คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์!

ตอนที่ 5 : ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่


     อัพเดท 29 เม.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, ดอพเพลแกงเกอร์, ฝาแฝด, ลึกลับ
ผู้แต่ง : สำนักพิมพ์ น่านนที ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สำนักพิมพ์ น่านนที
My.iD: https://my.dek-d.com/ellie356
< Review/Vote > Rating : 70% [ 2 mem(s) ]
This month views : 4 Overall : 4,945
37 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 30 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 5 : ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 431 , โพส : 3 , Rating : 40% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


GG ..

(ขออภัยหากทำให้ผู้อ่านสับสนนะคะ เพิ่งได้รีไรท์ดูอีกที สรุปแล้วเรื่องนี้จะมีคนเล่าสองคนค่ะ คือ อันย่า  กับ แองเจล เล่าสลับตอนกันค่ะ แต่ไม่อยากเรียงตอนใหม่เดี๋ยวจะงง แต่หลังจากตอนนี้น่าจะไม่งงแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ :)

 

               

ตอนที่ 4: ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่

~แองเจล~

 

                ‘คมเขี้ยวที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดมานานกว่าสามพันปี กำลังสะบัดร่างของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายออกจากชายผ้าคลุมแห่งรัตติกาล ความโดดเดี่ยวอ้างว้างกับการต้องทนทุกข์ทรมานหลบหนีผู้คน เขาไม่สามารถไว้ใจใครได้ ไม่มีใครที่เขาเชื่อใจ แม้กระทั่งหญิงสาวชาวมนุษย์ที่เขาเคยรักมากที่สุด ก็กลับหักหลังด้วยการบอกว่ารัก...

            รัก คำเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาเชื่อใจเธอ แต่สิ่งที่เธอตอบแทนเขาคือการสังหารกลุ่มแวมไพร์ทั้งหมดที่มีอยู่ เธอและคู่รักชาวมนุษย์รวมหัวกันปลิดชีพเผ่าพันธุ์ของพวกเราที่เคยอยู่กันมาอย่างสงบเป็นเวลานาน พวกเราดื่มเลือดจากสัตว์และไม่เคยออกมาทำร้ายผู้คนไม่ต่างไปจากมนุษย์ที่บริโภคเนื้อสัตว์เป็นอาหาร แต่เมื่อคู่รักใหม่ของเธอคือ ‘นักล่าแวมไพร์’ และเธอกลายเป็นคนทรยศ! เพียงแค่การตอกลิ่มแหลมคมลงบนอกของเขายามนิทรา นั่นไม่สามารถทำให้ดวงวิญญาณแหลกสลายไปได้พอๆ กับการเผาทั้งเป็น แวมไพร์อายุสามพันปีที่มีราชศักดิ์เป็นถึงราชาแวมไพร์... ไม่มีใครพรากความเป็นอมตะออกจากเขาไปได้

            เขากำลังรอคอยการกลับมาอีกครั้ง โดยการเกิดใหม่อย่างสมบูรณ์ในร่างมนุษย์ผู้ถูกเลือกแล้ว เพื่อการแก้แค้นอันหอมหวาน ไม่ว่าจะนานสักเท่าไหร่เขาจะต้องตามล่าหาเธอให้เจอ ไม่ว่าเธอจะกลับชาติมาเกิดเป็นใคร เขาตัดสินใจแล้วว่าเธอจะต้องได้รับความตายอันหอมหวานเป็นการตอบแทนเท่านั้น’

               

                ผมปิดหนังสือที่หน้าปกราวกับถูกขีดฆ่าชื่อเรื่องจนมองไม่เห็น แล้ววางมันลงยังชั้นหนังสือเก่า น่าแปลกที่ตัวเองไม่เคยสังเกตุว่าซื้อมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรืออาจจะเป็นตอนก่อนที่ผมจะลืมเรื่องราวบางอย่างในประเทศฮังการีไปก็เป็นได้... ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็ปาเข้าไปตี 2 กว่าแล้ว แต่ผมกลับยังไม่นอนหลับเหมือนทุกครั้ง แสดงว่าผมหายเป็นปกติแล้ว?

