[GOT7] MARKBAM ll Social Casualty

ตอนที่ 10 : Social Casualty : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    28 เม.ย. 58


Social Casualty

 

 

Chapter 9

 

 

‘pepi_jr : เหนื่อยมามากพอแล้วนะ พักเถอะ พี่จะยังอยู่ตรงนี้

รูปในเฟสบุ๊คจินยองเมื่อเกือบ 2 ชั่วโมงที่แล้วมีคนกดไลค์เยอะแยะอาจเป็นเพราะจินยองไม่ได้อัพรูปตัวเองแต่อัพภาพของเด็กข้างบ้านมากกว่า

มันเป็นรูปที่แบมแบมนอนตะแคง เปลือกตาปิดพริ้มหลับ ใบหน้าข้างหนึ่งจมหายไปกับหมอน แพขนตาสีดำนั่นเรียงตัวสวย ริมฝีปากปิดสนิท แต่ปลายจมูกแดงระเรื่อนิดๆ จินยองติดแท็กโลเกชั่น My home แสดงว่าแบมแบมก็คงนอนหลับอยู่ที่บ้านในห้องนอนของจินยองสินะ

มาร์คเก็บมือถือหลังจากเห็นภาพนั้นโดยไม่ได้ทำอะไร มันเด้งขึ้นมาเป็นรูปแรกตอนเข้าเฟสบุ๊ค ก่อนหน้านี้เขาเข้าทวิตเตอร์และไม่เห็นแบมแบมอัพเดตอะไรรวมไปถึงอินสตราแกรมด้วยก็เลยลองเข้าเฟสบุ๊คและพบคำตอบว่าแบมแบมก็แค่รีบกลับไปหาจินยอง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทิ้งประโยคชวนให้สงสัยเอาไว้ในไลน์ว่า

‘BAMBAM1A : ถ้าพี่มาร์คไม่ว่างก็อย่านัดผมเลยครับ อย่าทำแบบนี้กับผมอีกเลย

มาร์คเพิ่งมาเห็นข้อความนั้นหลังจากที่แบมแบมส่งมาเกือบครึ่งชั่วโมง เขาไปส่งเพื่อนที่สถานีรถไฟฟ้าถึงได้หยิบมือถือมา พอส่งข้อความกลับไปก็ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณตอบรับจากอีกฝ่าย ข้อความเชิงตัดพ้อแบบนั้นแบมแบมไม่เคยส่งให้เขามาก่อน มาร์คยังข้องใจไม่หายและเริ่มหงุดหงิดด้วยที่เขากระหน่ำถามว่าเป็นอะไรแล้วก็ไม่ยอมตอบจนเกือบจะขับรถวนไปบ้านอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่มาร์คก็กลัวว่าแม่อีกคนจะตกใจ เขากลับบ้านแล้วถึงได้หยิบมือถือมาเพื่อดูร่องรอยในโซเชียลของแบมแบม ก่อนจะเห็นภาพจากเฟสบุ๊คของจินยองนั่นไงล่ะ มาร์คถึงต้องโยนเครื่องมือสื่อสารลงบนที่นอนแล้วเม้มปากขมวดคิ้วแน่น

เย็นวันนี้เขาไม่ได้คิดสักนิดว่าเพื่อนที่ต้องทำงานอย่างยูมินจะมามัดมือชกอยากจะทำรายงานด้วยวันนี้ พอมาร์คบอกว่าไม่ว่างอีกคนก็ให้เหตุผลว่าหลังจากวันนี้ก็ไม่ว่างเหมือนกัน เราคุยกันช่วงบ่ายแล้วมาร์คก็คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานมากเท่าไหร่เลยนัดให้เพื่อนมาหาแถวที่เขาสอนสเกตบอร์ดแบมแบมตอนเย็น ยูมินเป็นเพื่อนร่วมสาขาที่สนิทกับเขาและเพื่อนคนอื่นๆ มาร์คก็แค่คิดว่าจะเจียดเวลามาทำรายงานสลับกับสอนสเกตบอร์ดแบมแบมได้ แต่เขาคงคิดผิดและดูเหมือนแบมแบมเองก็คงน้อยใจ แต่พอลองถามว่าโกรธไหมก็บอกว่าไม่ พอจะไปส่งก็ไม่ยอม มาร์คเลยไม่รู้จะทำยังไงอีก เขาไม่ใช่คนชอบเซ้าซี้ ถ้าอีกฝ่ายยืนยันว่าจะทำแบบนั้นเขาก็ปล่อยให้ทำ มาร์คไม่อยากฝืนใจใคร

สำหรับเขาแล้วการที่พักนี้อยู่ใกล้ชิดกับแบมแบมมันทำให้มาร์คเคยชินกับการสอนสเกตบอร์ดใครสักคน เขาชอบช่วงเวลาที่เห็นแบมแบมประคองแก้วนมเย็นสีชมพูหวานเหมือนเจ้าตัวแล้วดื่มท่าทางมีความสุข มาร์คคิดเสมอว่าเขาคงเอ็นดูแบมแบมแบบน้องชายเหมือนอย่างจินยอง แต่เปล่าหรอก...ยิ่งอยู่กับเด็กคนนั้นและใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นเท่าไหร่ กลับกลายเป็นว่าความรู้สึกที่เขามีต่อแบมแบมมันไม่ใช่สิ่งที่รุ่นพี่มีต่อรุ่นน้อง

แต่แบมแบมคิดยังไงกับจินยองเขาก็ไม่รู้...

ถ้าให้เอ่ยยกย่องความดีจินยอง มาร์คว่ามันมีเยอะแยะเชียวล่ะ จินยองเป็นคนดีคนหนึ่ง เรียนเก่ง ทำกิจกรรมก็ดี ทำงานสโมสรคณะแถมยังเป็นพี่ชายข้างบ้านแบมแบมอีกต่างหาก ดูยังไงหากให้เทียบกันแล้วมาร์คว่าอีกคนเครดิตดีกว่าเขาเยอะเลย

...และแบมแบมคิดยังไงกับเขา มาร์คก็ไม่แน่ใจ

เขาพยายามแล้ว พยายามในส่วนของตัวเอง พยายามให้มากเท่าที่ผู้ชายแสดงออกไม่เก่งแบบเขาจะทำได้ แบมแบมอาจจะไม่รู้ตัว แต่มาร์คไม่ใช่คนประเภทดั้นด้นพาใครสักคนขับรถออกไปชานเมืองเพื่อนมเย็นแค่แก้วเดียวหรอก และเขาไม่ใช่ผู้ชายที่อัพอินสตราแกรมบ่อยๆ ด้วย แต่เขาก็ทำเพราะแบมแบมติดโซเชียล เขาไม่เคยเช็คทวิตเตอร์ทุกครั้งที่เข้านอนหรือตื่นเช้าแต่มันก็กลายมาเป็นกิจกรรมที่เขาเริ่มหันเหมาทำเพียงเพราะอยากอ่านข้อความที่แบมแบมทวิต หรือแม้แต่การเปิดจอสนทนาไลน์ค้างไว้เพื่อมองข้อความเก่าๆ ที่คุยกับแบมแบม

เด็กนั่นจะรู้รึเปล่าว่าเขาเปลี่ยนไปตอนอยู่ใกล้ๆ

มาร์คถอนหายใจแล้วมองมือถือ จนป่านนี้เขาก็ยังไม่มีเบอร์โทรศัพท์อีกคน เพราะถ้ามีเขาคงโทรหาอีกฝ่ายแล้ว ตอนนี้สิ่งที่กวนใจมาร์คที่สุดคือเขามั่นใจว่าพี่มัชฉะที่แบมแบมกับเพื่อนๆ คุยกันในวันนั้นน่ะคือใคร คนที่แบมแบมชอบน่ะ ไม่ใช่เขาใช่ไหม แต่เป็นจินยอง...

