[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 16 : FAKE - Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    7 ก.ค. 58



F A K E

 

Chapter 14

 

 

เดทเหรอ...แบมแบมแทบจะลืมความรู้สึกแบบนั้นไปหมดแล้วล่ะ...

ตั้งแต่เลิกกับยูคยอมและมุ่งมั่นอยู่กับการอยากเป็นศิลปิน รวมไปถึงการก้าวเข้าวงการ แบมแบมก็ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นอีกเลย เพราะเขาไม่มีแฟน แต่เอาเข้าจริงแล้วตอนที่คบกับยูคยอมก็ใช่ว่าได้เดทกันพร่ำเพรื่อ ในเมื่อตอนนั้นสิ่งเดียวที่เราหวังกันก็คือเข้าวงการ เดทที่ง่ายที่สุดของเราก็คือการนั่งอยู่ด้วยกันในห้องซ้อมแค่สองคนและช่วยกันฟังดนตรีพลางบอกว่าใครเล่นตรงไหนไม่ดีหรือเล่นตรงไหนผิดนั่นล่ะ

แบมแบมเลยแอบตื่นเต้นนิดหน่อย แม้มาร์คจะย้ำหนักย้ำหนาว่ามันคือ พรีเดทแต่แบมแบมว่ามันก็คือเดทนั่นล่ะเพียงแต่เรายังไม่ได้ผูกสัมพันธ์กันเข้าขั้นแฟน แบมแบมเลยคิดซะว่านี่อาจจะเป็นเดทแรก แบบที่เป็นเดทอย่างเป็นทางการของเขา ดูว่าคนปกติเขาเดทกันแบบไหน ไม่ใช่แบบเขากับยูคยอมในวันวาน

เช้าวันนั้นแบมแบมตื่นมาและไม่พบจินยองแล้ว มีเพียงแจบอมซึ่งทำอะไรกุกกักอยู่ในครัว แบมแบมออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งก็ไม่เจอหัวหน้าวงแล้ว เขาออกจะมึนงงเหมือนโดนทิ้งไว้ที่ห้องพักแค่คนเดียวในตอนนั้น กวาดสายตามองไปทีละห้องกระทั่งหยุดอยู่หน้าประตูห้องมาร์คที่อยู่ข้างๆ แล้วก็รีบเข้าห้องไปแต่งตัว

แบมแบมไม่แน่ใจนักหรอกว่าเมื่อคืนมาร์คชวนเล่นๆ หรือชวนจริงจัง ตอนที่แต่งตัวเรียบร้อยก็ลังเลอยู่ว่าจะทำอะไรดีหากมาร์คแค่พูดเล่นๆ กับเขาเท่านั้น ขณะกำลังนั่งกดมือถืออยู่บนเตียงเพื่อหาอะไรทำ เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น แบมแบมเลยเดินไปแง้มมอง มาร์คยืนอยู่ในชุดลำลองสบายๆ ก่อนจะฉีกยิ้มส่งมา

“หิวไหม? พี่ไปซื้อขนมปังมา”

“ซื้อมาเผื่อผมด้วยเหรอครับ?” แบมแบมเลิกคิ้วถาม มาร์คหัวเราะก่อนจะยื่นมือมาหา

“ใช่สิ เราอยู่กันสองคน ออกมาสิ มื้อเช้าน่ะสำคัญนะ”

“พี่แจบอมไปไหนเหรอครับ?”

แบมแบมเอ่ยถามตอนที่เดินตามหลังมาร์คออกมาจากห้องนอนของตัวเองแล้วก็เข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง มาร์ควางถุงขนมปังลงบนโต๊ะ แบมแบมเอื้อมมือไปรื้อหยิบออกมาทีละซอง

“มันเข้าบริษัท เห็นบอกว่าจะไปคุยเรื่องเพลงกับโปรดิวเซอร์” มือกลองของวงชี้นิ้วไปยังตู้เย็นก่อนจะเอ่ยถามว่า

“เอาอะไร นม? น้ำผลไม้?”

“ผมทำให้ดีกว่า พี่มาร์คจะดื่มอะไรครับ”

“นมแล้วกัน” มาร์คตอบพลางลากเก้าอี้นั่งลง แบมแบมเลยไปยืนจัดการหยิบนมให้อีกฝ่าย เทใส่แก้วและระหว่างนั้นมาร์คก็อธิบายเพิ่มเติม

“แจบอมมันกำลังสนใจเรื่องแต่งเพลง พักนี้ก็เลยขยันเข้าบริษัท ส่วนจินยองกลับบ้านตั้งแต่เช้ามืดแล้วมั้ง บ้านมันอยู่ไกล ตอนนี้เลยเหลือแค่เรา...”

“นี่ของพี่มาร์คครับ” แบมแบมยื่นแก้วนมไปตรงหน้า ก่อนจะประคองแก้วตัวเองแล้วนั่งลงยังเก้าอี้ว่างข้างๆ มาร์คพลางเอื้อมมือไปหยิบขนมปังมาฉีกซองกำลังจะยัดเข้าปาก ตอนอีกคนยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางหันมามอง

“พร้อมรึยัง?”

“พร้อม...พร้อมอะไรครับ...” แบมแบมว่าไปนู้น พอจะรู้อยู่หรอกว่าอีกคนถามเรื่องอะไร

“อย่ามาทำไม่รู้เรื่อง เดทน่ะเดท...พร้อมรึยัง?”

“ก็...ผมมีหน้าที่แค่ตามพี่มาร์คไม่ใช่เหรอครับ?”

“ก็ถูกอีก งั้นทานอะไรเสร็จรอพี่อาบน้ำแป๊บแล้วเราไปกันเลย”

“จะไม่พาผมไปที่แปลกๆ ใช่ไหมครับ?” แบมแบมฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กยัดเข้าปากแล้วหันไปมองหน้ามาร์ค อีกฝ่ายยกแก้วนมจิบก่อนจะวางลงเพื่อยิ้มให้แล้วส่ายหน้าออกมา

“เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน”

“ทำไมต้องความลับเยอะขนาดนี้” แบมแบมบ่นอุบพลางกลืนขนมลงคอ มาร์คยังมองพลางยิ้มไม่ยอมหุบแต่ก็ไม่ตอบคำถามใดๆ ของแบมแบมออกมาอีก เด็กหนุ่มได้แต่นั่งดื่มนมยัดขนมปังเข้าปากโดยมองมาร์คเป็นระยะและไม่ได้พูดอะไรอีกเช่นกัน

 

 

 

