[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 18 : FAKE - Chapter 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    15 ก.ค. 58

F A K E

 

Chapter 16

 

 

เช้าวันนั้นมาร์คตื่นขึ้นมาและคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังฝันอยู่ก็ได้ ทุกอย่างมันดีไปหมด เขาจำได้แม้กระทั่งตอนที่ตัวเองดันแผ่นหลังแบมแบมเข้าไปในห้องนอนหลังจากที่อีกฝ่ายเอ่ยปากให้เราลองคบกัน บานประตูห้องของอีกคนปิดลง มาร์คยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอยู่ชั่วอึดใจด้วยซ้ำกว่าจะยอมเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง

เขาออกมาจากห้องนอนและพบว่าห้องน้ำถูกยึดไปโดยใครสักคน เดินเข้าห้องครัวก็เจอแจบอมที่จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว มาร์คเดินไปหยิบแก้วเซรามิคบนชั้น เทน้ำเปล่าก่อนจะลากเก้าอี้ลงนั่งตรงข้ามเพื่อนร่วมวง

“ใครอยู่ในห้องน้ำ”

“จินยอง” แจบอมตอบสั้นๆ ขณะกำลังละเลงหน้าขนมปังด้วยแยมสตรอเบอร์รี่พลางยกมันกัดเข้าปาก มาร์คจิบน้ำในแก้ว วางมันลงก่อนจะเอ่ยถามไปอีกว่า

“แบมแบมล่ะ?”

“ยังไม่ตื่นมั้ง เออ...มึงไปปลุกแบมแบมหน่อยสิ”

“อืม”

มาร์คพยักหน้าหงึก สีหน้าเรียบนิ่งเป็นปกติขณะลุกจากโต๊ะทานอาหารในห้องครัวแล้วตรงไปทางห้องนอนของแบมแบม จับลูกบิดประตูที่เมื่อคืนอีกคนบอกว่ามันไม่ได้เป็นอะไรแล้วหมุนเปิดเข้าไปในห้องนอนของอีกฝ่าย ในนั้นยังมืดแต่ก็พอจะเห็นทุกอย่างในห้องบ้างเพราะนี่ก็หกโมงเช้าแล้ว

ขายาวก้าวไปหยุดอยู่ข้างเตียง แบมแบมโผล่แค่เส้นผมออกพ้นหมอนที่เจ้าตัววางมันทับหน้าตัวเอง ผ้าห่มคลุมแค่ท่อนกายด้านล่างอย่างลวกๆ มองแค่นี้ก็ดูออกว่าอีกคนนอนดิ้นขนาดไหน มาร์คยื่นแขนไปแตะไหล่อีกคนเขย่าเบาๆ ปกติแล้วหน้าที่ปลุกแบมแบมเป็นของจินยอง ซึ่งวันนี้แจบอมคงเห็นว่ามาร์คว่างก็เลยเอ่ยปากไหว้วานให้มาปลุกน้องเล็กของวง

“แบมแบม”

เขาเรียกชื่ออีกคนเบาๆ เขย่าแขนเล็กน้อยเพราะกลัวว่าอีกคนจะตื่นมาทำสีหน้าหงุดหงิดเนื่องจากถูกขัดจังหวะการนอน เด็กหนุ่มขดตัวก่อนจะเหวี่ยงหมอนออกจากหน้า ยกหลังมือขยี้ตาก่อนจะพูดเสียงอู้อี้ว่า

“ขอโทษครับพี่จินยอง”

“นี่พี่มาร์คต่างหาก”

มาร์คเอ่ยเสียงเรียบออกไป คราวนี้แบมแบมหันมาอย่างรวดเร็ว รีบผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วจ้องมาร์ค ดวงตากลมๆ คู่นั้นกะพริบปริบๆ แล้วก็ค่อยๆ เบือนหน้าหนีไปทางอื่นตอนที่รู้สึกตัว

“อ่า...พี่มาร์ค ทำไมวันนี้มาปลุกผมล่ะครับ”

“แจบอมบอกให้มาปลุก จินยองมันอาบน้ำอยู่น่ะ”

“อ๋อ ผมตื่นสาย จะ...” แบมแบมพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองพลางทำท่าทีร้อนรนจะลุกจากเตียง แต่ตอนนั้นมาร์คแตะไหล่ก่อนจะกดน้ำหนักให้แบมแบมนั่งอยู่ที่เดิม

“เอ่อ...”

“เมื่อคืนพี่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”

มาร์คถามออกไปเสียงเบา เขาก็แค่อยากได้ความมั่นใจอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเมื่อคืนแบมแบมเมาน้ำผลไม้แล้วพลั้งปากพูดเล่นหรืออะไรแบบนั้นหรอกใช่ไหม เด็กหนุ่มเหลือบตามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือมาแตะมือมาร์คซึ่งยังวางบนไหล่ของเจ้าตัว

“ไม่ได้ฝันครับ”

“งั้น...”

มาร์คลากเสียงยาวก่อนจะเปลี่ยนท่าทางมือด้วยการลากมาจับหัวไหล่แบมแบม ขณะที่ก้มหน้าลงไปหา เด็กหนุ่มนั่งนิ่งกะพริบตา มาร์คยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเราสองคนชนกัน

“พี่จูบ...”

“มาร์ค! แบมแบม! ออกมาได้แล้ว ห้องน้ำว่างแล้วนะ”

จินยองตะโกนพลางเคาะประตูห้องดังมาจากด้านหน้า แบมแบมเลยดันแผ่นอกมาร์คออก ขณะที่มือกลองของวงเองก็ชะงักไปเช่นกัน เราหันไปมองหน้าประตูทันทีแต่พอเห็นว่าจินยองเงียบเสียงไปก็หันกลับมามองหน้ากัน มาร์คหัวเราะเบาๆ ออกมา แบมแบมเลยยิ้มให้

“งั้นแค่นี้ก็ได้”

มาร์คเลื่อนไปปัดเส้นผมด้านหน้าของแบมแบมแล้วจูบเบาๆ ตรงกลางหน้าผาก เขาเดินถอยห่างออกมาแล้วดึงแบมแบมให้ลุกขึ้นยืน บอกสั้นๆ ว่าจะออกไปรอข้างนอกก่อนจะเดินหนีมา เขารู้ว่าแบมแบมคงอยากจะมีช่วงเวลายืนเขินโดยที่ไม่มีเขายืนอยู่ตรงนั้น

และมาร์คเองก็อยากได้ช่วงเวลาเขินโดยแบมแบมไม่เห็นเช่นกัน

 

 

 

