[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 21 : FAKE - Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    31 ก.ค. 58



F A K E

 

Chapter 19

 

บรรยากาศชวนอึดอัดใจมันเริ่มขึ้นตั้งแต่เราทั้งหมดและทีมงานบางส่วนเสพย์สื่อจากทางเกาหลีแล้ว แม้ภาพที่เว็บไซต์ปล่อยข่าวลือชื่อดังอย่าง Seeu จะปล่อยภาพมาร์คและโอนาราออกมาเพียง 3-4 ภาพเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ากระแสของทางแฟนคลับทั้งสองฝั่งเองก็ร้อนด้วยการวิเคราะห์แถมยังกลายเป็นประเด็นหลักของข่าวบันเทิงไปแล้วแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ที่เกาหลีก็ตาม

อันที่จริงหลังจากคุยกับประธานเพื่อปรับความเข้าใจให้เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง ทางต้นสังกัดของมาร์คก็ออกมาโต้กลับทันควันว่าทั้งคู่เป็นเพียงเพื่อนที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตอนที่มีข่าวนั้นปล่อยออกมาสวนทาง Seeu พี่ฮยอนอูเดินถือไอแพดไปรอบห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในขณะที่พวกเรากำลังนั่งแต่งหน้าเตรียมตัวจะขึ้นเวทีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า อันเป็นงานแฟนมีตติ้งสุดท้ายแล้วจะได้กลับประเทศ

ทั้งมาร์คและโอนาราเคยร่วมงานกันในงานถ่ายแบบโฆษณาหลายชิ้นจริง ทั้งคู่เป็นเพื่อนและรู้จักกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว และยังคงมีความสัมพันธ์กันแบบเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น

แบมแบมอ่านข้อความนั้นก่อนจะกดปิดกระทู้นั้นในมือถือ เขานั่งอยู่ข้างจินยองซึ่งแต่งหน้าเสร็จแล้ว ส่วนมาร์คและแจบอมกำลังนั่งนิ่งให้เหล่าทีมงานจัดองค์ทรงเครื่องอยู่หน้ากระจก แบมแบมเลี่ยงที่จะหันไปมองทางนั้น ที่จริงแล้วตั้งแต่คุยกับประธานเสร็จและเรานั่งรถตรงมายังสถานที่จัดงาน หลายครั้งที่มาร์คพยายามเข้ามาคุยด้วย แต่แบมแบมเองที่เป็นฝ่ายถอยห่างออกมาจากอีกคนเพราะเขายังไม่อยากฟังอะไร

ก็อย่างที่พี่แจบอมพูด...ว่ารูปมันไม่โกหก...

เสียงเรียกเข้ามือถือที่ดังขึ้นในอุ้งมือทำให้แบมแบมออกจะตกใจเล็กน้อย เด็กหนุ่มรีบหยิบมันขึ้นมามองหน้าจอ ก่อนจะลุกขึ้นชวนให้จินยองที่นั่งอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดยอมละสายตาจากไอแพด

“ผม...ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกนะครับ”

“อืม”

หลังจากเอ่ยขออนุญาตและบอกเบาๆ ออกไป แบมแบมก็หันไปมองผู้จัดการวงของเราซึ่งนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ตรงเก้าอี้ที่มุมห้อง มือกีต้าร์เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ทางเดินมีทีมงานเดินกันขวักไขว่ แบมแบมกดรับสายขณะยังเดินอยู่

“ว่าไง”

“เป็นไงบ้างแบม ฉันกับยูคยอมเพิ่งเห็นข่าว พวกเราเพิ่งว่างด้วยก็เลยรีบโทรมา โอเคไหม?”

แบมแบมฟังน้ำเสียงร้อนรนของยองแจที่กรอกมาตามสายแล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากล่างตัวเองจนเจ็บก่อนจะตอบไปว่า

“ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่”

“เขาทำแบบนั้นได้ไง น่าโมโหจริงๆ ก็ไหนบอกว่าเลิกแล้ววะ” ยองแจโวยเสียงดังลั่น ก่อนเสียงยูคยอมจะแทรกเข้ามาในสาย

“มึงอินเกินไปแล้ว ยองแจเอามือถือมานี่กูคุยเอง แบม...นี่ฉันนะ”

“อือ” แบมแบมตอบกลับ มือถือถูกเปลี่ยนมาอยู่กับยูคยอมแต่เขาก็ยังได้ยินเสียงยองแจโวยวายมาเป็นระยะอยู่ดีนั่นล่ะ

“เขาไปกับคุณนาราจริงเหรอ?”

“อืม” แบมแบมตอบออกไปสั้นๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจหนัก “เขาหายไป ไม่ได้บอกฉันด้วยว่าไปไหน พอถามก็บอกแค่ว่าไปกับเพื่อน”

“เขาอาจจะเป็นแค่เพื่อนกันแล้ว...” ยูคยอมเอ่ย แต่ก็ใช่ว่าแบมแบมไม่คิด เขากับคนที่คุยโทรศัพท์กันอยู่ตอนนี้จากที่เคยเป็นแฟนยังกลายมาเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม

แต่กับกรณีมาร์ค มันไม่ใช่...แบมแบมเกลียดความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นในใจตั้งแต่เห็นข่าว ตอนที่เขาถามทำไมมาร์คถึงไม่บอกตรงๆ ว่าไปเจอใคร ทำไมถึงเลี่ยงที่จะบอกว่าเป็นแค่เพื่อน ที่จริงแล้วหากอีกฝ่ายยอมรับว่าไปเจอผู้หญิงที่เป็น แฟนเก่าแบมแบมก็อาจจะไม่คิดหนักเหมือนอย่างที่เป็นตอนนี้

“แบมแบม” ยูคยอมเอ่ยเรียกคงเพราะเห็นเขาเงียบไปนาน

“ตอนฉันถามเขาบอกว่าไปกับเพื่อน ฉันไม่ใช่พวกขี้ระแวงนะ แต่นายว่าไง...เขาทำแบบนี้จะไม่ให้ระแวงได้ยังไง”

“ฉันก็ไม่ได้รู้และไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ คงพูดอะไรมากไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าแบมก็ลองไปคุยกับพี่มาร์คเถอะ”

“ฉันไม่อยากคุยกับเขา”

“อยู่วงเดียวกันนะ แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน?” ยูคยอมเอ่ยถาม แบมแบมหยุดเดินแล้วเปลี่ยนมายืนพิงผนังทางเดินตั้งแต่ยูคยอมถามแล้วล่ะว่าเขาไปกับโอนารามาจริงรึเปล่า เด็กหนุ่มเม้มปากก่อนจะถอนหายใจ

“เขาอยู่ในห้องแต่งตัว แต่ว่า...ฉันไม่รู้สิ ที่จริงแล้วเขาอาจจะแค่คิดว่าฉันเป็นเด็กแล้วอยากลองคบกับผู้ชายอะไรแบบนั้นรึเปล่า” แบมแบมเกือบจะร้องไห้ตอนพูดประโยคท้ายออกมา มันคือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

“เขาไม่เคยกับผู้ชายมาก่อนเลยนะ ที่จริงแล้วผู้ชายคนแรกที่เขาคบก็คือฉันแล้วมันก็...”

