[GOT7] MARKBAM ll FAKE

ตอนที่ 14 : FAKE - Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    28 มิ.ย. 58



F A K E

 

Chapter 12

 

 

แบมแบมยังติดใจเรื่องเหตุการณ์เมื่อคืนในห้องนอนของตัวเองอยู่เลย เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่ามาร์คแค่อยากจะแกล้งเขาหรือต้องการอะไรกันแน่ เอาเป็นว่าพออีกฝ่ายทำแบบนั้น เขาก็เอ่ยอ้อมๆ ไล่อีกคนออกจากห้องนอน แม้มือกลองจะทำตัวอิดออดเล็กน้อยแต่ก็ยอมหอบของขวัญส่วนของตัวเองกลับห้องไป แบมแบมถึงได้นั่งนิ่งบนเตียงเพื่อคิดทบทวน แต่สุดท้ายก็เลือกจะนอนเร็ว

เช้าอันแสนวุ่นวายก่อนไปทำงานเราทั้งสี่คนก็เดินพล่านไปทั่วห้องเพราะพี่ฮยอนอูใกล้จะมาถึงแล้ว ต่างคนต่างรีบจัดการธุระส่วนตัวหรือแม้แต่รีบทานมื้อเช้าแบบง่ายๆ แบมแบมที่จัดการตัวเองแล้วปลีกตัวมายืนในห้องครัว เขาทำมื้อเช้าง่ายๆ อย่างเทคอนเฟลกใส่ชามและตามด้วยนมก่อนจะนั่งทานเงียบๆ อยู่คนเดียวเพราะตอนนี้แจบอมเดินไปรอบห้องนั่งเล่น จินยองยังอยู่ในห้องน้ำ ส่วนมาร์คน่าจะยังอยู่ในห้องนอน ซึ่งก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแบมแบมเพราะเขายังไม่อยากเจอหน้ามือกลองของวงสักเท่าไหร่

เขาแค่ยังคิดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็แอบไม่เข้าใจมาร์คขึ้นมาเลยคิดว่าห่างไว้ก่อนน่าจะดีกว่า ตอนที่ก้มหน้าก้มตาทานมื้อเช้าของตัวเองอย่างเพลิดเพลินแล้วเงยหน้ามาพบว่ามาร์คเข้ามาในห้องครัวเลยออกจะตกใจไปนิดหน่อย

ในห้องครัวมีเพียงเราสองคน แบมแบมนั่งที่โต๊ะและทานมื้อเช้าง่ายๆ ส่วนมาร์คยืนอยู่หลังตู้เย็น ไม่นานนักก็ถือขวดนมและแก้วมาวางใกล้ๆ ระหว่างที่เทนมอยู่นั้นก็เอ่ยชวนแบมแบมคุยด้วยอีกต่างหาก

“ไง...เมื่อคืนหลับรึเปล่า?”

หลับ...แต่ไม่ได้หลับดีนักหรอก...

แบมแบมมัวแต่หลับๆ ตื่นๆ เพราะเปลือกตาปิดลงแล้วก็ดันนึกถึงภาพริมฝีปากของมาร์คและใบหน้าหล่อเหลาที่ขยับเข้ามาใกล้นั่นด้วย เอาเป็นว่าก็ได้นอนอยู่หรอก แต่ยังไงดีล่ะ...มันไม่ใช่การหลับที่ดีสักเท่าไหร่ (แต่ก็ไม่ได้แย่ล่ะนะ...)

“ก็...หลับครับ”

เสียงลากเก้าอี้ใกล้ๆ ดังขึ้นก่อนที่มาร์คจะหย่อนกายนั่งลง แบมแบมชะงักก่อนจะรีบก้มหน้าจ้วงคอนเฟลกและนมในชามตรงหน้าให้หมดเร็วที่สุด เอาเข้าจริงมาร์คไม่ใช่คนน่ากลัวที่แบมแบมต้องหนีหรอก แต่ตอนนี้แค่ไม่อยากอยู่ด้วยกันสองต่อสองเพราะกลัวว่าจะมีอะไรแบบเมื่อคืนอีก แถมยังไม่รู้ว่าเหตุผลกับการกระทำเหล่านั้นมันคืออะไรด้วย

“หิวมากเหรอ?” เสียงเรียบนั่นเอ่ยถามมา มันกลั้วเสียงหัวเราะแกมเอ็นดูนิดๆ แต่แบมแบมไม่ได้ใส่ใจ เขากลืนคอนเฟลกคำสุดท้ายลงคอก่อนจะลุกขึ้น แล้วก็เพิ่งหันไปเห็นว่ามาร์คเพิ่งดื่มนมไปได้เพียงครึ่งแก้ว

“หมดแล้วเหรอ?!” มาร์คถามท่าทางตกใจ แบมแบมหันไปพยักหน้าหงึก ไม่ยอมพูดอะไรแล้วก็เดินไปทางอ่างเพื่อทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งชามและช้อน

“แบมแบม...” น้ำเสียงเคร่งเครียดเรียกชื่อแบมแบมจากด้านหลัง เขาขมวดคิ้วรีบก้มหน้าใช้ฟองน้ำถูชามอย่างรวดเร็วอีกหน

“พี่ฮยอนอูบอกว่าอีก 15 นาทีถึงนะ แบมแบมทานเสร็จแล้วเหรอ? อ้าว? จะไปไหน?” แจบอมที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องครัวเอ่ยทักตอนแบมแบมรีบวางทุกอย่างบนตะแกรง

“ผมจะไปหยิบของในห้องหน่อยครับ” รีบยิ้มบางให้โดยไม่หันไปมองหน้ามาร์ค แล้วแบมแบมก็เดินเลี่ยงออกมาทันทีโดยไม่ให้เสียเวลา

แบมแบมหนีเข้ามาในห้อง ไม่มีอะไรให้หยิบหรอก ก็แค่ไม่อยากอยู่กับมาร์คแค่สองคน ไม่รู้จะทำหน้ายังไงอีกต่างหาก กลายเป็นว่าตอนที่ลงลิฟต์มาหาพี่ฮยอนอูที่ชั้นจอดรถ แบมแบมทำตัวติดกับจินยอง พยายามหาเรื่องคุย ในขณะที่คนไม่รู้ก็ตอบคำถามแถมยังชวนแบมแบมคุยอีกต่างหาก เลยเป็นจินยองที่คุยกับแบมแบมติดพันจนมาร์คไม่สามารถหาจังหวะแทรกได้

จวบจนขึ้นรถ แบมแบมก็รีบกระโดดขึ้นนั่งที่เบาะ วางกระเป๋ากันไม่ให้มาร์คมานั่งด้วยแต่ก้มหน้าก้มตาทำเป็นเก็บของ กระทั่งมาร์คนั่งลงยังเบาะด้านหน้า เขาเลยผ่อนลมหายใจยืดยาวออกมา แต่ก็ยังไม่ยอมเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย แบมแบมรอกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกจากที่จอด เขาก้มหน้าใส่หูฟังให้ตัวเอง เอนหลังพิงเบาะก่อนจะรีบหลับตาเหมือนง่วงนักง่วงหนาทั้งที่จริงไม่ได้อยากนอนหรอก

แค่ไม่อยากสบตาคนเบาะหน้า...แค่นั้นเอง...