เสียงจอแจของบรรดา FanC ในโรงหนังค่อยๆ เงียบลงตอนพวกเราก้าวขึ้นไปบนเวทีและเอ่ยแนะนำตัว หลังจากนั้นเสียงชัตเตอร์ก็กระหน่ำมาจากทุกทิศทุกทาง ตามด้วยแสงแฟลชที่สาดมาไม่หยุด แจบอมยังจับไมค์และรับหน้าที่เอ่ยพูดถึงงานวันนี้ แบมแบมพยักหน้าพลางเงี่ยหูฟังหัวหน้าวงสลับกับโบกมือให้แฟนคลับกลับไปบ้าง

วงของเราเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรองเท้ากีฬายี่ห้อหนึ่งและวันนี้ก็มีงานแฟนมีตติ้งเล็กๆ ในฐานะพรีเซนเตอร์ เป็นงานที่คัดเลือกผู้โชคดี 100 คน เพื่อให้เราแจกลายเซ็นและพูดคุย แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วผู้โชคดีก็คือเหล่า FanC ที่ทุ่มเทกับการซื้อรองเท้ากีฬาเพื่อจะได้เข้าร่วมงานอยู่แล้ว

หลังจากแจบอมพูดจบเราก็เดินไปนั่งประจำที่ อันที่จริงไม่มีลำดับแน่นอนใดๆ หรอกว่าเราจะนั่งตรงไหน ทุกครั้งที่มีงานแจกลายเซ็นเราก็แค่เดินไปนั่งก็จบ แต่คราวนี้ตอนที่แบมแบมตั้งใจว่าจะนั่งถัดจากแจบอมซึ่งเป็นคนแรกของโต๊ะ มาร์คก็ดึงข้อมือเขาเอาไว้แล้วลากแบมแบมไปอีกฝั่ง

“อะไรเหรอครับ?” แบมแบมเอ่ยถามตอนมาร์คกดไหล่ให้เขานั่งเก้าอี้ตัวสุดท้าย ส่วนเจ้าตัวก็หย่อนกายนั่งลงข้างๆ ถัดจากมาร์คคือจินยองและแจบอมตามลำดับ

“ไม่มีอะไร แค่อยากนั่งข้าง...แฟน”

มาร์คยื่นหน้ามากระซิบตอนประโยคท้าย แบมแบมถลึงตาก่อนจะยกมือขึ้นตีไหล่อีกคนแล้วยกนิ้วแตะปาก มาร์คหัวเราะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเอ่ยเสียงติดตลกว่า

“ไม่มีใครได้ยินหรอก”

“ถ้าแฟนคลับอ่านปากออกล่ะ” แบมแบมบ่นอุบ มาร์คหัวเราะพรืดก่อนจะส่ายหน้า

“เขาเป็นแฟนคลับแบมแบม ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจสากล”

แต่ก็รื้อประวัติก่อนแบมแบมเดบิวต์มาได้ยังกับเอามาจากฐานข้อมูลรัฐบาลนะ...

แบมแบมเถียงในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป เสียงเพลงของวงเราถูกเปิดดังคลอไปด้วยตอนที่แฟนคลับคนแรกเดินขึ้นมาบนเวที เอ่ยทักทายแจบอมและยื่นบุ๊คเล็ทให้เซ็น ขณะที่คนข้างๆ แบมแบมโบกไม้โบกมือให้แฟนคลับแถมจู่ๆ ก็ยกมือขึ้นโอบไหล่แบมแบมอีกต่างหาก

“พี่มาร์ค...อะไรอีกอะ...”

“นู้นๆ ป้ายคู่เรา”

“ตรงไหน?” แบมแบมหรี่ตาพยายามมองสู้แสงแฟลช ก่อนที่มาร์คจะยื่นหน้ามาใกล้ๆ แล้วจับคางให้แบมแบมหันไปให้ถูกตำแหน่ง

“พี่มาร์คอะ”

“มองสิ นั่นไง...เขากำลังถ่ายรูปเราพอดี แบมแบม...อย่าเรียกชื่อพี่ด้วยเสียงงอแงแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นนะ”

“ทำไมอะ เสียงผมก็ปกตินี่” แบมแบมยกมือขึ้นแตะลำคอ คราวนี้เอี้ยวตัวหันมามองหน้ามาร์คตรงๆ มือกลองเลยหันกลับมาสบตาก่อนจะเอ่ยสั้นๆ ไปว่า

“มันน่ารักไป”

มือกีต้าร์ของวงหุบปากเงียบไปทันที แล้วเราก็เลิกคุยกันไปตอนที่แฟนคลับเริ่มทยอยต่อแถวและเดินมาถึงพวกเราแล้ว แบมแบมทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ เขาตอบคำถาม FanC ที่ถามมา หรือแม้แต่เอาของขวัญใส่ถุงกระดาษมาฝาก หรือแม้แต่แฟนคลับต่างประเทศที่มางานนี้ แถมยังพยายามพูดเกาหลีกับแบมแบมอีกต่างหาก

“ผมว่าอันนี้ถามเจ้าตัวดีกว่า”

แบมแบมเพิ่งจะประสานมือกับแฟนคลับคนล่าสุด แล้วเขาก็ถูกมาร์คสะกิดไหล่ให้หันกลับมา กะพริบตามองแฟนคลับสาวตรงหน้ามาร์ค แล้วมือกลองก็โอบคอแบมแบมพลางชี้นิ้วใส่โพสต์อิทตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะอ่านเสียงเบาให้ฟังว่า

“มาร์คคิดว่าทำไมแบมแบมชอบฟังเพลง I’ll be your man ข้อแรก...เพราะเพลงเพราะ ข้อสอง...เพราะมาร์คเล่นเปียโน ข้อสาม...เพราะจินยองเป็นคนร้อง ข้อสี่...เว้นให้เติมเองพี่ก็เลยคิดว่าแบมแบมควรเป็นคนตอบคำถามนี้”

“อ๋อ...” แบมแบมอ้าปาก เงยหน้ามองแฟนคลับคนนั้นก่อนจะดึงโพสต์อิทมาเขียนลงจากข้อสี่สั้นๆ ว่า

“เพราะชอบ James blunt เหรอ...” มาร์คอ่านคำตอบของแบมแบมแล้วหันมาเลิกคิ้วให้ แบมแบมพยักหน้าหงึกก่อนจะดึงบุ๊คเล็ทของแฟนคลับคนนั้นมาเซ็นหน้าที่เป็นรูปตัวเอง

“แต่พี่ว่าไม่ใช่”

“ใช่สิ พี่มาร์คจะมารู้เหตุผลของผมได้ไง”