แบมแบมไม่ได้ขึ้นรถเมล์นานแล้ว คงตั้งแต่ยองแจและยูคยอมได้รับเลือกให้เป็นศิลปินนั่นล่ะ พออยู่ตัวคนเดียวแล้วแบมแบมก็นั่งรถเมล์แทบจะนับครั้งได้เพราะเขาเกลียดการนั่งโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่วันนี้มาร์คก็ทำเขาประหลาดใจตั้งแต่พาแบมแบมออกมาจากหอพักโดยไม่ใส่ผ้าปิดปากเพื่ออำพรางตัวเอง แถมยังมายืนรอรถเมล์จนกระทั่งตอนนี้เราขึ้นมานั่งบนรถนี่ล่ะ

“เราจะไปไหนกันครับ”

แบมแบมเอ่ยถามตอนเรานั่งกันเรียบร้อยตรงแถวหลังของรถ ผู้คนไม่ค่อยเยอะนักเพราะตอนนี้เป็นช่วงสายของวันแถมยังเป็นวันธรรมดาที่ผู้คนอาชีพปกติทำงานกันด้วย

“เดี๋ยวก็รู้น่า”

“ตอนถึงน่ะเหรอ? ทำไมพี่ต้องมีความลับเยอะขนาดนี้”

“เดี๋ยวเลี้ยงข้าว”

“ผมไม่ใช่พวกเห็นแก่กินสักหน่อย” แบมแบมบ่นอุบ แล้วก็เลิกถามเพราะดูท่าทางมาร์คก็คงไม่ตอบคำถามอยู่ดี แถมแบมแบมมีคำถามเดียวที่อยากรู้ก็คือเราจะไปไหนกันนี่ล่ะ

บนรถเงียบกริบมีเพียงเสียงแอร์เบาๆ ช่วยทำให้อากาศเย็นขึ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากคนข้างกายลอยเตะจมูกทำให้แบมแบมก้มลงพลางยกข้อมือตัวเองขึ้นมาดมกลิ่นน้ำหอมที่มาร์คซื้อให้ตั้งแต่คราวนั้นขึ้นมาลองพิสูจน์บ้างว่ามันติดทนอยู่รึเปล่า แล้วทำไมเขาถึงได้แต่กลิ่นน้ำหอมของมาร์ค

“ปกติถ้ามีวันหยุดทำอะไรเหรอ” เสียงเอ่ยถามเบาๆ จากคนข้างๆ ทำให้แบมแบมวางมือลงบนตักก่อน เบือนสายตาไปมองมาร์คแล้วถอนหายใจพลางส่ายหน้า

“ผมจำไม่ได้แล้วครับว่าล่าสุดวันหยุดตัวเองทำอะไร” แบมแบมเอ่ยเสียงเบาหวิว “ตั้งแต่อยากมายืนตรงจุดนี้ผมก็เอาแต่ซ้อม ซ้อม วันหยุดก็ซ้อมตลอด พอได้วันหยุดผมเลยนึกไม่ออกว่าจะทำอะไร”

แม้จะหัวเราะออกไปแต่แบมแบมก็รับรู้ว่าที่จริงเขาน่ะทั้งดูเป็นพวกขี้เหงาแถมยังโดดเดี่ยวอีกต่างหากเมื่อไร้เพื่อนสองคนอย่างยองแจและยูคยอม มานึกย้อนแล้วตอนที่อยู่คนเดียว แบมแบมก็ไม่ได้ทำอะไรในวันหยุดจริงๆ นั่นล่ะนอกจากฟังเพลง จับเส้นกีต้าร์จนนิ้วด้าน แล้วก็ฝึกอยู่ซ้ำไปซ้ำมาแบบนั้น

“งั้นหยุดคราวนี้ก็เป็นหน้าที่พี่คิดแทนแล้วกัน”

“ผมเชื่อพี่ได้ใช่ไหมว่าจะไม่พาไปที่แปลกๆ”

มาร์คไม่ยอมตอบอีกนั่นล่ะ แต่ยิ้มกว้างให้แบมแบมแทน เรานั่งรถมาเกือบ 30 นาทีมาร์คก็สะกิดไหล่บอกให้เตรียมลง ตอนนั้นแบมแบมเลยเพิ่งมองไปรอบกายว่าอยู่ตรงส่วนไหนของเมือง เขาก้าวลงจากรถ มาหยุดยืนตรงป้ายรถเมล์แล้วมองมาร์คที่เดินตามหลังมา

“พี่จะพาผมไปไหนล่ะ? ดูหนัง? เดินซื้อของ? หรือว่า...”

“เราต้องหาร้านและกินกันก่อน เพราะพี่หิวแล้ว” มาร์คเอ่ยตัดบทออกมาแล้วจับข้อมือแบมแบมและเดินนำเขา

แบมแบมเบี่ยงข้อมือออกจากการเกาะกุมตอนนึกได้ว่ามือกลองของวงจับมือเขาอยู่ มาร์คหันมาหัวเราะเบาๆ ตอนเห็นท่าทางนั้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์มามองเหมือนกำลังมองแผนที่สลับกับการเดิน แบมแบมซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่ปล่อยให้อีกคนทำหน้าที่ของตัวเอง

เขาเคยมาแถวนี้บ่อยๆ ตอนที่ยังเป็นเด็กฝึกกับยองแจและยูคยอมเพราะที่นี่ไม่ได้ห่างจากห้องซ้อมของบริษัทเก่ามากนัก หลังจากซ้อมเสร็จเรามักจะมาเดินเล่นหรือแม้แต่หาอะไรทานกันก่อนจะกลับหอพักเท่ารูหนูซึ่งแชร์กันอยู่ ที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ก็มีร้านรวงหลายร้านเก่าๆ ปิดไปกลายเป็นร้านค้าใหม่ๆ แบมแบมก็ไม่ได้แปลกใจอะไร การค้าขายก็เหมือนกับการเกิดดับบนเวทีและในฐานะไอดอลนั่นล่ะ

“ทางนี้แหละ”

มาร์คหันมาจับข้อมือเขา(อีกแล้ว) กระตุกเบาๆ แล้วดึงพาแบมแบมก้าวขายาวๆ ไปตามทางเดินแคบๆ แบมแบมคุ้นเคยทางเดินแถวนี้ดี โดยเฉพาะในซอยเล็กๆ แห่งนี้เพราะมีร้านอาหารที่เขาและเพื่อนสองคนชอบมาทานด้วยกันบ่อยๆ อยู่ร้านหนึ่ง เป็นร้านราเม็งที่เจ้าของร้านเป็นผู้ชายญี่ปุ่นและแต่งงานกับคนเกาหลีเลยมาเปิดร้านที่นี่