“อย่าคิดมาก” กลายเป็นเสียงยองแจที่พูดเสียงอ่อนกลับมา “ก็อย่างที่ไอ้ยูคยอมบอก ไปคุยกับเขา ถึงไม่อยากคุยแต่ฉันว่าแบมควรจะคุยให้ชัดเจน”

“ขอบคุณนะ” แบมแบมสูดลมหายใจ เงยหน้ามองเพดานทางเดินและหลอดไฟสว่างตรงนั้น เขาเม้มปากก่อนจะเอ่ยออกไปอีกครั้งว่า

“ขอบคุณ ไว้กลับเกาหลีแล้วไปทานข้าวด้วยกันสามคนสักมื้อนะ”

หลังจากวางสาย แบมแบมก็ยังคงยืนพิงผนังทางเดินอยู่อีกไม่กี่นาที สุดท้ายแล้วน้ำตาก็ไม่ไหลสักหยด มันปริ่มๆ เกือบจะร้องออกมาแต่แบมแบมก็เก่งขนาดว่ากลั้นมันเอาไว้ได้หมด เขาหันหน้ากลับไปแล้วชะงัก ขณะที่คนซึ่งกำลังเดินตรงมาหาเขาเองก็ชะงักปลายเท้าไปเช่นกัน

“พี่มีเรื่องคุยด้วย”

มาร์คเดินมาถึงจนได้และเอ่ยประโยคนั้นพร้อมกับเอื้อมมาจับข้อมือแบมแบมเอาไว้ เขาปล่อยให้อีกฝ่ายจับ แล้วก็พยักหน้าออกไป มาร์คจูงแขนเขาไปทางห้องน้ำ แบมแบมเดินตามหลัง เขามองแผ่นหลังของคนตรงหน้าอยู่แบบนั้นกระทั่งถึงที่หมาย

 

 

 

เรากลับถึงเกาหลีกันอย่างปลอดภัย และสมาชิก Chaos ทั้งสี่คนก็ถูกเรียกเข้าบริษัทกันหมด มาร์คเข้าไปพบประธานเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานชั้นบน ขณะที่จินยอง แจบอมและแบมแบมยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของตึก

“มึงว่ามันจะกลับไปคบกับนาราไหม?” แจบอมเอ่ยถามจินยองซึ่งกำลังนั่งเอนหลังไม่พูดไม่จา หัวหน้าวงเดินกอดอกเข้ามาใกล้แล้วเลือกนั่งเก้าอี้ตัวใกล้ๆ จินยอง ขณะที่แบมแบมนั่งเล่นมือถืออยู่ข้างจินยอง

“ไม่หรอก” จินยองส่ายหน้า “ถึงตอนเลิกกันมันจะดูตัดไม่ขาด แต่เชื่อเหอะ...มาร์คมันไม่กลับไปหรอก”

“งั้นเหรอ” แจบอมพึมพำ ดูเหมือนพี่สองคนในวงจะไม่ได้สนใจนักหรอกว่าแบมแบมจะมีความเห็นว่าไง เพราะอันที่จริงเขาเพิ่งเข้ามาในวงตอนที่มาร์คเลิกกับนาราได้ไม่นาน

“แล้วคิดว่ามันไปเจอนาราทำไม” แจบอมเอ่ยถามเหมือนจะขอความเห็น

“ไม่รู้ ถามมันสิ”

จินยองยักไหล่ และนั่นเป็นคำถามที่แบมแบมต้องการความชัดเจนตอนที่อยู่ญี่ปุ่นและมาร์คจูงพาเขาไปยังห้องน้ำเพื่อจะคุยกัน เราเหมือนจะเคลียร์กันให้เข้าใจ มาร์คบอกว่านัดกับนาราไว้จริง แต่พอแบมแบมถามว่าทำไมต้องไปเจอ อีกฝ่ายก็ทำหน้าอึกอักแล้วตอบเสียงอ้อมแอ้มไม่สมกับเป็นมาร์คออกมาว่า

พี่บอกไม่ได้...แต่เดี๋ยวแบมแบมจะเข้าใจ

ซึ่งคำว่าเดี๋ยวมันไม่ใช่ตอนนี้ แน่นอนว่าแบมแบมไม่เข้าใจ ที่มาร์คบอกว่าจะคุยด้วยก็จบแค่นั้น แบมแบมยังมีความระแวงแบกเต็มหลังแต่เขาไม่อยากถาม เพราะก็คิดว่าคงได้คำตอบแบบเดิม มาร์คก็แค่ไม่อยากบอก มีเหตุผลส่วนตัวระหว่างมาร์คกับนาราในการเจอกันครั้งนั้นและแบมแบมไม่มีสิทธิ์รับรู้ เรื่องมันง่ายแค่นี้เอง

“กูว่ามันก็คงไม่บอกอีกนั่นล่ะ แต่ลองประธานออกมาบอกเองว่าไม่มีอะไรขนาดนี้ก็แสดงว่าไม่มีอะไรนั่นล่ะ” แจบอมถอนหายใจก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาบ้าง

“แบมแบมเข้ามาในวงแต่ไอ้มาร์คก็ทำแต่เรื่องวุ่นๆ ไปหลายรอบเลยนะ ทนหน่อยนะแบมแบม”

“ผมไม่เป็นไรครับ พี่แจบอมไม่ต้องห่วงหรอก” แบมแบมวาดยิ้มบางส่งให้ จินยองเอื้อมมือมายีผมเขาเหมือนที่มาร์คชอบทำ ก่อนจะเอ่ยเสียงสดใสออกมาว่า

“ดีแล้ว ไม่ต้องกังวล เรื่องไหนใครก่อให้เคลียร์เอง”

เราคุยเล่นกันอีกพักใหญ่แล้วแบมแบมก็ถูกโปรดิวเซอร์เรียกไปคุยทั้งที่มาร์คยังไม่ได้กลับมา เด็กหนุ่มไม่ค่อยแน่ใจนักหรอกว่าหลังจากนี้พวกเราจะได้พูดคุยหรือเจอกันอีกบ่อยๆ รึเปล่า ในเมื่อโปรดิวเซอร์กำลังบอกแบมแบมว่าประธานยังอยากดันให้ทุกคนรับรู้สมาชิกใหม่ของ Chaos ว่าถึงแม้จะอายุยังน้อยแต่ที่จริงแล้วเขาก็มากไปด้วยความสามารถ

งานเดี่ยวของแบมแบมในครั้งนี้คือการไปทำงานร่วมกับนักร้องต่างค่าย แต่ก็ใช่ว่าเป็นคนอื่นคนไกลสำหรับแบมแบมสักเท่าไหร่

อัลบั้มใหม่ของ Sunrise ที่กำลังจะปล่อยออกมา ทางค่ายต้นสังกัดของเพื่อนได้ติดต่อผ่านต้นสังกัดแบมแบมว่าอยากให้เขาไปช่วยทำเพลงหนึ่งให้สมบูรณ์ และแน่นอนว่าด้วยกระแสข่าวที่มาร์คกำลังทำให้วงฉาวอยู่แบบนี้ ประธานต้องรับข้อเสนออยู่แล้วและดันให้แบมแบมทำงานกับฝั่งนั้นได้เต็มที่ด้วย

แบมแบมเดินออกมาจากห้องหลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อย เขากลับเข้าไปที่ห้องซึ่งก่อนหน้านี้สมาชิกในวงคนอื่นอยู่ในนั้น เด็กหนุ่มกวาดตามองไม่เห็นมาร์คและแจบอม เหลือเพียงจินยองที่นั่งอยู่กับพี่ฮยอนอู แบมแบมเข้าไปนั่งร่วมวงด้วยแล้วก็อดถามออกไปไม่ได้ว่า

“พี่แจบอมกับพี่มาร์คล่ะครับ?”

“แจบอมไปเข้าห้องน้ำ ส่วนมาร์ค...” จินยองเอ่ยค้างไว้แค่นั้นแล้วหันไปยักไหล่ให้ผู้จัดการวงที่รับช่วงต่อบอกแบมแบมไปว่า

“ยังคุยกับประธานไม่เสร็จเลย”

แบมแบมพยักหน้ารับ เกือบสองชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำที่มาร์คหายเข้าไปในห้องประธานค่ายและยังคงไม่ได้กลับออกมา แต่แบมแบมก็ไม่ได้กล้าเอ่ยปากถามพี่ฮยอนอูออกไปอีกหรอกว่าทำไมถึงนานขนาดนี้และต้องคุยเรื่องอะไรกันขนาดนั้น เขาได้แต่หันไปบอกจินยองว่ากำลังจะมีงานที่ต้องไปทำร่วมกับเพื่อนสนิท แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นเรื่องงานเดี่ยวของพวกเราแทบจะทันที

 

 

 

มาร์คเบื่อกับคำสั่งประธานแต่เขาก็ไม่กล้าขัดประกาศิตที่อีกฝ่ายยื่นมามากนักหรอก หลังกลับจากญี่ปุ่นพร้อมข่าวและรูปฉาวเหล่านั้น เขาก็ถูกสั่งห้ามไม่ได้รับงานถึงหนึ่งอาทิตย์ แน่นอนว่าตารางงานอันว่างเปล่ายังรวมไปถึงห้ามออกไปข้างนอกหรือแม้แต่ไปเที่ยวกับเพื่อนก็ไม่ได้อีกด้วย ดังนั้นด้วยคำสั่งนี้มาร์คเลยจำกัดพื้นที่อยู่ได้แค่หอพักกับบริษัทก็แค่นั้น