แต่มาร์คไม่เห็นจะฟัง แถมยังทำการขีดฆ่าคำตอบของแบมแบมด้วยหมึกสองเส้นแล้วเขียนบางอย่างลงไปแทน แบมแบมรอกระทั่งอีกคนเขียนเสร็จจะส่งคืนแฟนคลับ แบมแบมเลยแย่งมาจากมือก่อน

“ผมขออ่านก่อนนะครับ” เงยหน้าไปบอกแฟนคลับคนนั้นแล้วก็ก้มลงอ่านสิ่งที่มาร์คเขียนเอาไว้

เพราะว่าผมเลือกเพลงนี้และร้องให้แบมแบมฟังตอนซ้อม

“นี่! ตรงนั้นน่ะ ชักช้า!” แจบอมตะโกนมาจากหัวโต๊ะเพราะพวกเรามัวแต่คุยเล่นกับ FanC คนนี้เยอะไป แบมแบมอยากจะแก้คำตอบอยู่หรอก แต่เห็น FanC คนอื่นยืนออและรอจะให้เซ็นเลยต้องยื่นบุ๊คเล็ทเล่มนั้นคืนเจ้าของพลางเอ่ยขอบคุณ 2-3 ที

มาร์คกลั้นหัวเราะขณะเซ็นบุ๊คเล็ทอยู่ข้างๆ แบมแบมหมั่นไส้จนต้องใช้ศอกกระทุ้งแขนอีกคน มือกลองหัวเราะแล้วหันมาทำหน้าล้อเลียน แบมแบมย่นจมูกใส่ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาไปว่า

“เดี๋ยวเหอะพี่มาร์ค”

แล้วก็หันไปรับบุ๊คเล็ทมาเซ็นต่อ กระทั่งผ่านไปอีกระลอก คราวนี้เป็นแบมแบมที่ได้โพสต์อิทสีเหลืองอ๋อยแปะมากับหน้าที่ต้องเซ็น เขาหรี่ตาแล้วอ่านเบาๆ

“ถ้าให้เลือกแต่งงานกับใครสักคนในวงจะเลือกใคร” แบมแบมเงยหน้ามองคนถาม พอเห็นแฟนคลับยิ้มอายๆ ก็เลยก้มลงไปเขียนชื่อตัวเองเต็มหน้าโพสต์อิท

“เฮ้ยได้ไง” แต่จู่ๆ มาร์คก็ยื่นหน้ามามอง แถมยังพลิกหน้าบุ๊คเล็ทไปเป็นหน้าตัวเองอีกต่างหาก มันมีโพสต์อิทสีเดียวกันและคำถามเดียวกันติดอยู่ แน่นอนว่ามาร์คเขียนชื่อแบมแบมลงไป

“ก็ผมอยากแต่งงานกับตัวเอง”

“เป็นนาร์ซิสซัสเหรอ?”

แล้วมาร์คก็เปิดกลับมายังหน้าของแบมแบมอีกหน ชี้นิ้วแล้วยักคิ้วให้ แบมแบมเงยหน้ามองแฟนคลับก่อนจะยอมใช้ปากกาขีดฆ่าชื่อตัวเองแล้วเขียนชื่อมาร์คลงไปแทน

“บอกเขาด้วยว่าไม่ใช่เพราะพี่บังคับ” มาร์คพยักพเยิดไปทางแฟนคลับ แบมแบมเม้มปากก่อนจะเงยหน้าบอกแฟนซีคนนั้นไปว่า

“ถ้าแต่งงานกับตัวเองไม่ได้ ผมเลือก...แต่งงานกับพี่มาร์คครับ”

ยื่นบุ๊คเล็ทพลางเอ่ยขอบคุณก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่มาร์คต่อ แต่จู่ๆ มือกลองก็ยื่นแขนมากอดคอแบมแบมเอาไว้ พลางกระซิบบอกเขาใกล้ๆ หูพาลให้ใจสั่น

“นี่...ไม่ต้องห่วงเรื่องเราเป็นแฟนกันหรอก พี่อยู่ตรงนี้”

มาร์คดึงแขนกลับไปแล้วเอ่ยทักทายแฟนคลับที่ยื่นถุงของขวัญมาให้ ในขณะที่แบมแบมยื่นแขนไปใต้โต๊ะ วางมันลงบนหน้าขามาร์คแล้วตบเบาๆ คนข้างๆ เลยหันกลับมามอง ตอนที่เราสบตากันแบมแบมเลยยิ้มให้

บางทีแล้วเขาอาจจะไม่ต้องพูดคำว่าขอบคุณออกมาก็ได้ เพราะสายตามาร์คบอกหมดแล้วว่าเข้าใจ

 

 

 

ในห้องแต่งตัววุ่นวายไม่เปลี่ยนแปลง เรากำลังเตรียมขึ้นเวทีเพราะวันนี้มีขึ้นโชว์ในคอนเสิร์ตของรุ่นพี่ร่วมค่าย และเราเป็นวงเล่นเปิดคอนเสิร์ตทุกรอบ แต่วันนี้วุ่นวายหน่อยเพราะเป็นรอบแรกของคอนเสิร์ตใหญ่ แบมแบมนั่งนิ่งให้ช่างทำผมจัดการกับเส้นผมตัวเอง เด็กหนุ่มเริ่มชินกับการมองตัวเองผ่านกระจกเงา มองความเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อยด้วยสองมือของทีมงานที่จัดการให้เขากลายเป็นหนุ่มหล่อด้วยเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง

แจบอมนั่งอยู่ข้างๆ และกำลังหาวหวอดสลับกับสัปหงก ส่วนจินยองและมาร์คซึ่งเรียบร้อยไปก่อนหน้ากำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ที่โต๊ะด้านหลัง แบมแบมเหลือบไปทางนั้นบ่อยครั้งเพราะมาร์คชอบจ้องมาก่อนจนเขารู้ตัวและต้องเหลือบไปเป็นระยะ

เกือบอาทิตย์แล้วที่เราคบกัน เป็นความลับระหว่างเราในความสัมพันธ์เกินเพื่อนร่วมวงแบบนี้ แบมแบมเคยคิดว่ามาร์คผู้แสดงออกโต้งๆ กับเขามาตลอดอาจจะอึดอัดหรือคิดทำบ้าๆ อย่างบอกคนอื่น แต่แบมแบมก็วางใจได้ว่ามาร์คไม่ทำแบบนั้น อาทิตย์ที่ผ่านมาถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันเพียงสองคน มาร์คก็ยังเป็นพี่มาร์ค มือกลองวง Chaos คนเดิม แจบอมและจินยองไม่ได้ระแคะระคายอะไร

