Vampire Doppelganger… แฝดตัวร้ายเจ้าชายแวมไพร์!

ตอนที่ 1 : ฝาแฝดปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 เม.ย. 54

GG ..

                 “ศาสตร์ลี้ลับมากมายในโลกนี้กำลังรอให้คุณค้นหา โลกเหนือมิติที่บางคนอาจค้นพบแต่อีกหลายคนเกิดมาเกือบจะบั้นปลายชีวิตก็ยังไม่เคยเห็น พันธสัญญาโลกคู่ขนานเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ทางวิทยาศาสตร์ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ทั้งหมด หรือแม้กระทั่งเรื่องของ ดอพเพลแกงเกอร์หรือ ฝาแฝดปีศาจ

                นิยามของมันคือ การปรากฏตัวของบุคคลหนึ่งในเวลาเดียวกันแต่ต่างสถานที่ จากคำร่ำลือการพบเห็นดอพเพลแกงเกอร์ถือเป็นสัญญาณเตือนแห่งความโชคร้าย ความเชื่อบางประเภทเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนจะมีฝาแฝดของตนเองอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ หากบุคคลนั้นเป็นคนดี ฝาแฝดก็จะเป็นคนชั่วร้าย แต่หากบุคคลนั้นเป็นคนเลว ฝาแฝดก็จะมีนิสัยในทางตรงกันข้ามกัน โดยเฉพาะการพบเห็นดอพเพลแกงเกอร์ของตนเองจะนำมาสู่จุดจบของชีวิตในที่สุด

                แสงไฟมืดสลัวจากโคมตั้งโต๊ะถูกเปิดไว้ข้างแล็ปท็อป มือขวาของฉันขยับเม้าส์เลื่อนลงมาถึงภาพจำลองของฝาแฝดปีศาจ โดยที่คนทางซ้ายใบหน้างามปานเทพบุตร แต่อีกคนหนึ่งกลับยืนหันข้างแล้วมีใบหน้าดุร้ายราวกับอสูรกายจากนรก

                น่ากลัวจังเลยแฮะ แต่ก็อยากดูอ่ะ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้ฉันมองลอดผ่านแว่นตาอันหนาเตอะไปยังภาพของอสูรกายที่ราวกับกำลังจะค่อยๆ หันหน้ามาหาทีละน้อย จากภาพแรกสู่ภาพที่สอง ดอพเพลแกงเกอร์ค่อยๆ หันมาเรื่อยๆ ใบหน้าของมันน่าเกลียดน่ากลัวมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งถึงรูปสุดท้าย...แววตาสีดำสนิทก็จ้องเขม็งมาทางฉัน พร้อมกับปากที่ค่อยๆเผยอขึ้นจนเห็นเขี้ยวที่วาววับสีเงิน และหยดเลือด...ที่กำลังไหลลงมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์!

                อันย่า ครืดดด...

                กรี๊ดดด!!!”

                 ความสว่างไสวสาดเข้ามาแทนที่ความมืดมิดในพริบตาเมื่อเสียงมือถือดังขึ้นพร้อมระบบสั่นและไฟกระพริบในยามวิกาล

                [[สายเรียกเข้า: แชมเปญ-เพื่อนรักหมายเลข1]]

                ฉันหรี่ตามองอย่างไม่สบอารมณ์ ราวกับกำลังดู I know what you did last summer หรือหนังสยองขวัญสั่นประสาทแห่งปีอยู่แล้วถูกขัดจังหวะ โธ่เอ้ย หยดเลือดบนหน้าจอก็แค่เอฟเฟ็คหรอกเหรอเนี่ย! จะว่าไปไม่น่าตั้งเสียงเรียกเข้าด้วย เสียงเรียกชื่อของตัวเองเลยแฮะ พอดังขึ้นกลางดึกราวกับมีคนมาเรียกกลับนรกยังไงก็ไม่รู้ =_=’’

                ว่าไงแชมเปญ?”

                อันย่า...ฉันมีเรื่องอะไรจะเล่าให้แกฟังอีกแล้ว แกฟังฉันดีๆ นะปลายสายทำเสียงเศร้า หุหุ...มีดราม่ากลางดึกแน่เลยวุ้ย มาเลยๆ ชอบมาม่ายามดึก ฮี่ๆ แต่เดี๋ยวแอ๊ปเป็นไม่สนใจไว้ก่อนเพื่อความเนียน

                มีอะไรเหรอแชมเปญ? ทะเลาะกับแฟนคลับกั๊กแซงในเน็ตอีกแล้วเหรอ?”