สิ่งที่ชวนให้เหงาที่สุดก็คือการมองสมาชิกในวงออกไปทำงานกันทีละคน กับจินยองและแจบอมน่ะไม่เท่าไหร่ แต่มาร์คเพิ่งรู้จากปากแจบอมที่เล่าให้ฟังว่าแบมแบมมีงานที่ต้องไปทำร่วมกับเด็กวง Sunrise เพียงเท่านั้นความรู้สึกหงุดหงิดก็พัดเข้ามาในอก

มาร์ครู้ว่าเขาผิดที่ไม่อธิบายให้แบมแบมเข้าใจว่าการพบกับนารามันเป็นเหตุผลทางธุรกิจมากกว่าสัมพันธ์อันดีที่เราเคยมีต่อกัน แต่เพราะเหตุผลหลายอย่างเขาเลยเล่าให้ใครฟังไม่ได้นอกจากพี่ฮยอนอูเท่านั้น มาร์คส่ายหัวทุกครั้งตอนที่เห็นว่าแบมแบมพยายามหลบหน้า เราแทบจะไม่ได้คุยกันอีกเลยหลังจากวันที่กลับมาจากญี่ปุ่นเพราะอีกคนต้องออกไปทำงานแต่เช้า ในขณะที่กลับมาแล้วก็มักจะหมกตัวไว้ในห้อง มาร์คไลน์เรียกให้ออกมาก็อ่านแต่ไม่ตอบ เขาพอจะเข้าใจและพร้อมจะให้เวลาแบมแบมเสมอ มาร์คจึงไม่เซ้าซี้แม้จะรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้แต่ก็ยิ่งไกลกว่าเดิมอย่างตอนนี้

ห้องพักดูกว้าง เมื่อก่อนตอนที่แบมแบมยังไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกในวงมาร์คเคยคิดเล่นๆ ว่าได้ยึดห้องคนเดียวบ้างก็คงดี แต่หลังจากที่คบกับแบมแบมและกวาดตามองไปทุกที่เพื่อพบความทรงจำชิ้นเล็กชิ้นน้อยทิ้งไว้ ทั้งตอนที่เราจูบกันในห้องครัว เรากุมมือกันที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เรายืนแปรงฟันข้างกันในห้องน้ำ หรือแม้แต่ห้องนอนของมาร์คที่เราจูบกันตรงนั้น ตรงนั้นและตรงนั้น ห้องกลับดูกว้างขึ้นมาทันที

มันกว้างตอนที่มาร์คอยู่คนเดียวและเริ่มเคยชินกับการมีแบมแบมอยู่ข้างๆ

เพราะว่างมากและเบื่อกับการไปบริษัท อาจจะเจอ FanC ที่มาดักรอ มาร์คเหนื่อยกับการรับจดหมายที่เขียนมาให้กำลังใจก็เยอะ แต่เขียนมาถามให้เขาชัดเจนเรื่องนาราก็เยอะเช่นกัน ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายกว่าๆ เขาทานมื้อเที่ยงเป็นข้าวกล่องที่พี่ฮยอนอูซื้อมาทิ้งไว้ให้พวกเราถ้าเกิดหิวตอนดึก พอทานข้าวคนเดียวมันก็พาลไม่อยากไม่หิวขึ้นมาเอาดื้อๆ มาร์คไปหยิบไอแพดมานั่งบนโซฟา กึ่งนั่งกึ่งนอนก่อนจะแตะปลายนิ้วเข้าเว็บบอร์ดเพื่ออ่านกระทู้ต่างๆ ช่วงที่มีข่าวและภาพหลุดเขากับนารา มาร์คงดเล่นโซเชียลเพราะคิดว่ามันคงเต็มไปด้วยเรื่องนี้ และเขาคิดถูกที่กลับมาเล่นเอาตอนนี้ กระแสซาหลังจากต้นสังกัดเขาออกมาปฏิเสธสวนกลับ แม้ต้นสังกัดโอนาราจะนิ่งไม่จัดการอะไรก็ตาม

MARKBAM คือแท็กเกี่ยวกับกระทู้ที่มาร์คต้องการค้นหา หลากหลายกระทู้โผล่พรวดมาก มาร์คอ่านไล่ไปตั้งแต่กระทู้ล่าสุดก่อนจะไปสะดุดเอากระทู้ที่เพิ่งตั้งเมื่อคืน และมีคนตอบเยอะพอสมควร

‘Topic : Why so serious?

กระทู้นี้จะไม่มีชื่อโอนารา (อ้าว? เพิ่งจะพิมพ์ชื่อนางลงไป) เอาล่ะ...อย่างที่เห็นเรื่องข่าวนั่นกับภาพหลุด แต่เราจะเชื่อใจในเมื่อค่าย Chaos ออกมายืนยันว่าไม่มีอะไร ก็ไม่มีสิ (อย่าหลอกกันนะคุณประธาน)

ฉันเป็นชิปเปอร์มาร์คแบมค่ะ ออกตัวก่อนว่าฉันเป็นชิปเปอร์ฮาร์ดคอร์ เข้าเรื่องนะ ฉันสังเกตมาสักพักแล้วว่าช่วงนี้ทำไมแบมแบมหน้าเศร้าจัง มันเริ่มตั้งแต่รูปมาร์คกับคุณ xxx (ฉันไม่พิมพ์ชื่อคุณคนนั้นเป็นหนที่สองในกระทู้นี้หรอกย่ะ!) ตอนกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ภาพที่สนามบินเป็นสิ่งที่สาวกคู่นี้รอคอยเพราะตัวติดกันยังกับเงาทุกครั้ง ไม่ว่าจะไปสนามบิน ขึ้นรถบริษัทหรือไปทำงานที่ไหนก็ตาม แต่ว่า...ขากลับจากญี่ปุ่นแบมแบมที่ไม่เคยใส่มาร์สก็ปิดไปซะครึ่งหน้า แถมเดินเกาะหลังจินยองงี่ ส่วนคุณมาร์คก็นู้น...เดินเกาะผู้จัดการไกลโพ้น

แถมตอนไปถึงบริษัทรูปที่หลุดมาอีกก็เป็นแจบอม แบมแบม จินยองงี่ แล้วก็มาร์คด้วยค่ะ ปกติแล้วแบมแบมจะเดินตามหลังมาร์คตลอดเลยนะ ฉันไม่อยากคิดมากแต่ว่าฉันชอบคู่นี้มาก ไม่ว่าจะในแง่โบรแมนซ์หรือความสัมพันธ์ในวงก็เถอะ แบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไงว่าเขางอนกันน่ะ .......... เขียนกระทู้มายืดยาวเพื่อจับผิดค่ะว่าเขางอนกันเพราะข่าว

เลยแปะรูปและข้อมูล(ที่ชิปเปอร์ฮาร์ดคอร์อย่างฉัน) ก็ขอเชิญคนหัวอกเดียวกันมาวิเคราะห์ด้วยค่ะ ว่านี่มันอะไร แล้วหลังจากนี้..............เราจะยังได้เห็นโมเมนต์น่ารักพวกนั้นอีกไหม

มาร์คถอนหายใจ ขนาดคนเป็นแฟนคลับที่ช่างสังเกตยังดูออก แล้วทำไมเขาที่ถูกงอนและเมินจะดูไม่ออกกันล่ะ แต่แล้วยังไง แบมแบมไม่อยากคุยด้วย มาร์คก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

เขากดปิดไอแพด การมาเจอกระทู้แบบนี้ยิ่งชวนให้รู้สึกว่าเขากับแบมแบมทะเลาะกัน อันที่จริงมันไม่ใช่การทะเลาะ แต่เป็นเรื่องเข้าใจผิดและการไม่คุยกันมากกว่า มาร์คพ่นลมหายใจยืดยาว หันไปหยิบหูฟังมาเสียบเข้าหู เขาเลื่อนเข้าลิสต์ mixtape ที่เคยให้เป็นของขวัญแบมแบม ก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะยังฟังมันอยู่เหมือนอย่างที่ตอนไหนหากคิดถึง เขาก็จะฟังมันให้คลายคิดถึงอีกคน

 

 

 

“พรุ่งนี้ว่างนะ”