แต่สิ่งหนึ่งก็คือการแสดงความรักระหว่างพวกเราที่โจ่งแจ้งมากไม่ได้ หากเป็นงานแฟนมีตติ้งหรืองานแจกลายเซ็นเราทั้งสองยังพอยิ้มและหัวเราะให้กันได้อย่างไม่ต้องปิดบัง แต่พอลงเวที ตอนอยู่บนรถตู้ แม้แต่อยู่หอเราก็มักจะคุยกันในเรื่องธรรมดาโดยไม่ให้ใครจับผิดได้ แบมแบมต้องคอยบอกมาร์คอยู่เสมอว่าตัวติดกับเขาเกินไป และอีกฝ่ายจะถอยห่างแต่อีกแป๊บๆ ก็จะตัวติดแบมแบมอีกรอบอยู่ดี

“ขอบคุณครับ”

แบมแบมหันไปขอบคุณช่างทำผมแล้วลุกจากเก้าอี้ เขาเดินไปลากเก้าอี้หย่อนกายนั่งลงข้างจินยองแล้วเริ่มต้นคุยกับนักร้องนำด้วยเรื่องละครที่ออนแอร์เมื่อคืน นางเอกของเรื่องเป็นนักแสดงคนโปรดของจินยอง

เอาเข้าจริงวันนี้แบมแบมยังไม่ได้ตัวติดกับมาร์คเลย เราตื่นกันแต่เช้า แวะเข้าบริษัทกันก่อน หลังจากนั้นก็กลับขึ้นมาบนรถและมุ่งตรงมายังสถานที่จัดคอนเสิร์ตและแยกย้ายกันถูกจัดองค์ทรงเครื่องกันใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า แบมแบมยกมือขึ้นเท้าแก้มข้างหนึ่งแล้วเอ่ยปากพูดถึงเรื่องละครกับจินยองก่อนจะมีทีมงานบางคนอยู่แถวนั้นมาร่วมวงสนทนาด้วย แล้วจู่ๆ มาร์คที่กำลังนั่งใช้ส้อมจิ้มเมล่อนเข้าปากก็ลุกจากเก้าอี้ออกไปจากห้อง

แบมแบมเกือบจะอ้าปากถามไปแล้วแต่ก็ทำได้แค่มองตาม ปากยังพะงาบคุยและพยักหน้า หากตาเหลือบมองก่อนจะเห็นว่ามาร์คปิดประตูไล่หลัง เขาอดแปลกใจไม่ได้ แต่อีกไม่กี่นาทีต่อมาก็ได้ข้อความจากคนที่เพิ่งลุกไปผ่านไลน์มาสั้นๆ พร้อมคำสั่ง

‘Mark_Chaos : มาห้องน้ำหน่อย

แบมแบมยังนั่งคุยต่ออีก 2-3 ประโยคร่วมวง ก่อนจะถอยเก้าอี้ออกห่างแล้วลุกขึ้น ตอนนั้นเองที่จินยองขมวดคิ้วหันมามองพลางเอ่ยถาม

“จะไปไหนอะ”

“ห้องน้ำครับ เดี๋ยวผมมา”

“อ๋อ อื้อ เนี่ยนะ...ผมว่าคุณแชยอนเล่นดีมากเลยครับ”

จินยองไม่ได้สนใจอะไรแบมแบมมากนักเพราะกำลังคุยเรื่องละครติดลมบน เด็กหนุ่มเลยเดินตัวปลิวออกมาจากห้องแต่งตัวมุ่งไปทางห้องน้ำที่อยู่อีกมุมของฮอลล์ แบมแบมหยุดอยู่หน้าประตูห้องน้ำชายก่อนจะผลักมันเข้าไป ในห้องน้ำเงียบกริบ เขากวาดตามองไปรอบก่อนจะเห็นมาร์คยืนพิงผนังห้องน้ำสีน้ำเงินก้มหน้ามองมือถืออยู่

“มานี่สิ”

มาร์คเก็บมือถือหย่อนใส่กระเป๋า รอยยิ้มถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปาก มือกวักเข้าหาตัวเองแล้วเรียกแบมแบม มือกีต้าร์ของวงเดินเข้าไปหา พอหยุดอยู่ตรงหน้าจู่ๆ มาร์คก็กางแขนรวบกอดเขาเต็มอ้อมแขน

“พี่มาร์ค” แบมแบมส่งเสียงตกใจในอ้อมแขนแข็งแรงและแผงอกแน่น

“ทำไม...กอดหน่อยไม่ได้เหรอ อยากกอดไม่ปล่อยเลย”

“เดี๋ยวมีคนอื่นมาเห็นหรอก” แบมแบมบอกเสียงอู้อี้แนบแผ่นอก เขารู้สึกดีไม่น้อยกับการอยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นและมีกลิ่นน้ำหอมที่มาร์คใช้เป็นประจำโชยแตะจมูกแบบนี้

“กลัวเหรอ” มาร์คหัวเราะในลำคอ

“ไม่อะ เพราะผมมีพี่มาร์ค”

แบมแบมเงยหน้าขึ้นมอง มาร์คหัวเราะแล้วยื่นหน้าลงมา ตอนนั้นเองที่ได้ยินเหมือนเสียงเปิดประตูมาจากด้านหน้า มาร์คเร็วกว่าเพราะหมุนตัวผลักแบมแบมดันเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วแล้วดึงประตูปิดลง แบมแบมยืนนิ่งอยู่ในห้องน้ำ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ยกมือขึ้นทาบแผ่นอกตัวเองที่เต้นแรงรัว

“อ้าว? คุณมาร์คนี่เอง”

“ครับ”

คงจะเป็นหนึ่งในทีมงานที่คุ้นหน้าคุ้นตากับพวกเราพอสมควร แบมแบมล็อคประตูห้องน้ำ ได้ยินเสียงบทสนทนาด้านนอกดังแว่วเข้ามา

“ผมจะทำสมาธิน่ะครับ”

แบมแบมกลั้นยิ้มกับคำโป้ปดกะทันหันของมาร์ค เขาได้ยินเสียงทีมงานบอกว่าตามสบาย ตามด้วยเสียงเคาะประตูห้องน้ำเบาๆ และเสียงกระซิบต่ำ

“เปิดประตูให้พี่หน่อย”

แบมแบมเปิดประตูห้องน้ำออกกว้าง มาร์คยืนอยู่ตรงหน้าและแทรกตัวเข้ามา อีกฝ่ายปิดประตูลงแล้วหันหลังไปล็อกประตูอยู่ แบมแบมยืนกลั้นยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงล้อเลียนไปว่า

“พี่มาร์คนี่ทำสมาธิได้ทุกที่เลยนะครับ”

“ล้อเลียนพี่เหรอ?” มาร์คหันกลับมายิ้มใส่ แบมแบมหัวเราะเบาๆ ออกมา แล้วตอนนั้นเองที่มาร์คยกยิ้มมุมปาก ก้าวเข้ามาใกล้ แบมแบมไม่รู้จะหนีหรือเดินหลบไปไหนในเมื่อห้องน้ำมันก็แคบแค่นี้ ผู้ชาย 2 คนมายืนก็แทบเต็มห้องแล้ว

“ต่อจากเมื่อกี้ได้ไหม?”

