ซ่อนรัก (Yaoi)

ตอนที่ 3 : บทที่ ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,072
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 622 ครั้ง
    10 เม.ย. 58

ซ่อนรัก

บทที่ ๒

 

ความพยายามของหลงนับว่าเป็นผลสำเร็จเมื่อผลการสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจ

          “ป้าครับ หลงสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วนะ” หลงเดินมายังเรือนเล็กหลังบ้านเพื่อมาบอกข่าวดีกับคุณป้าแม่บ้าน เขารู้ว่าคนงานหลายคนก็สงสัยไม่แพ้กันว่าทำไมหลงถึงไม่บอกแม่ คุณกรณ์หรือแม้กระทั่งคุณวุฒิ แน่นอนว่าหลงมีเหตุผลแต่เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ใครฟัง

          “ดีใจด้วยนะคะ คุณหลงไม่เคยทำให้ป้าผิดหวังจริงๆ” รอยยิ้มของหล่อนอ่อนโยนเหมือนลมในฤดูร้อนพัดผ่าน ชโลมใจเขาให้หลุดจากความคิดชั่วขณะ

          “ขอบคุณครับ”

          “แล้วบอกคนอื่นหรือยังคะ”

          เขาส่ายหน้า ถ้าคุณป้าแม่บ้านจะหมายถึงคนอื่นก็มีเพียงคนเดียวที่หลงมีความเกี่ยวข้องนั่นคือแม่ ทว่าอย่างหล่อนหรือจะสนใจความเป็นไปของหลง ขนาดวันที่หลงสอบเข้ายังไม่เห็นหล่อนแม้แต่ปลายเส้นผม แบบนี้หรือที่เรียกว่าสนใจใส่ใจ “ผมไม่ได้บอกใคร”

          “อย่างน้อยก็น่าจะบอกคุณวุฒิให้ทราบนะคะ”

          “ป้ารู้คนเดียวก็พอแล้วครับ”

         

          หลงเดาไม่เคยผิด เมื่อช่วงเย็นคุณวุฒิเรียกเขาลงมานั่งกินข้าวเย็นพร้อมกัน และพูดเรื่องที่เขาสอบติดมหาวิทยาลัยต่อหน้าแม่และลูกชายตัวเอง เรื่องนี้คงเป็นฝีมือของคนที่ยืนยิ้มอ่อนโยนอยู่ไกลๆ พอเห็นแบบนั้นหลงก็โกรธไม่ลงจริงๆ

          คนที่มีปฏิกิริยามากที่สุดคงหนีไม่พ้นคุณวุฒิและคุณกรณ์ ส่วนแม่ก็ยังไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขารู้ว่ามันเป็นการเสแสร้ง แม่ไม่ได้รู้สึกยี่หระกับเขาสักเท่าไหร่ บางครั้งหลงก็ไม่เข้าใจตัวเองว่ายังจะหวังอะไรจากผู้หญิงคนนี้ได้อีกทั้งที่อีกฝ่ายก็แสดงชัดเจนว่าไม่ต้องการเขาเพราะเขามันเป็นภาระของหล่อน

          “สอบติดแล้วทำไมไม่บอกฉันให้รู้บ้างล่ะ”

          “เพราะผมรู้ว่าเป็นแบบนี้ ผมเลยไม่มีความจำเป็นต้องบอก” หลงตอบห้วนๆ

          “ฉันรู้จากปากคนอื่นก็สู้รู้ไม่เท่าจากปากเธอหรอกนะ”

          วุฒิตักอาหารให้เขา สัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจากการกระทำและน้ำเสียงอบอุ่น แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่กำแพงที่หลงสร้างไว้กลับสูงเกินไปจนไม่อาจสัมผัสได้

          “คุณพฤทธิ์ก็เป็นอาจารย์อยู่ที่นี่ จะได้ฝากให้ดูแลหลงด้วย” น้ำเสียงของกรณ์เจือความยินดีจนปิดไม่มิด ยิ่งยามเจ้าตัวมองเขา..ประกายตาอบอุ่นยิ่งทำให้หลงอยากกอบโกยมากขึ้นทุกที แต่ส่วนลึกของจิตใจกลับประท้วงว่าไม่มีใครหวังดีกับเขาอย่างใจจริงหรอก

          “ต้องการให้ฉันเป็นผู้ปกครองเธอไหม”

