[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 20 : FAKE - Chapter 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    27 ก.ค. 58

F A K E

 

Chapter 18

 

 

แบมแบมไม่อยากเป็นคนงี่เง่า...

จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้ถามมาร์คว่าทำไมถึงยังติดต่อกับนาราทั้งที่เคยพูดเองว่าตั้งแต่เลิกกับอีกฝ่ายแล้วก็บล็อกทุกช่องทางการสื่อสารเพื่อให้ตัวเองทำใจได้ไวขึ้น แบมแบมว่าแม้เราจะเป็นแฟนกัน เป็นคนรักกัน แต่เราก็ต้องเว้นที่ว่างระหว่างกัน เขาไม่ได้อยากรู้ทุกเรื่องของมาร์ค แน่นอนว่ามาร์คเองก็คงมีเรื่องที่ไม่อยากให้แบมแบมรู้

ยกตัวอย่างเช่นเหตุผลที่ยังติดต่อกับโอนาราซึ่งเป็นแฟนเก่า

เรายังคงปกติ อันที่จริงมาร์คยังทำตัวปกติ มีเพียงแบมแบมนั่นล่ะที่พยายามทำตัวให้เป็นปกติไม่ให้มาร์คสงสัย ที่จริงก็ผ่านเหตุการณ์นั้นมาเกือบอาทิตย์แล้ว แบมแบมก็พยายามจะลืมๆ มันไปด้วยการคุยไลน์กับยองแจและยูคยอมซึ่งกำลังเตรียมอัลบั้มใหม่อยู่อย่างแข็งขัน เขาคอยตอบคำถามเพื่อนที่ถามไถ่เรื่องเขาและมาร์ค มันคงมีเพียงเรื่องนี้เองที่คอยตอกย้ำแบมแบมอยู่เสมอว่ายังไงซะ...มาร์คก็ยังคงเป็นมือกลองคนเดิมและเป็นคนที่บอกกับแบมแบมเองว่า เลือก เขา

“คิดอะไรอยู่น่ะ เหม่อเชียว”

เสียงทุ้มติดแหบเอ่ยถามขึ้นใกล้ๆ แบมแบมเลยเพิ่งหลุดจากภวังค์หันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เราอยู่ในห้องนอนของมาร์ค ก่อนหน้านี้มาร์คเอ่ยชวนให้มานั่งดูหนังด้วยกันเพราะทีวีด้านนอกโดนหัวหน้าวงยึดไปแล้ว ส่วนจินยองเป็นคนเดียวที่มีงานและออกไปกับพี่ฮยอนอูแต่เช้า

หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังเปิดหนังค้างเอาไว้ เสียงนักแสดงสาวเอ่ยภาษาอังกฤษออกมาไม่หยุด แบมแบมไม่ได้สนใจเนื้อหาในหนังนักหรอก เขานั่งอยู่กับมาร์คบนเตียงของอีกฝ่าย แบมแบมก็แค่ชอบตอนที่เรานั่งพิงภูเขาหมอนขนาดย่อม เขาเอนหัวไปซบไหล่มาร์ค แม้ตาสองคู่เราจะจ้องไปที่จอคอมพิวเตอร์ แต่ที่จริงแล้วแบมแบมก็แค่รักสัมผัสของหัวไหล่มาร์คมากกว่าหน้านางเอกหรือพระเอกในจอสี่เหลี่ยมนั่นซะอีก

ตอนหนังเล่นไปได้ครึ่งเรื่องมาร์คก็ลุกไปห้องครัว บ่นว่าคอแห้งก่อนจะเดินสวบๆ ออกไป ไม่ได้กดหยุดคงคิดว่าแบมแบมสนใจเนื้อหาในหนังอยู่ ก็ตั้งแต่ตอนนั้นล่ะที่แบมแบมวกกลับมาคิดเรื่องแฟนเก่าของมาร์ค เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาร์คเข้ามาในห้องตอนไหน ไม่ได้ยินกระทั่งเสียงเปิดปิดประตู มารู้อีกทีก็ตอนมาร์คถามนั่นแหละ

“ที่จริงพักนี้แบมเหม่อบ่อยนะ” มาร์คหันไปกดหยุดหนังเอาไว้ก่อน ยื่นกระป๋องน้ำผลไม้มาให้แบมแบม แล้วก็เอ่ยขึ้นอีกว่า

“มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า”

“เปล่าครับ”

แบมแบมตอบแต่ไม่ได้สบตา เขากลัวสายตามาร์ค รู้สึกตลอดว่าทุกครั้งที่ประสายสายตากับแววตาคมกริบของคนรัก มาร์คจะอ่านทุกอย่างที่เขาคิดและไม่พูดได้หมด

“แน่นะ”

“อื้อ” แบมแบมเงยหน้ามายิ้มบางยืนยัน

“ถ้ามีอะไรก็บอกพี่นะรู้ไหม? บอกได้ทุกเรื่องนั่นล่ะ เราเป็นแฟนกันน่ะแบมแบม”

“ผมรู้น่า” แบมแบมเอ่ยเสียงเบา กระป๋องน้ำผลไม้อยู่ในมือ ก่อนจะเหลือบตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของมาร์คที่หันไปมองจอแล้ววางกระป๋องน้ำอัดลมลงข้างเตียง

“จะดื่มอีกไหม? เดี๋ยวพี่เก็บให้”

แบมแบมยอมยื่นกระป๋องให้แล้วเอ่ยอู้อี้ว่าพอก่อน มาร์คจัดการวางกระป๋องไว้บนพื้นข้างเตียงก่อนจะขยับกายเข้ามาใกล้จนไหล่เราชิดกัน แล้วก็ฉวยมือแบมแบมไปกุมเอาไว้อีกต่างหาก มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมไปกดให้หนังเล่นต่อ เสียงพระนางในจอโต้ตอบสนทนากันอีกหน

“พี่รู้ว่าแบมแบมคงมีเรื่องไม่สบายใจและยังไม่อยากเล่าหรืออยากบอก แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

มาร์คพึมพำแต่ไม่ได้สบตาแบมแบม มือแบมแบมถูกคนข้างๆ ยกขึ้นแล้วจรดริมฝีปากลงที่หลังมือแผ่วเบา แบมแบมกลืนน้ำลายหน้าร้อนวูบวาบตอนที่เจ้าของห้องถอนริมฝีปากคืนไปแล้วหันมาสบตาเขา พลางเอ่ยย้ำเสียงทุ้ม

“พี่รักแบมแบมนะ”

“ผม...”