 

 

 

“ไม่เป็นไรแน่นะ”

ยองแจเอ่ยถามเสียงเบาในช่วงเปลี่ยนคาบเรียนหลังจากผ่านคาบแรกไปเรียบร้อยแล้ว แบมแบมเบนสายตามามองเพื่อนแล้วพยักหน้า ก่อนจะยืนยันไปว่า

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

แบมแบมมาเรียนสาย วันนี้เขามาเองไม่ได้มากับจินยอง ที่มาสายก็เพราะตื่นสายด้วยนั่นล่ะ เมื่อวานหลังจากที่ร้องไห้บนรถเมล์ แบมแบมก็ไม่กล้ากลับบ้าน เขาโทรหาจินยองแล้วโทรบอกแม่ว่าอยู่บ้านข้างๆ ก่อน โชคดีที่คุณแม่พี่จินยองไม่อยู่ ตอนนั้นแบมแบมเลยสามารถยืนร้องไห้เป็นเด็กไม่กี่ขวบต่อหน้าพี่ชายข้างบ้านอย่างไม่ต้องอายใคร

เขานั่งพรั่งพรูให้จินยองฟังในเรื่องเดิมและซ้ำไปซ้ำมา จินยองกลับไม่บ่นสักคำ เอาแต่ใช้ฝ่ามือลูบไหล่ปลอบโยน เขาเหนื่อยจนหลับไป เมื่อคืนนี้แบมแบมกลับบ้านโดยมีจินยองมาส่งถึงรั้วหน้าบ้านทั้งที่ใกล้รั้วชิดกัน จินยองบอกเขาแค่สั้นๆ ประโยคเดียวว่า

ถ้าเหนื่อยมาก ก็หยุดเถอะแบมแบม

ยูคยอมน่าจะรู้เรื่องเมื่อวานจากยองแจแล้วเพราะอีกคนแม้ไม่ได้ถามแต่ก็ส่งสายตาห่วงใยมาให้ แบมแบมหยิบหนังสือวิชาต่อไปมาไว้บนโต๊ะ วางมือลงบนนั้นก่อนจะเอ่ยเสียงเบาออกไปว่า

“กูไม่เป็นไรหรอก แค่เฟลน่ะ แต่เดี๋ยวคงดีขึ้น”

“จริงเหรอ...” ยูคยอมเอ่ยแทรกพลางยักไหล่ ยองแจหันไปถลึงตาใส่คนที่เพิ่งพูดประโยคนั้นออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปตี แต่ยูคยอมเอ่ยต่อว่า

“คุยกันตรงๆ เลยเถอะ บอกไปเลยว่าคิดยังไง”

“มึงแนะนำเพื่อนแบบนั้นได้ไง ถ้าเขาไม่โอเคกับเพื่อนเราล่ะ?” ยองแจแหวใส่ คราวนี้ยูคยอมโดนทั้งมือทั้งปาก คนตัวใหญ่เบี่ยงตัวหนีแล้วบอกแบมแบมว่า

“กูเคยบอกแล้วไงถ้าอกหักกูกับไอ้นี่ก็ยังอยู่กับมึง พี่จินยองด้วยอีกคน” ยูคยอมหันมาจ้องหน้าแบมแบม ดึงมือเขาเอาไว้แล้วเอ่ยเสียงจริงจังว่า

“พวกกูอ่ะเป็นเพื่อนมึงนะ แล้วเวลาที่มึงอัพอะไรเศร้าๆ หรือหมานั่งทำหน้าหงอยแบบนี้พวกกูก็เฟลตามนะแบม ที่ไม่พูดก็เพราะไม่รู้ว่ามึงไปเจออะไรมาและรู้สึกแย่ขนาดไหน”

“ขอบคุณ” แบมแบมเอ่ยตอบคนที่นานๆ จะพูดอะไรแบบนั้น ยูคยอมยกมือขึ้นเกาใบหูที่แดงเรื่อของตัวเองแล้วบ่นเขาอีก 2-3 ประโยค

“กูแค่น้อยใจที่เขาไม่ให้ความสำคัญกับกู งี่เง่าใช่ป่ะล่ะ?” แบมแบมบ่นในลำคอ ยูคยอมเบนหน้ากลับมามอง ขณะที่ยองแจเป็นคนเอ่ยเสียงเรียบว่า

“ก็งี่เง่า แต่มึงห้ามตัวเองไม่ได้ใช่ไหมล่ะ? ก็มึงชอบเขา”

“อื้อ...”

พอสารภาพกับเพื่อนแล้วแบมแบมก็ทำคอตก เขายังกำมือไว้รอบหนังสือ หลุบตาต่ำไม่ยอมสบตากับเพื่อนสักคนในขณะที่พึมพำลอดริมฝีปากออกมาเสียงเบาว่า

“เดี๋ยวกูคงดีขึ้น กูจะขอโทษเขาที่เมื่อวานรีบกลับก่อน”

“ขอโทษยังไง? มึงจะไปหาเขาเหรอ?” ยูคยอมหันมาถาม แบมแบมเงยหน้ามองเพื่อนก่อนจะเอ่ยเสียงอู้อี้ไปว่า

“มึงพากูไปสนามบาสหน่อยสิ”

“ลำบากกูอีก แต่ก็ดี...เห็นมึงกล้าๆ แบบนี้กูก็ดีใจที่มึงเลิกป๊อด”

ยูคยอมหัวเราะเบาๆ แบมแบมเลยยิ้มตามออกมา เขาเป็นคนขี้กลัวมาตลอดนั่นล่ะ กลัวมันไปทุกอย่าง ยิ่งเวลาอยู่ต่อหน้ามาร์คอาการเหล่านี้ก็จะยิ่งหนักข้อมากขึ้น เขาหัวเราะกลบเกลื่อนกับเพื่อนๆ แต่ในใจก็เต้นตึกตัก แบมแบมรู้ว่าเมื่อวานเขาทำตัวแย่ทั้งที่มาร์คเสนอตัวว่าจะมาส่ง นั่นคือโอกาสแท้ๆ แต่เขาก็ไม่อยากจะเห็นภาพที่มาร์คให้ความสำคัญกับเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเขา

แบมแบมก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่อยากให้คนที่ชอบสนใจแค่ตัวเอง ทั้งที่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาสนใจรึเปล่า

 

 

 

มาร์คนั่งคิดตลอดบ่าย ไอ้อาการไม่ค่อยสบายอกสบายใจที่เกาะติดตัวเขาอยู่นี่ก็คงเพราะลากยาวมาจากความรู้สึกเมื่อวาน พอคิดว่าทนไม่ไหวแล้วเขาก็เลยคิดว่าเย็นนี้เขาควรไปคุยกับแบมแบมให้รู้เรื่อง