“ร้านนี้แหละแบมแบม”

มาร์คผายมือไปทางประตูหน้าร้านราเม็ง มันคือร้านที่แบมแบมมักจะมาทานกับยองแจและยูคยอมบ่อยๆ แม้จะไม่ได้มาที่นี่หลายปีและหน้าร้านก็ทำใหม่แต่แบมแบมจำชื่อร้านได้ดี

เราสองคนก้าวเข้าไปในร้าน กลิ่นหอมของราเม็งลอยมาแตะจมูกทันที แบมแบมกวาดตาไปรอบๆ ร้านซึ่งด้านในยังตกแต่งด้วยบรรยากาศเหมือนเดิม มีโต๊ะไม้และเก้าอี้เป็นชุด หรือจะเลือกนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ก็ได้ ซึ่งมาร์คพาเขาไปหย่อนกายนั่งลงตรงเคาน์เตอร์ พลางหยิบเมนูมาเปิดพลิกหน้าพลิกหลัง

“เอาอะไรสั่งเลยนะ” มาร์คหันมายิ้มบอก ก่อนจะหันไปสั่งเมนูของตัวเองให้พ่อครัวที่ยืนอยู่ด้านในเคาน์เตอร์ “มิโซะราเม็งที่หนึ่งครับ”

“โซยุราเม็งด้วยครับ”

หลังจากสั่งเมนูไปเรียบร้อยเราก็มานั่งเงียบๆ เพื่อใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวทำความสะอาดมือ ระหว่างนั้นมาร์คก็กวาดตามองไปรอบๆ พลางหันมามองแบมแบมแล้วยิ้มให้

“เมื่อก่อนผมมาร้านนี้บ่อยด้วยล่ะครับ” แบมแบมยังเช็ดมือกับผ้าขาวในมือ มองตะเกียบที่อยู่ในกล่องด้านหน้าตัวเองแล้วเอ่ยเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะคุยกับมาร์คออกไปอีก

“หอพักเก่าตอนที่ผมยังเป็นเด็กฝึกกับยูคยอม แล้วก็ยองแจน่ะอยู่แถวนี้ ช่วงไหนพอจะมีเงินอย่างต้นเดือนเราก็จะมาทานราเม็งร้านนี้กัน เขาเปิดถึงตีสองเลยล่ะ ผมชอบโซยุราเม็งร้านนี้มากๆ ว่าแต่...พี่มาร์ครู้จักร้านนี้ได้ไงครับ?”

แบมแบมวางผ้าลงใส่จานสีดำ หันไปมองมาร์คซึ่งนั่งเท้าคางมองเขาด้วยแววตาเอ็นดูและอ่อนโยนจนคนมองต้องก้มหน้าหลบตา แต่ก็ยังรอคำตอบจากมาร์คอยู่

“ได้แล้วครับ นี่มิโซะราเม็ง ส่วนนี่โซยุราเม็ง”

เพราะเจ้าของร้านที่แบมแบมจำหน้าได้ (แต่คุณลุงคงจำหน้าแบมแบมไม่ได้) เอาราเม็งที่เราสั่งไว้มาเสิร์ฟพอดี บทสนทนาของเราจึงชะงักไป พอเห็นราเม็งที่เคยทานเมื่อนานมาแล้วก็คิดถึงรสชาติจนแบมแบมลืมจะถามและเซ้าซี้กับมาร์คต่อ เราก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารตรงหน้าโดยไม่ได้พูดกันอยู่ครู่ใหญ่

“เอาเพิ่มไหม?” มาร์คหันมาถาม แบมแบมเพิ่งจะวางตะเกียบลง มองน้ำซุปเหลืออยู่นิดหน่อยก็เลยหันไปหยิบช้อนซุปมาเพื่อตักทานให้หมด

“ไม่ล่ะครับ”

ขณะกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับชาม มาร์คที่ทานเรียบร้อยแล้วก็เอาแต่นั่งหันมามองจนแบมแบมชักจะทานไม่ถนัดเท่าไหร่ มองตอนกินน่ะเขาไม่ว่าหรอก แต่มองจ้องขนาดนี้มันก็ออกจะเขินๆ อยู่ไม่น้อย เด็กหนุ่มเลยวางช้อนแล้วหันไปมอง

“หันไปทางอื่นเลยพี่มาร์ค”

“ทำไมล่ะ”

“ก็ทำไมต้องมาจ้องตอนผมกินด้วยล่ะครับ”

“ก็ทางนั้นมันไม่มีอะไรให้มอง” มาร์คยักไหล่หันไปทางขวาของตัวเองแวบเดียวก่อนจะหันกลับมามองแบมแบมด้วยสายตาแบบเดิมเปี๊ยบ เด็กหนุ่มเลยพยักพเยิดไปทางเคาน์เตอร์

“งั้นก็มองไปทางนั้นสิ”

“ทางนี้น่ามองกว่านี่ครับ พี่อยากมอง...คนตรงนี้” มาร์คยิ้มแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางจะได้มองแบมแบมให้ถนัดถนี่ขึ้นอีก เด็กหนุ่มอ้าปากวางช้อนซุป แล้วก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนั้นมาร์คมองเลยไหล่เขาไปด้านหลัง

“มีแฟนคลับ...อยู่ด้านหลังน่ะ เดินมาทางนี้แล้วด้วย”

ดวงตาดำของมาร์คหันกลับมามองแบมแบมพลางยิ้ม แล้วก็อย่างที่มาร์คบอกจริงๆ ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีเด็กสาวมายืนข้างหลังพวกเรา แบมแบมหันไปมอง ขณะที่มาร์คยื่นแขนออกมากั้นระหว่างเขาและแฟนคลับกลายเป็นมาร์คแตะศอกแบมแบมเอาไว้แทน

“มาร์คกับแบมแบมใช่ไหมคะ อ่า...คือขอลายเซ็นได้ไหมคะ” อีกครั้งที่แบมแบมต้องมองเด็กสาว 2 คนยืนทำหน้าเหมือนมีความหวัง ประกายตาวาววับสะท้อนแสงและเหมือนคลอด้วยน้ำใสๆ มาร์คหันไปหาเด็กสาวสองคนแล้วก็เอ่ยสั้นๆ ไปแค่ว่า

“ได้ครับ แต่ว่าห้ามตามนะ พวกเราได้วันหยุดเลยแอบมาเที่ยวกันแถวนี้ โอเคไหมครับ?”