มาร์คเลิกคิ้วขณะยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก ปลายจมูกเราชนกัน มันใกล้ขนาดแบมแบมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของคนรัก เขาจับมือมาร์คแน่นขึ้นตอนที่เอ่ยประโยคนั้นเสียงเบาหวิว

“ผมก็รักพี่ ... รัก”

สิ้นสุดประโยคนั้นแบมแบมก็ถูกกอดเอาไว้ในอ้อมแขนของมาร์ค จากนั้นเจ้าของห้องก็จูบเขา จูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งริมฝีปาก ทั้งแก้ม เสียงหอบหายใจของเราปะปนกันไปหมด แบมแบมกอดคอมาร์คเอาไว้หลวมๆ เขาไม่ได้เบี่ยงหน้าหนี แต่ยินยอมแหงนเงยรับจูบนั่นอย่างเต็มอกเต็มใจ

บางทีแบมแบมก็เกลียดมาร์ค ผู้ชายคนนี้ พี่ชายร่วมวงที่กำลังวุ่นวายอยู่กับริมฝีปากล่างเขาอยู่ในตอนนี้ ทั้งที่แบมแบมกังวลเรื่องอีกคนมากมาย แต่แค่มาร์คจูบหรือแม้แต่จับมือและแววตาที่ส่งผ่านมาว่าให้มั่นใจ เพียงเท่านั้นความกังวลเหล่านั้นก็ดูเหมือนถูกลมพัดปลิวออกไปจากหัวแบมแบมภายในเวลาไม่ถึงนาที

“จะดูไหมหนังน่ะ” แบมแบมเอ่ยเสียงอู้อี้ถามคนที่กำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยเสื้อคอกลมของเขา มาร์คหัวเราะ ก่อนจะหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเอื้อมมือพับปิดมันลง

“แบมแบมน่าสนใจกว่าเยอะเลย”

แล้วหลังจากนั้นแบมแบมก็ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของมือกลอง โดนจูบไปทั้งหน้า เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตรงไหนของผิวหน้าตัวเองบ้างที่ไม่โดนริมฝีปากมาร์คแตะลงไป แต่ถ้าถามว่าไม่ชอบเหรอก็คงตอบว่าไม่อยากให้หยุดจูบมากกว่า

 

 

 

พักนี้วงเราไม่ได้มีงานหนักและวุ่นวายเหมือนช่วงที่คัมแบ็คนักหรอก แต่ก็ไม่ได้ว่าว่างมากมาย ถึงแม้จะมีงานเดี่ยวหรืองานคู่บ้าง รวมๆ แล้วหนึ่งอาทิตย์เราจะมีวันหยุดกันแค่หนึ่งวันเท่านั้น แต่สำหรับอาทิตย์นี้เรามีงานที่ญี่ปุ่นกัน เป็นงานแฟนมีตติ้งซึ่งบัตรถูกขายหมดภายในเวลาครึ่งชั่วโมง

เราตื่นกันตอนเช้ามืดมาถึงญี่ปุ่นกันช่วงสายของวัน มีคนขับรถมาพาไปถึงสถานที่จัดงานก่อนเพราะมีงานเย็นนี้ หลังจากเช็คความเรียบร้อยของเครื่องเสียง รวมไปถึงตำแหน่งในการยืนแม้แต่สิ่งที่ต้องทำในงานอย่างคร่าวๆ แล้วพี่ฮยอนอูถึงได้พาพวกเราทั้งหมดไปยังร้านอาหารใกล้ๆ เพื่อทานมื้อเที่ยง หลังจากนั้นพวกเราจะต้องแต่งหน้าเตรียมทำงานตอนหกโมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น

‘YJSunrise: ญี่ปุ่นเป็นไงบ้าง

‘Bam_chaos : ไม่ค่อยมีแดดแต่อบอ้าว ขอกินมื้อเที่ยงก่อน เดี๋ยวมาคุย

‘YugyeomSunrise : ตั้งใจทำงานเถอะ ชเวยองแจไหนมึงลองตั้งใจทำงานด้วยการเลิกเล่นไลน์แล้วไปซ้อมร้องเพลงบ้างสิ

แบมแบมยิ้มกับหน้าจอแล้วก็ตัดใจเก็บมือถือหย่อนลงเป้ เขาเงยหน้าขึ้นมาก็พอดีกับทาโกะยากิมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมฉุยลอยเตะจมูกพร้อมกับควันลอยล่องแล้วหายไปกับอากาศ พวกเราเริ่มต้นทานกันโดยไม่ต้องให้สัญญาณใดๆ เสียงพูดคุยของเราและผู้จัดการดังพึมพำรอบโต๊ะ เราพูดถึงเรื่องงานก่อนจะลากยาวไปถึงเรื่องโรงแรม

“เอากระเป๋าไปเก็บให้แล้วไม่ต้องห่วงกันหรอก” พี่ฮยอนอูหันมาเหล่มองมาร์คเป็นพิเศษตอนพูด เพราะระหว่างที่เราซ้อมคิวกันบนเวที พี่ฮยอนอูก็ไปเช็คอินที่โรงแรมและเอากระเป๋าไปเก็บให้แล้ว แต่มาร์คก็ยังถามย้ำอยู่ 2-3 รอบ

“เดี๋ยวเสร็จงานนี้ก็พักผ่อนเลย พรุ่งนี้เราจะนั่งรถไปโอซาก้าช่วงบ่าย” พี่ฮยอนอูเอ่ยถึงตารางงานขึ้นมาอีก

เรามาญี่ปุ่นครั้งนี้จัดงานแฟนมีตติ้งแค่ที่โตเกียวและโอซาก้าแค่สองเมืองเท่านั้น หลังจากเสร็จงานที่โอซาก้าเราจะมีเวลาพักผ่อนกันอีกวันถึงจะขึ้นเครื่องกลับเกาหลี และแบมแบมคิดว่าก็คงมีงานรอที่เกาหลีอยู่เช่นกัน

“กินเยอะๆ” มาร์คหันมากระซิบบอกแล้วคีบทาโกะยากิอีกลูกมาใส่จาน แบมแบมหันไปยิ้มบางให้อีกคนก่อนจะก้มหน้าก้มตาทาน

แล้วก็เข้าสู่ช่วงการทำงาน เรานั่งแต่งหน้ากันคนละมุมห้อง คราวนี้แบมแบมแต่งหน้าเสร็จก่อนทุกคนในวง เขาเลยไปนั่งงีบที่โซฟาในห้องแต่งตัวเพราะเมื่อคืนแบมแบมกลับดึกสุดในบรรดาสมาชิกเนื่องจากมีงานเป็นแขกรับเชิญพิเศษในรายการวิทยุแห่งหนึ่ง เขาเลยเข้านอนช้ากว่าทุกคน ตอนแบมแบมกลับมาถึงหอพักก็พบว่าทุกคนหลับไปแล้วรวมไปถึงมาร์คด้วยที่แค่ส่งไลน์บอกว่าไว้เจอกันตอนเช้า

ตอนตื่นมาอีกทีแบมแบมออกจะงงนิดหน่อย เขาคงหลับลึกมากจนไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองนอนตะแคงบนโซฟาแล้วหนุนตักมาร์คอยู่ได้ยังไง

“ผม...เอ่อ..ขอโทษครับ ผมง่วงมาก...”