พี่ฮยอนอูบอกพร้อมยิ้มบางๆ ให้ อีกฝ่ายค่อยๆ ติดเครื่องยนต์ วันนี้รถตู้คันกว้างของเรามีเพียงผู้จัดการวงและแบมแบมที่ขยับมานั่งเบาะข้างหลังคนขับ อันเป็นที่ๆ มาร์คนั่งประจำเพื่อจะได้คุยกับคนข้างหน้าง่ายขึ้น

“เหนื่อยมาหลายวันหลายอย่าง พรุ่งนี้พักให้เต็มที่นะ หรืออยากไปไหนก็...บอกพี่”

“ขอบคุณครับพี่ฮยอนอู”

แบมแบมยิ้มบางให้ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะนิ่ม ยานพาหนะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากสถานที่แห่งนั้น บริษัทของยองแจและยูคยอม ก่อนหน้านี้แบมแบมมีแต่รอยยิ้มเปื้อนใบหน้า และเขาก็รู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงเขาจะถึงหอพักก่อนจะหมกตัวอยู่ในนั้นเช่นทุกวัน หลีกเลี่ยงจากการพบปะกับมาร์คเพราะไม่รู้จะทำหน้ายังไง อีกอย่างก็คือกลัวใจว่าตัวเองจะหวาดระแวงอีกฝ่ายและพาลไม่เชื่อใจด้วยเพราะที่ผ่านมากับเหตุการณ์นั้นเขาก็คิดว่า...ตัวเองยังไม่พร้อมจะคุยและเป็นเหมือนเดิม

ที่แย่คือ...ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความรู้สึกราวกับโดนหักหลังนี่มันจะหายไปด้วย

รถยังแล่นไปบนถนนซึ่งยังคงมีรถราวิ่งสวนทางมาเป็นระยะ แบมแบมหยิบหูฟังมาใส่ เขากดเลื่อนหาเพลงที่อยากจะฟัง ที่จริงแล้วมองหูฟังทีไรก็ผ่อนลมหายใจเบาออกมา ลิสต์ mixtape ที่มาร์คทำให้อยู่ในรายการเพลงโปรด แบมแบมเม้มปากแต่ก็เลื่อนปลายนิ้วหนีไม่ยอมฟัง สุดท้ายก็กดอีกลิสต์ที่ทำไว้ฟังตอนจะนอนให้มันกล่อมตัวเองแทน

In my place, in my place were lines that I couldn't change. I was lost.

เสียงเพลง I my place ของ Coldplay ดังขึ้น แบมแบมกลืนน้ำลายขณะดื่มด่ำกับท่วงทำนองและเนื้อหาเพลง ฝ่ามือล้วงดึงเอาสร้อยเส้นเล็กที่เพิ่งใส่ได้ 2 วันออกมา สร้อยสีเงินไม่ได้มีราคามากมายอะไร แต่จี้ทำมาจากปิ๊กกีต้าร์ที่มาร์คเป็นคนทำให้ แบมแบมเลื่อนลูบไล้พลาสติกลื่นๆ ในมือแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

How long must you wait for him? How long must you pay for him?

แบมแบมเม้มปากที่สั่นระริกของตัวเอง หลังจากที่ร้องไห้ไปสองรอบวันนั้นเขาก็ไม่ได้ร้องมาอีก อาจจะมีน้ำตาคลอๆ พอนึกถึงเรื่องนั้น ทั้งยูคยอมและยองแจต่างก็ย้ำบอกให้แบมแบมคุยกับมาร์คให้เข้าใจ เขาได้แต่รับปากหากก็ไม่ได้ทำ ใจหนึ่งก็คิดว่าเพราะตัวเองคงกลัวอยู่นั่นเอง

มาร์คไม่เคยคบกับผู้ชายมาก่อนจนกระทั่งได้เจอแบมแบม...

เขาไม่ใช่พวกมองโลกในแง่ร้าย แต่ก็ไม่ใช่คนโลกสวยขนาดที่คิดว่าพอมาร์คเห็นตัวเองปุ๊บก็ตกหลุมรักปั๊บ แบมแบมไม่ได้คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์มากพอจะทำให้คนที่เคยชอบผู้หญิงมาก่อนคิดจะลองชอบผู้ชายสักคนและเลือกเขาหรอก แต่ก็นั่นล่ะ เพราะเหตุผลแบบนั้นและสิ่งที่คิดขึ้นมา หลายครั้งที่แบมแบมคิดว่ามาร์คอาจจะแค่อยากลอง อยากรู้ว่าการคบกับคนเพศเดียวกันมันเป็นยังไง ในไม่ช้าแล้ว...อาจจะรู้ใจตัวเองว่าทุกอย่างก็แค่อยากลอง สุดท้ายมาร์คอาจจะเป็นแค่คนปกติที่ชอบผู้หญิง

I was scared, I was scared. Tired and underprepared but I wait for you.

แบมแบมก้มลงมองปิ๊กกีต้าร์สามเหลี่ยมก่อนจะหย่อนมันเก็บคืนที่เดิม ซ่อนสร้อยและจี้ที่ทำเองไม่ให้ห่างกายเอาไว้ใต้เสื้อ ทุกครั้งที่มันเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ถ้อยคำ 3 พยางค์นั่นก็จะยังแนบกับผิวกายและหลายครั้งที่มันวางราบบนอกข้างซ้าย

มันเป็นถ้อยคำที่มีความหมายและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้สำหรับแบมแบม

เกือบชั่วโมงต่อมาแบมแบมก็มาถึงหอพักเรียบร้อยโดยพี่ฮยอนอูมาส่ง เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มตอนที่เขาเข้าไปในห้องพักและพบว่าสมาชิกที่เหลือนั่งดูทีวีร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แบมแบมชะงักเท้าไปนิดหน่อยตอนเห็นว่ามาร์คนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย

“เหนื่อยไหมแบมแบม ไปอาบน้ำพักผ่อนซะสิ” จินยองยิ้มกว้างให้แล้วบอกอย่างใจดี

“แต่ถ้าไม่ง่วงก็มานี่นะ กำลังนั่งดูนี่อะ” แจบอมชี้นิ้วไปยังจอ ก่อนจะหันไปล้วงมือลงในถุงขนมที่มาร์คถืออยู่ มือกลองของวงกำลังอ้าปากจะพูดบางอย่าง ตอนนั้นแบมแบมเลยพยักหน้าแล้วหมุนตัวก่อนที่มาร์คจะเอ่ยอะไรออกมา

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย แบมแบมก็ยังคงนั่งนิ่งๆ บนเตียง หยิบมือถือขึ้นมาและลังเลอยู่ว่าพรุ่งนี้จะเอายังไงกับชีวิตดี เขารู้ดีว่ามาร์คถูกสั่งไม่ให้ไปไหนมาไหนและโดนพักงาน แน่นอนว่ามันเป็นวันหยุดของแบมแบม ดังนั้นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพรุ่งนี้คงมีแค่เราสองคนอยู่ที่นี่ แบมแบมเม้มปากอย่างตัดสินใจไม่ได้ ที่จริงลองพูดเรื่องนี้และเพื่อนทั้งสองคนก็บอกอยู่ว่าว่าง ถ้าแบมแบมนัดทั้งยองแจและยูคยอมก็คงว่าง แต่แบมแบมก็ไม่อยากกวน เพื่อนงานหนักมากกว่าเขาเท่าตัวเพราะเรื่องเตรียมอัลบั้มใหม่แถมยังเพิ่งได้วันหยุด

แบมแบมเงยหน้ามองเพดาน ก่อนหน้านี้เขาสบตากับมาร์คเข้าแล้วก็เป็นฝ่ายหลบ เหมือนกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เขาคิดมาก คิดเยอะ ความรู้สึกมากมายอยู่ในอกและไม่รู้จะจัดการกับมันยังไง เรื่องความรักเป็นความรู้สึกยุ่งยากไม่เหมือนกับการเล่นดนตรีแล้วมีปัญหาติดขัด หากกีต้าร์สายขาดเราก็แค่ซ่อมด้วยการซื้อและเปลี่ยนเส้นใหม่ แต่เรื่องของเขากับมาร์คเนี่ย แบมแบมไม่สามารถหาผู้ชายชื่อมาร์คต้วนคนใหม่ได้หรอก

เขาคิดขนาดว่ามาร์คจะบอกเลิก จะกลับไปหาโอนารา ถ้าถึงวันนั้นแล้ว เราจะยังมองหน้ากันได้ไหมนะ งานจะทำยังไงต่อไป แบมแบมจะสามารถทนอยู่ได้ไหม มาร์คจะยังคงทำตัวปกติต่อหน้าแฟนคลับได้รึเปล่า แบมแบมจะไม่ร้องไห้ออกมาหรอกเหรอ...ถ้าเรายังต้องเจอหน้ากันอยู่ทุกวันแบบนี้...