                สัญชาตญาณบอกผมว่า นี่แค่เป็นการเริ่มต้น ข้อดีคือผมไม่ต้องหลับกลางอากาศทุก 5-6 โมงเย็นอีกต่อไป แต่มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปเลยหรือเปล่า หรือว่าพรุ่งนี้ก็จะกลับเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ซึ่งผมไม่อาจคาดเดาได้เลย

                ครืด...ระบบข้อความสั่นทำงานอีกครั้ง

                ซารัน says: เดี๋ยวนี้นายไม่เรียกหาฉันกลางดึกแล้วเหรอ?

                หือ? ผมจะเรียกผู้จัดการส่วนตัวมาทำอะไรในยามวิกาลกันเล่า เดี๋ยวก่อน...เธอคงส่งผิดแหงๆ ซารันมีแฟนที่คบหาดูใจกันอยู่นี่นะ ต้องตอบกลับไปสักหน่อย

                (ผมเอง) says: ส่งหาผิดคนแล้ว ผม ‘แองเจล’ นะ

                เงียบไปนาน กะแล้วเชียว แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผู้จัดการส่วนตัวจอมเฮี๊ยบทำอะไรผิดพลาด คนที่รอบคอบอย่างซารันไม่ค่อยจะทำอะไรเผลอเรอ หรือว่าเป็นเพราะความรักก็เลยทำให้เธอตื่นเต้นจนส่งข้อความผิดเบอร์ก็เป็นได้ ความรักอย่างนั้นเหรอ... ยังไม่ทันตั้งตัว ผมกลับนึกถึงเด็กผู้หญิงที่เพิ่งได้เจอกันเมื่อเช้านี้ อันย่า เกรเกอร์ ผมจำชื่อของเธอได้แม่น เด็กสาวเรียบร้อย อายุน่าจะอ่อนกว่าผมสักสองปี เธออายหากจะต้องใส่แว่นต่อหน้าซุปเปอร์สตาร์ นั่นทำให้ผมประทับใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วยิ่งได้เห็นเธอถูกรุมรังแก ผมก็มีความรู้สึกอยากเข้าไปปกป้อง คงจะเป็นหน้าที่ของไอดอลอย่างผมที่ต้องดูแลแฟนคลับ

                แต่ทำไมผมถึงลืมแววตาบริสุทธิ์คู่นั้นไม่ได้เลย

 

                ช่างเถอะ ตอนนี้ผมกำลังเป็นถึงซุปเปอร์สตาร์แห่งเกาหลี จะมีความรักแบบมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็คงทำไม่ได้ สิ่งที่ต้องคิดตอนนี้ควรจะเป็นเรื่องงาน งาน... และงานสินะ จู่ๆ ผมก็กลับหยิบอัลบั้มรูปต้องห้ามออกมาอีกครั้ง ในนั้นมีรูปของหญิงสาวในอดีตที่ผมคิดถึงมากที่สุดคนหนึ่ง ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่า เธอไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้วล่ะ และนั่นก็คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ผมตัดสินใจปกป้องอันย่าคนนั้น เพราะผมไม่อยากสูญเสียใครอีกต่อไป

                พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วกลับทำให้ผมเครียดขึ้นมาทันที ร่างกายอ่อนล้าราวกับจะหมดเรี่ยวแรง ตกลงว่าผมยังคงไม่หายจากโรคนิทราประหลาดอย่างนั้นสินะ ผมพยายามพยุงตัวเองไปจนถึงหน้ากระจก สั่งตัวเองไม่ให้หลับหากยังไม่อยากจะนอน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของผมกำลังจ้องกลับมาแต่ทว่ามันกลับกลายเป็นสีทอง?!

                “อะ อะไรกันเนี่ย ผมรีบกระพริบตาถี่ๆ ประกายรัศมีสีทองกำลังส่องแสงแวววาวราวกับไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่แล้วเพียงครู่เดียวก็หายไป นั่นมันคืออาการตาฝาดตอนตีสามหรือยังไงกันนะ

                ยังไม่ทันได้ตอบคำถามของตัวเอง ผมก็ส่งท้ายด้วยการน็อคหลับไปตรงโซฟาอีกหนึ่งรอบ

 