“ทุกคนรู้น่า” มาร์คกวาดตามองรอบๆ แล้วตบที่หน้าตักตัวเอง “นอนต่อก็ได้นะ”

“ไม่ดีกว่าครับ ผมหลับไปนานรึเปล่าครับพี่มาร์ค” แบมแบมเกือบจะเผลอขยี้ตาตัวเอง ดีที่มาร์คดึงข้อมือแล้วจิ๊ปากทัน เด็กหนุ่มถึงได้รู้ตัวแล้วอ้าปากหาวหวอดแทน

“สัก 15 นาทีมั้ง ไม่แน่ใจ”

“แล้วผมไปนอนบนตักพี่มาร์คได้ยังไง” คราวนี้เสียงถามแผ่วเบาได้ยินแค่เราสองคน มาร์คเลยหันมายิ้มให้

“รู้ตัวไหมว่านั่งสัปหงกจนคอแทบจะหัก พี่เลยมานั่งแล้วดึงให้นอนลง แบมแบมหลับลึกมากนะรู้ไหม?” ได้ยินประโยคแบบนั้นแล้วคนหลับลึกก็ได้แค่พยักหน้าหงึก

“เล่นไอแพดแก้ง่วงนะ พี่จะไปคุยกับแจบอมหน่อย”

มาร์คหันมาวางไอแพดใส่ตักแล้วบอก แบมแบมไม่ได้พูดอะไร เขามองมาร์คลุกขึ้นเดินไปหาหัวหน้าวงซึ่งกำลังนั่งกินข้าวรอบบ่ายอยู่กับทีมงาน แบมแบมวางไอแพดลงบนตักก่อนจะกวาดปลายนิ้วเลื่อนเข้าเว็บบอร์ดเรื่อยเปื่อย แล้วสายตาก็มาสะดุดกึกที่กระทู้ในเว็บข่าว นอกจากจะมีรูปของพวกเราลงหราพร้อมหัวข้อข่าวเรื่องแฟชั่นสนามบินของ Chaos ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ข่าวถัดมาก็คือแฟชั่นสนามบินของนักแสดงจากกองถ่ายละครซึ่งมีโอนาราเป็นตัวเด่นของเรื่องด้วย แบมแบมกดเข้าไปอ่านข่าวนั้นอย่างไม่คิดอะไร

แฟชั่นสนามบินหลากสไตล์จากนักแสดง If I were you

สนามบินกิมโปแน่นขนัดด้วยเหล่าแฟนคลับของนักแสดงจากกองถ่ายหนังเรื่อง If I were you ของผู้กำกับสาวไฟแรงคิมซูจิน นักแสดงนำจากละครทั้งชเวจงซอก คังจองซู โอนาราและจางซอฮยอน ต่างตบเท้ากันเดินเข้าสนามบินเพราะต้องย้ายไปถ่ายทำกันที่ญี่ปุ่น

เนื้อข่าวสั้นๆ และหลังจากนั้นก็เป็นภาพของนักแสดงนำทั้ง 4 คนอีกเกือบ 20 ภาพ แบมแบมกดปิดเว็บข่าวนั้นแล้วก็กดปิดไอแพดพลางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะมองมาร์คซึ่งยังยืนหัวเราะอยู่กับแจบอมขณะมือถือแก้วน้ำเอาไว้

เขาไม่ได้คิดถึงขั้นว่าแฟนเก่ามาร์คมาญี่ปุ่นเพราะจะมาดูงานแฟนมีตติ้งหรอก ข่าวก็เขียนโต้งๆ อยู่ว่าสาวเจ้าต้องมาญี่ปุ่นเหมือนกันเพราะต้องทำงาน แต่แบมแบมก็อดกังวลไม่ได้ แม้จะพยายามบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามาร์คพูดว่ารักเขาทุกครั้งน่ะ แววตาอีกฝ่ายไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย แต่ความร้อนรุ่มในอกของแบมแบมก็ไม่ได้หายเลยสักที

 

 

 

แบมแบมก็แค่คิดไปเองทั้งหมดนั่นล่ะ

ทั้งเรื่องที่โอนาราอาจจะมาโผล่ในสถานที่จัดงานแฟนมีตติ้ง เขาก็แค่หึงหวงงี่เง่าไม่เข้าท่า แบมแบมถอนหายใจตอนเราลงมาจากเวทีหลังจากเสร็จสิ้นการไฮทัชซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายของงาน เขาหันไปเอ่ยขอบคุณทีมงานที่ทำงานกันอย่างหนัก รับผ้าขนหนูผืนเล็กที่พี่ฮยอนอูยื่นมาให้เอาไปซับหน้าตัวเอง แล้วท่อนแขนหนักๆ ก็กอดคอแบมแบมเอาไว้

“ที่พูดว่าผมจะไม่รักใครนอกจาก FanC นั่นน่ะโกหกใช่ไหม?” มาร์คเอ่ยถามพึมพำระหว่างที่เราเดินเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องพักด้วยกัน แบมแบมเอี้ยวตัวมามองแล้วขมวดคิ้ว

“ผมไม่เคยโกหกแฟนคลับนะ”

“อะไรกัน ไม่ได้รักพี่หรอกเหรอ?” มาร์คเอ่ยแซว แบมแบมหน้าแดงแล้วเอ่ยเสียงดุว่า

“มันใช่เวลาไหมเนี่ยพี่มาร์ค”

ได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะในลำคอท่าทางอารมณ์ดีแบบนี้แล้วแบมแบมก็ดันยิ้มตามออกมา ก่อนหน้านี้ช่วงตอบคำถามแฟนคลับ เราทั้งสี่สุ่มหยิบกระดาษคำถามจากกล่อง แล้วแบมแบมก็ได้คำถามทำนองสเปคสาวในฝัน เขาตอบก่อนจะเอ่ยอ้อนแฟนคลับว่าที่จริงแล้วเขาก็ไม่นอกใจ FanC หรอก ที่จริงความสัมพันธ์และความรักระหว่างศิลปินและแฟนคลับมันออกจะเป็นเรื่องเปราะบางและรักษาเอาไว้ยาก แบมแบมที่เพิ่งเข้ามาใหม่เลยระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“รำคาญไอ้มาร์คจริง มึงตัวติดกับแบมแบมมากไปแล้วนะพักนี้”

เสียงนั่นเอ่ยมาจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าเป็นเสียงจินยอง หลังจากนั้นไม่นาน มาร์คก็ถูกดันไปอีกข้าง แขนที่โอบรอบคอแบมแบมอยู่จำต้องปล่อย กลายเป็นจินยองมาแทรกตรงกลางระหว่างมือกลองกับมือกีต้าร์

“ขี้อิจฉา” มาร์คหันมาบอกเสียงห้วน “พวกชอบเรียกร้องความสนใจ”

“เดี๋ยวเหอะมึง” จินยองชูกำปั้นโบกใส่มาร์คแต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือจริงๆ แบมแบมหัวเราะก่อนจะหันไปสบตากับแจบอมที่เดินนำหน้าและหันมามองเพราะเสียงดังๆ ของสมาชิกร่วมวงอีกสองคน

เราเดินเข้าห้องพัก คุยกับเหล่าทีมงานอีกนิดหน่อยก่อนจะถูกพี่ฮยอนอูไล่ต้อนไปขึ้นรถ แบมแบมเกือบจะหลับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออก ความเหนื่อยล้าสะสมจนเขาปิดเปลือกตาลง แต่ก็ยังรับรู้ว่ามาร์คย้ายมานั่งข้างๆ แว่วเสียงจินยองเอ่ยบ่นเรียกมาร์คว่าเงา เด็กหนุ่มพยายามฝืนเปลือกตาเพื่อมองแต่สุดท้ายก็เห็นเพียงภาพเบลอๆ แค่มาร์คกำลังยิ้มให้ จากนั้นแบมแบมก็หลับไปจริงๆ