เด็กสาวสองคนพยักหน้าจนแบมแบมกลัวว่าคอจะหลุด มาร์คหันไปรับสมุดเล่มเล็ก 2 เล่มมาเซ็นชื่อตัวเองลงไปในกระดาษหน้าหนึ่ง ก่อนจะส่งมันต่อให้แบมแบม มือกลองของวงรอกระทั่งแบมแบมเซ็นเรียบร้อยก็รับไปยื่นให้เด็กสาวด้วยมือตัวเอง

“ขอบคุณที่ชอบพวกเรานะครับ”

“นี่มา...มากันแค่สองคนเหรอคะ?” เด็กสาวหนึ่งในนั้นเอ่ยถามเสียงเบาหวิว แบมแบมอ้าปากค้าง ยังไม่ทันได้ตอบอะไรมาร์คก็หัวเราะเสียงสดใสพลางพยักหน้าหงึก ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากพลางเอ่ยเสียงเบาตอบแฟนคลับไป

"ครับ มากันแค่สองคนนี่แหละ”

เด็กสาวสองคนยืนจับมือกันแน่นในสายตาแบมแบม พวกหล่อนมองมาด้วยแววตาเป็นประกายดูสดใสกว่าเดิมก่อนจะเดินออกไปทางแคชเชียร์ที่ตั้งอยู่ตรงประตูหน้าร้าน ตอนนั้นแบมแบมเลยเบนสายตากลับมามองซุปที่เหลือเพื่อจะทานต่อให้หมด ส่วนมาร์คจู่ๆ ก็ฮัมเพลงออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่แบมแบมก็ไม่คิดจะหาเหตุผลของอีกฝ่าย

 

 

 

ถ้าวันนี้เรียกว่า พรีเดทสำหรับมาร์คแล้วล่ะก็...เขาว่าตัวเองประสบความสำเร็จสำหรับการตระเตรียมทุกอย่างให้มันออกมาสมบูรณ์แบบและคนมาเดทด้วยมีความสุขอยู่เหมือนกันล่ะนะ

มาร์คเหนื่อยนิดหน่อยเพราะเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับ ไม่ใช่ว่าตื่นเต้นหรอก แต่พอแบมแบมตกปากรับคำว่าจะไปกับเขา (แม้จะเป็นการบังคับแกมขู่นิดๆ ก็เถอะนะ ถือว่าหยวนๆ แบมแบมตกลงปลงใจนั่นล่ะ) มาร์คที่ไม่ได้ตั้งตัวว่าอีกคนจะยอมไปด้วยจริงๆ กลายเป็นคนวิตกจริตซะเอง

พออาบน้ำเรียบร้อยและแยกย้ายกันเข้าห้องนอน มาร์คก็นั่งไล่อ่านประวัติแบมแบมตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกกับเพื่อนสองคนต่างค่าย โชคดีว่า FanC มักจะชอบทำกระทู้เล่าความเป็นมาของสมาชิกในวงบ่อยๆ ข้อมูลปึ้กพอๆ กับเป็นคนในค่ายเราปล่อยเองด้วยซ้ำไป มาร์คจึงนั่งอ่านเพื่อเก็บข้อมูลว่าควรจะพาแบมแบมไปที่ไหนให้อีกคนประทับใจ เขาไม่อยากพาแบมแบมออกมาแล้วก็นั่งดูหนัง เดินช้อปปิ้งหรือทานเครื่องดื่มในร้านคาเฟ่สไตล์ชิคๆ หรอก แบบนั้นใครๆ ก็ทำได้

มาร์คได้ข้อมูลรู้แหล่งเพราะมีแฟนคลับส่วนหนึ่งยืนยันมั่นเหมาะว่าเคยเห็นแบมแบมสมัยเป็นเด็กฝึกที่ร้านราเม็งร้านนี้ เขาเลยเปิดแผนที่เพื่อหาทางไปร้าน ก่อนจะเลือกการเดินทางเป็นรถเมล์ซึ่งเป็นรถสาธารณะด้วยเพราะอยากให้แบมแบมนึกถึงตอนที่เป็นเด็กฝึก สำหรับเด็กหนุ่มผู้ทำช่วงวัยรุ่นหล่นหายไปเพราะวิ่งตามความฝันคนนี้ มาร์คจะช่วยเติมเต็มช่องว่างตรงนั้นได้สักนิดหนึ่งก็ยังดี

แล้วเขาก็ดูว่าแบมแบมเหมือนจะชอบนะ

ที่เขาบอกอีกคนว่า พรีเดทน่ะมันก็คือ pre ในความหมายนั้นจริงๆ สำหรับมาร์คแล้วตอนนี้แบมแบมกับเขาก็เหมือนช่วงทดลองใช้นั่นล่ะ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับแบมแบมว่าสุดท้ายจะเลือกทางไหน เดทในนิยามของมาร์คมันไม่ใช่แค่การออกมาทำกิจกรรมร่วมกันหรอก สำหรับเขาแล้วการเดทคือไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน แต่มันเหมือนกับคนสองคนได้แบ่งปันช่วงเวลาเหล่านั้นร่วมกันมากกว่า

หลังจากพาแบมแบมไปทานราเม็งร้านโปรดในอดีตแล้ว มาร์คก็ยังมีแผนต่อจากนั้นอีกคือพาเด็กหนุ่มเดินเล่นในย่านนั้นล่ะ แบมแบมคงไม่รู้ว่ามาร์คเก็บข้อมูลมาก่อน เด็กหนุ่มชี้ตึกตรงนั้น ร้านตรงนี้แล้วเอ่ยอธิบายเจื้อยแจ้วราวกับเป็นถิ่นของตัวเองให้มาร์คฟังด้วยใบหน้าแช่มชื่น เขาก็ได้แต่พยักหน้า มองริมฝีปากและฟังน้ำเสียงสดใสของเด็กหนุ่มข้างกาย พร้อมกับดวงตาประกายแบบเด็กวัยรุ่นซึ่งนานๆ แบมแบมจะแสดงออกมุมนี้ให้เห็นสักครั้ง

เราทานมื้อเย็นกันแถวนั้น โดยแบมแบมแนะนำร้านหมูสามชั้นเจ้าอร่อยที่เจ้าตัวบอกว่าถ้ามาแถวนี้ต้องห้ามพลาด อันเป็นหนึ่งในลิสต์ที่มาร์คคิดว่าจะพาอีกคนมาทานเป็นข้าวเย็นอยู่พอดี หลังจากอิ่มหนำสำราญ (เพราะมาร์คจ่าย) เราก็เดินย่อยกันอยู่แถวนั้นเล็กน้อย นอกเหนือจากร้านค้าต่างๆ แล้วก็มีลานแสดงเป็นเวทีซึ่งเปิดโอกาสให้คนที่ชอบแสดงออกได้มาลองโชว์ความสามารถ เรานั่งดูกันอยู่ตรงนั้นอย่างเพลิดเพลิน

