ซ่อนรัก (Yaoi)

ตอนที่ 4 : บทที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 575 ครั้ง
    10 เม.ย. 58

ซ่อนรัก

บทที่ ๓

 

พฤทธิ์มองนาฬิกา เวลาเกือบสี่โมงเย็นเป็นเวลาคาบสุดท้ายที่เขาสอนเสร็จในวันนี้

          “มีใครอยากถามหรือเสนอแนะอะไรไหมครับ” เขาเอ่ยปากขึ้นเมื่อจบการบรรยาย “เหลืออีกสิบนาทีพอจะให้พวกคุณได้มีส่วนร่วมกับผมนะ”

          เด็กผู้หญิงข้างล่างยกมือถามเป็นคนแรก จากนั้นต่างคนก็ต่างหยิบยกประเด็นต่างๆ ขึ้นมาพูดคุยกันจนเกินเวลา

          “ผมว่าน่าจะพอกันแค่นี้ ถ้าครั้งหน้ายังพอมีเวลาเหลือ เรามาพูดคุยกันใหม่นะครับ..เชิญครับ”

          นิสิตหลายคนเริ่มทยอยเดินออกจากห้องจนหมด เขาจึงได้เวลาออกจากห้องบรรยายบ้าง หากไม่ผิดพลาดหรือมีธุระ..มันก็คงเป็นเวลาที่เขาจะกลับไปพักผ่อนที่คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย

          แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็เป็นสัญญาณว่าเย็นนี้พฤทธิ์คงไม่ได้ทำตามที่หวัง

          “สวัสดีครับ”

          คุณพฤทธิ์สอนเสร็จแล้วหรือคะ

          “แม่ได้ตารางสอนผมไปแล้วนี่ครับ” เขาหยิบกระเป๋าเอกสารก่อนเดินออกจากห้องบรรยาย “แม่โทรมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”

          วันศุกร์คุณพฤทธิ์ว่างตอนบ่าย

          “ครับ”

          แม่อยากให้พาอาจารย์ขวัญมาหาแม่หน่อยค่ะน้ำเสียงของหล่อนสดใสเวลาที่พูดถึง ฉลองขวัญและเขาก็รู้เหตุผลดีว่าทำไมแม่ถึงดีใจนัก เพราะหล่อนหมายมั่นว่าฉลองขวัญกับเขาจะต้องแต่งงานกันในไม่ช้า ทว่าสำหรับพฤทธิ์แล้ว..เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัว

          จริงอยู่ที่เขากับหล่อนมีความสัมพันธ์กันเกินเพื่อนแต่ไม่ได้คบหาดูใจกันอย่างเปิดเผย แต่คนทั่วไปก็เข้าใจว่าพวกเขาคือคนรักกัน ทั้งที่สำหรับพฤทธิ์หล่อนก็เป็นได้แค่คนรู้ใจชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

          “ทำไมครับ”

          แม่ก็อยากรู้จักเพื่อนที่ทำงานคุณพฤทธิ์บ้าง

          พฤทธิ์ขมวดคิ้ว “ผมกลัวว่าเธอจะไม่ว่าง”

          แม่รู้ว่าคุณพฤทธิ์สามารถพาเธอมาเยี่ยมแม่ได้ใช่ไหมคะ  

          “เป็นประโยคคำถามหรือเปล่าครับ” พฤทธิ์รู้ว่ามันไม่ใช่ประโยคคำถาม จุดประสงค์ที่แท้จริงของหล่อนคือคำประกาศิต แม้เขาอยากจะต่อต้านเต็มทน แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหล่อนแล้วก็ทำใจแข็งไม่ลงจริงๆ

          แล้วแต่จะคิดค่ะ

          ชายหนุ่มถอนหายใจพลางนึกถึงใบหน้าของฉลองขวัญ หล่อนคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เปิดตัวกับแม่ของเขาสักที เพราะช่วงหลังๆ ทุกครั้งที่ใช้เวลาร่วมกันเจ้าตัวก็มักเปรยขึ้นมาเฉยๆ ส่วนเขาก็นิ่งเงียบตามระเบียบ

          “แล้วเจอกันวันศุกร์นี้นะครับ”

          ค่ะ

          ในช่วงที่อายุใกล้สามสิบ เพื่อนของเขาทยอยแต่งงานกันไปหลายคู่แล้วและเขาก็ได้รับการ์ดเชิญอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งที่ไปร่วมงานพฤทธิ์มักไปคนเดียวและมีคำถามตามมาว่า เมื่อไหร่จะหาคนมาดูแลสักที เพื่อนคนอื่นเขามีแฟนกันตั้งหลายคนแล้วสำหรับพฤทธิ์เขาแทบไม่ได้ฟังด้วยซ้ำ

          เขาเป็นผู้ชาย แน่นอนว่าสนใจผู้หญิงเป็นธรรมดา แต่คนที่อยู่กับเขานานที่สุดคือฉลองขวัญเพื่อนร่วมรุ่นของเขา ความสัมพันธ์บิดเบี้ยวเกิดขึ้นเพราะหล่อนอกหักและเขาอยากลอง มันไม่ได้มีความรักเจือปนในความรู้สึก แต่กับหล่อน..กาลเวลานำพาให้ต้องหาที่พึ่งพิงและถลำลึกจนยากจะถอนตัว เขารู้ดีว่าหล่อนหลงรักเขาแต่สำหรับพฤทธิ์หล่อนไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น

          “ขวัญ วันศุกร์นี้คุณแม่อยากเจอคุณ” เขากรอกน้ำเสียงราบเรียบผ่านโทรศัพท์

          รับทราบค่ะ

          น้ำเสียงของหล่อนเย้ยหยันเขาอยู่ในที เพราะครั้งหนึ่งฉลองขวัญเคยพูดกับเขาเรื่องแต่งงานและบอกว่าพวกเขาเข้ากันได้ในทุกๆ เรื่อง ทว่าพฤทธิ์กับปฏิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย เพราะระหว่างเขากับหล่อนมันก็ไม่มีทางเกินกว่าเพื่อนหรอก

