[FIC BAP] Phenomenon [BangLo ft.DaeJae]

ตอนที่ 34 : - Postscript -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ค. 59



“สวัสดีครับคุณน้า”


“สวัสดีจ้ะ เข้ามาข้างในก่อนสิจ๊ะ น้ากำลังทำมื้อเย็นพอดี ถ้าไม่รังเกียจก็กินข้าวเย็นที่นี่เลยแล้วกันนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างอารี มือรับถุงของฝากจากชายหนุ่มก่อนเดินนำแขกเข้ามาในบ้าน ซึ่งมีเจ้าลูกชายตัวดีนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาอย่างสบายใจเฉิบ เห็นดังนั้นผู้เป็นมารดาจึงเคาะมะเหงกหนึ่งป๊อกกลางหัวของหนุ่มน้อยด้วยความหมั่นไส้


“แขกมาไม่รู้จักลุกขึ้นมาต้อนรับ เจ้าลูกคนนี้นี่” ชเวจุนฮงได้แต่กุมหัวป้อยๆ มองหน้าคนเป็นแขกอย่างหาเรื่องแล้วก็เอ่ยรวน


“ก็เห็นมาแทบทุกวันจนจะเป็นลูกบ้านนี้อยู่แล้วนี่ ไม่น่าใช่แขกแล้วมั้ง”


“พูดอะไรของเราน่ะ ไม่ไหวจริงๆเจ้าเด็กคนนี้ แม่ไม่พูดด้วยละ ไปทำกับข้าวต่อดีกว่า ดูแลพี่เขาดีๆด้วยล่ะ” คนเป็นแม่ส่ายหน้าอย่างระอาขณะเดินกลับเข้าไปในครัว จุนฮงเลยแสร้งตั้งอกตั้งใจกับการดูต่อไป ไม่สนใจแม้ยงกุกจะเดินสำรวจชั้นหนังสือที่อยู่ด้านข้าง แต่ตั้งใจดูฮีโร่ในจอโทรทัศน์ได้ไม่นาน ก็รู้สึกได้ถึงที่ว่างข้างกายซึ่งยวบลงด้วยน้ำหนักตัว


“นี่เซี้ยวตั้งแต่เด็กเลยเหรอเนี่ย ดูทำหน้าเข้าสิ” เสียงเอ่ยกลั้วหัวเราะของคนอายุมากกว่าทำให้เด็กหนุ่มหันขวับทันที แล้วก็เห็นว่าในมือของอีกฝ่ายนั้นมีอัลบั้มรูปตนตั้งแต่แรกเกิดเปิดกางอยู่


“เฮ้ย! เอามานี่เลยนะ!” จุนฮงยื่นมืออกมาคว้าหมับทันทีหากแต่ไม่ทันคนที่ตั้งท่ารออยู่ก่อนแล้ว พอปลายนิ้วแตะปกอัลบั้มได้ อีกฝ่ายก็ชูมันขึ้นสูงหนีห่างออกไปอีก ยงกุกหัวเราะเมื่อเจ้าเด็กดื้อดูจะไม่ยอมละความพยายาม


“ก็น่ารักดีออกนี่นา จะอายทำไม”


“ไม่ได้อายแต่ก็ไม่ได้อยากให้พี่ดูนี่ เอาคืนมา!


“ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเกลียดเลย ดูสิ รูปนี้ก็น่ารักออก แก้มยุ้ยเชียว” ยงกุกชี้ยังรูปหนึ่งที่คนในรูปน่าจะอยู่ในวัยประมาณอนุบาลกำลังยืนถือลูกโป่งยิ้มแฉ่งอยู่


“น่ารักอะไรกันเล่า ห้ามดูนะ เอาคืนมาได้แล้วพี่ยงกุก!


