{END} BeeCris | Butterfly Hoax

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 27,001 Views

  • 1,302 Comments

  • 978 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    27,001

ตอนที่ 15 : Butterfly Hoax :: Episode 13 {120%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.พ. 59





{Song :: I'm done with this, Felling like an idiot}


EPISODE.13

You lost a part of your existence, It's me.

เธอสูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเธอไป... และส่วนนั้นคือฉัน



หลังจากเดินห่างจากบีมาได้สักพัก คริสเหลือบมองชายหนุ่มข้างตัวของเธอที่เขายังคุยไม่หยุดเกี่ยวกับเรื่องราวตอนที่ไม่มีเธออยู่ ก่อนจะตัดสินใจหยุดยืนนิ่งก่อนที่เราจะเดินไปถึงรถในอีกไม่กี่ก้าว เธอเข้าใจว่าตัวเองควรจะทำยังไง แต่เพราะบีทำให้เธอไม่สามารถทำใจให้อยู่ใกล้กันได้อีกเธอจึงต้องไป

บีกำลังจะแต่งงานและคนที่ยืนข้างร่างบาง

มันไม่ใช่เธอ

"เชนต์ คริสมีเรื่องจะพูดกับเชนต์เหมือนกัน" เธอพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชายหนุ่มที่เดินอยู่หยุดแล้วหันมามอง เธอหลุบสายตาลงต่ำอย่างไม่กล้าสบตาเพราะเรื่องที่เธอจะพูดมันไม่ใช่ความผิดของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว "คริสว่าเราเลิกกันเถอะ"

"ทำไมคริสถึง...?" เขาเว้นช่วงเหมือนต้องการให้เธอเติมคำตอบ

"คริสรักคนอื่นมาตลอดช่วงที่คบกับเชนต์" เธอเองก็ตัดสินใจเปิดเผยออกไปเหมือนกันยังไงมันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกปิดเขา ส่วนมือก็ยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลจากความร้อนผสมกับอาการปวดหัวที่ไม่บรรเทาไปด้วย หากยืนอยู่อีกสักสิบหรือยี่สิบนาทีเธอคิดว่าเธอคงล้มลงไปกองกับพื้นแน่นอนไม่ต้องสงสัยให้มากความ

"..." เชนต์เงียบ

"ปล่อยคริสไปได้มั้ยเชนต์?" เธอเร่งจะเอาคำตอบ หางตาสังเกตเห็นว่าเริ่มมีหลายคนเริ่มควักมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูป ไหนจะนักข่าวที่รอท่าจะเข้ามาสัมภาษณ์อีก เพราะแบบนั้นเธอต้องหาทางให้เขาตอบตกลงและรีบหนีจากกองทัพนักข่าวไปให้เร็วที่สุด

"ครับ ถ้าคริสต้องการแบบนั้น"

ใบหน้าของเขาเศร้าหมองไม่แตกต่างจากตอนที่เธอรู้เรื่องบีจะแต่งงานจากซังคยอง เธอเบือนสายตาหลบจากใบหน้าของเขาเพราะไม่อยากมอง ไม่ได้อยากรู้สึกผิดมากไปกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว เธอไม่ได้หันไปมองก็รู้ว่าเชนต์เดินขึ้นรถไปแล้วและขับรถออกไปอย่างรวดเร็วจนเกรงว่าหากยังขับเร็วแบบนั้นคงเกิดอุบัติเหตุในอีกไม่ช้า

เธอหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนขณะที่ร่างกายเริ่มโงนเงน

และ...

หมับ!

"ไม่สบายหนักแล้วยังไม่อวดเก่งยืนอยู่อีก" เสียงของซินหรือไม่ก็เซนต์ดังกระซิบข้างใบหูของเธอเมื่อร่างของเจสซี่รับร่างของเธอเอาไว้ เธอใช้มือข้างที่ว่างอยู่เอื้อมไปโอบรอบคอของเด็กสาวอย่างแนบแน่นเพราะเธอไม่มีเรี่ยวแรงจะยืนไหวอีกแล้ว "บอกกวางด้วยว่าบ้านอยู่ไหน ฉันจะดูแลเธอเอง"

ร่างกายของเธอถูุกยกขึ้นจากพื้นด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่งของชางกิล และตอนนั้นเองที่เธอซบใบหน้าเข้ากับแผงอกอบอุ่นแล้วหลับอย่างรวดเร็วเพราะพิษไข้



วันรุ่งขึ้น

คริสตื่นขึ้นมาพร้อมกับอ้อมแขนของใครบางคนที่โอบรัดเธอมากยิ่งขึ้นจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มจากแขนข้างนั้น ทั่วทั้งห้องมืดมิดจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้แต่เธอกลับรู้ว่าคนที่กอดเธออยู่ไม่ใช่บีอย่างแน่นอน ร่างบางคงอยู่กับคนของตัวเอง คงไม่มาดูแลคนที่ไม่รู้ว่าอยู่ในสถานะอะไรแบบเธอหรอก