         

          สภาพของหลงมอมแมมไม่ต่างอะไรจากลูกหมาตกน้ำ ทั้งกลิ่นเหงื่อและกลิ่นควันรถอบอวลทั่วร่างกายของเขาจนอดเบ้หน้ารังเกียจตัวเองไม่ได้

          “กลับมาแล้วเหรอคะ” คุณป้าแม่บ้านถามเขาพลางยื่นแก้วน้ำให้

          “ครับ” ความจริงเขาหมดเรี่ยวแรงจนไม่อยากเปิดปากพูดด้วยซ้ำ หากเป็นไปได้หลงอยากจะล้มตัวนอนตรงนี้แทนที่จะเดินขึ้นไปบนห้องนอน

          “ป้าไม่อยากจะคิดว่าตอนคุณหลงไปเรียนจะมีสภาพแบบไหนจริงๆ ค่ะ”

          เขาดื่มน้ำจนหมดแล้วยื่นแก้วน้ำให้หล่อน “หล่อแน่นอนครับ”

          “ความจริงคุณน่าจะไปพร้อมกับคุณกรณ์นะคะ ไปที่เดียวกันแท้ๆ” หล่อนบ่นทุกครั้งที่ คุณหนูคนเล็กกลับมาจากมหาวิทยาลัย ความจริงมันก็ตั้งแต่ช่วงมัธยมแล้วที่หลงไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง แม้ว่ากรณ์จะลงทุนขับไปทางเดียวกัน ทว่าทุกครั้งก็ถูกปฏิเสธกลับมาอย่างไร้เยื่อใย

          “ช่างมันเถอะครับ หลงไปของหลงเองได้”

          “ตามใจแล้วกันค่ะ อ้อ..คุณวุฒิให้คนหลงมากินข้าวพร้อมกันนะคะ รีบไปอาบน้ำลงมาเลยค่ะ”

          เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกแล้วรีบวิ่งขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องนอน การได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกันก็คงถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกทางหนึ่ง แต่ทว่ามันก็ผ่านมาหลายปีที่หลงถูกบังคับให้ปฏิบัติแบบนี้ แล้วอย่างไรเล่า..ผลมันก็ยังเหมือนเดิม เขาเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น กระด้างและไม่ใส่ใจใครทั้งสิ้น

          “เรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้างหลง ดีหรือเปล่า”

          “ก็ดีครับ” เขาตอบห้วนๆ อย่างไม่สบอารมณ์ จะให้บอกได้อย่างไรว่าวันแรกก็สร้างวีรกรรมน่าอายกับคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

          “ได้ยินว่าอาจารย์พฤทธิ์สอนด้วยใช่ไหม ได้สอนน้องหรือเปล่าล่ะ”

          “ครับ” พฤทธิ์ตอบ

          “ลูกชายของอาตั้งใจเรียนไหม”

          พฤทธิ์หวนคิดไปถึงตอนแปดโมงกว่าๆ ครั้งนั้นเป็นครั้งที่เขาเจอนิสิตในชั้นเรียนตัวเองและมันก็เป็นเหตุบังเอิญที่ได้พบหลงแอบขึ้นลิฟต์สำหรับอาจารย์

          เขายังจำแววตาตื่นตระหนกของหลงได้ดี ก่อนเจ้าตัวดึงสติลับมาพร้อมปั้นหน้าเฉยชาราวกับไม่รู้สึกผิด ถึงหลายคนจะมองว่ามันควรเป็นสิทธิ์ที่ใครๆ ก็ใช้ลิฟต์ได้ทั้งนั้น แต่ในเมื่อมีการเขียนประกาศไว้ใช้สำหรับอาจารย์แล้วก็ไม่ควรมีใครคิดฝ่าฝืน แต่เด็กคนนี้..ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันวันแรกของการเรียนกลับทำให้เขาหงุดหงิดเสียจนอยากดุขึ้นมา

          แต่เหตุผลแค่นั้นไม่ทำให้คนอย่างอาจารย์พฤทธิ์เปิดปากตำหนิใครง่ายๆ หรอก

          “ตั้งใจประมาณหนึ่งครับ”

          เขาเป็นอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างหน้านิสิตร่วมร้อยคน ต่อให้จำนวนมากกว่านี้พฤติกรรมต่างๆ ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของพฤทธิ์ แต่มันอยู่กับว่าเขาฉวยขึ้นมาพูดหรือทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้น ทว่าหลง..คนที่มาสายเกือบสิบนาทีและนั่งอยู่แถวแรกกลับหลับคอพับไม่รู้ตัวหลายครั้ง 

          เขาควรจะโกรธหลงหรือโทษตัวเองว่าทำหน้าที่บกพร่องดี..

          “พฤทธิ์พูดแบบนี้นี้ อาว่าหลงคงเผลอหลับหลายรอบแน่ๆ” ใบหน้าหลงเห่อร้อนด้วยความอับอาย เขาไม่ได้ตั้งใจหลับในห้องเรียนเสียหน่อย แต่ใครจะตารางให้เริ่มเรียนตอนแปดโมงเล่า..แล้วไหนจะแอร์เย็นๆ ที่ปะทะหลังคออีก คนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกับเขา แต่ทำไมอาจารย์พฤทธิ์ถึงจ้องจับผิดเขาคนเดียว

          คนที่เกลียดแค่หายใจยังบอกว่าผิด นับประสาอะไรกับหลงที่พฤทธิ์ไม่ชอบหน้า..