“คืนก็ได้ ว่าแต่มีอะไรมาแลกไหมล่ะ?” กว่าที่จะรู้ตัว วงแขนกว้างก็ขยับรัดพันธนาการไว้อย่างแนบเนียนจนดิ้นไม่หลุดแล้ว จุนฮงถลึงตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่อีกฝ่ายเพียงแค่ยักคิ้วยกยิ้มกวนอารมณ์อย่างเป็นต่อ


“พี่อยากได้อะไรก็พูดมาเลยดีกว่า” เด็กตัวสูงถามเสียงสะบัด แม้จะอยากลงมือกับใบหน้าหล่อที่กวนประสาทนั่นมากเพียงไหนแต่ระยะห่างที่ชักจะอันตรายก็เตือนให้ตัวเองระวังตัวไว้ก่อน ยงกุกหัวเราะกับท่าทางที่เหมือนแมวขี้หงุดหงิดนั้นแล้วก็ยื่นใบหน้าซีกหนึ่งเข้าไปใกล้จนเกือบชนกับจมูกโด่งของอีกฝ่าย


“ขอเน้นๆ เลยนะ เร็วเข้า”


“จะบ้าหรือไง เดี๋ยวแม่...”


“ก็รีบทำสิ แป๊บเดียวเอง น่านะ ไม่งั้นไม่ปล่อยนะเอ้า”


จุนฮงเม้มปากชั่งใจใช้ความคิดอย่างหนัก แก้มใสเห่อขึ้นสีอย่างปิดไม่มิด สุดท้ายจึงกลั้นความอายแล้วแตะริมฝีปากบนแก้มสากนั้นแผ่วเบาแล้วผละออกอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มรีบเมินหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าตัวเอง แล้วยิ่งเขินมากขึ้นอีกเมื่อวงแขนที่รัดรอบเอวนั้นคลายออกแต่มีเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจลอยมาเข้าหูเต็มๆ


“ชื่นใจจัง ขออีกทีสิ” ยังไม่ทันที่คนโดนกลั่นแกล้งจะอ้าปากบริภาษ เสียงของผู้เป็นมารดาที่เรียกจากในครัวเปิดช่องทางให้เด็กตัวสูงหนีไปจากสถานการณ์น่าขัดเขินนี้ได้ในที่สุด แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินพ้นจากห้องนี้ไป หน้าใสก็หันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ก่อนจะหายลับไปอีกฟาก คนมองเพียงหัวเราะเบาๆกับอากัปกิริยาที่เหมือนเด็กๆนั้น มือใหญ่ขยับพลิกหน้าอัลบั้มรูปเปิดต่อไปเรื่อยๆอย่างสบายอารมณ์ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ในทีวีนั้นจบลงแล้ว ยงกุกเลยหยิบรีโมตขึ้นมากดปิดแล้วนั่งดูรูปของเด็กแสบต่อ ปล่อยให้เวลาไหลไปเงียบๆ จนกระทั่งเจ้าตัวยุ่งคนเดิมโผล่หน้าออกมาเรียก เขาจึงวางสมุดปกแข็งหนานั้นลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นจากโซฟาไปในที่สุด


ในหน้าอัลบั้มที่เปิดกางอยู่นั้น เป็นรูปสี่รูปของเด็กน้อยทั้งสิ้น มีทั้งที่ถ่ายกับครอบครัวและถ่ายเดี่ยว โดยหนึ่งในรูปนั้น หนูน้อยชเวจุนฮงกำลังยิ้มสดใสร่าเริงโชว์ฟันหลอน่าเอ็นดูในชุดสุดหล่อเนี้ยบสมวัย ข้างใต้นั้นมีเขียนคำบรรยายไว้ว่า จุนฮงกับของขวัญครบรอบ6ขวบจากคุณป้า


ของขวัญที่ว่าคือตุ๊กตากระต่ายสีขาวที่เจ้าตัวกอดแน่นอย่างรักใคร่ในมือนั่นเอง







“ดูจะยุ่งๆนะครับ มีงานอะไรเหรอพี่” จงออบที่เดินเข้ามาพร้อมกับจุนฮงในชุดนักเรียนเอ่ยถามเจ้าของร้านที่ทำงานง่วนอยู่หน้าเคาท์เตอร์บาร์ เด็กตัวสูงมองไปรอบร้านแล้วก็เห็นว่าพนักงานแต่ละคนต่างพากันเดินขวักไขว่จัดนู่นทำนี่กันอย่างรีบร้อน คิมฮิมชานเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มทักทาย


