คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์!

ตอนที่ 3 : พบกันครั้งแรก?


     อัพเดท 22 เม.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, ดอพเพลแกงเกอร์, ฝาแฝด, ลึกลับ
ผู้แต่ง : สำนักพิมพ์ น่านนที ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สำนักพิมพ์ น่านนที
My.iD: https://my.dek-d.com/ellie356
< Review/Vote > Rating : 70% [ 2 mem(s) ]
This month views : 3 Overall : 4,944
37 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 30 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 3 : พบกันครั้งแรก? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 472 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


GG ..

                 และแล้วตอนนี้ฉันก็กำลังมายืนอยู่นอกสนามบินกรุงโซลระหว่างรอขึ้นรถบัสไปยังโรงแรม ตอนนี้ที่เกาหลียังคงเป็นฤดูหนาวอยู่ ฉันอยากจะกรี๊ดตะโกนออกมาดังๆ ว่า แองเจล ฉันมาถึงเกาหลี แล้วน๊า!

                “แองเจลลลล (พวก) ฉันมาถึงเกาหลีแล้วน๊า!!!” ทว่า...ดันมีคนตะโกนตัดหน้าไปก่อนแล้ว แอบเซ็ง

                ฉันเดินตามกลุ่มคนไทยไปดุ่มๆ ไม่มีใครคุยกับฉันเลยตลอด 5 ชม.บนเครื่องบิน (ฉันกลายเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารักไปแล้ว)

                ไกด์นำทัวร์ของพวกเรา มีหัวหน้าฝ่ายที่ดูแลแคมเปญครั้งนี้อยู่ด้วย พี่สาวอายุน่าจะ 30 กว่ากำลังประกาศออกไมค์ขณะที่รถบัสเริ่มเคลื่อนที่

                “ก่อนอื่นต้องขอประกาศแจ้งข่าวร้ายให้น้องๆ ทุกคนทราบ วันนี้ดินเนอร์กับแองเจลถูกยกเลิกไปก่อนนะคะ”

                เสียงโห่ไม่พอใจดังขึ้นทันที รวมทั้งเสียงหวี่ๆ ของฉันด้วย!

                พี่หัวหน้าไม่รีรอ ก่อนจะโดนรุมทึ้ง “อ๊ะๆ แต่อย่าเพิ่งเสียใจกันไปค่ะ เพราะว่าวันรุ่งขึ้นแองเจลจะไปเดทกับพวกเราแทนทั้งวันเลยนะคะ!!”

                กรี๊ดดดด! เสียงกรี๊ดดังขึ้นสยบเสียงโห่เมื่อครู่ทันควัน อะ อะ แองเจลจะไปเดทกับพวกเราทั้งวันเลยเหรอ?! จริงเหรอ จริงๆ นะ? ฉันรีบหยิกแก้มตัวเอง ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?

                “เพราะฉะนั้น วันนี้พวกเราจึงจะไปเช็คอินเข้าพักกันที่โรงแรมกันก่อนนะคะ แล้วก็โปรแกรมว่างตลอดเย็น ถ้าน้องๆ อยากจะออกไปเดินเล่นกันใกล้ๆ โรงแรมก็สามารถแจ้งพวกพี่สต๊าฟได้ แต่อย่าไปไหนไกลโดยเฉพาะคนที่ยังไม่เคยมาเกาหลีนะ”

                ว่างตลอดเย็นเลยเหรอ? ทำอะไรดีล่ะ ซีดี...ไปร้านซีดีดีกว่าแฮะ! เผื่อจะไปดูซิงเกิ้ลใหม่ของแองเจลด้วย! แล้วก็ดูซีดีกั๊กแซงให้ยัยแชมเปญเป็นของแถมถ้าเจอ (ฉันช่างเป็นเพื่อนที่ดีอะไรอย่างนี้)