          พฤทธิ์ยิ้มบางๆ เขาไม่อยากทำให้คุณอาเสียใจแต่ก็อดนึกถึงช่วงเวลาในคาบเรียนไม่ได้ สายตาของเขากวาดมองนิสิตทั่วห้องอย่างเท่าเทียม แต่ต้องมาสะดุดกับใครบางคนที่สัปหงกอยู่ตรงหน้าพร้อมกลิ่นบางอย่างที่เจือในอากาศ เขาไม่อยากคิดก็ต้องคิดว่า..หลงคงไม่ได้ติดรถของกรณ์มาเรียนด้วย

          “คงเหนื่อยก็เลยเผลอหลับบ้างครับ”

          “อาบอกหลงหลายรอบให้ไปพร้อมกับกรณ์ก็ไม่ยอมฟัง เอาแต่จะไปเองอย่างเดียวทั้งที่บ้านเราก็มีสารถีจำเป็นแท้ๆ”

          “งั้นคุณพ่อก็บอกหลงสิครับว่าอย่าดื้อเวลาให้ติดรถไปด้วยกันน่ะ”

          “ผมอยากไปเอง ไม่อยากรบกวน” ความหงุดหงิดตีรวนขึ้นมาจนหลงนึกอยากวางช้อนแล้วเดินขึ้นไปบนห้อง เขาไม่เข้าใจพ่อเลี้ยงกับกรณ์เลยว่าทำไมต้องทำดีกับเขาด้วย ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด รักหรือ..หลายคนอาจจะพูดอย่างนั้น แต่จะเป็นไปได้อย่างไรกับคนแปลกหน้าอย่างหลงที่จะได้รับความรักดีๆ แบบนี้

          มื้ออาหารเย็นเสร็จสิ้นลงหลงจึงกลับขึ้นไปทำงานบนห้อง ความจริงเขาก็พูดไปอย่างนั้นเพราะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ขืนนั่งอยู่แบบนี้ต่อไปมีหวังหัวทิ่มจานข้าวแน่ๆ

          ใครไม่เป็นหลงคงไม่มีทางเข้าใจ ถึงไม่อยากลำบาก แต่ไม่อยากให้ใครมองเป็นภาระเหมือนที่แม่เคยพูด

            แกมันก็แค่ภาระเท่านั้นแหละ ใครจะรักได้ลง

           

          หลงยังใช้ชีวิตแบบปกติทุกวัน ตื่นเช้า นั่งรถสาธารณะไปเรียน เวลาเจอกรณ์ในบ้านก็ต้องรีบเดินหนีไปก่อนที่อีกฝ่ายจะมีโอกาสได้พูด เอาเข้าจริงพอเห็นหน้าพี่ชายต่างสายเลือดบ่อยๆ ทำขนาดนี้ก็อดใจอ่อนไม่ได้ แต่หลงก็ยังเป็นหลงวันยังค่ำ เขาไม่ต้องการให้ใครเห็นอกเห็นใจ

          แต่คงมีจะอยู่คนหนึ่งที่ถูกยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ..

          หลังเลิกเรียนตอนหกโมงเย็น ตะวันเคลื่อนคล้อย ท้องฟ้าฤดูร้อนเป็นส้มอมฟ้า พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับคล้ายจะช่วงชิงความหวังและความฝันของหลงไปทุกขณะ แต่เขาก็ควรจะชินได้สักที ทว่าวันนั้นอาจจะเป็นทั้งโชคดีและโชคร้ายของหลง โชคดีที่ว่าคือเขาไม่ต้องฝ่าฝุ่นควันและฝูงคนไปขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์และโชคร้ายคือคนๆ นั้นกลับเป็นคนที่หลงไม่อยากเจอมากที่สุด

          อาจารย์พฤทธิ์..

          เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าตามฟุตบาท ทว่ารถที่เคลื่อนขยับขับตามทุกฝีก้าว ทั้งที่หลงรู้ดีว่าต่อให้วิ่งเต็มกำลังก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงรถสัญชาติเยอรมันคันนี้ได้

          กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลง ปรากฏใบหน้าของคนที่หลงคิดว่าไม่อาจจะรู้สึกดีด้วยได้

          “ขึ้นรถสิ”

          เสียงทุ้มต่ำคล้ายขู่บังคับให้หลงจำยอม แต่สำหรับคนอย่างเขาแค่นี้มีหรือจะทำอะไรได้ เด็กหนุ่มเชิดใบหน้าขึ้นพร้อมจะอ้าปากปฏิเสธ “ผม..

          “จะกลับบ้านไม่ใช่หรือ” อีกฝ่ายพูดไม่กี่คำแท้ๆ น้ำเสียงกลับหนักแน่นจนแทบจะกดหลงให้แบนติดกับที่

          “เปล่าครับ” เขาตอบ พลางคิดว่าควรจะไปที่ไหนดีก่อนกลับบ้าน ทั้งที่ความจริง..หลงก็จะกลับบ้านนั่นแหละ “ผมจะไปแวะร้านหนังสือก่อน”

          อาจารย์พฤทธิ์ยังนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ขยับรถแต่อย่างใด นั่นยิ่งทำให้หลงรู้สึกร้อนรนใจแทบขาด บางทีอีกฝ่ายอาจจับได้ว่าหลงโกหกอยู่

          หลงไม่มีทางเลือกเมื่อดวงตาสีเข้มตวัดมองอย่างรู้ทัน เขาเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถก่อนอีกฝ่ายจะเลื่อนกระจกขึ้นและขับรถออกไป

          ชั่วขณะหนึ่งที่หลงคิดถึงกรณ์ แม้ว่าเขาจะอึดอัดกับการนั่งรถร่วมเจ้าตัวบ่อยครั้ง แต่ถ้าเทียบกับคนข้างๆ อย่างอาจารย์พฤทธิ์แล้ว หลงคิดว่าติดรถมากับกรณ์ดีกว่าด้วยซ้ำ