 

 

 

วันนี้เรามีงานกันที่สตูดิโอแห่งหนึ่ง เป็นการถ่ายแบบนิตยสารและสัมภาษณ์คนละเกือบ 10 นาที เกี่ยวกับสินค้าที่เรากำลังจะกลายเป็นพรีเซนเตอร์ แน่นอนว่างานยุ่งเพราะต้องแข่งกับเวลาเนื่องจากช่วงเย็นๆ เรามีงานกันอีกชิ้นด้วย แบมแบมเลยลอบถอนหายใจเพราะเขากับมาร์คไม่ได้มีเวลาคุยกันเลย มาร์คสัมภาษณ์อยู่แบมแบมก็ได้พัก พอเขาเริ่มทำงานมาร์คก็ได้พัก สลับกันอยู่แบบนั้นไม่มีเวลาตรงกัน

แบมแบมถอนหายใจตอนที่ถ่ายงานเรียบร้อย เขาโค้งให้ทีมงาน กลายเป็นเขาคือคนแรกที่เสร็จงานเรียบร้อย มาร์คนั่งถือไมค์มีกล้องจับภาพและคนเขียนบทที่นั่งถามอยู่หลังกล้อง แบมแบมลอบถอนหายใจก่อนจะรีบเดินไปหยิบมือถือ เขาบอกทีมงานว่าจะออกไปคุยโทรศัพท์ถ้ามีอะไรให้ไปเรียกได้ แล้วเด็กหนุ่มก็เดินเลี่ยงเข้าไปยืนพิงกำแพงบันไดหนีไฟพลางต่อสายโทรศัพท์หายองแจ

“ไงแบมแบม!

“ยองแจ...ว่างรึเปล่า?” แบมแบมรีบเอ่ยทักไปทันทีที่เพื่อนรับสายด้วยน้ำเสียงสดใส

“ตอนนี้เหรอ? ว่าง อยู่บริษัท กำลังพักพอดี”

“เอ่อ...ยูคยอมล่ะ?” แบมแบมเอ่ยถามอึกอัก

“มันไปซ้อมกีต้าร์อีกห้อง ทำไมเหรอ?”

“ก็...เอ่อ...มีเรื่องอยากปรึกษาหน่อย”

“เออ ว่ามาสิ มีอะไร”

แบมแบมกัดริมฝีปากล่างตัวเองพลางเบนสายตามองไปทางกำแพงที่ว่างเปล่า เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าควรจะเล่าให้ยองแจฟังรึเปล่า แต่จะให้ปรึกษาแจบอมที่เป็นหัวหน้าวงหรือจินยองก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ แบมแบมไม่ได้นึกถึงใครเลย แต่ยองแจเป็นตัวเลือกแรกหากจะต้องปรึกษาอะไรสักอย่าง

“แบมแบม...มีเรื่องอะไรรึเปล่า?” คงเพราะแบมแบมเงียบไปนาน ปลายสายก็เลยเอ่ยถามเสียงเครียดออกมา คนที่โทรหาเพื่อนกำโทรศัพท์แนบหูแน่น ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบไปว่า

“เรื่อง...เรื่องพี่มาร์ค...”

“เขาแกล้งมึงอีกแล้วเหรอ?” ยองแจถามเสียงสูงในตอนท้าย แบมแบมรีบส่ายหน้ารัว

“ไม่ใช่ๆ ไม่ได้แกล้งแล้ว เขาเลิกแกล้งไปนานแล้ว เราดีกันแล้วไง ก็...ตั้งแต่ประธานสั่งเรื่องให้ทำแฟนเซอร์วิส ที่จริงหลังจากนั้นก็สนิทกันมากขึ้นด้วย”

“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วมีเรื่องอะไรให้กังวลอีก” ยองแจถามเหมือนไม่เข้าใจประเด็นที่แบมแบมอยากเล่านัก เขาเองก็กัดริมฝีปากล่างอยู่นานก่อนจะถอนหายใจเสียงดังให้ปลายสายได้ยิน

“อะไรวะแบม เรื่องมันเป็นยังไง ถ้าไม่เล่าก็ไม่รู้หรอกนะ”

“คือ...” แบมแบมเอ่ยออกไปแค่นั้นแล้วก็ถอนหายใจดังๆ รอบที่สอง “กูรู้สึกเหมือนพี่มาร์คเขาเอ่อ...แปลกๆ ไป ตั้งแต่ที่คุยกันดีๆ สนิทกันมากขึ้น เขาก็...ทำตัวประหลาดๆ มัน...บอกไม่ถูก แต่มันไม่เหมือนเดิม”

“ไม่เหมือนเดิม? ไหนเล่ามาให้ละเอียดสิ”

ยองแจทำเสียงเครียดกลับมา แม้แบมแบมจะอึกอักแต่ในเมื่อตัดสินใจพูดไปขนาดนั้นก็เลยเล่าให้เพื่อนฟังจนหมด เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ในลิฟต์คืนนั้นที่เขาไม่ได้นอนทั้งคืน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มาร์คทำให้ และล่าสุดคือเหตุการณ์เมื่อคืนกับไอติมแท่งนั้น

พอเล่าจนจบก็แถมเสียงถอนหายใจเสียงดังรอบที่ 3 ให้เพื่อนอีกหน แบมแบมเม้มปากรอฟังเสียงจากอีกฝ่าย แต่ยองแจก็เงียบไปนานจนแบมแบมใจคอไม่ดีเท่าไหร่

“ยองแจ...มึงว่าไง อย่าเงียบไปเฉยๆ สิ”

“กูแปลกใจตั้งแต่เขาพูดว่าสนใจมึงแล้วล่ะ? ทำไมไม่ถามกลับไปตั้งแต่ตอนนั้นว่าสนใจในแง่ไหน แต่กูว่าก็คงแง่เดียวถ้าเขาจะพูดถึงขนาดว่าอยากขยับความสัมพันธ์”

“ก็...” แบมแบมตอบไปแค่นั้น เขาไม่อยากเข้าข้างตัวเองเลยคิดว่ามาร์คอาจจะพูดออกมาเพราะอยากให้เราสนิทกันมากกว่านี้ เป็นพี่น้องร่วมวงเหมือนครอบครัวเดียวกันมากกว่าจะเลื่อนฐานะในเชิง...ชู้สาวน่ะนะ

“ไม่รู้โว้ย ไม่อยากคิดมากปวดหัว กูอยู่วงเดียวกับเขานะ”

“มันมีข้อห้ามหรือกฎหมายอะไรบอกรึไงว่าห้ามศิลปินวงเดียวกันคบกันน่ะ”