                หลังจากที่ลั่นล๊าชมความงามของโรงแรมในกรุงโซล ฉันก็คว้าโค้ทหนาใกล้ตัวแล้วก็ออกไปเดินเล่นที่กรุงโซลเสียหน่อยพร้อมพกกล้องออกไปด้วย แต่ที่นี่มืดเร็วชะมัดเลย สงสัยเพราะเป็นหน้าหนาวล่ะมั้ง? ฉันไม่ได้บอกพี่สต๊าฟเพราะกะว่าจะออกไปใกล้ๆ แค่แป๊บเดียวเพราะตอนรถเลี้ยวเข้าโรงแรมฉันเห็นร้านมินิมาร์ทอยู่ใกล้ๆ แต่ร้านซีดียังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เดี๋ยวค่อยถามพนักงานร้านสะดวกซื้อเอาก็ได้

                แต่ก่อนอื่นต้องโทรกลับไปยั่วเพื่อนรักซะหน่อย ฉันจึงแวะที่ตู้โทรศัพท์ข้างทางแล้วสอดการ์ดโทรทางไกลเข้าไป

                ตรู๊ดดด...นานแฮะยัยนี่ เข้าห้องน้ำยาวหรือไงกันนะ ที่เมืองไทยก็แค่ 4 โมงเย็นไม่ใช่เหรอ?

                “อืมม...ฮัลโหล โอ๊ะ! เสียงผู้ชายรับสาย? พี่ชายของแชมเปญเหรอ...ไม่ใช่สิ ยัยแชมเปญไม่มีพี่ชายนี่หว่า หรือว่ากิ๊กใหม่??

                “ขอสายแชมเปญหน่อยค่ะ ฉันอันย่าโทรทางไกลจากเกาหลี” ยืดนิดๆ อิอิ ฉันอยู่เมืองนอกแล้วน๊า

                “แชมเปญ...ไม่มี มีแต่วอดก้า”

                เฮ้ย ภาษาเกาหลี? วอดก้าไหนฟะ ฉันโทรผิดหรอกเหรอ?? สายตาสอดส่ายไปดูเบอร์ที่หมุนออกอีกรอบ เอ่อ ลืมกดรหัสทางไกล

                “ขอโทษค่ะๆๆ ฉันโทรผิด ขอโทษจริงๆ นะคะ” ฉันมารยาทดีขนาดที่ว่า โทรผิดแล้วยังก้มหัวขอโทษผ่านทางโทรศัพท์อีกด้วย

                “ม่ายยย...เป็น...ไร” สายที่ควรจะตัดไปหลังจากนั้น กลับกลายเป็นอีกเสียงนึงแทรกขึ้น “โทรมาทำบ้าอะไรกลางค่ำกลางคืน คนจะหลับจะนอน! ยัยโง่!!!”

                O_O แง๊! แม่จ๋า คนเกาหลีทำไมดุจังอ่ะค๊า ฉันตกใจจนรีบวางสายแกร๊กไปทันทีแล้วรีบเดินหนีให้ไกลที่สุดออกจากตู้โทรศัพท์สาธารณะ เมื่อเดินเร็วอย่างกับเดินมาราธอนไปได้สักระยะฉันก็เหลือบก้มมองนาฬิกา นี่มันยังไม่สองทุ่มเลยนะ รีบนอนไปไหนกันเล่า! เกิดมายังไม่เคยมีใครตะคอกใส่ฉันอย่างนี้มาก่อนเลย...ยกเว้นโคลนนิ่งแองเจลเบอร์ 2 น่าโมโหชะมัด!

                ว่าแต่ ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?!!

                ฉันมองซ้ายขวาหน้าหลัง พยายามจะเรียกคนเกาหลีให้หยุดเดินแต่ก็ไม่มีใครหยุดคุยกับฉันกันเลยสักคนราวกับว่าฉันกำลังจะเดินเข้าไปขออะไรเขาอย่างนั้นแหล่ะ ทำไงดี ร้านมินิมาร์ทเมื่อกี้หายไปไหนแล้ว ฉันสุ่มเดินมาเรื่อยๆ จนวิวรอบตัวเริ่มแปลกตาไป แสงไฟเริ่มหรี่ๆ ดับๆ ตามเสาไฟฟ้า แถมคนที่เดินผ่านไปสองสามคนเมื่อกี้ก็หายไปหมดแล้วด้วย

                ตู้โทรศัพท์อีกตู้ตรงมุมถนน! ฉันจะทำยังไงดี โทรหาตำรวจเกาหลี! ไม่เอา...เขาต้องว่าฉันงี่เง่าแน่ๆ เผลอๆ ถ้าถูกส่งกลับเมืองไทยเลยจะทำยังไงล่ะ? ฉันก็อดเจอแองเจลของฉันน่ะสิ ไม่ได้การ...

