เซียนอสูร สยบสวรรค์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,071 Views

  • 65 Comments

  • 564 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,897

    Overall
    28,071

ตอนที่ 31 : หนานปิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    30 เม.ย. 62




มู่ฉิงเย่วนางจ้องที่หมิงยูอีกครั้ง นางนั้นได้เล่าเรื่องราวคร่าวๆไปหมดแล้ว นางยังไม่รู้ว่าหมิงยูจะทำอะไรต่อไป



หมิงยูได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วตอนนี้เขาก็แปลกใจ ถ้าพวกนั้นได้กลับไปหมดแล้วนั่นแสดงว่ามรดกชิ้นนั้นยังอยู่ที่ไหนสักแห่งของดาวดวงนี้งั้นรึ ว่าตามตรงตัวเขาก็สนใจในมรดกนี้ด้วย เพราะมรดกของสัตว์บรรพกาลต้องไม่ใช่สิ่งของธรรมดาสามัญเป็นแน่แท้ แต่ตัวเขานั้นก็ต้องระวังตัวเพราะถึงแม้เทพเซียนจะสั่งห้ามแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนตามหาอีกเลย กองกำลังหลายๆฝ่ายคงต้องแอบส่งคนมาตามหาแน่นอน แต่ก็เป็นไปได้ว่าไม่น่าจะทรงพลังอะไรมากนักไม่งั้นอาจจะโดนเหล่าเทพเซียนตรวจจับคลื่นพลังได้



เมื่อคิดเรื่องนี้เขาก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องหาเวลาไปค้นหามรดกชิ้นนั้นสักครั้ง แต่เขาก็ต้องเก็บความคิดนี้เอาไว้ก่อนเพราะในตอนนี้ต้องคิดถึงเรื่อง มิติฟีนิกซ์สวรรค์ ก่อน



เขาได้แต่ส่ายหัว จากนั้นเขาก็หันไปทางมู่ฉิงเย่วจากนั้นก็มองไปทางหนานปิงแล้วถามว่า "ถ้างั้นเจ้าทำอะไรกับเด็กคนนี้กัน"



มู่ฉิงเย่วเห็นหมิงยูไม่ได้ติดตามเรื่องนี้อีกต่อไปนางจึงถอนหายใจโล่งอกโดยนางลืมไปว่านางเป็นแค่จิตวิญญาน



นางมองไปที่หนานปิง "ถึงข้าจะอยู่ในสร้อยหยกตลอดแต่ข้านั้นก็รู้เรื่องราวภายนอกทั้งหมด และเด็กคนนี้มีอดีตที่ไม่น่าชมมากนัก แต่ก็ยังมีสิ่งที่ดีกับเขาอีกอย่าง" จากนั้นนางก็นิ่งเงียบไปสักพักแล้วก็พูดขึ้นมาว่า "จิตวิญญานราชัน"



หมิงยูได้ยินชื่อ จิตวิญญานราชัน เขาก็นิ่งอึ้งหลิงเอ๋อร์นางก็เช่นกันพวกเขาหันไปหา หนานปิง ด้วยสายตาแปลกประหลาด



"จิตวิญญานราชัน งั้นรึทำไมจิตวิญญานประหลาดเช่นนี้ถึงได้มาอยู่ที่แห่งนี้ได้กัน"หมิงยูกล่าวออกมาด้วยความตะลึง



มู่ฉิงเย่วนางหันมามองที่หมิงยู อะไรกันเด็กนี้ก็รู้เรื่องจิตวิญญานราชันด้วยงั้นรึึ? นางไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้ถึงได้รู้เรื่องราวมากมายนัก



หมิงยูเห็นนางมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกประหลาดเขาก็ยิ้มจากนั้นก็อธิบายว่า "จิตวิญญานราชัน นั้นเป็นจิตวิญญานที่พิเศษและหาได้ยากยิ่งพบได้ที่เดียวนั้นก็คือ เผ่าราชัน เท่านั้นแต่เผ่านี้อยู่ห่างจากดาวฟีนิกซ์สวรรค์อย่างมาก และสิ่งนี้เกิดได้เฉพาะกับผู้ที่มีสายเลือดของเผ่าราชันเท่านั้น เป็นไปได้ยากอย่างมากที่จะมีจิตวิญญานราชันมาปรากฎในที่แห่งนี้ได้ เว้นแต่" จากนั้นเขาก็มองไปที่มู่ฉิงเย่ว



"เด็กคนนั้นมีสายเลือดของเผ่าราชัน"มู่ฉิงเย่วนางถอนหายใจ เด็กคนนี้น่ากลัวมาก



หมิงยูได้ฟังจากปากของนางเขาก็แปลกใจ "ไม่ใช่ว่าเผ่านี้ได้ถูกพวกเทพเซียนฆ่าล้างเผ่าพันธ์ไปหมดแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีเผ่าราชันหลงเหลือ ไหนจะอยู่ในดาวดวงนี้อีก"



