[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 19 : FAKE - Chapter 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    22 ก.ค. 58


F A K E

 

Chapter 17

 

ครบเดือนที่เราสองคนคบกันและความลับก็ยังคงเป็นความลับ สำหรับแบมแบมและมาร์คแล้วมันออกจะเป็นเรื่องลำบากอยู่บ้างในแง่ของการแสดงออก มาร์คมีปัญหาเรื่องเก็บอาการ แต่ก็โชคดีว่าเนื่องจากเราเป็นผู้ชายกันทั้งคู่ แถมยังอยู่วงเดียวกันอีกต่างหาก ดังนั้นหากมีความสนิทสนมเกินไปหน่อย ทีมงานก็มองว่ามันเป็นเพียงแฟนเซอร์วิสเรียกกระแสเท่านั้น

เวลามันผ่านไปเร็ว แป๊บเดียวเท่านั้นแบมแบมก็เข้ามาอยู่ในตำแหน่งกีต้าร์ของวง Chaos ได้เกือบห้าเดือนแล้ว เดือนแรกที่เข้ามามีปัญหากับมือกลองของวงอยู่บ้าง ย่างเข้าเดือนที่สองเราเริ่มสงบศึก พอเข้าเดือนที่สามกลับกลายมาเป็นช่วงมือกลองขยันจีบ และแน่นอนว่าเดือนที่สี่เราคบกันอย่างเป็นทางการ (แต่รู้กันแค่สองคน) แบมแบมมานั่งนึกย้อนดูทีไรก็ได้แต่คิดว่านี่ช่างเป็นปีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายกับชีวิตเขาเหลือเกิน

แม้แบมแบมจะยังเขินๆ กับมาร์คอยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่เคยทะเลาะกัน ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องไร้สาระซะมากกว่า แต่แบมแบมว่าเขาโชคดีที่มาร์คเป็นคนประเภทที่หากมีเรื่องอะไรไม่เข้าใจ อีกฝ่ายมักจะไม่รอให้ผ่านไปหลายวันถึงจะเข้ามาคุย แต่เป็นคนตรงๆ ที่ต้องคุยตรงนั้น เคลียร์ให้ชัดเจน เพราะแบบนั้นเราเลยไม่เคยทะเลาะกันข้ามวันข้ามคืน

พอปล่อยซิงเกิ้ลแรกออกไปเพื่อแนะนำแบมแบมให้เป็นที่รู้จักในฐานะมือกีต้าร์คนใหม่ของวงแล้ว เราก็ไม่ค่อยได้ขึ้นเวทีด้วยกันอีก แถมพักนี้ประธานเริ่มมีคำสั่งให้เรารับงานเดี่ยวหรืองานคู่กันบ้าง ก่อนหน้านี้ Chaos เป็นวงป๊อปพังก์แบนด์ที่มีลุคเข้าถึงยาก ประธานจึงปรับเปลี่ยนให้เราดูเข้าถึงง่ายด้วยการให้แจบอม จินยองและแบมแบมเริ่มรับงานวาไรตี้หรือเป็นพิธิกรรับเชิญตามรายการต่างๆ ส่วนมาร์ครับงานหนักทางด้านถ่ายแบบลงนิตยสารหลายฉบับหรือแม้แต่การเดินแบบ แน่นอนว่าเมื่อเป็นแบบนี้ บางวันแบมแบมกับมาร์คก็แทบจะไม่ได้เจอหน้าทั้งๆ ที่อยู่หอพักเดียวกัน เพราะแบมแบมอาจจะออกจากหอพักแต่เช้ามืด ส่วนมาร์คยังหลับ เราจึงกลายเป็นคู่รักวัยรุ่นด้วยการติดต่อกันทางโทรศัพท์

‘Mark_chaos : วันนี้เลิกดึกไหม

‘Bam_chaos : ไม่รู้สิครับ แต่คิดว่าคงถึงหอก่อนห้าทุ่ม

‘Mark_chaos : พี่จะพยายามถ่ายให้เสร็จเร็วๆ คืนนี้เจอกันนะ

แบมแบมเก็บมือถือโยนเข้ากระเป๋าระหว่างที่นั่งอยู่ในห้องพัก ตอนนั้นเองที่บานประตูเปิดออกกว้าง ทีมงานเดินเข้ามาพร้อมสคริปต์ในมือเพื่อแจกแจงกับแบมแบม เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเอ่ยทักทาย อีกฝ่ายรีบผงกหัวกลับแล้วผายมือให้แบมแบมนั่งลง พวกเรานั่งตรงข้ามกันและมีเพียงโต๊ะคั่นตรงกลาง กระดาษ 3-4 แผ่นถูกยื่นให้ก่อนคนที่เพิ่งเข้ามาจะอ้าปากเอ่ยอธิบาย ขณะแบมแบมกวาดตาอ่านข้อความเหล่านั้น ส่วนหูก็กำลังฟัง

เขาก็แค่อยากให้งานนี้เสร็จเร็วๆ จะได้รีบกลับไปรอมาร์คที่หอพัก เพราะเราไม่เจอหน้ากันมาเกือบ 3 วันแล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่มาร์คที่รู้สึกไปคนเดียว แต่แบมแบมก็คิดถึงอีกคนเช่นเดียวกัน

 

 

 

วันนี้ตารางงานแบมแบมเริ่มต้นตอนสิบโมงด้วยการให้สัมภาษณ์พิเศษกับเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่งจนถึงช่วงเที่ยง ส่วนบ่ายเขาไปเป็นแขกรับเชิญรายการสดจนเสร็จงานตอนหกโมงเย็น และมีไปเป็นดีเจร่วมกับเจ้าของรายการวิทยุแห่งหนึ่งตอนสามทุ่ม และกลายเป็นว่าพอสี่ทุ่มเขาก็จบตารางงานแล้ว

พี่ฮยอนอูเปลี่ยนจากรถตู้มาเป็นเพียงรถคันเล็กเพราะมารับแค่แบมแบมคนเดียวเท่านั้น พอรถเคลื่อนตัวออกจากตึกแห่งนั้น แบมแบมก็เลยเพิ่งได้หยิบมือถือขึ้นมาและฟังพี่ฮยอนอูเอ่ยขึ้นด้วยว่า

“มาร์คดูท่าจะนานเลยคืนนี้ เห็นบอกว่าเพิ่งถ่ายได้แค่ 2 ชุดจากทั้งหมด 5 เพราะนางแบบมาสาย”

