Mystery ความรู้สึกของเธอคือปริศนาในใจฉัน

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 รัก หลง ต้องห้าม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ต.ค. 55

          “แง๊~ มังกรตายแล้ว มังกรตายแล้ว~”เสียงร้องไห้ของอากิระวัยสี่ขวบดังไปทั่วทั้งโรงหนังที่มืดสนิท ผู้คนจำนวนมากต่างหันมามองกันเป็นตาเดียว

          

“ชู่ว์ เงียบๆซิจ๊ะ เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าต้องทำยังไงเวลาดูหนัง”เด็กชายมองหน้ามารดาของตนด้วยน้ำตานองหน้าก่อนจะเริ่มร้องไห้ออกมาอีก

          

เมื่อเห็นว่าผู้คนเริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวจึงได้แต่อุ้มเด็กชายออกจากโรงหนังไป ทันทีที่ออกมาด้านหน้าโรงหนังเสียงของผู้คนจำนวนมากก็ดังแทรกเข้ามาแทบจะในทันที เธออุ้มลูกชายไปนั่งที่โซฟากำหยี่สีแดงสำหรับนั่งรอเข้าโรงหนัง ก่อนจะเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

          

“เอาล่ะ หนังก็ใกล้จะจบแล้ว เราไปหาอะไรกินก่อนกลับกันไหม ลูกอยากกินอะไรล่ะ”เมื่อเปลี่ยนมาพูดเรื่องของกินเด็กชายก็หยุดร้องไห้แทบจะในทันที เขาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตะโกนออกมา

          

“ก๋วยเตี๋ยว~!”

 

          

อากิระลืมตาตื่นขึ้นภายในรถของพ่อ พร้อมกับความรู้สึกประหลาดใจที่ก่อตัวขึ้นในทันที

          

“พ่อ?”

          

“หืม?”ผู้เป็นพ่อขานรับพร้อมกับเบือนสายตามาทางเด็กหนุ่มที่พึ่งตื่นก่อนจะกลับไปตั้งสมาธิกับการขับรถต่อ

          

“ผมขึ้นรถตั้งแต่เมื่อไหร่?”เด็กหนุ่มเอ่ยถามผู้เป็นพ่ออย่างตรงไปตรงมา เขาจำได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของเด็กสาวปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องเรียน ความงามของเธอเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบที่ไหน ตลอดชีวิตที่เกิดมาสิบเจ็ดปี เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขามั่นใจว่าทุกคนต้องบอกว่าเธอ‘สวย’ นอกจากรูปร่างและหน้าตาที่งดงามหมดจด เสียงของเธอยังเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้คนฟังรู้สึกเคลิบเคลิ้ม เสียงของเธอนั้นหวานราวกับน้ำผึ้ง ใสเสียงยิ่งกว่าแก้วใบใด และนุ่มเสียยิ่งกว่าปุยนุ่น

          

“เธอ เป็นใคร...”

          

 

          “นามของข้านั้นคือ...มิสเทรี่”

          

“ลูกหมายความว่ายังไง ก็เหมือนปกตินิ”ผู้เป็นพ่อตอบพลางชำเลืองมองลูกชายอย่างห่วงๆ แต่ทว่าเด็กหนุ่มไม่ได้สนใจ ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในหัวของเขามีเพียงภาพของเด็กสาวนัยน์ตาสีแดงเลือด ผู้เป็นดั่งสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็พัดผ่านไป

          

“ขอบคุณครับ ผมจำได้แล้ว”เด็กหนุ่มโกหกไป ก่อนที่เขาจะหันไปมองทิวทัศน์ข้างทางเหมือนทุกๆวัน โดยเก็บความสงสัยในเรื่องแปลกๆของตัวเองไว้ในใจ

          

สถานที่เดิมๆและเวลาเดิมๆยังคงเลื่อนผ่านสายตาเขาไปเหมือนเดิมอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง ฟังดูเป็นอะไรที่น่าเบื่อ แต่ว่าทุกครั้งที่เขานั่งรถผ่าน เขาจะพยายามมองหา‘บางสิ่ง’อะไรก็ได้ แม้จะเล็กน้อย สิ่งๆนั้นแม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ บางทีอาจจะเป็นพวกวิญญาณเร่ร่อน สัตว์ประหลาดที่พรางตัวอยู่ หรือฮีโร่ผู้เร้นกายในเงาไม้สิ่งต่างๆเหล่านั้นมักปรากฏขึ้นภายในหัวของเขาเสมอ จนบางครั้งเขาก็เริ่มคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้าจริงๆก็ได้

