เซียนอสูร สยบสวรรค์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,043 Views

  • 65 Comments

  • 564 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,869

    Overall
    28,043

ตอนที่ 53 : เมืองเมฆาม่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    23 มี.ค. 62




เมื่อยามได้ถอยออกห่าง หมิงยูเลยพยักหน้าจากนั้นก็เดินผ่านยามเข้าไปเพื่อเข้าเมือง



หมิงยูเดินผ่านไปแล้ว ยามคนนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคยังดีที่เขาไม่ไปทำความขุ่นเคืองให้กับศิษย์หลักจากสำนักเหยี่ยวสวรรค์พวกนั้น ไม่งั้นก็ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้เพราะไม่มีใครอยากไปสร้างความขุ่นเคืองกับสำนักใหญ่มากนัก



หมิงยูเดินผ่านป้ายเมือง ป้ายนั้นดูอลังการงานสร้างป้ายที่ดูหน้าเกรงขามถูกสลักคำเอาไว้ว่า 'เมืองเมฆาม่วง' ซึ่งหมิงยูก็ไม่ได้เข้าใจอะไรกับชื่อของเมืองมากนัก จากนั้นเขาก็เดินผ่านไป



หลิงเอ๋อร์นางได้จ้องมองหมิงยูตั่งแต่ที่เขานำแผ่นป้ายประจำตัวออกมาแล้ว นางสงสัยว่าเขาไปเอามันมาจากไหนกัน? เมื่อหมิงยูสังเกตุสายตาของหลิงเอ๋อร์มันบ่งบอกว่า 'จงบอกข้า! จงบอกข้า!'



"แผ่นป้ายประจำตัวชิ้นนี้ ข้าได้มาเมื่อสามพันปีก่อน ข้าได้ไปช่วยศิษย์หลักของสำนักเยี่ยวสวรรค์โดยไม่ได้ตั่งใจ จากนั้นเจ้าเด็กนั่นก็ติดตามข้าไปทุกหนแห่ง"จากนั้นเขาก็ถอนหายใจแล้วเล่าต่อ



"พวกข้าผ่านเรื่องมาด้วยกันมากมาย ถึงมันจะเป็นตัวถ่วงข้าตลอดก็เถอะ แต่นิสัยตรงๆของมันทำให้ข้าอยากเฝ้าดูมัน แต่มันเป็นไปไม่ได้เมื่อข้าจะกลับดินแดนคุนหลุน มันอยากตามข้าไปด้วยแต่ข้าบอกให้มันต้องเก่งกาจกว่านี้"เมื่อคิดเรื่องนี้เขาก็ยิ้มออกมา



"พอมันได้ยินเช่นนั้นแทนที่จะผิดหวังกลับตั้งใจอย่างเต็มที่ จากนั้นมันจึงได้มอบแผ่นป้ายนี้ให้ข้าโดยหวังว่าข้าจะมาหามัน"แต่หลังนั้นเขาก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย



หลิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างเข้าใจ นางรู้ผู้ที่มีนิสัยตรงๆเป็นคนที่เชื่อใจได้มากที่สุด จากนั้นนางก็ไม่ได้ถามอันใดต่ออีกนางก็เดินอย่างเงียบๆ



หมิงยูเห็นนางไม่ได้ถามอันใดแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปกันต่อ ว่าแล้วเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจ้าเด็กบ้าบอนั่นในตอนนี้จะเป็นเช่นไรกันนะ จากนั้นเขาก็พลิกไปอีกด้านของแผ่นป้ายซึ่งมันได้สลักชื่อของคนผู้หนึ่งไว้ว่า 'เย่เฟิง'



"เราจะไปที่ไหนก่อนดี"เมื่อมีความเงียบปกคลุมหลิงเอ๋อร์จึงได้พูดออกมา



"โรงประมูล ตอนนี้ยังเที่ยงวันอยู่คงมีเวลาอีกมากที่จะไปหาโรงเตี้ยม"จากนั้นเขาก็ถามคนข้างทางว่า โรงประมูลไปทางไหน



"โอ้เจ้าอยากไปโรงประมูลงั้นรึ มันอยู่ข้างในไปอีกประมาณหนึ่งลี้ เจ้าจะเห็นตึกสีม่วง ที่นั่นแหละ"พ่อค้าเมื่อถูกหมิงยูถามเขาก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม



หมิงยูยิ้มเขาจึงได้มอบหินวิญญานระดับต่ำหนึ่งก้อนให้กับพ่อค้าคนนั้น จากนั้นเขาก็เดินไปตามที่พ่อค้าบอก พ่อค้าได้รับหินวิญญานมาเขาก็ตกใจจากนั้นก็หันไปที่หมิงยูเพื่อแสดงความขอบคุณ



เมื่อเดินมาได้ประมาณครึ่งลี้แล้ว พวกเขาก็เห็นตึกสีม่วงจากระยะไกลได้ 'ตึกบ้านเจ้าสิ ขนาดนี้มันเรียกว่าคฤหาสน์ด้วยซ้ำไป'เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นขนาดของมันก็ปรากฎขึ้น หมิงยูจึงก่นด่าในใจ



เมื่อมาถึงพวกเขาไม่รอข้าเพราะยังมีเรื่องของ เจียงน่าหลาน ที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้อีกเขาจึงไม่ค่อยมีเวลามากเท่าใดนัก



"คุณชายท่านจะมาประมูล หยกลึกลับ ด้วยงั้นหรือเจ้าคะ"เมื่อหมิงยูก้าวเท้าเข้าไปก็มีสตรีนางหนึ่งเข้ามาถามเขา นางจะบอกว่าเป็นหญิงงามเลยก็ว่าได้ดูจากท่าทางของนางแล้วนั้นนางคงเป็นพนักงานต้อนรับ แต่เห็นแบบนี้นางก็ไม่น่าจะเป็นแค่พนักงานต้อนรับธรรมดา



เพราะว่าการบ่มเพาะของนางมันสูงถึง จิตวิญญานแท้จริงขั้นแปด!!!