เรื่องนายแบบนางแบบดังแล้วเลทเวลานัดหรือแม้แต่โทรมาเลื่อนกะทันหันมีให้เห็นทุกวงการนั่นล่ะ บางครั้งแขกรับเชิญร่วมรายการเดียวกับแบมแบมเพิ่งให้ผู้จัดการโทรมาเลื่อนเวลาหรือแม้แต่ขอโทษที่อาจจะมาช้าก็ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยไป โชคดีว่าไม่ค่อยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับวงเรามากนัก เพราะประธานย้ำนักย้ำหนากับพวกเราเรื่องตรงต่อเวลาและความรับผิดชอบอยู่เสมอ

‘Mark_chaos : วันนี้คงไม่ได้เจอกัน พักผ่อนเยอะๆ นะ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน

แบมแบมอ่านข้อความที่มาร์คส่งมา อีกฝ่ายเล่าให้แบมแบมฟังคร่าวๆ ว่าเป็นงานถ่ายแบบเสื้อผ้าฤดูหนาวของแบรนด์ดัง ต้องถ่ายคู่กับนางแบบชื่อดังจากบริษัทหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อว่าเรื่องมากและค่าตัวแพง หากแต่หลายแบรนด์ก็ยอมควักเงินจ้างเพราะเจ้าหล่อนกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและช่วยดึงยอดขายได้แน่ๆ

“จะกลับเลยไหม? หรืออยากไปไหนรึเปล่า?”

แบมแบมเข้าใจที่อีกฝ่ายถามเพราะพรุ่งนี้แบมแบมไม่มีตารางงานเลย เป็นวันว่างๆ ที่เขาคิดว่าอาจจะแวะเข้าบริษัทไปนั่งเล่นกีต้าร์ในห้องซ้อม เพราะการอยู่ในหอพักที่ไร้สมาชิกในวงด้วยเป็นเรื่องน่าเบื่อมากสำหรับเด็กขี้เหงาแบบแบมแบม เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ้าปากเอ่ยขึ้นว่า

“ไปส่งผมที่ร้านพิซซ่าแถว...”

แบมแบมบอกพิกัดให้ผู้จัดการวง พี่ฮยอนอูพยักหน้ารับก่อนจะเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังสถานที่ซึ่งแบมแบมอยากไป ในตอนนั้นเองที่เขาหยิบมือถือขึ้นมากดส่งข้อความเข้าไปในกรุ๊ปเพื่อนสนิท

‘Bam_chaos : ฉันไม่มีงานแล้ว ออกมาเจอกันที่ร้านพิซซ่าแถว xxx หน่อย

แบมแบมวางมือถือใส่กระเป๋า เขารู้ว่ายองแจกับยูคยอมจะมาเพราะทั้งคู่บอกเขาก่อนหน้านี้แล้วว่าวันนี้ไม่มีงานอะไรนอกจากซ้อมถึงสามทุ่มและตอนนี้ก็สี่ทุ่มกว่าๆ แล้วด้วย แถมแบมแบมยังจงใจเลือกร้านพิซซ่าเปิด 24 ชั่วโมงใกล้ๆ หอพักของสองคนนั้นอีกต่างหาก

เกือบครึ่งชั่วโมงแบมแบมก็มาถึงที่หมาย พี่ฮยอนอูกำชับว่าอย่าอยู่ดึกให้รีบกลับ ก่อนจะโบกมือลาแล้วขับรถจากไป แบมแบมรอกระทั่งไม่เห็นไฟท้ายรถของบริษัท เขาถึงได้เดินเข้าไปในร้านพิซซ่าที่ยังเปิดไฟสว่างจ้าและแน่นอนว่ายังคงมีลูกค้า แม้จะไม่เยอะเท่าช่วงมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นก็ตามที แบมแบมไม่ได้ตั้งใจจะหลบจากสายตาใครต่อใครตอนเดินเข้าไปในร้าน เขากวาดตามองก่อนที่ลูกค้าด้านในโต๊ะหนึ่งจะยกมือขึ้นส่งสัญญาณ

แบมแบมเดินตรงไปทางนั้น มองจากระยะไกลก็รู้แล้วว่าเป็นใคร แต่ที่แปลกใจคืออีกฝ่ายมาคนเดียวต่างหาก แบมแบมยิ้มให้คนที่นั่งอยู่ก่อน เขาลากเก้าอี้ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงตรงข้ามเพื่อนที่สวมสแนปแบ็กและเสื้อคลุมสีดำ ยกมือขึ้นเท้าคางบนโต๊ะ ตรงหน้ามีเพียงน้ำอัดลม 1 ขวดวางอยู่เท่านั้น

“ไงแบม” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้น

“ไงยูคยอม ยองแจล่ะ?” แบมแบมเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ วางเป้สะพายลงบนตักตัวเองแล้วมองหน้ามือกีต้าร์ของวง Sunrise ที่วันนี้ฉายเดี่ยว ยูคยอมยกสองมือขึ้นป้องปากก่อนจะอ้าปากไม่เปล่งเสียงให้แบมแบมอ่านปากได้ความว่า

ไป-หา-พี่-แจ็ค-สัน

“ก็นั่นล่ะ” ยูคยอมหัวเราะในลำคอเบาๆ ออกมา ตอนนั้นพนักงานเดินมาพอดีเราจึงต้องรับเมนู สั่งอาหารและเครื่องดื่ม รอกระทั่งพนักงานเสิร์ฟเดินจากไปถึงได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง

“พักนี้ออกงานคนเดียวบ่อยนะ” ยูคยอมเอ่ยทักแล้วยิ้ม ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจ่อปากขณะแบมแบมพยักหน้า

“กำลังพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์จากวงหยิ่งๆ ให้ดูเข้าถึงง่ายนะ”

“อ๋อ...ฉันกับยองแจเองก็เร่งซ้อม อัดเสียง ติดอยู่แต่เรื่องถ่ายเอ็มวีนี่ล่ะ” ยูคยอมยกมือเท้าคางอีกแล้ว มองมาทางแบมแบมก่อนจะพ่นลมหายใจหนักๆ

“แต่ทุกงานมันก็ต้องมีปัญหาอะนะ”

“ทำไมเหรอ?” แบมแบมเอ่ยถาม เราพูดคุยเรื่องแบบนี้กันบ่อย ไม่ใช่ว่าอยู่กันคนละบริษัทแล้วจะไม่พูดเรื่องการทำงานหรอก หลายครั้งที่เราชอบเอาระบบการทำงานของบริษัทตัวเองมาเปรียบเทียบกัน แต่ก็ไม่มีที่ไหนระบบดีทุกอย่างหรอก

“เรื่องผู้กำกับเอ็มวี แล้วก็พวกงบ ไม่รู้รายละเอียดหรอกแต่ตอนนี้ก็ยังไม่คืบหน้า” ยูคยอมเอ่ยออกมาแค่นั้นก่อนจะมองหน้าแบมแบมนิ่ง

“มีอะไรเหรอ?” แบมแบมยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง

“เราไม่เจอกันเดือนกว่าๆ เลยใช่ไหม?”

