ้อมอยู่น่ะครับ แล้วพี่มาร์คก็บอกว่าจะเข้าห้องน้ำแต่...”

“อ๋องั้นเหรอ? เออ...ไปแล้วนะ”

เสียงมาร์คดังแทรกออกมา บานประตูห้องที่อยู่ถัดจากลิฟต์ไม่ไกลถูกเปิดออกกว้างแล้วมือกลองที่ใครต่อใครตามหาอยู่ก็โผล่หน้าออกมา มาร์คปิดประตูแล้วมองหน้าแบมแบมที่ยืนอยู่หน้าลิฟต์นิ่ง ก่อนที่พี่ฮยอนอูซึ่งกดปุ่มเปิดประตูค้างเอาไว้จะโผล่หน้าออกมาแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า

“มาร์ค...นาราอยู่นี่”

แบมแบมเดินถอยออกไป เขาไม่ได้พูดอะไรและไม่กล้ามองกระทั่งหน้ามาร์คด้วยซ้ำตอนอีกฝ่ายเดินก้าวมาหยุดตรงหน้าลิฟต์แล้วเข้าไปสมทบกับคนที่อยู่ก่อนหน้านี้

“บอกสองคนนั้นด้วยว่ามาร์คถูกประธานเรียกพบ ซ้อมกันไปก่อนได้เลย” พี่ฮยอนอูเป็นคนบอก แบมแบมจึงจำใจต้องเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้ารับคำสั่งของผู้จัดการวง

มาร์คยืนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงที่เคยเป็นแฟนเก่า แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มองหน้าหรือแตะเนื้อต้องตัวกันหรอก แบมแบมรู้สึกไม่ดีเลยที่เห็นภาพนั้น ตอนที่บานประตูลิฟต์ปิดลง มาร์คก็เงยหน้ามาสบตาเขา เขาอ่านแววตาคู่นั้นไม่ออกหรอก แล้วประตูลิฟต์ก็ปิดลง

มือที่กำกระป๋องน้ำผลไม้เกร็งแน่นขึ้น ความตั้งใจที่อยากจะไปทักทายแจ็คสันมลายหายไปจนหมดสิ้น เด็กหนุ่มเดินกลับไปที่ห้องซ้อม พยายามทำตัวเป็นปกติแล้วแจ้งพี่แจบอมกับพี่จินยองไปว่ามาร์คถูกประธานเรียกพบ

“เมื่อกี้...คุณโอนารามาน่ะครับ เขาคงคุยกันเรื่องนี้”

เขาบอกเรื่องนี้ออกไปด้วย หลังจากนั้นจินยองก็ตั้งข้อสงสัยขึ้นมาอีกครั้งถึงเรื่องไม่ชอบมาพากลระหว่างประธานค่าย มาร์ค พี่ฮยอนอูและโอนารา ถึงขั้นคิดในแง่ร้ายสุดว่าไม่ใช่มือกลองของพวกเราไปทำผู้หญิงท้องเข้าล่ะ แบมแบมเม้มปากก่อนจะวางมือทาบลงบนปิ๊กกีต้าร์

แปลกดีที่คราวนี้แทนที่จะรู้สึกอบอุ่น...เขากลับเจ็บอย่างบอกไม่ถูก...

 

 

 

สุดท้ายแล้วเย็นวันนั้นคนที่กลับหอก็มีเพียงแจบอม จินยองและแบมแบม ตอนพี่ฮยอนอูขับรถมาส่งจินยองเป็นคนถามถึงมาร์ค และพี่ฮยอนอูก็บอกแค่สั้นๆ ว่ามาร์คยังมีธุระต้องสะสาง จินยองสวนไปถามเรื่องนารา ผู้จัดการวงเราก็เลือกจะเงียบไม่ตอบอะไรอีกเลยกระทั่งถึงหอพัก