          “ครับ” พฤทธิ์กดรับโทรศัพท์ “ผมขับรถอยู่”

          กรณ์ไม่ฟังเอาแต่ถามถึงน้องตัวเอง พี่ได้รับน้องผมมาด้วยหรือเปล่า

          “รับ”

          ค่อยยังชั่วหน่อย นี่กับผมนะไม่ยอมกลับพร้อมกัน แต่พอเป็นพี่นี่อยู่หมัดเลยนะ

          “ไว้กลับถึงบ้านค่อยคุยกัน”

          ขอบคุณครับ ขับรถดีๆ นะครับอาจารย์พฤทธิ์

          พฤทธิ์ไม่ตอบกลับ เขาตัดสายทิ้งพลางมองไปข้างหน้าอย่างมั่นคง หน้าที่เขาก็ไม่ใช่แต่เพราะผู้เป็นญาติขอร้องไว้ ถ้าไม่เช่นนั้นมีหรือเขาจะยอมทำ แค่ปรายตามองเด็กไม่มีกาลเทศะคนนี้ก็มากเกินพอแล้ว

          “อาจารย์ส่งผมตรงป้ายรถเมล์ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับบ้านเอง”

          “ผมจะไปบ้านคุณวุฒิอยู่พอดี ไม่ต้องให้คุณลำบากกลับรถสาธารณะหรอก” น้ำเสียงของพฤทธิ์ไม่เหมือนกับตอนที่สอน แต่เขาก็ยังตระหนักว่าตัวเองควรทำอย่างไร “ถือว่าเป็นน้ำใจจากอาจารย์ก็แล้วกัน”

          พฤทธิ์มาถึงบ้านหลังใหญ่เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง พอเขาจอดรถเทียบหน้าประตูบ้านเท่านั้นก็เห็นกรณ์เดินออกมายืนรออยู่แล้ว ส่วนหลงพอรถจอดสนิทก็ยังมือไหว้เขาแล้วรีบพุ่งตัวออกจากรถทันที จริงๆ..เขาก็สงสารกรณ์อยู่เหมือนกันที่เด็กคนนี้เอาแต่หมางเมิน แต่ถ้าเขาเป็นกรณ์..คงไม่มีวันเป็นแบบนี้แน่ๆ

          “เขาเกลียดผมหรืออย่างไรนะ ทำไมช่วงนี้เขาแทบจะวิ่งหนีผมทันทีที่เจอหน้า”

          “ถ้ารู้อย่างนั้นจะไปยุ่งทำไม”

          “ผมรู้ว่าอาจารย์พฤทธิ์ไม่ชอบหลง แต่เขาน่าสงสารนะครับ อีกอย่าง..ผมอยากมีน้องชายด้วย ถ้าได้เขามาเป็นน้องคงจะไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้แน่ๆ แล้วที่สำคัญ..ผมไม่อยากให้คุณพฤทธิ์เกลียดหลง แต่น่าจะเห็นใจเขาแทนนะครับ”

          “ลองเล่ามาสิ เผื่อผมจะพิจารณา”

          “อืม..เริ่มแรกผมก็หวงรักคุณพ่อเหมือนกัน แต่พอเห็นหน้านัยน์ตาของหลง ความคิดมันเลยเปลี่ยน..” กรณ์คล้ายจะหยุดตัวเองไม่อยู่ พอได้เล่าเรื่องในอดีตก็เหมือนม้วนฟิล์มที่เล่นไปเรื่อยๆ แม้ว่าเรื่องที่เล่าไม่ใช่เรื่องหน้าจดจำอย่างหลงเกลียดกรณ์เสียจนไม่อยากเห็นหน้า

          สำหรับอาจารย์เขาควรจะนึกสงสารอยู่บ้าง แต่ตัวตนที่แท้จริง..กลับรู้สึกเฉยชาเสียมากกว่า คนทุกคนย่อมแตกต่างและเกิดมาไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีคนแบบเดียวกันจนล้นโลก

          “เพราะอย่างนั้นพี่ควรจะช่วยผมดูแลเขาอีกแรงนะครับอาจารย์พฤทธิ์”

          “ไว้คิดดูอีกทีแล้วกัน”

          “พี่เป็นอาจารย์นะ ต้องช่วยผมสิ!” กรณ์รู้ว่าแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้ อีกอย่างเขาดูออกว่าพี่พฤทธิ์เอ็นดูคนแบบไหนและไม่ชอบคนแบบไหน ซึ่งหลงอยู่ในกลุ่มที่สอง

          “ผมสอนแค่บางวิชา คุณก็รู้ดี”

          กรณ์แค่ไม่อยากให้ใครเกลียดหลงมากขึ้นเท่านั้น..

          เพราะวันพรุ่งนี้เป็นเขาไม่มีสอนตอนเช้า เย็นนี้พฤทธิ์จึงอยู่บ้านกรณ์ค่ำเสียหน่อย พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการสอนและเรื่องชีวิตส่วนตัว

          “ที่จริง..ผมไม่ได้ฟังพี่เล่นเปียโนมาหลายปีแล้วนะตั้งแต่พี่ไปเป็นอาจารย์น่ะ”

          เขาเองก็ไม่ขัดศรัทธา ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงวางลงก่อนเริ่มบรรเลงเพลงที่ยังอยู่ในความทรงจำ

          “พี่ยังเล่นเก่งเหมือนเดิมเลยนะ”

