คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์!

ตอนที่ 9 : ความเป็น หรือ ความตาย


     อัพเดท 19 พ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, ดอพเพลแกงเกอร์, ฝาแฝด, ลึกลับ
ผู้แต่ง : สำนักพิมพ์ น่านนที ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สำนักพิมพ์ น่านนที
My.iD: https://my.dek-d.com/ellie356
< Review/Vote > Rating : 70% [ 2 mem(s) ]
This month views : 4 Overall : 4,945
37 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 30 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 9 : ความเป็น หรือ ความตาย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 409 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


..

ตอนที่ 9: ความเป็น หรือ ความตาย

~แองเจล~

 

               

                ไม่นะ!

                นี่ผมฝันไปอีกรอบอย่างนั้นเหรอ? ไม่สิ อันย่ากำลังตกอยู่ในอันตราย! เธออยู่ที่ไหน! ระหว่างที่ผลุนผลันลุกขึ้นยืน สายตาก็ไปปะทะเข้ากับพื้นพรมที่จากเดิมเป็นสีครีมกลับเปลี่ยนไป มันถูกย้อมแทนที่ด้วยสีเลือดสดๆ หยดไปตามรายทาง ใจของผมเต้นรัวและเร็วพร้อมกับรีบสาวเท้ายาวๆ ไปตามรอยเลือดจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของผมเอง

                ประตูถูกเปิดออกอย่างไม่รีรอ ภาพเบื้องหน้าคือหญิงสาวที่รู้จักกำลังนอนหายใจรัวระริน ไม่นะ ต้องไม่ใช่อันย่า! กระจุกเลือดตรงซอกคอของเธอ ผมค่อยๆ เอานิ้วมือสัมผัสอย่างสั่นเทาแล้วไล่ต่อไปยังไหปลาร้า...กลิ่นช่างหอมหวาน นี่ผมกำลังคิดอะไรอยู่นะ? อย่าไปคิดอะไรเลย... ก้มลงสิ แตะเลือดของเธออีกครั้ง ใช่...ไม่! โอ้ย! ลิ้นของผมกำลังโดนอะไรแหลมคมทิ่มอยู่นะ เงาสะท้อนของตัวเองจากจี้กระจกสี่เหลี่ยมของอันย่าปรากฏขึ้นจนผมสะดุ้ง  

                เฮ้ย!” ร่างกายรีบพุ่งตรงไปหากระจกบานใหญ่กว่าอย่างไม่รอช้า เขี้ยวสองข้างยาวงอกออกมาจากปากของผม! พระเจ้าช่วย! แถมยังมีเลือดติดตรงเขี้ยวอีกด้วย นี่มันอะไรกัน!

                นายท่านคะจู่ๆ เสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นด้านหลังแต่ไม่รู้เพราะอะไรนั่นมันทำให้ขนลุก

                ผมรีบตวัดหันกลับไป ซารันนี่นา! แต่ทำไมเธอถึงได้ดูซูบซีดจนน่ากลัว หน้าตาหม่นหมองแทบไม่มีสีสันราวกับเลือดฝาดไม่มีอยู่ในตัว หรือถึงมีก็น้อยมาก จริงสิ อันย่า!

                โทรเรียกรถพยาบาลที! อันย่าได้รับบาดเจ็บ!!” ไม่มีเวลามากพอให้สงสัยว่าทำไมซารันถึงโผล่มาเอาตอนนี้ ในสมองของผมกำลังลนลานจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่สิ่งเดียวที่หวงแหนไม่อยากให้เป็นอะไรไป คือ เธอที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยที่ผมไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย แถมยังดูเหมือนว่าผมนั่นแหละที่เป็นคนทำร้ายเธออีกด้วย

                เอ้า! นี่ตกลงว่าผู้จัดการส่วนตัวคนเก่าของผมถ่านหมดไปแล้วหรือไงกันเนี่ย! เธอดูไม่ตกใจแถมยังดูเย็นชาจนน่าแปลกอีกด้วย ในตอนนั้นผมไม่ทันได้สังเกตุดวงตาที่เลื่อนลอยคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย

                ทำเหมือนอย่างที่เคยทำสิคะ

                ซารันกำลังพูดในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจในขณะกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน

                ทำอะไร?”