                คืออย่างนี้นะ แชมเปญน่ะกลางค่ำกลางคืนชอบเป็นค้างคาวไม่ยอมหลับยอมนอน ยามดึกหล่อนจะชอบไปส่องตามเว็ปไซต์ต่างๆ ของ กั๊กแซง นักร้องดังชาวเกาหลี (แต่ แองเจล ไอดอลในดวงใจของฉันดังกว่า) ฉันกับแชมเปญที่เรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ชั้นม. 4 แต่กลับไม่เคยพูดคุยกันเลยเพราะต่างคนต่างก็เป็นเด็กเรียน (เห็นอย่างนี้ฉันก็เป็นเด็กเรียนนะจะบอกให้...วิชาภาษาเกาหลีฉันได้เกรด 4 เชียวนะโฮะๆ แต่อย่าบอกใครนะว่าฉันเคยตกภาษาไทย) จนกระทั่งขึ้นม. 5 แล้วกั๊กแซงมาทัวร์คอนเสริ์ตที่เมืองไทยพร้อมกับแองเจล เทพบุตรของฉันแค่นั้นแหล่ะ แชมเปญก็กลายเป็นเพื่อนรักของฉันภายในพริบตาเพราะพวกเราแทบจะแอบปีนขึ้นไปบนหลังคารถตู้แล้วห้อยหัวลงมาลั่นล้าบอกพวกเขาว่า ซารางเฮโย!!! (รักนะ จุ๊บๆ)

                แต่แน่นอนว่าพวกเราถูกอีตาผู้จัดการจอมเฮี๊ยบของทั้งสองคนจับได้เสียก่อนน่ะสิ!

                จะว่าไปเมื่อก่อนกั๊กแซงดังเอาเปรี้ยงปร้างเลยทีเดียวนะ แต่ทำไมจู่ๆ แองเจลถึงได้ดังแซงหน้าแบบมาทีหลังหัวเราะดังกว่าไรงี้ไปเลย ฉันเข้าไปอ่านเจอในเน็ตด้วยว่า ตอนนี้ทั้งสองคนเริ่มไม่ถูกกันเท่าไหร่แล้ว บ้างก็ลือว่าเพราะแองเจลหลังจากกลับมาจากประเทศฮังการีจู่ๆ เขาก็หล่อขึ้น มีเสน่ห์เพิ่มมากกว่าเก่าล้านเท่า!  แต่ฉันคิดว่ามันเป็นที่ดวงหรือเปล่า? ก็แก๊กซังดังมาตั้งนานแล้วนี่นะ ตอนนี้ให้แองเจลดังบ้างคงไม่เป็นไรหรอกน่า

                เออ เกือบลืมว่าถือสายอยู่

                แก...ผลจับฉลากที่จะได้ไปเดทกับกั๊กแซงอ่ะ

                ว่าไงๆ?” จริงสิ! ลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นการประกาศผลการจับฉลากชิ้นส่วนห่อขนมยี่ห้อ กั๊กแซง นี่หว่า ผู้โชคดีจะได้ไปเดทกับกั๊กแซง มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้บินไปเกาหลี เห็นมั้ยว่า ขนาดจับฉลากผู้โชคดีทั้งกั๊กแซงและแองเจลก็ยังแข่งกันเลยหรือว่ามันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดกันนะ โอ้ย ปวดหัว ไม่เอาไม่คิด

                ปลายสายเงียบไปอีกพักหนึ่ง ปล่อยให้ฉันจินตนาการว่ายัยแชมเปญกำลังจะได้ไปเดทกับกั๊กแซงที่โน่นแล้วลงท้ายด้วยการแต่งงาน

                ฉันไม่ได้อ่ะ แค่นั้นแหล่ะ ภาพที่ฉันอุตส่าห์ฝันเผื่อเพื่อนรักก็พังทลายลงในพริบตา

                อย่าคิดมากไปเลย แชมเปญ หนึ่งในร้อยหรืออาจจะล้านเชียวนะ คนที่ส่งชิ้นส่วนไปชิงโชคอ่ะมีตั้งเยอะ แฟนของกั๊กแซงก็เพียบเลยนี่

                แต่ฉันเสียใจนี่นา! โอกาสที่จะได้บินไปเกาหลีของฉันครั้งเดียวในชีวิตเชียวนะ!” ตกลงคือเพื่อนเสียใจที่ไม่ได้เจอกั๊กแซง หรือไม่ได้ไปเกาหลีกันแน่ห๊ะ?

                ก็มันไม่ได้แล้วนี่นา ว่าแต่ใครได้อ่ะ?”