"ตื่นแล้วเหรอ?" คำถามมาพร้อมกับอ้อมแขนที่ละออกไปจากช่วงเอว

"ตื่นแล้ว... เธอคือซินหรือเซนต์?" เธอถามเพราะไม่มั่นใจ เพราะทั้งสองเป็นฝาแฝดกันและมีน้ำเสียงที่เหมือนกันทำให้เธอไม่สามารถแยกออกได้เลยว่าใครเป็นใคร

"เซนต์" น้ำเสียงของเซนต์งัวเงียราวกับคนเพิ่งตื่นนอนไปไม่นาน อาจจะตื่นก่อนเธอไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ ร่างสูงของเจสซี่ลุกขึ้นนั่งแล้วขยี้เส้นผมของตัวเองเบาๆ "เธอนอนฝันร้ายเลยต้องกอด ขอโทษด้วย"

"ฝันร้ายเหรอ?" เธอพึมพำถาม

"ใช่ ดีหน่อยที่เธอไม่ได้ทำร้ายตัวเอง" น้ำเสียงของเซนต์แฝงแววความตำหนิเอาไว้ แต่เธอไม่ใส่ใจมันเท่าไหร่นัก เพราะสมองกำลังย้อนคิดกลับไปยังเรื่องเรื่องหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น

ตอนก่อนที่พวกเราจะไปเกาหลี บีบอกว่าเธอนอนฝันร้ายและละเมอออกมา พอไปเกาหลี บีก็ยังบอกว่าเธอนอนฝันร้าย แต่พอหลังจากสองวันนั้นบีก็ไม่ได้บอกว่าเธอนอนฝันร้ายอีกเลย เหมือนว่าอาการเหล่านั้นมันหายไปเองตามเวลา แต่เธอจำได้ว่าเธออยู่กับอาการเหล่านั้นมาเกือบสิบเอ็ดปี

ตอนที่ตื่นขึ้นมาบางวัน ร่างกายของเธอมีรอยแผล แต่เธอไม่ได้บอกใคร

เธอไม่ได้บอกใครเลยจนบีบังเอิญมาส่งที่ห้องวันนั้น

"ตอนไหนจะคืนดีกัน?" เซนต์ในร่างเจสซี่ถาม หลังเดินออกไปหยิบน้ำเปล่ามาหนึ่งแก้วแล้วเปิดไฟในห้องจนสว่างพลางจิบน้ำในแก้วไปด้วย

"มันจะมีวันนั้นเหรอ" เธอยอมรับว่าโมโหจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อคิดเรื่องบี

"ใช่ มันไม่มีหรอก" แต่คำตอบของเซนต์ทำให้คริสหยุดอาการเริ่มโมโหของตัวเองแล้วหันไปมองอย่างสงสัยว่าอะไรทำให้เซนต์พูดออกมาแบบนั้น "มันไม่มีเพราะว่าบางครั้งความรักมันก็ไม่ใช่ความรัก"

"..."

"ความรักอาจหมายถึงอดีต อาจหมายถึงปัจจุบันและอาจหมายถึงอนาคต อาจเป็นเมื่อวาน วันนี้ หรือวันพรุ่งนี้"

"..."

"แล้วเธออยากให้มันเป็นอะไร... อดีต เมื่อวาน?"

"ฉันไม่รู้เซนต์ ไม่รู้อะไรเลย" เธอหลุบสายตาลงมองฝ่ามือทั้งสองข้างของตัวเอง พยายามถลึงตาระบายความโกรธกับฝ่ามือ ความโกรธที่เกิดขึ้นเพราะความโง่และความหัวรั้นของตัวเองที่ไม่รู้ว่ามันจะแก้หายเมื่อไหร่

พวกเราเงียบกันไปครู่หนึ่ง

"ไม่รู้ก็ไป ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน" เซนต์บอก ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่ ทำให้เธอมองเห็นเป็นครั้งแรกว่าอีกฝ่ายใส่เพียงชั้นในทั้งสองนอนเท่านั้น เธอเลยมองสำรวจร่างกายของตัวเองเป็นอันดับถัดมา ก่อนจะพบว่ามันเป็นชุดนอนอย่างดี

แปลว่าเมื่อคืน ต้องมีบุคลิกไหนสักบุคลิกของเจสซี่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ

แต่เธอไม่สนใจแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

คริสลุกขึ้นยืนเพื่อสวมใส่เสื้อผ้าของตัวเองที่วางพาดอยู่ปลายเตียงและเตรียมกลับบ้านเพื่อไปตั้งหลัก เธอคิดจะลาวงการไปสักพัก ไปไหนก็ได้ที่ไกลจากบี