ปากกาในมือเคาะไปมาบนสมุดเหมือนคนไม่มีสมาธิและคิดอย่างอื่นแทนการตั้งใจฟังแจบอมซึ่งกำลังแจกแจงรายละเอียดหน้าที่รับผิดชอบในรายงานที่อาจารย์เพิ่งสั่งเมื่อเช้า และเพราะท่าทางแบบนี้จากมาร์คไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ นี่ล่ะมันเลยยิ่งน่าแปลกใจ พอสั่งงานเสร็จแจบอมเลยเดินมาดึงปากกาออกจากมือ มาร์คสะดุ้งนิดหน่อยแล้วเหลือบตาขึ้นมองเพื่อนด้วยท่าทางหงุดหงิด

“อะไร? เอามา” ยื่นมือไปขอปากกาแต่แจบอมโยนมันให้แจ็คสันที่พอจะจับสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆ อยู่เหมือนกัน

“มึงเป็นไรวะ?” แจ็คสันเป็นคนเปิดประเด็น “นี่ได้ฟังบ้างไหมว่าแจบอมมันสั่งให้มึงพิมพ์งานคนเดียว กูกับมันแค่หาข้อมูลให้อ่ะ”

“กูพิมพ์เกาหลีช้า มึงแกล้งกูรึไงเนี่ย?” มาร์คเอ่ยเสียงห้วน

“มันไม่ฟังมึงจริงๆ ด้วยว่ะ” แจ็คสันเคาะปากกามาร์คแล้วหันมาพยักพเยิดกับแจบอมที่นั่งเม้มปากนิ่งสนิท ก่อนจะเหลือบตามองแล้วเอ่ยเสียงห้วน

“มึงเป็นไรมาร์ค”

“ไม่เป็นไร”

“โกหก” แจ็คสันบอกกลับ เอ่ยเสียงดังใส่ ก่อนจะชี้นิ้วไปตรงหน้ามาร์ค “เด็กอนุบาลยังดูออก มึงเป็นอะไร? เมื่อวานไปทำไรน้องไอ้จินยองอีกรึไง? แต่มึงก็ไม่ได้เบี้ยวนัดเขานิ่”

“ไม่ได้เบี้ยว” มาร์คพึมพำบอก “แล้วทำไมคิดว่าเกี่ยวกับแบมแบมวะ”

“พักนี้มึงไม่รู้ตัวเหรอว่ามึงทำตัวเหมือนสนใจเขา” แจบอมเอ่ยบอก ยื่นมือไปรับปากกาที่แจ็คสันโยนมาให้แล้วหันไปมองหน้าเจ้าของปากกาพลางเอ่ยถามว่า

“มึงสังเกตตัวเองไหมว่ารูปในอินสตราแกรมมึงช่วงหลังๆ ก็มีแต่รูปที่แท็กหาแบมแบม มึงไม่ชอบเล่นโซเชียลไม่ใช่เหรอ แล้วจะให้กูคิดยังไง จู่ๆ มึงก็มาอัพบ่อยๆ แท็กหาแต่คนๆ เดียวที่เป็นเด็กติดโซเชียลอ่ะ”

พอแจบอมร่ายยาวเหยียดมาขนาดนั้นมาร์คก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี เขาเม้มปากแล้วยักไหล่ก่อนจะทำสิ่งที่ถนัดที่สุดคือการหลบตาแล้วเงียบไปเลย ไม่โต้ตอบ ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ ได้ยินเสียงปากกาของตัวเองถูกโยนกลับไปหาแจ็คสันอีกครั้ง มาร์คเลยเงยหน้าถลึงตามอง ก่อนจะเห็นสีหน้ายียวนของแจ็คสันพร้อมประโยคที่หลุดจากริมฝีปากออกมาว่า

“กูว่ามึงชอบแบมแบม”

“กูก็ด้วย มึงไม่อยากยอมรับก็เรื่องของมึง ไม่พูดก็เรื่องของมึง แต่กูกับแจ็คสันสรุปกันแล้ว”

“อะไรของพวกมึงเนี่ย! แล้วเอาปากกากูมาเลย” มาร์คพยายามเบี่ยงประเด็นด้วยการพยายามยื้อแย่งปากกา แจ็คสันเก็บปากกาเจ้าปัญหานั่นด้วยการเหน็บกับปกเสื้อตัวเอง เงยหน้าจ้องมาร์คแล้วเอ่ยเสียงห้วนว่า

“จะยากอะไรนักหนาแค่บอกว่าชอบหรือไม่ชอบแบมแบมเนี่ย”

“เปล่า” มาร์คบอกเสียงเบา

“สรุปว่ายังไง? พวกกูเป็นเพื่อนมึงรึเปล่าวะเนี่ย?” เพราะแจบอมเอ่ยประโยคนั้นออกมานั่นล่ะ มาร์คเลยถอนหายใจยืดยาว แบมือยื่นไปตรงหน้าแจ็คสันเพื่อขอปากกาคืนพลางเอ่ยสั้นๆ ออกมาว่า

“เออ”

“เออ? เอออะไร กูรู้ว่ามึงไม่ชอบพูดมาร์ค แต่บางเรื่องมึงต้องพูดและควรอธิบาย เงียบไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก” แจบอมยังเอ่ยยาวเหยียด มาร์คกระดิกมือไปทางแจ็คสันแล้วหันไปตอบแจบอมด้วยน้ำเสียงแข็งๆ ว่า

“เออ! กูชอบเขา”

ปากกาถูกวางลงในอุ้งมือ มาร์คเก็บมันใส่กระเป๋าแล้วเขย่าขาก่อนจะเบือนหน้าหนี เขาไม่ได้อยากจะบอกเพื่อนสักหน่อยว่ารู้สึกยังไง ไอ้เรื่องอะไรแบบนี้มาร์คว่าเขาควรจะเอาไปพูดกับแบมแบมโดยตรงมากกว่า แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีนั่นล่ะว่าบอกแล้วจะเป็นยังไง

มาร์คเหลือบมองเพื่อน ทั้งแจบอมและแจ็คสันเงียบไปหลังจากเขาพูดประโยคนั้น ก่อนหน้านี้ก็คะยั้นคะยอให้เขาตอบคำถามนัก พอได้คำตอบแล้วก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา

“แค่นี้ใช่ไหมที่อยากรู้” มาร์คหันไปถามเพื่อนสองคน

“เฮ้ย...คือไม่คิดว่าจะจริง แล้วก็ไม่คิดว่ามึงจะยอมรับ” แจ็คสันเอ่ยพึมพำออกมา มาร์คได้แต่นึกด่าในใจว่าขนาดไม่บอกเมื่อกี้ยังสรุปกันเองเรียบร้อยไปแล้ว

“แต่เขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว” มาร์คพึมพำบอก

“ใครวะ?” แจ็คสันเอ่ยถาม ขณะแจบอมเขยิบมาและหูผึ่งรอฟัง

“ไม่รู้” มาร์คบอกห้วนๆ “เขาไม่ได้บอก เคยพูดแค่ว่ามีคนที่ชอบ เห็นเรียกพี่มัชฉะ”