เสียงเคาะประตูดังขึ้น 2-3 ครั้ง เด็กหนุ่มยกหลังมือเช็ดขอบตาก็พอดีกับบานประตูเปิดผลัวะทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยอนุญาตด้วยซ้ำ กะพริบตาหันไปมองก็เห็นว่าเป็นมือกลองยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เดินเข้ามาทันทีแต่ยังยืนอยู่หลังประตูบานนั้นพลางเอ่ยขึ้นว่า

“พี่อยากคุยด้วย ขอโทษที่เอ่อ...เข้ามาแบบนี้ แต่แบมแบมคงไม่ยอมให้เจอให้คุยถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้”

แบมแบมเม้มปากเป็นเส้นตรงขณะที่มาร์คเอ่ยยาวรวดเดียวออกมา แล้วมาร์คถึงได้ยอมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา เจ้าของห้องยังนั่งอยู่ขอบเตียงขณะหลุบตาต่ำมองมาร์คซึ่งใส่สลิปเปอร์สีน้ำตาล

“ไม่อยากมองหน้าพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” น้ำเสียงตัดพ้อดังขึ้น แบมแบมเลยจำต้องเงยหน้าเอ่ยถามเสียงเบาหวิวไปว่า

“พี่มาร์คมีอะไรจะคุยกับผมครับ”

“ก็...” มาร์คลากเสียงยาวออกมา ถอนหายใจก่อนจะดึงดันนั่งข้างแบมแบมให้ได้ เขาเลยจำต้องขยับให้อีกคนนั่งบนขอบเตียงด้วยกัน มาร์คดึงมือแบมแบมไปกุมและเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ดึงมือหนีกลับมา

“พรุ่งนี้ว่างใช่ไหม? เรา...”

“ผมไม่ว่างครับ”

“แต่พี่ฮยอนอูบอกว่าตารางงานแบมแบม...ว่างนะ...” มาร์คหันมาเลิกคิ้วมอง แบมแบมพยักหน้าหงึก

“ก็ว่างครับ แต่ผมมีนัดกับเพื่อนไว้แล้ว”

“เพื่อนเหรอ? หมายถึง...”

“ผมมีเพื่อนแค่ไม่กี่คนหรอกครับ พี่มาร์คก็รู้ ยองแจกับยูคยอมนั่นล่ะ” แบมแบมไม่ได้เหนื่อยจะพูดด้วย ที่จริงเขาคุยกับมาร์คได้เหมือนปกติถ้าอีกคนไม่วกกลับมาเรื่องของ...โอนารา

“แต่ก็เจอกันทุกวันนี่” น้ำเสียงนั่นติดจะงอน “แบมแบม...พี่ว่าเราต้องปรับความเข้าใจกันนะ”

“ผมเจอสองคนนั้นทุกวันแต่นั่นทำงานนะครับไม่ใช่สนุกกัน” แบมแบมตอบเบาหวิวออกไปก่อนจะเม้มปากแล้วค่อยๆ ดึงมือตัวเองกลับมาจากการกอบกุมของมาร์ค

“ส่วนเรื่องนั้น...เรามีอะไรต้องคุยกันอีกล่ะครับ ผมแค่อยากได้เหตุผลแล้วพี่มาร์คก็ตอบไม่ได้”

“แบมแบมคือว่า...” มาร์คเอ่ยประโยคนั้นพร้อมสีหน้าอึดอึด แต่แบมแบมไม่ปล่อยโอกาสให้อีกคนได้พูดมากไปกว่านี้เพราะเขาสวนกลับไปทันที

“ผมง่วงแล้วครับ”

มาร์คนั่งนิ่งไป สุดท้ายก็ถอนหายใจหนักๆ ราวกับจงใจให้แบมแบมได้ยิน เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรนอกจากนั่งนิ่งอยู่บนเตียงแบบนั้น กระทั่งมาร์คยอมลุกจากเตียงยืนขึ้นตรงหน้า

“เราก็รู้...รู้กันทั้งคู่ว่ามันไม่เหมือนเดิม” เสียงมาร์คเริ่มห้วนสั้น แบมแบมไม่ตอบอะไรนอกจากมองพื้นห้อง เขากลั้นหายใจอยู่นานจนได้ยินเสียงมาร์คเอ่ยขึ้น

“งั้น...ฝันดีนะ”

ฝ่ามือนั่นวางบนหัวเขา ยีเส้นผมแบมแบม 2-3 ทีแล้วอีกฝ่ายก็เดินจากไป ทิ้งเสียงปิดประตูเบาๆ ตามหลัง แบมแบมมองบานประตูนั่น ถอนหายใจเสียงดังก่อนจะเงยหน้ามองเพดาน เขาถามตัวเองอยู่ในอกว่าทิฐิมากมายและความคิดวุ่นวายเหล่านี้ทำไมมีอิทธิพลต่อตัวเองมากนัก แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าเขายังไม่พร้อมจริงๆ ถึงขั้นคิดไปด้วยซ้ำว่าตอนนี้ก็เพิ่งเดือนกว่าๆ ที่เราคบกัน ถ้าตัดไฟแต่ต้นลมตั้งแต่ตอนนี้ก็คงไม่น่าจะแย่อะไรเท่าไหร่

แบมแบมหมายถึงเรื่องที่เขาอยากจะบอกเลิกกับมาร์คนั่นล่ะ

 

 

 

‘Topic : ยังไงกันล่ะ

แบมแบมออกมากับยูคยอมอีกแล้วค่ะ >_< เด็กๆ พวกนี้นี่ยังไงกันนะ ไม่ดีต่อหัวใจเราเลย วันนี้ไปเจอแบมแบมกับยูคยอมที่ร้านกาแฟแถวค่ายหนุ่มๆ Sunrise ค่ะ คิดว่าแค่คนหน้าคุ้นแต่ใช่จริงๆ ด้วยก็เลยลองเดินไปขอลายเซ็นแล้วก็ยอมให้กันทั้งคู่ด้วย พอบอกว่าชอบผลงานทั้งสองคนอยากให้มีงานด้วยกันบ้างก็บอกว่าเร็วๆ นี้ด้วยล่ะ ยังไงกันนะ แต่ที่แน่ๆ คือวันนี้น่ารักมากเลยทั้งคู่ ฉันสั่งอเมริกาโน่แท้ๆ แต่ตอนเดินถือแก้วออกมากับลายเซ็นแบมแบมและยูคยอม อเมริกาโน่ฉันหวานไปเลยค่ะ ฮ่าๆ

เจ้าของกระทู้นั้นเพิ่งตั้งเมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา มันเป็นเวลาสายของวันซึ่งมาร์คจงใจตื่นสายและออกมาพบว่าในหอพักเหลือเพียงเขากับแจบอมที่มีงานบ่ายและคงยังไม่ตื่น มาร์คยังไม่อาบน้ำด้วยซ้ำ เขาเพิ่งนั่งจิบกาแฟให้ตาสว่างและอ่านกระทู้ในบอร์ดก่อนจะพบประเด็นนั้น

โมโหไหมน่ะเหรอ? แน่นอนสิ...