"ลืมบอก... เมื่อวานที่เธอบอกเลิกผู้ชายคนนั้น เป็นข่าวดังไปทั่วแล้วนะ" เซนต์พูดขณะที่เราขึ้นมานั่งบนรถส่วนตัวของเจสซี่ เธอเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อแสดงถึงการรับรู้ขณะที่เซนต์โยนบุหรี่กล่องสีชมพูหวานแหววเอาไว้ตรงคอนโทรลหน้ารถ ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนมิดโดยที่เราไม่ได้พูดอะไรกันอีก

เมื่อเรามาถึง อย่างที่คาดไว้ว่ามีนักข่าวมากมายมารอทำข่าวอยู่ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอยืนกันนักข่าวอยู่หน้าบ้าน และรถของบีเองก็จอดอยู่บริเวณนั้นเหมือนกัน

เธอถอนหายใจแล้วลงจากรถไปพร้อมๆกับเจสซี่

"คุณคริสครับ บอกสาเหตุที่เลิกกับไฮโซเซนต์หน่อยสิครับ!?"

"คุณคริสคะ สาเหตุที่ทะเลาะคือมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเหรอคะ!?"

"หรือจะเรื่องมือที่สามครับ!?"

"คุณคริสคะ ให้สัมภาษณ์พวกเราหน่อยค่ะ!"

"คุณคริสครับ!"

นักข่าวมากมายรุมเข้ามาทันทีที่พวกเราลงจากรถ แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวเธอได้เพราะเซนต์ใช้ร่างกายเจสซี่และรอยยิ้มบดบังเธอเอาไว้ แล้วพูดนุ่มๆกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นเจสซี่เองจนเธอแอบผงะ สงสัยว่าเซนต์ทำได้ยังไงแต่ก็ไม่มีเวลามากนัก

"ขออภัยค่ะพี่ๆ พอดีพี่คริสไม่สบาย ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ในตอนนี้ค่ะ"

เธอเดินเข้ามาในบ้านและปล่อยให้ผู้จัดการส่วนตัวกับเซนต์รับหน้าไปก่อน ในหัวยังได้ยินเสียงนักข่าวพวกนั้นรัวทำข่าวอย่างบ้าคลั่งโดยเบี่ยงประเด็นไปซักถามเซนต์ที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเจสซี่แทน

"นักข่าวไทยเขาเป็นแบบนี้ตลอดเวลาเลยเหรอครับ?" ชางกิลนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น มือของเขาถือนวนิยายที่เอามาจากเกาหลีเอาไว้

"ประมาณนั้น" เธอตอบ รู้ว่าเขามากับบี แต่เธอยั้งปากไม่ให้ถามว่าร่างบางอยู่ไหน

"พี่บีอยู่บนห้อง... ผมหมายถึงห้องของพี่" สายตาของชางกิลราวกับกำลังจับผิดเธอ แต่ไม่นานเขาก็ละสายตากลับไปสนใจนวนิยายของตัวเองอีกเมื่อเธอไม่ตอบ แถมยังยกเฮดโฟนขึ้นสวมเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงน่ารำคาญของพวกนักข่าวหลุดรอดเข้าไปได้

เธอเดินตรงไปในห้องครัวเพื่อดื่มน้ำ หลังจากนั้นก็พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องคุยกับบีต่อหน้า

หากไม่ใช่วันนี้ มันก็ต้องมีสักวัน

ใช้เวลาไม่นานเธอก็มายืนอยู่หน้าห้อง ประตูถูกเปิดออกทำให้เธอมองเห็นว่าบีนั่งอยู่บนเตียง นั่งเงียบๆอยู่บนเตียงโดยที่ก้มหน้าจนเธอไม่สามารถเห็นสีหน้าของร่างบางได้ว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่

เธอยืนพิงประตูห้องแล้วมองอยู่แบบนั้นโดยไม่ได้เรียก รอจนบีเงยหน้าขึ้นมาเห็นเอง

"คริส..." บีลุกขึ้นยืนเมื่อเหลือบมาเห็นเธอและทำท่าจะเดินเข้ามาหา แต่เธอชิงเดินเข้าไปแล้วสวมกอดร่างบางก่อนจนเราล้มลงไปนอนกองบนเตียง

"ถ้าจะพูดเรื่องเชนต์ อย่าพูด" เธอปรามเอาไว้

เธอเม้มริมฝีปากเมื่อสัมผัสได้ว่าริมฝีปากของบีแนบอยู่ตรงต้นคอ มันไม่ได้ขยับเหมือนร่างบางจงใจแนบไว้อยู่แบบนั้นเฉยๆ แต่ไม่นานมันก็เริ่มทำให้เธอสะดุ้งเฮือกเพราะฟันซี่แหลมกำลังครูดกัดผิวกายของเธอ ไล่ไปทีละจุดจนเป็นรอย