                ปลายสายราวกับกำลังรวบรวมกำลังภายในแล้วตะโกนใส่หูฉัน

                นังเบลล์แบ๊วบ้านั่นน่ะสิ! ยัยสวยที่อยู่ห้องเดียวกับพวกเราน่ะแหล่ะ ฉันล่ะเกลียดยัยนี่ชะมัดเลย ไม่ได้ชอบกั๊กแซงซะหน่อย แต่ดันสะเออะชนะจับฉลากซะได้ ฉันว่านะยัยนี่ต้องแอบใช้อิทธิพลความรวยของหล่อนแหงๆ ฮือออ

                ฉันกระพริบตาปริบๆ ใส่กระจกข้างหน้าไปหลายที

                แล้วแกอ่ะ ได้ไปเดทกับแองเจลหรือเปล่า? เข้าไปดูหรือยัง?”

                ยังเลย เขาประกาศผลเที่ยงคืนนี้นี่ ฉันมองหานาฬิกา มองไม่เห็นวุ้ยลุกไปเปิดไฟก่อน

                นี่มันจะตี 1 แล้วนะ มัวทำอะไรอยู่ยะ! รีบเข้าไปเช็คสิ!”

                พรึ่บ! อยู่ดีๆ ไฟติดขึ้นมาแว๊ปนึงแต่จู่ๆ ก็ดับหมดทั้งห้องเมื่อมือของฉันแตะเข้าที่สวิตซ์ไฟดวงที่สอง (บนแผงมีสวิตซ์สามอัน เป็นไฟสีส้มเหมือนตามโรงแรมสำหรับห้องนอน ห้องน้ำที่มีในห้องด้วย และหน้าประตู) เหวอออ O_O

                เอ้ย...แชมเปญ ไฟห้องฉันดับอ่ะ บ้านแกดับมั้ย?” เริ่มใจฝ่อแล้วดิ ดีนะเพื่อนไม่บอกตี 3 ไม่งั้นได้กรี๊ดลั่นบ้าน ป้าก็นอนไปแล้วด้วย ฉันกำพร้าตั้งแต่เด็ก อยู่กับครอบครัวป้าที่เป็นหม้ายมาตลอดและมีลูกติดของป้า 1 คนชื่อโมอา อายุปีนี้น่าจะ 13 ปี (ที่ฉันจำไม่ได้สักทีเพราะเด็กฝรั่งโตเร็วจนบางทีฉันนึกว่าเธออายุเท่าฉันเลย) ปล. ที่ชื่อโมอาเพราะสามีที่หย่าไปของป้าเป็นฝรั่ง โมอาจึงเป็นลูกครึ่ง แต่ฉันซึ่งน่าจะเป็นไทยแท้กลับชื่ออันย่า เพราะป้าเป็นคนตั้งให้น่ะสิ ดีนะที่ฉันผิวขาว อ้อ! ในเมื่อแชมเปญคือเพื่อนรักหมายเลข 1 โมอาก็คือ เพื่อนรักหมายเลข 2 ของฉันแหล่ะ

                บ้านแกอยู่บางซื่อ บ้านฉันอยู่พระโขนง แกว่าสายไฟมันจะต่อกันไกลขนาดนั้นมั้ย?”

                เออว่ะ... นึกว่าดับทั้งกรุงเทพฯ ไงฮ้า

                ฉันเข้าเน็ตไม่ได้เลยอ่ะ แชมเปญดูผลให้หน่อยสิ นะๆๆๆ อยากรู้ก็อยากรู้ มันจะมาดับอะไรตอนนี้เนี่ย!

                ไม่เอา ขี้เกียจร้องไห้เป็นเพื่อนแก ฉันไปนอนดีกว่า อารมณ์ไม่ดีแล้ว

                อ้าว เฮ้ยยย นังเพื่อนที่แสนดี...

                อย่าเพิ่งวางดิ! แชมเปญ!!”