เอาเข้าจริงแบมแบมทำใจหลับไม่ลงหรอก เขานั่งดูทีวีอยู่กับแจบอมที่ห้องนั่งเล่นตอนสองทุ่มกว่า ส่วนจินยองหายเข้าไปในห้องแล้ว ดูเหมือนจะอ่านหนังสือเล่มหนึ่งค้างอยู่เลยตั้งอกตั้งใจกับมันเป็นพิเศษ รายการทีวีที่เปิดอยู่ตอนนี้เป็นรายการข่าวต่างประเทศ แบมแบมไม่ได้มีกะจิตกะใจอยากจะดูนัก แต่เขากำลังร้อนใจว่าเมื่อไหร่มาร์คจะกลับมาเท่านั้นเอง

“ดีกับมาร์คหรือยังล่ะ?” แจบอมหน้าจ้องไปยังจอแต่กลับเอ่ยถามออกมาแบบนั้น เด็กหนุ่มชะงักมือที่กำลังจะตักไอติมเข้าปากไปเล็กน้อย

“ก็...ไม่ครับ ยังไม่ได้คุยกันอีกตั้งแต่วันนั้น”

“พี่จะไม่ถามหรอกว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่แบมแบมน่าจะลองคุยกันมันก่อน”

“...ครับ”

แบมแบมตอบกลับเสียงเบา มันเป็นสิ่งที่เขาคิดมาตลอดว่าคราวนี้เขาจะไม่ทนแล้วล่ะ แบมแบมแค่อยากคุยกับมาร์คให้รู้เรื่องก็แค่นั้น เขากับแจบอมยังนั่งดูทีวีด้วยกัน เราคุยกันพลางชี้ไม้ชี้มือแสดงความเห็น แล้วระหว่างนั้นเองจู่ๆ เสียงประตูห้องก็ถูกเปิดออก ทั้งแบมแบมและแจบอมหันไปมองคนที่เข้ามาใหม่ทันที แน่นอนว่ามือกลองของวงเรากลับมาแล้ว

“กินอะไรรึยัง?” แจบอมเอ่ยถาม มาร์คพยักหน้ารับแล้วเดินหายเข้าไปในห้องครัว ตอนนั้นแจบอมเลยขยับมาสะกิดไหล่แบมแบมแล้วกระซิบเสียงเบา

“ไปคุยกับมันสิ พี่จะเข้าห้องแล้วล่ะ” รีโมทในมือถูกกดปิดหน้าจอสี่เหลี่ยมให้ดับวูบ แจบอมทำตามคำกล่าวของตัวเองด้วยการเดินหนีเข้าห้อง

แบมแบมว่าเขาหนีมานานพอแล้ว คราวนี้เป็นมาร์คกำลังถอยห่างและเขาจะเริ่มต้นเดินตามหลังอีกฝ่ายก็ไม่ผิดนักหรอก เด็กหนุ่มกลั้นลมหายใจก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว มาร์คยืนอยู่ตรงหน้าอ่างล้างจาน ใกล้ๆ มือที่ค้ำเข้ากับเคาน์เตอร์คือแก้วและขวดน้ำ อีกฝ่ายคงรับรู้ถึงเขาถึงได้หันหน้ามามองแต่ก็แค่แวบเดียวก่อนจะหันไปมองผนังห้องต่อ

“เอ่อ...”

“แจบอมล่ะ?”  มาร์คถามเสียงเรียบ

“เข้าห้องไปแล้วครับ” พอแบมแบมตอบก็เหมือนจะได้ยินเสียงพ่นลมหายใจของมาร์คดังเบาๆ ลอดริมฝีปากออกมา

“มีอะไร” มาร์คเทน้ำใส่แก้วพลางเอ่ยถามเสียงห้วน แบมแบมยืนนิ่งอยู่ตรงข้างโต๊ะทานข้าวกลางห้องครัวแล้วกลืนน้ำลายฝืดคอ