มือของเธอพยายามดันร่างบางออกไป ตอนนั้นเองที่เธอได้กลิ่นเหล้า

"บีมาได้ยังไง" เธอถามยังไม่จบประโยค แต่กลับพูดไม่ออก

มาทั้งที่เมาได้ยังไง... ในใจเธอคิดสงสัย

นั่นคงเป็นสาเหตุที่ชางกิลนั่งอยู่ด้านล่าง เขาคงพาร่างบางมาหาเธอ ไม่แน่ว่าเมื่อคืนอาจไปนั่งดื่มด้วยกันก็ได้ แต่ที่แน่ๆคือร่างบางผ่านฝูงนักข่าวโดยไม่เป็นข่าวมาได้ยังไง และเมื่อหันมองรอบตัว เธอก็เจอคำตอบคือหน้ากากปิดปากสีดำกับแว่นกันแดดสีเดียวกัน

"บี... อย่า" เธอห้าม เพราะแรงกดจูบมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

"ทำไม..." น้ำเสียงของบีเหมือนคนกึ่งหลับกึ่งตื่นมากกว่ามีสติเต็มร้อย

"บีมาที่นี่เพื่อคุยกับคริสเรื่องอะไรก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ว่าเราอย่ามาเจอกั..." เธอพยายามพูดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กลับโดนขัดก่อนจะพูดจบ

"มาตามสัญญา เมื่อวานเราสัญญากันไว้" คำตอบของบีเกือบทำให้เธอหลุดสะอื้น

มันคงไม่ยากแบบนี้หากคนใต้ร่างของเธออยู่ในบุคลิกเมเนีย บีจริงๆแล้วคือคนที่ซื่อตรงที่สุดเท่าที่รู้จักมา มั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนเธอก็คือคนทิฐิสูงที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเธอก็ได้ตัดสินใจแบบนั้นไปแล้ว

"บี คือว่าคริส..." เธอพยายามจะพูด แต่ก็เหมือนเดิม

"ไม่เอา ไม่เป็นแบบนี้ได้มั้ย?" ใบหูของเธอได้ยินเสียงกระซิบของบี มันดังใกล้มากราวกับคนพูดกำลังพูดอยู่ข้างใบหู เหมือนกับว่าต้องการให้คำว่า 'ไม่เอาแบบนี้' ฟังรากลึกอยู่ในความคิดของเธอ "ไม่ชอบ ไม่เอาอะไรมันทั้งนั้น"

คริสคิดว่าบีเพ้อ แต่เธอก็ไม่ทำอะไรเลยนอกจากปล่อยให้บีเพ้อ

นอกจากเสียงกระซิบ แรงขบเม้ม ทุกอย่างเหมือนถูกเลือนหายไประหว่างเรา

"บี ฟังคริสก่อนได้มั้ย?" เธอพูดเมื่อไม่สามารถอดทนกับการกระทำดังกล่าวได้อีก และใช้มือดันร่างกายของบีออกห่าง

"..." บีเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าของร่างบางอ่อนแอไม่ต่างจากเธอ

"บีกลับไปแต่งงานกับฮิมเถอะ คริสไม่ต้องการบี" เพื่อไม่ให้ร่างบางปฏิเสธได้เธอจึงทำใจพูดออกไปแบบนั้น รู้ว่่ามันไม่ใช่ผลดีต่ออะไรทั้งนั้น แต่เธอคิดว่ามันคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบี เสียใจเพียงแค่ไม่กี่วันกับเสียใจไปตลอดชีวิตมันไม่เหมือนกัน อย่างน้อยถ้าร่างบางได้แต่งงานกับฮิม ชีวิตจะถูกเติมเต็มไปด้วยความเพียบพร้อม

"..." บีเงียบไป และเธอสังเกตเห็นว่าแววตาร่างบางก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

มันเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายเหมือนกำลังสับสน ทั้งเศร้า ทั้งตกใจ และในท้ายที่สุดมันก็เหมือนจะกำลังเต็มไปด้วยน้ำตา

"บอกแล้วไงว่าถ้าคริสจะไม่อยู่กับบี อย่าร้องไห้"

เธอประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของร่างบาง มันเหมือนกับว่าบีกำลังกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง เด็กตัวเล็กๆที่ต้องการคนปลอบใจเวลาที่ตัวเองกำลังอยากจะร้องไห้ แต่ร่างบางไม่ได้มีท่าทางตอบสนองกับสัมผัสของเธอเลย