                ตรู๊ดดด.... ยัยแชมเปญ เวลาไม่ได้ดั่งใจอะไรชอบตัดสายทิ้ง แล้วปล่อยให้ฉันอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายในสถานการณ์ไฟดับอันน่าสยองหลังจากที่เพิ่งเข้าไปดูเว็ปหลอนมาเนี่ยนะ ระหว่างรอประกาศผล ฉันก็เลยหาอะไรอ่านเล่นในเน็ตไปพลางจนกระทั่งไปเจอเข้ากับเว็ปไซต์ดอพเพลแกงเกอร์ บอกตามตรงตอนนี้ฉันยังผวาตัวเองอยู่เลย ถ้าจู่ๆ ฉันเกิดมีฝาแฝดปีศาจขึ้นมาตอนนี้จะทำยังไงกันเล่า! ฉันหลับตาปี๋ นับ 1-10 มันคงไม่โผล่ออกมาหรอก นั่นมันเป็นแค่ความเชื่อ นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้วไม่มีอยู่จริง นะโม...ตูมีพระนะเว้ยยย เอ่อ มีห้องพระอ่ะ แต่พระในห้อง...ไม่มี แง

                ยิ่งดึกยิ่งเงียบสงัด ไม่มีทีท่าว่าไฟจะมาแม้แต่น้อย เอาวะ นอนมันทั้งยังไม่แปรงฟันอย่างนี้แหล่ะ! ฉันค่อยๆ หรี่ตาสาวเท้าก้าวยาวๆ จากแผงสวิตซ์ไฟหน้าประตูไปจนถึงเตียงนอนของตัวเอง แล้วรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมโปง แต่จังหวะนั้น...
                ลมเจ้ากรรมมาจากไหนไม่รู้จู่ๆ ก็พัดพรึ่บเข้ามาจนทำหน้าต่างเด้งเปิดเอง!

                ไม่มีดอพเพลแกงเกอร์ ไม่มีแวมไพร์ ผีไม่มีในโลก นะโม... ในเว็ปไซต์ที่ฉันเคยอ่านตลกๆ บอกว่า เวลาผีมาให้หลอกผีก่อน แต่ในความเป็นจริงจะมีสักกี่คนที่จะสามารถทำได้จริงละเว้ย

                ปัง! แอ๊ด... ปัง! เสียงหน้าต่างกำลังปิดเปิดเอง โอ้ยยยย ไม่ไหวแล้วเว้ยยย จะหลอกก็หลอก เอ้า! ฉันยอมทำใจเปิดผ้าห่มคลุมโปงขึ้นมา ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาดิ เห็นผีสักครั้งในชีวิตไม่ตายหรอกมั้ง?! (แต่มันก็ไม่แน่อ่ะ ฮืออ)

                ไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่หน้าต่างเปิดปิดเองตามแรงลมเท่านั้น เฮ้อ...โล่งอก ถ้ามีผีจริงฉันคงจะลงไปชักดิ้นชักงอมันตรงนั้นแหล่ะ แต่เอ๊ะ นั่นใครกัน? ฉันมองลงไปข้างล่างหน้าต่าง ห้องของฉันอยู่ชั้น 2 แต่ตอนนี้ที่สวนหน้าบ้านข้างล่างกำลังมีเงาดำๆ เดินตะคุ่มๆ อยู่ หรือว่าจะเป็นขโมย! หนอยแน่ ที่แท้มาแอบตัดสายไฟแล้วจะย่องเข้าบ้านล่ะสิ! ชิชะ ฉับพลันความกลัวผีก็หายไปกลายเป็นวิญญาณตำรวจสวมเข้ามาแทนที่  ฉันรีบเปิดประตูเบาๆ แล้วเคาะที่ห้องของป้ากับโมอา แต่เงียบฉี่ ไม่มีใครตอบ สงสัยจะหลับลึกหรือไงกันนะ

                ฉันกด 191 เยี่ยม มือถือแบตหมด โทรศัพท์บ้านก็โดนตัด! ไม่ธรรมดาแล้วสิ ฉันเริ่มมีความกลัวเข้ามาแทนที่ ถึงขนาดตัดสายไฟ ตัดสายโทรศัพท์... มันมากันกี่คนนะ แต่ไม่เห็นใครหรือได้ยินเสียงอะไรไม่ชอบมาพากลเลยสักแอะ ฉันยืนลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจหยิบไม้เบสบอลของโมอาในห้องนั่งเล่นแล้วเปิดประตูหน้าบ้าน

                แต่ก็ไม่มีใครเลยในสวน ฉันเอาไฟฉายสาดส่องไปทั่วบริเวณแต่ก็ไม่เห็นใครสักคนแม้แต่แมวหรือหนูวิ่งผ่านสักตัวก็ยังไม่มี

                หลอนตัวเองเกินไปล่ะมั้งฉัน? สงสัยเมื่อกี้พายุเข้า ไฟก็เลยดับชั่วคราว ส่วนเมื่อกี้ก็คงเป็นแค่เงาต้นไม้ไหว เฮ้อ...ไปนอนดีกว่า ฉันไม่ใส่ใจเรื่องสายโทรศัพท์ตัดไปเพราะคิดว่าไฟตัดแล้วโทรศัพท์คงตัดด้วย

