คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์!

ตอนที่ 4 : หญิงสาวแห่งโชคชะตา


     อัพเดท 23 เม.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, ดอพเพลแกงเกอร์, ฝาแฝด, ลึกลับ
ผู้แต่ง : สำนักพิมพ์ น่านนที ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สำนักพิมพ์ น่านนที
My.iD: https://my.dek-d.com/ellie356
< Review/Vote > Rating : 70% [ 2 mem(s) ]
This month views : 4 Overall : 4,945
37 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 30 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 4 : หญิงสาวแห่งโชคชะตา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 488 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


GG ..

                

                  แสงสว่างแห่งความรุ่งอรุณกำลังฉาดฉายลงมายังแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้า ฉันมองตรงไปยังดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจัดราวกับคุ้นเคย แต่แล้วก็ต้องลดเปลือกตาลงเมื่อภาพที่เห็นเริ่มพร่ามัว

                “เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าคะ น้ำเสียงประหม่าของฉันเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก

                เขาปล่อยมือแล้วมองไปยังหัวเข่าที่ถลอกของฉัน “เธอบาดเจ็บนี่ ซารัน มีทีมงานคนไหนพกกล่องปฐมพยาบาลมาด้วยหรือเปล่าครับ

                ซารันรีบพยักหน้าแล้วจัดการเสก เอ้ย หยิบกล่องสีขาวตรากาชาดออกมาจากรถตู้ของทีมงานในพริบตา

                ฉันคงแพ้คอนแทคเลนส์ยี่ห้อที่ใส่อยู่แน่ๆ พอเจอแสงจ้าเข้าหน่อยก็เลยลืมตาไม่ค่อยขึ้น แถมนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ฉันลุกขึ้นมาใส่เลนส์แทนแว่นตาหนา ก็ฉันไม่อยากให้แองเจลเห็นฉันเป็นป้าแว่นนี่นา

                “ว่าแต่ ตาของเธอเป็นอะไรเหรอ? เห็นกระพริบๆ อยู่ตลอดเวลาเลย” น้ำเสียงไพเราะราวกับเป็นฑูตชายจากสวรรค์เอ่ยถามพลางแปะอะไรบางอย่างลงบนเข่าของฉันอย่างนุ่มนวล คงจะเป็นพลาสเตอร์ยาล่ะมั้ง

                “ฉันเพิ่งใส่คอนแทคเลนส์เป็นครั้งแรกน่ะค่ะ พอเจอแสงแดดแรงๆ สงสัยตาจะเริ่มแห้ง จริงสิ...ยาหยอดตาในกระเป๋า” มือของฉันรีบควานหากระเป๋าสะพายทั้งที่ตาเริ่มจะลืมไม่ขึ้นอีกแล้ว

                แต่แล้วมือของฉันก็ไปชนเข้ากับมือนุ่มของเขาเข้า ราวกับมันกำลังสปาร์กกันอยู่ ใจของฉันเริ่มเต้นแรง

                “ขอโทษนะ ผมขอถือวิสาสะเปิดกระเป๋าสะพายของคุณให้แทนครับ” แล้วเทพบุตรผู้ใจดีก็ส่งแว่นตาให้กับฉันแทนยาหยอดตา

                “ยาหยอดตาดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากใส่แว่น...ไม่อยากให้แองเจลเห็น” ในใจก็พลางคิดไปว่า พี่ทีมงานคนนี้ใจดีจริงๆ เลยแฮะ เสียงก็เพราะด้วยน่าจะไปเป็นนักร้องนะ นี่ถ้ามองถนัดตาเมื่อไหร่คงหล่อเหมือนกันนะเนี่ย…แต่ทำไมการที่เขายืนอยู่ใกล้ฉันมันทำให้ฉันตื่นเต้นอย่างนี้ล่ะ อะดรีนาลีนกำลังสูบฉีด หัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทุกจังหวะที่ได้ยินคำพูดของเขา

                “ทำไมล่ะเสียงใสกังวานดูประหลาดใจ ฉันรีบหยอดตาแล้วกระพริบตามองพื้นปริบๆ

                “ฉันอยากให้แองเจลประทับใจในครั้งแรกที่ได้เจอกัน...หรืออย่างน้อย ฉันไม่อยากให้เขาเห็นว่าฉันเป็นเด็กแว่นน่ะค่ะ” ฉันหลับตาลงแล้วกระพริบตาขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนเลนส์จะลดความระคายเคืองลงบ้างแล้ว