                ถามสัญชาตญาณของคุณสิ

                อ้าวเฮ้...ถ้ารู้ผมจะถามเธอมั้ยล่ะครับเนี่ย ตอนนี้อยากดึงเจ้าตัวเข้ามาโขกหัวดังๆ เลยได้ไหม ผมจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์แทนแล้วหมุนเลขรถพยาบาลแต่กลับเงียบ ไม่มีสัญญาณ

                โทรศัพท์ตัด?”

                นายท่านบอกฉันเองนี่คะว่า เวลาอยู่ด้วยกันให้เอาสายโทรศัพท์ออกเสมอ

                คำก็นายท่าน สองคำก็นายท่าน ซารันคิดว่ากำลังอยู่ในกองถ่ายหนังหรือยังไงกันนะ! รึว่านี่คือการแอบถ่ายรายการล้อกันเล่น? บ้าสิ ใจของผมเต้นแรงและสั่นเทาขนาดนี้ มันต้องเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว ผมรีบเดินกลับไปหาอันย่าที่ยังคงนอนหายใจแผ่วอยู่ที่เดิมพลางกุมขมับของตัวเองไปมา กล่องปฐมพยาบาลก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ผมพยายามปลุกเธอ ร้องเรียกเธอ แต่ร่างนั้นก็ยังนิ่งสนิท ผมไม่ต้องการให้เธอตาย...

                เมื่อความรู้สึกนั้นแล่นเข้ามาแทนที่ ร่างกายของผมเคลื่อนไหวไปโดยอัตโนมัติยังซอกคอที่เต็มไปด้วยเลือดของเธอ ริมฝีปากของผมสัมผัสกับปลายแผลราวกับเป็นรากยาทาให้รอยข่วนนั้นผสานติดเข้าหากันดังเดิม ผมรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดอุ่นๆ และการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเธอเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ใบหน้าของอันย่าเริ่มมีเลือดฝาด ผมทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโล่งอก จากนั้นเขี้ยวของผมก็หายไป

                ปัญหาคือ ถ้าเธอตื่นขึ้นมาแล้ว ผมจะบอกกับเธอว่ายังไงในเมื่อผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

               

                เสียงเล็กเอ่ยครางขึ้นเบาๆ อย่างไม่เป็นประโยค แล้วกลับมีคำที่ทำให้หัวใจของผมพองโตต่อเนื่องมา

                แองเจล...

                อันย่า!” ทำไมนะ เพียงแค่ได้ยินชื่อผมเป็นเสียงแรกที่เธอเอ่ยออกมาถึงต้องใจเต้นอย่างนี้

                นะ น้ำ

                ผมรีบกระโจนเข้าตู้เย็น เอ่อ หมายถึงห้องครัว แล้วรีบหยิบน้ำแร่ออกมาให้เธอ อันย่าค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอดูเหมือนหมดแรงจนแม้แต่จะหยิบน้ำแก้วเดียวด้วยตัวเองก็ยังทำไม่ได้ ผมจึงค่อยๆ ขยับปากแก้วไปใกล้เธอ ร่างเล็กกระพริบตาอีกครั้งราวกับพยายามจะตื่นจากอาการมึนเมาอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

                ใครทำร้ายคุณ อันย่า?” ผมควรจะให้เธอแข็งแรงดีเสียก่อนแล้วค่อยถาม แต่ถ้าปล่อยไว้นานล่ะ คนร้ายอาจจะย้อนกลับมาทำอันตรายเธอก่อนก็เป็นได้

                ดูเหมือนเธอยังคงอยู่ในภวังค์เหม่อลอย

                อันย่าครับ!”

                ค่ะ คะ?”

                ใครทำอะไรคุณ แล้วคุณมาอยู่ในห้องของผมได้ยังไงครับ?” ร้อยแปดคำถามที่สารพัดจะมี

                ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” แทนที่จะได้รับคำตอบ กลับกลายเป็นคำถาม

                ผมมากกว่าที่ต้องถามคุณ จริงสิ! ซารันก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือว่าเธอจะรู้?” เมื่อหันไปก็ไม่พบเงาของใครอยู่ในห้องสักคน ผมตะโกนเรียกซารันอยู่นานแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ ถ้าผมซึ่งเป็นโรคหลับทุกหกโมงเย็น (ถึงหลังๆ จะเริ่มเป็นๆ หายๆ บ้างแล้ว) และอันย่าต้องเป็นโรคความจำเสื่อมขึ้นมาล่ะก็ มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ?