มู่ฉิงเย่วนางได้จ้องไปที่หมิงยูอีกรอบ เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดเด็กคนนี้รู้ได้อย่างไร ขนาดนางถ้าไม่ใช่ว่ามีอำนาจของพ่อนาง นางไม่มีทางรู้เรื่องเช่นนี้เลย



แต่ก่อนที่นางจะพูดกล่าวอะไร เสียงหนานปิงได้ดังออกมานั่นหมายถึงว่าตัวเขานั้นได้ตื่นขึ้นมาแล้ว



หมิงยูเห็นหนานปิงกำลังตื่นขึ้นมาเจาเลยหันไปหามู่ฉิงเย่ว



 "ข้าขอตัวไว้เจอกันใหม่ สักวัน" จากนั้นเขาก็พยักหน้าแล้วก็กระโดดออกไป หลิงเอ๋อร์เห็นหมิงยูให้สัญญานนางจึงวิ่งตามหมิงยูออกไป




ในจังหวะนั้นเอง มู่ฉิงเย่ว ก็สำผัสถึงหลิงเอ๋อร์นางจึงตกใจนางพึมพัมว่า 



"คนพวกนั้นคือใครกันทำไมตัวข้าถึงสำผัสถึงตัวตนของพวกเขาไม่ได้กัน ไหนจะอีกคนข้าสำผัสได้ว่าคนผู้นั้นแข็งแกร่งกว่าร่างต้นของข้าด้วยซ้ำไป" นางมองไปทิศทางที่หมิงยูหายไปจากนั้นนางก็หันมาทาง หนานปิง




"ทำไมถึงหนีออกมากันหละ สายเลือดนั้น.."หลิงเอ๋อร์ถามหมิงยูแต่ก่อนที่นางจะพูดจบหมิงยูก็พูดแทรกขึ้นมา



 "ถึงพวกเราเข้าไปยุ่งก็ไร้ประโยชน์ เราให้พวกนั้นไปตามทางของพวกเขาเองเราก็ยังมีเรื่องของเราเอง สักวันถ้าโชคดีเราอาจจะได้พบกันอีก"




หลิงเอ๋อร์ได้ฟังนางคิดเล็กน้อย และก็พยักหน้าทางเลือกนี้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด



 "ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกแล้วพวกเราควรเร่งความเร็วให้ถึงก่อนมืดเถอะ" หมิงยูกล่าวออกมาพร้อมมองดูดวงอาทิตย์ที่ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที หลิงเอ๋อร์นางยิ้มใส่หมิงยูอย่างมีเล่ย์นัย




อ๊าาา ! "ก่อนที่หมิงยูจะพูดอะไรเขาก็โดนหลิงเอ๋อร์อุ้มจากนั้นนางก็เร่งความเร็วเต็มที่ของนาง มันเกิดขึ้นเร็วมากจนทำให้เขาร้องเสียงหลงออกมา




ฟิ้ววว~~~


"ถึงแล้ว"หลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มบานเมื่อนางมองไปทางหมิงยู




ตัวหมิงยูนั้นยับเยินอย่างมาก ด้วยความเร็วของนางนั้นรวดเร็วมากตัวเขาที่พลังน้อยนิดไม่สามารถทนความเร็วระดับนี้ได้มันจึงทำให้บนตัวเขานั้นมีแต่บาดแผลที่เกิดจากการเสียดสีของลม ผมของเขายุ่งเยิงอย่างกับขอทานเสื้อผ้าขาดรุ่งริ้ง ว่ากันตามตรงตอนนี้เขาไม่ต่างจากขอทานมากนัก




"เฮ้!!"หมิงยูชักสีหน้าไม่พอใจใส่หลิงเอ๋อร์นางแกล้งเขาชัดๆ หลิงเอ๋อร์เห็นหมิงยูชักสีหน้าใส่นาง นางจึงหัวเราะดังลั่น ด้วยการที่ร่างกายของหมิงยูยังเป็นแค่เด็กอายุ15การที่เขาโกรธกับสภาพของเขาตอนนี้มันทำให้เขาดูน่ารักอย่างมาก




มองดูหลิงเอ๋อร์กำลังหัวเราะเขาคิ้วของเขากระตุกอย่างรุนแรง เขาจึงเก็บความไม่พอใจนี้ไว้จากนั้นก็มองไปทางเมืองที่อยู่ไกลๆ 



"เราคงต้องปลอมตัวกันหน่อยไม่งั้นจะเกิดเรื่องยุ่งยากเข้าได้" จากนั้นเขาก็มองไปทางหลิงเอ๋อร์

หลิงเอ๋อร์ได้ยินหมิงยูพูดเรื่องการปลอมตัว นางจึงพยายามหยุดขำ สักพักนางก็พยักหน้าด้วยร่างกายและหน้าตาของนางนั้นถ้าเข้าไปสภาพแบบนี้มีหวังได้เกิดความโกลาหนเป็นแน่

พวกเขาจึงมองหาสถานที่ที่จะใช้เปลี่ยนรูปร่าง เมื่อเจอแล้วพวกเขาก็มุ่งตรงไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

0 ความคิดเห็น