แรงเขย่าที่ไหล่ทำให้แบมแบมลืมตาตื่นขึ้นอีกหน จินยองเป็นคนปลุก หลังจากปรือตาและไล่ความง่วงงุนออกจากร่างกาย มือกีต้าร์ก็ก้าวลงจากรถตามหลังนักร้องนำเข้าไปในโรงแรมพร้อมกับหัวหน้าวง

“พี่มาร์คล่ะครับ”

แบมแบมหลับแบบไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น เขาเดินตามหลังจินยองและเพิ่งสังเกตว่านอกจากมาร์คที่หายไปแล้วก็มีพี่ฮยอนอูอีกคน คนที่เดินนำเราไปด้วยกันตอนนี้คือหัวหน้าวงกับผู้ประสานงานของบริษัท

“เห็นบอกมีธุระกันต่อ มาร์คมันฝากเป้ไว้ด้วย” จินยองยื่นเป้สีดำที่มาร์คใช้อยู่ประจำให้แบมแบม

“มันนอนห้องเดียวกับแบมแบมนะ พี่แชร์ห้องกับแจบอม”

“อ๋อ...ครับ”

แบมแบมรับเป้นั่นมากอดเอาไว้ ความรู้สึกชวนหนักทำให้เขาเดาได้ว่ามาร์คคงไม่ได้เอาไอแพดไปด้วยแน่ๆ เราสามคนบอกลาผู้ประสานงานก่อนจะเข้าไปในกล่องลิฟต์ด้วยกัน

“ถ้าเหงาก็มาหาพวกพี่ที่ห้องนะ” แจบอมเอ่ยบอกตอนเดินมาส่งแบมแบมถึงหน้าห้อง ยื่นคีย์การ์ดให้น้องเล็กของวงแล้วก็ยิ้ม

“เออนั่นสิ ไอ้มาร์คจะไปไหนไม่รู้ พี่ฮยอนอูก็ดันตามใจมันอีก” จินยองยังบ่นไม่หยุด ยกมือขึ้นขยี้ท้ายทอยแล้วก็หันมาบอกแบมแบม

“ไม่ต้องเกรงใจนะ ไปเคาะได้เลย มานั่งคุยกันก็ได้”

แบมแบมเอ่ยขอบคุณแล้วเข้าห้อง แจบอมกับจินยองยังยืนรอกระทั่งเขาปิดประตูถึงได้หมุนตัวเดินไปยังห้องข้างๆ กันนี่เอง เด็กหนุ่มมองกระเป๋าเดินทางของเขาและมาร์คที่วางอยู่ตรงปลายเตียง แบมแบมวางเป้ไว้บนเตียงของมาร์ค เพราะเขามาถึงก่อนเลยสามารถเลือกได้ว่าจะนอนเตียงไหน

แบมแบมคงเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว เขาหย่อนกายนั่งลงปลายเตียงที่เลือกแล้วว่าจะนอน หยิบมือถือตัวเองมาเช็คทวิตเตอร์ ไอจี และสุดท้ายก็คือไลน์ ยูคยอมและยองแจไม่ได้คุยอะไรกันอีกแต่ถามแบมแบมว่างานเป็นยังไงบ้าง เนื่องจากขี้เกียจพิมพ์ยืดยาว เด็กหนุ่มเลยอัดเสียงตัวเองส่งไปเพื่อความรวดเร็ว แล้วก็จัดการรื้อกระเป๋าออกมาเพื่อหยิบชุดนอนและเตรียมจะอาบน้ำ

ตอนกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำแบมแบมก็ชะงักฝีเท้าแล้วหมุนตัวกลับไปหยิบมือถือมาอีกรอบ เขาเม้มปากก่อนจะพิมพ์ข้อความไลน์หามาร์คว่า

‘Bam_Chaos : ไปไหนไม่บอกกันเลยนะ

แล้วเสียงดังครืดก็ทำให้แบมแบมต้องหันไปมองกระเป๋าเป้สีดำซึ่งวางอยู่ปลายเตียงของมือกลอง เพื่อความมั่นใจแบมแบมเลยไลน์ไปอีกข้อความ

‘Bam_Chaos : พี่มาร์ค

ราวกับเสียงยืนยันเพราะเสียงครืดดังอีกหน แบมแบมถือวิสาสะเปิดกระเป๋า ก่อนจะพบว่ามือถือของมาร์ควางแอ้งแม้งบนไอแพดเลยล่ะ เขาหัวเราะแล้วมองหน้าจอซึ่งปรากฏข้อความที่ตัวเองเพิ่งส่งไปเมื่อครู่ ถึงกับส่ายหน้าแล้ววางมันบนเป้ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไป

แบมแบมอาบน้ำไม่นานนัก เขาออกมาหลังจากเป่าผมให้แห้งแล้วเรียบร้อย แต่ก็ยังพบความว่างเปล่า มีเพียงเขาในห้องกว้างของโรงแรมใจกลางเมืองโตเกียว ห้องเงียบจนแบมแบมต้องเดินไปเปิดทีวี เสียงคนในจอรัวภาษาญี่ปุ่นที่เขาฟังไม่ทัน แปลไม่ออก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งเงียบๆ แค่คนเดียว หันไปคว้ามือถือตัวเองก็ไร้วี่แววจากเพื่อนอีกสองคน แบมแบมลังเลอยู่ว่าเขาควรจะไปหาแจบอมและจินยองที่ห้องข้างๆ ดีไหม ตอนนั้นเองที่มือถือมาร์คสั่นครืดขึ้น

เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจ มันคือเครื่องมือสื่อสารของอีกฝ่ายและเขาไม่อยากจะยุ่งนัก ถึงยังไงโทรศัพท์ก็เป็นของส่วนตัว แบมแบมไม่ได้อยากหยิบจับ เขาไม่ได้เป็นคนรักประเภทเช็คมือถือแฟน มันดูงี่เง่าและแบมแบมไม่ชอบให้ใครมาทำแบบนั้นกับตัวเอง เขาจึงระวังไม่ให้ตัวเองเป็นแบบนั้นซะเองอยู่เสมอ

แต่ก็เพราะว่ามือถือของมาร์คมันสั่นครืดอีกหลายรอบ จนแบมแบมคิดเอาเองว่าอาจจะเป็นพี่ฮยอนอูไลน์มาหรือยังไงก็ตามแต่ มือกีต้าร์ของวงเลยลุกจากปลายเตียงตัวเองมาหยุดยืนปลายเตียงมาร์ค หยิบหน้าจอที่เพิ่งดับวูบไปขึ้นมาถือค้างไว้ ตอนนั้นเองที่คนซึ่งกระหน่ำไลน์หามารค์ส่งข้อความมาอีกรอบ มันเด้งขึ้นหน้าจอมือถือในอุ้งมือแบมแบมและเขาอ่านทุกข้อความได้พอดิบพอดี

‘nara_o : ฉันนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน

เหมือนโดนของแข็งทุบเข้าที่ท้ายทอย สิ่งที่พยายามปฏิเสธ ความสงสัยที่เขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องงี่เง่าของตัวเองและเก็บเงียบไม่ยอมถามมาร์ค ตอนนี้ต้นเหตุของความคลางใจส่งไลน์มาหามาร์คและแบมแบมเป็นคนเห็นด้วยสองตา เขากลืนน้ำลาย ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะพื้นที่ส่วนตัวที่ควรเว้นว่างให้แก่กันซึ่งเป็นสิ่งที่คนรักที่ดีพึงมี แบมแบมเลื่อนปลายนิ้วอ่านข้อความก่อนหน้านี้ที่โอนาราเป็นคนส่งมา

‘nara_o : อยู่ไหนแล้วมาร์ค

‘nara_o : ฉันรอมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วนะ

‘nara_o : ฉันใส่คาร์ดิแกนสีน้ำตาลนะ

‘nara_o : แฟนมีตติ้งนายเสร็จแล้วฉันรู้นะ ตอบไลน์!’