“ยองแจ! มันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้”

“มันอาจจะเป็นแบบนั้นนั่นล่ะ แต่แบมก็แค่ไม่อยากให้มันออกมาแง่นั้นเพราะวางตัวไม่ถูกมากกว่า”

ประโยคของยองแจทำให้แบมแบมชะงักไป ไม่เสียแรงที่รู้จักกันมานานจนรู้ไส้รู้พุงกันเกือบหมดหรอก ยองแจเลยพอจะเดาความคิดแบมแบมออก เขาเม้มปากก่อนจะเอ่ยเสียงเครียดไปว่า

“จะคบกันได้ยังไงล่ะ คบกันไม่ได้หรอก อีกอย่าง...เขาไม่ได้ชอบผู้ชายนะ เขาชอบผู้หญิง ลืมไปแล้วเหรอว่าเขาเคยคบกับคุณนารา”

“คนเรามันเปลี่ยนกันได้” ยองแจเอ่ยออกมาแค่นั้นแล้วเงียบไปชั่วอึดใจ

“แบมแบม...กูว่าเขาชอบมึง”

แบมแบมยืนนิ่งตอนที่เพื่อนเอ่ยประโยคนั้น แม้ในใจจะเถียงว่าไม่มีทางอยู่เต็มอกก็ตาม เขายังคงถือสายฟังเหตุผลที่ยองแจยกมาอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า

“ใครเขาบ้าทำแฟนเซอร์วิสกันตอนไม่มีแฟนคลับวะแบมคิดหน่อย แล้วเรื่องกินไอติม...นั่นห้องนอนไม่ใช่เหรอ? คิดว่ามีซาแซงแฟนมาตั้งกล้องรึไง? ไม่ต้องคิดเยอะ คิดน้อยๆ จากที่ฟังนี่ก็รู้แล้วว่าเขาสนใจอยากได้มึงเป็นแฟน”

“กูต้องไปทำงานต่อแล้ว”

แบมแบมตัดบทแบบดื้อๆ ยองแจหัวเราะผ่านปลายสายมาด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แบมแบมเม้มปากแต่ก็ยังไม่ยอมวางกระทั่งยองแจเอ่ยออกมาอีกประโยคว่า

“นี่...ถ้าไม่ได้รู้สึกแย่หรืออึดอัดที่เขาทำแบบนั้นด้วย หรือถ้าหวั่นไหวก็แค่เปิดใจยอมรับ มันไม่ได้ยากอะไร”

“เฮ้อ...ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะ”

แบมแบมบอกปัด ก่อนจะเลิกพูดเรื่องนี้หันมาถามไถ่เรื่องงานแทน ยองแจเล่าคร่าวๆ ว่ากำลังเตรียมปล่อยซิงเกิ้ลใหม่แต่ก็คงอีกพักใหญ่ๆ ช่วงนี้ก็มีรับงานเรื่อยเปื่อย มีทั้งงานเดี่ยวไม่ก็งานคู่บ้าง

“ฉันต้องกลับไปซ้อมแล้วล่ะ จะหมดเวลาพักแล้ว” อีกฝ่ายเอ่ยตัดบทขึ้น ที่จริงเราก็คุยกันมาเกือบ 15 นาทีแล้วด้วยซ้ำ แบมแบมเองก็ควรกลับไปที่สตูดิโอได้แล้วเช่นกัน

“อื้อ ขอบคุณที่ฟัง อ๋อยองแจ...เรื่องนี้น่ะ ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่ต้องบอกยูคยอมหรอกนะ”

“ทำไมล่ะ?” ยองแจเอ่ยถามเสียงสงสัย แบมแบมกัดริมฝีปากล่างตัวเอง ยังไม่ทันได้บอกอะไรออกไปปลายสายก็ถามกลับมาทันทีว่า

“ยังชอบมันอยู่เหรอ? ยูคยอมน่ะ”

“ไม่ใช่” แบมแบมตอบกลับแทบจะทันที ถอนหายใจแล้วเอ่ยอธิบายเสียงเรียบไปว่า “ไม่ได้ชอบแล้ว ตอนนี้ก็แค่เพื่อน แต่...ถึงยังไงก็เคยคบ เป็นแฟนเก่า ฉันเลยเลือกปรึกษายองแจไง จะให้เล่าให้ยูคยอมฟังมันก็ออกจะ...”

“เข้าใจแล้ว ก็ได้ ฉันจะไม่บอก แต่ถ้ามันถามเพราะสงสัย ฉันเล่านะโอเคไหม?”

“แบบนั้นก็ได้”

“แบมแบม...มันเองก็ไม่ได้ชอบมึงในแง่นั้นแล้ว ยูคยอมน่ะนะ ถึงช่วงแรกๆ ที่เราเตรียมเดบิวท์มันจะยังอาลัยอาวรณ์มึงอยู่ แต่หลังจากนั้นมันก็ไม่ได้มีท่าทีแบบนั้นแล้วเข้าใจไหม? ถ้าพวกมึงสองคนพูดตรงกันว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว โอเคว่ามันเป็นเพื่อนเหมือนตอนแรกที่เรารู้จักกันไม่ได้ แต่อยากให้เข้าใจว่าเพื่อนน่ะมันไม่เจ็บเพราะเพื่อนมีคนมาจีบหรือมีแฟนหรอกรู้ไหม? ถ้ายังมีความรู้สึกแบบนั้น แสดงว่าแบมหรือไม่ก็ยูคยอมน่ะ...ยังชอบอีกฝ่ายอยู่ไม่ใช่รึไง?”

“แต่ถ้ายูคยอมจะมีแฟน ฉันก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรู้สึกแย่นะ” แบมแบมตอบไปตามตรง

“ก็แบมคือเพื่อนไง แล้วยูคยอมมันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก มันยังคุยกับกูเรื่องที่พี่มาร์คซื้อชุดนอนให้มึงอยู่เลย นี่...ถ้าเกิดว่ารู้สึกอะไรในแง่นั้นกับพี่มาร์คจริงๆ ก็แค่เปิดใจ จำคำฉันไว้”

“แต่กูไม่คิดว่าเขาจะชอบกูหรอก”

“ก็คอยดูกันต่อไปสิ แค่นี้นะ มีอะไรก็คุยกับฉันได้เสมอ”

“ขอบใจนะ”

เราลากันแล้วก็วางสาย แบมแบมเก็บมือถือก่อนจะเดินออกมาจากบันไดหนีไฟเพื่อกลับไปที่ห้องสตูดิโออีกหน เขาเห็นว่ามาร์คนั่งหลับบนโซฟาในห้องแต่งตัว ส่วนจินยองยังถ่ายอยู่ แบมแบมเลยเลือกเดินไปคุยกับแจบอมที่เอ่ยถามว่าไปไหนมา เขาตอบคำถามพลางเหลือบไปทางคนที่ปิดเปลือกตาหลับสนิทอยู่อีกมุมห้อง

คนแบบนั้นจะชอบแบมแบมได้ยังไง ในเมื่อมาร์คเคยคบแต่กับผู้หญิงมาตลอด เขาส่ายหน้ากับตัวเองพลางเอ่ยเถียงยองแจในใจอยู่ตลอดเวลานั่นล่ะ

 

 

 

แบมแบมหลบหน้ามาร์คทั้งวันเลย...

เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นพยายามหลบหน้าหรอกนะ เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าในห้องครัวก็เอาแต่ก้มหน้างุดๆ ถามก็เหมือนไม่อยากตอบ แถมยังรีบกินอีกต่างหาก ขึ้นรถก็ไม่ยอมสบตา มาร์คจำใจต้องนั่งเบาะหน้าเพราะแบมแบมทำตัวยุ่งกับสายหูฟังและกระเป๋าสะพาย พอเริ่มทำงานก็หาเวลาว่างไม่ได้อีก จวบจนพี่ฮยอนอูมาส่งถึงหอพักตอนเกือบสี่ทุ่มเราก็แยกย้ายกันอาบน้ำและเตรียมพักผ่อน

แต่ตอนนี้เกือบจะเที่ยงคืนมาร์คก็ยังไม่หลับหรอก ก่อนหน้านี้เขาไปนั่งในห้องครัว แล้วก็มองจ้องประตูห้องเด็กคนนั้นหากก็ไม่กล้ายกมือขึ้นเคาะเรียกหรอกเพราะรู้ว่ายังไงแบมแบมก็คงไม่มีทางมาเปิดแต่คงทำทีหลับไปแล้ว ทั้งที่อาจจะยังไม่หลับ

มาร์คเลยนั่งนิ่งๆ บนเตียง เอนหลังพิงหัวเตียง วางหมอนไว้บนตัก เปิดไฟสลัวตรงข้างเตียงเอาไว้ ในมือมีโทรศัพท์วางเอาไว้ เขาเลื่อนปลายนิ้วบนจอไปมา ไม่ได้เล่นอะไรเป็นพิเศษแค่กำลังเบื่อๆ เซ็งๆ สุดท้ายก็ถอนหายใจก่อนจะกดเข้าแอพพลิเคชั่นสีเขียว มาร์คค้นหาชื่อของเด็กห้องข้างๆ แล้วก็พิมพ์ข้อความส่งไป

‘Mark_Chaos : นอนหรือยัง

‘Mark_Chaos : โกรธอะไรเหรอ? วันนี้แปลกๆ ไปนะ

มาร์คพ่นลมหายใจ มองหน้าจอและพบว่าตัวเองงี่เง่าขนาดไลน์หาเด็กห้องข้างๆ เพียงเพราะวันนี้อีกฝ่ายเมินและทำเฉยชาเหมือนหลบหน้าเนี่ยนะ แล้วก็จ้องจอตาแทบไม่กะพริบอีกหนเมื่อพบว่ามันขึ้นข้อความว่าอีกคนอ่าน

‘Mark_Chaos : ออกมาเจอพี่หน้าห้องหน่อย

มาร์คลุกจากเตียงเตรียมจะเดินออกไปจากห้องตอนที่แบมแบมส่งข้อความกลับมาพอดี มันเป็นประโยคสั้นง่ายแต่ทำเอามาร์คฉุนขึ้นมาวูบหนึ่ง

‘Bam_Chaos : ผมง่วง ยังไม่อยากเจอ

‘Bam_Chaos : จะนอนแล้ว ฝันดีครับ

มาร์คพ่นลมหายใจก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ขอบเตียง ยกมือถือขึ้นมาก่อนจะรัวข้อความยืดยาวส่งไปหาแบมแบมผ่านไลน์ทันที

‘Mark_Chaos : อ๋อ ไม่อยากเจอพี่ ได้ ไม่อยากเจอก็ไม่ต้องเจอครับ เข้าใจแล้วครับ คงไม่อยากเจอพี่มาก ก็ได้ครับ งั้นพี่จะออกไปข้างนอก ถ้าพรุ่งนี้พี่กลับมาช้าช่วยบอกพี่ฮยอนอูด้วยแล้วกันว่าพี่ออกไปข้างนอกเพราะแบมแบมไม่อยากเจอหน้า

มาร์คกดส่งแล้วก็นั่งนิ่ง ก็แค่ประชดไปงั้นแหละ ดึกขนาดนี้แล้วเขาก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ตอนนี้ไปไกลสุดก็คงมินิมาร์ทใกล้ๆ หอพักแล้วหาเบียร์ดื่มสักกระป๋องจะได้นอนหลับง่ายขึ้นมั้ง คิดแล้วก็เดาะลิ้นในโพรงปาก ตอนนั้นเองที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น

อืม...ลูกแกะติดกับ...

มาร์คเดินไปทางประตู เปิดมันออกกว้างแล้วพบว่ามือกีต้าร์คนใหม่ของวงยืนหน้ามุ่ยอยู่ตรงนั้น อีกฝ่ายทำหน้าเหวอไปนิดหน่อยตอนเห็นหน้ามาร์ค เขายืนกอดอกพิงกรอบประตูก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบไปว่า

“ไง...อยากเจอหน้าพี่แล้วเหรอ?”

“ทำไมพี่มาร์คต้องงอนเป็นเด็กด้วย แล้วจะไปไหนครับ ไม่ต้องไปแล้ว ผมมาเจอแล้วนี่ไง”

“เข้ามาก่อนสิ” มาร์คเบี่ยงตัวให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้อง แต่แบมแบมเม้มปากก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วส่ายหน้าแทน

“ไม่ครับ ผมง่วง จะนอนแล้ว นี่ก็ยอมมาเจอพี่มาร์คแล้วไง”

“เข้ามา”

“พี่มาร์ค...”

“พี่บอกให้เข้ามาก็เข้ามา หรือจะกลับห้องก็ได้ พี่จะได้ออกไปข้างนอก”

“ก็ได้ครับ”

แบมแบมยอมเดินเข้ามาในห้อง มาร์คกลั้นยิ้มตอนอีกฝ่ายยอมเดินมายืนอยู่กลางห้องเขาเหมือนไม่รู้จะเอาตัวไปวางไว้ตรงตำแหน่งไหนดี มาร์คปิดประตูก่อนจะชี้ไม้ชี้มือไปทางเตียง แบมแบมพยักหน้าก่อนจะไปหย่อนกายนั่งลง มาร์คไม่ยอมเปิดไฟ เขาว่าแค่โคมไฟสลัวนั่นก็ทำให้เราเห็นหน้าค่าตากันชัดเจนแล้ว

มาร์คเดินไปหยุดตรงหน้าแบมแบม เขากอดอกก้มมองเด็กที่นั่งบนเตียงตัวเอง แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบติดน้ำเสียงตัดพ้อออกไป

“โกรธอะไรพี่”

“ผมเปล่า ไม่ได้โกรธอะไรเลย” แบมแบมกอดอกเงยหน้ามาเถียง แล้วก็หลบตาวูบ เนี่ยนะ...