นัยน์ตาของบีก็เลื่อนลอยเหมือนคนไร้สติ

เธอถอนหายใจเมื่อเห็นแบบนั้น จึงยันตัวลุกขึ้นจากร่างกายของบีพลางกระชับเสื้อเพื่อปกปิดรอยพวกนั้นเอาไว้ แล้วเตรียมจะเดินลงไปเรียกชางกิลให้ขึ้นมารับบีไปส่งที่บ้าน แต่ทุกอย่างผิดคาดเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองตามมา

คริสหันหลังกลับไปมอง ก่อนจะพบว่า

ท่าทางของบีแปลกไป เหมือนกำลังสับสนในตัวเองขั้นหนักก่อนที่ร่างบางจะลงไปนั่งบนพื้น เล็บจิกลงบนร่างกายจนมันเป็นรอยแผล เธอหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว สายตาเบิกกว้างขณะพยายามให้ร่างบางหยุดมือของตัวเองเอาไว้

ผลัก!

ร่างกายของเธอถูกผลักออกห่าง ตามมาด้วยร่างบางที่ตามมาขึ้นคร่อม นิ้วมือทั้งสิบถูกกำอยู่รอบลำคอของเธอและกดลงมาจนเกือบหายใจไม่ออก

"บีควรจะฆ่าคริสทิ้งซะ"

"..." เธอพูดไม่ออก ได้แต่กำรอบข้อมือของบีไว้

"ข้อหาทำให้บีเสียใจ" รอยยิ้มของบีทำให้เธอรู้ว่า ที่อยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่บีคนเดิมอีกแล้วแต่เป็นเมเนีย

เธอแค่นหัวเราะ หลับตาลงอย่างยอมจำนน

แต่ยังไม่ทันที่แรงบีบจะเพิ่มขึ้น มือของใครบางคนคว้าแขนของบีไปแล้วสะบัดออกด้วยเรี่ยงแรงมหาศาล ทำให้ลำคอของเธอถูกสะบัดไปด้านข้างด้วยและมันทำให้เจ็บคอมาก เธอยันตัวลุกขึ้นมองภาพของเซนต์ในร่างเจสซี่ที่กำลังนั่งคร่อมบีที่นอนกองอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ

แผ่นหลังของเจสซี่ให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคย

"ทำอะไร?" ถึงน้ำเสียงจะเป็นเสียงของเซนต์ แต่ว่าคนในร่างมัน... มันไม่เหมือนทั้งเซนต์ ทั้งซิน

แต่การกระทำของเซนต์ทำให้เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก สายตามองมือเรียวเพียงข้างเดียวที่กำรอบลำคอของบี มันเหมือนจะไม่แน่นมากแต่บีก็ไม่สามารถสลัดหรือดึงให้หลุดได้เลย ทั้งๆที่เป็นเมเนีย

"เป็นชู้กับแฟนฉัน ทำร้ายคนที่บีรัก"

"..."

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอเคยคุยซินและถามว่า 'ทำไมถึงไม่อยากให้เซนต์ออกมาเจอกับบีเมเนีย' ตอนนั้นซินไม่ตอบว่าทำไม

แต่เธอว่าเธอรู้คำตอบแล้ว...

"นอกจากหน้าจะโคตรด้าน สันดานยังโคตรเลวอีก..."

คริสกัดริมฝีปาก ถึงเธอจะไม่ชอบเมเนีย แต่เธอปล่อยให้เซนต์ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะมันเป็นร่างกายของบี แต่เซนต์เหมือนกำลังโกรธจัดในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้หญิงอ่อนแอและอ่อนโยนคนนั้นหายไปตั้งแต่ตอนไหนเธอก็ไม่ทราบ

เหลือแต่ตัวตนที่กำลังใกล้คลั่งไปทุกขณะ

"เซนต์ อย่าทำบี" เธอตรงเข้าไปคว้ามือบางมาจับเอาไว้ หวังว่าเซนต์คงจะเข้าใจในสิ่งที่สื่อออกไปได้โดยไม่ต้องพูดอะไรมากเหมือนคนอื่น

"ออกไปจากห้องก่อน"

"..."

"ได้ไหม?" เซนต์ปรายสายตาเยือกเย็นให้หันมามอง มันทำให้เธอชะงักและพยักหน้าตกลงอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบล่าถอยออกจากห้องทันที โดยที่ในใจก็หวังว่าเซนต์คงจะไม่ทำอะไรบีแบบที่เธอขอ

ถึงมันจะเป็นแค่ความหวังเล็กน้อยก็ตาม




Bee Talk

สองประโยคนั้นวนเวียนอยู่ในหัวราวกับกำลังตามหลอกหลอนบี

'บีกลับไปแต่งงานกับฮิมเถอะ คริสไม่ต้องการบี'

"บอกแล้วไงว่าถ้าคริสจะไม่อยู่กับบี อย่าร้องไห้"