          “ผม..” หลงอึกอัก แต่เขาก็อดดีใจไม่ได้ แต่เพราะไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่อบอวลไปด้วยคำว่าครอบครัว อะไรๆ จึงดูแปลกสำหรับเขาไปเสียหมด

          “วันที่ต้องไปมหาวิทยาลัยตื่นเช้าๆ ด้วยล่ะ รถคงติดน่าดู”

          หลงไม่ตอบแต่ก้มหน้ากินอาหารตรงหน้าต่อไป ทำไมนะ..อาหารมื้อนี้ถึงดูอร่อยกว่าทุกครั้ง

         

          หลายเดือนก่อนนับว่าเป็นช่วงที่พฤทธิ์ได้ใช้เวลากับตัวเองและครอบครัวมากที่สุด และเวลาแห่งความสุขก็มักผ่านไปเร็วเสมอ เขาเชื่อว่าหลายคนย่อมโหยหาเวลาแห่งการพักผ่อนและมีความคิดไม่อยากตื่นเช้าไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขาก็คนหนึ่งที่รู้สึกอยากเพิ่มวันหยุดเสียดื้อๆ

          “คุณพฤทธิ์ใส่สูทแบบนี้แม่เห็นแล้วนึกถึงพ่อตอนสมัยหนุ่มๆ เลยค่ะ หล่อทุกระเบียดนิ้ว” แม่จัดเสื้อให้เขาพลางลูบไหล่อย่างชื่นชม “เห็นแบบนี้แล้วพวกเด็กๆ ที่เรียนด้วยคงไม่เป็นอันเรียนหนังสือแน่ๆ เพราะอาจารย์หล่อเกินไป”

          “คุณแม่ก็พูดเกินไป”

          “แม่พูดความจริงนี่คะ ลูกชายของแม่หล่อจนต้องเหลียวหลัง แบบนี้แม่ก็อดหวงไม่ได้”

          “ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะครับ”

          เขาทราบดีว่าลับหลังใครพูดอะไรถึงเขาอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะในแง่ดีหรือแง่ร้าย พฤทธิ์ก็ไม่อยากเอามาใส่ใจ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เป็นทำอะไรเพราะคอยแต่ฟังคำของคนอื่น

          “ผมไปทำงานก่อนนะครับ”

          “เปิดเทอมแล้วคุณพฤทธิ์ก็ไม่ค่อยมาหาแม่สิคะ”

          ชายหนุ่มยิ้มบางๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงน้อยใจของมารดา ต่อให้เวลาผ่านไปกี่ปี..หล่อนก็มักเป็นอย่างนี้เสมอเวลาเขาไม่ค่อยมาเยี่ยมเยียนหรืองานรัดตัวจนแทบไม่โทรศัพท์หา “คุณแม่ก็รู้ว่าผมอยากอยู่บ้านใจจะขาด แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามความเหมาะสม”

          “คุณพฤทธิ์ก็พูดอย่างนี้ทุกครั้ง”

          “ผมจะมาเยี่ยมบ่อยๆ นะครับคุณแข”

          วันนี้เป็นกิจกรรมของนิสิตใหม่เท่านั้น เขาจึงอยากกลับมาซึมซับบรรยากาศเมื่อสมัยยังเรียนอยู่บ้าง ทว่าเหตุผลที่แท้จริงคงหนีไม่พ้นหน้าที่อาจารย์ที่ต้องมาดูแลความเรียบร้อยและอีกอย่างคือคุณอาพฤทธิ์ของเขามาทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองให้ลูกบุญธรรมเองเสียด้วย ถ้าเขาไม่มาดูแลช่วยเหลือก็คงไร้น้ำใจเกินไป

          “สวัสดีครับคุณอา” เขายกมือไหว้เมื่อเห็นผู้สูงอายุเดินมาพร้อมกรณ์และเด็กคนนั้น ดูก็พอจะทราบว่าวุฒิเองดีใจไม่น้อย เผลอๆ อาจจะดีกว่าใจตอนที่กรณ์สอบติดด้วยซ้ำ นั่นยิ่งทำให้เขากังขามากยิ่งขึ้นว่าเด็กคนนี้มีอะไรดีหนักหนา คุณอาของเขาถึงให้ความรักได้ขนาดนี้