                มันช่วยไม่ได้เลยที่อาการผิดปกติเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผมน่าจะลองกูเกิ้ลดูสักหน่อยว่าที่ประเทศฮังการีมีอาการ ‘Black out’ แบบกรณีนี้บ้างมั้ยหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ‘การเป็นลม’ แต่ผมไม่ได้แค่หมดสติไปเฉยๆ คนเราจะเป็นลมนานติดกันถึงเจ็ดโมงตรงได้ทุกเช้าเลยอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่านี่ไม่ได้ทำให้ผมนิ่งนอนใจเลยแม้แต่น้อย วิกฤตการณ์เสี่ยงแบบนี้ทางบริษัทต้นสังกัดยิ่งต้องหาทางแก้ไขแต่พวกเขาก็ยังคงมืดแปดด้าน แทนที่กลางวันผมจะมีเวลาส่วนตัวไปเดินเล่นเงียบๆ แล้วช้อปปิ้งตามประสาวัยรุ่น หรือแม้แต่จะหาเพื่อนคุยเล่นสักคน ผมก็ยังทำไม่ได้เพราะเวลากลางคืนถูกใช้ไปกับการนอนอย่างเสียเปล่า การนอนหลับที่ไม่เคยมีความฝันเลยสักครั้งเดียว ราวกับร่างกายหยุดทำงานลงไปเสียดื้อๆ จนในบางครั้งผมอดกลัวตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าวันหนึ่งผมหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยล่ะ? อย่างไรก็ตามด้วยเหตุนี้เวลาที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินผมจึงต้องทำงานให้มากที่สุดเพื่อทำกำไรอันงอกงามมาสู่บริษัท ชื่อเสียง และสิ่งที่ผมรัก ความฝันของผมคือการเป็นซุปเปอร์สตาร์ค้างฟ้าที่ทั่วโลกต้องจารึกนามของ ‘แองเจล’ เอาไว้

                แต่นั่น คือความฝันที่แท้จริงของผมหรือเปล่านะ

 

                [[ สายเรียกเข้า: บริษัทสลาฟเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ]]

                ยังไม่ทันได้เอะใจว่าปกติแล้วต้องเป็นซารันเท่านั้นที่จะสามารถติดต่อผมเรื่องงานได้ นอกจากจะมีเรื่องด่วนถึงขนาดคอขาดบาดตาย ผู้อำนวยการใหญ่ถึงจะต่อสายตรงถึงผม

                “เข้าออฟฟิศด่วนที่สุด” ปลายสายสรุปใจความสำคัญสั้นๆ จนผมต้องรีบคว้ากุญแจรถส่วนตัวแล้วไปถึงบริษัทภายในสิบนาที

                เมื่อไปถึงตึกรโหฐานที่ภายนอกถูกทำจากกระจกสะท้อนแสงสีฟ้าอมเทาทั้งหมด ภายในถูกตกแต่งไม่ต่างไปจากโรงแรมระดับห้าดาวเลยสักนิด ปีนี้แองเจลคงทำสถิติยอดขายใหม่ให้กับบริษัทได้มากโขอยู่ทีเดียว แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆ รสนิยมของผู้อำนวยการจากคนที่เคยเป็นศิลปินติดดินและค่อนข้างออกจะประหยัดมัธยัสถ์ ทำไมถึงได้ตัดสินใจซื้อทำเลใหม่ที่หรูหรามากกว่าเดิมถึง เอ่อ...สิบเท่าได้มั้ง โคมไฟระย้ากับการตกแต่งผนังแบบโรมันมันไม่น่าจะใช่รสนิยมดั้งเดิมของเขาสักนิดหรือว่าจะได้รับอิทธิพลมาจากแฟนสาวคนใหม่จากเมืองนอก?  แถมชื่อของบริษัทก็ถูกเปลี่ยนจากโนเนม โปรดักชั่น มาเป็นสลาฟเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ได้อีก ช่วงนี้สิ่งลึกลับรอบตัวผมมันกำลังก่อตัวขึ้นรวมกันจนบางครั้งผมต้องทำเป็นมองข้ามสิ่งนั้นไปก่อน เพราะที่แน่ๆ ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ยังไง

                ประตูออฟฟิศถูกเปิดขึ้นโดยผม ภายในห้องมีหญิงสาวใส่แว่นกันแดดกับถุงมือลูกไม้สีดำอยู่ด้วยนอกเหนือจากนั้นก็คือเจ้าของเสียงที่กำลังจะตะโกนขึ้นต่อไปนี้