เพียงแค่สองประโยคที่เหมือนกับการกล่าวลามันกลับทำให้เธอเจ็บจนสติหลุด มันเหมือนกับว่าคริสได้ตัดสินใจบางอย่างไปแล้วโดยไม่บอกเธอ และมันทำให้เธอได้ยินเสียงของใครบางคนที่อยู่ในตัวเธอพูดกรอกหูซ้ำๆกันอยู่แบบนั้น

เป็นประโยคที่ไม่ได้ศัพท์และจับใจความไม่ได้

เสียงที่ได้ยินทำให้เธอทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น มือยกขึ้นกุมศีรษะและจิกข่วนร่างกายของตัวเองจนเลือดซิบ แต่เสียงกลับสะท้อนอยู่แบบนั้น มีคำพูดไม่กี่คำที่เธอจับใจความของมันได้และเข้าใจความหมาย

'ไอ้โง่เอ๊ย...'

เธอฟังประโยคนั้นจนรู้สึกเหมือนว่าสติดับวูบลงอย่างรวดเร็ว




Mania Talk

"มีธุระอะไร"

บีถามหลังจากที่เห็นว่าคริสเดินออกไปแล้ว พลางสบตากับเซนต์ที่อยู่ในร่างเจสซี่นิ่งๆด้วยสายตาเรียบเฉย เธอไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะโกรธอะไรนักหนาในเมื่อซินไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าคบอยู่กับเซนต์ แถมการที่เธอทำร้ายคริสมันคือความพอใจส่วนตัวล้วนๆไม่มีอะไรเจือปน ที่ว่าทำให้บีตัวจริงเสียใจมันก็เรื่องอีกส่วนหนึ่ง

"ทำไมทำแบบนั้น?" สายตาของเซนต์เกรี้ยวกราดจนเธอขนลุก

มันไม่เหมือนสายตาของซินเวลาโกรธ เวลาซินโกรธมันจะดูน่ากลัวและควรหลีกไปให้ไกลๆ แต่เวลาเซนต์โกรธมันเหมือนกับว่าบรรยากาศรอบข้างจะดูน่าขนลุก ขยับร่างกายไม่ได้รวมถึงไปการหายใจที่แทบหายใจไม่ออก

"พอใจ... ทำไม เธอโกรธ?" บีย่นคิ้วถาม จริงอยู่ที่เธอคืนร่างให้บีตัวจริงไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน แต่หากไม่นับรวมความพอใจส่วนตัวในการออกมา

มันก็เกี่ยวข้องกับบีตัวจริงโดยตรงทั้งนั้น

"ก็โกรธอยู่ หลายเรื่องต้องเคลียร์" คำตอบของเซนต์ทำให้เธอกรอกสายตาไปมา จริงอยู่ที่เซนต์ตายเพราะเธอ แต่มัน... พูดยากนิดหน่อย

"แล้วถ้าฉันจะขอให้เธอข้ามเรื่องโกรธๆของเธอไปก่อน แล้วมาลองให้ความร่วมมือกันสักครั้งจะได้ไหม?" เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เรื่องที่เธอจะพูดมันก็เกี่ยวกับบีตัวจริง เป็นความคิดเฉียบพลันและจริงจังพอสมควรตอนที่คริสพูดเหมือนจะบอกลา "เรื่องของบี เราคงต้องร่วมมือกันจัดให้มันเข้าที่เข้าทาง"

"ยังไง?" ฝ่ามือที่กำแน่นอยู่รอบคอเธอค่อยๆคลายออกไป

"เอาหูมา" เธอพูด แต่ไม่ได้รอให้ร่างของเจสซี่โน้มลงมาใกล้ เพราะเธอฉวยโอกาสนั้นในการโอบรอบต้นคอสวยแล้วกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูอย่างแผ่วเบา

เซนต์บิดยิ้มไม่แสดงอารมณ์ "ใจเด็ดพอใช้ได้"

เธอยิ้มให้กับเซนต์ เป็นรอยยิ้มแรกในรอบสิบสองปีที่มอบให้แก่เซนต์ ก่อนจะค่อยๆพูดอธิบายแผนการของตัวเองไปทีละขั้นจนกระทั่งจบ เธอเชื่อว่าหากไม่ใช่ซินและซังคยอง ไม่มีทางที่ใครจะมองแผนของเธอออกอีกแน่

บีได้ยินเสียงหัวเราะของเซนต์เป็นครั้งแรก หลังจากเรานั่งคุยกันมาสักพัก

ร่างบางของเจสซี่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นฝ่ามือมาให้เธอจับเอาไว้ เธอเองก็ยื่นมือไปจับเอาไว้แล้วยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง เรารู้ดีว่าแผนการของเธอต้องสำเร็จไปได้ด้วยดี

ตอนนั้นเองที่เราพูดขึ้นมาพร้อมกัน

"ฉันรู้แล้วว่าทำไมซินถึงรักเธอ"