ส่วนตอนนี้เกือบสามทุ่มแล้ว เรานั่งอยู่ด้วยกันบนรถเมล์สายเดิมแต่คันใหม่ที่พาเรามาจากหอพัก แบมแบมดูเหนื่อยแต่หน้าก็ยังเปื้อนยิ้ม ส่วนมาร์ค...ให้เขาเดินเยอะกว่านี้อีกก็ได้ ถ้าแลกกับการได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของแบมแบมน่ะ

“เหนื่อยไหม? พี่ว่าเรากลับแท็กซี่อาจจะเร็วกว่า”

มาร์คเอ่ยขึ้นตอนเห็นเปลือกตาของแบมแบมทำท่าจะปิดลง เด็กหนุ่มฝืนลืมตาก่อนจะจับแขนให้เขานั่งลงเหมือนเคยเพราะมาร์คจะผุดลุกเพื่อกดออดแล้วพาแบมแบมขึ้นรถแท็กซี่

“ไม่ต้องครับ” แบแบมรีบเอ่ยห้าม “ผมเพลียนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร นั่งรถเมล์เนี่ยแหละ เราไม่ต้องรีบไปทำงานหรือกลับไปทำอะไรต่อนี่นา”

“อ๋อ...อืม...”

“วันนี้สนุกดีครับ” แบมแบมเอ่ยเสียงเบาออกมา มาร์ควางมือลงบนหน้าขาอีกฝ่ายแล้วตบเบาๆ พอแบมแบมหันมามองเขาก็เลยยกแขนมาตบไหล่ตัวเอง

“ถ้าง่วงก็ซบตรงนี้”

“ไม่เอาหรอก” แบมแบมส่ายหน้าปฏิเสธ มาร์คเลยยักไหล่ก่อนจะเอ่ยออกไป

“ก็ได้ แต่รู้ไหม...ใครๆ ก็อยากเอนมาซบไหล่มาร์ค มือกลองของวง Chaos กันทั้งนั้นล่ะ ไม่อยากลองเหรอ?”

แบมแบมเม้มปากส่ายหน้า มาร์คกลั้นหัวเราะแล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ ระหว่างที่รถกำลังมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางของพวกเรา แบมแบมก็สัปหงกอีกครั้งจนหน้าผากเกือบจะทิ่มเข้ากับเบาะ มาร์คเอื้อมไปดึงเอาไว้ก่อนจะจิ๊ปากตอนเห็นว่าแบมแบมปรือตามามองด้วยหน้างงๆ

“แบม...นอนดีๆ ถ้าหัวโขกล้มลงไปขึ้นมาไม่คุ้มหรอก”

มาร์คกับแบมแบมมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายแล้วมือกลองก็ได้ลอบอมยิ้มตอนที่แบมแบมยินยอมเอนหัวมาซบไหล่ เขายืดแขนออกไปโอบอีกคนหลวมๆ แบมแบมเลยเด้งตัวถลึงตาใส่ มาร์คทำหน้ายุ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบไปว่า

“เอ้า! ถ้ารถมันโยกแล้วแบมหน้าทิ่มพี่จะคว้าทันเหรอ?”

“พี่มาร์ค...”

“เหอะน่า พี่ไม่ใช่พวกชอบลวนลามเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก” มาร์คบ่นอุบอิบในลำคอแล้วก็นั่งนิ่งเป็นการแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรจริงจริ๊ง!

แล้วแบมแบมก็เอนมาซบเหมือนเคย เหมือนจะบ่นเสียงอู้อี้ในลำคออะไรสักอย่างแต่มาร์คไม่ได้ยินหรอกเพราะอีกคนคุยกับตัวเองมากกว่าจะบอกเขาแน่ๆ เขาวาดแขนอีกครั้ง โอบไหล่แบมแบมเอาไว้หลวมๆ และก็คงเพราะว่าเหนื่อยกันมาทั้งวัน ไม่นานนักแบมแบมก็หลับไปจริงๆ คราวนี้เปลือกตาคู่นั้นปิดสนิท ในขณะที่มาร์คก้มลอบมองแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

วันนี้รถจะติดทุกแยกก็ได้นะ...มาร์คไม่รีบ...

 

 

 

แบมแบมนิ่งเงียบมาตลอดทางขึ้นลิฟต์ เอาเข้าจริงจะให้ทำหน้ายังไงตอนที่ลืมตาตื่นเพราะว่ามาร์คสะกิดไหล่เขาเบาๆ แล้วพบว่าเขาเอนหัวไปซบที่แผ่นอกอีกคนแทนที่จะเป็นไหล่ หลังจากนั้นเราก็เดินลงจากรถมาขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพัก มาร์คก็เอาแต่อมยิ้มไม่ยอมพูดอะไร ซึ่งก็ดีเพราะตอนนี้แบมแบมเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนเลยยังมึนๆ เบลอๆ

“ไอ้แจบอมไม่กลับหอแน่ๆ”

มาร์คเอ่ยขึ้นตอนเรากดรหัสแล้วผลักบานประตูเข้ามาเพื่อพบว่าห้องพักของเรามืดสนิท มาร์คกดสวิตซ์ไฟพลางบ่นไปด้วย ขณะที่แบมแบมเดินตามหลังเข้ามาแล้วก็เห็นว่ามาร์คหยิบมือถือมากดอะไรบางอย่าง

“อาบน้ำแล้วไปนอนพักเถอะ เหนื่อยไม่ใช่เหรอเราน่ะ”

“อ่า...ครับ...”

