ตอนที่ 3 : นี่น้ำเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61

ตอนที่ 3 นี่น้ำเอง

        เมื่อผ่านเหตุการณ์ช่วงสัปดาห์วิทยาศาสตร์ที่ทำให้ฉันกับวินได้พูดกันอย่างใกล้ชิด(มั้ง) การดำรงชีวิตของฉันก็เข้าสู่รูปแบบปกติ นั่นคือ ฉันกับวินก็ไม่ได้คุยกันเลยแม้จะนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนเดียวกันทั้งในเวลาพักหรือเลิกเรียน

ด้วยจำนวนสมาชิกในกลุ่มที่นั่งโต๊ะเดียวไม่เคยพอ พวกเราจะแบ่งเป็นสองโต๊ะ โดยที่โต๊ะแรกจะค่อนข้างวุ่นวายเพราะเป็นโต๊ะของสมาชิกที่ชอบทำงานอดิเรกหรือเล่นเกมส์การ์ดพวกอูโน่ โดมิโน่ หมากรุก รวมไปถึงควงปากกา ส่วนอีกโต๊ะจะเป็นพวกรักสงบมักประกอบด้วยไอด้าและออยที่มักทบทวนสิ่งที่เรียนมาในแต่ละวัน รวมถึงฉันที่นั่งอ่านนิยายหรือการ์ตูนที่เช่ามา บางวันฉันก็อ่านด้วยกันกับมุกดาหรือเฌอ

ที่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะที่ฉันนั่งจะพบว่ามีวินที่นั่งทำโจทย์คณิตศาสตร์หรือการบ้านวิชาอื่น ๆ เสมอ บางครั้งอาจจะมีเพื่อนร่วมห้องของวินมานั่งให้เขาติวให้หรือสอนการบ้านบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อนผู้หญิงอยู่แล้วล่ะ

วินข้อนี้ทำยังไงนะสอนหน่อยนะนะนะ

วินเก่งจังเลยอ่ะ

หูยยย วินคิดได้ยังไง เราอยากเก่งแบบวินบ้างจังเลย

เป็นประโยคที่ฉันได้ยินบ่อยมาก ๆ เมื่อฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกันกับเขา และสาว ๆ ของเขาชอบมองมาที่ฉันและเพื่อน ๆ เหมือนเป็นก้างขวางคอของพวกหล่อน ถ้าไอด้าและออยทนไม่ไหวก็จะลุกไปนั่งอีกโต๊ะทันทีถ้ามีโต๊ะว่าง ส่วนฉันถ้าเป็นเมื่อก่อนแน่นอนว่าฉันอาจจะอยากลุกออกไปนั่งที่อื่น แต่ตอนนี้ฉันชินเสียแล้วกับสายตาที่มองมาราวคมหอกคมดาบที่จ้องมา


     ทุกอย่างดำเนินอย่างนี้มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งผ่านพ้นการสอบกลางภาคไป ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงของการแข่งทักษะ กลุ่มของฉันและกลุ่มชายโฉดได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันในวิชาที่แตกต่างกัน ฉันและเฌอมักจะได้เป็นตัวแทนในวิชาภาษาไทย ไอด้า ออยและโปรดเป็นตัวแทนแข่งวิทยาศาสตร์ มุกดาเป็นตัวแทนแข่งภาษาอังกฤษ วินเป็นตัวแทนแข่งคณิตศาสตร์ครั้งนี้เขาจับคู่กับฟ้า

ฟ้าเป็นเพื่อนสนิทของไอด้าและเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ในกลุ่มฉันเพราะจบมาจากโรงเรียนเดียวกัน มาถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่าแล้วทำไมฉันไม่สนิทบ้าง นั่นเป็นเพราะฉันเป็นคนเดียวในกลุ่มที่มาจากโรงเรียนอื่นทำให้ไม่ได้สนิทกับฟ้ามากนัก ฟ้าเป็นคนอัธยาศัยดี คุยเก่งและมีน้ำใจ ทำให้เวลาพบกันฉันจะได้พูดคุยกันกับฟ้าเสมอ

โชคดีที่ครั้งนี้สนามแข่งขันเป็นโรงเรียนเดียวกันทำให้เราทั้งกลุ่มได้มาด้วยกัน เมื่อถึงเวลาเราก็ยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองและนัดกันว่าจะมากินข้าวเที่ยงด้วยกันที่โรงอาหาร

 

          “น้ำใส สรุปน้ำใสมีคำว่าใสอะไรอ่ะ” ฟ้าเดินเข้ามาถามหลังจากที่ฉันเพิ่งมาถึงโรงอาหาร พร้อมกับเฌอ เห็นว่าเพื่อนส่วนใหญ่มาถึงแล้ว ไอด้า ออย มุกดาและโปรดกวักมือเรียกฉันให้ไปนั่งด้วย ส่วนวินยักคิ้วให้ฉันหนึ่งที เพราะฟ้าเรียกฉันไว้เฌอจึงล่วงหน้าไปนั่งข้างมุกดาเป็นที่เรียบร้อย

“หะ ฟ้าถามว่าอะไรนะ” ฉันมัวแต่กวาดสายตามองดูคนอื่น ไม่ได้ตั้งใจฟังคำถามของฟ้า ฉันเลยถามซ้ำอีกที

“ฟ้าถามว่าน้ำจริง ๆ แล้วชื่อน้ำใส น้ำใจ น้ำหวานหรือน้ำอะไร” ฟ้าถามพร้อมอธิบายเพิ่ม อ๋อ แต่ปกติฟ้ามักจะเรียกฉันว่าน้ำใสนี่นะ

“อ๋อ น้ำ หรือ น้ำใส เรียกอะไรก็ได้จ้า”