                “เหรอ...แต่ผมไม่รังเกียจคนใส่แว่นนะ ผมว่าดูฉลาดดีออก”

                “แองเจลต้องไม่คิดเหมือนพี่แน่ๆ ค่ะ เขาเป็นถึงซุปเปอร์สตาร์เชียวนะ ไอดอลดังแห่งเกาหลี...” เมื่อดวงตาขวาเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมายที่ยืนอยู่ข้างๆ อาการช็อคซีนีม่าก็เริ่มทำงาน ฉันกำลังยืนอยู่กับ กับ กับ!!!

                “กรี๊ด! แองเจล!! คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? แองเจลจริงๆ เหรอ จริงๆ นะ ตัวจริงไม่ใช่โปสเตอร์แปะอยู่ตรงกำแพงใสใช่มั้ยคะ ฉันตกใจจนโพล่งถามอะไรโง่ๆ ออกไปอีกแล้ว เขาต้องคิดว่าฉันซื่อบื้อแน่ๆ กรรมของตู

                แต่ไม่...เขากลับก้มหน้ายิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ

                “ตัวจริงครับ เสียงจริงด้วย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ...” อ๊าคคค!!! (จะอุทานแบบนี้อีกนานมั้ย? =_=”) เจ้าชายร้อยล้านดอลล่าร์ เอ้ย แองเจลกำลังยื่นมือเรียวงามที่คงทำประกันไว้ถึงสิบล้านมาให้กับฉัน (เว่อร์ได้อีกตู)

                “อันย่าค่ะ อันย่า เกรเกอร์”

                “อ๋อ! คนที่ชนะแคมเปญของผมนี่เอง!!” แล้วเขาก็ก้มหน้าหัวเราะอะไรบางอย่างพลางพึมพำคำว่า ‘เฟสบุ๊ค’ แล้วก็ ‘รูป’ นี่เขาคงไม่ได้ไปแอบดูเฟสบุ๊คของฉันมาหรอกใช่มั้ย?

                พอมองภาพต่างๆ ได้ชัดอีกครั้ง ฉันถึงเพิ่งสังเกตุว่าคนรอบตัวหายไปไหนหมดแล้วล่ะนี่ เหอออ อย่าบอกนะว่านี่คือความฝัน (ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันกระโดดกัดหูคนเขียนแน่...อ้าวเฮ้ -_-*)

                “อ้าว แล้วทุกคนไปไหนกันแล้วล่ะคะ

                สงสัยจะนำล่วงหน้าไปก่อนแล้วล่ะ เดี๋ยวผมจะพาไปที่ลานน้ำพุเองนะ อยู่ใกล้ๆ นี่เอง โปรแกรมวันนี้พวกเราจะมาปิคนิคกันที่สวนสาธารณะเนี่ยละครับ”

                โอ...ฟ้าประทาน กามเทพแผลงศร วานรได้แก้ว เอ้ย ไปกันใหญ่แล้ว ฉันกำลังจะได้ไปกินข้าวเที่ยงพร้อมกับแองเจลสุดที่รัก! แถมเขายังเดินอยู่เคียงข้างฉันในตอนนี้อีกด้วย น้ำตาแห่งความตื้นตันกำลังไหลออกมาจากดวงตาคู่น้อยๆ ของฉัน หนึ่งหยดต่อหนึ่งก้าว เท่ากับหนึ่งเท่าในความรักที่ฉันมีให้กับแองเจล

                “โอ๊ะ! คุณร้องไห้ทำไม?? หรือว่าแสบตาอีกแล้วครับ ขนาดตกใจน้ำเสียงของเขายังฟังไพเราะเสนาะหู แถมยังสุภาพมากอีกด้วย

                “ปะ เปล่าค่ะ ไม่ได้แสบตา ฉันแค่ดีใจ...”