                พอรู้ตัวอีกทีมือก็หมุนเบอร์ของแชมเปญกลับไปใหม่อีกครั้งโดยไร้รหัสทางไกล
               “ฮัลโหล ฉันขอโทษนะคะที่โทรมารบกวนอีกครั้ง แต่ฉันกำลังหลงทางอยู่ในกรุงโซล ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ถ้าคุณจะกรุณาช่วยฉันด้วยนะคะ” ฉันงัดภาษาเกาหลีที่ได้เกรด 4 ออกมาใช้เต็มที่ แต่ในขณะนี้เกรดดีไม่ได้ช่วยอะไรเลยในยามลุกลี้ลุกลน ฉันพูดผิดๆ ถูกๆ เขาจะฟังรู้เรื่องไหมนะ

                ปลายสายเงียบไปจนฉันเริ่มจะร้องไห้ ฉันกำลังอยู่ในต่างแดนแต่กลับไม่มีใครเหลียวแล คงเป็นความผิดของฉันเองที่ออกมาจากโรงแรมโดยไม่ได้ชวนพี่สต๊าฟมาเป็นเพื่อนทั้งที่พวกเขาก็เตือนไว้หลายครั้งแล้ว

                “ฮือๆ แองเจล...แองเจลช่วยด้วย”

                กึก! ตรู๊ดดด....

                ฉันทรุดลงนั่งร้องไห้อยู่ใต้ตู้โทรศัพท์อย่างหวาดกลัวหลังจากบุคคลเพียงคนเดียวที่หวังจะพึ่งได้ กลับตัดสายทิ้งไปไม่ใยดี แน่ละ...เขาเพิ่งจะด่าฉันไปนี่ แองเจลอยู่ที่ไหนกันนะ เขาอยู่ในกรุงโซลหรือเปล่า? เขาจะได้ยินเสียงร้องเรียกจากฉันมั้ย? ถ้าฉันต้องหนาวตายตรงนี้ฉันก็คงไม่เสียใจถ้าได้พบกับแองเจลเป็นครั้งสุดท้าย

                 อะไรบางอย่างกำลังกระพือปัดอยู่แถวหน้าและจมูกของฉันจนจั๊กกะจี้แฮะ

                “ฮัดชิ้ว! ฮัด....” เอ๋? ดวงตาของฉันกระพริบถี่ๆ จนลืมขึ้น ที่ไหนกันเนี่ย? โรงแรมอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่สิ เหมือนบ้านคนมากกว่านะ?

                “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ? มานี่เร็วเจ้าแมวน้อยอย่าไปแกล้งเขาสิ” หืมม์? เสียงใครไม่คุ้นเลย นั่นใครน่ะ หญิงสาวผมซอยสั้นท่าทางกระฉับกระเฉง กำลังยื่นถ้วยนมร้อนส่งให้กับฉัน ในขณะที่แมวสีขาวกำลังส่ายหางกระดิกไปมาอย่างทะเล้นแล้วเดินไปนั่งบนตักหล่อนอย่างเป็นมิตร

                ฉันลังเลแต่ก็รับถ้วยนมมาเพราะร่างกายกำลังหนาวสั่น “คุณเป็นใครคะ แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

                “เธอสลบไปตรงตู้โทรศัพท์สาธารณะน่ะสิ ฉันก็เลยพามาที่บ้านก่อนก็บ้านของฉันก็อยู่แค่สุดทางนี่เอง ตกใจหมดเลยนะว่าแต่เธอเป็นคนต่างชาติเหรอ? สำเนียงแปร่งๆ”

                “ค่ะ ฉันเป็นคนไทยแต่พอดีว่าหลงทาง”