          

ในขณะที่เขากำลังนึกถึงเรื่องต่างๆอยู่นั่นเอง ภาพใบหน้าและรูปร่างของมิสเทรี่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ซ้อนทำกับเด็กสาวในชุดที่ครึ่งบนเป็นเสื้อนักเรียน ส่วนครึ่งล่างนั้นเป็นกางเกงขาสั้น มีเพียงสองสิ่งที่ยืนยันกับเขาว่าเธอไม่ใช่มิสเทรี่นั่นคือสีผมและสีตาที่เป็นสีดำสนิท

          

“มิสเทรี่...”เด็กหนุ่มเอ่ยกับตัวเองอย่างแผ่วเบา และราวกับว่าเสียงของเขาส่งไปถึงเธอ เด็กสาวค่อยๆหันมาทางอากิระ ทว่าแววตานั้นไม่ใช่ของมิสเทรี่อย่างแน่นอน แววตาของเธอดูเบื่อหน่ายและไร้ซึ่งชีวิตชีวา แม้ว่าถ้ามองผ่านๆหรือไม่ได้สังเกตจะไม่รู้ก็ตาม แต่ตอนนี้เขาสามารถรับรู้ถึงมันได้อย่างชัดเจน

          ในตอนนั้นเองที่เรียวปากบางของเธอขยับเปิดออกเป็นคำพูดสั้นๆสองคำ ที่ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มหวั่นไหว

          

“...มอง...ไร”

          

“...”หลังจากนั้นตลอดการเดินทางกลับบ้าน หัวใจของอากิระเหมือนถูกบางอย่างตอกตราตรึงและกักขังไว้ที่ส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเหวในมหาสมุทร จนผู้เป็นพ่อที่ยังอยู่ด้านข้างยังอดรู้สึกแปลกใจไปด้วยไม่ได้

          

“เฮ้อ~”เด็กหนุ่มถอนหายใจพร้อมกับเปิดประตูห้องนอนของตัวเองเข้าไปด้วยจิตใจแสนเหนื่อยล้า

          

บ้านของเขาเป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องน้ำและห้องเก็บของ ส่วนชั้นสองของบ้านนั้นเป็นห้องนอนสามห้อง ห้องน้ำ และระเบียงซึ่งเชื่อมระหว่างห้องของเขาและห้องของน้องสาว ส่วนห้องนอนอีกห้องหนึ่งนั้นเป็นห้องของพ่อและแม่ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของเขา

          

ถ้ามองจากนอกบ้าน จะเห็นประตูของโรงรถและประตูห้องรับแขกอย่างชัดเจน ซึ่งประตูโรงรถนั้นเมื่อเดินเข้ามาก็จะพบบันไดขึ้นชั้นสอง ทางด้านขวามือจะเป็นห้องรับแขก ถัดมาก็จะเป็นห้องอาหาร ทางด้านซ้ายจะเป็นห้องน้ำและเมื่อตรงเข้าไปด้านหลังห้องอาหารก็จะเป็นห้องครัว

          

ที่ชั้นสองนั้นเมื่อเดินขึ้นบันไดมาก็จะพบกับห้องน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนทั้งสามห้อง ทางซ้ายมือเป็นห้องของน้องสาวและผม ส่วนขวามือก็จะเป็นห้องของพ่อและแม่

          

ภายในห้องของอากิระค่อนข้างเป็นระเบียบ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะพบกับหน้าต่างบานหนึ่งและประตูออกสู่ระเบียง ที่กำแพงด้านซ้ายของห้อง ระหว่างประตูทั้งสองจะเป็นตู้เสื้อผ้าและตู้หนังสือ ถัดมาที่ใต้หน้าต่างมีคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งตั้งอยู่ และสุดท้ายที่มุมห้องด้านขวาเป็นเตียงนอนเดี่ยวโดยทางด้านซ้ายของเตียงมีหน้าต่างอยู่อีกบานหนึ่ง

          

อากิระวางกระเป๋านักเรียนลงที่ข้างๆโต๊ะคอมพิวเตอร์ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมนุ่มนิ่มน่านอนตรงหน้าคอมพิวเตอร์ เขาเอื้อมมือไปกดเปิดเครื่องพร้อมกับหน้าจอ ในขณะที่กำลังรอให้เครื่องพร้อมใช้งานอยู่นั้นเขาก็เริ่มนึกถึงหน้าของมิสเทรี่ขึ้นมาอีกครั้ง

          