“อืม...”

“ดูไม่ผอมไม่ซูบเลยนะทั้งที่ทำงานหนักน่ะ เออนี่...แล้วเรื่องที่ไอ้ยองแจมันไล่ต้อนในแชทไลน์นั่นถ้าไม่อยากบอกมันจะบอกฉันก็ได้นะ ไอ้เรื่องกับพี่มาร์คเนี่ย...”

“ขนาดยูคยอมก็ยังคิดเหรอ...” แบมแบมโอดครวญ

เรื่องที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ก็คือประเด็นในกรุ๊ปไลน์ซึ่งมีเพียงแบมแบม ยองแจและยูคยอม พักนี้แบมแบมกลายเป็นประเด็นเรื่องเกี่ยวกับมาร์ค เขาพอจะรู้อยู่หรอกว่ายองแจเป็นพวกชอบอ่านข้อความตามเว็บบอร์ด ยิ่งพอแบมแบมเข้าวงการด้วยก็มักจะเป็นคนไปเจอกระทู้นู้นกระทู้นี้ชื่นชมเขาและเอามาให้อ่านอยู่เสมอ กลายเป็นว่าเพราะความสนิทสนม(เนื่องจากเป็นแฟนกัน) ระหว่างแบมแบมกับมาร์ค ทำให้กระทู้เกี่ยวกับเราสองคนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ยองแจ(ที่คงคุยกับยูคยอมต่อหน้า) เลยมาไล่ต้อนถามไถ่ในไลน์ แต่แบมแบมก็เลี่ยงได้ทุกครั้ง เขาคิดว่ายูคยอมไม่น่าจะคิดหรอก แต่พอมาเจอหน้าแล้วถามกันตรงๆ แบบนี้...

“ก็ไม่อยากคิด แต่มันก็น่าคิด” ยูคยอมหัวเราะเบาๆ ตอนเห็นแบมแบมทำหน้ายุ่งออกมา

พนักงานเสิร์ฟมาได้จังหวะพอดี เรามีพิซซ่าแป้งบางกรอบวางตรงหน้าและสปาเกตตี้ พอเห็นอาหารแล้วแบมแบมก็หยิบมีดกับส้อมขึ้นมาเตรียมพร้อม ระหว่างที่ใช้มีดหั่นพิซซ่าเป็นชิ้นอยู่นั้น ยูคยอมก็เอ่ยแทรกอีก

“กับพี่มาร์คน่ะ ชอบเขาใช่ไหม?”

“อะไรกันล่ะ!” แบมแบมเอ่ยดุ มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังเพราะคำพูดเพื่อน แต่เอาจริงๆ ไม่มีลูกค้านั่งโต๊ะใกล้ๆ พวกเราหรอก

“จะบอกว่าบริษัทสั่งก็เข้าใจ แต่เขาก็สั่งตั้งแต่ก่อนจะเดบิวต์เป็นทางการไม่ใช่เหรอ? แล้วยังไง...ทำไมพักนี้ดูสนิทกันมาก ไหนจะเรื่องบทสัมภาษณ์อีก ต้องขนาดนี้เลยเหรอ”

“ยูคยอม...” แบมแบมเอ่ยเสียงเบาออกไป

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” อีกคนเอ่ยถาม ยื่นมือมายีหัวแบมแบมแล้วดึงกลับ

“ไอ้ยองแจมันเล่าให้ฟังอยู่หรอก ก่อนหน้านั้นที่แบมเคยมาปรึกษาเรื่องพี่มาร์ค ไม่ต้องไปว่ามันทีหลังหรอก มันเพิ่งเล่าเมื่อไม่นานมานี้เพราะสงสัยเรื่องที่พวกแฟนคลับจับผิดนี่ล่ะ” ยูคยอมยกมือขึ้นเท้าคางทั้งสองมือพลางจ้องมาทางแบมแบมนิ่ง

“จะชอบพี่มาร์คบอกฉันก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจ เราเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่แฟนสักหน่อย ถึงจะ...อืม...แฟนเก่าเหรอ? ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นแฟนเก่าแบมนี่หว่า”

“ยูคยอม...”

“เราเป็นเพื่อนกันไง”

“ก็นั่นสินะ”

แบมแบมครางเสียงเบาหวิวรับคำ เด็กหนุ่มเม้มปากที่แห้งผาก ก่อนหน้านี้ก็เคยเล่าให้มาร์คฟังเรื่องที่แจ็คสันมาถามอยู่หรอก ไหนๆ เราก็เป็นแฟนกันแล้ว มาร์คก็บอกว่าแล้วแต่แบมแบม แต่ก็ไม่ได้อยากให้เขาปิดบังเพื่อนเท่าไหร่ เพราะถ้าเพื่อนรู้ทีหลังก็คงเสียความรู้สึกที่เขาปกปิดซะมากกว่า

เพื่อนไม่ใช่พวกปากโป้งใช่ไหมล่ะ?

มาร์คแค่ถามเท่านั้นเอง จำได้ว่าหลังจากนั้นยังยืนว่าให้บอกเพื่อนไปเลย และแบมแบมว่ามันก็คงถึงเวลาแล้ว ที่จริงเขาออกมาเจอเพื่อนวันนี้ก็เพราะว่าอยากบอกเรื่องนี้ด้วยปากตัวเองนั่นล่ะ เสียดายจริงๆ ที่ยองแจไม่มา

แบมแบมมองยูคยอมซึ่งก้มหน้าลงหั่นพิซซ่าให้เป็นชิ้นเล็กพลางใช้ส้อมจิ้มมันเข้าปาก ก่อนจะหันไปลุยสปาเกตตี้ครีมซอสอีกจาน แล้วเขาก็กระแอมเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ แน่นอนว่ายูคยอมเลิกคิ้วเงยหน้ามองและถามด้วยสายตาว่ามีอะไร

“ฉัน...กับพี่มาร์ค...คบกันได้เดือนหนึ่งแล้ว”

ภาพตรงหน้าออกจะตลกแต่มันก็ดูน่าสงสารไปด้วย คิมยูคยอมเบิกตาโตแล้วสำลัก ก่อนจะไอจนหน้าแดง ยกมือขึ้นปิดปากก่อนจะซัดน้ำอัดลมในแก้ว เพราะรีบร้อนดื่มรวดเร็วลมเลยตี แบมแบมต้องรินน้ำเปล่าใส่แก้วของตัวเองแล้วยื่นให้ มองจนยูคยอมค่อยๆ ไอเบาลง แต่หน้ายังแดงไปหมด ดวงตากลมๆ คู่นั้นมองแบมแบมนิ่งงัน มันปะปนไปด้วยความรู้สึกตกใจและประหลาดใจ

“เดือนหนึ่งแล้วเหรอ!?

