[GOT7] MARKBAM ll Social Casualty

ตอนที่ 11 : Social Casualty : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    2 พ.ค. 58



Social Casualty

 

 

Chapter 10

 

 

 

คนที่ชอบชาเขียวคือพี่...ผมชอบพี่มัชฉะ แล้วพี่มัชฉะก็คือพี่

มาร์คนั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอน ผมยังเปียกซ่กและเขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะเช็ดให้มันแห้งเพราะยังไม่มีอารมณ์ หมอนถูกวางอยู่ตรงหน้าโดยมีโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนนั้น ริมฝีปากเป็นเส้นตรงเม้มแน่นขณะเหลือบตาต่ำมองหน้าจอที่ถูกเปิดค้างไว้ในหน้าแอพพลิเคชั่นสีเขียว พอแสงจากจอกำลังจะดับวูบมาร์คก็จะเอื้อมมือไปแตะให้มันสว่างขึ้นใหม่อีกหน กะพริบตาแล้วอ่านข้อความที่ตัวเองส่งไปไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่

‘Marktuan93 : ทำไมถึงพูดแบบนั้นแล้ววิ่งหนี

‘Marktuan93 : ถึงบ้านหรือยัง

‘Marktuan93 : ตอบพี่หน่อย แบมแบม

‘Marktuan93 : พี่เป็นห่วงนะ

ข้อความเหล่านั้นถูกส่งตั้งแต่ช่วงหัวค่ำตั้งแต่แบมแบมลงจากรถหนีไปขึ้นแท็กซี่แล้วล่ะ มาร์คค่อยๆ ทยอยส่งข้อความใส่ไลน์ไปแต่กลับไม่มีอะไรตอบกลับ ไม่ขึ้นว่าอ่านด้วยซ้ำไป เขาไม่กล้าขับรถตามแบมแบมไปถึงบ้าน ถึงยังไงก็เกรงใจแม่อีกฝ่ายถ้าเกิดว่าเห็นเราทั้งคู่ดูเหมือนมีเรื่องผิดใจกัน อีกอย่างแบมแบมก็พูดกึ่งขอร้องก่อนจะปิดประตูรถหนีไปจากเขาด้วยว่าไม่อยากคุยด้วย นั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่มาร์คซึ่งยังไม่อยากถูกเกลียดขี้หน้ายอมไม่โผล่หน้าไปหาอีกคนทั้งที่อยากคุยด้วยใจจะขาด

แล้วต้องทำยังไง...

มาพูดว่ารัก น้ำเสียงเครือเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นแล้วก็หนีหน้าไป มาร์คยังไม่ทันได้อธิบายหรือพูดด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าเด็กที่เขาสนใจก็ชอบเขาเหมือนกัน ก็ทำตัวสนิทสนมกับจินยองและดูปกติต่อหน้าเขาขนาดนั้น

ใครจะไปคิดว่าใจเราตรงกัน

เขาพ่นลมหายใจออกมา ยกมือขึ้นเช็ดผมที่เปียกๆ ของตัวเองอย่างเอื่อยเฉื่อย สายตาก็เอาแต่มองจอโทรศัพท์เหมือนกับรอคอยว่าคนในห้องสนทนาจะตอบกลับเขามา แต่มาร์คเช็ดผมไปเกือบแห้งหมาด หน้าจอโทรศัพท์ที่มืดสนิทนั่นก็ไม่ได้ส่งเสียงหรือสว่างวาบให้ความหวังในใจเขาเลย

สำหรับคนที่แสดงออกไม่เก่งแบบเขาแล้ว เรื่องการอ่านท่าทางคนอื่นมาร์คก็ไม่เอาไหนด้วย ถ้าเขาฉลาดกว่านี้เขาคงคิดเข้าข้างตัวเองแล้วว่าที่แบมแบมขยันเรียนสเกตบอร์ดก็เพราะอยากเจอเขา กลับกลายเป็นว่ามาร์คเป็นผู้ชายซื่อบื้อที่คิดเองเออเองว่าแบมแบมน่าจะชอบจินยอง พี่ชายข้างบ้านผู้แสนดีคนนั้น แถมมาร์คยังนึกถึงคำพูดร้ายกาจเชิงผลักไสให้อีกฝ่ายยอมรับว่าชอบจินยองบนรถนั่นด้วย

เขายกมือตบปากตัวเองเบาๆ เขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนดีนัก ไม่ใช่คนพูดจาหวานหูด้วยซ้ำ แต่นั่นก็เพราะไม่รู้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงไม่พูดทำร้ายจิตใจแบมแบมไปแบบนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังอยากจะขอโทษแบมแบมต่อหน้าแต่มาร์คก็ไม่เห็นแบมแบมตอบไลน์เขา รวมไปถึงช่องทางโซเชียลอื่นๆ ด้วย อีกคนไม่ยอมอัพเดตอะไรเลยจนป่านนี้ แถมในเฟสบุ๊คจินยองก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

มาร์คเม้มปาก เขาควรจะเข้านอนแม้จิตใจตอนนี้จะฟุ้งซ่านขนาดไหนก็ตาม อย่างน้อยพรุ่งนี้เรียนเสร็จเขาจะบุกไปหาแบมแบมถึงโรงเรียน ถึงยังไงมาร์คก็ถนัดการคุยกันต่อหน้ามากกว่าช่องทางที่เรามองไม่เห็นสีหน้าและคำพูดที่ออกจากปาก ตัวอักษรผ่านหน้าจอไม่ได้ทำให้มาร์ครู้สึกดีเลย เขาล้มตัวลงนอนแล้วปิดไฟในห้องให้มืดสนิท มุดตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วมองจอที่สว่างวาบ พรูลมหายใจยาวก่อนจะกดข้อความสุดท้ายส่งไปหาแบมแบมอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน

‘Marktuan93 : ฝันดีนะ

 

 

 

แบมแบมรู้ดีว่าเพื่อนสนิทสองคนอยากจะรู้เรื่องเหตุการณ์หลังเลิกเรียนเมื่อวานขนาดไหน ตั้งแต่มาถึงโรงเรียนทั้งยองแจและยูคยอมต่างก็ให้ความสนใจด้วยการหันมามองที่นั่งของเขาซึ่งอยู่ด้านหลังแต่ก็ยังไม่มีจังหวะเอ่ยปากถามสักที ครั้นเสียงออดพักเที่ยงดังขึ้น เป็นยูคยอมที่ลากเก้าอี้ออกแล้วลุกยืนหันมาหาแบมแบมด้วยสีหน้าอยากรู้เต็มที่