“กอดน่ะเหรอครับ” แบมแบมเลิกคิ้วถาม มาร์คหัวเราะเสียงต่ำยื่นหน้ามาใกล้

“เริ่มจากจูบได้ไหมล่ะ?”

“พี่มาร์ค!” แบมแบมเอ่ยเสียงดุแต่หน้าแดงเรื่อ แก้มร้อนไปหมดจนมาร์คหมั่นเขี้ยวต้องใช้สองมือประกบสองข้างแก้มป่องๆ ของแบมแบมเอาไว้เต็มมือ

“น่ารักขึ้นทุกวันเลยนะเรา”

“ผมหล่อ” แบแบมยังเถียงทั้งที่โดนจับหน้าไว้ด้วยฝ่ามือหยาบกร้านของมือกลอง

“ไม่เป็นไร หล่อในสายตาคนอื่นแต่ในสายตาพี่ก็น่ารักอยู่ดี จูบนะ”

“แล้วผมห้ามพี่ได้รึไง?”

“นั่นสิ...ไม่เห็นจะเคยห้ามได้สักที...”

ใบหน้ามาร์คขยายเข้ามาใกล้ แบมแบมหลับตาก่อนริมฝีปากมาร์คจะแตะเข้าที่กลีบปาก มันไม่ใช่จูบแรกของเราทั้งคู่หรอก ถ้าไม่นับรวมจุ๊บเบาๆ ก่อนที่เราจะคบกัน จูบแรกของเราคงเป็นในห้องนอนมาร์คหลังจากเราคบกันได้ 2 วันล่ะมั้ง วันนั้นแบมแบมจำได้ว่าเขาโดนหลอกด้วยซีดีเพลงและมิกซ์เทปที่มาร์คบอกว่าทำให้เขา แต่หลังจากนั้นกลับกลายเป็นว่าฟังเพลงได้แค่ 3-4 เพลง แบมแบมก็ถูกเจ้าของห้องจูบบนเตียงของมาร์คนั่นล่ะ

มันไม่ได้มีอะไรมากไปเกินกว่าจูบ หลังจากนั้นก็เริ่มมีครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ตามมา อยู่ในห้องครัวบ้างตอนที่แจบอมและจินยองไม่ได้อยู่ในนั้น ห้องนอนของแบมแบม หรือแม้แต่บนรถตอนที่เราโดนสั่งให้นั่งรอในรถแค่สองคน แม้จะมีเบาะแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหา

แบมแบมชอบเวลาจูบกับมาร์ค...

ยิ่งตอนที่มาร์คเอียงหน้าอย่างรู้องศา และปลายนิ้วที่ประคองแก้มเขาตอนนี้ ทุกอย่างที่มาร์คทำล้วนบ่งบอกว่าอีกคนทะนุถนอมและอ่อนโยนกับเขามากขนาดไหน อย่างตอนนี้มือข้างหนึ่งก็สอดประคองท้ายทอยให้แบมแบมแหงนเงยหน้าขึ้น แบมแบมยกสองแขนขึ้นคล้องคออีกฝ่าย มาร์คบดจูบลงมา กัดริมฝีปากล่างแบมแบมเพื่อแกล้งให้ขนอ่อนเด็กหนุ่มลุกชัน ก่อนจะโดนแบมแบมเอาคืนด้วยการยกเท้าขึ้นกระทืบเท้าเบาๆ เพื่อตักเตือน

“แบมแบม! แบมแบม! อยู่ในนี้รึเปล่า?”

เราผละออกจากกันกะทันหัน เสียงตะโกนโหวกเหวกของจินยองพรวดพราดเข้ามาในห้องน้ำแล้วตะโกนเรียกชื่อแบมแบมดังขึ้น มาร์ครีบกระโดดขึ้นไปบนโถชักโครกที่ปิดสนิท ยกนิ้วขึ้นแตะปากตัวเอง แบมแบมยังยืนหน้าร้อนวาบอยู่เลย พอเห็นปลายนิ้วของมาร์คชี้ออกไปด้านนอกแล้วพะงาบปาก แบมแบมก็กระแอมตะโกนตอบไปว่า

“ครับ พี่จินยอง ผมอยู่ในนี้”

“อ๋อ...เป็นอะไรรึเปล่า เห็นหายมานาน เมื่อกี้หลานสาวประธานแวะมาน่ะ บอกว่าอยากเจอแบมแบม”

“อะ...เอ่อ...ผมท้องเสียน่ะครับ”

“อ้าว? อ๋อ...แต่เดี๋ยวคุณแจวอนคงแวะมาใหม่ เอายาไหม?” จินยองตะโกนถามเข้ามาอย่างเป็นห่วง แบมแบมนึกรู้สึกผิดที่ต้องโกหกอีกฝ่ายออกไปเหมือนกัน

“ครับ เดี๋ยวผมตามออกไป

“ได้ๆ เดี๋ยวบอกพี่ฮยอนอูให้ เออ เจอไอ้มาร์คไหม? มันหายหัวไปไหนของมัน” จินยองยังตะโกนกลับมา แบมแบมหันมามองคนที่นั่งยองๆ อยู่ ก่อนจะยกแขนขึ้นเป็นกากบาท แบมแบมเลยตอบไปว่า

“ไม่ครับ ไม่รู้เหมือนกัน”

“อืม งั้น...ไม่เป็นไร ถ้าเป็นหนักหรืออะไรบอกได้เลยนะ”

จินยองคงตบประตูห้องน้ำเสียงปึงปังให้กำลังใจ มาร์คและแบมแบมยืนนิ่งในห้องน้ำกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูดังขึ้นอีกหน คราวนี้แบมแบมกอดอกหันกลับมาส่ายหน้า

“กลับห้องแต่งตัวกันได้แล้วครับ”

“นี่ก่อน” มาร์คยกนิ้วชี้ที่ข้างแก้ม แบมแบมมองหน้าแต่ก็ยอมยื่นไปจุ๊บแก้มอีกคนเบาๆ

“แบมแบมออกไปก่อน เดี๋ยวพี่ตามไปทีหลัง”