                “มันอันตรายนะเป็นคนต่างชาติแต่ออกมาเดินเล่นคนเดียวในเวลากลางคืน โรงแรมเธออยู่ที่ไหนเดี๋ยวฉันจะไปส่งนะ ฉันชื่อซารัน แล้วเธอล่ะ

               “อันย่า เกรเกอร์ค่ะ”

                ซารันเกือบจะสำลักถ้วยชาของเธอเอง “อะไรนะ! อันย่า เกรเกอร์? ผู้โชคดีจากแคมแปญ ‘เดทกับแองเจลที่เกาหลี’ น่ะเหรอ??”

                ฉันพยักหน้า นี่ฉันดังไปถึงเกาหลีเลยเหรอเนี่ย!!

                “โลกมันช่างแคบอะไรอย่างนี้นะ! พอดีเลยถ้าอย่างนั้นฉันก็คงไม่ต้องไปส่งเธอที่โรงแรมแล้ว พรุ่งนี้เธอออกไปพร้อมกับฉันเลยก็ได้ ส่วนตอนนี้ฉันต้องรีบโทรหาทีมงานที่มากับเธอก่อนเพื่อบอกเขาว่าเธอปลอดภัยและอยู่กับฉัน”

                “เอ่อ...แล้วคุณเป็นใครเหรอคะ? หรือว่ามีผู้ชนะจากเกาหลีได้ไปเดทกับแองเจลด้วยเหรอ

                ฝ่ายตรงข้ามส่ายศีรษะในความซื่อบื้อของฉัน ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วหยิบนามบัตรของเธอส่งมาให้กับฉัน

                ‘ปาร์ค ซา รัน

            ผู้จัดการส่วนตัวของแองเจล สังกัด สลาฟเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด’

                เฮียกกก! “คะ คะ คะ คุณคือ อาการติดอ่างกำเริบกระทันหันจนเกือบทำถ้วยนมหกรดหน้าตัวเอง

                “ไม่ต้องตกใจไปหรอกจ้ะ พรุ่งนี้ตามกำหนดการเราก็ต้องเจอกันอยู่แล้ว ยินดีที่ได้รู้จักล่วงหน้านะจ๊ะ ห้องนี้เป็นห้องนอนของฉันเอง ส่วนฉันไม่ต้องเป็นห่วงก็คงจะทำงานจนหลับคาโต๊ะนั่นแหล่ะ ดังนั้นก็ตามสบายนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้าจ้ะ” ว่าแล้วซารันก็เดินฉับๆ ออกไปพร้อมกับหมุนเบอร์หาทีมงานที่โรงแรมของฉัน

                พลางปล่อยให้ฉันกรี๊ดลั่นอยู่ในใจหลายตลบ! อ๊าคคค!! (ช่างกรี๊ดได้น่ากลัวอะไรเช่นนี้...) นี่คือบ้านผู้จัดการส่วนตัวของสุดที่รักฉันอย่างนั้นเหรอเนี่ย! ฉันไม่ยอมให้สายตาพลาดช็อตเด็ดไปแม้แต่เสี้ยววินาที โปสเตอร์โฆษณาของแองเจลถูกติดไว้เกือบรอบห้องพร้อมกับตารางปฏิทินงาน ยังมีใบปลิวและนิตยสารเกี่ยวกับแองเจลวางตั้งอยู่อย่างเป็นระเบียบ (ฉันต้องจิ๊กกลับบ้านแน่นอนสักแผ่นสองแผ่น ฮี่ๆ)

                เกิดเป็นผู้จัดการส่วนตัวของแองเจลนี่ช่างดีจริงๆ เลยนะ! อนาคตฉันจะเรียนต่อด้านประชาสัมพันธ์บ้างดีมั้ยเนี่ย เผื่อจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับศิลปินโดยเฉพาะแองเจล! แต่กว่าฉันจะเรียนจบก็ตั้ง 4 ปี ถึงตอนนั้นคงมีสาวจากไหนสักแห่งมาโฉบคาบเหยื่อ เอ้ย ตัดหน้าไปก่อนแหงๆ  