“ผม...เรื่องของพวกเราน่ะ ผมแค่อยากคุยแล้วก็อธิบายให้ฟัง”

“ก่อนหน้านี้พี่ก็พูดแล้วนะ แต่ดูไม่ค่อยอยากฟังเท่าไหร่ไม่ใช่เหรอ?” มาร์คถามเสียงห้วนสั้นพลางหันหน้ากลับมามอง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องแบมแบมราวคมมีดกรีดจนแสบ

“ขอโทษครับแต่ช่วยฟังเรื่องที่ผมอยากจะพูดให้พี่มาร์คฟังหน่อยได้ไหม? เรื่องของยูคยอมกับผมน่ะ มันไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ถึงรูปที่แฟนคลับถ่ายมาได้จะมีแค่เราสองคน แต่ยองแจก็อยู่ด้วยแค่มาช้าเท่านั้นเอง ผมรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนมีเหตุผลมากนัก แล้วก่อนหน้านี้ผมก็พูดจาไม่ดีเอาไว้กับพี่มาร์คด้วย แต่ผมแค่อยากยืนยันว่าผมกับเขาเป็นแค่เพื่อนจริงๆ แค่เพื่อนเท่านั้น ผมแค่ไม่ชอบตอนนี้ ผมอึดอัด...แล้วก็...ผมรักพี่มาร์คจริงๆ นะ”

หลังจากหลุดคำพูดสุดท้ายออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แบมแบมก็ก้มหน้าลง เขาได้ยินเสียงมาร์คเปิดก๊อกน้ำ อีกฝ่ายวางแก้วคว่ำลงกับตะแกรง พอเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่ามาร์คยืนพิงอ่างล้างจานมองตรงมาแล้วถามเขาว่า

“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม?”

“พี่มาร์ค...”

“ตลอดมาน่ะคิดว่าพี่ชอบแบมแบมเพราะอยากลองอย่างงั้นเหรอ? ไม่ได้มองตาพี่แล้วเห็นความสุขตอนที่พี่อยู่กับแบมแบมรึไง แล้วอีกอย่าง...ที่จริงแล้วแบมแบมเองตอนอยู่กับพี่น่ะ มีความสุขจริงๆ ใช่ไหม?”

“พี่มาร์ค...ผม...” แบมแบมพะงาบปากออกมาแค่นั้น เขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย อยากจะกอดและขอร้องให้มาร์คเข้าใจ แต่ในอีกมุมเขาก็รู้ว่าตัวเองงี่เง่าแค่ไหน

“พรุ่งนี้เดี๋ยวก็ได้รู้เรื่องพี่กับนาราแล้วล่ะ เหตุผลทุกอย่างแบมแบมจะเข้าใจ แล้วพี่ก็อยากให้แบมแบมเก็บไปคิดทบทวนให้ดีว่าเรื่องระหว่างเราจะเอายังไง หลังจากนั้นเราค่อยมาคุยกัน”

“แต่ว่า...”

แต่มาร์คไม่ได้ฟังคำขอร้องจากน้ำเสียงแหบแผ่วนั่นสักนิด อีกฝ่ายเดินถือขวดน้ำออกไปจากห้องครัว ทิ้งให้แบมแบมยังยืนอยู่ตรงนั้น เขาเม้มปากเป็นเส้นตรง คราวนี้ไม่ได้ร้องไห้ออกมาอีกหรอก แต่แบมแบมจะยอมทำตามคำขอร้องของมาร์คก็ได้ เขาต้องรอถึงวันพรุ่งนี้ และระหว่างนี้จะไปคิดทบทวนว่าควรเอายังไงกับความสัมพันธ์ของพวกเราดี

แต่เขาจะไม่มีวันให้มันจบลงในระยะเวลาสั้นๆ แบบนี้แน่นอน...