                ระหว่างที่กำลังจะหันกลับเข้าบ้าน ฉันรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่จู่ๆ มาปะทะเข้าที่กลางหลัง ขนแขนสามัคคีกันลุกซู่โดยไม่ได้นัดหมาย ฉันค่อยๆ หันไปช้าๆ

                ใครอยู่ข้างหลังฉัน?” ขนาดกลัว ฉันก็ยังถาม

                แต่ไม่มีเสียงตอบ ฉันเริ่มขยับตัวไม่ได้

                ปะป้า มะ...โมอา ชะ แชมเปญ ชะช่วยด้วย! แล้วฉันก็จำได้ว่าตัวเองล้มพับลงไปโดยไม่มีสาเหตุ จนกระทั่งถึงเช้า

 

                ป้าซาร่า (หรือชื่อไทย=ป้าศาลา) บอกว่าเจอฉันเป็นลมอยู่หน้าบ้านก็ตอนเจ็ดโมงเช้าเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นเวลาตื่นปกติของป้าพอดี ป้าบอกว่าฉันตัวเย็นเจี๊ยบจนเกือบจะเป็นปอดบวมจึงให้ฉันหยุดเรียนหนึ่งวันแต่ด้วยอายุที่มากขึ้น ท่านคงจะลืมไปว่าตอนนี้ฉันอยู่ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน

                เป็นยังไงบ้างคะพี่?” โมอาชะโงกหน้าจนผมยาวสลวยสีน้ำตาลทองหล่นลงมาจี๋จมูกฉัน แถมยังกระโดดขึ้นนั่งบนเตียงแล้วประชดซ้ำต่ออีก นึกยังไงไปนอนเล่นตากน้ำค้างหน้าบ้านอ่ะพี่ หรือว่าเป็นเทรนด์ใหม่นอนนอกบ้านแล้วหน้าใส?” เพราะปากของหล่อนนี่แหล่ะฉันถึงได้ให้โมอาเป็นเพื่อนสนิทอันดับสองรองจากแชมเปญ

                ไม่ตลกอ่ะโมอา ฉันไปนอนนอกบ้านได้ยังไงกัน? จะว่าไป... ฉันพยายามเรียบเรียงความทรงจำแต่กลับนึกไม่ค่อยออก แล้วฉันออกไปนอกบ้านทำไม? ก่อนหน้านั้นฉันทำอะไรอยู่ ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย??

                นั่นน่ะสิ ถ้าฉันรู้ก็ไม่ถามพี่หรอก เออเมื่อเช้ามีคนโทรมาหาพี่ด้วยน่ะ เห็นบอกว่าจากบริษัทสลาฟเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ให้โทรกลับด้วยด่วนเลย

                หา!! ด่วนแล้วทำไมเพิ่งมาบอก!” บริษัทสลาฟฯ ที่ว่านี่มันคุ้นๆ อยู่นะ เดี๋ยวก่อน...แองเจล!! ใช่แล้ว! บริษัทที่แองเจลสังกัดอยู่นี่นา ว่าแต่โทรมาหาฉันทำไมหว่า แล้วโทรศัพท์โดนตัดสาย มือถือแบตหมด โทรมาได้ยังไงกัน...โอ๊ย! จู่ๆ ก็ปวดหัวไปหมดเลย

                เอ้า ฉันเห็นมันแบตหมดเลยชาร์ตให้พี่เรียบร้อยแล้ว นี่เบอร์ค่ะ ว่าแต่พี่ไปสมัครงานตั้งแต่ยังไม่จบม.6 เลยเหรอ? เก๋กู๊ดอ่ะ ว่าแล้วโมอาก็โยนมือถือส่งให้ฉันที่รับมาอย่างงงๆ จะว่าไปราวกับได้เห็นหน้าโมอาชัดๆ ก็วันนี้ ทำไมโมอาสวยแปลกตาขึ้นมากเลยแฮะ สงสัยอยู่ในช่วงวัยรุ่นกำลังบานล่ะมั้ง? (หมายถึงวัยรุ่นแตกเนื้อสาวน่ะ)

                จะบ้าเหรอ บริษัทแฟนฉันย่ะ

                ว้าย! พี่อันย่ามีแฟนกับเขาด้วยเหรอ?? ไม่จริงม้างงง ขี้ตู่

                =_=’’ ยัยนี่...เดี๋ยวแบล็คลิสจากทำเนียบเพื่อนซี้ซะเลยหนิ

                สวัสดีค่ะ ฉันอันย่า...ตรู๊ดดด...กึก สัญญาณขาดหายไป เอ๊ะ วันนี้มันวันสายหลุดแห่งชาติหรือไงกันนะ!