แม้จะย้ำหนักย้ำหนากับเขาว่ายูคยอมเป็นเพียงเพื่อน แต่มาร์คก็สังเกตมาหลายต่อหลายครั้งเหมือนกันว่าอีกฝ่ายเจอกับคนที่ย้ำว่าเป็นแค่เพื่อน แม้จะเคยคบกันมาก่อนแต่ตอนนี้เป็นเพื่อนแล้ว คนที่มาร์คยกตำแหน่งแฟนให้ไปเจอกับยูคยอมหรือแม้แต่คุยกับเด็กคนนี้มากกว่ายองแจอีกต่างหาก ภาพหลุดหลายครั้งที่แฟนคลับถ่ายมาได้และหลุดมาให้เห็นในกระทู้บ่อยๆ ก็มีแต่กับยูคยอม ไม่ใช่ยองแจสักครั้ง

ความหงุดหงิดเรื่องแบมแบมหายไปเจอกับยูคยอมพุ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ เมื่อคืนเขาอุตส่าห์ใจกล้าหน้าด้านอยากจะคุยให้จบและปรับความเข้าใจกันซะใหม่แบมแบมก็ไม่ยอมคุย โดยนิสัยพื้นฐานแล้วมาร์คไม่ใช่คนใจเย็น แต่กับแบมแบมเขาก็คิดว่าตัวเองน่าจะรอได้ เขารอตั้งแต่คุยกันไม่รู้เรื่องที่ญี่ปุ่น พยายามถามอย่างเกรงอกเกรงใจให้เราคุยกันตรงๆ บรรยากาศชวนอึดอัดเวลาเราสองคนอยู่ด้วยกันนี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และมันชวนให้มาร์คหายใจไม่ออกแทบทุกครั้ง ทั้งที่ปกติแล้วเวลาอยู่ใกล้แบมแบม อีกฝ่ายเหมือนวิตามินของความสุขสำหรับเขา

มาร์คพ่นลมหายใจ ตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงเปิดประตูและฝีเท้าแผ่วเบาของแจบอมออกมาจากห้อง เพื่อนลากเท้าเข้ามาในห้องครัว หยุดอยู่หน้าตู้เย็นก่อนจะหันกลับมามองเขา

“เป็นอะไรวะ?”

“เปล่า”

“ไปหลอกเด็กอนุบาลเหอะ ทั้งหน้าทั้งเสียง มีอะไร? เรื่องนาราก็เคลียร์ไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” แจบอมวางแก้วและขวดน้ำลง ลากเก้าอี้นั่งตรงข้ามมาร์ค เขาหันไปจิบกาแฟที่เหลือก้นแก้วให้หมด

“ไม่ใช่เรื่องนารา”

“แล้วมีเรื่องอะไรให้คิดอีก หรือที่ประธานสั่งพักงาน ก็ถือซะว่าได้พักผ่อน”

“น่าเบื่อจะตาย” มาร์คบ่นเสียงดัง “ถูกทิ้งไว้ที่หอคนเดียวไม่ตลกหรอกนะ ดูสิ...คนอื่นเขามีวันหยุดไปไหนมาไหนได้ กูกระดิกตัวทำอะไรก็ไม่ได้”

“อิจฉาแบมแบมเหรอ?” แจบอมหัวเราะก่อนจะเทน้ำใส่แก้วอีกครั้ง “เออ...พักนี้ไม่เห็นแบมแบมไปห้องมึงเลย ปกติตัวติดกันยังกับเงา กูคุยกับพี่ฮยอนอูอยู่ว่ามึงกับแบมแบมเหมือนเงากับเจ้าของ”

“เลิกพูดถึงเรื่องแบมแบมเหอะ”

มาร์คเผลอเอ่ยเสียงห้วน พอรู้ตัวก็ลุกจากเก้าอี้หยิบแก้วไปใส่อ่างล้างจานแล้วเปิดก๊อกน้ำ ทิ้งแจบอมไว้ที่โต๊ะอาหารเพียงคนเดียว ขณะที่คว่ำแก้วลงบนตะแกรง จู่ๆ หัวหน้าวงก็ตะโกนเอ่ยถามมาว่า

“ทะเลาะกันเหรอวะ?”

มาร์คลังเลอยู่ว่าควรจะตอบแบบไหนไป สุดท้ายเขาก็เลือกหันไปยักไหล่ให้แจบอม แล้วเอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินหนีกลับเข้าห้องไปว่า

“เปล่า”

 

 

 

แบมแบมกลับมาถึงหอพักตอนเกือบสามทุ่ม วันนี้เขาออกไปหาเพื่อนตั้งแต่เช้า ที่จริงแล้วเขาติดรถไปกับพี่ฮยอนอูและจินยอง แบมแบมไปนั่งเล่นที่บริษัทก่อน พอใกล้ถึงเวลานัดหมายถึงได้ออกจากตึกค่ายต้นสังกัดของตัวเองไปหาเพื่อนยังร้านที่นัดหมายกันเอาไว้

ยูคยอมนั่งอยู่แค่คนเดียวตอนแบมแบมไปถึง อีกฝ่ายบอกสั้นๆ แค่ว่ายองแจจะตามมาตอนที่เราทานมื้อเที่ยงกัน ส่วนเหตุผลสั้นๆ ของคนมีแฟนก็คือแจ็คสันให้ผู้จัดการมารับไปหาที่หอพัก เพราะรุ่นพี่ร่วมค่ายแบมแบมมีงานต่างประเทศซะส่วนใหญ่ เพิ่งจะกลับมาเกาหลีได้ 3-4 วันและวันนี้มีเวลาว่างช่วงเช้าตรงกับยองแจพอดี แบมแบมไม่ได้ขัดอะไร เขาเข้าใจดีว่าการคบกับใครสักคนและไม่ได้เจอหน้ากันทุกวัน ความคิดถึงมันจะล้นอกขนาดไหน

กลับกลายเป็นช่วงเช้าแบมแบมกับยูคยอมต้องนั่งทานเครื่องดื่มคุยกันรอยองแจ มีแฟนคลับหลายคนจำได้และเข้ามาทัก เราก็ให้ลายเซ็นเป็นปกติ ยองแจตามมาช่วงเที่ยงและหลังจากนั้นเราก็ไปเที่ยวกันตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เที่ยวด้วยกันมานาน กิจกรรมไม่ได้แปลกแหวกแนวอะไร ก็แค่ทานอาหารด้วยกัน เดินเล่น หลังจากนั้นเราก็ไปหาที่นั่งคุย คุยแบบที่จับเข่าคุยจริงจังเรื่องชีวิตไม่ใช่ที่เจอกัน 2 วันก่อนซึ่งเน้นหนักไปทางเนื้องาน

แบมแบมสนุก เขารู้สึกเหมือนปัญหาทุกอย่างที่แบกไว้บนหลังถูกวางทิ้งไว้แม้จะชั่วครู่ชั่วยามก็ตาม กลับมาถึงห้องแล้วเขาก็ครุ่นคิดนิดหน่อยถึงเรื่องเมื่อคืน ที่จริงแบมแบมก็คิดทุกหนที่ฟุ้งซ่านนั่นล่ะว่าจะเอายังไงดีกับความสัมพันธ์ที่ไปต่อก็เหมือนจะไม่ไหวของเรา

แบมแบมเอ่ยทักจินยองและแจบอม แปลกที่วันนี้ไม่เห็นมาร์คที่ห้องนั่งเล่น แบมแบมไม่ได้สนใจอะไร เขาเดินเข้าห้องวางของเรียบร้อยก็เตรียมจะหยิบผ้าขนหนูและไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัว ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาและเสียงลงกลอน เด็กหนุ่มรีบหันกลับไปก่อนจะเห็นมาร์คและสีหน้าที่เขาไม่ได้เห็นมานานแล้ว

ดวงตาคู่นั้นเป็นมาร์คต้วน...มือกลองวง Chaos ที่แบมแบมรู้จักในตอนแรกที่เข้ามาในวง มันเย็นชา เรียบนิ่ง พร้อมริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง ซึ่งตอนนี้อีกคนเดินก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา

“วันนี้สนุกไหม?” น้ำเสียงเรียบๆ เอ่ยถาม แบมแบมไม่เข้าใจเหตุผลนักหรอกแต่ก็พยักหน้า

“ครับ พี่มาร์ค...มีอะไรรึเปล่า?”

“แบมแบม พี่ไม่อยากเล่นซ่อนหากับเราอีกแล้ว เอาล่ะ...พี่ยอมรับว่าตัวเองออกไปเจอกับนาราตอนที่อยู่ญี่ปุ่น เหตุผลเรื่องนั้นพี่บอกไปแล้วว่ายังบอกตอนนี้ไม่ได้ แต่แบมแบมจะเข้าใจเอง แต่เชื่อเถอะ...พี่ไม่คิดจะกลับไปหานารา ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนกัน”

จู่ๆ ก็เดินเข้ามาในห้อง โผล่พรวดเข้ามาด้วยสีหน้าน่ากลัวแล้วก็มาพูดประโยคนั้น เรื่องเดิมๆ ที่เคยบอกแบมแบม เขาไม่เข้าใจนักว่ามาร์คต้องการอะไร

“ทีนี้ถึงคราวแบมแบมบอกพี่บ้างว่ากับคิมยูคยอมเนี่ย เป็นเพื่อนกัน เป็นแฟนเก่า หรือเป็นความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่”

“อะไรนะครับ” แบมแบมเอ่ยถามน้ำเสียงงุนงง

“พี่ว่าแบมแบมฟังทันนะ”

“พี่มาร์คจะมาชวนผมทะเลาะเหรอ?”