“อา...”เด็กหนุ่มครางออกมาเบาๆขณะที่นั่งหงายหน้ามองดูท้องฟ้านอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

          

‘ยินดีต้อนรับกลับค่ะเจ้านาย~’เสียงหวานๆน่ารักๆของตัวการ์ตูนดังขึ้นหลังจากเขาหยิบเอาหูฟังมาสวมได้ไม่นาน หลังจากนั้นเขาก็ฝังเรื่องราวตลอดทั้งวันไว้ภายในส่วนลึกของจิตใจ ก่อนจะเริ่มเล่นอินเตอร์เน็ตเหมือนอย่างทุกๆวัน โดยไม่ได้สังเกตถึงสิ่งผิดปกติภายในห้องของตัวเองแม้แต่น้อย...

          

หลังจากนั่งเล่นอินเตอร์เน็ตมาได้สักพักในที่สุดเด็กหนุ่มก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ แม้ว่าดวงตะวันจะยังไม่ลับขอบฟ้าดี แต่ปกติแล้วแถวนี้มักจะมีเสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงมเซ็งแซ่ตั้งแต่ตอนเย็น แต่ทว่าวันนี้กลับไม่มีเสียงใดเลย มันเงียบเสียจนน่ากลัว ทันใดนั้นอากิระก็รับรู้ได้ถึงไอเย็นที่ด้านหลังของตนเอง เส้นขนทั่วทั้งร่างลุกชันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

          

“หน้าหนาวมาเร็วรึไงนะ”เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นไปปิดหน้าต่างด้านหลังอย่างไม่รีบร้อนแล้วจึงกลับมานั่งเล่นต่อ

          

ปึง!

          

ทันทีที่เด็กหนุ่มนั่งลงเสียงของหน้าต่างถูกกระแทกเปิดออกได้ดังขึ้น ทว่าคราวนี้เป็นหน้าต่างตรงหัวนอนที่ไม่ได้เปิดมานานแรมปีแทน อากิระนั่งนิ่งไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย สายตาจับจ้องไปยังหน้าจอนิ่ง ความคิดพิสดารว่าตัวเองกำลังถูกภูตผีกลั่นแกล้งแล่นเข้ามาในหัวของเขาแทบจะในทันที เด็กหนุ่มได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจที่คิดอกุศลเช่นนี้พลางค่อยๆเลื่อนสายตาไปยังหน้าตาที่เปิดอยู่

          

มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่หน้าต่างที่ปิดสนิทจะถูกเปิดจากภายนอก ฉะนั้นมีทางเดียวคือเปิดจากด้านใน แต่ภายในห้องก็ไม่น่ามีลมแรงขนาดที่กระแทกหน้าต่างเปิดได้...

          

ความคิดของเด็กหนุ่มหยุดลงที่ตรงนั้นเพราะสายตาของเขาที่มองลอดใต้ขอบหน้าจอคอมพิวเตอร์กับกำลังจับจ้องไปที่เท้าเนียนขาวคู่หนึ่ง เท้าเนียนสวยไม้ใหญ่มาก นิ้วเรียวเลียงอย่างสวยงามไม่มีการเกยกัน เล็บถูกตัดสะอาดเรียบร้อยบ่งบอกได้ถึงความมีวินัยของผู้เป็นเจ้าของ...

          

อากิระพยายามกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ในขณะที่เท้าเนียนขาวสวยคู่นั้นจะหันมาทางเขา จากจุดที่เขาอยู่นี้ ถ้าหากไม่เข้ามาในระยะประชิดก็จะไม่สามารถเห็นตัวเขาได้ซึ่งนั่นนับเป็นประโยชน์มาก ในการพยายามเลี่ยงสายตากับสิ่งที่ไม่อยากมองเช่นนี้

          

หลังจากหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง เท้าสวยคู่นั้นก็เปลี่ยนทิศไปทางประตูห้องก่อนจะหายไปจากสายตาของเด็กหนุ่ม

          

“ฟูว์”อากิระพ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะเริ่มการเล่นอินเตอร์เน็ตต่อ

          

“พี่คะพ่อฝากบอกว่า...”เสียงทักพร้อมกับความรู้สึกว่ามีบางอย่างมาสัมผัสที่บ่าด้านขวาทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งพร้อมกับร้องเสียงหลงด้วยความตกใจถึงขีดสุด“…ให้เปิดหน้าต่างอีกบานมั่ง...”