“วันนี้มีเรียนแค่ครึ่งวันเหรอ ดีจังที่มาช่วยได้ นี่พอดีมีคนจะใช้พื้นที่จัดงานแต่งน่ะ ถึงจะเป็นงานเล็กๆไม่ใหญ่มากแต่มันก็ยุ่งยากอยู่ดี” เจ้าของร้านกาแฟสุดหล่อถอนใจเบาๆ ก่อนเอ่ยต่อ “ถ้าค่าตอบแทนมันไม่ดีล่ะก็พี่ก็คงไม่รับหรอก อีกอย่างเจ้าสาวก็เป็นคนรู้จักด้วยเลยปฏิเสธไม่ได้”


“งั้นเหรอครับ งั้นผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะแล้วจะมาช่วย ไปกันจุนฮง”


“ขอบใจที่มาช่วยนะจุนฮง เดี๋ยวเสร็จงานแล้วอย่าลืมมาเอาค่าจ้างที่พี่ล่ะ” หนุ่มน้อยยิ้มตอบแล้วเดินตามเพื่อนสนิทไปที่หลังร้านอันเป็นโซนส่วนตัวของพนักงานร้าน


ไม่นานนักทั้งคู่ก็เริ่มหัวหมุนกับงานมากมายที่ประเดประดังเข้ามา จุนฮงไม่เคยคิดเลยว่ากว่าที่จะเป็นงานแต่งสวยๆให้คนได้ชื่นชมกันนั้นมีการจัดการอะไรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ การจัดโต๊ะ ของชำร่วย หรืออาหารการกิน แต่ละอย่างดูจะสับสนวุ่นวายไปหมดแม้จะมีคนของทางเว็ดดิ้งสตูดิโอมาช่วยก็ตาม


“จุนฮง ช่วยหยิบของหวานจากในร้านมาให้ที”


“จงออบ เอาตะกร้าในครัวมาให้พี่หน่อย”


“นี่ ตรงนั้นน่ะ เลิกอู้ได้แล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงแขกเหรื่อกับบ่าวสาวจะมาแล้วนะ”


แต่คนที่ดูจะเหนื่อยกว่าใครคงไม่พ้นเจ้าของร้านจอมขยันที่จุนฮงเพิ่งเคยเห็นมาดเอาการเอางานเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักอีกฝ่ายมา ปกติเขามักจะเห็นในภาพของคนหล่อหน้าตาดีที่เอาแต่จีบเพื่อนรุ่นพี่ของเขาไปวันๆเท่านั้น แทบจะไม่น่าเชื่อว่าคนที่กำลังสั่งการพร้อมกับลงมือทำไปด้วยที่เขากำลังเห็นอยู่นี้คือคนเดียวกันกับคิมฮิมชานคนนั้น


ไม่นานนักแม้จะมีอุปสรรคเล็กน้อยบ้างแต่ทุกอย่างก็พร้อมสรรพในที่สุด เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมาถึงร้านจนได้ ฮิมชานกอดเจ้าสาวและจับมือกับเจ้าบ่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แถมยังชวนพ่อแม่ของทั้งคู่คุยปร๋ออย่างคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ในขณะที่จงออบและจุนฮงนั้นก็คอยต้อนรับและบริการแขกเหรื่อที่เริ่มทยอยมากันเรื่อยๆตามหน้าที่ไป


จนกระทั่งบาทหลวงผู้ทำพิธีมาถึง งานพิธีจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่น เจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างรักใคร่ เสียงปรบมือของคนในงานดังก้องเป็นพยานในความรักของคนทั้งคู่ เด็กหนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างชื่นชมเมื่อสัมผัสได้ถึงความรักในแววตาของบ่าวสาวทั้งคู่ บรรยากาศในงานดูจะเต็มไปด้วยความรักและความยินดีอย่างแท้จริง


“จุนฮง พี่ฮิมชานให้พวกเราไปพักกันได้แล้วล่ะ” จงออบเดินมาสะกิดไหล่คนที่นั่งดูงานอย่างเพลิดเพลินให้รู้สึกตัว