แบมแบมพยักหน้า เดินออกมาจากห้องน้ำทิ้งมาร์คไว้ในนั้น เขาดึงเสื้อให้ตึง มองตัวเองในกระจกเงาห้องน้ำเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยอีกหน ก่อนจะเดินออกมา แบมแบมยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

เกือบสองอาทิตย์ย่างเข้าอาทิตย์ที่สามที่เราคบกันเป็นแฟน และความสัมพันธ์ของมาร์คกับแบมแบมก็ไม่มีใครสงสัยอะไร เพียงแต่ว่าตอนอยู่หอเราแสดงออกต่อกันได้ไม่เยอะเท่าที่ควร ดังนั้นคืนวันหนึ่งระหว่างที่เราแอบลงมาหาอะไรทานที่ร้านสะดวกซื้อ ตอนกำลังกลับ มาร์คก็เสนอว่าเราควรมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนบ้าง

ที่จริงพักนี้พวกเรามีงานกันเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้อัดแน่นจนแทบไม่มีเวลานอน แต่ก็ไม่มีวันไหนที่ว่าง งานเลิกดึกในบางวันและบางวันก็เลิกเร็ว พักนี้นอกจากมาร์คจะทำตัวติดแบมแบมแล้ว จินยองก็ดูเหมือนจะแซวหนักข้อขึ้นเราเลยงดทำตัวติดกันที่หอ เพราะที่จริงแจบอมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ดูจะหยิบยกรูปที่แฟนคลับถ่ายได้หรือแม้แต่แฟนแอคเค้านท์ที่เหล่า FanC เขียนลงเว็บบอร์ดหรือแม้แต่ทวิตเตอร์เอามาอ่านในรถดังๆ ให้ได้ฟังกันถ้วนทั่ว ร้อนถึงมาร์คต้องเป็นคนหาเหตุผลบอกปัด ซึ่งที่จริงก็ไม่พ้นว่าเพราะประธานสั่งอยู่เช่นเคย

สุดท้ายมาร์คและแบมแบมจึงตกลงกันว่าเราจะซ้อมให้หนักขึ้น ที่จริงแล้วการอยู่ซ้อมที่บริษัทเราก็ซ้อมกันจริงอยู่ แต่มันช่วยให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ 2 คนด้วย ส่วนใหญ่เราก็ซ้อมในห้องเดียวกัน เอ่ยหยอกล้อกันไม่ต้องหลบซ่อนหรืออายใคร และแบมแบมว่าฝีมือเขาก็พัฒนาขึ้นมากจริงๆ จากการได้ซ้อมเพลงเก่าๆ ของ Chaos โดยมีมาร์คคอยเป็นคนให้คำแนะนำ

วันนี้ก็เช่นกันที่พวกเรามาขลุกอยู่ที่บริษัทกันสองคน เพราะจินยองมีงานเดี่ยวไปออกรายการตอบคำถามทางวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้านี้เจ้าตัวถือหนังสือรอบรู้วิทยาศาสตร์ทั่วไปรอบหอเกือบอาทิตย์ด้วยซ้ำ ส่วนแจบอมไปเป็นแขกรับเชิญพิเศษในงานโรงเรียนเก่า ที่จริงมาร์คมีงานตั้งแต่ช่วงเช้ามืดแล้วคือถ่ายแบบให้กับกระเป๋าสะพายแบรนด์หนึ่ง พอเสร็จงานก็แวะเข้าบริษัทเพื่อมาเจอแบมแบมซึ่งนั่งซ้อมกีต้าร์อยู่คนเดียวก่อนหน้า

“พี่ไม่ง่วงเหรอ?”

แบมแบมเอ่ยถามพลางยื่นขวดน้ำเปล่าไปให้ มาร์คเพิ่งมาถึงเมื่อตอนเกือบเที่ยง บอกแบมแบมว่าทานรวบมื้อเช้าและเที่ยงเรียบร้อยแล้ว แต่มีงานตั้งแต่ตีสี่ด้วยซ้ำ ที่ต้องถ่ายแต่เช้าก็เพราะเป็นงานเอ้าท์ดอร์และมีธีมธรรมชาติ ทีมงานเลยอยากได้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมนายแบบ

ตอนมาร์คเดินเข้ามาในห้องซ้อม แบมแบมไม่ได้พูดอะไร เขากำลังเล่นกีต้าร์ไปได้ครึ่งเพลง เลยมองตามมาร์คที่ยังส่งยิ้มมาให้ แล้วมือกลองของวงก็เลือกจะหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน พอเล่นจบเพลงแบมแบมถึงได้ไปหยิบขวดน้ำมายื่นให้นั่นล่ะ

“นิดหน่อย”

“กลับหอไปนอนพักเถอะครับ พี่ฮยอนอูอยู่ไหนอะ” แบมแบมเอ่ยถามขึ้น มาร์คตบที่ว่างข้างๆ ตัวเองเบาๆ แบมแบมเลยเดินไปหย่อนกายนั่งลง แล้วอีกคนก็เอนตัวมาซบหัวที่ไหล่เขาพอดิบพอดี

“อยากอยู่กับแบม...”

“แต่พี่มาร์คทำงานแต่เช้านะครับ ผมซ้อมเสร็จแล้วจะรีบกลับไปหาที่ห้องไง”

“ก็ไม่อยากห่างแบมแบม” มาร์คดึงมือไปจับ สอดประสานปลายนิ้วเราเข้าด้วยกันแล้วบีบมือเบาๆ

“งั้นก็นอนในห้องซ้อมนี่ล่ะ ผมจะเล่นเพลงช้าๆ แล้วกัน”

แบมแบมยื่นคำขาด ดึงมือกลับเป็นการต่อต้านเล็กๆ มาร์คเลยจำต้องพยักหน้าหงึก ชายหนุ่มลงไปนั่งที่พื้นห้องซ้อม แบมแบมไปหยิบผ้าขนหนูมาวางกระเป๋าสะพาย มาร์คนอนราบลงไป ขณะแบมแบมเดินย้อนกลับไปหยิบกีต้าร์โปร่งมาเกลาคอร์ด ก้มๆ เงยๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนจะมองมาร์คอีกทีก็พบว่ามือกลองของวงหลับไปแล้ว

แบมแบมเดินด้วยฝีเท้าเบาเยี่ยงแมวไปนั่งยองๆ ตรงหน้ามาร์ค วางมือลงบนแก้มอีกคนก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องซ้อม