หมิงยูจ้องมองสตรีตรงหน้าของเขา จากนั้นก็ทำหน้างงงวย



"หยกลึกลับคืออันใด"เขาถามออกมาด้วยความสงสัย



"อ้าว?คุณชายไม่ได้มาเพื่อประมูล หยกลึกลับ หรือเจ้าคะ?"สตรีนางนี้ได้ยินหมิงยูที่ไม่รู้เรื่องนี้นางก็งงงวย



"ตัวข้าเพื่งมาถึงเมืองเมื่อครู่นี้ ข้าจะไปทำภารกิจเลยมาดูว่าที่นี่อาจจะมีสิ่งของที่มีประโยชน์ต่อข้าได้"หมิงยูกล่าวออกมา



"อ่อ เป็นเช่นนี้เอง"สตรีนางนี้ก็เข้าใจว่าหมิงยูไม่ได้มาเพื่อ หยกลึกลับ แต่แค่เดินทางผ่านมา



"หยกลึกลับ คือสิ่งที่จะนำขึ้นประมูลในวันนี้มันคือสิ่งลึกลับที่มาพร้อมอุกกาบาต แม้ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคือสิ่งใด"นางได้รู้ว่าหมิงยูไม่รู้เรื่อง หยกลึกลับ นางจึงอธิบายที่มาที่ไปอย่างคร่าวๆให้เขาฟัง



"ที่เจ้าว่ามาก็น่าสนใจ งั้นข้าจะลองไปดูหน่อยดีกว่า"ได้ยินเรื่องแบบนี้หมิงยูก็เลยสนใจมันขึ้นมา บางทีของสิ่งนี้อาจจะเป็นของดีก็ได้



"เอ่อ..คือว่า มีผู้คนมากมายเข้ามาเพื่อประมูลของสิ่งนี้ ห้องระดับสี่-ห้าจึงเต็มหมดตอนนี้เราเหลือห้องระดับสามว่างอยู่สองห้อง"สตรีเห็นหมิงยูสนใจเมื่อนางมองไปที่การแต่งตัวของเขานางจึงเดาว่าเขาอาจจะมาจากตระกูลใหญ่ๆเป็นแน่ นางจึงบอกเรื่องห้องว่างไป นางกลัวว่าคุณชายผู้นี้จะโวยวายเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นอยู่หลายๆครั้ง



"อืม งั้นข้าจองห้องหนึ่งแล้วกัน"หมิงยูกล่าวออกมา ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจเรื่องนี้ แต่เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อห้องระดับสูง ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้ามาที่นี่ กวางชี่ ได้นำเงินมาให้เขา หินวิญญานระดับกลาง เพียงร้อยก้อนเท่านั้น แต่แค่นี้ก็สามารถสั่นคลอนกระกูลกวางได้แล้ว ด้วยฐานะของพวกเขาในตอนนี้



"ห้องระดับสาม อยู่ที่คนละหนึ่งร้อยหินวิญญานระดับต่ำ ถ้าเหมาห้องจะอยู่ที่หนึ่งหินวิญญานระดับกลาง"สตรีนางนั้นเมื่อเห็นหมิงยูไม่โวยวายนางจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็บอกราคาห้องให้หมิงยูฟัง



"งั้นข้าของเหมาห้องก็แล้วกัน"จากนั้นเข้าจึงนำหินวิญญานระดับกลางมาหนึ่งก้อน เขาส่ายหัวด้วยการที่สามารถสะดวกในการคุยและความเป็นส่วนตัว เขาจึงต้องยอมเหมาห้องนั้น



"ตามข้ามาเจ้าคะ"สตรีนางนี้เมื่อได้รับเงินแล้ว นางจึงนำทางหมิงยูไปที่ห้องพักทันที



"ห้องนี้แหละเจ้าคะ ด้วยระดับของห้องไม่ใช่ห้องส่วนตัวจึงไม่มีคนรับใช้มาคอยบริการ แต่ก็สามารถเรียกพวกเราได้ตลอดเจ้าคะ


"จากนั้นนางก็ยื่นแผ่นกระดาษได้หมิงยูแล้วคำนับหมิงยูและเดินจากไป



"เอาหละเข้าไปกันเถอะ"เมื่อได้แผ่นกระดาษมาแล้ว เขาก็รู้ว่านี้คือยันต์ที่ไว้ใช้ในการสื่อสารระยะใกล้ๆ เพียงแค่เขียนสิ่งที่อยากได้ลงไปคนที่อยู่ปลายทางก็จะนำมาให้เขาถึงห้องนั่นเอง



เมื่อเขาเข้ามาให้ห้อง มันมีที่นั่งอยู่ทั้งหมดสิบที่นั่งแต่เพราะเขาเหมาห้องมาแล้วเขาจึงเดินไปนั่งในที่ที่มืดๆ เพื่อป้องกันไว้ก่อน



ในที่นั่งนั้นมีสมุดเล่มหนึ่งวางไว้ หมิงยูได้เปิดมันออกมาดูจึงรู้ว่ามันคือสมุดรายการของที่จะนำมาประมูลในวันนี้ เขาไล่อ่านไปที่ละอย่างๆ จนเขามาหยุดอยู่กับของสิ่งๆหนึ่งมันทำให้ตัวของเขานั้นแปลกใจและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #14 Emmilio (@embirioo) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 18:58
    เรียกยามจะดูแปลกไปป่ะ? 5555
    #14
    0