แบมแบมเม้มปากแน่น เขาวางโทรศัพท์ของมาร์คคืนที่เดิมคือในเป้สะพายบนหน้าจอไอแพด เด็กหนุ่มรูดซิปเรียบร้อย เก็บผ้าขนหนูและปิดทีวีก่อนจะก้าวขึ้นเตียง แบมแบมดึงผ้าห่มมาคลุม เขาตัดขาดตัวเอง ห้องที่เงียบอยู่แล้วยิ่งเงียบเข้าไปอีกเพราะเขาหมกตัวเองไว้ในถ้ำผ้าห่มที่สร้างขึ้น แล้วเสียงหนึ่งก็ดังแทรกความเงียบขึ้น

เสียงสะอื้นของเขานั่นเอง...

เด็กหนุ่มพลิกตัวซุกหน้าลงกับหมอน ให้มันซึบซับเอาทั้งหยดน้ำตา ความผิดหวังและแม้แต่ความอ่อนแอในจิตใจไปให้หมด แบมแบมไม่เคยรู้สึกเจ็บที่อกด้านซ้ายขนาดนี้ ตอนที่เลิกกับยูคยอมและลดฐานะกลับมาเป็นเพียงเพื่อนเขาก็เจ็บไม่เท่าครึ่งของความเจ็บในตอนนี้

...แต่แบมแบมยังไม่ได้เลิกกับมาร์คสักหน่อย ไม่ได้อยากเลิกสักนิด

 

 

 

มาร์คยืนเคาะประตูห้องอยู่นานกว่าแจบอมจะยอมเดินมาเปิดประตูให้ในสภาพยุ่งเหยิง มือกลองแทรกตัวเข้าไปในห้องโดยไม่เอ่ยทักทายหัวหน้าวงแม้แต่น้อย

“ไอ้มาร์ค! มารยาทลืมทิ้งไว้ที่เกาหลีเหรอไอ้ห่า แล้วนี่เพิ่งเจ็ดโมง มึงตื่นบ้าอะไรเช้าขนาดนี้”

“แบมแบมล่ะ?”

มาร์คก้าวเท้าเข้าไปด้านใน เขามองเตียงหนึ่งซึ่งปรากฏม้วนผ้าห่มคลุมร่างของมือกีต้าร์เอาไว้ เส้นผมยุ่งๆ โผล่พ้นผ้าห่มออกมา เขาก้าวขาเร็วๆ ไปหยุดยืนหน้าเตียง มองเปลือกตาที่ปิดสนิทของแบมแบมแล้วถอนหายใจออกมา

“อะไร? มึงนึกว่าแบมแบมหายเหรอ?” แจบอมหย่อนตัวนั่งลงปลายเตียงแล้วหันมาถาม

“เปล่า เมื่อคืนกูกลับมาดึกแล้วง่วงมากเลยหลับ ตื่นมาดึงผ้าห่มเห็นหน้าจินยองกูจะไม่ตกใจได้ไง ก็กูจำได้ว่ากูแชร์ห้องกับแบมแบม” มาร์คเอ่ยบอกจากเตียงแบมแบม ก่อนจะเดินมาหยุดหน้าแจบอม

“เมื่อคืนแบมแบมคงเหงา เลยมานั่งคุยกับจินยองที่ห้อง ก็เล่นเกมกันจู่ๆ ก็หลับ กูกับจินยองไม่กล้าปลุก แล้วแบมแบมก็หลับบนเตียงไอ้จินยอง ก็เลยไล่มันไปนอนแทนแบมแบม”

“อ๋อ...” มาร์คพยักหน้า

“เมื่อคืนมึงไปไหนมา” แจบอมเขยิบขึ้นไปบนเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมขาแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงอีกรอบระหว่างที่รอคำตอบ มาร์คหันมามองหน้าเพื่อนก่อนจะบอกสั้นๆ แค่ว่า

“ธุระ กูกลับห้องล่ะ”

“ธุระห่าไร นี่มึงอยู่ญี่ปุ่นยังมีธุระนอกจากงานด้วยเหรอ?”

“เออ ไว้เจอกัน” มาร์คตัดบทด้วยการเดินหนีออกจากห้อง ได้ยินเสียงบ่นไล่หลังจากหัวหน้าวงไล่หลังมาแต่เขาจะทำหูทวนลมไม่สนใจแล้วกัน

มาร์คเดินกลับมาถึงห้องตัวเอง เขากระโดดขึ้นเตียงแล้วหยิบมือถือมาเพื่อกดลบข้อความที่นาราส่งหา เมื่อคืนมาร์คไปทำธุระจริงๆ และธุระที่ว่านั่นก็เกี่ยวข้องกับโอนาราด้วย มาร์คโยนมือถือใส่เป้แล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก เขามองเพดานโรงแรมที่แสนว่างเปล่า เขากะพริบตาแล้วก็ถอนหายใจ

มาร์คกลัวแทบตายตอนลืมโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า เขากลัวแบมแบมจะเปิดเจอตอนที่ไปเจอนาราแล้วหญิงสาวโวยนิดๆ ว่าทำไมมาร์คไม่ยอมตอบไลน์ ตอนนั้นเลยเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองทิ้งทั้งโทรศัพท์ทั้งไอแพดไว้ในเป้สะพายซึ่งฝากจินยองให้เก็บกับแบมแบม

เมื่อคืนแบมแบมหลับอุตุตั้งแต่งานแฟนมีตติ้งจบ ความเหนื่อยล้าจากการนอนไม่พอเลยทำให้แบมแบมสามารถหลับได้เร็วและหลับได้ทุกที่ มันก็ดีต่อมาร์คตรงที่เขาและผู้จัดการขอลงกลางทางและอ้างธุระเพื่อลงสถานีรถไฟได้ง่าย แม้จินยองกับแจบอมจะมองมาอย่างสงสัยแต่ก็ไม่มีใครถามเพราะเห็นเขาออกมากับผู้จัดการ ทุกคนเชื่อใจเพราะพี่ฮยอนอูมากับมาร์ค