ความรักและความรู้สึกที่มีต่อมาร์คมันไม่เหมือนตอนที่แบมแบมมีต่อยูคยอมเลย เขากับยูคยอมเคยคุยกันว่าอาจเพราะเราเป็นวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลองเลยใช้คำนั้นผูกมัดกันและกัน แท้จริงแล้วเราก็เป็นเพียงเพื่อนสนิทและรู้ใจกันเท่านั้น แต่กับมาร์ค แบมแบมรู้สึกพิเศษ รู้สึกดี เขาซึมซับสิ่งเหล่านี้และคิดว่าดีที่วันนั้นเอ่ยปากบอกออกไป ทุกวันนี้นอกจากกีต้าร์ที่ทำให้แบมแบมยิ้มได้ ก็คงเป็นมาร์คนี่ล่ะที่เป็นสาเหตุของความสุข

เด็กหนุ่มมาหยุดยืนหน้าตู้กดน้ำ เขากระหายน้ำหวานๆ และน้ำเปล่าไม่ตอบโจทย์เลยกะจะมาเลือกน้ำผลไม้สักกระป๋อง ขณะที่กดเลือกเครื่องดื่มเรียบร้อย แบมแบมหยิบมันออกมา กำลังจะหมุนตัวเดินกลับสายตาก็ปะทะเข้ากับแจ็คสันพอดิบพอดี

“สวัสดีครับพี่แจ็คสัน” วาดยิ้มกว้างให้แฟนเพื่อน ก่อนที่แจ็คสันจะชี้นิ้วชวนให้นั่งคุยกันบนม้านั่งยาวใกล้ๆ

เราหย่อนกายนั่งลง แจ็คสันหันมายิ้มให้แบมแบมซึ่งงุนงงนิดๆ ที่จู่ๆ แจ็คสันก็มายิ้มให้แบบนี้ แล้วรุ่นพี่ร่วมค่ายก็เป็นคนเอ่ยขึ้นมาก่อนว่า

“พักนี้ยองแจยุ่งมากเลย แต่ก็มาบ่นกับพี่ได้ว่าไม่ค่อยได้คุยกับแบมแบม”

“อ่า...ใช่ครับ เหมือนผมกับหมอนั่นจะว่างไม่ตรงกันเลย” แบมแบมบ่นอุบขึ้นมา

ช่วงนี้เพื่อนๆ ทั้งสองของแบมแบมกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อซิงเกิ้ลใหม่ ดังนั้นพอแบมแบมทิ้งข้อความไว้ในกรุ๊ปไลน์ อีกหลายชั่วโมงเลยกว่าเพื่อนจะตอบ และกลายเป็นอีกหลายชั่วโมงเช่นกันกว่าแบมแบมจะว่างจากงานตอบกลับ เป็นแบบนี้มาเกือบอาทิตย์แล้ว

“แต่ยองแจก็ตามข่าวแบมแบมตลอดนะ พักนี้ที่บ่นให้พี่ฟังบ่อยก็...” แจ็คสันลากเสียงยาวแล้วกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะยื่นหน้ามากระซิบให้จบประโยคกับแบมแบม

“เรื่องแบมแบมกับมาร์ค”

“เอ่อ...อะไรกันครับ ก็ไม่ได้ทะเลาะกันแล้วนะ” แบมแบมบอกปัด แจ็คสันหัวเราะก่อนจะเอ่ยเสียงอารมณ์ดีออกมา

“ก็ไม่ทะเลาะกันแถมยังสนิทกันน่ะสิ ที่จริงยองแจก็หวงเพื่อนนะ ยูคยอมเองถึงจะไม่พูดแต่พี่ว่าก็คงเป็นห่วง รูปจากหลายๆ งานมาร์คมองแบมแบมตลอดเลย แล้วไหนจะพวกแฟนแอคที่แฟนๆ อัพลงในบอร์ดอีก”

“อ๋อ...เรื่องนั้นนี่เอง” แบมแบมขำผสมโรงไปด้วยเหมือนเป็นเรื่องตลก ก่อนจะเบรกหัวทิ่มตอนแจ็คสันแทรกขึ้นมาว่า

“แต่แววตามาร์คก็ไม่ใช่เล่นๆ นะ เขาว่ารูปแอบถ่ายกับสายตาคนเรามันไม่ค่อยโกหก”

“เอ่อ...พี่แจ็คสัน...” แบมแบมอึกอัก เขานึกอยากให้มาร์คตื่นแล้วมาลากแบมแบมออกไปจากตรงนี้ แต่คิดอีกแง่ถ้ามาร์คโผล่พรวดมามันยิ่งน่าสงสัยมากกว่าเดิมแน่ๆ

“ยองแจสงสัยว่าคบกันเหรอ?”

พอแจ็คสันพูดประโยคนั้นออกมา แบมแบมก็ได้แต่เม้มปากไม่ยอมพูดอะไรเหมือนกลายเป็นใบ้กะทันหัน เอาแต่ส่ายหน้าแต่ไม่ยอมสบตา เฉไฉงัดกระป๋องน้ำผลไม้ในมือ แจ็คสันยื่นมือมาตบไหล่แล้วลุกขึ้น

“ไม่ต้องบอกพี่หรอก พี่ไม่ได้อยากรู้อะไรขนาดนั้นแต่ยองแจกับยูคยอมคงอยากรู้ อยากให้เล่าให้ฟังเพราะเป็นห่วงเพื่อน”

แบมแบมหันไปเงยหน้าสบตาแจ็คสัน อีกฝ่ายขยิบตาส่งให้ก่อนจะหมุนตัวคลายความเกียจคร้าน ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายกับแบมแบมแล้วทิ้งให้เขานั่งนิ่งอยู่ที่เดิมว่า

“แต่มันก็แล้วแต่แบมแบมล่ะนะ พี่ไปล่ะ”

แบมแบมมองกระป๋องน้ำผลไม้ในมือ เขาตัดสินใจไม่ได้หรอกว่าควรจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังดีไหม เพราะขนาดเพื่อนร่วมวงอย่างจินยองและแจบอมยังไม่รู้เลย แบมแบมเม้มปากก่อนจะลุกขึ้น เขาว่าให้มาร์คตื่นก่อนแล้วกัน เพราะแบมแบมอยากปรึกษากับมาร์คก่อนจะตัดสินใจพูดหรือบอกอะไรกับใคร