          

อากิระจ้องหน้าน้องสาวตัวเองด้วยใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ยาวๆออกมาอีกครั้งหนึ่ง

          

“เอ่อ...หนูแค่จะมาบอกให้เปิดหน้าต่างกับ...หนูยืมนิยายเรื่อง****ของพี่ไป”เด็กสาวตอบด้วยใบหน้าใสซื่อซึ่งไม่ค่อยเข้ากับอายุของเธอที่ปาเข้าไปสิบหกแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาเธอทำแบบนี้ทำให้เธอดูน่ารักขึ้นเป็นกอง...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นน้องสาว

          

“อ้าๆ เข้าใจแล้ว นิยายช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านอยู่แล้วก็เอาไปเถอะ อ่อ แล้วก็ทีหลังเคาะประตูหรือไม่ก็ช่วยทำเสียงดังๆก่อนเข้ามาด้วยก็ได้นะ...มาเงียบๆแบบนี้พี่ตกใจ”

          

“แต่ปกติก็ไม่เห็นเป็นอะไรนิ”

          

เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมาเร็วๆก่อนจะโบกมือส่งให้น้องสาวออกจากห้องไปอย่างไม่อยากจะพูดต่อแต่อย่างใด ซึ่งเด็กสาวก็เข้าใจเป็นอย่างดีจึงถือหนังสือนิยายสองสามเล่มเดินออกจากห้องไปอย่างว่าง่าย

          

“เฮ้อ~ ใจเต้นอย่างกับกลองเพลงเมทัล...”เด็กหนุ่มเอ่ยกับตัวเองเบาๆ พลางใช้มือทาบลงที่หน้าอกซ้าย ซึ่งยังรู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจที่ยังคงแรงอยู่อย่างเห็นได้ชัด

          

“น้องสาวเจ้าน่ารักดีนะ…”เสียงแสนไพเราะนั้นได้ขึ้นอีกครั้ง และราวกับว่าเป็นเครื่องบดเนื้อ เสียงนั้นบดเบียดหัวใจของเด็กหนุ่มจนแทบจะทะลักออกมาจากปาก เขาค่อยๆชะโงกหน้าไปมองยังเตียงนอนของเขาซึ่งเป็นที่มาของเสียงอย่างไม่ต้องสงสัย

          

“. . .”เรือนร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวนั่งพับเพียบอยู่บนเตียงของเขาโดยมีเพียงผ้านวมนุ่มฟูสีฟ้าอ่อนของเขาปกปิดเรือนร่างเอาไว้ ดวงตาสีแดงเลือดราวกับอัญมณีล้ำค่านั้นจับจ้องมายังเด็กหนุ่มเหมือนกับครั้งแรกที่ได้พบ ความรู้สึกมากมายไม่ว่าจะตื่นเต้น หวาดกลัว สับสน ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาหัวของอากิระจนเขาแทบจะเป็นลม

          

“...ไม่คิดจะสานสัมพันธ์ให้มากกว่าพี่น้องสักหน่อยรึ เจ้าหนุ่ม”คำพูดของเด็กสาวตรงหน้าแทบทำให้เขาเป็นลมขึ้นมาจริงๆ เขาเข้าใจมันเป็นอย่างดีว่าเธอทำกำลังพูดถึงอะไร แต่ว่า นี่คือความจริงไม่ใช่การ์ตูนหรือนิยายหรือ...อะไรก็แล้วแต่ แต่ว่านั่นคือน้องสาวของเขา เขาไม่มีทางคิดเป็นอื่นได้อย่างแน่นอน

          

ราวกับว่าเด็กสาวตรงหน้าเขาสามารถอ่านใจได้ เรียกปากบางของเธอคลี่ยิ้มออกมาอย่างน่ารักสวยงาม ก่อนที่ภาพของน้องสาวซึ่งโตมาด้วยกันตลอดสิบกว่าปีในสภาพกึ่งเปลือยมีเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวบางๆตัวหนึ่งกับกางเกงชั้นในตัวน้อยปกปิดเรือนร่าง นอนหงายหน้าอยู่บนเตียงจะปรากฏขึ้นในสมอง คำพูดยั่วยวนมากมายเหล่านั้นค่อยๆหลุดออกมาจากเรียวปากอวบอิ่มของเธอทีละคำจนเขาแทบคลั่ง

          

ชั่ววินาทีก่อนที่สติของเขาจะเกินควบคุมนั้นเอง ภาพในสมองพลันแตกกระจายออกราวกับแผ่นกระจกร่วงลงสู่พื้น  อากิระกระพริบตาสองสามครั้ง จ้องมองไปยังเด็กสาวที่กำลังพยายามกลั้นหัวเราะ ด้วยใบหน้าที่รู้สึกร้อนวูบวาบ