                “แองเจลลล!!!!” หลายเสียงประสานดังเหง่งหง่างขึ้นเมื่อเดินไปถึงแค้มป์บาร์บีคิวกลางลานแจ้งใกล้น้ำพุ และแล้วไทยมุงก็รีบเข้ามาคว้าแขนของแองเจลออกไปไกลจากฉัน เขายังคงส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้เป็นระยะ เท้าของฉันรีบสาวเดินตามไปแต่ก็สะดุดกับกิ่งไม้ยาวเข้า

                “อุ้ย” ตาของฉันเหลือบมองลงที่ท่อนขา ดีนะที่ไม่เกี่ยวแผลเดิมตรงหัวเข่าถลอก แผลเดิม...? ซ้าย-ขวา เอ๋? แผลถลอกจนเลือดออกเมื่อกี้หายไปไหนแล้วล่ะ? แองเจลไม่ได้แปะพลาสเตอร์ยาให้ฉันหรอกเหรอ? ผิวสีขาวอมชมพูบนหัวเข่าของฉันไร้ร่องรอยความบาดเจ็บโดยสิ้นเชิง

                ฉันหยุดชะงักมองปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น ตอนนั้นดวงตาของฉันยังมองเห็นได้ชัดถนัดถึงสีเลือดสดเลยด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ แผลถลอกหายไปกลับกลายเป็นผิวใหม่ราวกับไม่เคยถูกทำร้าย

                สูดหายใจเข้าลึกๆ... หายใจออกช้าๆ... แผลของฉันหายไปไหนแล้วห๊า?!!!

 

                สมองเรียบเรียงอย่างรวดเร็ว ฉันกลายเป็นตัวอะไรไปแล้ว ตัวประหลาด/ จอมขมังเวทย์/ หรือเอเลี่ยนที่ทำให้แผลของตนหายเองได้? บ้าไปแล้ว ไม่มีทาง ฉันไม่ได้คิดไปเองแต่การที่จู่ๆ แผลสดหายไปจากร่างกายภายในไม่กี่นาทีแบบนี้ ฉันรีบทบทวนความทรงจำเก่าๆ ทันที แบบเก่าไม่มากนะ ย้อนกลับไป...

                อะไรบางอย่างที่นุ่มนวลกำลังสัมผัสลงบนหัวเข่าของฉัน มันควรจะเป็นผ้าก๊อตทำแผลหรือพลาสเตอร์ยา แต่ทว่า

                ทั้งสองสิ่งไม่ได้ทิ้งร่องรอยอยู่บนหัวเข่าของฉันเลยสักนิด!

                ดวงตาของฉันมองตรงไปยังซุปเปอร์สตาร์ในดวงใจ ม่านแห่งความสงสัยกำลังถูกเปิดออก ฉันขยับตัวไปใกล้เขาอีกครั้งอย่างลังเลก่อนที่จะหลุดพลั้งปากออกไปว่า

                “แองเจล คุณเป็น...

                ยังไม่ทันได้ถามจบประโยค แองเจลก็ส่งบาร์บีคิวไส้สับปะรดให้ฉัน 1 ไม้ พร้อมกับยิ้มหวานเป็นกับแกล้ม แล้วฉันจะปฏิเสธได้ยังไงกัน

                “ขอบคุณค่ะ” มือสั่นปานเจ้าเข้ากำลังยื่นไปรับ

                “มือของคุณสั่นไม่หยุดเลย ไม่สบายหรือเปล่าครับ? เดี๋ยวผมพาไปนั่งลงที่เสื่อดีกว่านะ” ทำไมเขาถึงได้ใจดีกับฉันอย่างนี้ ไม่เสียทีที่อุตส่าห์กรอกฉลากชิงโชคส่งไปเลยจริงๆ (ส่งไปแค่ใบเดียวเนี่ยนะ)

                สายตาริษยากำลังพุ่งตรงมายังรอบด้าน... ตายละวา นึกว่ามาเดทกับแองเจลแค่คนเดียว เขาช่างเป็นคนมีน้ำใจทั้งที่ตัวเองเป็นซุปเปอร์สตาร์แท้ๆ แต่กลับมาเป็นห่วงเป็นใยฉันซึ่งเป็นเพียงแฟนคลับหน้าตาธรรมดา หรือว่าเขาหลงรักฉันเข้าให้แล้ว?

                (ไม่มีทาง!) ß ฉันคิดในใจ

                “ไม่มีทาง!!!” ß เมื่อแองเจลขอตัวไปรับโทรศัพท์เรื่องงาน ใครบางคนกำลังตะคอกคำนี้ใส่ฉัน พร้อมกับรีบลากฉันไปตบ เอ้ย คุยเป็นการส่วนตัวหลังต้นไม้ใหญ่ พวกพี่ทีมงานกำลังกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย เยี่ยม! ไม่มีใครเห็นฉันเลย หนูอยู่ตรงนี้ ช่วยด้วย!