          “สวัสดีครับอาจารย์พฤทธิ์” กรณ์ทักเขาพลางหันไปบอกเด็กหนุ่มที่ดูตื่นตาตื่นใจจนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “หลง..ยังจำคุณพฤทธิ์ได้ไหม”

          “จำได้ครับ” เจ้าตัวยกมือไหว้แล้วหันมองรอบกายอย่างตื่นเต้น ในตอนแรกเขาเกือบขุ่นมัวเพราะการไหว้แบบส่งๆ ของอีกฝ่าย ทว่าเมื่อระลึกถึงตอนที่เข้ามาเรียนใหม่ๆ ก็เป็นแบบนี้ไม่ต่างกัน ความหม่นหมองจึงมลายหายไปแทนด้วยความเฉยชาแบบเดิม

          “ไม่ได้มานาน ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะจริงๆ” วุฒิมองรอบกายไม่ต่างจากหลง ทว่าในบริบทที่แตกต่างกัน สำหรับเขาทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างเปลี่ยนไปจนเกือบลืมไปเลยว่าที่นี่เขาก็เคยร่ำเรียนเหมือนกัน แต่สำหรับหลง..ทุกอย่างคือความแปลกใหม่

          “เวลาเปลี่ยนอะไรๆ ก็ต้องเปลี่ยนครับคุณอา”

          “นั่นสิ อ้อ..อาลืมอีกอย่าง ถ้าเสร็จจากตรงนี้ไปกินข้าวกับอาหน่อยไหมอาจารย์พฤทธิ์”

          “ครับ”

          การประชุมผู้ปกครองผ่านไปด้วยดี ตอนบ่ายพวกเขาจึงพากันไปร้านอาหารใกล้ๆ มหาวิทยาลัย บอกตามตรงว่าหลงไม่ต่างจากเป็ดหลงฝูง ท่ามกลางผู้ชายสามคน..เขาแปลกและแตกต่างได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือหน้าตาก็หาส่วนเหมือนกับคนอื่นไม่ได้ แม้แต่วุฒิเองถึงอายุมากแต่เค้าความหล่อเหลาก็ยังเทียบเคียงกับอีกสองคนได้สบายๆ

          “หลงอยากทานอะไรบอกพี่ได้นะ” กรณ์เห็นเขาเดินเงียบๆ ตั้งแต่ออกจากหอประชุมมาจึงชวนคุย เพราะรู้ว่าลึกๆ แล้วน้องคงรู้สึกแปลกและอึดอัดน่าดู

          “อะไรก็ได้ ผมได้ทั้งนั้น”

          “ฉันอยากให้เธอเลือกนะหลง เพราะวันนี้เป็นวันของเธอ”

          หลงเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แม้ว่าเขาจะไม่เจนอาหารแบบนี้นัก

          เขายอมรับว่าทั้งคุณวุฒิและคุณกรณ์ต่างดีกับตัวเองมาก แต่หลงยังคงเชื่อว่าไม่มีใครดีกับเด็กแบบเขาได้อย่างบริสุทธิ์ใจ อย่างเช่นอาจารย์พฤทธิ์คนหนึ่ง ในแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบมักมองเขาด้วยความไม่สบอารมณ์เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แม้ไม่ได้เห็นชัดเจนแต่เขาสัมผัสได้ถึงไอความไม่พอใจอยู่เจือจาง

          “คุณพฤทธิ์ช่วยดูแลให้อาอีกแรงนะ อาไม่อยากเป็นห่วง”

          “ครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” เขาเหลือบตามองหลงเพียงเสี้ยววินาทีแล้วขบคิดถึงเรื่องที่ถามตัวเองมาตลอดหลายสัปดาห์ เพราะอะไรถึงต้องให้ความสำคัญขนาดนี้และเด็กคนนี้มีอะไรโดดเด่นถึงต้องเป็นหูเป็นตา อีกเหตุผลหนึ่งคือพฤทธ์ยอมรับว่าความเป็นญาติโดยพฤตินัยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้อภิสิทธิ์มากยิ่งขึ้น ทว่านิสัยของเขาแล้วไม่ชอบเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปน

          คำถามของเขามักผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ยามได้มองหลง ทั้งที่เป็นคนไร้มนุษย์สัมพันธ์และออกจะไม่มีมารยาททางสังคมด้วยซ้ำ คนแบบนี้หรือที่คู่ควรกับความรักของวุฒิและกรณ์