          “คุณกรณ์เองก็เล่นเป็นไม่ใช่หรือ” เขาย้อนถาม

          “ผมคืนครูไปหมดแล้วล่ะ” กรณ์เงียบไปสักพักก่อนจะเหลือบมองทางประตูห้องครัว ร่างน้อยๆ วูบไหวไปเมื่อสักครู่ทำให้อดอมยิ้มไม่ได้ หลง..ไม่ว่าเวลาผ่านไปกี่ปีก็ยังไม่เปลี่ยน เวลาเห็นใครเล่นเปียโนทีไรก็คอยแอบมองอยู่เสมอ พอจับได้ก็วิ่งหนีไปเสียทุกที “อ้อ..มีคนยืนดูพี่พฤทธิ์ตั้งนานสองสองนาน สงสัยจะอยากเรียนด้วย”

          หลงหลบอยู่ข้างประตูแล้วสะดุ้งก่อนจะทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเขาวิ่งหนีก็แสดงว่าเขาทำจริง แต่ถ้าเขาอยู่กับที่..ก็แล้วแต่อีกฝ่ายจะคิด

          กรณ์เห็นน้องจะหนีก็รีบตะโกนเรียกทันควัน “หลง!..เขามาสิ”

          สองครั้งสองคราที่เขาโดนจับได้ว่าทำผิด

          “ผมแค่ผ่านมาได้ยินเลยหยุดฟัง”

          “อยากเรียนหรือเปล่าล่ะ” พฤทธิ์ถามเมื่อเห็นสีหน้ากรณ์ ดูท่าอยากให้เขาร่วมมือด้วยเต็มที่

          เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว นึกย้อนไปตอนยังเด็ก ตอนนั้นหลงได้แต่แอบมองเด็กรุ่นเดียวกันเรียนเปียโนอยู่ แต่คำพูดของแม่กลับสะท้อนก้องในหัวสมอง

 

          ‘โง่เหมือนพ่อแกนั่นแหละ จะเอาอะไรไปเทียบคนอื่น!’

          ‘อย่างแกมีหรือจะไปเรียนกับคุณกรณ์ ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ!’

         

          หลงเม้มปากพลางหวนคิดไปถึงช่วงเวลาที่ยังเด็ก ครั้งหนึ่งพ่อเลี้ยงเคยอยากพาเขาไปเรียนแต่แม่แท้ๆ กลับปล่อยโอกาสนั้นหลุดลอยไปทั้งที่รู้ว่าหลงปรารถนาจะเรียนแค่ไหน บางครั้ง..เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงต้องจำเรื่องไม่ดีด้วย เอาเข้าจริง..เขาก็ยังนึกไม่ออกว่านอกจากแม่คลอดเขาแล้ว ยังเคยทำอะไรดีๆ กับเขาบ้างหรือเปล่า

          “ผมอยู่ไปก็สอนน้องไม่ได้ ขอตัวไปตรวจงานนะครับ” กรณ์เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ภายในโถงจึงเหลือเพียงเปีย หลง และอาจารย์พฤทธิ์

          “มาสิ ผมจะสอนให้”

          หลงลังเล แต่แกรนด์เปียโนสีน้ำตาลเข้มก็ดึงดูดเขาเหลือเกิน เด็กหนุ่มเดินไปหาอีกฝ่ายพลางนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมอย่างว่าง่าย

          “วางมือลงไป” พฤทธิ์บอกสั้นๆ “อยากเล่นเพลงอะไร”

          เด็กหนุ่มร่างผอมเอาแต่เงียบ พฤทธิ์เลยวางนิ้วทับหลงพร้อมความร้อนจากปลายนิ้วแล่นลามไปทั่วผิวเนื้อขณะอีกฝ่ายที่กดปลายนิ้วลงมา

          นั่นสิ..เด็กคนนี้จะรู้อะไรบ้างล่ะในเมื่อแทบไม่เคยแตะเปียโน..

          ชั่วขณะหนึ่งหลงรู้สึกว่าหากมีใครบางคนอ่อนโยนกับเขาได้สักที ชีวิตคงเหมือนมีดอกไม้เบ่งบานในทุกฤดู

         

          “อาจารย์ขวัญเขาเป็นคู่หมั้นกับอาจารย์พฤทธิ์หรือเปล่า ใครรู้บ้าง” เด็กสาวคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา

          “เคยได้ยินว่าอย่างนั้น แต่ไม่เคยเห็นไปไหนด้วยกันเลย” อีกคนเสริมให้คล้ายจะเห็นความหวังอยู่รำไร

          “แกก็จะได้เห็นแล้วนั่นไง เขาเดินมาคู่กัน” หล่อนพูดขึ้นเมื่อเพื่อนทั้งกลุ่มรวมทั้งหลงหันหลังไปมองเป็นตาเดียว “ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นคู่หมั้น ไม่อย่างนั้นคนทั้งห้องคงอกหักกันระนาว”

          “อาจารย์ไม่เคยส่งสัญญาณอะไรเลย ออกจะเย็นชาด้วยซ้ำ อย่ามโน”

          หลงมองหันมองออกไปข้างนอก รถยนต์สีดำขลับจอดไว้ข้างถนนพร้อมกับอาจารย์พฤทธิ์ที่เดินออกมารับใครบางคน เจ้าตัวไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอาจารย์ฉลองขวัญ..อาจารย์ที่ปรึกษาของเขา

          ที่จริงหลงไม่ควรรู้สึกอะไรกับอาจารย์พฤทธิ์ แต่บางอย่างกลับตีรวนขึ้นมาจนหลงอยากจะตบหน้าตัวเองสักร้อยที มันก็แค่ความรู้สึกแปลกปลอมเวลามีใครมาทำดีด้วยเท่านั้นแหละ

          เขามองอยู่นาน..นานเกินไปที่พอจะทำให้อาจารย์พฤทธิ์สบตาบ้าง ทั้งที่ควรจะหลุบตามองไปที่อื่นแต่หลงกลับสู้สายตานั้นอย่างเอาเรื่อง ด้วยหวังว่าจะพอเห็นอะไรเจืออยู่บ้าง ทว่ากลับเป็นเพียงความเย็นชาจนรู้สึกบาดใจ

          บาดใจ..มันควรจะถูกเรียกว่าเจ็บใจมากกว่า ทั้งที่เมื่อวานหลงคิดว่าอีกฝ่ายคงจะมองเขาใหม่ในทางที่ดีขึ้น ทว่าความจริงก็คงเป็นบทบาทที่เจ้าตัวแสร้งทำขึ้นมาเท่านั้น

          คนสอนเปียโนให้หลงเมื่อหลายวันก่อนกับคนที่อยู่อีกฟากถนนเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า หลงสับสน..