“เมื่อวานเป็นไง มึงไม่อัพเดตอะไรเลย ไลน์หาก็ไม่ตอบ” ยูคยอมเอ่ยขึ้นก่อน ยองแจที่เก็บของเรียบร้อยก็ยิงคำถามตามติด

“นั่นดิ่ ทำไมไม่ตอบไลน์ โทรหาก็ไม่ติด”

“อ๋อ...มือถือกูหาย”

แบมแบมตอบแล้วยักไหล่ราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ในตอนนั้นเหล่าเพื่อนร่วมชั้นต่างก็ทยอยออกไปจากห้องเรียนเพื่อทานมื้อเที่ยง แบมแบมยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตัว เอนหลังพิงพนักพลางหยิบเอาขวดน้ำผลไม้ที่จินยองยัดใส่กระเป๋าไว้เมื่อเช้าออกมาพร้อมกับหลอดเพื่อเตรียมดื่ม

“ทำไมหายวะ” ยูคยอมยังถามกลับ “มึงไปกับพี่มาร์คไม่ใช่เหรอ?”

“อื้อ” แบมแบมอ้าปากดูดน้ำผลไม้จากหลอด เหลือบตามองเพื่อนสองคนแล้วอธิบายมาว่า “แต่นั่งไปด้วยกันแค่ครึ่งทางกูก็ลงจากรถ”

“อ้าว? ทำไม?” ยองแจลากเก้าอี้มานั่ง หันไปชี้นิ้วให้ยูคยอมทำแบบเดียวกันแล้วจิ๊ปากบอกเสียงดัง “นั่งก่อน ไว้ค่อยไปหาอะไรกิน กูอยากรู้เรื่องนี้”

สุดท้ายยูคยอมก็ยอมนั่งลงบนเก้าอี้ตามคำสั่ง เพื่อนสองคนไม่ได้เร่งเอาคำตอบอีก แบมแบมดื่มน้ำผลไม้จนหมดก่อนจะพับหลอดยัดใส่ขวดเปล่าแล้วปิดฝา ยองแจดึงขวดออกจากมือแล้วจิ๊ปาก

“มึงจะเล่าได้รึยัง?”

“กูบอกพี่มาร์คไปแล้ว” แบมแบมเอ่ยเสียงเบาลง กรอกตามองไปรอบห้องและไม่พบใครเหลืออยู่นอกจากพวกเราสามคน แม้จะยังมีนักเรียนเดินตรงทางเดินอยู่บ้างแต่ก็คงไม่มีใครได้ยินบทสนทนาในห้อง ยูคยอมกำลังจะอ้าปากถาม แบมแบมรู้ทันเลยยิ้มบางก่อนจะบอก

“บอกว่ารักน่ะ บอกไปแล้ว”

“เชี่ย” ยูคยอมอุทานออกมาสั้นๆ แค่นั้น

ในขณะที่ยองแจไม่ได้พูดอะไรนอกจากกะพริบตาถี่ๆ เหมือนไม่อยากเชื่อ แบมแบมก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกัน แถมยังทำตัวเก่งเดินหนีลงจากรถเขากลับบ้านอีกต่างหาก

“บอกไปแล้ว แต่มันไม่ใช่จังหวะดีนักหรอก เป็นการบอกรักที่เลวร้ายมากด้วยแต่ก็ได้บอกเขาสักที”

แบมแบมเล่าเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะบอกรักมาร์คให้เพื่อนฟังเพียงคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างตั้งแต่ก้าวขึ้นรถกระทั่งคำพูดของมาร์คที่ยัดเยียดว่าพี่มัชฉะหมายถึงจินยอง และสุดท้ายคือเขาพูดคำๆ นั้นก่อนจะหนีลงจากรถ พอเล่าจบแบมแบมก็เงียบ เขาเบือนหน้าหนีออกไปยังสนามบาสซึ่งมีกลุ่มเด็กมัธยมต้นวิ่งไล่ตามลูกกลมๆ สีส้ม ตอนนั้นเองที่ยองแจยื่นมือมาจับไหล่แล้วเขย่าเบาๆ

“มึงโอเคนะ”

“ไม่ค่อยโอเคหรอก” แบมแบมหันกลับมาบอกตามตรง “ได้บอกไปมันก็ดีอยู่หรอกเพราะตั้งใจเอาไว้ว่าจะบอก แต่จังหวะมันไม่ดี แล้วอีกอย่าง...ตอนนี้กูก็กลัวคำตอบของเขามากด้วย”

“มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก” ยูคยอมเอื้อมมือมาจับไหล่อีกข้างแล้วตบให้กำลังใจ “อย่างน้อยก็ได้บอก”

“อืม...กูก็คิดแบบนั้นว่ายังดีที่อย่างน้อยได้บอก แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากเจอเขาหรอกนะ กูกลัวคำตอบของเขามากกว่า ถึงเมื่อวานจะใจกล้าพูดว่าชอบ แต่มานั่งคิดๆ ดูแล้วเขาก็คงไม่ได้ชอบกูหรอก”

แบมแบมหันมาก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานวางบนโต๊ะตรงหน้า ปลายนิ้วเขาสอดประสานกันแล้วเกี่ยวพันเอาไว้แน่นพลางเม้มปากก่อนจะเอ่ยเสียงเครือว่า

“กู...แค่ขอเวลาทำใจกับคำตอบจากปากเขา”

“เอาน่า...” ยองแจเขย่าไหล่อีกหน ขณะที่ยูคยอมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ตบไหล่อีกรอบของแบมแบม

“มันอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น ถ้าไม่อยากเจองั้นก็อย่าเพิ่งไปเจอ แต่มึงจะหลบหน้าเขาไปแบบนี้ตลอดไปก็ไม่ได้หรอกนะแบม”

“รู้...” แบมแบมบอกเสียงเบาแล้วช้อนตามองเพื่อน “แต่ขอเวลาหน่อยได้ไหม ทำใจจะบอกรักเขาก็ตั้งนาน ขอทำใจพอจะยอมรับคำตอบเขาหน่อยได้ไหม?”