“มัชฉะ? ชาเขียวอ่ะนะ?” แจบอมเอ่ยถาม มาร์คพยักหน้ารับเบาๆ

“งั้นก็มึงสิมาร์ค” เพื่อนเกือบจะตะโกน แต่มาร์คส่ายหน้าปฏิเสธ เงยหน้าขึ้นก่อนจะอธิบายไปสั้นๆ ว่า

“เคยถามแล้ว เขาไม่ได้บอกว่าเป็นกูหรือเป็นใคร แต่บอกว่าเป็นคนที่ชอบ”

“แต่มึงชอบกินชาเชียว” แจ็คสันบอกเสียงดัง มาร์คนิ่วหน้าก่อนจะหันไปถอนใจใส่

“ไอ้จินยองก็ดื่มชาเขียว”

“นี่แบมแบม...ชอบไอ้จินยองเหรอวะ?” แจบอมเอ่ยถาม เบิกตามองมาร์คที่เม้มปากไม่พูดอะไร ทำแค่ยักไหล่ก่อนจะตอบเพื่อนสั้นๆ ว่า

“ไม่รู้”

“ไอ้มาร์ค...มึงชอบเขามากขนาดนั้นเหรอ”

“ไม่” มาร์คพึมพำคำนั้นออกมาก่อนจะเม้มปาก “ไม่รู้ว่าชอบมากไหมแต่ก็...เออ เย็นนี้กูจะไปคุยกับแบมแบม”

มาร์คบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ เขาจะไปขอโทษกับแบมแบม แล้วไหนๆ ก็จะเอ่ยปากถามด้วยว่าคนที่แบมแบมชอบน่ะเป็นใคร เขาไม่ได้สนใจแจบอมกับแจ็คสันอีก และเพื่อนก็ดูจะไม่อยากถามอะไรให้กวนใจเขาอีก มาร์คยกมือขึ้นเท้าคางพลางมองนาฬิกาเป็นระยะ ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิกเรียน

 

 

 

“พี่จินยอง ทางนี้”

แบมแบมโบกมือไหวๆ ให้พี่ชายข้างบ้าน เขากับยูคยอมเดินเข้ามาในเขตมหาลัยก่อนจะพบจินยองยืนอยู่แถวนั้นรออยู่ก่อน มันเป็นความประสาทของแบมแบมเองที่ต้องไลน์ให้จินยองมาด้วย อย่างน้อยมีจินยองแล้วเขาก็อุ่นใจก่อนจะไปเจอหน้ามาร์คที่สนามบาสเพื่อพูดว่าขอโทษ

“มันบ้าอ่ะพี่” ยูคยอมฟ้องทันทีที่เจอหน้ารุ่นพี่

“ใช่บ้า แล้วมาร์คอยู่สนามบาสจริงเหรอ?” จินยองเงยหน้าถาม ยูคยอมยักไหล่แล้วบอกว่า

“ผมถามพี่แจ็คสันเขาบอกว่าน่าจะไปนะ ถ้าไม่เจอก็...” ยูคยอมลากเสียงยาวแล้วหันมามองแบมแบมที่ยิ้มบางพลางตอบไปว่า

“ไว้วันหลังก็ได้”

เราออกเดินกันอีกครั้ง เป้าหมายคือสนามบาสเกตบอล แต่ละก้าวของแบมแบมเหมือนมีหินถ่วง ใจก็เต้นตึกตักทั้งที่แค่จะไปพูดคำว่าขอโทษแค่นั้น เด็กหนุ่มหันมามองหน้าจินยองแต่พี่ชายข้างบ้านมัวแต่คุยกับยูคยอมอยู่ ตอนนั้นเองที่โทรศัพท์เขาสั่นครืด แบมแบมหยิบมันออกมามองก่อนจะหยุดเดินกะทันหัน

“เป็นไรวะแบม รีบเดินดิ่”

แบมแบมไม่ได้สนใจเสียงเรียกของยูคยอมเลย เอาแต่ก้มหน้ามองจอจนอีกสองชีวิตต้องเดินย้อนกลับมา พอจินยองเอื้อมมือมาจับที่ท่อนแขน แบมแบมก็เงยหน้าเอ่ยพึมพำว่า

“พี่มาร์คไลน์มาบอกว่ารออยู่หน้าโรงเรียน”

“หา?” จินยองดึงมือถือออกจากมือแบมแบม เขาเปิดค้างหน้าไลน์เอาไว้ และแน่นอนว่ามันค้างข้อความล่าสุดที่มาร์คเพิ่งส่งมาอยู่แล้ว

‘Marktuan93 : พี่รออยู่หน้าโรงเรียน

จินยองคืนโทรศัพท์หลังจากยื่นให้ยูคยอมอ่านเรียบร้อย คนเป็นพี่ยิ้มก่อนจะมองแบมแบมที่กำมือถือไว้ในมือด้วยแววตางุนงง แล้วเอ่ยออกไป

“ไปสิ”

“เอ๊ะ? แล้ว...” แบมแบมเงยหน้าขึ้นมอง ยูคยอมหัวเราะก่อนจะเอ่ยว่า

“มึงก็จะไปหาเขา เขาก็มาหามึง เออๆ ใจตรงกันดี ไปสิ รีบตอบเขาแล้วไป” ยูคยอมโบกมือไล่ จินยองยิ้มก่อนจะพยักหน้า

“พี่จะไปรอที่บ้าน”

“งั้น...ผมขอตัวนะ...”

แบมแบมยิ้มบาง ดีใจนิดหน่อยที่มาร์คไลน์มาแบบนั้น เขาเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เดินออกมาเพื่อเข้าไปในเขตรั้วโรงเรียนของตัวเองอีกหน แบมแบมหยุดก้มหน้าเพื่อไลน์บอกมาร์คก่อนด้วยว่า

‘BAMBAM1A : กำลังไปครับ

แบมแบมใจเต้นตึกตัก มันปะปนกันระหว่างดีใจ เขินหรือว่าตื่นเต้น ทุกความรู้สึกเหล่านั้นปะปนกันกลายเป็นเขาในตอนนี้ที่เดินเร่งฝีเท้าด้วยหัวใจดังถี่ เอามือวางทาบแล้วก็ยังไม่หยุด ยิ่งเข้าใกล้เขตรั้วโรงเรียนทีไรก็ยิ่งต้องผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง ก่อนจะเห็นว่ามาร์คจอดรถอยู่ตรงนั้น และอีกฝ่ายก็คงเห็นแบมแบมเหมือนอย่างที่แบมแบมเห็นเลยเปิดกระจกรถลงแล้วโบกมือให้

เขาเดินไปหา นานขนาดไหนแล้วนะที่ไม่ได้ขึ้นรถของอีกฝ่าย แบมแบมเปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่ง สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือแก้วชาเขียวกับแก้วนมเย็นวางเคียงคู่กันเหมือนรอเขาอยู่ มาร์คเคาะปลายนิ้วลงบนพวงมาลัยก่อนจะเอ่ยเสียงสดใสว่า

“คาดเข็มขัดสิ ส่วนนมเย็นนี่พี่ซื้อมาให้”

“ขอบคุณครับ”