                หญิงสาวหน้าตาจิก ปากเม้มบางจนแทบจะเป็นเส้นหมี่ กำลังยืนท้าวเอวมองหน้าฉัน พอๆ กับอีกหลายคนที่มีสีหน้าไม่พอใจ

                “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลย นึกว่าเขาจะหลงรักเธอคนเดียวงั้นเหรอ? แองเจลน่ะเขาเป็นของทุกคนนะยะ เธอเล่นครอบครองเขาไว้คนเดียว น่าเกลียดมาก”

                O_O สงครามประสาทเริ่มแล้ว! 5 รุม 1 ฉันจะรอดมั้ย?!!

                “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ พอดีฉันเคืองตา เขาก็เลยส่งแว่นให้กับฉันเท่านั้น”

                “แว่นนี่น่ะเหรอ คนที่ยืนใกล้ฉันที่สุดกระชากกระเป๋าสะพายเปิดขึ้นแล้วกระทืบแว่นของฉันจนแหลกละเอียดคาตา เฮ้ย!! สมบัติชิ้นเดียวในโลก เอ้ย แว่นอันเดียวที่ฉันมีอยู่เลยนะ! แล้วกลางคืนฉันจะเอาที่ไหนใส่ล่ะ?!

                “ทำไม แค่แว่นแตกจะร้องไห้เลยเหรอ? จะวิ่งไปอ้อนแองเจลล่ะสิ พวกฉันไม่ยอมหรอก จำใส่สมองเน่าๆ ของเธอเอาไว้นะ อยู่ให้ห่างจากแองเจล

                ปฏิกิริยาของแฟนคลับแองเจลน่ากลัวกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มากทีเดียว พวกนี้ไม่ใช่แค่ ‘ชอบ’ ดาราคนโปรด แต่ถึงกับ ‘คลั่ง’ และทำได้ทุกอย่างเพื่อขจัดมารหัวใจสินะ นี่น่ะเหรอคือแววตาของเด็กมัธยม? ไม่อยากจะเชื่อเลย แววตาขนาดจะฆ่าคนตรงหน้าได้ภายในพริบตา ฉันรีบหลับตาปี๋ขณะที่ผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะเงื้อมือฟาดลงสุดแรงเกิด

                เพี๊ยะ!!!

                หืม? ตบเสร็จแล้วเหรอ? ไม่เห็นเจ็บแก้มเลยแถมยังไม่รู้สึกอะไรด้วย ฉันค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองแล้วก็ต้องตกใจพอๆ กับสีหน้าของทุกคนเลยทีเดียว แองเจลกำลังใช้ตัวเองยืนกำบังฉันอยู่จนใบหน้าของเขาสะบัดหันไปอีกข้างนึง

                “ว๊าย!!! แองเจล ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตบคุณนะ สาวหน้าจิกรีบเข้ามาขอโทษขอโพย เสียงเอ็ดตะโรดังไปทั่วจนทีมงานต้องรีบวิ่งมาดู

                ซารันเป็นคนแรกที่มาถึง (ว่องไวสมกับเป็นผู้จัดการส่วนตัว)

                “ตายแล้ว! แองเจล! หน้าแดงเถือกไปหมดเลย อย่างนี้จะไปถ่ายแบบต่อได้ยังไงกัน ซารันวางโปรแกรมเดทกับแฟนคลับไว้ที่นี่ แล้วพวกเขาก็ถือโอกาสมาถ่ายแฟชั่นหนึ่งงานด้วยเลยไปในตัว

                “ไม่เป็นไรครับ ซารัน เดี๋ยวก็หายแล้ว” แองเจลยังคงยิ้มอย่างเป็นสุภาพบุรุษจนฉันเองเริ่มอยากจะร้องไห้ ทำไมเขาถึงได้แสนดีขนาดนี้นะ

                “ใครทำร้ายร่างกายศิลปิน! สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะ! ก่อนที่ฉันจะต้องเรียกตำรวจ รู้มั้ยว่าหน้าตาของแองเจลน่ะมีมูลค่ายิ่งกว่าบ้านของพวกเธอรวมกันหลายหลังซะอีกนะ!!” ดูซารันโมโหมากทีเดียว จนฉันนึกไปถึงข้อความส่วนตัวเมื่อวานของซารัน V.S แองเจล หรือว่าที่พวกเขาเป็นแฟนกันจะเป็นความจริง? ไม่นะ ไม่ๆๆ ไม่คิดเว้ยยย

                สายตาแหลมคมของซารันหันควับมายังฉันเป็นคนแรก หนูเปล่านะ!