 



มาลงให้ก่อนเพราะว่าวันนี้ว่างค่ะก็เลยเสร็จก่อนกำหนด ลงวันนี้แล้วไม่ลงพรุ่งนี้อีกตอนนะ 55555
แอบขอโทษเพราะจริงๆ บอกหลายคนไปว่าตอนนี้จะหายมาม่าแต่พอดีแต่งเพลิน
ตอนนี้มันลากยาวมา
12 หน้าเอสี่แล้วค่ะ 55555 ใจจริงมีอีก 2-3 ฉากที่จะต้องอยู่ในตอนนี้ด้วย
เราเลยตัดจบแค่นี้ไปก่อนที่มันจะพุ่งไป
20 หน้า ยังไงก็...ตอนหน้าเขาจะดีกันแล้วจริงๆ
เห็นหลายคนร้องไห้ล่ะเราแอบรู้สึกผิด จริงๆ ตอนแต่งไม่ได้รู้สึกอะไรเลยค่ะสนุกด้วยซ้ำ
ที่จริงตอนนี้คนพรู๊ฟบอกเราว่าอึดอัดด้วยแต่ตอนแต่งเราก็ยังเฉยอยู่ดีงะ
5555
ขอบคุณสำหรับคนที่ติดแท็ก
#ficfakemb แล้วก็คอมเมนต์ด้วยนะคะ
ถ้าเจอคำผิดทักเราไว้ได้เลยนะค่ะ

ปล. ฝากค่ะ
>>>
สนใจรวมเล่มฟิคเรื่องนี้ คลิก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,339 ความคิดเห็น

  1. #2333 AoRoc (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:49
    ถ้าเราเป็นแบม จะบอกเลิกเลยจ้ะ เหตุผลคือ กูคิดมากกูรำคาญตัวเองค่ะ
    #2,333
    0
  2. #2289 ฺBeau (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 21:10
    หมั่นไส้บอกตรง เล่นตัวจริงๆ
    #2,289
    0
  3. #2251 PP_TBN19 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 19:14
    เป็นกู กูก็คิด ไม่พูดจะรู้ป่ะ คนในวงยังคิดเลย
    #2,251
    0
  4. #2248 BMN (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 10:45

    ถ้าเหตุผลที่ฉันจะได้รู้ในตอนหน้ามันฟังไม่ขึ้นนะอิมาร์ค(อินมาก) แกโดนแน่

    อย่าเพิ่งยอมแพ้นะ ทั้งคู่นั่นแหละ อย่ายอมแพ้นะ อดทนกับอุปสรรคที่เข้ามาแล้วผ่านกันไปให้ได้นะ

    #2,248
    0
  5. #2189 ojay2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 12:43
    ฮรึกกกกกกก อึดอัดมากกกก ไม่ไหวแล้วววว
    #2,189
    0
  6. #2139 Mywwann (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 17:03
    แต่สำหรับเรามาร์คก็มีส่วนผิดหน่ะ มีอะไรก็ต้องบอกแฟนสิ แล้วมาร์คก็พูดเรื่องแบมกับยูคก่อนด้วย
    #2,139
    0
  7. #2109 Aoyyah (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 14:44
    อึดอัดแทนแล้วไม่ได้อยู่กันแค่สองคนจะร้องไห้จะไปไหนก็ไม่ได้
    #2,109
    0
  8. #2040 mellow_aa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 18:02
    อย่าหนีกันไปกันมาอีกเลยนะขอร้อง เจ็บปวดนะนี่พูดเลย สงสารทั้งคู่ จะรอดูเหตุผลนั้นที่มาร์คบอกไม่ได้ละกันนะ ส่วนแบมเราว่าก็อธิบายชัดเจนละนะ จะเอายังไง
    #2,040
    0
  9. #2002 M.m1nt (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 00:47
    อยากให้หวานกันเหมือนเดิมแล้ว
    #2,002
    0
  10. #1939 9nawKIHAE (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 01:05
    อึดอัดโฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 
    เรื่องนารานี่น่ารำคาญอ่ะ ไม่ว่าจะปิดบังบอกไม่ได้เพราะอะไรก็เถอะ
    มันน่ารำคาญมากๆๆๆๆๆๆๆๆ 
    #1,939
    0
  11. #1938 PeAriiS (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 00:50
    เครียเถอะใจจะขาดแล้ว นี่อินมาก อินจัดเลยอะ แต่งดีมาก
    #1,938
    0
  12. #1896 m_sseob (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:47
    รีบเคลียร์ TT จะได้คืนดีกันไงงงง
    #1,896
    0
  13. #1893 MBKY; (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:30
    แต่พรุ่งนี้ต้องมีอะไรดีๆใช่ไหม แบบว่าเซอร์ไพร์ไรงี้ ทำไมมาร์คท่าเยอะจริงๆแบมๆอุส่าห์มาง้อ ดูทำเข้า
    #1,893
    0
  14. #1864 poppoka (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 20:17
    อ๊อยยยยยย เคลียร์กันให้จบโดยเร็วเลยยยยยย อึดอัดแทนนนนนฮืออออ
    #1,864
    0
  15. #1854 kizz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 02:36
    ตอนจบแบบว่าให้ชุ้นเอาไปมโนต่อมากกก 555