“เดี๋ยววันนี้จะพาขับรถเล่น แบมแบมต้องกลับกับจินยองรึเปล่า? โทรไปบอกมันเลยนะว่าให้กลับไปก่อน” น้ำเสียงอีกคนดูเอาแต่ใจ แบมแบมอมยิ้มขณะคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยและตอบคำถามมาร์คไปด้วย

“พี่จินยองรู้แล้วครับ” แบมแบมหันกลับมาหยิบแก้วนมเย็น ประคองมันไว้ นึกอยากหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายแต่ก็หน้าบางเกินกว่าจะหยิบมันออกมากดบันทึกภาพ

“ไลน์บอกแล้วเหรอ?” มาร์คยังคงถามแม้จะกำลังมุ่งมั่นกับการขับรถ แบมแบมมองออกไปยังหน้าต่างด้านนอกแล้วก็อมยิ้มพลางตอบ

“เมื่อกี้อยู่กับพี่จินยองครับ ก็เลยบอกแล้วว่ามาหาพี่มาร์ค”

“แล้วต้องกลับกับจินยองรึเปล่าล่ะ?” มาร์คหันมาถาม น้ำเสียงห้วนลงจนแบมแบมหันกลับมามองแล้วกะพริบตาปริบๆ วางแก้วนมเย็นลงที่เดิมก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิวไปว่า

“ไม่ครับ ก็...ผมบอกพี่จินยองไปแล้วว่าพี่มาร์คมารอ”

“แบมแบมเลือกมากับพี่เหรอ?”

“เอ๊ะ...ก็...ใช่ครับ ผมอยากมาขอโทษเรื่องเมื่อวานด้วย”

แบมแบมพึมพำออกไปแล้วจับเข็มขัดนิรภัยแน่นขึ้น หลุบตาต่ำมองหน้าตักตัวเองก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างลำบาก เม้มปากแล้วก็ค่อยๆ ขยับบอกคนขับรถออกไปว่า

“เมื่อวานผมขอโทษที่กลับก่อนครับ พี่มาร์คจะมาส่งแท้ๆ แต่ก็จะกลับเอง คือผมเห็นว่าพี่มาร์คคงอยากทำรายงานให้เสร็จมากกว่า เรื่องสเกตบอร์ด...เอาไว้สอนผมตอนไหนก็ได้...”

“แล้วที่ไลน์มาบอกว่าอย่าทำแบบนี้กับผมอีกนั่นล่ะ?” มาร์คเอ่ยถาม แบมแบมจับสายเข็มขัดแน่นขึ้นจนมือเกร็ง

“ก็...ถ้ามีนัดกับคนอื่นแล้ว อย่านัดผมเลยครับ เรื่องผมเอาไว้ทีหลังก็ได้”

“เรื่องรายงานเมื่อวานเพื่อนเพิ่งมานัดน่ะ อย่าคิดมาก...ที่จริงพี่นัดแบมแบมไว้ก่อนแล้วต่างหาก ขอโทษด้วยนะที่ทำให้รู้สึกแย่แถมยังไม่ได้เรียนอีกต่างหาก”

“อ่า...ไม่หรอกครับ” แบมแบมรีบเงยหน้ามาบอกปัด มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของมาร์คซึ่งมองตรงไปยังการจราจรบนท้องถนน แบมแบมเม้มปากก่อนจะก้มหน้าลงอีกหน

“ผมงี่เง่าด้วย ถ้าพักนี้พี่มาร์คไม่ว่างก็ยังไม่ต้องสอนก็ได้ครับ”

“ทำไมล่ะ? เบื่อเล่นสเกตอยากกลับบ้านพร้อมจินยองแล้วเหรอ?”

“เปล่านะครับ” แบมแบมรีบเถียง เอนหลังติดเบาะเอียงตัวไปมองหน้ามาร์คแล้วเม้มปาก “ทำไมพี่มาร์คถึงถามแบบนั้นล่ะ?”

“พี่มัชฉะเนี่ย...”

แบมแบมใจหายวูบตอนอีกฝ่ายเอ่ยชื่อโค้ดลับนั่น เขากลั้นหายใจ ขณะที่มาร์คจอดรถเพราะติดไฟแดงพอดี คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยหันมามองแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ หน้านิ่งต่อ

“ใช่จินยองรึเปล่า”

“เอ๊ะ?”

“ไม่ต้องเขินหรอก บอกพี่ก็ได้ พี่ไม่เอาไปบอกจินยองหรอก” มาร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ตอนนั้นแบมแบมรู้สึกเหมือนสมองมันขาวโพลนไปหมด

“แบมแบมชอบจินยองเหรอ?”

“ผมเปล่า...” แบมแบมตอบเสียงเบาจนคำพูดนั้นแทบหายไปในลำคอ มาร์คหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ไม่ต้องโกหกหรอกน่า”

“ผมไม่ได้ชอบพี่จินยองนะ! ทำไมพี่มาร์คถึงพูดอะไรแบบนั้นน่ะ!

“ก็จินยองมันชอบชาเขียว” มาร์คเอ่ยเสียงห้วน ก่อนจะหันกลับไปหาพวงมาลัยและการจราจรอีกหนเพราะสัญญาณไฟเปลี่ยนสี

...ไม่ไหวแล้ว

แบมแบมบอกตัวเอง เด็กหนุ่มเม้มปากเป็นเส้นตรง มือที่วางบนตักกำแล้วเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง เขาอึดอัด ทั้งที่ชอบมาร์คแท้ๆ แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงทำให้เขาอึดอัดตอนอยู่ใกล้ๆ ได้ขนาดนี้ แบมแบมคิดอยู่หลายอย่างในหัวว่าควรจะบอกให้มันจบๆ ไปเลยดีไหม

“เรื่องสเกตบอร์ดน่ะ พี่คงว่างอาทิตย์ละครั้ง” มาร์คเอ่ยพึมพำออกมา

“ถ้าแบบนั้น...” แบมแบมกลั้นลมหายใจ เขาคิดอยู่ว่าตัวเองควรจะถอย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี แต่ตอนนี้ก็บอกตัวเองว่าถึงเวลาตัดสินใจได้แล้ว

“พี่มาร์คไม่ต้องสอนผมแล้วก็ได้ครับ เรื่องท่าพื้นฐานผมก็พอจะได้แล้ว เดี๋ยวจะลองฝึกตามวีดีโอที่พี่มาร์คเคยส่งให้ดูก็ได้”

“ทำไมล่ะ?” มาร์คเหยียบคันเร่งเร็วขึ้น แบมแบมมองวิวทิวทัศน์ที่ผ่านตาไปรวดเร็วกว่าเดิม

“ทำไมอยากเลิกเรียนซะล่ะ? เพราะไม่ค่อยได้เจอพี่มัชฉะที่ชื่อจินยองอ่ะเหรอ?”

“ผมไม่ได้ชอบพี่จินยองนะ”

“โกหก”

“พี่มาร์ค!