                ชั่วครู่หนึ่งฉันรู้สึกได้ถึงแววตาของโมอาที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นสายตาของการหวาดระแวงหรือกำลังระวังอะไรสักอย่างรอบตัว แต่ดูแล้วน่าขนลุกอย่างน่าประหลาด ราวกับไม่ใช่โมอาที่ฉันเคยรู้จัก

                พี่นอนพักก่อนละกัน ฉันจะออกไปข้างนอก นัดกับเพื่อนเอาไว้ มีอะไรก็โทรมาล่ะแต่แม่ก็อยู่นะ โมอาเป็นคนอยู่ไม่ติดบ้านอยู่แล้ว ตอนแรกเธอมักจะไปช้อปปิ้งหรือแม้กระทั่งเดินเล่นแถวหมู่บ้านกับฉัน แต่เดี๋ยวนี้เธอดูเหมือนมีเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยแทนเสียแล้ว เหงาจังแฮะ โทรหาแชมเปญดีกว่า

               

                ตรู๊ด...ตรู๊ดดด โทรศัพท์วันนี้เป็นอะไรไปนะ มือถือก็ด้วย แต่ช่างมันเถอะชักไม่อยากอยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์ซะแล้วสิ เหมือนลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่านะ? ฉันเลื่อนเก้าอี้โต๊ะคอมฯ แล้วเปิดเครื่อง เอ้า โมเดมก็ไม่ติด สงสัยโทรศัพท์จะเสีย

                ฉันเดินลงบันไดไปหาป้าเผื่อจะยังไม่รู้

                ป้าคะ โทรศัพท์เป็นอะไรไปก็ไม่รู้ มือถือก็แปลกๆ สัญญาณไม่ดีหรือเปล่าคะ?”

                ป้าซาร่าดูใจลอยแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา

                ป้าคะ!”

                ตาเถรพริกหก! อะไรนะลูก?” แล้วสติป้าก็กลับมาพร้อมกับสากและครกในมือที่ตำค้างไว้ แถมยังเหลือบมองนอกหน้าต่างห้องครัวอีกเป็นระยะ

                เอ่อ...โทรศัพท์น่ะค่ะเสียหรือเปล่าอ่ะ หนูต่อสายแล้วแต่มันก็ตัดไป มือถือก็ด้วย เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้

                เหรอ? แปลกจังเดี๋ยวป้าไปดูให้นะ ว่าแล้วป้าก็วางสากไว้บนครก ส่วนฉันก็เดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบน้ำกระเจี๊ยบสีแดงสดออกมา

                สีเลือด...ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่านะ? เลือดสีแดงฉานกำลังไหลหยดลงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โอ๊ ม๊าย ก๊อด!!! แองเจลสุดที่รัก! ฉันลืมไปได้ยังไงกันนะ! ประกาศผลแล้วนี่หว่า แง คอมก็เล่นไม่ได้ด้วยทำไงดี

                ป้าซาร่า หนูไปร้านเน็ตก่อนนะ!”

                สมองคิดฉับพลันจนบัดนี้มายืนอยู่หน้าร้านอินเตอร์เน็ตเรียบร้อย แต่ทว่า

                ขออภัยในความไม่สะดวก ร้านปิดทำการชั่วคราว

                ป้ายปิดร้านถูกแขวนไว้อย่างสวยงาม... เออเลิศ ให้มันได้อย่างนี้สิ! ฉันคิดต่ออย่างหมดหวัง สงสัยฉันจะไม่ใช่ผู้โชคดีหรอก คงจะกลายเป็นผู้โชคร้ายซะมากกว่า ขนาดจะลุ้นประกาศผลการจับฉลากยังหาที่ดูไม่ได้เลย! รันทดจริง ฮือออ

                ฉันเดินคอตกกลับบ้านไปอย่างเหงาหง๋อย แต่จังหวะนั้นเอง จู่ๆ รถเฟอร์รารี่สีดำโผล่มาจากไหนไม่รู้เกือบจะพุ่งเข้าใส่ตัวฉัน!