                ไม่สิ... เขาไมได้ตะโกนใส่ผมมานานมากแล้วตั้งแต่รายได้ของผมมากกว่าร้อยล้านวอน

                “แองเจล นั่งก่อนสิ” คำสั่งของหัวหน้าถือเป็นประกาษิตสำหรับนักร้องอย่างผม

                สายตาของผมอดเหลือบขึ้นมองตรงไปยังผู้หญิงแปลกหน้าที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามไม่ได้ จนกระทั่งหล่อนหันไปพยักหน้ากับผู้อำนวยการราวกับบอกลาแล้วเธอก็เดินออกจากห้องไปในมาดของนางพญา ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก ไอเย็นแล่นเข้ามาปะทะแผ่นหลังของผมจนขนแขนลุกชัน และแล้วเสียงคุ้นเคยก็ดึงสติผมกลับคืนมา

                “เรามีปัญหานิดหน่อย” ถ้าถึงขั้นที่เขาต้องเรียกผมมาเข้าเฝ้า เอ่อ...มาพบ นี่ล่ะก็ไม่ใช่เล็กน้อยแล้วล่ะคร้าบบ

                นิตยสารซุบซิบดาราเล่มล่าสุดถูกโยนลงบนโต๊ะกาแฟ ทั้งที่เขาก็แค่วางมันลงปกติแต่ทำไมผมต้องถึงกับสะดุ้งด้วยนะ

                “เปิดดูสิ” ผมหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ๆ... นั่นมันรูปของผมนี่! แต่สถานที่ที่เห็นมันไม่คุ้นตาเลยแม้แต่นิด ไนท์คลับยามค่ำคืนอย่างนั้นเหรอ ตลกแล้ว

                “ภาพตัดต่อแน่ๆ หรือไม่ก็คนหน้าคล้ายกัน ผมยืนยันนะครับบอส ว่านี่ไม่ใช่ผม”

                “แน่ใจนะว่าไม่ใช่นาย เสื้อสีดำ กางเกงสแลคสีดำ ถึงจะใส่แว่นตาดำแต่ทุกคนที่นั่นก็ยืนยันเสียงเดียวกันว่าเป็นนาย”

                อะไรมันจะเจอโคลนนิ่งของตัวเองโดยไม่รู้ตัวแบบนั้น “เขาแต่งตัวเลียนแบบดาราหรือเปล่า อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้นะครับ”

                ผู้อำนวยการเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจ้องลึกไปในดวงตาของผม หลังจากนั้นเขาก็ถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

                “ไม่ใช่นายแน่นะ ยืนยัน

                “บอสรู้นี่ครับ ว่าผมไม่ใช่คนโกหก”

                แล้วเขาก็ปิดนิตยสารหน้าข่าวเด่นรายสัปดาห์ หลังจากนั้นก็โทรเคลียร์กับนักข่าวแทนผม ระหว่างนั้นผมพยายามติดต่อซารัน แต่มือถือของเธอก็ปิดเครื่องตลอด ทิ้งหน้าที่แล้วหนีไปเดทหรือไงกันเนี่ย ไม่น่าใช่... ซารันหายไปไหนกันนะ? ขณะที่กำลังครุ่นคิดได้ไม่เท่าไหร่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

                “เข้ามาได้”

                “เอ่อ งั้นผมกลับได้แล้วสินะครับ” ผมทำท่าจะลุกขึ้นแต่เสียงของหัวหน้าก็หยุดผมเอาไว้ก่อน

                “ยังไม่ได้คุยเรื่องปัญหากันเลย นั่งลงก่อนนะแองเจล”

                เอ๋? ผมนึกว่าปัญหา ‘นิดหน่อย’ ที่ว่าคือเรื่องซุบซิบในนิตยสารนั่นเสียอีก ยังมีอะไรเด็ดกว่านั้นอีกเหรอ?

                ทันใดนั้นหญิงสาวที่ผมคุ้นใบหน้าของเธอมากที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้น เธอมาในชุดเสื้อไหมพรมสีขาวราวกับหิมะบริสุทธิ์ ผมสีดำสลวยที่เคยปล่อยยาวประบ่าถูกรวบมัดเป็นลูกพลับอยู่ด้านหลัง ดูเธอตกใจไม่น้อยที่เห็นผมเช่นเดียวกัน น้ำเสียงประหม่าเอ่ยขึ้น

                “สวัสดีค่ะ หนูอันย่า เกรเกอร์ มาตามที่ท่านนัดเอาไว้แล้วค่ะ”

 