เป็นครั้งแรกที่แบมแบมเผลอเอ่ยเรียกชื่ออีกคนเสียงดังแทบเป็นการตวาด แถมยังหันหน้าไปมองด้วยแววตาหงุดหงิดอีกต่างหาก มาร์คเหลือบมามองเขาเพียงแวบเดียวก่อนจะกลับมาขับในความเร็วปกติ ยกยิ้มทั้งที่ไม่ใช่สถานการณ์อะไรให้ดีใจสักหน่อย

“ที่อยากเลิกเรียนสเกตบอร์ดก็เพราะว่าพักนี้ไม่ได้กลับพร้อมจินยองใช่ไหมล่ะ?”

“ไม่ใช่นะ! นี่คิดว่าผมชอบพี่จินยองจริงๆ เหรอ? พี่ไม่รู้เลยเหรอ?”

“รู้อะไรล่ะ? อยากให้พี่รู้อะไร?”

“ผมไม่อยากเรียนสเกตบอร์ดกับพี่มาร์คแล้ว!” แบมแบมเอ่ยเสียงดัง ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วตะโกนลั่นรถอีกรอบว่า

“จอดรถ! ผมจะลง!

“อย่าดื้อได้ไหม?” มาร์คดึงตัวแบมแบมให้นั่งลงที่เดิมก่อนจะหันมาทำตาดุ

“อยากลงมากนักก็จะให้ลง ป้ายรถเมล์อยู่ข้างหน้านี่ล่ะ”

แบมแบมนั่งนิ่ง เบนสายตาออกไปด้านนอกแล้วก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ริมฝีปากสั่นไปหมด มาร์คขับรถด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นอีกหน คงอยากให้แบมแบมลงจากรถมากสินะ ความเร็วที่ชะลอลงกะทันหันทำให้แบมแบมหันไปมองด้านหน้าและพบว่าป้ายรถเมล์อยู่ไม่ไกล

“ผมไม่ได้ชอบพี่จินยอง”

“เลิกโกหกเถอะ” มาร์คบอกปัด ไม่หันมามองหน้าแบมแบมสักเสี้ยวด้วยซ้ำตอนเอ่ยคำนั้น แบมแบมเม้มปากก่อนจะหลุดเสียงสะอื้นออกมาแล้วรีบยกมือตะครุบปาก

“แบมแบม...เป็นอะไรน่ะ?”

อีกคนถามเสียงร้อนรน ขณะที่แบมแบมก้มหน้าลงเอาหน้าผากแนบกับแผงคอนโซลรถแล้วกัดปากตัวเองไว้แน่น เขาจะไม่ร้องไห้ จะต้องไม่อ่อนแอให้เห็น

“พี่ไปส่งหาจินยองก็ได้นะ โทรหามันสิ”

“ผมไม่ได้ชอบพี่จินยอง ผมชอบพี่มัชฉะ แล้วเขาก็ไม่ใช่พี่จินยอง”

แบมแบมเอ่ยเสียงสั่นพร่าออกมา รถจอดตรงหน้าป้ายรถเมล์ มาร์คเอื้อมมือมาลูบผมเขาแผ่วเบา แบมแบมเกลียดนักที่แม้จะโกรธอีกคนขนาดไหน พออีกฝ่ายเพียงแค่แตะปลายผมแบบนี้หัวใจก็ยังดันเต้นแรง

“พี่ขอโทษ...พี่ไม่บอกจินยองหรอก...”

“ผมชอบพี่”

แบมแบมเงยหน้ามามอง เค้นเสียงเบาหวิวนั่นบอกอีกฝ่ายออกไป จับกระเป๋าสะพายเอาไว้ให้มั่นคงแล้วผลักบานประตูข้างหนึ่งเปิดกว้างออกไปก่อนจะส่ายหน้าให้น้ำตาร่วงพรูอีกครั้ง

“พี่จินยองชอบโกโก้ คนที่ชอบชาเขียวคือพี่...ผมชอบพี่มัชฉะ แล้วพี่มัชฉะก็คือพี่ ผมขอโทษครับ แต่ตอนนี้ผมไม่อยากคุยกับพี่มาร์ค”

“แบมแบม!

เขาปิดประตูลงหลังจากอีกฝ่ายเอ่ยเรียก แบมแบมยกหลังมือปาดน้ำตาให้เกลี้ยงหน้าอย่างลวกๆ ก่อนจะก้าวขาเดินหนีไปโบกแท็กซี่ บอกเป้าหมายแล้วก็เร่งแท็กซี่ให้ขับเร็วขึ้นเพื่อไปให้ไกลจากคนใจร้าย โชคดีที่รถมาร์คซึ่งจอดอยู่ด้านในถูกรถเมล์บังและบล็อกติดเลยขับตามมาไม่ได้ แบมแบมเม้มปาก เขายกแขนขึ้นเท้าคางก่อนจะมองออกไปด้านนอก

เขาจะไม่ร้องไห้ เพราะเขาได้บอกว่ารักพี่มัชฉะแล้ว

...แต่น้ำตาก็ไหล ทำไมกันนะ

 

 

 

“พี่เป็นห่วงนะแบม!

ไม่กี่ครั้งหรอกที่จินยองจะเอ่ยดุแบมแบมด้วยน้ำเสียงดังและท่าทางโมโหขนาดนี้ ปกติแล้วปาร์คจินยองที่แบมแบมรู้จักเป็นพี่ชายใจเย็น ค่อยพูดค่อยจาอยู่เสมอ เพราะเหตุผลข้อนี้แบมแบมถึงได้ชื่นชมจินยองอยู่เสมอ นี่ก็เป็นไม่กี่ครั้งที่แบมแบมได้เห็นจินยองโมโหแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่คุ้นหูออกมาแบบนั้น

เขานั่งอยู่ที่พื้นยกหลังมือเช็ดแก้มลวกๆ แบมแบมไม่ได้ร้องไห้แล้ว ตอนที่นั่งแท็กซี่กลับมาคนเดียวเพื่อมาที่บ้านเขาก็นั่งทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะพยายามจะกลั้นน้ำตามันเลยยิ่งไหล แบมแบมเพิ่งรู้ว่าการจะให้น้ำตาหยุดคือปล่อยให้มันไหลไปจนพอใจ นั่งร้องมาได้ครึ่งทางเขาก็หยุดร้อง แล้วก็เกิดนึกภูมิใจในตัวเองขึ้นมาว่าในที่สุดก็พูดออกไปแล้ว คำที่เก็บและอมพะนำมานาน

คำว่า รัก ที่พูดยากนั่นน่ะ

แบมแบมลงจากแท็กซี่แล้วก็ไม่กล้ากลับเข้าบ้าน พอจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อไลน์หาจินยองก็พบว่าหาโทรศัพท์ไม่เจอ เขายืนลนลานอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าบ้านจินยอง บอกคุณแม่จินยองให้โทรหาพี่ชายให้ ก่อนที่ตัวเองจะได้รับอนุญาตให้ไปรอในห้องนอนของจินยองได้

ผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วและจินยองก็เพิ่งมาถึงเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว ก่อนจะเอ่ยร่ายยาวเพราะโทรหาแบมแบมไม่ติด แถมยังไลน์หาแล้วเขาไม่ตอบอีกต่างหาก แบมแบมรอจนหลับและถูกปลุกมาเอ่ยดุ

“สรุปมือถือหายเหรอ?”

