เซียนอสูร สยบสวรรค์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,193 Views

  • 65 Comments

  • 564 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,019

    Overall
    28,193

ตอนที่ 95 : ใครกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    4 เม.ย. 62




หมิงยูได้เดินออกจากถ้ำ ไม่นานก็เจอกับจุดพักของตระกูลกวาง



"หืม?"เขาเห็นความผิดปกติบางอย่าง จึงมุ่งหน้าออกไปดู



"กวางชี่ ใครอนุญาติให้ตระกูลของเจ้ามาที่นี่กัน"มีเสียงดังสนั่น ทำให้คนในตระกูลกวางได้ยินกันหมด



"หน่าหลานเทียน ข้าจะมามันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย"กวางชี่ตะคอกกลับไป



ในตอนนี้คนในตระกูลกวางเริ่มทยอยมารวบตัวกัน มีผู้อาวุโสบางคนมองไปยังทางฝั่งนั้นด้วยสายตาคับแค้นใจ



ส่วนหมิงยูเขาได้มายืนรวมกับตระกูลกวางก่อนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ออกตัวไป ผู้คนตระกูลกวางก็เหมือนจะรู้และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี




"เหอะ เจ้าคิดว่าจะทำอะไรได้เมื่อเจ้ามาที่นี้ ข้าว่าเจ้ากลับไปเสียดีกว่า"หน่าหลานเทียนกล่าวออกมาอย่างดูถูก



"พวกเจ้าจะทำอะไรก็ช่าง แต่ยังไงพวกข้าก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น"กวางชี่กล่าวออกมาจากนั้นก็หันหลังกลับไป เขาได้สำรวจพลังของพวกนั้นแล้วมันมากกว่าเขา ถึงจะต่อล้อต่อเถียงไปก็ไม่ได้อันใด มีแต่จะทำให้เรื่องแย่ไปมากกว่าเดิม สู้ถอยออกมาก่อนเสียยังดีกว่า และอีกอย่างเขาไม่อยากสร้างภาระให้หมิงยูมากนัก



"เจ้าจะไปไหนกวางชี่!!"หน่าหลานเทียนเห็นกวางชี่เดินกลับไปไม่สนใจตน มันก็โมโหขึ้นมาทันที



"ข้าไม่มีอะไรพูดกับเจ้าแล้ว ข้าได้บอกไปแล้วว่าพวกข้าจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น เจ้ากลับไปสะเถอะ"เขาหยุดเดินแล้วกล่าวออกมาจากนั้นก็เดินไปต่อ



ผู้คนมากหน้าหลายตาจากตระกูลกวางมองไปที่หน่าหลานเทียนอย่างเยาะเย้ย ถึึงแม้พวกเขาจะเกิดไม่ทันเหตุการณ์นั้น แต่คนในตระกูลกวางก็สั่งสอนเรื่องนี้อยู่แล้ว




"เจ้า!!"หน่าหลานเทียนมีหรือที่จะไม่สามารถเห็นสายตาพวกนั้นได้ เขาเลือดขึ้นหน้าเตรียมจะลงมือ



ตุบ


แต่คนที่ติดตามหน่าหลานเทียนก็ห้ามไว้



"เจ้าห้ามข้าทำไม!!"เมื่อตนโดนขัดขวางก็ยิ่งโมโหหันไปต่อว่าผู้ติดตามคนนั้น



"แดง"แต่ชายคนนั้นไม่สนใจอาการของหน่าหลานเทียน เขาเพียงแค่เอ่ยออกมาคำเดียวจากนั้นก็ส่ายหัว



"ว่าอย่างไรนะ?"เขาตกใจมาก และเหงื่อตกเล็กน้อย เขาหันไปมองตระกูลกวางเพื่อขบคิดบางอย่าง



"เจ้าฝากไว้ก่อนเถอะ พวกเรากลับ!"เมื่อคิดได้แล้วเขาก็กลับไปในทันที



เหตุการณ์นี้ผู้คนจากตระกูลกวางก็แปลกใจ ตามบทมันไม่สมควรเป็นเช่นนี้ ปกติจะต้องอาละวาดแต่ทำไมถึงกลับไปเสียดื้อๆ



"เฮ้อ ยุ่งยากจริงๆ"หมิงยูถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นก็มุ่งหน้าเดินไปยังเต้นท์แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าไป



"ลำบากเจ้าอีกจนได้"หลังจากเข้ามาเขาก็กล่าวออกมาพร้อมกับหาที่นั่ง



"เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่เป็นอันใด"เสียงที่กล่าวตอบออกมานั่นแน่นอนย่อมเป็นเจียงหลิว



เขาได้มารอหมิงยูตั้งแต่เมื่อเช้า แต่หลิงเอ๋อร์บอกว่าเขาหลับอยู่เขาเลยไม่อยากลบกวนแต่มาหาที่นั่งรอ จนเมื่อครู่นี้ก็มีคนจากตระกูลหน่าหลานเข้ามา แต่เขาก็ไม่ได้ออกไปเพราะเขาเองก็ย่อมรู้ความบาดหมางของพวกนี้อยู่แล้ว จนในตอนที่หน่าหลานเทียนกำลังจะเข้าไปโจมตีเขาก็ได้ทำการปลดปล่อยพลังออกมาครู่หนึ่ง และดูเหมือนผู้ติดตามคนนั้นจะมีฝือมือรับรู้เรื่องนี้จึงหยุดหน่าหลานเทียนเอาไว้ ก่อนจากไป