“โอเค งั้นเดี๋ยวผมขอนั่งดูตรงนี้ก่อนแล้วกันนะ”


“ได้ๆ อ้อ ในครัวยังมีขนมที่พี่ฮิมชานทำเผื่อไว้ เดี๋ยวฉันเอามาให้แล้วกัน”


“ขอบคุณฮะ” เมื่อคู่สนทนาหมุนกายจากไปแล้วจุนฮงก็หันมามองภาพบรรยากาศรื่นรมย์ตรงหน้าต่อ แสงแดดอ่อนที่สาดลงมาต้องร่างคู่รักอันเป็นศูนย์กลางของงานนี้ดูราวกับคำอวยพรจากฟากฟ้า


จนกระทั่งแก้วโกโก้เย็นถูกยื่นมาตรงหน้า เขาถึงหลุดจาภวังค์ พอหันไปรับแก้วหมายจะเอ่ยขอบคุณแต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อคนที่ยื่นให้กลายเป็นใครอีกคนที่กำลังคิดถึงอยู่ขณะนี้


“มาได้ไงฮะ?”


“เพื่อนฮิมชานก็เพื่อนพี่เหมือนกันนะ เรามัวแต่ทำงานงกๆจนไม่เห็นพี่เองต่างหาก” ยงกุกทรุดตัวลงนั่งข้างๆคนรักก่อนจะยื่นจานขนมหวานให้อีกฝ่ายหยิบไป


“สวยดีเนอะ” คนอายุมากกว่าเพียงส่งเสียงตอบเบาๆในลำคอ ขณะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม


“กว่าจะออกมาเป็นงานสวยๆแบบนี้ได้ ผมก็เพิ่งรู้นี่แหละว่ามันไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ”


“อะไรที่มันยิ่งยาก ยิ่งมีอุปสรรค ผลของมันก็ออกมางดงามเสมอล่ะนะ” จุนฮงมองหน้าคนพูดก่อนจะกระแทกไหล่เบาๆอย่างหมั่นไส้


“มันเกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย”


“ไม่รู้สิ จำจากหนังมา”


“ขี้โม้” ยงกุกเหล่มองคนข้างกายตนอย่างคาดโทษก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หมายจะสำเร็จโทษ เด็กดื้อร้องอย่างตกใจขณะพยายามจะกระถดตัวหนีแต่อีกฝ่ายก็ดูจะรู้ทันเมื่อแขนแกร่งเอื้อมมายึดไหล่ไว้จนหนีไปไหนไม่ได้อีก ตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าคมที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ


“จุนฮง!” เสียงเรียกที่เป็นเหมือนระฆังช่วยชีวิตทำให้วงแขนนั้นยอมปล่อยผู้เคราะห์ร้ายแต่โดยดี คนถูกเรียกแทบจะถลันลุกออกจากที่นั่งวิ่งไปหายองแจที่เป็นต้นเสียงนั้นอย่างเร็วจี๋


“วะ—ว่าไงครับพี่ยองแจ”


“เอ่อ...ไม่ได้มากวนอะไรใช่ไหม?” ยองแจเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ด้านหลังสลับกับคนตรงหน้าที่ดูจะลนลานผิดปกติ


“ไม่-ไม่ครับ ไม่กวนอะไรเลยครับ มีอะไรเหรอครับ”


“จะกลับแล้วรึยัง พอดีพี่ฮิมชานบอกให้ตามนายไปเอาค่าจ้างก่อนกลับน่ะ”


“อ้อ ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ” จุนฮงรีบเดินไปทันทีโดยไม่สนสายตาใดๆที่มองตามหลัง ยองแจยืนขำกับอาการของเด็กตัวสูงที่เดินทื่อไปทางนั้นราวกับหุ่นยนต์ ก่อนจะหันไปยิ้มขอโทษกับคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมนิ่ง อีกฝ่ายเพียงแต่ยิ้มตอบกลับเชิงไม่เป็นไรแล้วลุกขึ้นเดินตามเด็กหนุ่มคนรักไป


โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นสะเทือนเพื่อเตือนว่ามีสายเรียกเข้า ไม่ต้องดูหน้าจอยองแจก็กดรับโดยที่รู้ว่าใครโทรมาในเวลานี้


“ตอนนี้งานยังไม่เลิกเลย”


[งั้นเดี๋ยวฉันไปหาเลยแล้วกัน ดูทีวีจนเบื่อแล้วเนี่ย]


“จะมาทำไม เกะกะเปล่าๆ”


[อ้าวๆ พูดแบบนี้มันดูถูกกันชัดๆนี่ครับคุณยูยองแจ เดี๋ยวเถอะ]


“ก็ดูไม่ผิดใช่ไหมล่ะ” ยองแจหัวเราะเมื่อปลายสายทำเสียงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันคาดโทษ แต่แล้วก็ต้องเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจเมื่อจู่ๆสายก็ถูกตัดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ตาสวยมองหน้าจอในมืออย่างงุนงงก่อนจะตกใจเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลังเข้าเต็มรัก


“คิดถึงจัง” เสียงอู้อี้ของอีกฝ่ายที่ซบหน้าลงกับไหล่นั้นทำให้หน้าขาวๆแดงเรื่อ


“เว่อร์ เห็นกันอยู่ทุกวันจนเบื่อขี้หน้ายังจะกล้าพูด”


“พูดอะไรใจร้ายชะมัด เดี๋ยวปั๊ดฉุดกลับบ้านซะหรอก”


“ตลกละ ฉันยังมีงานต้องทำ”


“โอเค ยอมก็ได้ คนขยันของจองแดฮยอน” ยองแจถูกปล่อยให้เป็นอิสระอีกครั้ง แต่ก็ยังถูกมืออุ่นกอบกุมไว้กระชับ ยองแจได้แต่ยิ้มเขินไมต่างอะไรกับคนข้างกาย จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปยังทิศที่ร้านกาแฟร้านเดิมตั้งอยู่


แต่พอเดินเข้าไปในร้านก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงโหยหวนของใครบางคนดังมาจากข้างใน


“โธ่ จงออบ เดี๋ยวพี่เช่าการ์ตูนให้เลยเอ้า ไปเดทกับพี่เถอะนะ!


“คิดว่าเอาการ์ตูนมาล่อแล้วผมจะยอมง่ายๆงั้นเหรอ”


“เดี๋ยวซื้อฟิกเกอร์ให้ด้วยเลยเอ้า!


“...”


“แค่ไปเดทเอง ไม่งั้นพี่ต้องแพ้พนันยงกุกมันแน่เลย ช่วยพี่เถอะนะ น้า”


“แบบนี้เค้าเรียกทำตัวเองรึเปล่าครับ”


“โธ่ จงออบ!


เสียงหัวเราะของผู้เฝ้าดูทั้งสี่คนดังขึ้นพร้อมกันภายในร้านเมื่อเห็นสีหน้าสิ้นหวังของเจ้าของร้านสุดหล่อที่ดูจะหมดหนทางในการทำให้จงออบใจอ่อน ในขณะที่เจ้าของนัยน์ตาเรียวนั้นก็กลั้นขำเต็มที่กับอากัปกิริยาตลกๆนั้น ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ


“เฮ้อ ช่วยไม่ได้นะครับ...”


“เย้!” ไม่ส่งเสียงดีใจเปล่า คนที่ได้รับคำตกลงดูจะเผลอตัวไปนิด ถึงกับพุ่งเข้าไปกอดเป้าหมายของตนอย่างไม่สนสายตาสี่คู่ในร้าน จนคนโดนกอดหน้าแดงจัดมือขยับยันให้อีกฝายออกห่างสุดแรงด้วยความอาย


“เอ้อ พี่ยองแจ” จุนฮงกระซิบเรียก ยองแจจึงขยับเข้ามาใกล้ “ผมสงสัยนานแล้วแต่ลืมว่าจะถาม ทำไมพี่ถึงรู้ว่าผม...”