          “น่าอิจฉา แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเป็นแฟนกัน”

          “เลิกเพ้อถึงอาจารย์แล้วรีบทำงานเถอะ กลับบ้านจะได้นอนเต็มอิ่มสักคืน”

          เพื่อนของเขาพูดต่ออีกสองสามประโยค แต่มันไม่เข้าหูของหลงแล้ว ถูกล่ะ..ใครๆ ก็ต่างหมายปองคนแบบ อาจารย์พฤทธิ์ไม่เห็นแปลกที่อีกฝ่ายจะเลือกมองหาคนที่เหมาะสมจริงๆ

          หลงก็แค่เผลอดีใจที่อาจารย์พฤทธิ์ทำดีด้วยเท่านั้นเอง

         

          ฉลองขวัญเป็นคนที่จัดว่าหน้าตาดีทีเดียว เพียงแค่หล่อนใส่สูทเหมือนคนอื่นๆ กลับน่ามองอย่างไม่น่าเชื่อ ครั้งแรกที่รู้จักกันเขาคิดอย่างนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเคยชินเข้าแทนที่จนมองหล่อนเหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปที่แค่สวยกว่าคนอื่นก็เท่านั้น

          “นึกว่าคุณจะไม่มาแล้ว”

          พฤทธิ์มองฉลองขวัญ วันนี้อีกฝ่ายสวยผิดปกติ “ไม่เห็นต้องตั้งใจขนาดนี้เลย”

          “ก็ไปพบแม่สามีไม่ใช่หรือคะ จะให้ธรรมดาได้อย่างไร”

          เขาขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์เมื่อหล่อนพูด “คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้น ผมไม่คิดอะไรเกินไปกว่านี้จริงๆ”

          สายตาหลายคู่มองพวกเขาอย่างสนอกสนใจ เขารู้แต่เลือกจะนิ่งเฉย ทว่าเมื่อเหลือบไปมองดีๆ ใครบางคนกลับจ้องชนิดที่ตาแทบถลนออกจากเบ้า

          หลง..คนที่เขานึกชังแต่แรก..

          หลายคนทำให้เขาประทับใจจนจดจำ แต่บางคนกลับทำให้เขาไม่ชอบจนจดจำด้วยเช่นกัน

          “รีบไปเถอะ ผมไม่มีเวลามาก” ความหงุดหงิดไม่อาจทำให้เขามองใครได้อย่างปกติจริงๆ พฤทธิ์จึงเลือกเร่งให้ใครอีกคนขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งชนิดที่ไม่ทิ้งฝุ่น

          เขาตรงเวลาอย่างที่นัดกับแม่ไว้จริงๆ ไม่ทันได้จอดรถสนิท ฉลองขวัญก็รู้หน้าที่ตัวเองเสียเหลือเกิน เจ้าตัวไม่รอให้เขาเป็นสุภาพบุรุษเปิดประตูอย่างทุกครั้ง กลับเปิดเองพร้อมกับเข้าไปกอดแม่ของเขาราวกับเป็นลูกในไส้

          “แม่ดีใจที่พฤทธิ์พาขวัญมาเยี่ยมแม่”

          “หนูก็ดีใจที่พฤทธิ์พามาค่ะ” หล่อนวาดยิ้ม เป็นยิ้มที่สวยเสียจนต้องเหลียวหลัง แต่สำหรับพฤทธิ์..หล่อนยิ้มให้เขาแบบนี้ร้อยครั้งได้ แต่เขาก็ยังเฉยชาร้อยครั้งเช่นกัน

          “เข้าบ้านนะคะ วันนี้แม่เตรียมอาหารให้โดยเฉพาะเลยค่ะ”

          ฉลองขวัญประคองแม่ของเขาเดินเข้าไปในบ้านพร้อมหันหลังมองด้วยสายตาถือดี ถือดี..นั่นมันเขาต่างหากไม่ใช่หล่อน!

          แม้พฤทธิ์จะรู้ทั้งรู้ว่าแม่อยากจับคู่ให้เขากับฉลองขวัญ ทว่าสำหรับพฤทธิ์การสร้างครอบครัวยังไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ มื้อค่ำมือนี้จึงเต็มไปด้วยเสียงของผู้หญิงสองคนมากกว่า ส่วนเขาก็แค่ตอบรับสั้นๆ กระทั่งเวลาเกือบสองทุ่มนั่นแหละคุณแขถึงเรียกเขาไปคุยในห้องหนังสือ

          “คุณพฤทธิ์ใกล้สามสิบแล้วนะคะ”

          “ครับ”

          “แม่รู้ว่าคุณพฤทธิ์รู้ที่แม่คิด ฉลองขวัญไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณพฤทธิ์ไม่ขอแต่งงานสักที”

          อย่าว่าแต่แต่งงานเลย แค่รัก..เขายังให้หล่อนไม่ได้นับประสาอะไรกับการสร้างครอบครัว ความเหมาะสม ความสงสารมันไม่พอใจสร้างครอบครัวที่อบอุ่นได้