“อื้อ...คงจะอย่างนั้น”

แบมแบมสารภาพเสียงอ่อย เขาคงทำโทรศัพท์หายไปบนแท็กซี่ เพราะหย่อนมันไว้ในกระเป๋ากางเกงแถมยังรีบและล่กอีกต่างหาก จะไม่รู้ตัวตอนมันหลุดก็ไม่แปลกหรอก และก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้คืนด้วย แบมแบมไม่ได้เสียดายอะไรเท่ารูปมาร์คในเครื่อง ดีนะที่กดแชร์ไว้หลายที่

อ่าให้ตาย...สุดท้ายก็วนไปคิดถึงหน้าผู้ชายคนนั้นจนได้...

“นี่! ฟังอยู่รึเปล่า?”

“คะ...ครับ? ว่าไงครับ” แบมแบมเงยหน้าเพราะฝ่ามือของจินยองคว้าเข้าที่ไหล่ บีบแล้วก็เขย่าเบาๆ ให้รู้ตัว แบมแบมกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเม้มปากมอง จินยองถอนหายใจหนักๆ ตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจ

“พี่ถามว่าทำไมกลับมาคนเดียว ไปกับมาร์คไม่ใช่เหรอ? มันควรมาส่งแบมแบมสิ”

“อ๋อ...เรื่องนั้น...” แบมแบมอึกอัก เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมายังเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีที่ผ่านมา เขากลืนน้ำลาย เลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองก่อนจะกำมือที่วางบนตักแล้วบอกจินยองไปว่า

“ผมบอกว่าชอบเขาไปแล้ว”

“ว่าไงนะ?” จินยองเหมือนไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน พี่ชายข้างบ้านนั่งลงตรงหน้า ดึงไหล่แบมแบมแรงจนเขาต้องเงยหน้าไปมอง

“ผมบอกว่าผมบอกเขาไปแล้ว บอกว่าชอบน่ะ”

“แล้ว...เป็นยังไง?” จินยองถามเสียงแผ่ว

“ก็ไม่ยังไง...” แบมแบมตอบเสียงเบา หลุบตาต่ำแล้วเอ่ยเสียงแผ่วให้คนตรงหน้าได้ฟัง

“เขาถามเรื่องพี่มัชฉะ ผมคิดว่ามันก็ถึงเวลาสักที แต่รู้ไหม...เขาคิดว่าคนที่ผมชอบคือพี่จินยองจริงๆ แหละ พอผมบอกว่าไม่ก็ไม่เชื่ออีก ทำไมกันนะ...ทั้งที่ผมบอกว่าไม่ได้ชอบพี่ เขาก็ยังยัดเยียดให้ผมชอบพี่แถมยังใจดีบอกว่าจะไม่บอกพี่จินยองด้วยล่ะว่าผมชอบ” แบมแบมเงยหน้ามองจินยองแล้วยิ้มเจื่อน

“ผมเลยบอก...ว่าไม่ใช่พี่จินยอง แต่คือเขาต่างหาก ก็...คนที่ผมชอบ คือเขามาตลอด เขาคนเดียว...”

“แบมแบม...”

“อื้อ...ผมขี้ขลาด ไม่กล้าจะฟังคำตอบของเขาก็เลยหนีกลับบ้าน” แบมแบมหัวเราะเสียงแหบพร่า ถึงจะพยายามทำตัวเหมือนไม่เป็นอะไรแค่ไหนแต่ขอบตาก็ร้อนผ่าว

“ผมกลัว...” แบมแบมก้มหน้าจนคอชิดอกแล้วเอ่ยพึมพำ “กลัวคำตอบเขาก็เลยหนีมา ผมกลายเป็นคนป๊อดอีกแล้วพี่จินยอง แต่ผมก็โกรธที่เขาพยายามให้ผมชอบพี่”

“ไม่เป็นไรนะ” จินยองได้แต่เอ่ยคำนั้นออกมา

“เป็นสิ ผมเจ็บจะตาย” แบมแบมบอกเสียงเบาหวิว วางมือบนอกข้างซ้ายแต่ก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา เด็กหนุ่มทุบอกเหนือตำแหน่งหัวใจเบาๆ เหมือนจะตอกย้ำสิ่งที่รู้สึกอยู่ภายในใจ

“ผมแค่ยังไม่อยากเจอเขา...ผมยังไม่พร้อมกับคำตอบ...”

แบมแบมเงยหน้าขึ้นแล้วฝืนยิ้ม จินยองได้แต่มองหน้าน้องชายข้างบ้านแล้วพยักหน้าโดยไม่ได้พูดอะไร ทำแค่ดึงมือแบมแบมออกจากอกซ้ายแล้วกุมเอาไว้หลวมๆ

น้องชายของเขาเก่งขึ้นมาก กล้าพอที่จะพูดว่ารักคนที่ชอบมานาน ถึงแม้จะหนีกลับมาก่อนเพราะกลัวคำตอบแต่อย่างน้อยจินยองก็ดีใจที่แบมแบมได้ทำสิ่งที่อยากทำด้วยตัวเองมาตลอดนั่นคือบอกว่าชอบมาร์ค แม้ตอนนี้จะทำตัวเก่งฝืนไม่ร้องไห้ออกมาให้เห็นน้ำตาสักหยด แต่ดวงตาแดงก่ำและบวมเป่งก็เป็นสัญลักษณ์บอกให้จินยองรู้ว่าก่อนหน้านี้คงผ่านการร้องไห้มาพอสมควร แต่ก็ดี...ให้แบมแบมใช้เวลากับตัวเองสักหน่อย จะได้คิดทบทวนแล้วค่อยรวบรวมความกล้าอีกครั้งว่าพร้อมจะฟังคำตอบของมาร์คหรือยัง










ขอโทษค่ะ ขอโทษไว้ก่อน เพราะตอนที่แต่งฟิคตอนนี้เรารู้สึกทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
แต่แก้ไป 3-4 รอบแล้วก็เลยหยุดค่ะเพราะคิดว่าถ้าแก้อีกจะเละกว่าเดิม 5555555
ก็เลยเอามาลงดีกว่า พรูฟไปหลายรอบคิดว่าไม่มีคำผิด (เพราะแก้และพรูฟ) 
แต่ถ้าว้ายังมีคำผิดก็บอกได้นะคะ แล้วก็ขอบคุณทุกคำแนะนำเรื่องการใช้คำแปลกๆ ค่ะ เราไม่โกรธเลย
ดีซะอีกเพราะเราไม่ใช่คนแต่งฟิคดีค่ะ ขอบคุณที่บอกเพราะเราจะได้เอาไปพัฒนาฟิคเรื่องต่อไปด้วย

ตอนนี้สอบเสร็จแล้วเมื่อวานก็คงจะกลับมาลงฟิคและแต่งตามปกติ แต่ฟิคเรื่องนี้ใกล้จบแล้วนะคะ
บอกทุกคนไว้ก่อน 555 เราแต่งฟิคยาวได้ตอนไม่ค่อยเยอะค่ะ TvT
ตอนนี้ก็หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ คอมเม้นต์เราได้เลย ไม่ว่า ;____; 