                เข้าประเด็นอีกครั้ง ผมอธิบายให้อันย่าฟังตั้งแต่ตอนที่ผมตื่นขึ้นมาจากเก้าอี้คอมพิวเตอร์ในห้องนั่งเล่น หยดเลือด รอยแผลพาดยาวตรงต้นคอของเธอ ซารันที่จู่ๆ ก็โผล่มา และก็ซารันที่หายไปอีกครั้ง

                อันย่าดูเหมือนพยายามเรียบเรียงความทรงจำแต่นั่นกลับทำให้เธอปวดหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ จนผมตัดสินใจให้เธอนอนพัก ระหว่างนั้นผมกลับเกิดอาการวูบกระทันหัน แต่การนอนหลับพักหลังนี้ ผมมักจะฝันอยู่เสมอ น่าแปลก แถมยังเป็นฝันที่เหมือนจริงเสียด้วย

 

                ภาพมัวเหมือนโทรทัศน์หน้าจอไม่ได้เช็ดกำลังดำเนินต่อไปตรงหน้าผม ชายคนหนึ่งในชุดแจ๊กเก็ตหนังสีดำ กางเกงสแล็คสีดำ เครื่องแต่งกายที่ดูดำทะมึนลึกลับไปหมดยกเว้นผิวกายที่ขาวซีดของเขา ทรงผมยาวประบ่าพลิ้วไหวไปทุกจังหวะการก้าวเดินจนกระทั่งร่างนั้นมาหยุดลงตรงหน้าอันย่าที่กำลังนอนหลับสนิท

                ตื่นสิ ได้เวลาตื่นแล้ว เสียงเย็นเยียบจนไม่น่าเชื่อว่านั่นคือเสียงของมนุษย์ แถมยังไพเราะดุจเสียงแก้วใสกระทบกันจนดังก้องกังวานไปทั่ว

                หญิงสาวในห้องนอนของผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วมองตรงไปยังชายแปลกหน้าอย่างคุ้นเคย

                ไนท์เคล

                พรึ่บ! จู่ๆ ชายคนนั้นก็สะบัดร่างจากวัยรุ่นธรรมดากลับกลายเป็นร่างสูงใหญ่ที่มีผ้าคลุมยาวสีดำอยู่ข้างหลังแทน ร่างมืดดำถลาพุ่งเข้าใส่ผมอย่างรวดเร็วจนผมสะดุ้งตัวขึ้นตื่น โครม!

                “เหวอออ!”

                และแล้ว...

                นาฬิกาบอกเวลาแปดโมงเช้า กับผมในสภาพที่กำลังนอนตกเตียง

                อันที่จริงผมไม่เคยนอนตกเตียงเลยนะในชีวิต แต่เตียงที่ว่านี่มันไม่ใช่เตียงน่ะสิ มันคือโซฟาห้องนั่งเล่น ในเมื่อเตียงของผมในตอนนี้มีเจ้าหญิงจอมขี้เซากำลังนอนหลับอุตุอยู่หลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนประหลาด ผมรีบกลับไปเช็คดูในห้องที่ประตูไม่ได้ล็อค อันย่ายังคงหลับอยู่เหมือนเดิมแต่ก็กำลังพลิกตัวไปมา ดูท่าอีกไม่นานเธอคงใกล้จะตื่นแล้ว

                ผมจึงเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น แล้วรีบเปิดคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว ไนท์เคลถูกป้อนลงในช่องค้นหา แต่แล้วผมก็ต้องเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างเซ็งๆ ใครเล่าจะเคยเอาชื่อแปลกๆ ที่ได้ยินในฝันมาลองหาในกูเกิ้ลบ้างนะ? สุดท้ายผมก็จบลงด้วยคำค้นหาของ แองเจล V.S อันย่า แทน