                นัดอย่างนั้นเหรอ? ผมมองไปยังผู้อำนวยการสลับไปมากับหญิงสาวตรงหน้า ดูท่าเธอจะไม่รู้เหมือนกันว่าถูกเรียกตัวมาทำไม แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าอย่างน้อยเธอก็รู้มากกว่าผม

                “คืออย่างนี้นะ แองเจล เพราะเรื่องนิตยสารนั้นน่ะแหล่ะก็เลยต้องขอให้เธอมาช่วยจัดการหน่อย”

                “จัดการอะไรหรือครับ บอกตามตรงเวลานี้ผมงงมาก

                “อันย่าทำพาสปอร์ตหาย ระหว่างนั้นฉันก็เลยต้องการให้เธอไปพักอยู่ที่บ้านของนายแทน”

                “หา/ห๊า!!!” เสียงแรกคือเสียงของผม และเสียงถัดมาคือเสียงตกใจของอันย่า

                ไม่น่าเชื่อเลยว่าโชคชะตาจะเล่นตลกต่อได้อีก ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับแฟนคลับที่ควรจะต้องจบลงไปตั้งแต่เมื่อวาน กลับดำเนินต่อไปเหมือนลูกโซ่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด อันย่ากลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผมชั่วคราวแทนซารันที่ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นคอนโดมีเนียมอันหวงแหนของผมยังถูกมัดมือชกโดยการให้เธอเข้าไปอยู่อาศัยจนกว่าจะหาหนังสือเดินทางเจออีกด้วย

                ตกลงว่าผมเป็นซุปเปอร์สตาร์ หรือว่า ลูกไก่ในกำมือของบริษัทกันแน่นะ?

 

                จะให้ผมอธิบายยังไงดีล่ะ เมื่อชายหนุ่มต้องมาอยู่บ้านเดียวกันกับหญิงสาวตามลำพังเพียงสองคน พวกผู้ใหญ่คิดอะไรกันอยู่นะ หรือว่ายังมีอะไรที่ผมไม่รู้? เหตุผลแรกที่เขาแจ้งมาก็คือ เพื่อให้อันย่าเป็นพยานว่าผมไม่ได้ออกไปเที่ยวไนท์คลับตอนกลางคืนอย่างที่เป็นข่าว และเหตุผลที่สองคือ โรงแรมที่เธอพักอยู่นั้นต้องเช็คเอ้าท์ออกตามโปรแกรมทัวร์ไปตั้งแต่ตอนเที่ยง ส่วนเหตุผลที่สาม...

                เอ๊ะ เดี๋ยวนะครับ อันย่าที่ควรจะกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกไปไหนแล้ว?

                “กรี๊ดดด!!” เสียงแปดหลอดของสมาชิกใหม่ในบ้านกำลังดังขึ้นต่อเนื่องจนหูผมเต้นระบำฮาวาย

                “เกิดอะไรขึ้นครับ?!” ผมรีบวางความคิดที่ค้างอยู่แล้วมุ่งตรงไปยังต้นเสียงที่มาจากห้องครัว

                เพล้ง! ฉ่า ฉ่า โอ้พระเจ้า...ใครก็ได้บอกผมทีว่านี่มันครัวหรือว่าสงคราม ผมพยายามกวาดตามองอย่างเร็วจากถ้วยชาที่ตกแตกออกเป็นสองเสี่ยง รวมถึงกาน้ำที่เพิ่งเดือดหมาดๆ นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นหินอ่อนด้วย น้ำร้อนนี่! เธอเป็นอะไรหรือเปล่านะ!

                “โดนน้ำร้อนลวกมั้ย

                “มะ ไม่โดนค่ะ แต่ว่าถ้วยแตก... ขอโทษนะคะแล้วฉันจะซื้อใช้คืนให้” ผู้หญิงนี่คิดมากอย่างนี้กันทุกคนเลยเหรอ? แทนที่จะห่วงตัวเองก่อน กลับห่วงถ้วยซะนี่

                “คุณจะดื่มชาร้อนทำไมไม่บอกผมล่ะ เดี๋ยวผมชงให้นะไปนั่งรอเถอะครับ”

                แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหัวดิก

                “ไม่ใช่ค่ะคือฉันจะชงชาให้คุณน่ะ แต่พอดีลืมไปว่ากามันร้อน...” เธอตั้งใจจะชงชาให้ผมเหรอเนี่ย? คาดไม่ถึงเลยแฮะ นั่นน่ะเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านนะคร้าบบ