          

“หึๆๆ เจ้านี่ยังเป็นเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์เสียจริงนะ…”

          

“มิส...เทรี่”เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ทว่านั่นก็พอให้ได้ยินทั้งห้อง เด็กสาวที่ได้ยินชื่อจองตัวเองก็สะบัดผมสีเลือดที่ยาวถึงกลางหลังของตัวเองไม่ให้บังหน้าก่อนจะจ้องมองมายังเด็กหนุ่มด้วยสายตาปานจะกลืนกินเขาลงไป

          

“เป็นเจ้าซินะ ผู้ที่ต้องการข้าคนนี้มากกว่าใครในเอกภพแห่งนี้…”มิสเทรี่เอ่ยออกมาด้วยเสียงใสกังวานราวกับว่าเสียงนั้นจะสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาตลอดไป“...ผู้ที่มีความปรารถนาต้องการจะพานพบกับเรื่องราวแห่งปริศนาและความน่าพิศวงมากยิ่งกว่าใคร...”

          

“มิส...”เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอยและแผ่วเบาจนมีเพียงเขาที่ได้ยิน พร้อมกับที่บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดลงอย่างเห็นได้ชัด แสงสีเงินของดวงจันทร์ทอดยาวผ่านหน้าต่างห้องผ่านกลางระหว่างเด็กหนุ่มและเด็กสาว สายลมเย็นๆของฤดูปลายฝนต้นหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิดออก ทำให้เส้นผมของเด็กสาวพลิ้วไสว น่าดึงดูด ทรงเสน่ห์และงดงาม...

          

“...ไม่ว่าจะเรื่องราวหรือความหฤหรรษ์ใดของชีวิต ข้าจะแสดงให้เจ้าได้ประจักษ์นับแต่นี้และตลอดไป ราชาแห่งข้า”สิ้นเสียงของเด็กสาว ดวงตาแสนงดงามราวกับไม่อาจแตะต้องนั้นพลันเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและน่าทะนุถนอมอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออากิระได้จ้องมองเข้าไปในดวงตานั้น ราวกับว่าเขาได้ต้องมนต์สะกดแห่งพันธนาการที่ไม่อาจคลายออก พันธนาการที่ตราตรึงลึกลงไปถึงภายในจิตใจ พันธนาการที่ถูกเรียกว่า ความรัก

          

“...มิสเทรี่...ของฉัน”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 locket (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 11:25
    บรรยายได้แปลกดี ชอบๆ รายละเอียดเก็บได้โอเคดีจ้าาา ^^
    #5
    0
  2. #3 JanTra NeNa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2555 / 15:30
    อืม...เป็นเรื่องราวที่แปลกดี ชวนน่าติดตามมาก
    การบรรยายเข้าถึงอากิระได้ดีเชียวเลยล่ะ เก่งมากเลยจ้า
    ไปอ่านต่อและ
    #3
    0
  3. #1 *~+PANDOMON+~* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 23:07
    สวัสดีจ้า ตามมาจากลิ้งที่โพสในสถาพรแชทนะ พอดีแวะมาอ่านเป็นกำลังใจ
    เรื่องนี้จะถามว่าเกิดในญี่ปุ่นสินะ ถ้างั้นอาหารการกินน่าจะของญี่ปุ่นเขา อย่างก๋วยเตี๋ยว น่าจะเป็นราเม็ง ทาโกะยากิ มอนจา อะไรแบบนั้น จะให้ความรู้สึกมากกว่า แต่ถ้าเข้าใจอะไรผิดก็ขออภัยไว้ด้วยนะ
    ส่วนเรื่องการบรรยาย คำว่า 'เขา' ในบางช่วงการบรรยายก็เยอะไปนิด ลองอ่านแล้วตัดๆ ดูนะ ส่วนเรื่องนี้บรรยายเห็นภาพดี แบบว่าคิดตามได้ไม่ยาก แต่บางจุดอยากให้ย้ำเพื่อสื่ออารมณ์ออกมา อย่างบทนำถ้าบรรยายให้ละเอียดอีกนิดจะดีนะ
    คำผิดที่อ่านเจอก็
    นิ้วเลียง >> นิ้วเรียง
    เจ้าจองชื่อ >>เจ้าของชื่อ
    เพิ่งเขียนมาตอนสองตอน เลยบอกอะไรไม่ได้มากนะ แต่โดยรวมก็โอเค ถึงจะมีบางชั่วยืดไปบ้าง สั้นไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ แก้กันไป ==/
    #1
    0