                น่าแปลกที่หาเท่าไหร่ก็กลับไม่พบข่าวของผมกับอันย่าอีกเลยแม้แต่น้อยทั้งที่เมื่อวานออกจะกระหน่ำสื่อไปทั่วทุกทิศ แต่ยังมีข่าวของ กั๊กแซง V.S เบลล์-สาวไทย ที่ตอนนี้ขึ้นชาร์ตติดกระทู้ร้อนอันดับหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องดีมากกว่า หรือว่าทางบริษัทจะเคลียร์ข่าวเสร็จเรียบร้อยโดยไม่ต้องจัดการมาถึงผม ปกติแล้วถ้าหากผมตกเป็นข่าวกับดาราสาว ก็จะมีการจัดงานแถลงข่าวต่อสื่อต่างๆ แต่ครั้งนี้กลับไม่มี ทั้งที่หลักฐานการอยู่ด้วยกันเด่นชัดกว่าครั้งไหนๆ โดยในตอนนั้นผมกำลังโอบไหล่อันย่าอยู่ด้วยซ้ำ น่าแปลก...

                โอ๊ะ อันย่ากำลังเดินออกมา ตื่นแล้วสินะ

                อรุณสวัสดิ์ค่ะ หญิงสาวตัวเล็กในชุดนอนเสื้อยืดตัวใหญ่ของผม ดูเหมือนเธอยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ ผมจึงจัดการเสนอตัวเป็นคนจัดทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ให้ ก็มีไข่ลวก ขนมปังปิ้งทาแยม และซุปเห็ดร้อนๆ

                ทานนี่ก่อนนะครับ ผมจัดแจงทุกอย่างอย่างรวดเร็วโดยที่อันย่านั่งสัปงกรอผมอยู่ที่โซฟา ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังดูแลน้องสาวที่น่าถนุถนอมและประคบประหงมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

                ขอบคุณค่ะ อันย่าตักซุปเข้าปากยังกับแมวดม จนผมต้องอาสาเป็นคนป้อนเสียเอง

                ทานอีกหน่อยสิครับ จะได้แข็งแรงนะ ผมเป่าซุปที่ร้อนอยู่ให้อุ่นลง

                ฉันยังไม่หิวเลยค่ะ

                ไม่หิวก็ต้องทานนะครับ เมื่ออันย่าเห็นผมตื้อไม่เลิกจึงยอมอ้าปากให้ซุปเข้าไปคำแล้วคำเล่า จนท้ายสุดเธอก็ยอมตักทานต่อเอง เอ...มันรู้สึกดียังไงก็ไม่รู้สิเวลาได้ป้อนอาหารใครสักคน ผมรู้สึกได้ถึงความห่วงหาอาทรที่ตัวเองมอบให้...แฟนคลับ? จริงสินะ ผมเกือบจะลืมไปแล้วว่าเธอเป็นแค่แฟนคลับที่มาจากเมืองไทย สักวันเธอก็คงจะต้องกลับไปใช่ไหม

                แต่ผมยังอยากให้เธออยู่ต่อ ราวกับว่าพอมีใครสักคนเดินเข้ามาในชีวิตแล้ว คุณก็เกิดความรู้สึกที่ไม่อยากจะให้เขาจากไป อย่างน้อยในช่วงเวลานี้ ผมยังไม่อยากให้อันย่าไปจากผม มันอาจจะดูเห็นแก่ตัวแต่สำหรับผมที่ไม่มีใครเลยอยู่เคียงข้าง ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากจะเหลืออยู่ตัวคนเดียวแบบนี้

                [[สายเรียกเข้า: บริษัทสลาฟเอ็นเตอร์เทนเม้นต์]]

                แองเจล อันย่า เข้าออฟฟิศด่วน  เอาพาสปอร์ตมาด้วยนะ เสียงรีบเร่งของบอสใหญ่แห่งต้นสังกัดสั่งการลงมาจนผมแทบไม่ทันตั้งตัว ถึงจะประหลาดใจแต่ผมก็รีบหยิบพาสปอร์ตติดตัวไปด้วยพร้อมๆ กับอันย่าที่เดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนอย่างเหม่อลอย

                วันนี้หญิงสาวข้างกายผมดูไม่สดใสเหมือนเคย อาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นจากเมื่อวาน พวกเรารีบมายังบริษัทแต่เช้า และเซอร์ไพร์สลูกโตที่กำลังรออยู่นั่นคือ