                “อันย่า เธอเห็นหรือเปล่าว่าใครทำร้ายแองเจล เธอยืนอยู่ข้างหลังเขา คงไม่ใช่คนลงมือแน่” แล้วเธอก็เริ่มจ้องจิกเรียงรายไปยังตัวต้นเหตุ จนฉันเองยังแอบกลืนน้ำลาย

                “ซารันครับ อย่าไปถือสาน้องๆ เขาเลยนะ พวกเราแค่เล่นกันแต่เผอิญผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยน่ะครับ จริงมั้ย เขาส่งสัญญาณขยิบตาให้กับกลุ่มสาวๆ จนพวกเธอพร้อมเพรียงกันพยักหน้าเชื่อฟังทั้งน้ำตา ชิ...ทีเมื่อกี้ยังใจกล้าบ้าบิ่นอยู่เลย มาตอนนี้ล่ะทำเหนียม แน่จริงมาเจอกันตัวต่อตัวเด่ โด่ๆ (ล้อเล่นนะ อย่ามาจริง ฉันวิ่งแน่ วิ่งหนีเข้าป่าลับกลับเมืองไทยเลย =_=’’)

                “แองเจลนี่ล่ะนะ! ใจดีเกินเหตุไปแล้วเดี๋ยวพวกเขาก็ได้ใจกันพอดี แต่ช่างเถอะ พวกเธอจำเอาไว้ด้วยนะ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเป็นครั้งที่ 2 ฉันจะแบล็คลิสพวกเธอทั้งหมดให้บินเข้าเกาหลีไม่ได้อีกเลยไปตลอดชีวิต

                ทุกคนอยู่ในความสงบนิ่ง ราวกับเพลงสามัคคีชุมนุมกำลังจะเริ่มบรรเลง

                “ว่าแต่ ซารัน มาทางนี้หน่อยครับ” แล้วซารันก็เดินตามแองเจลไปคุยกันตามลำพังหลังรถตู้ แต่ก่อนหน้าที่เขาจะเดินไป แองเจลยังอุตส่าห์ส่งฉันให้กับทีมงานเพื่อคอยดูแลโดยเฉพาะด้วย ราวกับเขารู้ว่าฉันกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก แต่...เขากำลังคุยอะไรอยู่กับซารันนะ?

                ทีมงานหันมาถามฉันว่า อยากจะกลับที่พักเลยหรือเปล่าเพราะเดี๋ยวแองเจลจะต้องไปถ่ายแบบต่อ แต่โครงการที่จะถ่ายทำที่นี่ต้องถูกยกเลิกไปในพริบตาเพราะกลัวจะเกิดเหตุร้ายซ้ำสองต่อใบหน้างามอันเลอค่าของแองเจล การเดทของพวกเราจึงต้องสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้ เฮ้อ...เพราะยัยนั่นคนเดียวเลยนะ ทุกคนถึงต้องเซ็งไปตามๆ กัน อุตส่าห์ได้บินมาเจอแองเจลตัวจริงถึงเกาหลี แต่กลับได้พบกันเพียงแค่ 2-3 ชม. สมน้ำหน้าแทนยัยพวกนั้น แต่ฉันก็พลอยโดนหางเลขตามไปด้วย...แย่จัง

               

                หลังจากที่ทุกคนขึ้นรถบัสกันหมดแล้ว ซารันเข้ามาจับแขนของฉันเอาไว้

                “มีอะไรเหรอคะ ซารัน หรือว่าเธอจะให้ฉันกลายเป็นแพะข้อหาทำร้ายร่างกายแองเจล แล้วส่งกลับเมืองไทยเลยตอนนี้?!!

                ไม่ใช่นี่หว่า สีหน้าของเธอดูเป็นกังวลมากกว่าโมโห

                “อันย่า เธอช่วยเป็นนางแบบให้หน่อยได้มั้ย

                “หา??” ซารันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ จะให้ยัยหน้าจืดอย่างฉันเป็นดาราเนี่ยนะ?!