                ครืด...ครืด

            เสียงอะไรน่ะ? ฉันสะบัดผ้าห่มมองหา อุ้ยมือถือของซารันแน่เลย เมื่อกี้คงจะใช้โทรศัพท์บ้านโทรล่ะสิ... ปฏิบัติการร้ายเริ่มได้  ในนี้มีเบอร์แองเจลหรือเปล่านะ?! ขอโทษนะคะซารันแต่อย่างน้อย...นิดนึงน่านะ! ฉันจึงรีบคว้ามากดดูใต้ผ้าห่มเผื่อซารันมาจะได้รีบโยนไปไกลๆ (ความคิดชั่วร้ายมาก)

                อ้าว! ข้อความหรอกเหรอ? เอ๊ะ...

                แองเจล says: ซารัน มาหาผมหน่อย ตอนนี้เลยนะ
 
           เฮือก!! (เสียงอุทานอันแหวกแนวอีกครั้งของฉัน) อะไรกันเนี่ย? แองเจลส่งข้อความมาหาซารัน มันหมายความว่ายังไงกันนะ หรือว่า...สองคนนั่นแอบมีความสัมพันธ์กันแบบนั้นอย่างนั้นเหรอ!!! ไม่ยอมนะเค้าไม่ยอม! จังซี่มันต้องถอน...ไม่ได้ๆ ฉันจะทำยังไงดีนะ ทำไงดี

                สองมือพิมพ์รัวไปก่อนที่สมองจะคิดทบทวนตามไปทีหลัง

                ซารัน (ตัวปลอม=ฉันเอง หุหุ) says: ไปทำไมเหรอ?

                 เมื่อมโนธรรมตามมา ตายล่ะวาฉันทำอะไรลงไปเนี่ย! ฉันรีบกดลบข้อความทันทีกันไม่ให้ซารันมาอ่านเจอแต่ว่า มันลบยังไงอ่ะ!!

                แองเจล says: เธอก็รู้อยู่แล้วนี่...รีบมาทำหน้าที่ของเธอให้เสร็จ ฉันไม่มีความอดทนในการรอนานนักหรอกนะ

                O_O หน้าที่? รอ? สองคนนี้กำลังจะทำอะไรกันดึกๆ ดื่นๆ ป่านนี้?!! ไม่นะ มันต้องไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด

                ซารัน (ตัวปลอมอีกครั้ง) says: ฉันไม่ไปหรอก ไม่ต้องรอ จะนอนแล้ว (ว่าแล้วฉันก็ปิดเครื่องหนีเลยทันที)

                พร้อมกับค่อยๆ ข่มตาลงพร้อมกับม่านน้ำตาแห่งความน้อยใจ ผู้จัดการส่วนตัวที่มีโอกาสใกล้ชิดกับแองเจลมากที่สุดสินะ...ยัยคนฉวยโอกาส ฮือๆๆ จะสั่งน้ำมูกละเลงหมอนข้างใส่ซะเลย โฮๆๆ ความรักของฉัน...จบสิ้นลงแล้วจริงเหรอเนี่ย

 

                มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ฉันสะดุ้งตื่นมาอีกครั้งตอนตีห้าครึ่ง เพราะเมื่อคืนฝันว่า แองเจลรักฉันคนเดียว (ขนาดฝันยังคิดเข้าข้างตัวเองได้ด้วย =_=’’) ฉันจะต้องถามซารันให้รู้เรื่อง...แต่ฉันจะบอกหล่อนยังไงว่า ฉันแอบดูมือถือของเธอ ถ้าเธอโกรธจนไม่ยอมให้ฉันพบกับแองเจลอีกต่อไปล่ะ? ไม่ดีๆ จริงสิ! ต้องสังเกตุการณ์ก่อน วันนี้ฉันจะคอยจับตาดูทั้งวันเลยว่าแอลเจล V.S ซารันน่ะ ตกลงมันยังไงกันแน่!

                ว่าแล้วก็ขอนอนต่ออีกสักครึ่งชม. เพื่อตื่นมา 6 โมงเช้าอากาศแจ่มใส

                ครืด...ครืด...