“โกหก ไหนเล่ามามีอะไร ทำไมต้องหลบหน้า อย่ามาเถียงว่าไม่ได้หลบ พี่ไม่ใช่เด็กสามขวบเข้าใจไหม?” มาร์คยื่นนิ้วไปชี้คาดโทษตรงหน้า คราวนี้แบมแบมก้มหน้าลงแล้วก็ถอนหายใจยาว

“ก็...พี่แปลกๆ ไปนี่ครับ”

“พี่มีสามแขนสี่ขารึไง?”

“พี่มาร์ค!” แบมแบมโวยแล้วเงยหน้าดุๆ ส่งสายตาอาฆาตให้ก่อนจะก้มหน้าลงไปตามเดิม “ก็แปลกจริงๆ นี่ครับ ตั้งแต่เอ่อ...ที่พูดในลิฟต์วันนั้น ไหนจะ...เมื่อวานนี้ตอนกินไอติม”

“แปลกตรงไหนกันล่ะ? อธิบายมาให้เข้าใจสิ”

“ก็แปลก ก็ตั้งแต่บอกว่าสนใจผมแล้ว โอ๊ยไม่รู้ด้วยแล้ว” แบมแบมใช้เสียงดังกลบเกลื่อน มาร์คยังคงยืนกอดอกตรงหน้า เขาเลยเอ่ยออกไปว่า

“แล้วไม่ชอบเหรอ?” พอพูดจบแบมแบมก็เงยหน้ามาขมวดคิ้วมองเหมือนอยากให้ขยายความต่อ มาร์คเลยนั่งลงข้างๆ แบมแบมบนเตียงตัวเองนั่นล่ะ

“แบมแบมไม่ชอบตอนนี้เหรอ? หรือชอบตอนแรกๆ ที่เขามาในวง ชอบพี่แบบนั้นเหรอ?”

“ก็...ไม่ใช่แบบนั้นครับแต่แบบนี้มัน...”

“มันทำไม?”

“ทำไมพี่มาร์คต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ ไม่มี FanC สักหน่อย เราไม่ต้องเซอร์วิสลับหลังกล้องก็ได้นี่ครับ” แบมแบมเอ่ยแล้วก็ก้มหน้าลงต่ำ มาร์คหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“แล้วพี่บอกตอนไหนว่าอยากเซอร์วิสให้แฟนคลับเห็น”

“อะไรของพี่น่ะ ผมง่วงแล้วจะไปนอน”

“ก็ได้” มาร์คยินยอม มองแก้มขึ้นสีของแบมแบมแล้วก็ออกจะเพลินตาดีเหมือนกัน แถมคาดคั้นไปตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เลยปล่อยแบมแบมกลับไปพักผ่อนดีกว่า

“ผมไม่ได้โกรธพี่นะครับ” พอก้าวออกไปจากห้องแล้วก็ยังอุตส่าห์หันกลับมาบอกและย้ำอีกครั้ง มาร์คอมยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“งั้นก็อย่าหลบหน้าพี่อีก”

“ฝันดีครับพี่มาร์ค”

“อืม ฝันดีครับน้องแบม”

ท่าทางอ้าปากตอนมาร์คใช้สรรพนามว่า น้องเรียกนั่นก็ดูจะตลกอยู่หรอกแต่มันน่าเอ็นดูมากกว่าจะขำ มาร์คมองแผ่นหลังของคนที่เดินเข้าไปห้องข้างๆ เขาเองก็ปิดประตูก่อนจะกลับมานอนบนเตียง ดึงผ้าห่มคลุมแล้วก็เอื้อมไปปิดโคมไฟสลัวนั่น

เอาล่ะ...อย่างน้อยคืนนี้ก็ได้นอนโดยไร้กังวลใดๆ

 

 

 

เช้าวันต่อมาแบมแบมก็ต้องตกใจตอนที่เขาเดินอยู่แถวห้องซ้อมและพบว่ายองแจกับยูคยอมอยู่ที่ตึกบริษัท วันนี้ Chaos ไม่มีงานแต่ก็ต้องเข้ามาซ้อมที่บริษัท เมื่อวานเราประชุมกับประธานก่อนจะพบว่าอีก 2 อาทิตย์จะมีงานครบรอบโทรทัศน์ช่องหนึ่ง แน่นอนว่าจะมีงานปาร์ตี้ใหญ่ที่ถ่ายทอดสดเพื่อดึงเรตติ้งและคืนกำไรแก่คนดู ดังนั้นเลยมีการจับศิลปินต่างค่ายมาร่วมงานกัน แบมแบมรู้แค่นั้นเพราะหลังจากนั้นประธานก็แจกแจงเราไปหาโปรดิวเซอร์กัน แบมแบมรู้แค่ว่าเขาได้รับมอบหมายให้เล่นกีต้าร์โปร่งเสียงใสๆ เพลงสากลกับนักร้องหญิงอีกค่าย

เขาเพิ่งรู้วันนี้เองว่ายูคยอมกับยองแจมีเวทีพิเศษร่วมกับแจ็คสัน เขาไม่รู้หรอกว่าแจ็คสันไปเล่นเส้นหรือล็อกตัววง Sunrise ไว้ยังไง แต่เอาเป็นว่าทั้งสามคนมีซ้อมด้วยกันในห้องซ้อมที่แบมแบมเดินผ่าน

“ฉันซ้อมห้องนั้น เดี๋ยวตอนพักจะมาคุยด้วย”

แบมแบมจับมือยูคยอมเขย่าไปมาด้วยท่าทางเหมือนเด็กแล้วแบกกีต้าร์โปร่งชี้ไปทางอีกห้อง เพื่อนพยักหน้าหงึกหงักแล้วเราต่างก็แยกย้ายกันไปซ้อม

แบมแบมต้องเริ่มฝึกเล่นกีต้าร์โปร่งเพลง Blank space ของ Taylor swift เขานั่งในห้องซ้อมร่วมกับครูฝึกกีต้าร์ซึ่งคอยช่วยแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้ แบมแบมเพิ่งรู้เพิ่มเติมอีกว่าแจบอมมีเวทีพิเศษร่วมกับนักร้องชายอีกค่าย ฟอร์มเป็นวงที่หยิบนักดนตรีจากหลายๆ แบนด์มารวมตัวกันใหม่ ส่วนมาร์คและจินยองมีเวทีพิเศษร่วมกับนักร้องสาวต่างค่ายเช่นกัน นอกจากนี้แบมแบมก็เพิ่งรู้ด้วยว่างานนี้มาร์คยอมทิ้งไม้กลองเพื่อเล่นเปียโนโชว์เชียวล่ะ