          ตัวอย่างจากครอบครัวของเขา พ่อกับแม่แต่งงานกันเพราะความเหมาะสม แต่สิ่งที่เกิดหลังจากนั้นไม่กี่ปีคือความร้าวฉาน ทั้งที่พ่อพยายามเต็มที่และแม่ก็พยายามไม่น้อย

          “ฉลองขวัญเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง” เขาพูดพลางมอบสีหน้าของแม่ แววตานั้นเจือด้วยความหวังอย่างล้นหลาม แล้วคนอย่างเขามีหรือจะทำลายความหวังของหล่อนได้ลงคอ “ผมจะพยายามมากกว่านี้”

          “คุณพฤทธิ์ไม่ทำให้แม่ผิดหวังสักครั้ง”

          เขาโตขึ้นมากับผู้หญิงเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือกิจกรรมเขาไม่เคยทำให้หล่อนผิดหวัง..แต่มันกลับพ่วงด้วยความรู้สึกหนักอึ้งคล้ายก้อนหินที่แบกรับไว้เริ่มจะกดทับลงมาทุกทีและดูเหมือนหินก้อนนี้จะหนักเกินไปจริงๆ

          “ผมจะไปส่งขวัญที่บ้านและกลับไปที่คอนโดเลยนะครับ”

          “เดินทางปลอดภัยนะคะ”

          คืนนั้นฉลองขวัญนอนค้างที่คอนโดของเขา อยากรู้นักว่าหล่อนเป็นตามที่แม่เขาบอกตรงไหนในเมื่อพฤทธิ์รู้ไส้รู้พุงหล่อนหมดแล้ว

          ความหงุดหงิดที่สั่งสมมานานราวกับพายุร้ายถูกระบายลงใส่ใครคนหนึ่งจนเกือบรุ่งเช้า ก่อนที่เขาจะย้ายตัวเองลงจากเตียงและไปนอนข้างนอกในที่สุด แม้ว่าหล่อนพยายามจะรั้งเขาเหมือนทุกครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จ พฤทธิ์ไม่เคยนอนร่วมเตียงกับหล่อนแม้ว่าจะเหนื่อยจนแทบลืมตาไม่ขึ้นก็ตาม

          “เรารู้จักกันมานานหลายปี ทำแบบนี้มาหลายปี ทำไมเราไม่..

          “อย่างที่ผมบอกไปแต่แรก เพราะเรารู้จักกันมานาน นานจนเกินคำว่ารักไปแล้ว” พฤทธิ์กำลังลุกจากเตียงพลางบอกหล่อนอย่างเย็นชา เย็นจนบาดใจผู้หญิงคนหนึ่งได้เป็นเสี่ยงๆ “ผมไม่เคยมองคุณแบบคนรัก คุณเองก็ไม่เคยมองผมแบบคนรักเช่นกัน เพราะฉะนั้นหยุดพยายามเสียทีเถอะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 575 ครั้ง

1,079 ความคิดเห็น

  1. #1051 mees$ (@v-nan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:50
    โอ้วววววว อะไรจะปานนั้นคะพ่อคุ๊นนนนนน เย็นชาจนเจ็บแทนนาง
    #1051
    0
  2. #1031 ssutdd0205 (@ssutdd0205) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 23:27
    ขนลุก จิตใจแข็งกระด้างมากคุณ ;_;
    #1031
    0
  3. #991 _ppiimm (@_ppiimm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 17:12
    แงงงง หน่วงๆยังไงไม่รู้ คุนพฤทธิ์ต๋าาาาา
    #991
    0
  4. #918 rapsterx_ (@ocqxn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:14
    อยากให้น้องหลงเปิดใจเยอะๆ หลายคนเค้าหวังดีกับหนูนะ คุณพฤทธิ์ก็โดนกดดันอีก เห้อ
    #918
    0
  5. #893 kat15058 (@kat15058) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 20:46
    ฮือออ อย่าดุแบบนี้ น้องหวั่นไหว
    #893
    0
  6. #817 tangthaiparichat (@tangthaiparichat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 02:11
    อ่อนโยนกับน้องหน่อย
    #817
    0
  7. #742 midora (@pwcoco) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 13:15
    อยากเห้นตอนคุณเค้าอ่อนโยนกับน้องเสียที
    #742
    0
  8. #730 จณิส (@Sai_Lom_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 20:23
    อ่อนโยนกับหลงหน่อยนะคะคุณพฤทธิ์
    #730
    0
  9. #706 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 01:13
    คุณพฤทธิ์เย็นชามาก ;-; แต่อ่อนโยนกับน้องขึ้นหน่อยนะคะคุณพี่ฮือ
    #706
    0
  10. #679 XMCB_BB (@pornkanok2557) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 20:27
    แม่ก็แบบ..ตัวเองก็เคยมีประสบการณ์แล้วยังอยากให้ลูกดำเนินรอยตามรึไง ยัยจ.ขวัญนี่ก็น่าหงุดหงิด จะพยายามไปถึงไหน อยากได้เค้าเป็นสาจนตัวสั่นเลยชะ น้องเหมือนจะเริ่มมีความรู้สึกกับพี่เค้านิดๆแล้วรึเปล่า โธ!!
    #679
    0
  11. #638 614L1485 (@b0461cy_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 21:37
    แม่คือแบบ...
    #638
    0
  12. #631 loveshot_6 (@loveshlt_6) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 20:28
    เป็นแม่ที่แบบ... เรียกว่าไงดี สั่งแต่ไม่ใช้คำพูดว่าสั่งอะ อาจารย์ก็ไม่กล้าขัดไม่กล้าทำตามใจตัวเอง ปวดหัวว
    #631
    0
  13. #545 twothree (@hamahameenoi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 23:32
    รู้สึกว่าคุณแข(ไม่อยากโทษคุณแขคนเดียว แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อเป็นอย่างไร ไม้แรกคงต้องเป็นคุณแขล่ะเนอะ55555) ทำให้อาจารย์พฤทธิ์เติบโตมาเป็นแบบนี้ แบกรับความหวัง ไม่ได้ตะคอกขู่เข็ญ แต่ทุกคำพูดกดดันจนลูกชายขยับไปไหนไม่ได้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังต้องฝืนทำให้แม่แม้จะไม่อยากทำ ในเรื่องการสร้างครอบครัว โชคดีที่อ.พฤทธิ์หนักแน่นในความรู้สึกของตัวเองมากพอที่จะไม่โอนอ่อนยินยอมจนเกินไป(แต่เราก็รู้สึกว่าอ.พฤทธิ์พยายามเต็มที่แล้ว /เปิดโหมดเห็นใจ;-; ยอมคุณแขมากจริง ๆ ค่ะ ยอมสุด ๆ แล้วเท่าที่ใจจะฝืนได้) จุดนี้ทำให้ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมอาจารย์ถึงบุคลิกเป็นแบบนี้ ฮือ ชอบความสีมัว ๆ ของตัวละครหลัก