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นด้วยวะ ก็บอกแล้วนี่ไง...” แบมแบมบ่นอุบ เมินไปใช้ส้อมพันสปาเกตตี้มาวางใส่จานตัวเอง

“ก็...ก็พอจะสงสัยแต่แบบ...เดือนหนึ่งแล้วเหรอ...”

“เออ” แบมแบมตอบสั้นๆ ก่อนจะเงยหน้ามาชี้นิ้วเพื่อน “เอาไปบอกยองแจด้วยนะ แล้วก็เหยียบเรื่องนี้ให้มิดเลย”

“รู้แล้วน่า” ยูคยอมรับปากแล้วหรี่ตามอง ขณะแบมแบมก้มหน้าลงทานอาหารตรงหน้า จู่ๆ เพื่อนก็หัวเราะในลำคอแล้วพึมพำขึ้นเบาๆ

“ไม่คิดว่าจะมีแฟนอยู่วงเดียวกัน เฮ้อ...แต่แบมก็ชอบเขามาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วนี่เนอะ”

“ก่อนหน้านั้นชอบแบบแฟนคลับ ตอนเข้ามาก็ไม่ชอบด้วย เขาปากไม่ดี”

“แล้วตอนนี้ล่ะ?” ยูคยอมเลิกคิ้วกวนๆ ถามกลับ แบมแบมอยากจะเอาส้อมในมือไปจิ้มหน้าเพื่อนแทนสปาเกตตี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ได้แค่เค้นคอตอบไปว่า

“ก็มีความสุขดี”

“แค่นั้นก็พอแล้วนี่ แค่มีความสุขก็โอเคแล้ว”

ยูคยอมเอ่ยแล้วยักไหล่เหมือนจะถามความเห็น แบมแบมยิ้มกว้างส่งให้ แค่คำพูดนั้นของเพื่อน เขาก็คิดว่ามันจริงอย่างที่ยูคยอมบอกนั่นล่ะ ตอนนี้เขาคบกับมาร์คและไม่ได้คิดถึงอนาคตเลยสักวัน เขาคิดแค่ว่าวันนี้เรามีความสุข เราอยู่ด้วยกัน เราคบกัน แบมแบมคิดแค่นี้เอง

 

 

 

มาร์คมองประตูห้องแบมแบมเปิดออก เด็กหนุ่มในชุดนอนตัวโคร่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่รู้ว่าเมื่อคืนกลับมาถึงหอพักกี่โมง ส่วนมาร์คถ่ายแบบทำงานเสร็จตอนตีหนึ่งและกลับถึงหอพักตอนตีหนึ่งกว่า ระหว่างทางกลับเขาถามหาแบมแบม พี่ฮยอนอูเลยบอกว่าอีกฝ่ายน่าจะนัดกับเพื่อนไว้ย่านใกล้หอพัก Sunrise มาร์คคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะกลับมาแล้ว ตอนถึงหอพักเมื่อคืนเขาเปิดประตูและไม่พบแบมแบมนอนอยู่บนเตียง

ส่วนวันนี้...ตารางงานเดี่ยวๆ ของมาร์คโดนเลื่อน เขาเลยไม่ได้บอกแบมแบมว่าตัวเองไม่มีงาน ส่วนเรื่องแบมแบมไม่มีงานน่ะเขารู้อยู่แล้วแน่นอน มาร์คตื่นแต่เช้า ไม่ใช่เพราะนอนไม่หลับแต่เพราะหิวมากกว่า หลังจากทานมื้อเช้าง่ายๆ และส่งแจบอมถึงหน้าประตูห้องเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งหอพักก็เหลือเพียงมาร์ค แบมแบมและจินยองซึ่งมีงานตอนเที่ยง ตอนนี้จินยองน่าจะอ่านหนังสือหรือไม่ก็อยู่ในโลกส่วนตัวในห้อง และแบมแบมเพิ่งตื่นออกมาจากห้อง

“อ้าว...พี่มาร์ค...วันนี้ไม่ไป อื้อ...”

แบมแบมส่งเสียงประท้วงเบาหวิวตอนมาร์คก้าวเข้าไปหาด้วยช่วงขายาว แบมแบมเอ่ยเสียงยานครางพลางขยี้ตาไปด้วย ส่วนมาร์คหยุดยืนประชิดตัวอีกคนแล้วก็รวบเด็กตัวนิ่มคนนั้นเข้ามากอดเต็มอ้อมแขน แถมยังกดจูบเข้าที่หน้าผากแบมแบมจนคนเด็กกว่าต้องส่งเสียงประท้วงและเอียงหน้าหลบ

“ไม่ไปทำงานเหรอครับ”

“วันนี้ไม่มีงาน”

“อ้าว? แล้วไหน...”