“อ้อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ รู้แล้วอย่าเอ็ดไปล่ะ...” ยงแจยิ้มขำก่อนกระซิบตอบกลับ “พี่มองเห็นหูกระต่ายบนหัวนายน่ะ”


เด็กหนุ่มทำหน้าเหวอสุดขั้วจนยองแจแทบจะหลุดขำพรืด


“มันคง...เหมือนออร่าน่ะ เห็นจางๆ ไม่ชัดนักหรอก แต่พี่เคยเห็นหูแมวบนหัวตัวเองตอนส่องกระจกเหมือนกันบางที”


ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากเด็กน้อยที่ยืนตัวแข็งเป็นหินไปแล้ว ยองแจเลยหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่


“อะไรๆ คุยอะไรกันน่ะ” แดฮยอนวางคางบนไหล่คนหน้าสวยก่อนถาม ก่อนจะงุนงงไปกับสภาพแข็งทื่อของจุนฮง


“ความลับ J


“ความลับอะไรน่ะ แอบนินทาเรื่องฉันล่ะสิไม่ว่า พี่ยงกุกมาดูน้องพี่เลยนะ โดนยองแจแกล้งจนเป็นอะไรไปไม่รู้แล้วเนี่ย” แดฮยอนร้องบอกยงกุกที่ยืนดูนิตยสารอยู่มุมหนึ่ง ทำให้จุนฮงได้สติในที่สุดแล้วก็รีบปฏิเสธกับคนอายุมากกว่าเสียงหลงจนน่าตลก


เสียงหัวเราะและรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของคนทั้งหมด ณ ที่นั้น แสงอาทิตย์ค่อยๆอ่อนแรงลงเมื่อยามค่ำคืนมาทักทาย แสงไฟค่อยๆส่องสว่างขึ้นทีละดวงสองดวง ราวกับดวงดาวส่งแสงเรืองบนพื้นดิน เสียงดนตรีเนิบช้าราวกับจะขับกล่อมและแทนคำอวยพรสำหรับความรักของทุกคนในที่แห่งนั้น


สถานที่อันเป็นทั้งจุดเริ่มต้น ความทรงจำ และความงดงามที่ตราตรึงในหัวใจ เป็นดั่งสิ่งยืนยันว่าปรากฏการณ์ที่แสนวิเศษสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน


เพียงแค่มีความเชื่อมั่น และความรักในหัวใจดวงนั้น


วันของคุณจะมาถึงในไม่ช้า


ปรากฏการณ์แห่งรักที่จะประทับอยู่ในใจของเราไปนานแสนนานตราบเท่าที่มีลมหายใจ


สักวัน...เราคงได้เจอ


:)










-------------------------------------------------------------------------------------------------------

Phenomenon - END.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

243 ความคิดเห็น

  1. #243 Shawdy☆Lloyd (@dark-arcobaleno) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:43
    ปริ่มมมมม! บราโว่! ปรบมืออออออออ
    รู้สึกชอบตอนที่บอกโล่ว่ามีออร่าหูต่ายบนหัวอ่ะ นึกภาพตามแล้วโคตรน่ารัก
    จริงๆแล้วยองแจมีจิตสัมผัสรึเปล่านะ ถึงได้เห็นออร่าหูแมวกับหูต่ายแบบนั้น
    #243
    0
  2. #208 F.xxx (@xxxavinn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 10:23
    จบแล้ว ._. เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลย ไม่หวานมากเกินไปซึ้งๆเศร้าๆกำลังพอดี เป็นเรื่องของปาฏิหารย์ทีสวยงามมาก เมื่อจากกันไปรอบนึงแล้วได้โอกาสกลับมาก็ไม่ควรปล่อยไปอีก . . จะรอติดตามเรื่องต่อๆไปของไรท์นะคะ อยากอ่านบังโล่อีกจังง
    #208
    0
  3. #207 Bubble-1 (@euro2500) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 23:20
    จบแล้ววววววววววว T^T มาสั้นๆไม่ยืดเยื้อแต่ซึ้ง ฮรื่ออออออ ถึงจะไม่หนำมใจ(?)เท่าความต้องการ แต่แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ เป็นฟิคที่ลงตัวมากเลย ขอบคุณนะคะ
    #207
    0