เขาพรูลมหายใจแล้วกล่อมตัวเองให้หลับอีกครั้งแม้ตอนนี้มันจะเช้าแล้วก็ตาม อย่างน้อยเขาก็ควรนอนเพราะเมื่อคืนก็ได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ยังไงบ่ายนี้ก็ต้องเดินทางต่อ และต้องเก็บแรงสำหรับงานแฟนมีตติ้งพรุ่งนี้ด้วย หลังจากนั้นมาร์คก็กล่อมตัวเองให้หลับไปได้โดยไม่รู้ตัว

 

 

 

“นั่งด้วยนะ”

มาร์คยื่นหน้าไปกระซิบบอกคนรัก วันนี้แบมแบมดูอารมณ์บูด สีหน้าเรียบตึงตั้งแต่ตื่นมาทานมื้อเที่ยงแล้ว มาร์คพยายามเข้าไปคุยด้วยอีกคนก็ตอบแบบแทบนับคำได้ ก่อนจะเดินเหมือนหลบๆ ไม่อยากคุยกับเขาแล้วหนีไปคุยกับจินยองซะมากกว่า

ตอนนั่งรถมินิบัสเพื่อไปยังโอซาก้า มาร์คเลยดึงจินยองที่กำลังก้าวตามหลังแบมแบมเอาไว้ก่อน เขาไม่สนใจเสียงโวยเบาๆ ของนักร้องนำ มาร์คอาศัยความหน้าทนเดินไปหย่อนกายนั่งข้างแบมแบมซึ่งเลือกที่นั่งหลังสุดและกะพริบตามองเขาอย่างงงๆ มาร์คนั่งลงข้างๆ อีกฝ่ายแล้วก็กระซิบประโยคนั้น

รถเคลื่อนที่ออกจากบริเวณหลังจากเรานั่งกันเรียบร้อย เบาะด้านหน้ามีผู้จัดการอย่างพี่ฮยอนอูยึดไปแล้วเพื่อยืดแข้งยืดขา ส่วนแจบอมกับจินยองนั่งกันคนละฝั่ง หัวหน้าวงหยิบไอแพดมาเล่นเกม ส่วนจินยองก็เสียบหูฟังและเริ่มพลิกหน้าหนังสืออ่านแล้ว

มาร์คหันมามองแบมแบม เด็กหนุ่มจับราวเบาะข้างหน้า มองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะเบนสายตากลับมาหาเขาที่จ้องอยู่ก่อน แล้วเอ่ยถามเป็นครั้งแรกของวันนี้

“พี่มาร์ค...มีอะไรรึเปล่าครับ?”

“เปล่า แบมแบมนั่นล่ะ เป็นอะไร? ไม่สบายรึเปล่า?” มาร์คยื่นแขนไปหาจะแตะลงแถวหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่าย แต่แบมแบมยกแขนมาจับแล้วขมวดคิ้วส่งสายตาให้มองจินยองและแจบอม

“ผมสบายดีครับ”

“เมื่อคืนทิ้งพี่นอนคนเดียวได้ลงคอ” มาร์คเขยิบมาใกล้ ยื่นปากไปกระซิบถาม แบมแบมหันกลับมามองหน้าอีกฝ่ายก่อนจะชี้ไปทางเบาะหน้าซึ่งตรงกับตำแหน่งนักร้องนำ

“นอนกับพี่จินยองนี่ครับ นอนคนเดียวตรงไหน”

“โธ่...ใจร้ายอะ” มาร์คบ่นแล้วเอนหัวมาซบไหล่ แบมแบมเอียงตัวหนีแล้วก็หันมาทำตาดุ

“พี่มาร์ค...” น้ำเสียงเอ่ยปรามนั่นไม่ได้ชวนให้คนฟังกลัวเลยสักนิด มาร์คยิ้มล้อเลียนแล้วก็เลิกทำตัวสันหลังยาวนั่งตรงๆ  

“เมื่อคืนไปไหนมาเหรอครับ?”

เสียงของคนตัวโปร่งข้างๆ เอ่ยถามขึ้นมาร์คคิดอยู่หรอกว่าแบมแบมอาจจะถาม เพราะขนาดแจบอมก็ยังเอ่ยถาม เขามองตรงไปข้างหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้แววพิรุธออกไป

“ไปหาเพื่อน”

“อ๋อ...เมื่อคืนกลับมาถึงกี่โมงล่ะครับ?”

“ก็...ดึกนะ ไม่รู้ว่ากี่โมง” มาร์คตอบเลี่ยงๆ อันที่จริงเขาจำได้ดีว่าตัวเองมาถึงโรงแรมตอนตีสอง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะต้องบอกแบมแบมสักหน่อย

“แล้วไม่ง่วงเหรอ? พี่มาร์คพักเถอะครับ”

“ไล่พี่นอนอีกแล้ว ไม่อยากคุยกับพี่เหรอ?” มาร์คเอ่ยถามไปตรงๆ

เขาไม่ใช่คนโง่ขนาดจะมองไม่ออกหรอกว่าแบมแบมท่าทางแปลกและประหลาด เหมือนไม่อยากคุย อยากนั่งอยู่คนเดียวนิ่งๆ เงียบๆ แต่กับคนอื่นอย่างจินยองและแจบอมก็ดูคุยได้ปกติ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้แค่กับมาร์คกันล่ะ? มาร์คเลยคิดเองเออเองไปก่อนว่าแบมแบมอาจจะเครียดเพราะเรื่องก่อนหน้านี้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้อีกนั่นล่ะว่าเรื่องอะไร

“เปล่าครับ”

“ไหนมองหน้าพี่สิ” มาร์คเอ่ยสั่ง ขยับตัวหันไปหาแต่แบมแบมหลบตามองต่ำ

“ผมแค่เหนื่อยนิดหน่อย”

“แน่ใจนะว่าแค่เหนื่อย?” มาร์คยังถามย้ำ พอแบมแบมยอมเงยหน้ามาสบตาแล้วพยักหน้าหงึกเขาก็เชื่ออีกคน มาร์คเลยยอมมองแบมแบมปิดเปลือกตาก่อนจะเอนหัวไปพิงหน้าต่างรถมินิบัสแทนที่จะเลือกไหล่กว้างของเขา

ท่าทางแบบนั้นมันไม่ใช่สัญญาณร้ายแรงอะไรหรอกใช่ไหม?

 

 

 

ตอนเรามาถึงโรงแรมที่โอซาก้า พี่ฮยอนอูก็บอกให้เราเอาข้าวของไปเก็บในห้องให้เรียบร้อย ที่พักคราวนี้เป็นห้องพักครอบครัว ที่นอนเป็นเตียงเดี่ยว 3 เตียงเรียงต่อกันและฟูกหนาอีกอันคล้ายเตียงเสริม แน่นอนว่าแบมแบมรับผิดชอบนอนตรงนั้นเนื่องจากเด็กสุด ถึงมาร์คจะพูดว่าให้แลกเตียงกันก็ตาม

เราสี่คนยังคงนั่งพักผ่อนกัน รอให้ผู้จัดการมาเรียกเพื่อขึ้นรถและไปซักซ้อมคิวยังสถานที่จัดงาน ตอนนั้นเองที่หัวคิ้วมาร์คกระตุกรัวด้านขวาจนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นแตะอย่างงงๆ

บานประตูถูกเปิดผลัวะเข้ามาเสียงดังจนสายตาสี่คู่ในห้องหันไปมองเป็นตาเดียว แจบอมขมวดคิ้วเกือบจะเอ่ยว่าคนไร้มารยาทออกไป แต่พอเห็นว่าเป็นพี่ฮยอนอูเราเลยกะพริบตามองกันงงๆ แทน เพราะพี่ฮยอนอูไม่ใช่คนใจร้อนหรือแม้แต่ทำมารยาทแบบเมื่อกี้ออกมา

“มาร์ค...เห็นข่าวในเว็บ Seeu รึยัง?”