                พวกเรากำลังจะบินไปถ่ายละครกันที่ประเทศฮังการี

                ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอก และในขณะนี้พวกเรากำลังอยู่บนเครื่องบินกลางน่านฟ้ากันอย่างพร้อมเพรียงซึ่งสมาชิกทีมงานก็ประกอบไปด้วยสต๊าฟหน้าเดิมๆ แต่ที่แปลกประหลาดไปกว่านั้นก็คือ บอสของผม ที่เดินทางมาพร้อมกันด้วย ปกติแล้วซารันจะเป็นตัวแทนบริษัทคอยตามประกบผมอยู่ตลอดแต่วันนี้ซารันหายตัวไปอีกครั้ง ผู้อำนวยการจึงออกโรงเสียเองเห็นได้ยินแว่วๆ ว่าคิดถึงหิมะที่ฮังการี (ขอโทษเถอะ แล้วหิมะประเทศเกาหลีมันต่างกับหิมะที่ฮังการีหรือไงกันคร้าบบ หรือว่ามันมีความสามารถพิเศษอย่างอื่น? ต้องติดตาม)

                ขอท้าวความย้อนกลับไปอีกสักหน่อย บอสของผม ‘S.J’ เป็นชายร่างใหญ่ชาวเกาหลีแท้แต่ไปศึกษาต่อที่ยุโรปอยู่เป็นเวลานาน ผมได้พบกับเขาโดยบังเอิญในนิทรรศการภาพเหมือนของบุคคลในประวัติศาสตร์ เห็นว่าเขาได้ประมูลภาพในงานไปหลายชุดด้วยกันแต่แน่นอนว่าเขาไม่เห็นผม เพราะในตอนนั้นผมตัวเล็กมาก ไม่ใช่ขนาดร่างกายนะแต่เป็นความดังมากกว่า ตอนนั้นเขากำลังรอเซ็นสัญญากับบริษัทดนตรีนานาชาติอย่างสลาฟเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จนในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในอีกไม่กี่ปีถัดมา และผมก็ได้พบกับเขาอีกครั้งในฐานะไอดอลดวงใหม่แห่งวงการ

                คร่อก...ฟิ้ววว อันย่ากำลังหลับกรนข้ามฟากมาหาผมในชั้นเฟริ์สคลาส มีเพียงเราสองคนที่ได้บินอยู่ในชั้นพิเศษนอกจากนั้นก็เป็นลูกเรือชาวต่างชาติซะส่วนใหญ่ ส่วนพวกทีมงานถูกแยกไปอยู่ที่ชั้นธุรกิจตามอัตราจ้างวาน ผมเป็นคนขอร้องท่านประธานเองว่าอยากให้อันย่าบินชั้นเดียวกันเพราะเธออยู่ในฐานะผู้จัดการส่วนตัว ถึงจะอยู่ในโหมดสำรองก็เถอะ ผมไม่ได้เล่าหรอกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรที่น่ากลัวขึ้นกับอันย่า ใครล่ะจะเชื่อคำพูดของผม ดีไม่ดีผมอาจจะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเช็คประสาทมากกว่าจุดหมายปลายทางที่กำลังจะไปถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

               แองเจล มีแฟนคลับบนเครื่องขอลายเซ็นน่ะ รบกวนหน่อยนะ อ้อ ผมลืมเล่าถึงตอนที่อยู่สนามบินกรุงโซล มีผู้โดยสารหลายคนเห็นผมที่นั่นแล้วพยายามเข้ามาถ่ายรูปกับผมตามปกติ แต่ด้วยชั่วโมงที่เร่งรีบผมจึงไม่ได้อยู่แจกลายเซ็น

                ได้ครับ ผมรับสมุดโน๊ตหลายเล่มที่ทีมงานจัดใส่ถุงรวมมาให้ผมรวมๆ แล้ว...โห ผมจะมือหงิกมั้ยนะ มันช่วยไม่ได้หากผมจะคิดถึงเครื่องถ่ายเอกสารขึ้นมาทันทีแต่ผมคงจะไม่มีปัญญาหามันได้สักเครื่องบนท้องฟ้าแหงๆ