ตอนพักแบมแบมรีบวางกีต้าร์แล้วขอตัววิ่งไปเกาะประตูห้องซ้อมข้างๆ มันนานแล้วที่เขาไม่เห็นยูคยอมและยองแจในมาดแบบนี้ ตอนที่กวาดตามองด้านในห้องแต่ไม่ได้รับสิทธิ์ให้ได้ยินเสียง เขาเห็นแจ็คสันและยูคยอมนั่งเล่นกีต้าร์อยู่บนเก้าอี้คนละตัว ส่วนยองแจยืนถือไมค์หลับตากำลังเข้าถึงเนื้อเพลงอยู่

“เข้ามาสิ”

ครูฝึกในห้องซ้อมนั้นคงสงสารเลยเดินมาเปิดประตูให้ แบมแบมเอ่ยขอบคุณพลางรีบโค้งหัวแล้วผลุบหายเข้ามาด้านในห้องซ้อม เขาเม้มปากยืนเอาหลังแนบประตูตอนได้ยินเสียงกีต้าร์ของยูคยอมและแจ็คสัน พร้อมกับเสียงหวานๆ ของยองแจที่กำลังร้องเพลง When I was your man ตามต่อด้วยเพลง Just the way you are

แบมแบมเม้มปากยืนนิ่งกระทั่งยองแจร้องเพลงสุดท้ายจบลง เขาเผลอยกมือขึ้นตบมือเปาะแปะ สายตาสามคู่หันมามองพลางยิ้มให้ ครูฝึกเอ่ยขึ้นว่าให้พักได้ครึ่งชั่วโมงก่อนจะเดินจากไป คนมาใหม่อย่างแบมแบมเลยรีบเดินเข้าไปสมทบก่อนจะเอ่ยชมทันที

“เพราะจัง ร้องเพราะเหมือนเดิมเลยนะ”

“แน่นอน” ยองแจหัวเราะเสียงดังพลางยกมือขึ้นตบแผ่นอกตัวเอง

“เดี๋ยวพี่ไปซื้อน้ำมาให้ ยองแจเอาอะไรไหม?” แจ็คสันที่เพิ่งวางกีต้าร์เรียบร้อยเอ่ยขึ้น คนโดนเรียกยกหลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผากก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ผมไปด้วย”

“กูเอาน้ำผลไม้” ยูคยอมหันไปบอกยองแจ แต่แบมแบมส่ายหน้าก่อนจะชูขวดน้ำเปล่าในมือให้ดู

เราสองคนมองตามยองแจและแจ็คสันที่ออกไปจากห้องด้วยกัน แบมแบมยืนอยู่ตรงหน้ายูคยอมที่ยังคงนั่งเกลากีต้าร์ ก้มหน้ามองสายและปลายนิ้วตัวเองพลางเอ่ยถามแบมแบมว่า

“ได้ข่าวว่ามีเวทีพิเศษกับนายองเหรอ?”

“อ๋อ...อืม แต่ยังไม่มีคิวซ้อมด้วยกันหรอก เล่นเพลงเทย์เลอร์ สวิฟต์ ไม่ถนัดเล่นเพลงป๊อปเลยให้ตายเหอะ คงต้องซ้อมหนักหน่อย”

แบมแบมเริ่มต้นบ่น คราวนี้เห็นเพื่อนเงยหน้ามาหัวเราะใส่แล้วก็ทำหน้ามุ่ยใส่ แบมแบมชี้นิ้วไปที่กีต้าร์บนตักยูคยอมก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ง่ายเลยสิ ชอบบรูโน่อยู่แล้วนี่”

“คงงั้น แต่แบมก็ขยันจะตาย เดี๋ยวก็คงเล่นได้ แป๊บๆ ชินคอร์ดนั่นล่ะ”

“เอามานี่สิ จะลองเล่นให้ดู” แบมแบมยื่นมือไปขอกีต้าร์ตัวโปรดของยูคยอม อีกฝ่ายก็ยอมถอดสายคล้องออกจากตัวยื่นให้อย่างไม่อิดออด แบมแบมรับกีต้าร์ไปคล้องคอ วางมือลงบนสายกีต้าร์แล้วจับคอร์ดเตรียมพร้อม มองหน้าเพื่อนก่อนจะส่งสัญญาณให้ตัวเอง

“ทรี ทู วัน”

ปลายนิ้วเกี่ยวสายกีต้าร์แล้วเริ่มต้นเล่น แบมแบมร้องเพลงนี้ไม่จบหรอกแต่ก็พอฮัมเพลงออกมาได้บางท่อนเท่านั้น ยูคยอมมองเพื่อนแล้วหัวเราะ เลยช่วยเสริมและอ้าปากร้องบ้างถ้าจำท่อนไหนได้ แบมแบมยังอุตส่าห์หันไปยกยิ้มขอบคุณ ก่อนจะเริ่มเล่นผิดจนยูคยอมยกมือขึ้นกากบาท

“เออรู้ว่าเล่นผิด” โวยวายแต่ก็ไม่ยอมหยุดยังคงเล่นต่อพยายามจะให้มันจบเพลง ตอนนั้นเองที่บานประตูห้องซ้อมเปิดผลัวะเข้ามา เราทั้งคู่เลยหันไปมอง

“อยู่นี่เอง พี่นึกว่าเราหายไปไหน”

มาร์คเดินยิ้มกว้างเข้ามาในห้อง ส่งรอยยิ้มเผื่อแผ่ไปทางยูคยอมอีกต่างหาก เพื่อนตัวสูงของเขารีบลุกแล้วเอ่ยทักทาย มาร์คพยักหน้าหงึกๆ แล้วบอกให้นั่งลง ก่อนจะเดินมาจับไหล่แบมแบมพลางใช้สายตาสำรวจ

“ไงน้องเทย์เลอร์”

“ผมไม่ได้ร้อง แค่เล่นกีต้าร์” หันไปทำเสียงดุใส่ มาร์คหัวเราะในลำคอก่อนจะยักไหล่

“สวิฟต์ก็เล่นกีต้าร์เหมือนกัน มีเรื่องคุยนิดหน่อย ไปด้วยกันหน่อยสิ”

“ตอนนี้เหรอครับ?” แบมแบมเลิกคิ้วถามงงๆ พอเห็นมาร์คพยักหน้าก็เลยหันไปทางยูคยอมที่โบกมือไล่ให้ไปกับรุ่นพี่ร่วมวง

“คืนกีต้าร์เพื่อนก่อน” มาร์คเอ่ยพลางช่วยเอากีต้าร์ออกจากตัวช่วยแบมแบม แม้จะงงๆ อยู่ว่ามาร์คมีอะไรจะคุย แบมแบมก็ยอมคืนกีต้าร์ให้เพื่อน

“เดี๋ยวมา” แบมแบมหันไปบอกยูคยอม ส่วนมาร์คก็หันไปฉีกยิ้มเอ่ยซ้ำอีกว่า

“ขอแบมแบมไปก่อนนะ”