แบมแบมเลยเลี่ยงไปอาบน้ำอาบท่า เขาออกมาจากห้องน้ำด้วยความกระปรี้กระเปร่า พอร่างกายสดชื่นก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็นแบมแบมมานั่งกดรีโมทดูทีวีระหว่างที่มาร์คเข้าไปอาบน้ำ แต่ก่อนหน้านั้นก็บอกแบมแบมแค่สั้นๆ ว่าแจบอมคงกลับดึก

แบมแบมหันไปหยิบมือถือมาเล่น เขากดเข้านู้นเข้านี่เพื่อฆ่าเวลาและมันอาจจะชวนให้เขาเริ่มง่วงอีกครั้ง เด็กหนุ่มฮัมเพลงในลำคอระหว่างที่โยกตัวให้จังหวะเพลงที่ร้องขณะเลื่อนปลายนิ้วเข้าไปดูเว็บบอร์ด แล้วแบมแบมก็เบิกตาโตตอนที่เห็นกระทู้หนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าจะกลายเป็นประเด็นฮอตอยู่ในเว็บบอร์ดของวงในขณะนี้

 

‘Topic : มาร์คแบม แค่แฟนเซอร์วิส VS ความสนิทสนมที่ปิดไม่มิด

พอมีรูปหลุดของมาร์คและแบมแบมที่แอบไปทานราเม็งแล้วก็เดินเล่นกันแถว xxx วันนี้แล้ว ฉันก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าสองคนนี้นี่มันยังไงกันนะ ตั้งแต่แรกแล้วฉันคิดว่ามาร์คไม่น่าจะสนิทกับแบมแบมได้เร็วขนาดนั้นเลยคิดด้วยซ้ำว่าบริษัทอาจจะสั่งให้สนิทกับแบมแบมจะได้ไม่มีปัญหาตอนคัมแบ็ค ฉันว่า FanC ก็รู้กันใช่ไหมว่านิสัยมาร์คน่ะเป็นยังไง

แต่ฉันมาติดใจคู่มาร์คแบมจนหันมาเป็นชิปเปอร์อย่างบ้าคลั่งก็เพราะแฟนแคมงานแฟนไซน์ที่มีแอนตี้แฟนบ้าๆ คนนั้นพยายามไล่แบมแบมออกไปจากวง โอเค...ในตอนนั้นฉันเทใจให้มือกีต้าร์ใหม่ของ Chaos และเปิดใจแล้ว ฉันว่ามาร์คโมโหจริงๆ และเขาโมโหมากๆ ด้วย หลังจากนั้นคู่นี้ก็ดูเหมือนจะสนิทกันมากขึ้นไปอีก ในสายตาชิปเปอร์อย่างฉันแล้วฉันรู้สึกดีใจมาก และฉันว่าพักนี้มาร์คก็ตัวติดกับแบมแบมตลอดเลยนะ

ฉันไม่ค่อยเห็นมาร์คไปไหนมาไหนกับเพื่อนร่วมวงแบบนี้มาก่อน ดังนั้นฉันเลยตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพราะคิดว่าไม่ได้แล้วล่ะ ต้องเขียนอะไรสักอย่าง ก่อนหน้านี้แม้จะมีรูปมาร์คไปทานข้าวกับแจบอมบ้าง กับจินยองบ้าง หรือแม้แต่เพื่อนร่วมวงการคนอื่นๆ เราจะเห็นว่ามาร์คไม่เคยลืมที่จะใส่ผ้าคาดปากและพยายามปิดหน้าตาทุกครั้ง

- เวลามีวันหยุดเราก็พักกันครับ ผมชอบไปไหนมาไหนคนเดียวมากกว่า มันลำบากเวลาเราไปไหนด้วยกันเพราะคนจะจำได้ แล้วก็ต้องใส่ผ้าปิดหน้าด้วย (Song station ; 2014)

มาร์คเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้แบบนี้แล้วก็เคยพูดในอีกหลายๆ ครั้งว่าเขาชอบเที่ยวคนเดียวมากกว่า แต่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะที่มีรูปหลุดว่ามาร์คกับแบมแบมเดินเที่ยวด้วยกัน แถมพ่อมือกลองก็ไม่ใส่ผ้าคาดปากด้วย ฉันไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองแต่หลักฐานขนาดนี้จะให้ฉันไม่คิดได้ยังไง

แล้วก็มีภาพหลุดจากเว็บบอร์ดคู่นี้ด้วย เป็นแฟนคลับที่ตามไปญี่ปุ่นด้วย เพื่อนของฉันเอง เขาบอกว่ามาร์คกับแบมแบมลองน้ำหอมกันด้วย แถมยังดูกระหนุงกระหนิงกันอีกต่างหาก แม้จะไม่มีภาพยืนยันแต่ฉันเชื่อเพื่อนค่ะ ฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นแค่การเพ้อเจ้อของชิปเปอร์ไหม แต่ฉันอยากให้ลองมาแสดงความเห็นกันดูค่ะว่าความสัมพันธ์แบบนี้นี่มันเพราะแฟนเซอร์วิสหรือว่ามันปิดไม่มิดแล้วกันแน่

- ถ้ารักใครเหรอครับ ผมก็จะทุ่มสุดตัวเลย ผมเป็นพวกที่ทำอะไรต้องทำให้สุดน่ะ เวลาชอบใครสักคนผมอยากให้เขามีความสุขผมทำให้ได้หมดแหละครับ (Sizmag Vol.34 ; 2014)

มาร์คเคยพูดไว้แบบนี้ค่ะ ฉันก็เลยคิดแบบหัวอกชิปเปอร์ว่าตอนนี้มาร์คกำลังทุ่มให้แบมแบมอยู่

 

อะไรกันวะเนี่ย!

แบมแบมละสายตาขึ้นมาจากจอ เก็บมือถือก่อนจะแว่วได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ที่จริงมาร์คออกมาจากห้องน้ำสักพักแล้วก็หายเข้าห้องตัวเอง ส่วนตอนนี้ก็ออกมาจากห้องอีกครั้งแล้ว ในหัวแบมแบมยังมีข้อความเหล่านั้นค้างอยู่ในสมอง เขากะพริบตามองมาร์คที่ออกมาในชุดนอนและเส้นผมที่ยังไม่แห้งสนิทนัก

“ไม่ง่วงแล้วเหรอ?” โดนเอ่ยถามแบบนั้นแบมแบมก็เลยพยักหน้าหงึก

“พออาบน้ำแล้วก็หายง่วง พี่มาร์คง่วงแล้วเหรอครับ?”

“นิดหน่อย” มาร์คเอ่ยตอบพลางเอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทางสบาย “วันนี้เป็นไงบ้าง สนุกไหม?”