“อื้อ”

ยองแจพูดแค่นั้นแล้วก็ยังส่งสายตาห่วงใยมาให้ แบมแบมพยายามส่งยิ้มให้เพื่อน แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นการยิ้มเจื่อนจนยูคยอมต้องหันมาหยิกแก้มเพื่อดึงมุมปากเขาให้ยกสูง

“กูเจ็บนะ” แบมแบมหันมาเอ่ยเสียงดัง

“ว่าแต่เรื่องมือถือหายนี่ยังไง” ยูคยอมเอ่ยถามพลางปล่อยมือ

พวกเราทั้งสามลุกขึ้นเพื่อไปทานมื้อเที่ยงที่โรงอาหารหลังจากนั่งคุยกันอยู่นานแล้ว แบมแบมพ่นลมหายใจขณะหยิบกระเป๋าเงินและเดินตามเพื่อนไปทางประตูหน้าห้อง ก่อนจะบ่นอุบอิบว่า

“ลืมไว้บนแท็กซี่”

“แล้วซื้อใหม่รึยัง?” ยองแจหันมาถาม แบมแบมเลยส่ายหน้า

“คงต้องรอวันหยุด โดนแม่ด่ามาหูแทบชา” ยกสองนิ้วอุดหูแล้วทำหน้ายุ่งๆ ให้เพื่อน ยองแจหัวเราะก่อนจะกอดคอแบมแบม พวกเราเดินไปบนทางเดินทอดยาวแล้วลงบันได

“มึงก็ไม่ได้อัพเดตอะไรเลยอ่ะดิ่” ยูคยอมว่าพลางหยิบมือถือออกมาตรงหน้า แบมแบมหันไปมองก่อนจะคว้ามันเอาไว้ พวกเราสามคนชะงักกึกตรงบันไดคนละขั้น ยูคยอมมองฝ่ามือเขา แบมแบมเลียริมฝีปากก่อนจะบอกว่า

“ขอร้อง...อย่าอัพเดตอะไรเกี่ยวกับกูเลย กูไล่พี่มาร์คว่าไม่อยากเจอ ก็ให้เขาไม่เจอกูด้วยแล้วกัน กูหายไปจากโลกโซเชียลบ้างก็คงดี”

“เอางั้นเหรอ...” ยูคยอมเลิกคิ้วถาม แบมแบมพยักหน้าก่อนจะหันมามองยองแจด้วย

“เออๆ ไปกินข้าวกันเถอะ ถ้าทำแล้วมึงสบายใจพวกกูก็ไม่ขัดหรอกแบม”

แบมแบมได้แต่พร่ำคำว่าขอบคุณเพื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยองแจและยูคยอมเป็นเพื่อนที่ดีของเขาเสมอ ทั้งช่วยและคอยปลอบโยนแบมแบมในจังหวะสะดุดของชีวิต เขานึกขอบคุณอยู่เสมอที่มีเพื่อนดีๆ อย่างทั้งคู่

สำหรับเรื่องของพี่มาร์ค...แบมแบมยังไม่พร้อมที่จะเจอหรือแม้แต่พร้อมจะรับคำตอบ แม้จะยังไม่รู้ว่าคำตอบนั่นจะออกมาในแง่ไหน เขามีลางสังหรณ์ว่ามันคงไม่ใช่คำตอบที่ดีนักหรอก

 

 

 

มาร์คยังคงส่งไลน์หาแบมแบมและไม่ได้คำตอบหรือแม้แต่ขึ้นว่าอีกคนอ่านมาทั้งวัน เขาไม่ได้โทรหาแบมแบมเพราะไม่มีเบอร์อีกฝ่าย สุดท้ายก็ทนอาการคาราคาซังในอกตัวเองไม่ไหว แม้จะเลิกเรียนตั้งแต่ช่วงเช้า มาร์คก็ยังไม่ได้กลับบ้าน เขาวนเวียนอยู่ในห้องสมุดแล้วบอกเพื่อนแค่ว่าจะทำรายงานทั้งที่ทำเสร็จไปแล้ว รอกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนที่รั้วติดกับมหาวิทยาลัย เขาถึงได้ขับรถมาดักรออยู่แถวหน้าโรงเรียน และเพราะแบมแบมไม่ยอมตอบไลน์ มาร์คเลยต้องไลน์หายูคยอมแทน

‘Marktuan93 : ออกมาหน้าโรงเรียนสิ พาเพื่อนมาด้วย

มาร์คเห็นว่ายูคยอมเปิดอ่านข้อความของเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกคนจะทำตามคำสั่งรึเปล่า เพราะไม่วางใจมากนักก็เลยส่งย้ำไปอีกหน

‘Marktuan93 : อย่านาน รออยู่

ยูคยอมส่งสติ๊กเกอร์โมโหก่อน จากนั้นถึงได้ส่งสติ๊กเกอร์ตกลงกลับมา มาร์คเอนหลังพิงเบาะรถ เขาเม้มปากแล้วใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เคาะนิ้วรัวลงบนพวงมาลัยรถแถมยังเคาะขาอย่างอยู่ไม่สุขอีกต่างหาก สำหรับเขาแล้วการมานั่งรถรอแบมแบมอยู่หน้าโรงเรียนครั้งนี้มันไม่ใช่เหมือนทุกครั้งที่เขาทำ เพราะครั้งนี้มันคือหลังจากเด็กม.ปลายปีสุดท้ายคนนั้นบอกรักเขา แถมยังหนีแล้วทำตัวหลบหน้าเขามาเกือบทั้งวันอีก

ตอนเจอหน้า...จะพูดว่ายังไงดีนะ...

มาร์คมองแก้วนมเย็นและชาเขียวที่วางอยู่คู่กัน เมื่อวานนี้มันก็วางแบบนี้ ก่อนที่เจ้าของแก้วนมเย็นจะทิ้งมันไว้ทั้งที่เครื่องดื่มพร่องไปเพียงนิดเดียว มาร์คจำใจต้องทิ้งเพราะมันละลายไม่ต่างจากชาเขียวซึ่งเขายังไม่ได้ดื่มสักอึก วันนี้เลยไปซื้อเพื่อแก้มือใหม่ ยังไงเขาก็จะให้แบมแบมดื่มนมเย็นให้หมดแก้ว และเขาก็ต้องดื่มมันหมดแก้วด้วย เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ถึงจะต้องใช้เวลานานสักหน่อยก็เหอะ

เสียงเคาะกระจกรถทำให้มาร์คละสายตาจากแก้วเครื่องดื่ม 2 แก้ว ยูคยอมยืนอยู่ข้างๆ มาร์คกดลดกระจกลง สอดสายตาหาเด็กร่างโปร่งคนนั้นแต่ก็ไม่เห็น ด้านหลังยูคยอมมีเพียงยองแจที่ยืนโค้งให้เขาพลางส่งยิ้มแป้นมาให้

“มีไรอ่ะ? พี่เรียกผมมาทำไม”

“แบมแบมล่ะ?” มาร์คไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับสวนกลับไปด้วยประโยคนั้นแทน ยูคยอมขมวดคิ้วก่อนจะถอยห่างออกไปแล้วผายมือหายองแจ