ตอนที่พี่ฮยอนอูเอ่ยชื่อเว็บไซต์ปล่อยภาพหลุดหรือข่าวลือชื่อดังของเกาหลีออกมา เขารู้สึกหนาวเยือกไปถึงสันหลังทันที มาร์คส่ายหน้าออกมา 2-3 ที ผู้จัดการส่งสายตาให้เขาเดินตามมา แล้วตอนนั้นเองที่จินยองตะโกนแทบลั่นห้องออกมาพร้อมดวงตาที่เบิกโต

“มาร์ค! เมื่อคืนที่บอกไปทำธุระ มึงไปหานารามาเหรอ!

น้ำเสียงจินยองดูโมโห มาร์คเกือบจะหลุดปากด่าเพื่อนร่วมวงออกไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นก็ตระหนักได้ว่าจินยอง แจบอมหรือแม้แต่พี่ฮยอนอูไม่รู้ว่าเขาและแบมแบมคบกัน คนที่มาร์คควรจะหันไปมองคือจินยองเพื่อส่งสายตาให้หยุด แต่เขากลับเลือกจะมองไปทางแบมแบมซึ่งนั่งอยู่บนฟูกนอนหนาๆ ริมห้อง เด็กหนุ่มจ้องตรงมาที่เขาด้วยแววตาและสีหน้าที่มาร์คอ่านไม่ออก

“มันไม่ใช่แบบนั้น นี่มันเข้าใจผิด”

“ผิดบ้าอะไร! นี่ชุดเมื่อคืนหลังงานแฟนมีต” แจบอมเกือบจะตวาดมาร์คแทนผู้จัดการ ถึงยังไงมาร์คก็เข้าใจอยู่หรอกกับการโดนต่อว่า เนื่องจากแจบอมก็ต้องรับผิดชอบพวกเราพอๆ กับพี่ฮยอนอูได้รับมอบหมายจากประธานนั่นล่ะ

“คือ...” มาร์คอับจนหนทาง ริมฝีปากแห้งผาก เขากะพริบตามองไปทางแบมแบมซึ่งตอนนี้ลุกขึ้นยืนหันหลังไม่มองแม้แต่หน้าเขาด้วยซ้ำ

“ท่านประธานโทรมา” พี่ฮยอนอูเอ่ยขึ้นแล้วกดรับสายเดินออกไปจากห้องอีกครั้ง ขณะจินยองมองไอแพดในมือแล้วพึมพำอ่านเนื้อข่าว

“มาร์ค มือกลองวง Chaos แอบคบกับนักแสดงสาวมากฝีมือโอนารา ทั้งคู่ไปเดทลับๆ กันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเพราะตารางงานที่แน่นขนัด แว่วว่านักแสดงสาวไปถ่ายทำละครเรื่องใหม่ที่เมืองเดียวกับมือกลองหนุ่มจัดงานแฟนมีตติ้งพอดี”

“หยุดอ่านเหอะน่า มันเขียนข่าวมั่วไปหมดแล้ว” มาร์คเอ่ยเสียงดัง จินยองยอมหยุดอ่านทันที ริมฝีปากนักร้องนำเม้มเข้าหากัน แล้วตอนนั้นเองที่แจบอมเอ่ยเสียงเรียบออกมาว่า

“แต่รูปภาพมันไม่โกหกนะมาร์ค”

“กูขอล่ะแจบอม หยุดพูดสักที” มาร์คบอกปัดแล้วเดินหนีเพื่อนสองคนไปหาแบมแบมซึ่งตอนนี้กำลังนั่งก้มหน้าเล่นมือถืออยู่ ทำราวกับเหตุการณ์ในห้องไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจและไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม

“แบมแบม” มาร์คเรียกชื่ออีกคนเสียงเบาหวิว เขาใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยตอนที่แบมแบมยอมเงยหน้ามา หากมาร์คก็ยังไม่สามารถอ่านทั้งสีหน้าและแววตาของคนรักได้เลย

เขาย่อเข่าลงไปนั่งใกล้ๆ กับแบมแบม ตอนนั้นเองที่ปฏิกิริยาคือเด็กคนนั้นขยับตัวหนีเว้นช่องว่างระหว่างเราอีกหน มาร์คใจหายวูบ เขามองหน้าแบมแบม ขณะแว่วเสียงแจบอมและจินยองกำลังพูดกันเรื่องของเขาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดอยู่อีกมุมห้อง

“แบมแบม...” มาร์คเรียกชื่อเด็กหนุ่มอีกครั้ง

“พี่มาร์คเคยพูดว่าเราเป็นคนรักกัน มีอะไรให้พูด บอกได้ทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้...พี่มาร์คไม่ได้คิดจะบอกผมใช่ไหมครับ?” แบมแบมเอ่ยเสียงเรียบ แววตาวูบไหวแค่ชั่ววินาทีแต่พอกะพริบตามันก็กลับมาเย็นชา

“ผมเพิ่งรู้ว่าพี่มาร์คมีเพื่อนชื่อโอนารา นึกว่าเป็นแค่แฟนเก่าซะอีก”

“มาร์ค...มาร์คอยู่ไหน ประธานจะคุยด้วย” เสียงพี่ฮยอนอูดังจากทางหน้าห้อง แบมแบมหันกลับไปสนใจมือถือในมือ ขณะมาร์คมองอย่างลังเลว่าควรจะคุยกับแบมแบมหรือประธานก่อนดี

“มาร์ค! ประธานจะคุยด้วย” เสียงเฉียบขาดจากปากพี่ฮยอนอูทำให้เขาเม้มปาก ตอนนั้นเองขณะที่กำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปรับโทรศัพท์จากเจ้าของค่าย เขาก็ได้ยินเสียงประโยคสุดท้ายจากปากแบมแบมออกมา

“พี่เคยพูดเองว่าแฟนเก่าคือคนที่ไม่คิดจะกลับไปหา พี่ทำให้ผมรู้วันนี้เองว่าทุกอย่างที่พี่มาร์คทำมา...มันก็แค่เรื่องโกหกทั้งหมดนั่นล่ะ”

แจบอมเดินมาดึงแขนก่อนที่มาร์คจะทันได้ตัดสินใจอะไรอีก แผ่นหลังเขาถูกผลักให้เดินไปหาผู้จัดการ โทรศัพท์มือถือบางเฉียบถูกยัดใส่ในอุ้งมือพร้อมกับสามร่างที่ยืนล้อมกอดอกให้เขาคุยกับประธานซะ แต่แม้จะยกโทรศัพท์แนบหูและกรอกเสียงรับสายเพื่อพูดคุยกับคนที่อยู่เกาหลี ใจของมาร์คกลับจดจ่อแต่เด็กที่นั่งเล่นมือถืออยู่ตรงมุมห้องของโรงแรม