“สนุกครับ” พอพูดถึงเรื่องวันนี้แบมแบมก็วาดยิ้มกว้างออกมา

เขาสนุกแบบที่ไม่ได้แกล้งสนุก แม้จะไม่ได้ทำอะไรนอกจากกินและเดินเรื่อยเปื่อยเหมือนชมเมือง แต่สำหรับแบมแบมมันเหมือนไปซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ไปเห็นสิ่งที่เคยจากมา เขาสนุกกับการ พรีเดทวันนี้จริงๆ นั่นล่ะ แม้จะเพลียตอนนั่งรถกลับจนหลับไปซบอีกคนก็ตาม

“ขอบคุณพี่มาร์คมากนะครับ”

“ไม่เป็นไร เอาไว้วันหลังไปเดทกันจริงๆ ดีกว่าเนอะ...” มาร์คหัวเราะตอนเห็นแบมแบมทำหน้านิ่งไป เด็กหนุ่มเม้มปากเข้าหากันก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ผมว่า...ผมจะเข้าห้องนอนแล้ว”

“ไปด้วย”

“หา?” แบมแบมเบิกตาโตแล้วมองหน้าคนพูด มาร์คลุกขึ้นจากโซฟา พยักหน้าแล้วก็ชี้ไม้ชี้มือไปทางห้องแบมแบม

“อื้อ ไปด้วย”

“จะ...จะไปด้วยได้ไงครับ ก็...นั่นห้องผม”

“แบมแบมจะนอนเหรอ พี่ก็แค่จะไปส่งไง คิดอะไรน่ะ...หรืออยากให้พี่ไปนอนเป็นเพื่อน” มาร์คเดินเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มส่งมา แบมแบมเลยแหวเสียงดังใส่ไปว่า

“ไม่ใช่ครับ!

แล้วแบมแบมก็ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นเด็กสิบขวบหรือยังไงทำไมถึงต้องมีผู้ใหญ่ที่แก่กว่าเขาไม่กี่ปีเดินมาส่งถึงหน้าห้องนอน เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในห้อง จับลูกบิดประตูแล้วเปิดประตูแง้มเอาไว้ มาร์คยืนกอดอกยิ้มอยู่ตรงนั้นก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า

“ฝันดีนะ”

มันก็น่าเขินไม่ใช่เหรอ... แบมแบมไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับเพื่อนคนไหนหรอก กับยูคยอมที่เคยเป็นแฟนกันยังไม่มีโมเมนต์บอกฝันดีกันแบบนี้เลยเพราะเราซ้อมเสร็จถึงห้องพักก็หลับเหมือนสลบกันแล้ว เขาเม้มปาก พยักหน้าหงึกหงักแล้วไม่รู้จะตอบอะไรเลยบอกเสียงเบา

“พี่มาร์คก็ฝันดีนะ”

เขาปิดประตูหลังจากเอ่ยประโยคนั้นกับมาร์คไป แบมแบมยืนเอาหลังแนบประตู ยกมือข้างซ้ายมาทาบบนอกข้างเดียวกับมือ มันเต้นแรงราวกับมีใครเอากลองมาตีในอกดังๆ แบมแบมปิดเปลือกตาก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้งเพราะมีเสียงเคาะประตู 2-3 ทีแรงๆ ด้านหลังเขานี่เอง

เขาหมุนตัว ยืนฟังเสียงนั่นจนแน่ใจว่ามันดังอยู่หน้าห้องนี่ล่ะ แบมแบมเลยหมุนลูกบิดประตูเปิดออกกว้างอีกครั้ง เป็นมาร์คยืนอยู่ตรงนั้น ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเพราะเจ้าตัวสางนิ้วเข้าไปในเรือนผมตัวเอง พอเห็นหน้าแบมแบมก็ยิ้มบางออกมา

“พี่มาร์ค...มีอะไรเหรอครับ?”

“พี่ลืมของ”

“ลืมของ? อะไรนะ...ของ? ของอะไรครับ?” แบมแบมขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจคำถาม จริงๆ มาร์คเมาหรือเหนื่อยเกินไปรึเปล่าทำไมถามอะไรแปลกๆ แบบนั้นออกมา

“อืม ลืมของ”

“ในห้องผมเนี่ยนะ จะมาลืมได้ไง” แบมแบมถามเสียงงุนงง ขมวดคิ้วก่อนจะเห็นว่ามาร์คชี้นิ้วมาทางเขา ก่อนจะเอ่ยหน้าตายว่า

“นี่ไง”

“อะไรครับ?” ก้มมองอกตัวเอง แบมแบมไม่ได้ใส่สร้อยหรือสวมเครื่องประดับนะ เขาสวมแค่เสื้อเชิ้ตตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นชุดนอนเนี่ย

“พี่ลืมของ นี่ไง...ของที่พี่ลืม”

สีหน้า แววตา ปลายนิ้ว รวมไปถึงน้ำเสียงดูเอาแต่ใจนั่นทำให้แบมแบมนิ่งไป ก็จะอะไรซะอีกในเมื่อตามาร์คมองมาที่เขา นิ้วชี้ตรงมาที่อก สีหน้ายิ้มอย่างพอใจแล้วไหนจะเท้าที่...เดี๋ยวนะ...เดินเข้ามาใกล้ทำไม

“พี่มาร์ค”

“เผื่อจะหวั่นไหวมากกว่าเดิม”

มาร์คว่าแล้วแบมแบมก็เหมือนตั้งตัวไม่ทัน เขามารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มาร์คมายืนประชิดตัวแล้ว มือข้างหนึ่งอีกคนยกมาประคองท้ายทอยให้เขาแหงนเงยหน้าขึ้น ก่อนใบหน้าคมคายนั่นจะเคลื่อนลงมาใกล้ มันขยายใหญ่ขึ้นแล้วในที่สุดริมฝีปากอีกคนก็แตะบนกลีบปากแบมแบม

...แผ่วเบา

ใจแบมแบมเต้นแรง มันเต้นแรงกว่าการเปรียบว่าเหมือนเสียงกลองอยู่ในอก นี่มีประทัดตรุษจีนดังก้องในอกแทนแล้ว แบมแบมยืนมึนตอนที่มาร์คถอยห่างออกไป อีกฝ่ายแค่แตะริมฝีปากของเราเข้าด้วยกันเบาๆ ไม่มีการรุกล้ำมากกว่านั้น มาร์คยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าแบมแบมก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า

“ฝันดีครับ คราวนี้พี่ไม่ลืมอะไรแล้วล่ะ”

ฝ่ามือเอื้อมมาลูบผมเขาเบาๆ 2-3 ทีด้วยท่วงท่าเอ็นดู จากนั้นก็หมุนตัวเดินเข้าห้องนอนตัวเองราวกับเรื่องเมื่อกี้แบมแบมคิดไปเอง แต่บ้า! คิดไปเองอะไรกัน แบมแบมยกมือแตะปากล่างตัวเองพลางเดินเหมือนคนละเมอเข้าห้อง เสียงประตูปิดเหมือนกระชากสติเขากลับมาด้วย

ที่จริงพรีเดทนั่นแบมแบมให้คะแนนมาร์คเต็มสิบเลยล่ะ แต่มันมาติดลบก็เพราะเหตุการณ์เมื่อกี้นี้เลย โทษฐานทำใจเขาเต้นแรงยังกับมีประทัดแตกในอก

แล้วยังมาพูดอีกว่าฝันดี...จะหลับได้รึเปล่ายังไม่รู้เลยใจเต้นรัวขนาดนี้...