“พี่บอกให้ผมพาเพื่อนมาแต่ไม่บอกว่าใครนี่ ผมเลยพายองแจมาแทน”

“จะกวนกันรึไง?” มาร์คกระชากเสียงกลับ ยูคยอมยักไหล่ก่อนจะตอบเสียงเรียบกลับมาว่า

“แบมแบมกลับบ้านไปแล้ว”

“กลับไปนานรึยัง?” มาร์คถามกลับไป

“สักพักแล้วล่ะพี่มาร์ค พักนี้แบมแบมมันมีรายงานต้องทำกลับบ้านไวไม่ค่อยว่าง ผมเองก็ด้วย พี่ไม่ต้องห่วงมันหรอก” ยูคยอมบอกแล้วย่อตัวมาเกาะขอบหน้าต่างรถ

“พี่กลับไปเถอะ”

“งั้น...” มาร์คลากเสียงยาวก่อนจะกลั้นหายใจเอ่ยสั้นๆ ออกไปว่า “บอกแบมแบมด้วยว่าพี่มาหา”

“ครับ”

ยูคยอมถอยห่างออกไป ยองแจหันมาทำความเคารพเพื่อบอกลา ในตอนนั้นมาร์คได้แต่ถอนหายใจแล้วปิดกระจกรถ เขาเคลื่อนยานพาหนะออกจากสถานที่แห่งนั้น ดวงตาเหลือบมองแก้วสีชมพูและสีเขียวที่วางอยู่ข้างกันอย่างสงสาร เพราะวันนี้แก้วสองใบก็คงเป็นหมันอีกหนเนื่องจากมาร์คคงต้องทิ้งมันทั้งที่ยังมีเครื่องดื่มเต็มแก้วนี่ล่ะ คนที่อยากให้ดื่มดันไม่อยู่ และเขาเองก็ไม่มีอารมณ์จะจิบชาเขียวแล้วด้วย

ยูคยอมกับยองแจยังมองกระทั่งรถของมาร์คหายลับตาไป ยองแจจึงค่อยๆ ถอนหายใจออกมาแล้วแตะท่อนแขนยูคยอม ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเบาก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในโรงเรียนว่า

“กูจะไปบอกแบมแบม”

“อืม กูรอที่ป้ายรถเมล์นะ”

ยูคยอมได้แต่ขอโทษมาร์คอยู่ในใจ เขาขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปรอเพื่อนที่ป้ายรถเมล์ ที่จริงแบมแบมยังไม่ได้กลับไปบ้านหรอก พวกเรายังนั่งทำรายงานอยู่ในห้องสมุดด้วยกันอยู่เลยตอนยูคยอมได้รับไลน์จากมาร์ค และแบมแบมก็ขอร้องให้ออกมารับหน้าก่อน

ขอโทษนะพี่...แต่ผมเป็นห่วงเพื่อนมากจริงๆ...

 

 

 

ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ทั้งแจบอมและแจ็คสันลงความเห็นกันว่ามาร์คดูเหม่อๆ พิกล ก็พอจะรู้ว่าเพื่อนไม่ใช่คนพูดมากและติดจะเป็นคนเงียบซึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ที่เพิ่มเติมมาให้รู้ว่าเหม่อคือเจ้าตัวไม่ใช่คนติดโทรศัพท์แต่พักนี้ดูเหมือนพอมีเวลาว่างทีไรมาร์คก็จะหยิบมือถือมากดดูตลอด แต่ไม่นานก็จะวางเครื่องมือสื่อสารลงพร้อมกับถอนหายใจแผ่วเบาเหมือนปลงๆ ออกมา

ถ้าเป็นแค่วันเดียวพวกเราคงไม่สังเกตกันหรอก แต่เพราะว่ามาร์คเป็นหลายวันติดกันมันเลยดูออกง่าย แม้จะไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังตามประสาคนไม่ชอบพูดและชอบอมพะนำก็เถอะ

“เป็นไรวะ?” แจ็คสันเอ่ยถามตอนเห็นว่ามาร์คหย่อนโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋า

“หือ? เปล่า” มาร์คหันมาเลิกคิ้วแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

“มึงเป็นมาร์ค” แจบอมหันมากอดอกเอนหลังพิงม้าหินอ่อนพลางเอ่ยถาม มาร์คเหลือบมามองแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากยักไหล่ แจบอมเลยต้องยิงคำถามไปอีกว่า

“มึงติดโทรศัพท์มากเลยรู้ป่ะ รอใครโทรมา”

“เปล่า” มาร์คบอกสั้นๆ

“มึงหยิบมือถือบ่อยมากเลยรู้ตัวป่ะ? หลายวันแล้วนะที่เป็นแบบนี้ แล้วพักนี้ตอนเย็นมึงไปไหน ไม่ได้สอนน้องแบมแบมเล่นสเกตบอร์ดทำไมไม่โผล่หัวไปสนามบาส เขาถามหามึงกัน นึกว่าป่วย” แจ็คสันเอ่ยยาวเหยียดแล้วหยิบปากกามาชี้หน้า

“บอกมาไอ้ห่า นี่เพื่อนมึงนะ”

“แบมแบม” มาร์คเอ่ยเสียงเบาหวิวออกมา “รอแบมแบมไลน์มา”

“อะไรนะ?” แจ็คสันเอ่ยเสียงดัง เลิกคิ้วพลางเบิกตาก่อนจะหันไปเขย่าแขนแจบอม

“มึง...กูพลาดอะไรไปตรงไหนตอนไหนเล่าดิ่”

“กูก็ยังไม่รู้เรื่อง มาร์ค...มึงเล่ามาสิ มึงไปบอกรักเขามาเหรอ?” แจบอมหันมาถามตรงๆ มาร์คยกมือขึ้นเกาท้ายทอยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า

“เปล่า”

“แล้ว?” แจ็คสันเร่งถาม มาร์คหันมาจิ๊ปากก่อนจะหลุบตาต่ำพลางเอ่ยขึ้น

“เขาบอกว่าชอบกู”

“หา?” แจบอมทำหน้างง ขณะแจ็คสันกลืนน้ำลายแล้วเขยิบตัวยืดหลังตรงแล้วหันมาใช้ปากกาชี้หน้ามาร์คอีกหนแล้วยิงคำถามรัว

“ไหนๆ มึงเล่ามาสิ เล่ามาให้หมดแล้วละเอียดด้วยอ่ะ”