และความรัก... ก็หมายถึง 'มิตรภาพ' ด้วยเช่นกัน




หนึ่งสัปดาห์ถัดมา

"อะไรคือเหตุผลที่คุณคริสตัดสินใจอำลาวงการครับ?" ไมค์ตัวหนึ่งถูกจ่อเข้ามาใกล้กับริมฝีปากของคริส เธอทอดมองภาพตรงหน้าที่มีนักข่าวจำนวนมากกำลังยืนรอการสัมภาษณ์ของเธออยู่ ซึ่งเธอก็รวบยอดเรื่องเกี่ยวกับเชนต์มาให้พวกเขาสัมภาษณ์ในวันนี้ด้วยเช่นกันและเธอยืนให้พวกเขาซักไซ้อยู่เกือบยี่สิบนาทีแล้ว

"คริสอยากพักผ่อน ลองไปหางานด้านอื่นทำบ้างค่ะ"

"แล้วคุณคริสตัดสินใจหางานแบบไหน ที่ไหนคะ?" คำถามอีกคำถามหนึ่งถูกยิงมา และมันทำให้เธอหยุดครุ่นคิดชั่วครู่หนึ่ง

"ความลับค่ะ"

"จริงๆแล้วที่คุณคริสตัดสินใจเลิกกับคุณเชนต์เป็นเพราะความไม่ลงรอยกันหลายๆเรื่องจริงๆเหรอครับ?" จู่ๆนักข่าวอีกคนก็วกกลับมายังคำถามเดิม ทำให้เธอเกือบตั้งตัวไม่ทันและเผลอผงะถอยหลังไปชั่วครู่หนึ่ง

"จริงค่ะ" เธอพยักหน้ายืนยันอีกครั้งหนึ่ง ริมฝีปากฉีกยิ้มจนเส้นเอ็นบนใบหน้าแทบกระตุก

"แล้วคุณบี น้ำทิพย์ ที่มีกระแสมาแรงเป็นคู่จิ้นกับคุณคริสตอนนี้ รวมถึงเป็นคู่หมั้นของพี่ชายของไฮโซเชนต์อย่างไฮโซฮิมที่กำลังจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันข้างหน้าคิดอย่างไรบ้างครับกับการตัดสินใจกะทันหันของคุณคริส"

"เค้าเข้าใจและยอมรับการตัดสินใจของคริสค่ะ"

เธอสร้างเรื่องออกมาสดๆ เพราะตั้งแต่วันนั้นเรายังไม่ได้คุยกันเลยสักประโยค

เซนต์ไล่เธอลงมาได้เกือบชั่วโมงก็ตามลงมาพร้อมกับบีที่ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วพากันออกไปเลยโดยทิ้งเธอที่ยังคงไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นไว้ที่บ้าน เซนต์ทิ้งท้ายคำพูดไว้นิดหน่อยประมาณว่าให้ดูแลสุขภาพด้วย ซึ่งเธอว่ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก

เธอกระชับเสื้อคลุมตัวเองแน่นในขณะที่นักข่าวยังพยายามสัมภาษณ์ต่ออีกเล็กน้อย

เมื่อทุกอย่างที่เธอควรทำก่อนไปจบลง คริสเดินไปยังรถของตัวเองแล้วถอดเสื้อคลุมโยนไว้ตรงเบาะหลัง พลางใช้ฝ่ามือลูบตรงรอยบนลำคอของตัวเองอย่างแผ่วเบา มันจางไปมากแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ ถึงเธอจะพยายามใช้เมคอัพทับมันไว้ แต่มันก็ยังปรากฎให้เห็นอยู่ดี

คริสเร่งเครื่องออกจากที่เพื่อกลับบ้าน ในขณะที่สายตาก็ยังเห็นบัตรเชิญใบหนึ่งตั้งอยู่

บัตรเชิญงานแต่งของบีกับฮิม

เธอวางมันไว้หน้าคอนโทรลรถเพื่อย้ำเตือนตัวเองและไม่คิดจะแตะมันอีกเลย




สามวันก่อนงานแต่ง

คริสทอดสายตามองผู้คนที่กำลังเดินไปมาภายในสนามบิน เธอกำลังปลอมตัวให้เนียนและกลมกลืนไปกับฝูงชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ไฟล์บินล่าสุดเพิ่งลงจอดในสนามบินโดยที่เธอไม่มั่นใจนักว่าจากที่ไหนมาไทย เพราะตอนนั้นสมาธิของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือที่ไปซื้อมาก่อนไปขึ้นเครื่อง

หลายวันมาแล้วที่เธอไม่ติดและอัพเดทโซเชี่ยลเลย

เธอลากกระเป๋าไปยังเกทเพื่อเตรียมไปขึ้นเครื่องบิน หากสายตาไม่หันไปสังเกตคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินผ่านมาเสียก่อน