ฝ่ามือที่ยกขึ้นมาโอบไหล่แบมแบมแล้วพาเดินออกมาจากห้องซ้อมนี่ก็ชวนให้งุนงงอยู่หรอก แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากยอมเดินตามมาร์คออกมาจากห้องซ้อมโดยไม่ได้อิดออดใดๆ

 

 

 

มันเป็นอารมณ์ที่เรียกว่า ไม่ชอบ ล่ะมั้ง

มาร์คเกิดความรู้สึกแบบนี้บ่อยแต่เขาไม่ค่อยแสดงออกไปตรงๆ หรอก มันมีทางอื่นให้ทำมากมายเพื่อให้สิ่งที่ ไม่ชอบหายไปจากสายตา อย่างตอนที่ซ้อมเปียโนเสร็จเขาก็ตรงดิ่งมาทางห้องซ้อมแบมแบมและพบว่าห้องนั้นว่างเปล่า มาร์คเลยเดินมาหยุดมองห้องข้างๆ และพบสิ่งที่ทำให้ไม่ชอบ นั่นคือภาพแบมแบมยืนเล่นกีต้าร์ให้ยูคยอมฟัง แถมยังอยู่ในห้องกันแค่สองคน

ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก ก็ไม่ชอบ มาร์คก็แค่เปิดประตูเข้าไปหาเรื่องชวนคุยและทำลายบรรยากาศเหล่านั้นทิ้ง มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรในเมื่อเขาและแบมแบมอยู่ในฐานะพี่น้องร่วมวง การอ้างนู้นอ้างนี่ถึงเรื่องคุยก็ทำให้เด็กคนนี้ยอมเดินตามเขามาโดยง่ายดายแถมยังไม่ถามอะไรให้มากความ

“พี่มาร์คจะพาผมไปไหนครับเนี่ย แล้ว...มีอะไรเหรอครับ เรื่องที่จะคุย”

มาร์คก็แค่พาแบมแบมเดินตรงมาเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงบันไดหนีไฟ เขาเลยหยุดเดินอยู่หน้าประตู ทางเดินทอดยาวนั่นไร้ผู้คน มีเพียงแบมแบมและเขายืนอยู่สุดทาง มาร์คหันกลับมาแล้วยักไหล่

“เป็นไงบ้าง คุยกับยูคยอมได้เป็นปกติแล้วเหรอ?” มาร์คกอดอกถาม แบมแบมฟังคำถามนั้นแล้วก็พยักหน้า

“ก็เป็นปกติมาตลอดนี่ครับ”

“ไม่รู้สิ...” มาร์คเอ่ยเสียงเบาแล้วยื่นหน้าไปกระซิบบอกว่า “กลัวถ่านไฟเก่าคุ อะไรแบบนั้นน่ะ”

“ไม่มีหรอกครับเรื่องแบบนั้น” แบมแบมตอบ สีหน้าก็จริงจังขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงย้ำชัดเจนให้มาร์คได้ยินออกมาอีกว่า

“ผมบอกพี่มาร์คแล้วนี่ครับว่าเป็นแค่เพื่อน ผมไม่ได้ชอบเขาแล้ว”

“อ๋อ...” มาร์คลากเสียงยาวแล้วยังยื่นหน้ามาหาแบมแบมพลางยิ้ม

“อะไรของพี่มาร์คน่ะ” แบมแบมเดินถอยห่าง มาร์คหัวเราะแล้วจับไหล่แบมแบมเอาไว้หลวมๆ เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่ามันจะดีไหม แต่ก็น่าจะลองดู

“งั้นพี่ชอบได้ไหม?”

“ชอบ...ชอบอะไร...ยูคยอมน่ะเหรอครับ?”

“ชอบแบมสิ”

ตอนนั้นเองที่มาร์คเห็นว่าแบมแบมเงยหน้ามาพร้อมดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ถอยหลังออกห่างจากเขา 2-3 ก้าวแล้วอ้าปากพะงาบเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาแต่มันไร้เสียง มาร์คเลยก้าวเข้าหา แบมแบมยกมือขึ้นมาดันเขาเอาไว้ เหมือนขอพื้นที่ว่างระหว่างเราก่อน แล้วเด็กหนุ่มก็ก้มหน้าลง ไหล่สั่นเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามามองหน้ามาร์ค

“พี่...จะชอบผมได้ยังไงกัน”

“อ้าว? แล้วชอบไม่ได้เหรอ?”

“ไม่ใช่แบบนั้น แต่คือมัน...” แบมแบมอ้าปากอึกอักแล้วเงียบไป ก้มหน้าแล้วก็เอ่ยเสียงอู้อี้บอกมาร์คเบาหวิวว่า

“พี่มาร์คจะชอบผมได้ยังไง ผมเป็นผู้ชายนะครับ คือ...โอเคผมเคยชอบผู้ชาย แต่พี่มาร์คน่ะ...เคยคบแต่ผู้หญิงไม่ใช่เหรอครับ? ผมน่ะ...ผมเป็นผู้ชายนะ”

“ชอบได้สิ” มาร์คเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะแล้วเดินเข้าไปหาอีก แบมแบมคงมัวแต่ตกใจไม่ก็อึ้งเกินกว่าจะยกมือขึ้นมาห้าม

“ถ้าเป็นผู้ชายชื่อแบมแบมน่ะ ก็น่าชอบไม่ใช่เหรอ?”

“พี่มาร์ค...คือ...เอ่อ...” เหมือนแบมแบมจะกลายเป็นคนติดอ่างกะทันหัน เห็นสีหน้าท่าทางตกใจนั่นแล้วมาร์คก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก เขาเลยแค่ยื่นมือไปจับไหล่อีกฝ่ายแล้วบีบเบาๆ

“ที่พี่เคยบอกว่าสนใจน่ะ ก็คือสนใจแบบนี้แหละ พี่ไม่ได้อยากพูดเร็วขนาดนี้ แต่พี่ไม่เห็นว่าแบมแบมจะเข้าใจคำพูดอ้อมๆ ของพี่สักทีเลยต้องบอกตรงๆ”

“ผม...”

“ยังไม่ต้องตอบก็ได้ แต่รู้ว่าพี่ชอบ...ตอนนี้ขอแค่นี้ก็พอ”

มาร์คยืนมองเด็กตรงหน้า มือกีต้าร์ที่ยามโดนแสงไฟสาดบนเวทีเป็นผู้ชายที่โตเกินวัย หากแบมแบมคนที่ยืนตรงหน้ามาร์คตอนนี้ก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่กำลังเขินเพราะคำพูดตรงๆ ของเขา หลักฐานมันเห็นตรงหน้าทั้งแววตาที่ก้มหลบ ทั้งแก้มที่แดงเรื่อ เขายกมือขึ้นปิดปากกลั้นยิ้ม

มาร์คไม่ได้รีบจริงๆ แต่ก็แค่อยากแปะป้ายว่า จองแบมแบมจะได้ทำอะไรเกรงใจกันหน่อย อย่างน้อยเวลามาร์คทำอะไรให้จะได้เลิกคิดซักทีว่ามาร์คอยากทำให้แฟนคลับเห็น ไม่มีใครบังคับเขาได้หรอก แม้ก่อนหน้านี้ประธานจะเคยทำได้ก็เหอะ แต่หลังจากนั้นมาร์คไม่ได้ทำแบบนั้นกับแบมแบมเพื่อเอาใจ FanC สักคน

ที่ทำนั่นน่ะ...เอาแต่ใจตัวเองล้วนๆ เลย...