“โดนเลื่อนน่ะ มานี่ดีกว่า อยากทานอะไร” มาร์คเปลี่ยนจากกอดมาโอบเอวแบมแบมแล้วพาเดินเข้าไปทางห้องครัว แบมแบมพยายามมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะกระซิบถามว่า

“ไม่มีใครอยู่เหรอครับ”

“จินยองอยู่ในห้อง แจบอมออกไปแล้ว” มาร์คตอบตอนที่พาแบมแบมมาถึงห้องครัวพอดี พอจะลากเก้าอี้ให้นั่งและบริการคนเพิ่งตื่น แบมแบมก็ทำหน้ายุ่ง

“ผมไม่ใช่ผู้หญิง”

“ก็อยากทำให้” มาร์คส่งเสียงอ้อน แบมแบมทำเสียงขึ้นจมูกก่อนจะส่ายหน้า สองขาพาตัวเองเดินไปหยิบแก้วเซรามิคแล้วตักผงโกโก้ใส่แก้ว ก่อนจะเทน้ำร้อนจากกาต้มสีเงินใส่แก้ว มาร์คไปยืนซ้อนหลังแล้วหยิบช้อนให้

“พี่มาร์ค...มันเบียด...” แบมแบมส่งเสียงประท้วง เพราะมาร์คไปยืนอยู่ด้านหลัง แขนข้างหนึ่งเท้ากับเคาน์เตอร์ แขนอีกข้างโอบแบมแบมแต่มือใช้ช้อนคนในแก้วให้

“หันหน้ามา” มาร์คกระซิบใกล้หู แบมแบมทำเสียงอึกอักเหมือนบ่นแต่ก็ยอมหันกลับมาเผชิญหน้า มาร์คก้มลงมองเด็กหนุ่มตัวผอมที่โดนแขนเขากักบริเวณเอาไว้แล้วยิ้ม

“คิดถึงพี่ไหม?”

“โอ๊ย มาถามอะไรแบบนี้แต่เช้า บ้าเหรอ?” แบมแบมโวยแต่ก็ไม่กล้าเสียงดังเพราะจินยองยังอยู่ในห้อง สุดท้ายเลยเลือกเอาหัวโหม่งอกมาร์คเบาๆ แล้วโวยวายเสียงหงุงหงิง

“เออเป็นบ้าก็ยอม ตอบสิ”

“พี่มาร์ค!

“อะไรล่ะครับน้องแบมแบม” มาร์คก้มหน้าลงไปอีก ปลายจมูกเราแตะกันตอนมาร์คเอ่ยประโยคนั้นจบ ดวงตากลมๆ คู่นั้นเหลือบมาสบตามาร์คแค่แวบเดียว ริ้วข้างแก้มก็กลายเป็นสีแดงเรื่อก่อนจะหลุบตาต่ำลง

“ผมต้องคิดถึงพี่มาร์คอยู่แล้วสิ”

“จูบนะ”

มาร์คไม่ได้รอคำอนุญาต เขาพูดแบบนี้ทุกครั้งเพื่อเป็นการบอกแบมแบมกลายๆ ว่า พี่จะจูบแล้วนะเพราะหลังจากนั้นจมูกเราก็บดเบียดกัน แล้วริมฝีปากมาร์คก็แตะลงที่กลีบปาก มือที่คนช้อนโกโก้อยู่ก่อนหน้านั้นเปลี่ยนมาประคองแผ่นหลังแบมแบมแทนแล้ว

เด็กหนุ่มแหงนเงยใบหน้าขึ้นมา มาร์คยิ่งจูบได้ถนัดขึ้น เขาเริ่มจากลิ้มชิมริมฝีปากนิ่มหยุ่นเหมือนกำลังดื่มด่ำโกโก้ที่ต้องค่อยๆ ชิมเพราะยังร้อน หากกลิ่นหอมหวานชวนยั่วยวนยิ่งทำให้อยากดื่มอีก มาร์คงับริมฝีปากล่างแบมแบม ลากเลื่อนมาจูบที่มุมเสียงจุ๊บเบาๆ แบมแบมหายใจแรงขึ้น ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้ามาร์ค แล้วเขาก็จูบหนักหน่วงขึ้น

เอาน่า...โกโก้มันต้องกินตอนร้อน ถึงมันจะลวกปากนิดหน่อยก็เหอะ

แบมแบมจับที่ท่อนแขนแล้วหยิกมาร์คจนรู้สึกเจ็บ แต่กลีบปากแบมแบมชวนให้หมกมุ่นมากกว่ารอยเจ็บเท่ามดกัดซะอีก มาร์คสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ท่าทีแข็งขืนตอนแรกกลายมาเป็นวงแขนเรียวนั่นสอดเข้าโอบที่เอวมาร์คหลวมๆ

“อื้อ...” มาร์คชอบฟังเสียงครางเบาๆ ของแบมแบม เสียงอื้อ เสียงอืม ชอบเวลาอีกฝ่ายกลืนน้ำลายแล้วลูกกระเดือกเคลื่อนที่ด้วย

มาร์คจูบหนักขึ้น แบมแบมเหมือนจะหายใจไม่ทัน เขาปล่อยให้อีกคนสูดลมหายใจเข้าปากเพียงชั่วแวบก็จูบลงไปใหม่ ปลายลิ้นมาร์คราวงูฉกวูบ เสียงอ่า...เบาๆ ทำให้มาร์คต้องผละจูบออกมาแล้วขำ

“ถ้าไม่หยุดจูบแบมแบมพี่ต้องอยากได้มากกว่าจูบแน่ๆ”

“ฮื้อ...” แบมแบมส่งเสียงฮึดฮัด มาร์คยกนิ้วขึ้นเกลี่ยริมฝีปากล่างที่ปกติก็เจ่อ แต่พอโดนจูบหนักๆ ตอนนี้มันเจ่อหนักกว่าเดิมซะอีก กลีบปากเลื่อนไปจูบที่หน้าผากแบมแบมก่อนจะเว้นที่ว่างให้

“เดี๋ยวโกโก้จะเย็นซะก่อน รีบดื่มเถอะครับ”

“แล้วมันเพราะใครล่ะ” แบมแบมบ่นอุบ ถือแก้วเซรามิคก่อนจะเดินไปนั่งหน้ายุ่งอยู่ที่เก้าอี้ในโต๊ะทานอาหาร โดยมีมาร์คยังป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ

“เมื่อคืนกลับกี่โมงเหรอ?” มาร์คหันไปหยิบไอแพดมาวางใกล้ๆ มือพลางถาม แบมแบมยังเป่าลมฟู่ๆ ใส่ของเหลวในแก้ว ขณะเงยหน้ามอง

“อืม...ตีสองกว่าๆ มั้งครับ”

“ดึกนะ” มาร์คชี้นิ้วคาดโทษ

“ผู้จัดการยูคยอมมาส่งครับ ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ” แบมแบมยิ้มกว้างให้ มาร์คพยักหน้าหงึกแล้วก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก เขาวางไอแพดไว้ตรงหน้าแล้วกดเปิดหน้าจอเพื่ออ่านนู้นอ่านนี่ พร้อมกับเหลือบมองแบมแบมซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเป็นระยะ