                อะไรเล่า คนกำลังจะนอน

                ครืดดดดดดด!!!

                มือขวาปาดป่ายหาที่มาของเสียงแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อประสบพบเข้ากับมือถือของซารันอีกครั้ง!

                [[ สายเรียกเข้า: แองเจล ]]

                เฮ้ย?! ชื่อสายเข้าตัวเบ้อเริ่มเล่นเอาตาสว่างกันทันที ฉันปิดเครื่องไปแล้วไม่ใช่เหรอ? หรือว่าเผลอนอนทับจนเปิดเอง?? เอาไงดีๆ แองเจลต้องโกรธซารันตัวปลอมตั้งแต่เมื่อวานแน่ๆ เลย นี่เขาระดมโทรหาจนถึงตอนนี้เลยหรือเปล่านะ ชักกลัวแล้วสิ แต่ว่า...ฉันก็อยากได้ยินเสียงอันแสนเสน่ห์ของเขาผ่านโทรศัพท์สักครั้งอ่ะ! (โอกาสทองหนึ่งในล้านเชียวนะ!)

                “ฮัลโหล สวัสดีค่ะ”

                 ปลายสายนิ่งไปสักพักราวกับกำลังคิดว่านี่ไม่ใช่เสียงอันคุ้นเคย

                “สวัสดีครับ ซารัน น้ำเสียงสุภาพมากกำลังพูดกับฉันอยู่

                “เอ่อ...คุณซารันไม่อยู่ค่ะ มีอะไรฝากข้อความไว้ก่อนได้นะคะ” มุขนี้ใช้ได้...ฉันจะได้รู้ว่าเขาจะฝากอะไรไว้ ฮี่ๆ (นี่ฉันเป็นนางเอกหรือตัวร้ายเนี๊ยะ)

                “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมค่อยโทรกลับมาใหม่ ขอบคุณครับ”

                แว๊ก เดี๋ยวววว แองเจลขา อย่าเพิ่งวาง!! “เป็นไรสิคะ!! ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ฝากได้เลยนะคะ ฉันยินดีจริงๆ ค่ะ” ยินดีที่จะได้ล้วงความลับ หึหึ...

                ฝ่ายตรงข้ามหัวเราะเบาๆ “แล้วคุณเป็นใครเหรอครับ? ซารันไปไหนล่ะ

                งานเข้า...เข้าตัวแล้วทีนี้ ฉันเป็นใครดีล่ะ คนส่งบะหมี่? แล้วจะมารับโทรศัพท์ของซารันได้ยังไงเล่า!

                “ฉันเป็น เอ่อ”

                ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ

                เสียงเคาะประตูช่วยชีวิต! ต้องเป็นซารันมาปลุกฉันแน่เลย! ว่าแต่ปลุกตอนยังไม่เจ็ดโมงน่ะเหรอ? หรือเธอนึกออกแล้วว่าลืมมือถือไว้ในห้องนอน!! (แต่ตั้งนานเพิ่งนึกออกเนี่ยนะ) แย่แล้ว ทำไงดี

                ตรู๊ดดด...ปิ๊บ ปิดเครื่องหนีเท่านั้นที่ช่วยได้ (รึเปล่า)

                “อันย่า ตื่นหรือยัง? ขอฉันเข้าไปเอามือถือหน่อยนะ” แกร๊ก...ลูกบิดประตูที่ไม่ได้ล็อคถูกเปิดแอ๊ดเข้ามา ซารันกำลังก้มๆ เงยๆ หามือถือของเธอ ฉันแอบหรี่ตามองอยู่ดันเหลือบไปเห็นมือขวากำลังกำมือถือของซารันเอาไว้แน่นจึงรีบซุกไว้ข้างหลังโดยพลัน

                “ยังไม่ตื่นหรอกเหรอ เอ...วางไว้ที่ไหนนะ จะเข้ามาหาตั้งแต่เมื่อคืนก็กลัวทำอันย่าตื่นกลางดึก เดี๋ยวตื่นมาแล้วค่อยหาแถวเตียงนอนอีกทีก็แล้วกัน” แล้วซารันก็เดินออกไปอย่างหงุดหงิดพลางคว้าผ้าเช็ดตัวบนเก้าอี้แล้วปิดประตูลงเบาๆ