"อืม เจ้ามาที่นี้มีเรื่องอันใด"



"ข้าได้ฟังเรื่องราวจากซูเหมยอินแล้ว ได้ยินว่าเจ้าอยากนำคนตระกูลกวางเข้าไปเป็นกลุ่มแรกงั้นรึ?"เจียงหลิวยิ้มออกมาเขาเดาได้ไม่ยากว่าหมิงยูจะพาคนจากตระกูลกวางเข้าไป เพราะเขาได้มาพักแถวนี้



"ใช่ เพราะข้ามีธุระในที่แห่งนั้น ข้ากลัวพวกนั้นจะพบเจอหรือขัดขวางข้าก่อน"อย่างที่บอก ที่เขามายังที่แห่งนี้ก็เพราะหลิงเอ๋อร์ การที่เขาไปก่อนนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ดี



"อืม"เจียงหลิวพยักหน้าเห็นด้วย การที่เข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบและได้เดินทางไปก่อนยากที่จะมีคนตามตัวไป แต่ถ้าเข้าที่หลังจะมีปัญหาเพราะมันจะมีเวลามากพอที่หลากหลายตระกูลดักซุ้มอยู่หรือสะกดรอยตาม แม้แต่การวางกับดักก็เป็นไปได้หมด



"แต่ดูเหมือนอำนาจจะไม่พอต่อรองกับพวกนั้น ข้าจึงอยากจะขอให้เจ้าช่วย"เขาเข้าเรื่องทันที จากที่ซูเหมยอินว่ามาเมื่อมีอำนาจมากพอก็จะสามารถเข้าไปก่อนได้ เจียงหลิวเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะเขาเป็นถึงจิตวิญญานเซียนไปแล้ว อีกอย่างก็เพราะเขารู้จักอยู่คนเดียว



"เรื่องเล็กน้อนแค่นี้สบายมาก แต่"เขาทำหน้าตาเล็กน้อยเหมือนจะคิดถึงบางอย่างได้



"อะไร"



"ถึงแม้ข้าจะเป็นเซียนไปแล้ว แต่ข้าเองก็เพื่งเป็นได้ไม่กี่วันจึงยังปรับสมดุลอยู่ ทำให้ใช้พลังไม่เต็มที่"



"และเท่าที่ข้ารู้มา ผู้ที่มาในครั้งนี้หลากหลายคนเป็นถึงครึ่งเซียนขั้นสูงสุด แต่ที่หน้ากลัวกว่านั้น"เขาสูดหายใจเล็กน้อย



"ข้าสามารถจับสัมผัสได้ว่า จักรพรรดิที่มาในครั้งนี้มีคนหนึ่งที่อยู่ขั้นเซียน และมีสำนักเยี่ยวสวรรค์เป็นครึ่งก้าวสู่เซียน"เขากล่าวออกมาเพราะเขาไปสำรวจมาก่อนแล้ว



หมิงยูได้ยินเช่นนั้นก็แปลกใจและได้ทำการหลับตาปล่อยออร่าเทพเซียนออกมาเล็กน้อย เพื่อทำการสัมผัสพลังที่เจียงหลิวพบเจอ



ฟู่!!


หลังจากนั้นสามวิเขาก็ลืมตาออกมาพร้อมถอนหายใจใบหน้าซีดเล็กน้อย



"เป็นเช่นนั้นจริง หนึ่งคนอยู่จิตวิญญานเซียนขั้นแรก และมีหนึ่งคนอยู่ครึ่งก้าวสูเซียน"เขากล่าวออกมาหลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบ



"แต่มีอีกคนที่แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถมองได้ชัดเจนมากนัก ออร่าที่ถูกปลดปล่อยออกมาเป็นพลังแห่งหยินบริสุทธิ์ คงจะเป็นสตรี แต่ระดับการบ่มเพาะนั้นข้าเองก็ไม่รู้ แต่ย่อมอยู่มากกว่าครึ่งเซียนขั้นสูงสุดแน่นอน"เขาส่ายหัวอย่างแปลกใจ น้อยนักที่จะมีคนสามารถหลบการตรวจจับของเขาไปได้ นั่นแสดงว่าคนผู้นั้นมีอะไรบางอย่างที่ใช้อำพรางตน หรือไม่ก็ทักษะที่ฝึกอยู่ในระดับสูง



"แย่แล้ว"แต่ทันทีเขาก็ดีดตัวขึ้นมาจากที่นั่ง เพราะสัมผัสถึงบางอย่างได้



วิ้ง!!!



เรื่องนี้หลิงเอ๋อร์เองก็รับรู้เช่นกันนางได้นำกระบี่ของนางออกมาและเข้าไปใกล้หมิงยูเพื่อปกป้อง



"หืม?"ในคราแรกเจียงหลิงยังงงๆงันอยู่ แต่เมื่อเขาสัมผัสได้ก็ลุกขึ้นมาตั้งท่าทันที



วี้ดดด ฟู่!!!



จากนั้นก็มีสายลมหนาวพัดเข้ามาในที่พักแห่งนี้ พร้อมกับหมุนรวมตัวกันจนเป็นลูกพายุน้ำแข็งขนาดเล็ก และก็รวมกับเป็นรูปคน!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

0 ความคิดเห็น