                เธอยกมือไหว้อ้อนวอนสุดฤทธิ์ จนฉันต้องรีบพนมมือขึ้นตอบ (เคยมีใครบอกหล่อนมั้ยว่า ถ้าไหว้คนอายุน้อยกว่า อายุฉันจะสั้นน่ะ!) “แค่ชั่วคราวนะ พอดีนางแบบที่วางตัวไว้เกิดเอาแต่ใจขึ้นมา พอรู้ว่าเปลี่ยนทำเลถ่ายแบบใหม่ก็ปฏิเสธงานทันที เชื่อเขาเลย... แต่อันย่า นี่น่ะงานถ่ายแบบคู่กับแองเจลเชียวนะ! เธอไม่อยากพลาดหรอก เชื่อฉันสิ!!”

                ร่างกายราวกับหยุดทำงานไปสามวินาที นี่มันยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่เชียวนะ! แต่

                “ฉันไม่เคยถ่ายแบบเลยนะคะ ไม่รู้ว่าต้องโพสท่ายังไง แถมแต่งหน้าไม่เป็นด้วย”

                “ไม่เป็นไร! งานนี้ไม่ยาก เธอแค่เป็นนางแบบตัวประกอบไม่ต้องเกร็ง เอาเป็นว่าตกลงแล้วนะ

                ฉันยังคงยืนเล่นตัว เอ้ย ยืนลังเล

                “ทางเรามีค่าตอบแทนให้อย่างสมน้ำสมเนื้ออยู่แล้วน่า! ฉันจะแถมแผ่นโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นของแองเจลให้ และก็จะถ่ายรูปคู่ของเธอสองคนให้ด้วยเลยเอ้า

                “ตกลงค่ะ!!” สมองสั่งการให้ตอบรับอย่างไม่รีรอ โอ...ความฝันที่เป็นจริงมาถึงแล้ว แต่ยังไม่ทันได้เวิ่นเว้อต่อ ซารันก็คว้าตัวฉันหมับแล้วลากขึ้นรถตู้ไปพร้อมกับทีมงานแองเจลทันทีท่ามกลางเสียงหึ่งๆ ไม่พอใจของสาวๆ ที่อยู่บนรถบัส ลาก่อนเพื่อนร่วมชาติ ฉันจะดูแลแองเจลให้พวกเธอเองนะ! ฮี่ๆ (ตกลงฉันเป็นตัวร้ายใช่มั้ย =_=*)

               

                รถตู้ของแองเจลจอดเทียบเข้าสู่สถานที่ถ่ายทำก่อนรถตู้คันของฉันกับทีมงานอยู่ก่อนแล้ว เมื่อลงจากรถ สายตาก็รีบสอดส่ายไปรายรอบ นี่มัน... โบสถ์นี่นา?
                โบสถ์คริสต์ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ราวกับถูกจัดเอาไว้ให้เป็นสถานที่ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะพิธีแต่งงาน นี่หมายความว่า ฉันจะได้ใส่ชุดเจ้าสาวคู่กับแองเจลเหรอ? กรี๊ดดด! แต่ก็หาใช่อย่างนั้นไม่...เมื่อทีมงานยื่นชุด ‘เมดคนใช้’ ให้กับฉันด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ โอ้แม่เจ้า...ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงให้ฉันเป็นนางแบบตัวแทน บททาสชัดๆ ฮึ๊ย

                “อันย่า เดี๋ยวเธอรีบเปลี่ยนชุดนะ แล้วไปนั่งลงข้างแองเจล นั่งบนพื้นล่ะถือนี่ไปด้วย” หล่อนส่งไม้ถูพื้นให้กับฉันพร้อมกับกระป๋องน้ำ เยี่ยม!