    ฟิคสนุกมากค่ะ จะติดตามเรื่องต่อๆไปนะคะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้เสพค่าาาา
    #1,854
    0
  16. #1831 N_udaen_G (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 14:51
    โอ๊ยยย อัึดอัดแทน อยากให้น้องมาตาม เมาจนต้องระบายเลยเนอะ พี่บีก้รับฟังอ่ะ อิพี่ต้วนแม่งงงง แบมอ่า อย่าร้องนะ เดี่๋ยวพรุ่งนี้ก้รัึูแล้วว่าทำไมพี่มันไม่ยอมบอก
    #1,831
    0
  17. #1826 bambeiibambam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 11:51
    พี่มาร์คโคตรใจร้ายอ่ะ ฮือออออ จะร้องไห้ สงสารแบมแบมอ่ะ
    #1,826
    0
  18. #1783 TY.Tea (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 09:34
    ไม่มีอะไรมาก นอกจากอยู่ทีมแบมแบม 5555555555555555
    #1,783
    0
  19. #1768 sisainam3 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 17:27
    ปวดร้าววววว ;-;
    #1,768
    0
  20. #1723 cakELFishMT (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 01:15
    มาร์คคคคคค
    #1,723
    0
  21. #1689 Kibibiza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 23:13
    เชอะ...ใจร้ายจังเลยนะมาร์ค พอน้องมาง้อก็ทำเป็นเล่นตัว เราจะไม่ทนให้มาทำร้ายจิตใจน้องหรอกนะ
    #1,689
    0
  22. #1687 จัสมินสีชมพู (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 20:25
    รออยู่นะ ไรทหายไปนานเกินไปแล้ว รออยู่นะคะ มาต่อนะคะ
    #1,687
    0
  23. #1686 คุณแมวเหมี้ยว (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 13:46
    โอ้ย ปวดใจ เราพอจะเข้าใจพี่มาร์คนะ ฮื่อ สงสารพี่มาร์คอ่ะ รู้สึกอึดอัดมากตอนอ่าน พี่กรุณารีบลงด้วยเถิดดดดดดด ขอเอาความอึดอัดออกจากหัวใจให้มันจบๆไป TOT
    #1,686
    0
  24. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. #1680 Aya1111 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 15:17
    ดราม่าลากยาวมากอะจะบอก คืออ่านแล้วยังอึดอัดไปด้วย มาร์คก็แรงอะ ไปเรียกแบมแบบนั้นอะ เด็ดขาดด้วย บางทีก็น่ากลัวไปนะมาร์ค ขนาดน้องมาคุยดีๆ ยังไม่ยอมเลยอะ สงแบม
    #1,680
    0