                เฮ้อ...ฉันทำเกินไปหรือเปล่านะ รู้สึกเหมือนกำลังเสียมารยาทยังไงก็ไม่รู้สิ ขอโทษจริงๆ นะคะซารัน แต่...มือถือเครื่องนี้น่ะขออันย่าเก็บไว้ก่อนสักพักก็แล้วกันนะ ยังไม่ได้แอบจดเบอร์ของแองเจลเลย เอ้ย...แหมถ้าส่งคืนเธอก็ต้องรู้น่ะสิว่าฉันแอบแชทคุยกับแองเจลน่ะ อีกอย่างฉันต้องพิสูจน์ก่อนว่าสองคนนี่เป็นแฟนกันเหรอ หรือไม่มีอะไรในกอไผ่ ถ้าอย่างนั้นข้อความสุดสยิวกิ้วเมื่อคืนนี้มันอะไรกันเล่า

 

                ดูเหมือนซารันจะคิดว่าตัวเองลืมมือถือเอาไว้ที่ออฟฟิศเพราะหาทั่วห้องแล้วก็ไม่เจอ ดังนั้นซารันจึงต้องเอามือถืออีกเครื่องมาใช้แทนไปก่อน (ฉันเพิ่งรู้ว่าหล่อนมีมือถือรวมกันถึง 5 เครื่องเผื่อหายและฉุกเฉินแบตหมด ช่างรอบคอบอะไรเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันยึดเครื่องนี้เลยก็แล้วกัน หุหุ) พวกเราก็เลยตรงมาที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งกันเลย และได้พบกับกลุ่มสาวๆ ที่ยืนรอรวมกันอยู่แล้วพร้อมทีมงานแคมเปญแองเจล

                “ยัยนั่นไง ที่แอบฉวยโอกาสไปนอนบ้านผู้จัดการส่วนตัวของแองเจลน่ะ” เสียงนินทาหึ่งๆ บินหวี่เข้าหูฉันจากกลุ่มคนไทยที่โชคดีได้มาเดทกับแองเจลด้วย

                “โชคดีชะมัดเลย หรือว่าหล่อนได้เจอแองเจลไปตั้งแต่เมื่อวานกันนะ

                ยังไม่ได้เจอย่ะ...ขนาดยังไม่ได้พบฉันก็โดนแม่พวกนี้เขม่นตั้งแต่แรกเห็นซะแล้ว (ถ้าได้คบกับแองเจล มีหวังฉันโดนฆ่าทิ้งแหงๆ) นี่ฉันไม่มีพรสวรรค์ในการสร้างมนุษยสัมพันธ์หรือเปล่านะ เพื่อนสนิทก็มีแค่คนเดียว เอ้ยสองคน คือ แชมเปญกับโมอา นอกนั้นสงสัยจะเป็นศัตรูกลับชาติมาเกิด เฮ้อ เซ็งจิต!

                “และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เชิญทุกคนพบกับแองเจลได้เลยค่ะ!!!”

                “กรี๊ดดดด!!!” เสียงกรี๊ดสนั่นจนแก้วหูฉันเริ่มระบม แองเจลอยู่ไหนเนี่ย? ฉันโดนผลัก/ทึ้ง/เบียดจนล้มลงไปกองกับพื้น โอ้ย! หัวเข่าถลอกจนเลือดออกเลย ฉันรีบเป่าแผลพยายามเช็ดเลือดแต่แล้วมือนุ่มของใครบางคนก็คว้าเอวของฉันเอาไว้และประคองยืนขึ้น

                แสงแดดย้อนเข้าดวงตาของฉันจนพร่าเลือนแทบมองไม่เห็น ชายหนุ่มตรงหน้าสูง 175 ซม. กำลังก้มลงมาถามฉัน

                “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์! ตอนที่ 3 : พบกันครั้งแรก? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 472 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android