มาร์คยกหลังมือเกาท้ายทอยแล้วเริ่มต้นเล่าเหตุการณ์วันนั้นให้เพื่อนฟังอย่างคร่าวๆ จนมาถึงเรื่องพี่มัชฉะซึ่งเขาเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นจินยอง ก่อนจะจบด้วยแบมแบมไม่ยอมไลน์ตอบเขามานานแล้ว แถมยังไม่เจอกันตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

“มึงอ่ะเชี่ย” แจ็คสันเอ่ยหลังจากนั่งเงียบฟังมานาน ซึ่งแจบอมพยักหน้าเห็นด้วย

“ถ้ากูเป็นแบมแบมนะ ป่านนี้ก็คงไม่อยากเจอหน้ามึงหรอก มีอย่างที่ไหนไปยัดเยียดให้เขาชอบไอ้จินยองวะ” แจบอมเอ่ยจบก็หันไปพยักหน้ากับแจ็คสันอย่างเห็นด้วย

“ใครจะไปคิดว่าพี่มัชฉะที่แบมแบมชอบจะเป็นกูล่ะ” มาร์คเอ่ยเสียงห้วน “ก็เขาไม่มีท่าทางแบบนั้น อีกอย่างกูเองตอนนั้นก็...” ลากเสียงยาวแล้วจู่ๆ ก็เงียบไป

“จะพูดว่าน้อยใจอยากให้เป็นตัวเองก็พูดมา กูเข้าใจ” แจ็คสันเติมให้ มาร์คหันมายกนิ้วกลางให้เพื่อนแต่ก็ไม่ได้ตกลงหรือปฏิเสธ

“พวกกูก็พูดอยู่ว่ามีแต่มึงนั่นล่ะที่ชอบชาเขียว” แจบอมหันมาได้เลยเอ่ยเสียงดังใส่บ้าง

มาร์คไม่ได้เถียงอะไรออกไป เขาเงียบอีกหน จนใจจะเอ่ยอะไรเพราะก็เล่าให้เพื่อนฟังไปหมดแล้ว เขาก็กังวลในส่วนของตัวเองอยู่ แม้จะพยายามหมั่นไปหาแบมแบมหลังเลิกเรียนแต่อีกคนก็ไม่ยอมโผล่หน้ามาให้เห็น มาร์คเจอหน้ายูคยอมทุกวันจนเริ่มจับทางได้แล้วว่าแบมแบมไม่อยากเจอเขาและหลบหน้าจริงๆ นั่นล่ะ

“แล้วมึงจะทำไง” แจ็คสันเอ่ยถามขึ้นมา มาร์คยกมือขึ้นเท้าคางก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่รู้วะ เขาไม่ยอมเจอหน้า”

“ไปหาพี่เขาสิ ถ้าเพื่อนเขาไม่ยอมให้มึงเจออ่ะ” แจบอมบอกแล้วยักไหล่ “ไอ้จินยองไง บ้านเขาอยู่ติดกันมันน่าจะให้คำตอบอะไรมึงได้เยอะกว่า”

“นั่นสิ”

มาร์คพยักหน้าก่อนจะพึมพำขอบคุณ เขาไม่เคยนึกถึงจินยองเลยคงเพราะมักจะจู่โจมไปหาอีกคนที่รั้วโรงเรียน พอคิดแบบนี้แล้วก็เบาใจได้ จินยองคงให้คำตอบเขาได้มากกว่ายูคยอมจริงๆ นั่นล่ะ มาร์คถอนหายใจแล้วเอนหลังพลางหลุบตาต่ำ เขาแค่อยากให้ถึงตอนเย็นไวๆ และคิดว่าการปรึกษาจินยองน่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

 

 

 

สโมสรนักศึกษาคราคล่ำไปด้วยนักศึกษาที่มานั่งทำรายงานตรงโต๊ะม้าหินอ่อนและจับจองเป็นเจ้าของ มาร์คยืนเตร่อยู่แถวนั้นแล้วก็ตัดสินใจเดินไปยังห้องที่มีป้ายเขียนเอาไว้ว่าสโมสรนักศึกษา เขายื่นหน้าเข้าไปและพบสมาชิกของสโม 4-5 คนในนั้น และมีจินยองอยู่ด้วย อีกคนกำลังนั่งเรียงเอกสารขณะที่มาร์คโผล่ไปตรงกรอบประตู อีกฝ่ายเงยหน้ามาขมวดคิ้วมอง

“จินยอง...ว่างรึเปล่า?”

“ก็...ไม่ได้มีอะไรมากนะ” จินยองวางเอกสารในมือใส่แฟ้ม มาร์คเลยเอ่ยถามเสียงเบาไปว่า

“ขอเวลาแป๊บนึงได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย”

“อ๋อ ได้สิ”

จินยองพยักหน้า วางเอกสารและแฟ้มบนโต๊ะก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินมาหามาร์ค คนที่ถ่อมาหาถึงคณะอื่นลอบถอนหายใจอย่างดี ตอนแรกเขากลัวว่าจินยองจะไม่ให้ความร่วมมือกับตัวเองด้วยซ้ำไป แต่อีกฝ่ายก็เดินตามหลังมาร์คออกมาจนเรามาหยุดอยู่ให้ห่างจากกลุ่มคนไม่ไกลนักแต่ก็คงไม่มีใครได้ยินบทสนทนาระหว่างเรา

“มีอะไรเหรอ? มาหาฉันถึงคณะเลย”

“เรื่องแบมแบม” มาร์คตอบตรงไปตรงมาเพราะไม่มีประโยชน์อะไรให้อ้อมค้อม เขามองหน้าจินยองที่พยักหน้ารับรู้แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมา

“น้องนายไม่ยอมตอบไลน์ ไม่อ่านด้วย แถมยังหลบหน้าด้วย ฉันรู้ว่านายน่าจะรู้เรื่องวันนั้น” มาร์คลองเกริ่นออกไป และเขาก็ได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าจากคนที่เขามาหาถึงที่

“อืม...รู้ แบมแบมเล่าให้ฟังแล้วล่ะ”

“แบมแบมเป็นไงบ้าง” มาร์คถามเสียงอ่อนลง

“กายก็สบาย แต่ใจน่ะไม่รู้” จินยองบอกแค่นั้นแล้วถอนหายใจยาว “ตั้งแต่วันนั้นเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีกหรอกนะมาร์ค กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง”

“มึงเจอเขารึเปล่า?”