มาร์คไม่ทันได้อธิบายให้แบมแบมฟัง แต่ที่จริงแล้วเขาก็คงพูดอะไรได้ไม่มาก และสิ่งหนึ่งที่มาร์คไม่ทันได้เห็นก็คือทันทีที่เขาพูดคำว่าสวัสดีครับกับโทรศัพท์ ของเหลวหยดหนึ่งก็หล่นใส่หน้าจอโทรศัพท์ของแบมแบม

มาร์คไม่มีวันเห็น...และไม่มีวันรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบมแบมร้องไห้เพราะเขา






สวัสดีค่ะ...ก่อนจะลงฟิคตอนนี้มีคนถามเรามาด้วยว่าดราม่าไหม
ของแบบนี้เหมือนจะอยู่ที่ตัวคนอ่านเราเลยบอกไม่ได้แต่สำหรับเราก็ไม่นะ
55555
ช่วงหยุด
4 วันที่จะถึงนี้เราจะพยายามแต่งอีกตอนมาลงนะคะ ;o; (คิดว่าเสร็จทันแหละ)
ขอบคุณทุกคอมเมนต์และคนที่หวีดผ่านแท็ก
#ficfakemb ด้วยนะคะ

สอบถามเรื่องการรวมเล่มฟิคเรื่องนี้และรีพริ้นท์เรื่องอื่นๆค่ะ
>> คลิก
ไม่มีกำหนดค่ะ เราเปิดถามไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแต่งเรื่องนี้จบ (อีกประมาณ
3-4
ตอน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,339 ความคิดเห็น

  1. #2306 KumaKukoy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 21:56
    เสียความรู้สึกมาก ไมพี่ทำงี้อ่ะ
    #2,306
    0
  2. #2287 ฺBeau (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:26
    โกรธพี่มาร์คคคค ทำแบมแบมร้องเสียใจจจจ Y^Y
    #2,287
    0
  3. #2252 SweetheartG7 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 16:59

    ทำใจอ่านตอนต่อไปไม่ได้​ ฮือออ​ ม่าไม่หนักใช่มั้ยคะ​ TT​ TT

    #2,252
    0
  4. #2246 BMN (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:20

    ทำไมถึงทำแบบนี้ละมาร์ค ฉันเสียใจแทนแบมจริงๆ แกโกหกน้องเหรอ น้องยอมเปิดใจกับแกขนาดนี้ แกทำแบบนี้ได้ยังไง

    #2,246
    0
  5. #2219 say (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 10:55
    เชื่อใจมาร์คนะว่าไม่ได้กลับไปคบโอนาราแน่

    แต่มีอะไรทำไมไม่บอกแบมไปตรงๆล่ะ

    น้องเสียใจเลยเห็นมั้ยTT
    #2,219
    0
  6. #2205 babybarkmtbb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:59
    หน่วงละเกินนนนนนน
    #2,205
    0
  7. #2187 ojay2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 09:54
    หน่วงงงง มาร์คทำไมไม่บอกกับแบมถ้ามันไม่มีอะไร น้องน่าจะเข้าใจได้ แต่นี่ไม่บอกอะไรให้น้องมารู้เอง ไม่ดีเลยนะ
    #2,187
    0
  8. #2165 คนแมนซังนัมจา~ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 12:11
    อ่านตอนนี้กี่รอบก็ใจหายทุกที จริงๆมาร์คควรจะบอกแบมนะ
    #2,165
    0
  9. #2161 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:41
    ว่าแล่ววววว ต้องโอนารา ลูกแบมมมมาให้แม่กอดมา ฮืออออ
    #2,161
    0
  10. #2148 ขิมวันเอ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:19
    เเบนพี่มาร์ค!
    #2,148
    0
  11. #2140 Orathaiks (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 00:51
    พิมาร์คใจร้าย นุ้งแบมอย่ายอมเค้าลูก
    #2,140
    0
  12. #2127 Dutchhh (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 10:22
    ทำไมวะ ทำไมต้องปิดบัง
    #2,127
    0
  13. #2107 Aoyyah (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 13:41
    เพราะปิดบังไงมันเลยเป็นแบบนี้อ่ะืไหนจะคบกันแล้วไม่ได้บอกใครอีก
    #2,107
    0
  14. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  15. #2085 Boomm Wrn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 13:09
    เซงว้อยยยยย ทำไมต้องปิดบัง ต้องคิดว่ามันไม่สำคัญด้วยอ่ะพี่มาร์ค ทำน้องแบมเสียใจมากี่รอบแล้ว หึ
    #2,085
    0
  16. #2074 ____wpd (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 15:44
    มาร์คทำไมทำแบบนี้!
    #2,074
    0
  17. #2063 bbunnymm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 09:57
    ฮืออออ ทำไมมาร์คทำงี้ ออกไปเจอนาราทำไม !!
    #2,063
    0
  18. #2038 mellow_aa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 16:51
    เฮ่ออออออ ถอนหายใจร้อยครั้ง 55555 ยังมีน่ามาหัวเราะนะ
    คือยังไม่อยากว่าอะไรมาร์ค คืออาจจะไม่มีอะไรไง นี่ยังพยายามเข้าข้างอย่างมากละนะ แต่คือก็เคืองนิดๆ ว่าทำไมต้องปิดบังแบม รู้มั้ยว่ามันทำให้แบมคิดมาก เป็นใครใครก็คิดมาก คือไม่บอกจากปากตัวเอง แต่ปล่อยให้มารู้เองทีหลัง ซึ่งมันไม่รู้หมดและจากปากแฟนมันก็อดจะคิดไม่ได้น่ะจิงมั้ยล่ะ ผูกเองก็แก้เองนะ
    #2,038
    0
  19. #2017 soul_hyukjae (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 18:14
    โอ๊ยยยย  อิพี่มาร์ค ไมทำงี้อ่ะ
    #2,017
    0
  20. #2000 M.m1nt (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 23:44
    พี่มาร์คทำแบบนี้เพื่อไรอ่ะ แบมเสียใจจจจจจ
    #2,000
    0
  21. #1981 นักอ่าน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 16:15
    แงงงงงงงงงงงงงงง แบมไม่ต้องไปสนมาร์คแล่ว เราไม่ยอมน้าา
    #1,981
    0
  22. #1949 Nuinui_MB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 00:04
    พี่ Mark ทำ Bambam เสียใจได้ไงอ่ะ  
    #1,949
    0
  23. #1945 ploy_tuan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 22:21
    อีพี่มาร์คคคคคคคคค มันจะอะไรนักหนากับโนรงโนรานี้ห้ะะะตอบบบบ! ถ้าเราเป็นแบม เราเอาน้ำกรดไปสาดใส่หน้าเเล่ว.. ล้อเล่นน่า55555555555555
    #1,945
    0
  24. #1935 9nawKIHAE (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 00:16
    เห้ออออออออออออออออ :( 
    พยายามจะไม่อิน แต่แบบ /ตบบบบบ 
    #1,935
    0
  25. #1934 9nawKIHAE (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 00:16
    เห้ออออออออออออออออ :( 
    พยายามจะไม่อิน แต่แบบ /ตบบบบบ 
    #1,934
    0