                “ซารันคะแล้วฉันต้องทำหน้ายังไง โพสท่าแบบไหน

                ฝ่ายถูกถามตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด

                “ทำหน้าแบบที่เป็นตัวเธอนั่นแหล่ะจ้ะ! แต่ไม่ต้องยิ้ม โอเคนะ อ่อ จะบอกว่าให้ทำหน้าซื่อบื้อเหมือนเคยสินะ ได้ค่ะ...จัดให้ แง

                แองเจลกำลังอยู่ในชุดของเจ้าชายชัดๆ ฟ้าช่างกลั่นแกล้งหญิงสาวผู้น่ารักเยี่ยงฉันได้ยังไงกัน ว่าแล้วสองมือน้อยก็จำยอมลากกระแป๋งน้ำไปดุ่มๆ (หนักชะมัด ทำไมต้องใส่น้ำจริงด้วยเนี่ย) แล้วนั่งลงข้างบัลลังก์ด้านหน้าราวกับยอมศิโรราบชนิดราบคาบเลย แต่ฉันก็ยินยอมนะถ้าจะได้เป็นทาสหัวใจของแองเจล ว้าย เลี่ยน ฮิๆ อุ้ย ลืมไม้ถูกพื้นไว้ตรงทางเข้าเดี๋ยวรีบกลับไปหยิบก่อน

                เมื่อมาถึงด้านหน้าประตูทางเข้าโบสถ์ ทีมงานคนสุดท้ายที่กำลังจะเข้ามา ส่งเสียงเรียกแองเจลที่ยืนแช่แข็งเอาไว้หน้าทางเข้าราวกับหุ่นขี้ผึ้ง เมื่อพี่ทีมงานเห็นว่าเขาไม่ตอบจึงเอามือแตะบ่าสะกิดแทน

                “มายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะแองเจล? เข้าไปเร็วสิ จะเริ่มถ่ายทำแล้วนะ”

                “อย่ามาถูกตัวฉัน              

                น้ำเสียงเย็นชาจนฉันเองยังสะดุ้งตามพี่ผู้ชายคนเดิม เลยรีบย่อตัวแอบลงตรงที่ม้านั่งยาว

                “อะ แองเจลโกรธอะไร อ๋อ... หงุดหงิดที่พวกสาวๆ ถูกส่งตัวกลับไปก่อนเวลาใช่มั้ย เลยไม่มีแฟนคลับตามมาดูถ่ายแบบด้วย เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวซารันคงจะนัดพวกนั้นให้ชดเชยอีกที น่าจะเป็นจะพรุ่งนี้หรือก่อนที่พวกนั้นจะกลับเมืองไทย”  

                แต่ดูท่าทางคนที่หยุดยืนนิ่งไม่ได้ฟังบทสนทนาด้วย ทำไมเขาถึงยืนทื่อราวกับโดนแช่แข็งเอาไว้อย่างนั้นล่ะ? ฉันเผลอกระพริบตาไปแป๊บเดียว จู่ๆ พี่ทีมงานก็ลอยเหวี่ยงกระเด็นอย่างแรงออกจากตัวของแองเจล จนไปชนกับกำแพงโบสถ์เสียงดังสนั่น

                โครม!!

                “โอ้ย...”

                “พี่คะ ฉันกระเด้งตัวออกจากที่ซ่อนทันที นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น! พวกเขาทะเลาะอะไรกัน?? แองเจลต่อยพี่สต๊าฟอย่างนั้นเหรอ? แต่คนอะไรจะต่อยได้ไปไกลขนาดนั้น??

                “แองเจล! คุณทำอะไรพี่เค้า”

                “หือ? ใครทำอะไรเหรอครับ แววตาบริสุทธิ์กำลังมองฉันอย่างประหลาดใจราวกับเพิ่งรู้สึกตัว พร้อมกับอ้าปากค้างเมื่อมองตรงไปเห็นพี่ทีมงานในสภาพยับเยินปานโดนสิบล้อเสย

                “พี่เค้ายืนคุยอยู่กับคุณ แต่จู่ๆ ก็ลอยข้ามไปอัดกำแพงเองเลยค่ะ มันเหมือนพี่เขาโดนสะบัดเหวี่ยงออกไปมากกว่า เป็นไปได้ยังไง”

                แองเจลไม่รีรอรีบเข้าไปประคองร่างสลบไสล เลือดกายกำลังรินออกเป็นทางยาวจากหน้าผาก

                “ละ เลือด

                “คุณอันย่ารีบไปตามซารันมาก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการพยุงเขาไปที่รถก่อน จะได้รีบพาไปโรงพยาบาล”

                แล้วฉันก็รีบวิ่งตรงเข้าไปหาซารันอย่างไม่รีรอ แถมขากลับซารันยังวิ่งเร็วกว่าฉันปานลมกรด หล่อนไม่ถามอะไรเลยสักนิดแต่ดูมีสีหน้าตกใจมากพอๆ กับฉัน