ซังคยองกับจองยอนเหลือบมามองเธอเล็กน้อยแล้วหันไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจ เธอรู้ว่าทั้งสองคนคงจำเธอไม่ได้และคนที่จำเธอได้ก็กำลังมองไปมาอย่างตื่นเต้น เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนนักตามที่เคยบอกเธอ

พลอยยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เธอเลื่อนสายตาลงมองมือของทั้งสองที่กุมกันและมันทำให้เธอหายห่วง

เธอเฝ้ารอจนกระทั่งกลุ่มของซังคยองเดินผ่านไปแล้วเดินต่อไป เพื่อทำตามเป้าหมายของตัวเองเหมือนกันและเธอทิ้งท้ายคำพูดของตัวเองไว้ข้างหลัง

"ลาก่อน..."




Sungkyung Talk

"ผู้หญิงคนนั้นคือคริสไม่ผิดแน่" ซังคยองยกปลายหูคุยโทรศัพท์คุยกับใครบางคนในสายพลางเหลือบมองตามหลังของหญิงสาวที่เดินสวนกันเมื่อสักครู่จนเธอหายลับไปในที่สุด "แล้วจะให้ทำยังไงต่อ?"

["ทำตามที่บอกพอ"] เสียงเย็นชาตอบกลับมา

"ตามนั้น" เธอตอบรับแล้วก็วางสาย ก่อนจะหันไปมองลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเริ่มชี้หน้าไล่เรียงไปทีละคนจนเกือบครบ มีแค่ไม่กี่คนที่เธอไม่ได้ชี้หน้าเอาไว้ เธอยังต้องการคนที่จะปกป้องพลอยเอาไว้อย่างคับขันอยู่

มันควรจะปลอดภัย แต่เธอไม่วางใจ

"ตามผู้หญิงเสื้อแดงคนนั้นไปแล้วดูแลเธอให้ดีที่สุด คลาดสายตาเมื่อไหร่... ตายสถานเดียว"



ตอนหน้าตอนจบแล้วนะ..

ตอนจบแล้วนะแต่เอ็นซีล่าสุดยังไม่เสร็จ เพิ่งว่าง โดนทืบชัวร์





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #1181 Kaem_Mayuu (@Kaem_Mayuu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:41
    จิจบแล้วหรออ รอติดตามเรื่องอื่นๆของไรท์อยู่นะคะ สนุกทุกเรื่องเลย 
    #1181
    0
  2. #1180 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:27
    พวกเซนต์วางแผนทำอะไร แล้วนี่คริสไม่ได้หนีแค่บีแล้วมั้ง นี่หนีแม้กระทั่งน้องสาวตัวเองเลยนะ คริสเอ่ยยยยยยยย ทำชีวิตให้ยากทำไมคะ ????
    #1180
    0
  3. #1179 RyoJin2911 (@RyoJin2911) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:58
    แผนอะไรรรร นี่อยากรู้ละเนี่ย ดูแบบ ทุกคนพยายามช่วยจริงๆอ่ะ พี่คริสฝันร้ายตลอดน่าสงสาร
    #1179
    0
  4. #1177 BEmine1987 (@BEmine1987) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:56
    จะจบแล้วเรอะใจหายแหะ แต่ไม่เป็นไรมีอีกหลายเรื่องให้ติดตาม
    #1177
    0
  5. #1175 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:23
    เอาพี่บีให้ตายเลยค่ะเซนต์ แล้วเราจะแฮปปี้มาก #ผิดๆๆ แล้วพี่คริสจะทิฐิสูงไปไหน นี่ไม่เข้าใจแรง แล้วนางฝันร้ายละเมออะไร อยากรู้อ่ะ *-*
    #1175
    0
  6. #1174 livelevil (@livelevil) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:21
    จบไม่สวยแน่ เลาสัมผัสด้าย
    #1174
    0
  7. #1173 mycatcrazy (@mycat2102) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:41
    สอบเสร็จแล้วหรอไรต์555 รอๆๆ
    #1173
    0
  8. #1172 LovelyGirl~ (@zeezajung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:21
    นั่นใครกัน? เซนท์จริงๆหรอ
    จะจบแล้วหรอไรท์ ใจหายเหมือนกันนะเนี่ย...
    #1172
    0
  9. #1159 Dominatrix (@kikshirokuma) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:28
    เมเนียหรือเปล่าที่กำลังด่าบี 
    #1159
    0
  10. #1155 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:46
    ตามมาด่าพี่บีอีกคน -*-

    ด่าทำไมไม่รู้ แต่อยากด่าด้วย หรือจริงๆควรด่าแพ๊คคู่
    #1155
    0
  11. #1153 drmiizz (@drmiizz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:43
    เกิดอะไรขึ้นนน o.o
    #1153
    0