    พลอยทำให้เราเอาใจช่วยไปด้วยเลยค่ะว่าพวกเขาจะเติบโตไปยังไง ทั้งเจ้าหลง(ที่อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเจ้าตัวอ่อนหวานขึ้นเด็กคนนี้จะน่ารักขนาดไหน) ทั้งอาจารย์พฤทธิ์(ที่อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าผู้ชายคนนี้อ่อนโยนขึ้นกว่านี้สักนิดจะอบอุ่นขนาดไหน)
    เป็นกำลังใจให้ทั้งหลง อ.พฤทธิ์ และคุณนักเขียนนะคะ^-^~
    #545
    1
    • #545-1 schoollunchiscoldsausages (@markksung) (จากตอนที่ 4)
      10 มิถุนายน 2562 / 22:26
      เห็นด้วยกับเม้นท์นี้มากๆค่ะ
      #545-1
  14. #429 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 03:10
    น้องหลงทั้งพ่อเลี้ยงกับพี่กรณ์ก็ใจดีอ่อนโยนนะ ค่อยๆลองเปิดใจดู
    #429
    0
  15. #417 chanisara195 (@chanisara195) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 12:53
    ทำไมดูหม่นๆเทาๆก็นทั้งคู่แบบนี้ล่ะเนี่ย
    #417
    0
  16. #385 FNnp142 (@france1999) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 10:39
    รู้สึกว่าทั้งคู่ โตมาใต้ความกดดัน แต่กดดันคนละแบบ มาจากคนเป็นแม่เหมือนกัน อีกคนฝังใจกับคำพูดร้ายๆของแม่ อีกคนก็เหมือนเป็นความหวัง ไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังซักครั้ง เห้อ
    #385
    0
  17. #383 IceS@ssy (@icefang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 10:20
    คุณพฤทธิ์นี่ โง้ย เขียนยาก เหมือนเกิดจากความกดดัน แม่ที่กดดันทุกอย่าง ไม่อยากให้แม่เสียใจ ทั้งหลงทั้งคุณพฤทธิ์นี่ เติบโตมาแบบ น่าอึดอัดมากๆเลย
    #383
    0
  18. วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 00:31

    เเป็นความสัมพันธ์ที่งุนงงกันดี

    #370
    0
  19. #326 fernin__ (@fernin__) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:57
    สนุกมากค่ะ
    #326
    0
  20. #301 แบ้กฮายอน (@aommii-ddn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 11:14
    บางทีก็สงสารขวัญนะ เเต่เธอเลือกแล้วอะ เห้อ
    #301
    0
  21. #250 ㅊㅎㅂ (@tenly0627) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:41
    คุณพฤทธิ์เย็นชามาก;-;
    #250
    0
  22. #237 Punmile09 (@bbroccolii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 17:22
    ตอนแรกแอบน้อยใจคุณพฤทธิ์แต่พอรู้เหตุผลของความเย็นชาที่คุณพฤทธิ์มีก็อยากจะกอดเขาเอาไว้แน่นๆเลยค่ะ เอาใจช่วยทั้งคู่เลย หวังว่ามั้งสองจะสามารถยิ้มออกมาจากใจได้สักที
    #237
    0
  23. #181 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 23:02
    มันอึดอัดนะที่ต้องค่อยทำตามที่แม่สั่งที่แม่กำหนดขีดเส้นไว้ แต่ก็อย่างว่าแหละแม่ก็คือแม่ เขาอยากให้เราได้สิ่งดีๆ แต่บางทีชีวิตเราขอเลือกเองไหม

    สำหรับหลงก็น่าสงสาร ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยได้รับความอ่อนโยนความอบอุ่นคำพูดดีๆจากผู้เป็นแม่เลย มันมีจริงๆนะสถานการณ์แบบหลงอ่ะ มันน่าเศร้าจริงๆสำหรับคนเป็นลูก
    #181
    0
  24. #146 Katniss20 (@Katniss20) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 21:08
    กำลังจะด่าพระเอกของเราว่าทำไมคุณถึงเย็นชาจัง แต่ดูจากที่คุณแม่กระทำแล้วก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไหร่ ออกจะน่าสงสารอยู่นิดๆแต่คนที่น่าสงสารสุดในเรื่องคงเป็นทีมคุณแม่น้องหลง เตรียมผ้าเช็คหน้าเลยค่ะหน่วงแน่ๆ TT
    #146
    0
  25. #125 amayys (@may-nii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 11:39
    หืมม คุณพฤทธิ์เย็นชามาก
    ขนาดอ่านยังรู้สึกได้
    น้องหลงฮึบไว้อย่าไปหวั่นไหวให้คนเย็นชานะลูก
    #125
    0