                มีบางคนส่งพาสปอร์ตมาให้ผมเซ็นด้วยซ้ำ แต่พวกเขาต้องไม่รู้แน่ว่ามันจะเซ็นลงไปได้ยังไงล่ะคร้าบบ ผมจึงลุกขึ้นนั่งเหยียดหลังตรงแล้วเปิดแท่นรองเขียนขึ้นมา เมื่อเซ็นไปได้ไม่กี่เล่ม มีแฟนคลับคนหนึ่งส่งนิตยสารมาให้ผมเซ็นแทน หน้าปกนั้นดึงดูดความสนใจจากผมมาก มันไม่ใช่นิตยสารเกาหลีแต่กลับเป็นนิตยสารต่างชาติเล่มล่าสุดจากสนามบินซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ

                ’10 วิธีกำจัดกิ๊ก ...ไม่ใช่หัวข้อนี้ที่ผมสนใจ

                หัวข้อถัดไปต่างหาก

                ลือลั่น ผีดิบดูดเลือดออกอาละวาดทั่วประเทศฮังการี! อ่านต่อ พลิกหน้า 7’ แถมยังมีรูปแวมไพร์หันข้างที่ถูกแอบถ่ายจากปาปารัสซี่แถวนั้นอีกด้วย ทำไมดูคุ้นตายังไงชอบกล ผมรีบพลิกไปยังหน้าดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

                สมาคมนักล่าแวมไพร์ยินดีต้อนรับ! หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกลียดชังแวมไพร์

สนใจติดต่อได้ที่อีเมลล์ hatevamps@xx.com

                เล่นกันแบบนี้เลยเหรอเนี่ย? โฆษณาสะดุดตาทางหน้ากระดาษขวามือ ผมไม่มีเหตุผลที่ต้องเกลียดแวมไพร์หรอกถ้าพวกมันไม่คร่าชีวิตมนุษย์เป็นว่าเล่น คมเขี้ยวของมันช่างดูน่ากลัว เขี้ยวเหรอ? รอยพาดยาวเป็นทางบนต้นคอของอันย่า! เป็นไปไม่ได้ ในศตวรรษนี้ยังจะมีปีศาจหลงเหลืออยู่ได้ยังไงกัน ต้องเป็นโฆษณาส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศเสียมากกว่า ยิ่งตอนนี้กระแสแวมไพร์มาแรงทั้งหนังและซีรีย์ ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องใช้แนวดาร์คเข้าประชาสัมพันธ์แม้กระทั่งบริษัทสังกัดของผมก็ตาม

                สุดท้าย ผมจึงแอบจดอีเมลล์ของสมาคมนักล่าแวมไพร์เอาไว้แล้วก็มานึกนั่งขำตัวเองอีกรอบ มันจะเป็นยังไงนะถ้าหากผมต้องมานั่งล่า ตัวของผมเอง

                รับไวน์ขาวหรือไวน์แดงดีคะ?” แน่นอนว่าต้องเป็นอย่างแรกในเมื่อตอนนี้ผมกำลังเอียนทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแวมไพร์รวมทั้งไวน์แดงซึ่งมักจะถูกเปรียบเปรยในหนังเทียบเท่ากับ เลือด ผมจึงรับแก้วไวน์ขาวจากแอร์โฮสเตสหญิงแล้วหันไปมองยังอันย่าที่ยังคงนอนหลับปุ๋ยคลุมโปงอยู่ สบายดีแท้... เทียบเวลาจากประเทศเกาหลีแล้วพวกเราคงจะไปถึงที่โน่นในเวลาสักประมาณตีสามหรือตีสี่ของประเทศฮังการี ผมปรับนาฬิกาแล้วเช็คเวลาท้องถิ่นจากหน้าจอบนเครื่องอีกครั้ง ไม่สิ พวกเราคงจะไปถึงราวๆ เที่ยงคืนของที่โน่น จังหวะช่างเหมาะเหม็งดีจริง วันพระจันทร์เต็มดวงซึ่งเมื่อกี้ผมก็ได้พบกับ นักล่าแวมไพร์ผ่านหน้านิตยสารไปแล้ว หวังว่าคงจะไม่แจ๊กพ็อตจ๊ะเอ๋เข้ากับ มนุษย์หมาป่า ในคืนวันเพ็ญหรอกใช่ไหม?