“เปล่า”

น้ำเสียงยียวนและแววตาเรียบเฉย แบมแบมเม้มปาก เด็กหนุ่มส่ายหน้าเหมือนกับว่ามันคือประโยคไร้สาระ แล้วก็ตอบเสียงนิ่งกลับไปเช่นกัน

“เพื่อน”

“พี่กับนาราก็เพื่อน”

“ผมไม่เชื่อหรอก แล้วเหตุผลที่เพื่อนไปเจอเพื่อน ทำไมพี่มาร์คบอกผมที่เป็นแฟนไม่ได้ล่ะ?” แบมแบมหันไปเอ่ย รู้สึกเหมือนเส้นความอดทนใกล้ขาด แต่เขาก็มีสติพอจะเบาเสียงไม่ให้มันเล็ดรอดออกไปด้านนอก

“แล้วกับยูคยอมน่ะ เจอกันแค่สองคนบ่อยๆ จนแฟนคลับอัพแทบจะเป็นคู่จิ้นข้ามค่ายแบบนี้จะให้พี่คิดยังไง แบมแบม...ที่จริงแล้วเราก็แค่เป็นเพื่อนกับแฟนเก่าตัวเอง นาราอยู่ในฐานะเดียวกับยูคยอมนั่นล่ะ”

“ไม่...ไม่เหมือน...” แบมแบมเอ่ยเถียงเสียงเบาหวิว

“ทำไมจะไม่เหมือนล่ะ? นี่...หาเรื่องทะเลาะกับพี่เพราะอะไรกันแน่เหรอ? ถ้าแค่เรื่องโอนารา มันไม่มีอะไรหรอก ไม่งั้นค่ายเราคงไม่กล้าประกาศออกตัวไปแบบนั้น แต่กับยูคยอมเนี่ย...พี่ว่าจะไม่คิดแล้วนะ”

“ผมว่าพี่มาร์คแค่หาเรื่อง”

“แล้วเหตุผลที่ไม่ยอมกลับมาเป็นปกติกับพี่นี่มันคืออะไรล่ะ?” มาร์คเกือบจะตะโกนลั่นห้องออกมาด้วยซ้ำ แบมแบมตกใจถึงกับสะดุ้งนิดหน่อยตอนอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้แล้วตะคอกอีกประโยคถัดมา

“ทำไมเหรอ? บอกพี่มาสิแบมแบม จะกลับไปหาเขา หรือเพราะว่าจริงๆ แล้วที่ยอมคบกับพี่ก็แค่สงสาร”

“พี่มาร์คเองไม่ใช่เหรอ...ที่มาคบกับผมก็เพราะอยากลองคบกับผู้ชายน่ะ”

บรรยากาศชวนอึดอัดและความเงียบที่คั่นกลางเราทั้งคู่ทำให้ในห้องนั่นไม่น่าอยู่ขึ้นมากะทันหัน แบมแบมเม้มปากก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา เขาเพิ่งรู้ว่ามาร์คมองหน้าเขาอยู่ก่อน แววตาของอีกคนสั่นไหวอยู่วูบหนึ่ง แล้วมาร์คก็เอ่ยมาเสียงเรียบสั้นห้วน

“คิดแบบนี้มาตลอดเวลาที่เราคบกันเลยไหม?”

แบมแบมยังไม่ทันได้พูดหรือเอ่ยอะไรด้วยซ้ำ มาร์คก็เขยิบเข้ามาใกล้ ดวงตาเราประสานกัน แววตาของมาร์คเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง แล้วน้ำเสียงอ่อนแรงก็เอ่ยออกมาว่า

“ถ้าแบมแบมล้มหรือแม้แต่มีอะไรผิดพลาด แบมแบมมีทั้งยองแจและยูคยอมที่รู้เรื่องระหว่างเรา พวกเขาพร้อมจะปลอบใจอยู่เสมอ แล้วมองพี่สิ...เราคบกันเป็นความลับและพี่ไม่ได้บอกใครเรื่องนี้เลย ถ้าแบมแบมร้องไห้ก็คงมีคนพร้อมจะปลอบ...”

มาร์คเม้มปากตอนที่เอ่ยประโยคนั้นจบ อีกคนเอื้อมมือมาจับต้นแขนเขา บีบเบาๆ ไม่รุนแรง แต่น้ำเสียงประโยคถัดมาทำเอาแบมแบมแทบล้มทั้งยืน

“...แต่พี่ไม่มีใคร เพราะตั้งแต่เราคบกัน พี่ก็มีแต่แบมแบมมาตลอด จำไว้ซะ”

น้ำตาร่วงเผลาะ มาร์คหันหลังไม่เห็นแม้แต่น้ำใสๆ ที่ไหลออกจากตา บานประตูถูกเปิดกว้างและปิดลงเสียงดังลั่นหอพักพร้อมกับหยาดน้ำตาไหลเป็นสาย

“เฮ้ย! เป็นอะไรน่ะ ทะเลาะกันเหรอ?” เสียงแจบอมดังถามมาร์คลอดเข้ามาในประตู แบมแบมเดินไปหยุดอยู่หลังประตูห้อง มือเอื้อมไปจับลูกบิดเตรียมจะเปิดออกไป แต่ตอนนั้นเสียงมาร์คก็ดังแทรกเข้ามาว่า

“เออ ทะเลาะ!

เสียงห้วนสั้นตอบกลับ แบมแบมได้ยินเสียงจินยองตะโกนอะไรอีก 2-3 คำ แล้วตอนนั้นเองขณะที่หมุนลูกบิดเอาไว้ มาร์คก็เอ่ยคำหนึ่งออกมาราวกับมีดกรีดใจแบมแบม

“กูไม่มีอะไรต้องคุยกับแบมแบมแล้ว อ๋อ...ไม่ใช่สิ เด็กใหม่คนนั้นน่ะ ไม่มีอะไรอยากจะคุยด้วยแล้ว”

แบมแบมกดล็อกประตู ก่อนจะทรุดนั่งลงตรงนั้น เขาชันหัวเข่าซุกหน้าลงแล้วร้องไห้โดยกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาไม่ควรโทษใครเลย เราควรโทษความรู้สึกที่ก่อเกิดและไม่มีใครคิดจะห้ามกันมากกว่า

มันผิดที่เราเป็นผู้ชาย...เป็นเพื่อนร่วมวง...แต่ดันตกหลุมรักกันและกันนั่นล่ะ...




สวัสดีค่ะ มาลงดึกมาก ตอนแรกลังเลว่าจะลงวันไหนสรุปให้โหวตแล้วก็ลงวันนี้(ตอนตีหนึ่ง) 5555
ขอบคุณทุกคนที่รอค่ะ คิดว่าคงค้างจากตอนที่แล้ว ... ตอนนี้ก็ไม่ค้างล่ะเนาะ /มาม่าอีกชามพร้อมเสิร์ฟ
ขออภัยที่มาลงฟิคดึกมาก
;-; ที่จริงเราไม่ว่างเลยค่ะแต่อยากแต่งก็เลยเออไหนๆแต่งก็เอาให้จบ
ขอบคุณทุกคนมากกกกกกก (กอไก่อีกเล้าหนึ่ง) ทั้งคอมเมนต์และคนที่ติดแท็ก
ตอนนี้คนพรู๊ฟเราอ่านและพรู๊ฟแบบง่วงๆ (ไปงอแงใส่มา
555) ถ้ามีคำหลุดใดๆ บอกไว้ได้เลยนะคะ
ขอบคุณ...คอมเมนต์ที่เตือนเราเรื่องคำทับศัพท์ผิดบ่อยๆด้วยค่ะ จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น
;o;

ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ...ถ้าวันอาทิตย์ว่างอาจจะได้อ่านกัน

ปล.....สอบถามผู้สนใจการรวมเล่มฟิคเรื่องนี้ คลิกแรงๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,339 ความคิดเห็น

  1. #2288 ฺBeau (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:51
    แหมมมมมม คุณมือกลองงงงง ตัวเองปิดบังน้องก่อน แถมยังไม่บอกเหตุผลด้วย ที่น้องพูดมันก็ถูกนะะ ทำมาเป็นโมโหโกรธาน้องงงงงง ไม่สงสารบอกเลยยยย
    #2,288
    0
  2. #2253 SweetheartG7 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 17:28

    ฮือออออออ​ กลับมาคุยกันดีๆสิ​ ????