แบมแบมยังคงอยู่ในห้องครัวกับมาร์ค เดี๋ยวก็ลุกไปหยิบขนมปัง ลุกไปหยิบชามมาเทซีเรียลใส่ เด็กกำลังโตก็คงแบบนี้ อีกแป๊บก็ลุกไปหยิบโยเกิร์ตออกมาจากตู้เย็นมานั่งกิน

มาร์คได้แต่อมยิ้มขณะเลื่อนปลายนิ้วกดอ่านข่าวในบอร์ด กระทู้ของศิลปินวงอื่นน่าสนใจบ้างก็มีที่เขากดเข้าไปอ่าน หรือกระทู้เกี่ยวกับวงตัวเองซึ่งเหล่าแฟนคลับมาตั้ง ก่อนจะเห็นชื่อกระทู้เกี่ยวกับแบมแบมและยูคยอม สองชื่อนี้มักจะทำให้เขาสนใจได้รวดเร็วเป็นพิเศษ

‘Topic : แบมแบมกับยูคยอมเมื่อคืนนี้

มาร์คกดเข้าไปเพราะไม่เห็นชื่อยองแจ ก็มาร์คเข้าใจมาตลอดว่าแบมแบมไปเจอเพื่อนๆ วง Sunrise เหลือบตามองเด็กที่กำลังตักโยเกิร์ตเข้าปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย มาร์คกดเข้าไปอ่านเนื้อหาในกระทู้อย่างไม่คิดอะไร

เมื่อคืนนี้ประมาณเที่ยงคืนเจอแบมแบมกับยูคยอมที่ร้านพิซซ่าแถว xxx ค่ะ ใกล้ๆ หอพัก Sunrise ไม่เจอยองแจ ทั้งสองคนสั่งพิซซ่าแล้วก็นั่งคุยกันอยู่นานมาก ฉันเป็นพนักงานที่ร้าน ตอนเขามาเช็คบิลก็เลยลองขอลายเซ็น ทั้งคู่ใจดีมากเลยค่ะเพราะเซ็นให้ฉันด้วย ฉันแอบถ่ายมาได้ 3-4 รูปเพราะเกรงใจ แล้วก็มีรูปลายเซ็นที่พวกเขาให้ฉันมาด้วย

มาร์คมองภาพเหล่านั้น แม้จะไม่ชัดแต่ก็เห็นว่ามีแค่สองคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน แบมแบมและยูคยอมเพียงแค่นั้น ไร้เหงาร่างยองแจร่วมโต๊ะ มาร์ควางไอแพดในมือลง ก่อนจะตัดสินใจอ้าปากจะเอ่ยถามแบมแบมไปให้หายสงสัย หากเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขัดขึ้นซะก่อน

แบมแบมเงยหน้ามามอง เขาหันไปคว้าโทรศัพท์ก่อนจะยิ้มให้แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า

“พี่ไปคุยโทรศัพท์นะ เดี๋ยวมา”

“ครับ”

แบมแบมยิ้มแล้วรับปาก ก้มหน้าลงไปทานโยเกิร์ตต่อ ขณะที่มาร์คถือโทรศัพท์ออกมาจากห้องพลางถอนหายใจ เขามองเบอร์ที่โทรเข้ามาก่อนจะกดรับ

สายนี้น่ะ...รับต่อหน้าแบมแบมไม่ได้จริงๆ

 

 

 

ช่วงบ่ายของวันที่ทั้งมาร์คและแบมแบมไม่มีงาน เราตกลงกันว่าจะมาบริษัทเพราะแบมแบมรับรู้ถึงความไม่ค่อยปลอดภัยถ้าหากยังอยู่ในหอพักกับมาร์คแค่สองคน เราเลยมานั่งกันในห้องซ้อม แบมแบมนั่งเกลาสายกีต้าร์ ขณะที่มาร์คนั่งประจำหน้าที่หลังกลองชุดและเริ่มวอร์มเบาๆ

แบมแบมชอบแบบนี้ เราเป็นนักดนตรีกันทั้งคู่และชอบเพลงแนวๆ เดียวกัน แม้จะมีแค่กลองและกีต้าร์ไร้คนร้องนำ เราทั้งคู่ก็สามารถเล่นเพลงเดียวกัน มีเพียงทำนองล่องลอยระหว่างเรา

ตอนนี้ห้องซ้อมซึ่งมีเพียงเราสองคน กับเสียงกลองและกีต้าร์เพลง Rather be และไร้เสียงคนร้อง แบมแบมนั่งอยู่บนเก้าอี้ กีต้าร์ไฟวางบนตัก มือข้างหนึ่งกดคอร์ดและเปลี่ยนไปเรื่อย ขณะมืออีกข้างถือปิ๊กกีต้าร์ ส่วนมาร์คก็เหลือบมองแบมแบมสลับกับกระดาษใส่โน้ตเพลงตรงหน้า เราเล่นจนจบเพลงก่อนจะเงยหน้ามองกัน

“แบมแบมลองร้องเพลงนี้สิ”

“พี่มาร์คก็ช่วยร้องด้วยสิ ผมร้องเพลงนี้ไม่จบ” แบมแบมโอดครวญ มีแค่ท่อนฮุคเองที่จำได้แม่น ไหนจะต้องสนใจกีต้าร์และคอร์ดที่ยังจำได้ไม่ครบ มาร์คยังมาใช้ให้แบมแบมร้องเพิ่มอีก

“งั้นเอาใหม่นะ”

“อืม...”

มาร์คเคาะไม้กลองเริ่มต้น เพลง Rather be เป็นเพลงที่มาร์คยัดใส่ในมิกซ์เทปที่เขาทำให้แบมแบมเป็นพิเศษ มีแบมแบมที่มีไฟล์นั้นร่วมกับเขานั่นล่ะ หลายครั้งที่หูฟังซึ่งเราเล่นชนะมาด้วยกันจากรายการวิทยุถูกเราแบ่งกันคนละข้าง เสียบใส่หูแล้วก็ฟังไฟล์เพลงนั้นไปด้วยกัน และดูแบมแบมจะชอบเพลงนี้เป็นพิเศษ เพราะช่วงหลังมาร์คได้ยินอีกคนฮัมเพลงนี้พลางเคาะนิ้วเป็นจังหวะอยู่บ่อยๆ

มาร์คไม่ใช่คนใส่ใจคนรอบข้างนักหรอก แต่ถ้ามีแฟนเมื่อไหร่เขาก็มักจะเป็นแบบนี้เสมอ มาร์คลองแกะโน้ตกลองเพลงนี้เอง แล้วก็ไหว้วานให้เพื่อนแกะคอร์ดกีต้าร์เพลงนี้ให้ด้วย เขาส่งไฟล์นั้นให้แบมแบมในวันหนึ่ง และอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่าถ้าเราว่างตรงกันอยากจะลองเล่นเพลงนี้กับมาร์ค และนี่คือวันนั้นของเรา

We're a thousand miles from comfort.