                กรี๊ดดด!” (ตายแน่ตู หลับตาปี๋)

                เอี๊ยด! ฉันหายใจหอบแฮ่กๆ ระยะห่างระหว่างรถเฟอร์รารี่กับตัวฉัน ถ้ามีไม้บรรทัดอยู่ตรงนั้นฉันว่ามันคงวัดได้ประมาณแค่ 5 เซ็นติเมตรเองแน่ๆ เพราะปลายชายเสื้อซีฟองของฉันมันกำลังปลิวตามลมไปโดนหน้ารถเข้าแล้วด้วย

                 คนขับรถเป็นผู้ชายผิวขาวจัด ใส่แว่นตาดำสนิทและชุดแจ๊กเก็ตหนังสีดำทึบ (ไม่ร้อนหรือไงยะ) แถมยังไม่มีท่าทางจะลงจากรถเลยแม้แต่เพียงนิด (ตาบ้า! เกือบชนคนตายนะเว้ยเห้ยยย!!)

                ขับรถภาษาอะไรเนี่ย! เกือบจะชนฉันคาที่อยู่แล้วนะ!” พูดไปก็สยองตัวเองไป ฉันคงกลายเป็นปลาหมึกบดมากกว่าตายธรรมดาแน่เลย บรื๋อ

                เจ้าของรถขยับแว่นตาดำ แล้วบีบแตร์ใส่ฉันปิ๊นๆ ห๊า!!

                โห ลูกพ่อใครฉันไม่สนหรอกนะ แต่เล่นชนแล้วหนี เอ้ย ยังไม่ชนแต่จะหนีไปแบบนี้น่ะเหรอ ขอโทษสักคำน่ะเป็นมั้ย??!” ขวัญเอ้ย ขวัญมา ตกใจยังไม่หายเลยวุ้ย แฮ่กๆ

                ดูเขาท่าทางหงุดหงิดไม่ต่างไปจากฉัน แต่แล้วเขาก็ถอดแว่นตาออก เล่นเอาอึ้งตะลึงไปจนเกือบลืมหายใจ หน้าตาแบบนี้ ตาสองชั้นสีน้ำตาลอ่อนเกือบทองคงเพราะโดนแดด จมูกโด่งงุ้ม ริมฝีปากพยักเซ็กซี่... โอ้โนวส์...เทพบุตรของฉันมารับถึงที่เลยเหรอนี่ ฉันตายไปแล้วใช่มั้ย? ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานกับนายเลยน่ะเหรอ? โฮ!!

                จะเอาเท่าไหร่

                เอ๊ะ ยังไม่ตายหรอกรึ? ว่าแต่เขากำลังจะทำอะไรน่ะ หยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมา นับแบงค์พันแล้วโยนใส่ฉันจนปลิวหล่นว่อนลงกับพื้นไปหมด นั่นมันสิบกว่าใบเชียวนะ!!

                พอใจแล้วใช่มั้ย? แล้วก็ถอยออกไป เกะกะ

                หือ เขาบอกให้ฉันถอยไปอย่างนั้นเหรอ? พ่อเทพบุตรสุดดวงใจ ไอดอลที่ฉันหลงรักมาเป็นแรมปีกำลังเอาเงินฟาดหัวฉันแล้วบอกว่าฉันเกะกะ?

                หูตึงหรือไงยัยเบื๊อก! ถอยไป!” ปิ๊นนน!!!!!! ฉันสะดุ้งเมื่อเขาสตาร์ทรถแถมเหยียบคันเร่งเต็มที่จนเห็นตัวเองกลายเป็นสตั้นท์เกริ์ล กระโดดหลบได้ทันท่วงที อะไรกันเนี่ย! แองเจลกำลังจะขับรถทับฉันเรอะ! ใครก็ได้บอกฉันทีว่าภาพที่ฉันเห็นเมื่อกี้ ฉันหลอนไปเองหรือเปล่า?!      
         

                ฉันเดินกลับมาบ้านอย่างงงๆ พร้อมกับเก็บตังค์มา (ด้วยความงก เอ้ย งง) นับดูแล้วเป็นจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ฉันแทบจะลมจับ นี่เป็นนิสัยปกติของพวกคนรวยหรือเปล่านะ? แต่มานั่งคิดดูอีกทีพลางกดหารายการโทรทัศน์ดูไปด้วย แองเจลที่ฉันเห็นในทีวีมันต่างกันลิบลับเลยอ่ะ นั่นไง! แอลเจลของฉันกำลังออกรายการ สวัสดีเกาหลี! หือ? รายการสด?? เป็นไปได้ยังไงก็เขาเพิ่งมายืนอยู่ตรงหน้าฉันเมื่อกี้นี้นี่?