                “ตอนอยู่บ้านของผม คุณไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวหรอกครับ อีกอย่างซารันไม่ชงชาให้ผมหรอก”

                “อ้อ...ค่ะ” ดูเธอคงประหม่ามากเลยทีเดียว แหงล่ะ หญิงสาวแรกรุ่นกำลังอยู่กับหมาป่าอย่างผมสองต่อสอง...หุหุ หรือจะแกล้งสักหน่อยดีนะ? ว่าแต่ตอนนี้กระเพาะของผมคงเริ่มจะทำงาน (หรือว่าเสียงท้องร้องจากอันย่า?)

                “คุณหิวมั้ย? เดี๋ยวผมจะสั่งพิซซ่ามาก็แล้วกันนะ” นี่ก็บ่ายกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าเธอทานข้าวเช้ามาหรือยัง แต่ตัวเล็กจัง น่าจะทานเยอะๆ หน่อยนะ! อีกฝ่ายหันมายิ้มให้เป็นอันว่าตกลงสินะ ครั้นจะพาเธอออกไปภัตตาคารหรูๆ ก็กลัวจะตกเป็นเป้าสายตานิตยสารซุบซิบอีก แถมวันนี้งานของผมก็ถูกแคนเซิลกระทันหันด้วย แล้วผมจะนั่งทำอะไรดีล่ะ? จู่ๆ พอว่างขึ้นมา กลับไม่รู้จะทำอะไรซะอย่างนั้น

                ระหว่างรออาหารมาส่ง ผมก็พาอันย่าไปพักยังห้องรับรองแขกที่อยู่ติดกันแต่มีประตูบานเลื่อนกั้นไว้ เมื่อก่อนห้องนี้ถูกทำเอาไว้สำหรับกั๊กแซง เพราะทีแรกพวกเราจะเดบิวเป็นศิลปินคู่แต่แล้วเพื่อนรักกันมากลับกลายเป็นศัตรูไปเสียนี่

                อันย่าขอยืมใช้โทรศัพท์ในคอนโดฯ เพื่อโทรทางไกลแจ้งยังครอบครัวที่เมืองไทยว่าเธอจำเป็นต้องเลื่อนการเดินทางกลับ ดูท่าทางเธอดีใจที่ได้อยู่ต่อมากกว่าเสียใจที่ทำพาสปอร์ตหาย หรือว่าติดใจประเทศเกาหลีซะแล้วนะ? หลังจากนั้นผมก็ปล่อยให้เธอมีเวลาส่วนตัวเพื่อจัดการกับสัมภาระออกจากกระเป๋า ใจนึงผมก็รู้สึกตื่นเต้นที่จู่ๆ ก็มีรูมเมทร่วมห้องกระทันหัน แต่อีกใจนึงผมก็กลัวว่าเธอจะเสียหายหากข่าวนี้รั่วไหลออกไปยังปาปารัสซี่ แต่ที่รู้แน่ชัดก็คือ... 
                 ผมจะคอยปกป้องเธอเอง

ปล. ตัวหนังสือสีนี้สบายตากว่าสีฟ้าหรือเปล่าคะ? ขอบคุณมากค่ะ ^^/



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 5 : ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 431 , โพส : 3 , Rating : 40% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 30
แสบตาจังเลยตอนที่นั่งอ่าน
Name : >ยัยเด็กโอตาคุซ่า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ >ยัยเด็กโอตาคุซ่า [ IP : 58.11.29.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2554 / 20:35
# 2 : ความคิดเห็นที่ 8

สบายกว่าแน่นอนค่ะ แล้วก้อสนุกเหมือนเดิมจ้า ^^


PS.  I AM SEME อ่านว่า ไอ แอม เซะเมะ แปลเป็นไทยว่า ฉัน คือ เซะเมะ(แล้วจะทำไม)...การยอมรับในสิ่งที่เราเป็นคือสัจจะธรรม
Name : Angelles Ferladerus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angelles Ferladerus [ IP : 180.180.239.114 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2554 / 22:24
# 1 : ความคิดเห็นที่ 7
สีนี้สบายตามากกว่าเยอะเลยค่ะ

อัพเร็วนะคะ
Name : Yuki [ IP : 58.9.31.183 ]

วันที่: 29 เมษายน 2554 / 16:56
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android