“อ้าว ฟ้าก็เรียกน้ำใสก็ไม่ผิดใช่ไหม” ฟ้าเอียงคอทำหน้าคิด

“ไม่ผิดหรอก ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงได้มาสงสัยเอาวันนี้” ฉันจึงถามกลับไป

“พอดีเมื่อกี้แข่งตอบปัญหาแล้วเวลาในแต่ละข้อมันเหลือใช่ไหมล่ะ จู่ ๆ วินก็พูดถึงน้ำใสขึ้นมาน่ะสิ แต่วินน่ะเรียกน้ำใสว่าน้ำ ฟ้าก็เลยไปแย้งเขาว่าเรียกผิด จริง ๆ ต้องเรียกว่า น้ำใสต่างหาก แต่วินเขายืนยันว่าชื่อน้ำเฉย ๆ เราสองคนก็เลยนั่งเถียงกันมาตลอดจนกระทั่งตกลงกันว่าจะมาถามน้ำใสให้บอกไปเลยว่าชื่ออะไรกันแน่” ฟ้ามองไปที่วินแล้วหันทำหน้าตาจริงจังส่งมาให้ฉัน

“เอ่อ...จะเรียกว่า น้ำ หรือ น้ำใส ฉันก็ไม่มีปัญหาทั้งนั้นแหละ” ฉันตอบให้สมานฉันท์ที่สุด

“ไม่ได้ คนเรามันต้องมีชื่อเดียวสิ”ฟ้าดูท่าจะไม่ยอมแพ้ ฉันจะว่ายังไงดีล่ะ ฉันควรภาคภูมิใจไหมนะที่ได้มีเกียรติได้ตกเป็นหัวข้อสนทนาของคนที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะทั้งสองคน

“ชื่อน้ำเฉย ๆ ก็บอกเขาไปสิ” วินที่นั่งเงียบมานาน จู่ ๆ แล้วหันมาสบตากับฉัน เดี๋ยวสิทำไมต้องทำตาแวววาวขนาดนั้น 

“จริง ๆ ก็ชื่อน้ำเฉย ๆ จ้า” ฉันหันไปบอกฟ้า “แต่ถ้าฟ้าเรียกว่า น้ำใส ฉันก็ไม่ว่าอะไร ความหมายก็ไม่ได้ผิดเพี้ยน”

“แพ้ซะแล้ว วินนี่เก่งไปทุกเรื่องจริง ๆ” วินยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ(ทำไม) แล้วฟ้าก็ก่อนจะกลับไปนั่งที่ข้างวิน ส่วนฉันที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิดได้แต่คิดว่าจะว่าวินเก่งก็จริงอยู่แต่รู้ว่าฉันชื่อ น้ำ พยางค์เดียวไม่ต้องชื่นชมขนาดนั้นก็ได้มั้ง แล้วฉันก็เดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ข้าง ๆ ไอ้โปรด 

“เหมาะกันดีใช่ไหมสองคนนี้ เก่งทั้งคู่” โปรดทำปากบุ้ยชี้ไปที่วินและฟ้า

“พอก่อนมั้ยโปรด ครั้งก่อนก็เพิ่งจะแซวกับออย” ไอด้าปราม

“ก็แหม มันน่ารักดูสิ ๆ” ภาพที่เห็นคือวินและฟ้าหัวเราะอย่างสนุกสนาน คงต้องยอมรับว่าไม่เคยได้เห็นวินยิ้มแบบผ่อนคลายแบบนี้มาก่อน

“สองคนนี้สนิทกันมาก สนิทกันจนเป็นแฟนกันไม่ได้แล้วมั้ง” ไอด้าพูดขึ้นอย่างรู้ดี

“จุ๊ ๆ อย่าพูดไป ความรักบางครั้งก็เริ่มจากคำว่าเพื่อนนี้ล่ะจ้า”

ปึง! เสียงจากจานของกานต์ที่วางลงบนโต๊ะ กานต์เป็นตัวแทนโรงเรียนมาแข่งเป็นหนึ่งในสาวที่มักจะมาให้วินติวให้บ่อย ๆ

“ขอโทษที จานมันหลุดมือ” กานต์พูดจบก็เดินเอาจานไปเก็บไว้ที่วางภาชนะใช้แล้ว ใจเย็นก่อนไหมแม่คูณ หลับตาดูยังรู้เลยว่าไม่พอใจ

ฉันกับไอด้าหันมามองโปรดที่ทำหน้าตกใจ ไอด้าก็พูดด้วยเสียงตำหนิว่า “อย่าไปชงอะไรให้วินมันมากเลย ถ้าวินชอบใครอยู่จริง ๆ มันก็คงจัดการของมันเอง แกเล่นชงมั่วไปหมดแบบนี้ วินมันจะเสียเอานะ”

“โอเคจ้า”

จากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อในช่วงบ่าย เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจก็ได้กลับโรงเรียนไปพร้อมกัน และตอนเย็นในวันนั้นเราก็ไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนตัวเดิม

ฉันที่กำลังนั่งเหม่อมองตรงไปข้างหน้าดูวินที่กำลังสอนกานต์แก้โจทย์ลอการิทึ่มอยู่นั้น วินก็เงยหน้าขึ้นมาถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า”

ฉันไม่ได้ตอบวินออกไปและทำแค่ส่ายหัวให้เขา จากนั้นก้มลงทำท่าเหมือนอ่านนิยายต่อแต่ในใจกำลังคิดว่า จะว่าไปแล้วช่วงนี้ฉันเองก็ได้ยินคนโน้นคนนี้พูดถึงฉันอยู่บ่อย ๆ และมักจะจบด้วยประโยคที่ว่า น้ำคนนี้ที่ไงที่วินพูดถึง 

0 ความคิดเห็น