                “ไหนล่ะ ทั้งสองคนไปไหนแล้ว ซ้ายขวามีแต่ประตูโบสถ์ที่ว่างเปล่าไร้เงาคนยืนอยู่เมื่อครู่

                “อ๋อ ที่รถตู้นะค่ะ! แองเจลแบกพี่สต๊าฟไปแล้วล่ะมั้งคะ”

                เมื่อพวกเราใส่เกียร์ห้ารีบไปดูอาการถึงรถตู้กันพร้อมเพรียง แต่กลับพบพี่สต๊าฟคนเดิมที่บาดเจ็บสาหัส เขากำลังเดินบิดคอเอียงไปมาออกจากด้านหลังของรถตู้อีกคันหนึ่งในสภาพปกติ แถมยังผิวปากร้องเพลงอยู่อีกต่างหาก?

                “พะ พี่คะ เลือด เมื่อกี้พี่เลือดออก แล้วก็ดูเหมือนคอจะหักด้วยนี่

                คนถูกทักมองฉันราวกับเป็นตัวประหลาดแล้วหัวเราะขึ้น “มุขใหม่ของงานชิ้นนี้เหรอ? ไม่เลวนะครับ แหม...แต่ต้องให้ผมเลือดตกยางออกด้วยแบบนั้นไม่ดีนะ น้องอันย่า”

                “แต่ฉันเห็นจริงๆ นะ! แองเจลก็เห็นด้วยนี่ใช่ไหมคะ??”

                สายตาอ้อนวอนความจริงของฉันกำลังส่งไปยังแองเจลที่ส่ายหน้าปฏิเสธกลับมาแทน

                “อันย่าคงเหนื่อยล่ะมั้งครับ? ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราพักกองแค่นี้ก่อนดีกว่า รู้สึกว่าผมคงจะไม่ถูกกับโบสถ์เท่าไหร่นะครับ” แล้วแองเจลก็มีสีหน้าเบิกบานราวกับเลือดลมกำลังสูบฉีดดีอยู่อย่างนั้นแหละ

                ซารันเดินมากระซิบกันฉัน “เธอเห็นภาพหลอนเหรอ อันย่า

                “ไม่ใช่นะคะ! ฉันเห็นจริงๆ นะ ก็...”

                “อันย่า... สงสัยเธอจะเหนื่อยแล้วล่ะ ฉันควรไปส่งเธอที่โรงแรมเสียทีนะ วันนี้ก็เลยอดถ่ายแบบเลย แต่ไม่เป็นไรค่อยนัดวันกันอีกที”

               

                ฉันเดินคอตกลงจากรถตู้ของทีมงานโดยไร้เงาของแองเจลเพราะเขาต้องรีบตรงไปเข้าห้องอัดเสียงต่อ เกิดเป็นดารานี่มันงานยุ่งจริงๆ ด้วยเนอะ งานนี้ฉันก็เลยชวดทั้งลายเซ็นแองเจลแถมรูปคู่ก็ไม่ได้ถ่ายด้วย เฮ้อ...เศร้าจิต อย่างนี้ต้องเรียกว่าดวงซวยขนานแท้ เมื่อบ่นกับตัวเองไปได้สักพัก ฉันก็เอนหลังลงนอนเล่นบนเตียงจนกระทั่งเผลอนอนหลับเข้าจริงๆ ซะแล้ว

                แสงจันทร์สาดส่องผ่านเข้ามายังหน้าต่างที่ถูกเปิดโดยผู้มาเยือนแปลกหน้า ยามสนธยาสภาพของฉันกำลังอยู่ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น แววตาสีทองกำลังจ้องมองดูฉันราวกับเป็นของเล่นใหม่ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามาใกล้กว่าเดิม ใครบางคนกำลังเอามือเย็นปานเกล็ดน้ำแข็งแตะลงบนแก้มขวา ฉันขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ แล้วเขาก็บรรจงก้มลงไปใกล้ซอกคออุ่นของฉัน พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

                “เธอสินะ... หญิงสาวแห่งโชคชะตา”



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 4 : หญิงสาวแห่งโชคชะตา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 488 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 34
สนุกอ่ะ
Name : Andy_tuk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Andy_tuk [ IP : 101.51.44.102 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ธันวาคม 2554 / 12:45

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android