                  บนนกเหล็กที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อเมื่อเวลาผ่านไปสองสามชั่วโมง ผมก็เปิดหนังดูเรื่อยเปื่อยไปตามประสาคนกำลังว่าง แต่แล้วจังหวะที่ผมกำลังเริ่มจะอินกับหน้าจอ ทีมงานก็จัดเต็มให้ซะราวกับได้ยินสิ่งที่ผมคิด นั่นก็คือตารางงานในประเทศฮังการีรวมทั้งบทละครที่ผมต้องอ่านคร่าวๆ ก่อนพอสังเขป นักแสดงคนอื่นทยอยบินกันไปล่วงหน้าบ้างแล้วรวมถึงนางเอกของเรื่องด้วยสินะ มีแต่ผมเนี่ยล่ะที่ล่าช้าสุดเพราะมัวแต่ตกเป็นข่าวฉาวประจำวันกับสาวๆ ทั้งที่ถูกวางตัวเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว อีกอย่างการที่ไม่บินไปพร้อมกับนักแสดงนำหญิงก็พอจะเข้าใจอยู่ล่ะ ก็ดาราสาวที่ถูกวางตัวไว้ก่อนหน้านี้ถูกขู่ฆ่าซะก่อนอย่างที่ผมเคยเล่าไปบ้างแล้วเล็กน้อย หากผมเดินทางกับเธอก็อาจจะทำให้เป็นอันตรายได้ ดังนั้นหนังที่กำลังจะถ่ายทำจึงมีความยาวแค่สองชั่วโมง แถมดารานำฝ่ายหญิงก็ยังไม่สามารถเปิดตัวได้อีกต่างหาก ผมก็ดีใจนะที่แฟนคลับรักผม แต่ความรักที่รุนแรงแบบนี้มันช่างขาดอิสระเกินไป มันจะเป็นยังไงล่ะถ้าผมต้องเล่นหนังเป็นพระเอกอยู่คนเดียวโดยไม่มีนางเอก

                ผมเปิดบทละครของตัวเองไปจนเจอบทที่ต้องดูดเลือดนักแสดงสาว จากนั้นก็ยอมให้แสงแดดทำลายจนตัวตายเพราะสุดท้ายเขาก็หลงรักเธอ แวมไพร์ที่ผมเห็นพักหลังจากซีรีย์ฝรั่งนี่เดินกลางแดดได้หน้าตาเฉยเลยไม่ใช่เหรอ แถมสุดท้าย เขาก็หลงรักเธอนี่น่ะ แวมไพร์ก็มีหัวใจ? ขึ้นชื่อว่าปีศาจแล้วผมก็ไม่อยากจะไว้ใจ ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังเขาอาจจะแกล้งทำเป็นถูกไฟเผาแล้วกลับมาลั่นล้าในโลกของความเป็นจริงต่อเงียบๆ ก็เป็นได้ นี่ผมเริ่มมองโลกในแง่ร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่นะ?

                ไนท์เคล ไนท์เคล...

                หือ? เสียงของอันย่าดังขึ้นต่อเนื่องจนผมต้องลุกไปดูสักหน่อย แต่แล้วเสียงเรียกก็เงียบหายไป ไนท์เคล อย่างนั้นเหรอ? นั่นมันชื่อของ อะไรกันเนี่ย!

                “อันย่าครับ?” นิ่งสนิทไม่มีเสียงตอบรับ ตกลงแม่คุณจะบรรทมยาวถึงฮังการีเลยใช่มั้ยคร้าบบ

                เอาเป็นว่าถ้าถึงปลายทางแล้วผมมีเรื่องต้องเคลียร์อยู่สามข้อด้วยกัน 1. ใครเป็นคนทำร้ายอันย่า 2. รอยแผลที่ต้นคอของเธอและรอยแผลที่หายไป และ 3. แวมไพร์มีจริงหรือเปล่า?

                ว้า แล้วผมเอาซารันไปไว้ที่ไหนล่ะ 4. ซารันหายไปไหน?

                ผมขีดเขียนลงบนสมุดพกพาส่วนตัวแล้วขีดคร่อมทิ้งไป ยกเว้นข้อ 3 ที่ว่า แวมไพร์มีจริงหรือเปล่า... ถ้ามีจริงแล้วผมจะทำอะไรเป็นลำดับต่อไป แต่ที่รู้ๆ สำหรับอันย่า เธอก็คงจะ

                วิ่งหนีแวมไพร์ก่อนเป็นอันดับแรกล่ะมั้ง?





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 9 : ความเป็น หรือ ความตาย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 409 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android