“กูก็เจอทุกวันนั่นล่ะ”

ดูราวกับทุกคนได้เจอแบมแบมยกเว้นมาร์คที่อีกฝ่ายจงใจหลบหน้า พอได้ยินคำตอบแบบนี้แล้วจู่ๆ เขาก็พาลน้อยใจและโมโหขึ้นมาวูบหนึ่ง อิจฉาจินยองและแม้แต่เพื่อนแบมแบมทั้งสองคน มาร์คก็แค่อยากเจอหน้า แต่ถ้าถามว่าเขารู้สึกผิดไหมเขาก็รู้ว่าตัวเองผิดที่พูดจาไม่ดีกับแบมแบม

“กูอยากเจอแบมแบม”

“แต่แบมแบมไม่อยากเจอ” จินยองเอ่ยสั้นห้วน

“แล้วก็เป็นแบบนี้เหรอวะจินยอง? ไม่ได้คุยกันให้เข้าใจด้วยซ้ำ แบมแบมชอบน่ะกูรู้แล้ว แต่กูแค่อยากขอโทษเรื่องที่วันนั้นพายูมินมาทำรายงานด้วย แล้วก็อีกหลายๆ เรื่อง”

“มาร์ค...กูพูดตรงๆ นะ” จินยองขมวดคิ้วแล้วเอ่ยเสียงจริงจังขึ้น “ถ้ามึงไม่ได้ชอบน้องกูก็เลิกยุ่งกับมันเถอะ”

“ทำไมพูดแบบนั้นวะ” มาร์คถามกลับ จินยองนิ่วหน้าก่อนจะพูดเสียงเครียด

“แบมแบมชอบมึงจริงๆ นะ แล้วก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเสียใจกับการกระทำที่มึงไม่ได้คิดอะไรแต่เขาคิดมาก ที่จริงมึงก็ไม่ผิดหรอก แต่กูบอกมึงในฐานะที่กูเป็นพี่แบมแบมว่าถ้าไม่ได้ชอบก็เลิกยุ่งกับน้องกูซะ”

“กูแค่อยากเคลียร์เรื่องนี้”

“แบมแบมอยากคุยกับมึงตอนไหนก็คงบอกเองนั่นล่ะ” จินยองเอ่ยเสียงห้วน

“มึงบอกน้องตอบไลน์กูสิ”

“มือถือเขาหายตั้งแต่วันที่บอกว่าชอบมึงนั่นล่ะ แบมแบมไม่ได้จงใจไม่ตอบมึง แต่เขาไม่มีช่องทางเพื่อบอกมึง” จินยองอธิบายให้ฟัง มาร์ครู้สึกเหมือนความอึดอัดส่วนหนึ่งในใจค่อยๆ เบาบางลงเมื่อรู้ว่าอีกคนไม่ได้จงใจไม่ตอบไลน์และไม่อ่านไลน์ของเขา

“กูขอร้องล่ะมาร์ค...ถ้าไม่ได้ชอบหรือไม่ได้คิดอะไรก็อย่ายุ่งกับมันเลย เพราะว่าแบมแบมมันชอบ น้องกูเลยคิดเข้าข้างตัวเองไปหมดว่ามึงเองก็อาจจะใจตรงกัน กูรู้ว่ากูก็แย่ที่มาพูดกับมึงแบบนี้ทั้งที่แบมแบมนั่นล่ะผิดที่คิดไปเอง แต่มึงเลิกให้ความหวังน้องกูเถอะ”

“จินยอง...มึงไปบอกน้องมึงหน่อย...” มาร์คเอ่ยเสียงเครียดแล้วขมวดคิ้ว พออีกคนเงียบเพื่อเงยหน้าฟัง เขาถึงได้พ่นลมหายใจเอ่ยเสียงเบาไปว่า

“ไปบอกแบมแบมด้วยว่ากูไม่เคยให้ความหวังใคร”

“หมายความว่าไงวะ?” จินยองถามกลับ มาร์คยักไหล่ ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับคณะตัวเอง

“ถ้าแบมแบมสงสัยอย่างที่มึงสงสัยก็บอกให้เขามาเจอหน้ากูสิ”

มาร์คขอบคุณจินยองแล้วเดินหนีออกมา อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าแบมแบมไม่ได้เมินข้อความในไลน์แต่มือถือหายยังไม่ได้ซื้อใหม่ เขาเดินย่ำเท้าตามฟุตบาทแล้วเตะดินเตะหิน ถึงยังไงก็ยังอยากคุยอยู่ดีแต่ก็ไม่กล้าบุกไปหาถึงบ้าน มาร์คล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางคิดว่าถ้าแบมแบมไม่ยอมคุยกับเขาต่อหน้า

...เขายอมคุยกับแบมแบมผ่านช่องทางที่อีกฝ่ายชอบก็ได้

 

 

 

@marktuan93  1d  @BAMBAM1A  Saya minta maaf

@marktuan93  11h  @BAMBAM1A  Jag är ledsen

นั่นคือข้อความที่ทำให้แบมแบมชะงักแล้วตกใจเพราะพบว่ามันเป็นข้อความที่ส่งมาเมื่อวาน ซึ่งตอนเย็นวานจินยองเพิ่งจะมาเล่าว่ามาร์คมาหาถึงสโมสรคณะเพื่อถามเรื่องแบมแบม ถึงจะดีใจแต่เขาก็ได้แต่รับฟังจินยองโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา มีเพียงจินยองที่ย้ำอยู่ได้ว่า

เพิ่งเคยเห็นไอ้มาร์คทำหน้าเครียดๆ ยอมเจอหน้ามันเถอะ

ส่วนตอนนี้แบมแบมเพิ่งถึงบ้านหลังจากเลิกเรียนแล้วแม่พาไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่หลังจากทนไม่ใช้เกือบอาทิตย์ได้แล้ว เขาหายไปจากโลกโซเชียล ยองแจกับยูคยอมบอกว่าสาวๆ ในเพจ Cute boy บ่นกันใหญ่ว่าทำไมแบมแบมถึงหายไปแต่ส่วนใหญ่สรุปว่าเพราะใกล้จะสอบปลายเทอม

หลังจากได้มือถือแบมแบมก็มานั่งตั้งค่าอะไรต่อมิอะไรใหม่ พอเช็คทวิตเตอร์ถึงได้เห็นข้อความนั้นว่ามาร์คส่งมาเมื่อคืนและช่วงสายของวันนี้ แบมแบมเม้มปาก พอกดเข้าไปดูเวลาที่มาร์คส่งข้อความในทวิตเตอร์เมื่อวานก็พบว่ามันเป็นเวลาเกือบสามทุ่ม

แต่ที่งง...มันคืออะไรดีกว่า...