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นต์และคนที่ติดแท็ก #มาร์คแบมโซเชียล ด้วยค่ะ
สำหรับตอนที่แล้วก็ขอบคุณด้วยค่ะ พักนี้ไม่ได้เมนชั่นไปขอบคุณเลย เอาเป็นว่าขอบคุณตรงนี้แทนแล้วกันนะคะ

******** สอบถามการรวมเล่มฟิคเรื่องนี้ค่ะ
กรอกแบบฟอร์มตรงนี้
เพราะมีคนถามมาเยอะแล้วก็ฟิคใกล้จะจบ เราเลยถามสองเรื่องพร้อมกันไปเลย ฝากด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,322 ความคิดเห็น

  1. #2321 PeachyGirls (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2564 / 09:08
    หนูเก่งมากแล้วคับ
    #2,321
    0
  2. #2319 ssitaaaaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 23:22
    ร้องตามน้องอีกละ อ่านกี่รอบก็ร้องงงง -พี่มัชฉะบ้าาา ตัวเองก็ชอบชาเขียวแท้ๆ
    #2,319
    0
  3. #2312 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:56

    มาร์คนี่น่าโดนด่าน้องบอกไม่ใช่ๆโอ่ย

    #2,312
    0
  4. #2290 Spices_smile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:12
    พี่มาร์คทำไมใจร้อนเเบบนี้ ไม่น่ารักนะ
    #2,290
    0
  5. #2278 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 20:09
    อะไรของมาร์ค ฟังน้องบ้างดิเดี๋ยวตีตายเลย
    #2,278
    0
  6. #2254 NJChokdee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:51
    น้องกล้าหาญ อิพี่ก็แค่หึงรึป่าวววว
    #2,254
    0
  7. #2246 oceanblueeyes (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 22:28
    ร้องไห้หนักมากกกกก แงงงงง
    #2,246
    0
  8. #2237 ฺBeau (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 12:36
    พี่มาร์คคคค น่าตีจริงๆเลยยยยยย
    #2,237
    0
  9. #2220 นกน้อยของบอสแบม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:42
    ยัดเยียดให้น้องดีแท้! เราเคืองนายหลายตอนแล้วนะอิชาเขียว!
    #2,220
    0
  10. #2190 ChayapornSs (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 12:13
    ยัดเยียดให้น้องไปชอบคนอื่นทำไมอ่ะ โง่จริงๆนางมาร์ค
    แบมหนูเก่งมากลูก
    #2,190
    0
  11. #2175 Orathaiks (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 14:30
    มาร์คงี่เง่ากว่าแบมอีก ชอบก็บอกว่าชอบสิ จะยัดเยียดให้คนอื่นทำไม แง่ อินๆๆโกดๆๆๆๆ
    #2,175
    0
  12. #2166 giri choco (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 17:19
    เป็นนักเขียนที่แม่งรู้ใจมากเลยอ่ะ อ่านไปอยากให้น้องทำแบบนี้จัง อ่านไปอีกนิดเจอสิ่งอยากให้น้องทำ ถูกใจใช่เลย
    #2,166
    0
  13. #2155 mbbjsk_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 14:32
    ทรศ.น้องอยู่กับมาร์ค? ไม่รู้อ่ะ แต่ร้องไห้แล้ว ;-;
    #2,155
    0
  14. #2122 `MESJ' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 10:35
    โทรศัพท์อยุ่กับมาร์คแน่เลยย
    มาร์คมาง้อน้องเลยนะ
    #2,122
    0
  15. #2108 ojay2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 11:53
    บอกไปแล้ว แบมบอกไปแล้ว พี่มาร์คก็นะ ยัดเหยียดให้ชอบจินยองอยู่นั้น คือแบบแบมคงทนไม่ไหวเลยพูดออกไปเพราะกลัวมาร์คเข้าใจผิด แต่นะแบมคงรู้สึกไม่พร้อมอ่ะ บอกชอบแบบไม่ทันได้เตรียมใจมาก่อนเลย กลัวคำตอบอีก
    #2,108
    0
  16. #2078 ga_eii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 11:37
    ชมไรท์หน่อยนะคะ 55 เราอ่านฟิคมาเยอะมากๆเลย เป็น100 เลย ไรท์เขียนดีนะคะ เราชอบมาก คำผิดแทบไม่มีเลย หรืออาจจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ การใช้คำแบบ นะ น่ะ นั่น นี่ อะไรแบบนี้ ใช้ไม่ผิดเลย มันทำให้ไม่สะดุดเวลาอ่าน เหมือนไรท์ใส่ใจเวลาพิมพ์ หรือไม่ก็อ่านหลายรอบแล้วแก้ ชอบมากๆค่ะ แต่งต่อไปเรื่อยๆนะคะ เป็นเรื่องแรกที่คอมเมนท์ยาวขนาดนี้???? สู้ๆนะคะ?
    #2,078
    0
  17. #2074 -Bameverthing- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 17:16
    กรี้สฮือ
    #2,074
    0
  18. #2064 AhgaseBlood (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 18:26
    ลุ้นแทบตายยย ว่าเมื่อไหร่แบมจะบอกไปว่าชอบมาร์ค ในที่สุดก้พูด อินี่รุ้สึกโล่งมากกก
    ปล.ทรศยุในรถมาร์คแน่เลย ขอให้มาร์คเสียมารยาท ค้นทรศแบม แล้วเจอสิ่งพิเศษของแบมเถอะ
    #2,064
    0
  19. #2053 markbammmm2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 16:52
    โทรศัพท์อยู่ในรถพี่มาร์คแน่ๆค่ะคุณกิตติ
    #2,053
    0
  20. #2043 ____wpd (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 13:51
    มาร์คกลับมาหาแบมแบมเลยนะ
    #2,043
    0
  21. #2031 Pantexrr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 17:37
    นี่แบบร้องไห้ตอนที่มาร์คบอก จะไม่บอกจินยองหรอกว่าชอบ และตั้งแต่ตรงน้ันลงมา.. ฮือออ หน่วงแรง
    #2,031
    0
  22. #2027 Kaka1m (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 13:31
    มาร์คก็ดีนะ ที่ว่าพาขับรถเพื่อนมเย็นแก้วเดียว แล้วพอชอบเด็กติดโซเชียลก็เปลี่ยนไป(แต่ไม่มากจนไม่เป็นตัวของตัวเองเกินไป แค่ความชอบมากขึ้น) ติิดอย่างเดียว มาร์คดูเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจอ่ะ แต่เราว่าจริงๆไม่ใช่หรอก555 แบมก็ขี้อายนิดๆด้วยแหละ แต่ตอนนี้ก็พูดออกไปแล้ววว ค.รู้สึกของทั้งคู่ทับซ้อนกันแล้วนะ และแจ็คสันพวกขี้ชง ได้รู้คำตอบแล้วใช่ไหม!5555
    #2,027
    0
  23. #2006 ๐Cullen๐ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:58
    หน่วงมากหน่วงแรง อิพี่มัชฉะคือปากดีพูดปั่นทอนน้องนมเย็นฮือออออออออ
    #2,006
    0
  24. #1996 M.m1nt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 18:50
    อย่างน้อยก็บอกแล้วนะแบมแบม
    #1,996
    0
  25. #1982 KiHaE*129 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 18:19
    มาง้อเลยอีพี่มาร์ค
    #1,982
    0