                แองเจลช่างหล่อเหลาอะไรเช่นนี้...รอยยิ้มร้อยล้านดอลล่าร์ โอ้ยฉันอยากให้เขามายิ้มอยู่ข้างๆ ฉันจัง! ฉันคงจะนั่งมองนั่งเพ้อละเมอหาทั้งวันทั้งคืนเลยแน่ๆ แองเจลขา พลีสแมรี่มี...(แต่งงานกับตูเถอะ!!)

                ชิชะ คนละคนกันเห็นๆ ดูแองเจลสิ ยิ้มตลอดเวลา แต่ตาคนที่เกือบขับรถชนฉันสิกลับหน้าหงิกเป็นแอดด้า (ยี่ห้อรองเท้าแตะชนิดหนึ่ง) โธ่เอ้ย! แองเจลของฉันยังอยู่ที่เกาหลีอยู่เลย แถมนี่ก็เป็นรายการสดด้วย อ๊างงง หล่อ เอ๊ะ หรือความเชื่อที่ว่า คนเรามีฝาแฝดของตัวเองอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้จะเป็นความจริงกันนะ?

                ยังไม่ทันได้คิดต่อ เสียงออดก็ดังขึ้นหน้าบ้าน โมอาล่ะมั้ง? แต่หล่อนเอากุญแจไปทุกครั้งแล้วจะมากดออดทำแมวอะไรเล่า แต่เมื่อสายตาไปประสบพบผู้มาเยือน

                แชมเปญ! มาได้ยังไงเนี่ย!!” เพื่อนรักแทบจะหุบร่มใส่หน้าฉัน

                ทำไมไม่รับโทรศัพท์! รู้ไหม? ฉันต้องถ่อจากพระโขนงมาบางซื่อเชียวนะ! ร้อนชะมัดเลยขอเข้าไปก่อนล่ะ เปิดแอร์หรือเปล่า?” ว่าแล้วแชมเปญก็เดินฉับๆ ไปเปิดแอร์เองอัตโนมัติ ยัยนี่มาเที่ยวบ้านฉันจนชินแล้ว

                โทรศัพท์เสียอ่ะดิ มือถือก็ด้วยไม่รู้เป็นอะไร สัญญานรวนทั้งวันเลย

                งั้นแปลว่าเธอก็ยังไม่ได้เช็คอินเตอร์เน็ตน่ะสิ?” แชมเปญเงยหน้าขึ้นมองฉันระหว่างกระพือมือตัวเองไปด้วย เอาพัดแทนมั้ยยะ

                ฉันส่ายหน้า แล้วแชมเปญก็ก้มลงควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายใบใหญ่กว่าหน้าของตัวเอง เธอหยิบสมุดออแกนไนเซอร์ออกมาแล้วดึงกระดาษออกมาสามใบให้กับฉัน

                อะไรอ่ะ?”

                เพื่อนรักส่ายหน้าในความซื่อบื้อของฉัน (ก็บ้านอยู่บางซื่อง่ะ)

                รายการฝากซื้อของที่เกาหลี เครื่องสำอาง สกินแคร์และอื่นๆ ตามรายการเลยซื้อมาให้ครบนะ อย่าลืมซีดีกั๊กแซงแผ่นล่าสุดด้วย

                อะไรของเธอ ไปฝากยัยเบลล์ดิ มาฝากอะไรฉัน ก็เบลล์ได้ไปเดทกับกั๊กแซงไม่ใช่เหรอ?”

                แชมเปญถอนหายใจดังเฮือกก่อนจะทิ้งเรียวมืองามๆ ลงมาตรงหน้าผากเหม่งฉายของฉันดังแป๊ะ!

                ยัยเซ่อ เบลล์น่ะได้ไปเดทกับกั๊กแซง... แต่คนที่จะได้ไปเดทกับแองเจลน่ะ คือหล่อน นังอันย่า!!!”

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #23 {{♥JENA♥}} (@jena-jfa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 21:59
    So  funny  :)
    #23
    0
  2. #5 Yuki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 16:23
    น่าสนุก อัพเร็วๆนะคะ
    #5
    0
  3. #3 b.bew (@bbewty) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2554 / 15:51

    แวะไปที่มายไอดีเลยเห็นเรื่องนี้เข้าได้

    จริงๆเราก้อไม่ค่อยอ่านแนวแฟนตาซีเท่าไหร่

    แต่ถือว่าแต่งได้ดีนะค่ะ อ่านรื่นเลยทีเดียว เอาใจช่วยค่ะ

    #3
    0
  4. #1 kkimhvoi (@kkimhvoi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2554 / 17:56
     น่าสนใจดี อัพเร็วๆนะ
    #1
    0