แบมแบมเม้มปาก เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป มองห้องสนทนาของเขากับมาร์คซึ่งมีแต่ข้อความอีกฝ่ายเด้งขึ้นเตือนว่าไม่ได้อ่านเกือบ 20 ข้อความ แบมแบมที่เคยวิ่งไล่ตามหลังมาร์คอยู่ตอนนี้กำลังโดนอีกคนวิ่งเหยาะๆ ไล่หลังคืนอยู่หรือยังไงกันนะ

เพราะได้มือถือมาใหม่และยังไม่ได้มีกระจิตกระใจจะเล่นโซเชียลช่องทางไหน แบมแบมจึงแค่เข้าไปกวาดตาอ่านและดูรูปในอินสตราแกรมแล้วก็เข้านอน เขาคิดว่าคงใกล้ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับมาร์คแล้วล่ะ คงอีกไม่กี่วัน และแบมแบมควรจะเป็นคนไปเจออีกฝ่ายต่อหน้าเพื่อพูดว่าขอโทษแล้วเราก็ควรคุยกันตรงๆ

เด็กหนุ่มหลับไปและตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน พออาบน้ำเรียบร้อยแบมแบมก็หันไปคว้ากระเป๋าเตรียมจะลงไปทานมื้อเช้าตอนนั้นเองที่หยิบมือถือมามอง แล้วพบใครคนนั้นทวิตอะไรส่งมาอีก

@marktuan93  9h  @BAMBAM1A  Jeg er ked af

มันคืออะไร...

แบมแบมไม่สามารถสะกดหรืออ่านออกแถมยังขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่ามาร์คต้องการเล่นอะไร และยังไม่มีเวลามากพอจะหาคำตอบ เด็กหนุ่มเม้มปากแล้วหย่อนมือถือเก็บ ก่อนจะวิ่งลงไปทานมื้อเช้าเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน

 

 

 

@marktuan93  3h  @BAMBAM1A  Mi dispiace

@marktuan93  2h  @BAMBAM1A  Tá brón orm

@marktuan93  1h  @BAMBAM1A  Je suis désolé

@marktuan93  35m  @BAMBAM1A  Paenitet

กลายเป็นว่าช่วงเช้านี้ทั้งวันแบมแบมได้เมนชั่นจากมาร์คเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่สามารถสะกดเป็นคำได้ เขาลองยื่นให้ยูคยอมกับยองแจก็พบว่าอีกสองคนไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่พวกเราก็เรียนจนไม่มีเวลาว่างให้นั่งหาจากกูเกิ้ล จนมีเวลาช่วงเปลี่ยนคาบเรียน แบมแบมเลยเม้มปากก่อนจะหยิบมือถือยื่นให้เพื่อน

“มันคืออะไรวะ?”

“ก็บอกว่าไม่รู้ ไหนลองดิ่” ยองแจหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาเพื่อหาคำตอบช่วย เพื่อนเลือกคำล่าสุดพิมพ์ลงไปก่อนจะกดค้นหาว่ามันคืออะไร

“อะไรอ่ะ” แบมแบมถามเพราะยองแจมองหน้าจอโทรศัพท์ไม่ได้ให้คนได้ข้อความเหล่านั้นดูด้วย

“มึงถามพี่มาร์คเหอะแบม”

“มันไม่มีคำแปลเหรอ?” แบมแบมถามแล้วพ่นลมหายใจ

“อื้อ หาไม่เจอ”

โกหก!

แบมแบมนึกว่ายองแจในใจ หน้าดูมีลับลมคมในอะไรขนาดนั้นยังจะมาบอกเขาอีกว่ามันไม่มีคำแปล แบมแบมเม้มปากแล้วก้มลงมองจอโทรศัพท์ เขาถอนหายใจแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง

“มึงถามเขาเถอะว่าคืออะไรอ่ะ เขาคงอยากบอกมึง...”

ยูคยอมดึงยองแจแล้วบอกให้เพื่อนเงียบ แบมแบมกะพริบตา แค่ท่าทางแบบนี้ก็ชวนสงสัยแล้วว่ามันแปลว่าอะไร ตอนนั้นพวกเราต้องเงียบกันไปอีกหนแล้วรูดซิปปากเพราะอาจารย์เดินเข้ามาสอนพอดิบพอดี

แบมแบมอยากรู้...

และเขาอยากจะเลิกหนีมาร์คแล้วด้วย ไหนๆ ก็ได้โทรศัพท์กลับมาแล้ว แบมแบมก็ควรไปเจอและคุยให้มันสิ้นเรื่องซะที เขาเริ่มต้นจากการเมนชั่นทวิตเตอร์หามาร์คกลับไป

@BAMBAM1A  1s  @marktuan93  ??

แบมแบมวางโทรศัพท์ลงข้างๆ หนังสือ เงยหน้ามองอาจารย์ซึ่งกำลังหันหลังและเขียนกระดานไวท์บอร์ดเพื่ออธิบายเนื้อหาการเรียน แล้วจอที่สว่างวาบก็ทำให้แบมแบมก้มหน้าลงมามอง ก่อนจะรีบคว้ามือถือมากุมเอาไว้

@marktuan93  2s  @BAMBAM1A   ตอบไลน์พี่หน่อย

มือถือสั่นครืดในมือ แบมแบมก้มมองข้อความที่ปรากฏบนจอและเขายังไม่ได้เปิดอ่าน เด็กหนุ่มเงยหน้ามองแผ่นหลังอาจารย์สลับกับมือถือในมือ ในตอนนั้นที่แบมแบมเลือกจะทำตามหัวใจตัวเองเรียกร้องอีกครั้ง ช่างหัวการเสียใจเถอะ ตอนนั้นเขาก็คิดแค่ว่าคนไม่ค่อยแสดงออกแบบมาร์คพยายามเมนชั่นมาหาเขาขนาดนี้ จะทำให้อีกฝ่ายรอได้ยังไง

‘BAMBAM1A : ครับพี่มาร์ค ผมอยู่ในไลน์แล้ว










อ่านจบตอนสุดท้ายทุกคนต้องอยากตบแน่ๆ เพราะมันค้าง 5555 /ยื่นหน้าให้ตบ
ตอนนี้มาไวหน่อยค่ะ ที่จริงอยากจะแต่งฟิควันเกิดน้องแบมแต่นึกพล็อตไม่ออก
ก็เลยคิดว่ามาต่อฟิคยาวแล้วกัน 555555555555555555555555 ._____. 
อ่านกันให้สนุกนะคะ อีก 2 ตอนจบ! ฮึ้บๆๆๆ 

ขอบคุณทุกกำลังใจให้เราและทุกคำด่าว่าสรุปพี่มัชฉะนี่กินชาเขียวหรือหญ้าด้วยค่ะ 5555
อย่าอินกันขนาดนั้น ฮือๆ แต่ที่จริงเห็นทุกคนอินล่ะรู้สึกดีนะ แต่สงสารพี่มัค 55555
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และคนที่ติดแท็ก #มาร์คแบมโซเชียล ค่ะ XD ตอนหน้าไว้เจอกัน