แต่งให้ความนกกับการชิงบัตรมีตกัซฟรีในวันนี้ คือไม่ได้เลยนกมาก นกมาทั้งสวน ฮิออออออ
เลยแต่งฟิคแก้เครียดค่ะ ยินดีกับคนที่ได้บัตร ส่วนคนที่ไม่ได้ก็มาอ่านฟิคเรากันเร้วววว
หวานแบบน้ำตาลท่วมไปเลยเถอะค่ะตอนนี้ เพื่อแก้เครียดกันขาวเรา 
ขอบคุณคอมเมนต์ตอนที่แล้วและคนที่ติดแท็ก #ficfakemb นะคะ

ปล. ใครสั่งฟิคมาร์คแบมโซเชียลกับสลีปวิทมีได้เล่มแล้ว อ่านสเปแล้วมาบอกกันมั่งนะคะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,350 ความคิดเห็น

  1. #2321 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 22:21

    นึกอยู่ว่ามันดีเกินไปเหมือนไม่ใช่มาร์คตอนต้นๆ

    มาดีแตกตรงสุดท้ายนี่เอง​ มาร์คก้อคือมารํคล่ะนะ

    #2,321
    0
  2. #2283 ฺBeau (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 17:47
    พี่มาร์คคคคค ถ้าจะรุกน้องขนาดนี้ๆๆๆๆๆ เอาน้องไปเลยเถอะๆๆๆๆ >//////<
    #2,283
    0
  3. #2242 BMN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 18:48

    โอ๊ยยยยยยยยยยย >////////////////////////////<

    นี่อ่านไปบิดไป เขินมากคร๊าาา

    แกรุกน้องหนักมาก น้องจะอกแตกตายเพราะความเขินมั้ย มาร์คแสดงออกขนาดไหน ขนาดที่แจบอมกับจินยองมองออกอ่ะ

    #2,242
    0
  4. #2235 nupororo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:08
    บ้าจิงงงง นี่เขิลตัวบิดตามแบมล่ะเนียะ~~~ พี่มาร์คคคคค พี่ช่างรุนแรงกะใจเหลือเกิน
    #2,235
    0
  5. #2183 ojay2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 22:21
    -บ้าเอ้ยยยย เขินนนนไปหมดแล้วววววว งื้อออออออออออ
    #2,183
    0
  6. #2122 AhgaseBlood (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 13:44
    ฟินนนนนนนนคร้าาา เขินตัวแทบแตก?(*???)??(*???)?
    #2,122
    0
  7. #2105 Aoyyah (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 01:12
    งือออ พี่มาร์คคจุ๊บน้องเลย
    #2,105
    0
  8. #2088 zilladragon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 23:09
    พี่มาร์คมีความอ้อยแรง แกขนอ้อยมาทั้งสวนเลยป่ะเนี่ย
    #2,088
    0
  9. #2082 Boomm Wrn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 18:11
    มาร์คคคคคคค แกรุกแรงมา 555
    #2,082
    0
  10. #2070 ____wpd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 01:01
    มาร์คมีความอ้อยแรงมากกก
    #2,070
    0
  11. #2059 bbunnymm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 09:16
    อยากมีพรีเดทแบบนี้มั่งจังเลยค่ะะ
    เอาคะแนนไปสิบเลยค่ะพี่ต้วนน
    #2,059
    0
  12. #2034 mellow_aa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 19:58
    โอ้ยยยย พรีเดทเขามีจุ๊บตบท้ายด้วยเหรอ คนบร้าา ยังไม่ได้เป็นแฟนกันเลยนะะะะ >\\<
    นับถือชิปเปอร์ในฟิคเลยค่ะ เก่งกันมาก555555 พี่มาร์คนี่ก็เก็บข้อมูลเอาใจไปสุดฤทธิ์เลยเถอะ
    #2,034
    0
  13. #2013 soul_hyukjae (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 16:36
    อิพี่ต้วน!!!!  หวั่นไหวมากพูดเลย
    #2,013
    0
  14. #1996 M.m1nt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 21:47
    คือมันดี เขินน
    #1,996
    0
  15. #1970 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 16:21
    ย้ากกกกกกมันเขินจนตัวจะแตกตอนเขาจุ้บกัน
    #1,970
    0
  16. #1927 9nawKIHAE (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 22:44
    งื้ออออ จุ๊บบแล้วววว ดีกับใจเหลือเกิน ; ////////// ;
    #1,927
    0
  17. #1911 PeAriiS (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 23:55
    กรี๊ดดดดดดด ชอบอ่ะ ทำไมมันดีกับใจแบบนี้!!!
    ซื้อเก็บแน่นอน มันดี มันใช่ คือรักเลยอ่ะเรื่องนี้ T__T
    #1,911
    0
  18. #1885 m_sseob (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 19:33
    โอ้ยตายๆ ;///; เขิน เขินหนักมาก
    #1,885
    0
  19. #1882 MBKY; (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 14:37
    กรี๊ดดดด พรีเดทแล้วนี้คืออะไร พรีจุ๊บหรอ ลองจุ๊บฟรีไม่คิดตังถาติดใจก็ยอมเป็นแฟนอะไรงี้ไหม แหมมาร์คต้วนอยากให้แบมหวั่นไหว บอกเลยทำสำเร็จนะเออ แต่ชอบแฟนคลับ 55555555 วิเคราะห์ดีมีหลักการ
    #1,882
    0
  20. #1846 noonsirapat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 17:01
    เกร้ดดดดดดดทำไมมีออร่าสีชมพูวิ่งวนรอบมาร์คแบมน้าาาา
    #1,846
    0
  21. #1837 a2m-sugus (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 20:52
    โอ๊ยยยยย!!!!ทำให้น้องแบมเขินตลอดเลยพี่มาร์คเนี่ย 
    #1,837
    0
  22. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  23. #1673 bammiie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 19:27
    แค่นี้น้องก็หวั่นไหวแล้วนาย
    #1,673
    0
  24. #1465 Plankton exoTic (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 14:11
    เขินแรงมาก
    #1,465
    0
  25. #1246 poppoka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 20:23
    โง้ยยยยย น่าร้ากกกกก><
    #1,246
    0