    #2,253
    0
  3. #2247 BMN (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 09:46

    ฉันเสียใจจริงๆที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ ฟิคทุกเรื่อง เรื่องนี้มันดูเรียลเหมือนจริงที่สุดตั้งแต่อ่านมา

    ฉันเข้าใจความรู้สึกของแบม มันอดระแวงไม่ได้หรอก แล้วยิ่งมาร์คบอกเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้มันก็ยิ่งทำให้แบมคิดมากเข้าไปอีก

    พอมารู้ถึงความคิดของมาร์คในตอนนี้ ประโยคที่เอ่ยออกไปว่าตัวเองไม่มีใครนอกจากแบม มันเจ็บจริงๆนะ เหมือนคนที่ตัวคนเดียวกระทั่งคนรักยังไม่เข้าใจอ่ะ แต่เรื่องนี้มันก็เริ่มผิดที่มาร์คก่อนไม่ใช่หรือไง

    #2,247
    0
  4. #2220 say (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 17:35
    มันผิดไม่พูดคุยกันให้เข้าใจตั้งแต่แรกต่างหาก คนนึงก็ทิฐิ อีกคนก็ปากหนัก สุดท้ายก็บานปลาย เฮ้อ
    #2,220
    0
  5. #2206 babybarkmtbb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:30
    นี่เข้าใจแบมแบมนะ พี่มาร์คก็เป็นซะแบบนี้ทุกเรื่องอ่ะ
    #2,206
    0
  6. #2188 ojay2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 10:43
    คือแบบอึดอัดมาก เข้าใจแบม แล้วก็เข้าใจมาร์ค เห้ออออออ มาร์คคงมีเหตุผลใช่มั้ย มาร์คไม่มีใครคือแบบรู้สึกเจ็บแปลกๆ
    #2,188
    0
  7. #2166 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 12:36
    แต่พี่น่ะ..ไม่มีใคร TT อีเชี่ย ร้องไห้อีกแล้ว ทั้งๆที่รู้ตอนจบ 5555 แต่เราว่ามาร์คก็ควรโดนแบบนี้แหละ ไม่ยอมบอกเหตุผลเอง ถึงจะสัญญาไว้ก็เหอะ ใครสำคัญกว่าน่าจะแยกได้นะ
    #2,166
    0
  8. #2162 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 12:29
    ประโยคที่พี่มาร์คบอกแบม โอ้ยยยย ล้องห้ายย รู้ว่าแบมเจ็บแต่มาร์คก็เจ็บไม่แพ้กัน แถมยังต้องแบกความทุกข์ไว้คนเดียว ฮึกกกกกก
    #2,162
    0
  9. #2151 mvnkhyuck (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 02:46
    กะว่าจะเม้นที่เดียวจบตอนแต่ตอนนี้มันเจ็บที่ใจมากกับประโยคที่มาร์คบอกว่า ตั้งแต่คบกันมา พี่ก็มีแบมแบมมาตลอดจำไว้ซะ คือบับฮือเจ็บมากมันกรีดถึงทรวงในสุดๆ
    #2,151
    0
  10. #2145 D_dayWM (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 02:00
    เจอประโยคที่ว่า "พี่ไม่มีใคร มีแค่แบมแบมคนเดียวจำไว้ซะ" ของมาร์ค นำ้ตาไหลเลยอ่าแบบกลั้นไม่อยู่เลย ณ จุดนี้สงสารมาร์คมากๆ เราเชื่อว่าต้องมีเหตผลอะไรสักอย่าง แต่แบมแบมก็ไม่ยอมฟังหรือเชื่อใจมาร์คเลย หน่วงมากค่ะไรเตอร์ตอนนี้
    #2,145
    0
  11. #2141 Orathaiks (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 01:37
    มาร์คโครตจะหาเรื่อง..
    #2,141
    0
  12. #2123 AhgaseBlood (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 17:19
    อยากรุเหตุผลที่มาร์คบอกแบมไม่ได้จังเรื่องของนารา มันจะอะไรนักหนานะ...เฮ้อ
    #2,123
    0
  13. #2108 Aoyyah (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 13:58
    ค่อยๆคุยกันสิ งือตอนนี้มีแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่เข้าใจผิดแล้ว
    #2,108
    0
  14. #2077 ____wpd (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 21:43
    โอ้ยยย จบดีงามมม ดีมากกก
    #2,077
    0
  15. #2075 ____wpd (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 16:15
    สงสารแบมอ่าาา มาร์คใจเย็นดิ!
    #2,075
    0
  16. #2064 bbunnymm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 10:08
    คุยกันดีๆเถอะ อย่าดลิกกันนะะ
    #2,064
    0
  17. #2039 mellow_aa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 17:38
    เออ เอาไงต่อล่ะทีนี้น่ะ คนนึงก็มีเหตุผลแต่ไม่ยอมบอก อีกคนก็คิดว่าหาเรื่องชวนทะเลาะ เอาสิ ทำไมมันบานปลายไปขนาดนี้ล่ะ!!!!
    #2,039
    0
  18. #2001 M.m1nt (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 00:18
    ฮืออออออออออออออTT
    #2,001
    0
  19. #1982 นักอ่าน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 16:28
    ทำไมมม รีบๆเอาให้เคลียร์เลย
    #1,982
    0
  20. #1974 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 22:49
    ฮอลลลลทำไมเป็นแบบนี้ละ
    #1,974
    0
  21. #1950 Nuinui_MB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 11:21
    พี่ Mark ทำ Bambam เสียไจอีกแล้วน่ะ  ท่าไม่มีอะไรทำไมไม่อทิบายไห้ Bambam ฟันล่ะ
    #1,950
    0
  22. #1937 9nawKIHAE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 00:44
    อ่านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เห้อ เห้อ แล้วก็เห้อ

    มาร์คก็ผิดตั้งแต่แรกที่โกหก ไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่น

    ตอนแบมถาม ก็ตอบแบบคลุมเคลืออีก 

    แบมก็ผิด ที่หลบหน้า เอาแต่คิดไปเองในแง่ลบ ไม่ยอมคุย ไม่ยอมเคลีย

    สุดท้ายต่างคนต่างผิด เรื่องออกไปเจอแฟนเก่า ที่อยู่ในฐานะเพื่อนในปัจจุบัน

    ต่างคนต่างหึง ไม่ตั้งสติ ตอนนี้อารมณ์รุนแรงทั้งคู่เลย เห้อ อ่านแล้วปวดตับมาก

    สงสารมาร์คจริงตรงที่บอกว่า นอกจากแบมแล้วมาร์คไม่มีใครเลย..

    แต่แบมยังมีเพื่อนให้ปรึกษา คอยปลอบใจตั้ง 2 คน

    มาร์คมันก็ผิดอยู่ดีที่ใช้บางคำพูดไม่ดีเท่าไหร่ บางจุดยังชอบทำตัวคลุมเคลือ

    แต่แบมนี่ผิดมากตรงที่ชอบคิดอะไรไปเองในแง่ลบ เก็บมาคิดมากเกิน แล้วร้องไห้อยู่คนเดียวงี้

    คนนึงก็ไม่ถามตรงๆ อีกคนก็ไม่ตอบตรงๆ

    โอ้ยยยยยยยยยยย กรี๊ดดด อิน!! ปวดหัว!! 
    #1,937
    0
  23. #1936 PeAriiS (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 00:17
    จะเป็นลมหน่วงเหลือเกิน เจ็บในอกไปหมด นี่อินมาก T-T
    #1,936
    0
  24. #1894 m_sseob (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:38
    ไม่ทะเลาะกันหนักแบบนี้ดิ TT จะมองหน้ากันยังไงหืมม
    #1,894
    0
  25. #1892 MBKY; (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:15
    โอ้ยยยย เคลียร์กันไม่รู้เรื่อง มาร์คต้วนหึง 555555 แบมๆก็คิดมากผิดเรื่อง ไม่เข้าใจกัน ใจเย็นๆกันนะทั้งสองคน ค่อยๆคุยกัน งื้อ
    #1,892
    0