ไม่เขินให้เอาเล็บข่วนหน้าเราได้ค่ะ ว้าย คือตอนแต่งท้ายๆตอนเขินเองด้วยแหละ ฮืออ หล่อนบ้าเหรอ
ยอมรับก็ได้ว่าบ้าจริง แต่ชอบจริงๆ คนอื่นอาจจะอ่านไม่เขินก็ได้แต่เราชอบอะไรเล็กๆน้อยๆแบบนี้ TvT
ขอบคุณคอมเมนต์สำหรับตอนที่แล้วด้วยนะคะ แล้วก็คนที่ติดแท็ก #ficfakemb
ตอนนี้ขอใช้คำว่าความสัมพันธ์คืบหน้าแล้ว เห่อมมม อยากใช้คำนี้มานาน 555
ใครอเขินก็...จะพยายามแต่งให้เขินนะคะ ฮี่ๆๆๆ ขอบคุณอีกครั้งที่ให้กำลังใจกันมาตลอด
ไว้เจอกันตอนหน้าค่า >_<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,341 ความคิดเห็น

  1. #2325 nooonut293 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 14:10
    เขินตัวบิด...ยิ้มแก้มแตก
    #2,325
    0
  2. #2319 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 14:33

    โอย​ ผู้ชายใจร้อน​ บอกแล้วลีลาแพรวพราว

    เข้าไปทำลายบรรยากาศที่ไม่ชอบใจ​ และลากเขามาแปะป้ายจอง​ โงยยย​

    #2,319
    0
  3. #2301 opoceleste (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 22:25

    เขินนนนน

    #2,301
    0
  4. #2281 ฺBeau (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:29
    ถูกใจจจจจจ ทำตามใจตัวเองล้วนๆๆๆ ท่าจะจริงๆๆๆ แถมยังมีจงมีจองงงงง >/////<
    #2,281
    0
  5. #2266 Facebook12345 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 22:42

    แนะจองด้วยหวงด้วยฟินเขิน

    #2,266
    0
  6. #2256 Ar Kml (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 20:26
    แงงงงงง เขินนนนนน
    #2,256
    0
  7. #2240 BMN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 16:27

    เขินว้อยยยยยยยย >///////<

    ตอนนี้ยอมรับเลยว่าเขินจริงๆ โล่งด้วย แบบว่าบอกน้องสักทีสิโว้ยว่าชอบน้องอ่ะ

    หึงออกนอกหน้ามากค่ะพี่มาร์ค นี่ถ้าได้เป็นแฟนจะขนาดไหนนะ

    #2,240
    0
  8. #2211 say (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:51
    มาร์คว้อยยยยย

    โอ๊ย มีการหวง มีการติดป้ายจอง

    รุกแรงมาก เขินนนนนนนนนน
    #2,211
    0
  9. #2194 SSM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 09:42
    หู๊ยยยยยยจิกหมอน
    #2,194
    0
  10. #2181 ojay2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 20:51
    รุกเลยจ้าาาาา เขินนนน
    #2,181
    0
  11. #2143 NuenG120984 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 14:07
    เขิลมากๆๆๆๆๆ
    อ่านไปเขิลไป พี่มาร์ครุกแบบนี้คนอ่านหัวใจจะวาย
    #2,143
    0
  12. #2138 zandio (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 01:27
    เขินมากกกกกกกกก
    #2,138
    0
  13. #2133 jojosann (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 12:27
    พึ่งเจอเรื่องนี้ กะว่าจะอ่านจนถึงตอนล่าสุดแร้วค่อยเม้น แต่มันมิไหวจิงๆ ความสัมพันธ์ของพี่มาร์คน้องแบมมันเรื่อยๆนะ แต่มันสมจริงอ่ะ ชอบมากค่ะ แระตอนนี้กำลังละมุนมากกกกก พี่มาร์คทำเราฟิน 555555
    #2,133
    0
  14. #2121 AhgaseBlood (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 12:58
    เขินโว้ยยยยย?(???)? อยากโคฟเปนแบมแบมเลยเนี่ย(???)/
    #2,121
    0
  15. #2103 Aoyyah (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 00:14
    เกลียด555555 แกล้งส่งข้อความไปประชดน้องบอกอย่างงู่นอย่างงี้ให้น้องมาหา
    #2,103
    0
  16. #2080 Boomm Wrn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 14:17
    โคตรเขินเลยอะ ชอบอ่ะ ฟินไปอีกกกกกกก แบมยูค ขอให้เป็นแค่เพื่อนได้แบบสนิทใจก็พอ อย่าคุนะอย่าคุ :)
    #2,080
    0
  17. #2071 ____wpd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 11:19
    โอ่ย แม่จ๋าหนูไม่ไหวแล้วว จะตายแล้ววว งืออออ;^;
    #2,071
    0
  18. #2069 ____wpd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 00:40
    เหยดดด แม่จ๋าาา เขาจะเดทกันแล้ว หนูดีใจ ฮิฮิ
    #2,069
    0
  19. #2068 ____wpd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 21:07
    โอ้ยยย เขินไปอี้กกกกก
    น่ารักไปอี้กกกกก
    #2,068
    0
  20. #2043 Saisande7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 15:30
    แต่งดีจังเลยค่ะ เขินมากเลย งื้อออออออ
    #2,043
    0
  21. #2032 mellow_aa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 14:22
    โอ้ยยยยยยยยยย ใช่มั้ยล่าาาาาาาาาา ทำตามตัวเองล้วนๆเลย น้องแบมก็ยังไม่เอะใจอีก รึคงไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่ตอนนี้ ชัดเจนละนะ 55555555555555 โอ้ยเขิน 
    #2,032
    0
  22. #2011 soul_hyukjae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 15:26
    จ้ะ เอาใจตัวเองล้วนๆ น้องเขินตัวแตกแล้วเนี่ย
    #2,011
    0
  23. #1994 M.m1nt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 12:18
    งืออออ พี่มาร์คอ่าาาาาาา
    #1,994
    0
  24. #1968 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 15:25
    กัดผ้าขาดเลยอะคือเขินมากกกกโอ๊ยยย////
    #1,968
    0
  25. #1948 nun__nutty (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 12:57
    วุ้ยยยยเขินพี่มาร์คคค
    #1,948
    0