เพราะเราเป็นแฟนกันแล้วนี่นา







ตอนนี้มาไวค่ะ ทุกคนต้องตกใจแน่ๆ เราก็ตกใจตัวเองที่แต่งจบค่ะ
กราบขอบพระคุณเรียลกัซตอนแปดที่มีอิทธิพลมากขนาดว่ารีบปั่นฟิคเพราะฮึกเหิมกับโมเมนต์จัด 55555
ที่จริงเพราะว่าตอนที่แล้วค้างตอนคบกันด้วย ตอนนี้ก็เลยหวานหยดเป็นพิเศษ
มีแต่คนเมนต์ว่ากลัวมาม่า แง๊ TAT ไม่ต้องกลัวค่ะมีแน่ๆแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ และไม่ม่ามากหรอก
หลายคนน่าจะเดาทางเราออก คือแต่งดราม่าไม่เก่งค่ะ คงได้แค่หน่วงๆ ให้พอกระชุ่มกระชวยหัวใจ
ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ทั้งคอมเมนต์และหวีดผ่านแท็ก #ficfakemb
ตอนหน้าไว้เจอกันอาทิตย์หน้าเลยนะคะ อาจจะมากลางอาทิตย์เพราะวันหยุดไม่ว่างเลยค่ะ
หายไปนานอย่าเพิ่งลืมกันนะะะะะะะะะะะะะะะ 

ปล. ตอนนี้คนพรูฟแอบแซวว่าเป็นฟิคตลก 555555
แนะนำให้ฟังเพลง you makes me perfect ตอนอ่านฟิคด้วยนะคะ 
https://www.youtube.com/watch?v=fSfiEkjkG_I

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,341 ความคิดเห็น

  1. #2285 ฺBeau (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:48
    เป็นแฟนที่ดีด้วยอ่ะะะะ น่ารักนะเราน่ะ >/<
    #2,285
    0
  2. #2244 BMN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 20:35

    หวานมากตอนนี้ มาร์คดูรักและถนอมแบมมาก ส่วนแบมเองก็ดีใจที่มีมาร์คเป็นแฟน

    อย่ามาม่ามากนะคะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะดราม่าแบบไหน เฮ้อ

    #2,244
    0
  3. #2218 say (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 21:23
    เง้อออ เราว่านะที่จริงตอนคบกันแล้วมันก็หวานดีน่ารักดีอยู่หรอก

    แต่ปัญหาคือมันต้องคอยหลบๆซ่อนๆบอกใครไม่ได้นี่สิ

    รู้สึกอึดอัดแทน น่าจะบอกแจบอมกับจินยองได้น๊า

    อย่างน้อยตอนอยู่ด้วยกัน4คนก็คงสบายใจกว่านี้เนอะ
    #2,218
    0
  4. #2185 ojay2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 08:53
    น่ารักกกกกกกกกก
    #2,185
    0
  5. #2158 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:44
    อ่านเองเขินเองO/////o จะบ้าตายแล้ววว 
    #2,158
    0
  6. #2157 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:44
    อ่านเองเขินเองO/////o จะบ้าตายแล้ววว 
    #2,157
    0
  7. #2156 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:44
    อ่านเองเขินเองO/////o จะบ้าตายแล้ววว 
    #2,156
    0
  8. #2155 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:44
    อ่านเองเขินเองO/////o จะบ้าตายแล้ววว 
    #2,155
    0
  9. #2154 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:44
    อ่านเองเขินเองO/////o จะบ้าตายแล้ววว 
    #2,154
    0
  10. #2153 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 10:43
    อ่านเองเขินเองO/////o จะบ้าตายแล้ววว 
    #2,153
    0
  11. #2106 Aoyyah (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 01:35
    แอบจูบกันตลอดเลยอ่อ แหม มไม่เบาเลย
    #2,106
    0
  12. #2093 Missnight (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 06:19
    ทำไมพี่มาร์คหวานกับน้องแบมขนาดเน้!!
    #2,093
    0
  13. #2084 Boomm Wrn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 21:18
    อิอิ อะไรคือจูบกันอยู่บ่อยๆละฮะ โอ๊ยยยยยยย เขินนนน
    #2,084
    0
  14. #2072 ____wpd (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 11:41
    โอ้ยย ดีงามพระรามแปด จูบกันด้วยยย ดี~
    #2,072
    0
  15. #2061 bbunnymm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 09:40
    ถึงจะหลบซ่อนยังไงก็หวานเหมือนเดิม ดูจะละมุนขึ้นด้วยงือ
    #2,061
    0
  16. #2036 mellow_aa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 15:25
    สัมผัสได้ถึงความหวานนิดๆที่ต้องแอบหลบๆซ่อนๆทำกัน เอานะ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ขอแค่ไม่ทิ้งกัน อยู่ข้างๆกันก็พอแล้ว
    #2,036
    0
  17. #2015 soul_hyukjae (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 17:35
    มีอะไรก็คุยกัน ปรึกษากันเน๊อะ
    #2,015
    0
  18. #1998 M.m1nt (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 22:49
    จูบกันอย่างนี้ นี่คิดว่าเป็นเรื่องจริงนะ ฮาา ม่าอะไรก็ขอให้ตอนจบได้คู่กันต์พอ อิๆ
    #1,998
    0
  19. #1972 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 17:14
    อย่าพึ่งมีน้ำตาเลยย
    #1,972
    0
  20. #1931 9nawKIHAE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 23:37
    เขินมากกก ฮืออออ ทำไมมาร์คมันละมุนงี้ๆๆๆๆ

    น้องแบมไม่เครียดเนอะ มีมาร์คอยู่ข้างๆทั้งคน~~~
    #1,931
    0
  21. #1929 PeAriiS (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 23:14
    ฉากจูบกันในห้องน้ำนี่แบบว่า...

    บรรยายได้หวานละมุนละไมมาก

    อ่านไปทำเอาใจทั้งสั่นและเต้นแรงเลยอ่ะ -////-
    #1,929
    0
  22. #1888 m_sseob (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 20:38
    เขินน มันหวาน มันละมุน โอ้ยย TT
    #1,888
    0
  23. #1884 MBKY; (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 15:04
    แง้ม น่ารักกกกก มาร์คต้วนอดใจไว้จูบที่หอได้ปะ กลัวคนเห็นแทนอะ 5555555 แต่แจ็คสันถูกยองแจมาพูดโน้มน้าวแบมปะเนี่ย 55
    #1,884
    0
  24. #1685 คุณแมวเหมี้ยว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 10:02
    ละมุนนนนนนนนนนน ละมุนมากกกกกกกก อยากได้พี่มาร์คมาครอบครองเหลือเกิน 55555555555555555
    #1,685
    0
  25. #1325 poppoka (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 18:27
    โง้ยยยยย ละมุนถ้ามีแฟนอยากได้แบบนี้อบอุ่นมากมัคคึ>< ไรต์บอกไม่ม่าตอนนี้แสดงว่ามีม่าใช่มั้ย555
    #1,325
    0