พื้นที่ขายของ ----- สอบถามการรวมเล่มฟิค

https://docs.google.com/forms/d/1zAVwWqkxqsqfyeG5Es0lDNanT1gz4KKkPs1T0SIP2no/viewform

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,322 ความคิดเห็น

  1. #2314 FMM5590 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 21:21
    saya minta maaf = ฉันขอโทษ (มาเล)
    jag är legsen = ฉันเป็นคนธรรมดา (สวีเดน)
    #2,314
    0
  2. #2294 Kimmareesa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 09:34

    งื้อ เราอ่านออกนะไรท์ 555

    #2,294
    0
  3. #2291 Spices_smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:19
    ลุ้นฉี่จะเเตก
    #2,291
    0
  4. #2279 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 20:43
    เอาแล้วๆๆ
    #2,279
    0
  5. #2255 NJChokdee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 01:01
    เทียบกับแป้นพิมพ์รึป่าวว
    #2,255
    0
  6. #2238 ฺBeau (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:05
    ตลกคยอมมมม ถึงกะขำออกเสียงงง
    #2,238
    0
  7. #2191 ChayapornSs (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 13:33
    เฮ้ยอะไรอ่านไม่ออก!!!5555
    #2,191
    0
  8. #2156 mbbjsk_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 14:47
    เยอรมันแน่ๆ ใช่มั้ยนะ555555555
    #2,156
    0
  9. #2133 milkc (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:30
    รอลุ้นตอนหน้าา
    มีความซึนมากนะพิมัค
    นุ้งแบมของพรี่
    สู้เขาาา !
    #2,133
    0
  10. #2123 `MESJ' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 18:53
    เห้ยยยลึ้นมาก แปลว่าอะไรนะ ><
    #2,123
    0
  11. #2109 ojay2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 12:11
    ลุ้นมากเลยยยยยข
    #2,109
    0
  12. #2075 -Bameverthing- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 17:30
    โอ้ยยอยากรู้ความหมายยย><
    #2,075
    0
  13. #2028 Kaka1m (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 13:50
    เคลียร์กันเถอะ รีดงง 555 มาร์คพอจะทำก็ทำได้นี่! แบมแค่้เสียใจ ยังไม่หมดรักแน่ๆ สู้ๆๆ สมกับไม่เคยให้ค.หวังใครหน่อย
    ปล.ทุกตอนจะมีบทนมเย็นและชาเขียว แต่หลังๆซื้อมาแต่ไม่โดนกิน555
    ปล2.นังยูคร้ายอีกแล้ว ว่าแ้ล้วต้องไม่ยอม ขนาดตอนแบมขอให้ไปซืัอสเก็ตเป็นเพื่อน ปากก็ตกลง แต่ให้ไปเจอมาร์ค2ต่อสอง5555
    ปล3.ชอบอีกคน แต่คนที่ชอบยัดเยียดให้ เราเคยเจอนะ แบบชอบคนนี้เหรอ เขาดีงั้นงี้ เฮ้อ มันเจ็บจริงๆ555
    #2,028
    0
  14. #2007 ๐Cullen๐ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:09
    อยากระเบิดตัวเอง....
    #2,007
    0
  15. #1997 M.m1nt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:21
    คือไรอ่ะ นี่ลุ้นอยู่นะ 5555
    #1,997
    0
  16. #1983 KiHaE*129 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 18:40
    ภาษาอะไร 
    ฮ๋าๆๆๆๆ
    #1,983
    0
  17. #1972 9SRAM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 00:14
    เป็นการพิมพ์ขอโทษที่โคตรแฟนตาซีมากคะอพม 
    #1,972
    0
  18. #1966 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 20:09
    ภาษาอะไรของพี่แกวะ
    #1,966
    0
  19. #1939 HOMOsepien#987654321 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 18:20
    เห็นภาษาที่คุ้นเคยแล้วสะดุ้งเลยอ่ะ 55555555555 ทำไมไม่เปิดอากู๋ล่ะแบม โถ่ ครั้งแรกเลยที่เม้น พอดีตอดลมไปหน่อย 5555555 มาอ่านวันแรกก็ตอนมีติวที่รร ไม่ได้ฟังที่เขาสอนเลย นั่งอ่านทั้งวัน เพื่อนข้างๆนี่หันมามองซะ เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวขมวดคิ้ว เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวน้ำตาซึม เดี๋ยวหน่วง เดี๋ยวเขิน คือเพื่อนมันด่าเราละ 55555555555555 จนตอนนี้อยากบอกว่ารักไรต์มาก แล้วอยากบอกมาร์คต้วนว่าบายยยยยค่ะ #staystrongjinyong #ลัทธิชายปาร์ค 55555555 #พี่มาร์คกับน้องแบม ฟินขนาดไหน พี่มาร์คก็น็อคเอาท์โมเม้น #เนียร์แบม อยู่ดีแหละค่ะ 555555555555
    #1,939
    0
  20. #1934 หลินจือ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 22:44
    แบมรีบไปหาพี่มาร์คเถอะ
    #1,934
    0
  21. #1914 9nawKIHAE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 20:14
    ใกล้จะสมหวังแล้ววววววววววว ลุ้นจนเหนื่อนเยยยยย 
    #1,914
    0
  22. #1896 m_sseob (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 14:19
    แบมงง คนอ่านก็งงว่ามันแปลว่าอะไร 5555555 รีบๆคืนดีกันเถอะ ; ^ ;
    #1,896
    0
  23. #1869 mellow_aa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 13:28
    อย่าว่าแต่แบมงงเลย นี่คนอ่านยังงงๆไปด้วยเลย คิดมโนไปได้มะว่าเป็นอารมแบบพวกบอกรัก บอกคิดถึงอะ 55555555555 มาร์คนี่แบบปากแข็งจนหยดสุดท้ายจิงๆนะ ขนาดกะจินยองยังไม่พูดเลยอะ ยอมใจ 555555 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 กรกฎาคม 2558 / 16:03
    #1,869
    0
  24. #1835 Nuthathai Por (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 00:41
    กลับมาเคลียร์กันซักทีเถอะ ได้โปรด
    #1,835
    0
  25. #1798 แฟนแทคกิ๊กมาร์ค (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 11:26
    งืออเพิ่งได้กลับมาอ่านน มาลงตอนไหนไม่รู้เลยยย TT TT TT TT สนุกมากค่าไรท์
    #1,798
    0