มาร์คกลายเป็นคนที่ร้องเพลงท่อนแรกออกไปก่อน เขายังนั่งอยู่หลังกลองและมองหน้าแบมแบมที่ต่อท่อนต่อไปให้อย่างรู้หน้าที่

We have traveled land and sea.

ที่จริงแล้วเพลงนี้ทำนองออกจะสดใสและความหมายเพลงก็พูดถึงเรื่องคนรักแบบหวานหยด แบมแบมเล่นกีต้าร์สลับกับเงยหน้ามองมาร์คไปด้วยตอนที่ทั้งเล่นและร้อง เขาไม่เข้าใจนักหรอก แต่ตอนที่มาร์คเน้นประโยคสุดท้ายของท่อนฮุคหนักๆ มาหลายรอบ กระทั่งจบเพลงด้วยท่อนนั้น แบมแบมก็พอจะเข้าใจความหมาย

When I am with you, there's no place I'd rather be.

มาร์ควางไม้กลองก่อนจะเดินมาหาแบมแบม เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้เก็บกีต้าร์ลงจากตักด้วยซ้ำตอนที่โดนมือกลองเชยคางให้เงยหน้าขึ้นแล้วมาร์คก็ก้มมาจูบที่ข้างแก้มเบาๆ

“เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอก” แบมแบมบ่นอุบแล้วมองไปทางประตูห้องซึ่งมีช่องกระจกใสไว้ให้ข้างนอกมองเห็นด้านในได้และด้านในมองทะลุเห็นทางเดิน

“ไม่มีหรอก มานี่มา มีอะไรจะให้”

“หือ? ให้ผมเหรอ?”

“ใช่สิ” มาร์คหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินนำแบมแบมไปยังเก้าอี้นั่งด้านหลังห้องซ้อม

เขาหย่อนกายนั่งลงก่อนพลางมองแบมแบมที่เพิ่งจะวางกีต้าร์ให้เรียบร้อย มาร์คหยิบเป้สะพายขึ้นมาวางบนตัก แบมแบมเดินมานั่งลงที่ว่างข้างๆ หันไปหยิบขวดน้ำเปล่ามาดื่มแก้กระหายและมองมาร์คอย่างคาดหวังไปด้วย มือกลองของวงหยิบซองใสๆ ขึ้นมาก่อนจะยื่นให้แบมแบม

“พี่ให้”

แบมแบมรับมันมาวางบนมือ เขาเทของชิ้นนั้นออกมาจากซอง มันกลิ้งหล่นลงบนฝ่ามือ เด็กหนุ่มมองปิ๊กกีต้าร์สีขาวนวลได้รูปบนมือ ก่อนจะพลิกมองด้านหลังแล้วหน้าแดงเรื่อ

‘I PICK YOU’

แทนที่จะเป็นชื่อแบมแบมหรือชื่อของเราสองคน มันคือประโยคซึ่งมีเพียงสามพยางค์ชวนเขินพอๆ กับประโยคบอกรักอีกต่างหาก แบมแบมยิ้ม กับปิ๊กกีต้าร์อันใหม่ของตัวเอง และทุกๆ ท่าทางก็อยู่ในสายตาของคนข้างๆ

“ชอบไหม?”

 “ชอบครับ”

แบมแบมเงยหน้ามามองก่อนจะเอนหัวไปซบไหล่อีกฝ่ายอย่างอ้อนๆ มือยังจับปิ๊กกีต้าร์เอาไว้ มองสามพยางค์ที่สลักเอาไว้บนปิ๊กด้านหนึ่งอย่างภาคภูมิใจ

“เดี๋ยวพี่จะไปกดน้ำผลไม้ เอาน้ำอะไรดีครับ” มาร์คเอ่ยบอกแล้วลุกขึ้น แบมแบมเลยเอนหลังไปพิงผนังแทน

“ผมดื่มได้หมด”

“งั้นรอก่อนนะ”

มาร์คยังเอื้อมมือมายีผมเขาก่อนจะออกไปอีก พอเสียงปิดประตูห้องซ้อมดังขึ้น แบมแบมถึงได้เบนสายตาลงต่ำ มองมือข้างขวาซึ่งถือปิ๊กกีต้าร์เอาไว้ เขายังอมยิ้มกับของที่มาร์คตั้งใจให้ ก่อนจะลุกไปทางกีต้าร์เพื่อใช้ปิ๊กอันใหม่ลองเล่นสักเพลงดู

แบมแบมเพิ่งลองใช้ปิ๊กดีดไปได้ 2-3 ทีเสียงครืดจากมือถือมาร์คก็ดังขึ้น เขามองไปทางกระเป๋าสะพายของอีกฝ่ายที่วางอยู่บนเก้าอี้ตรงที่เขาเพิ่งลุกมาก่อนจะเลิกสนใจ แบมแบมก้มหน้าลงอีกครั้ง คราวนี้เสียงสั่นนั่นรัวขึ้นอีก 3-4 ทีจนแบมแบมเดาะลิ้น เขาว่าคนที่กระหน่ำส่งมาขนาดนี้อาจจะมีเรื่องด่วนก็ได้ แบมแบมวางกีต้าร์แต่ยังไม่วางปิ๊ก เขาเดินไปรื้อกระเป๋ามาร์คแล้วหยิบมือถือมามอง จะได้ออกไปบอกอีกฝ่ายว่าใครโทรหรือส่งอะไรมาให้

แต่ตอนเห็นชื่อที่ส่งข้อความมาหามาร์ค เด็กหนุ่มก็เม้มปากแล้วเก็บมือถือกลับคืนไว้ในเป้ วางมันลงที่เดิม แบมแบมเดินเชื่องช้าไปหย่อนกายนั่งลง หยิบกีต้าร์มากอดแล้วมองข้อความ I PICK YOU บนปิ๊ก เขาถอนหายใจก่อนจะเงยหน้ามองเพดานห้องซ้อม วงแขนกอดกีต้าร์เนื้อลื่นแน่นขึ้นอีก เขาควรรู้สึกยังไงดีนะ เพราะคนที่โทรหามาร์คน่ะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่แบมแบมรู้จัก หรือมาร์ครู้จักคนชื่อนี้มากกว่าหนึ่งคน

โอนารา...

 

 

 

สวัสดีค่ะ ;o; ทิ้งช่วงไปนานมากแต่ไม่ว่างจริงๆค่ะ ตอนนี้ก็สปีดอัพช่วงที่ว่างแต่งจนจบตอน
ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่นึกถึง ติดแท็กถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะอัพ
5555555555555
มาอัพแล้วนะคะ แถมความหน่วงให้ตอนจบตอนด้วย ฮิฮิฮิ /หัวเราะเสียงสูงปรี๊ด
ตอนหน้าจะพยายามมาอัพให้ได้ช่วงต้นอาทิตย์หน้านะคะ
;_____;
ขอบคุณที่ติดแท็ก #ficfakemb คอมเมนต์หรือแม้แต่บอกต่อว่าฟิคเรื่องนี้น่าอ่านค่ะ
ไว้เจอกันตอนหน้านะเจ้าคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,341 ความคิดเห็น

  1. #2286 ฺBeau (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 20:05
    พี่มาร์คคคคค มันน่ารัก ถ้าน้องโกรธนะะะะ ค่อยดูเถอะ จะสมน้ำหน้าให้
    #2,286
    0
  2. #2245 BMN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 20:57

    เฮ้ออ..ทำไมถึงยังคุยกันละ

    เอาจริงๆนะ ถึงแม้ยูคยอมจะเคยเป็นแฟนเก่าแบมมาก่อน แต่เราว่ามาร์คกับโอนาราเนี่ยคือแบบไงดีละ มาร์คดูจะเป็นจะตายมากเลยนะตอนนั้น แถมมาร์คเองก็เคยพูดเองว่ารักโอนารามาก ถ้าเราเป็นแบมเราก็คิดมากนะบอกเลย ขนาดมาร์คเองยังคิดเรื่องยูคยอมเลยอ่ะ

    #2,245
    0
  3. #2186 ojay2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 09:10
    กลิ่นมาม่าลอยมาาาาา
    #2,186
    0
  4. #2160 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:08
    หวานมากกก พอตอนสุดท้าย ขอหาทิชชู่แป๊บบ
    #2,160
    0
  5. #2159 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:07
    หวานมากกก พอตอนสุดท้าย ขอหาทิชชู่แป๊บบ
    #2,159
    0
  6. #2147 ขิมวันเอ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:01
    อย่าม่านะ ทิชชู่หมด
    #2,147
    0
  7. #2073 ____wpd (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 11:59
    นางมาติดต่อมาร์คทำไมอีกห้ะะะ เลิกติดต่อเลยนะมาร์ค
    #2,073
    0
  8. #2062 bbunnymm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 09:47
    อย่าดราม่าเลยนะ กราบบ
    #2,062
    0
  9. #2037 mellow_aa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 15:57
    เอาล่าาา จะได้กลิ่นมาม่ามั้ยนะ ยังเชื่อใจมาร์คอยู่นะ ประโยคที่เคยย้ำในอดีตน่ะ ยังเชื่อใจอยู่นะ ส่วนแบมกะน้องคยอมเชื่อว่าไม่มีอะไรจิงๆ ซึ่งมาร์คอาจจะยังระแวงบ้างก็เข้าใจนะแฟนเก่า ก็เหมือนแบมไง
    #2,037
    0
  10. #2016 soul_hyukjae (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 17:56
    นางกลับมาไม
    #2,016
    0
  11. #1999 M.m1nt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 23:12
    จะโกรธพี่มร์คละนะ-*-
    #1,999
    0
  12. #1980 นักอ่าน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 16:02
    เกิดไรขึ้นปะเนี่ย ไม่ยอมนะ มาร์คแบมออกจะมุ้งมิ้งอบอุ่นน่ารักขนาดนี้ ไม่ยอมอ่าาาาาาาา ไม่เอา เอามาร์คแบมน่ารักน่าร้าก
    #1,980
    0
  13. #1973 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 21:25
    ทำไมละพี่มาร์คคคค
    #1,973
    0
  14. #1961 Mayu3467 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 15:13
    เริ่มหน่วงแล้วอ่ะะ
    #1,961
    0
  15. #1933 9nawKIHAE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 23:58
    ฟีลกำลังดีได้ที่ มีโอนารามาขัดทำมมมมม! 
    #1,933
    0
  16. #1930 PeAriiS (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 23:33
    มันจะหน่วงแลัวใช่มั้ย T___T
    #1,930
    0
  17. #1901 เอลฟ์ธรรมะ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 23:13
    มันหน่วงในหัวใจ น้ำจะไหลค่ะ
    #1,901
    0
  18. #1890 m_sseob (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 20:59
    โอนาราเลิกยุ่งซะทีซิ ;-;
    #1,890
    0
  19. #1887 MBKY; (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 20:36
    นาราโทรมาทำไม มีเรื่องเดือเนื้อร้อนใจปะ ถ้าติดต่อกันแบบนี้ก็ติดต่อมาตั้งแต่วันนั้นแล้วปะ มาร์คคงไม่นอกใจแบมใช่ไหมก็ดูรักแบมขนาดนั้นงะ อาจจะเป็นห่วงเเบมเลยไม่อยากให้รู้หรอ
    #1,887
    0
  20. #1467 Plankton exoTic (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 14:50
    บันทัดสุดท้ายนี้มัน....
    #1,467
    0
  21. #1349 n_mb (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 23:54
    ความดราม่ากำลังมาาา
    #1,349
    0
  22. #1334 Nppc (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 08:47
    ถึงจุดนี้บอกเลยว่าเขินมากอะไรจะเรียลขนาดนี้

    ไรท์เหมือนไปใช้ชีวิตยุกะวงChaosเลย

    รออ่านน๊า
    #1,334
    0
  23. #1333 Just JB (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 01:15
    หวังว่าชื่อเรื่อง จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับตอนจบนะคะ ^^
    #1,333
    0
  24. #1332 Kibibiza (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 18:51
    เริ่มม่าล่ะ T______T
    #1,332
    0
  25. #1331 Fairyairie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 11:17
    อ่านเวลามาร์คจูบแบมแล้วเคลิ้มมากเลยไรท์เขียนเก่งอะมันโรแมนติก

    และแล้ว ความดราม่าก็กำลังจะมา สายไม่พูดแบบแบมนี่น่าจะมาม่าอืดใช้ได้เลย
    #1,331
    0