          ระหว่างมื้ออาหารคนทั้งคู่ก็มักชวนเด็กคนนี้คุยบ่อยๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกเป็นส่วนเกิน ทั้งที่เจ้าตัวก็ถามคำตอบคำเสียส่วนใหญ่จนเป็นเขาเองที่เริ่มหงุดหงิดแต่แสดงออกไม่ได้

          “คุณพฤทธิ์ไม่ทราบว่าคุณป้าแขเป็นอย่างไรบ้างครับ” กรณ์ถาม

          “เหมือนเดิมนั่นแหละ สบายดี แต่อยากให้กรณ์ไปเยี่ยมบ้างเท่านั้นแหละ”

          “นั่นมันต้องเป็นคุณต่างหากที่ไปหาคุณแขบ่อยๆ ไม่ใช่หรือครับ ผมกับพ่อไปมาเกือบทุกอาทิตย์”

          พฤทธิ์หัวเราะน้อยๆ ไม่ว่าจะทำอะไรผู้ชายคนนี้ก็ดึงดูดให้หลงแอบมองอยู่เรื่อย แม้ว่ารอยยิ้มจะเป็นรอยยิ้มปั้นแต่งเท่านั้น

          น่าอิจฉา..มุมไหนใครก็อดชื่นชนไม่ได้ ไม่เหมือนเขาที่มักอยู่ใต้เงาใครคนหนึ่งเสมอ

          “ขอบใจพฤทธิ์มากที่มากับอา”

          “ผมต่างหากล่ะครับที่ต้องขอบคุณคุณอา นานแล้วที่พวกเราไม่ได้ร่วมโต๊ะกัน”

          “มาบ้านอาบ่อยๆ สิจะได้จัดอาหารที่ชอบให้”

          “ครับ”

          หลงแทบไม่มีปากมีเสียงเท่าที่ควร เพราะเขารู้สึกแปลก..ไม่ใช่ว่าหน้าตาแปลกประหลาดหรืออะไร แต่เมื่ออยู่ในกลุ่มคนที่ลึกๆ แล้วต่างมีฐานะทางสังคมที่ต่างจากหลงย่อมทำให้เขารู้สึกอึดอัดได้ไม่ยาก แม้บรรยากาศกดดันจะมีเพียงเล็กน้อยก็ตาม

          เย็นวันนี้วุฒิซื้อนาฬิกาเรือนหนึ่งให้หลงเป็นของขวัญ

 

          หลายอาทิตย์ก่อนเปิดเรียน หลงใช้เวลากับตัวเองในห้องนอนเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นว่าจะออกไปช่วยคุณป้าแม่บ้านทำงานทำให้เขาแทบไม่ได้เจอหน้าใครอื่นอีกเลย โดยเฉพาะกับแม่เพราะตั้งแต่หลงไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย ก็ดูเหมือนว่าเจ้าหล่อนจะหายตัวไปดื้อๆ ทั้งที่ความจริงเขาพอจะรู้ว่าหล่อนไม่มีความจำเป็นต้องเจอหน้าเขา

          ช่วงเวลานี้ทำให้หลงลืมคิดไปถึงเจ้าของดวงตาคมที่พบเจอกันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเสียสนิท ทั้งที่เขาไม่เห็นต้องสนใจอะไรเลย ทว่าหลังจากอาหารมื้อนั้นจบลง เจ้าของดวงตาคมที่มองเขาคล้ายจะเยาะเย้ยอยู่ในทีกลับตามหลอกหลอนจนเขานอนไม่หลับไปหลายวัน ทั้งที่เขาพยายามหาเหตุผลแต่แล้วมันก็จบลงที่ช่างมันเถอะ

          “คุณพฤทธิ์ของป้าไม่ชอบหลง” เขาเปรยขึ้นหลังจากอาสามาช่วยทำอาหารในครัว

          “ตั้งแต่ป้ารู้จักคุณพฤทธิ์มายังไม่เห็นเธอจะแสดงออกว่าไม่ชอบใครเลยนะคะ” หล่อนพูด น้ำเสียงเจือแววชื่นชมคุณพฤทธิ์อยู่เต็มเปี่ยม “อีกอย่างคุณพฤทธิ์ของป้าเป็นคนมีเหตุผล ลองไม่ชอบใครแล้วน่าจะร้ายแรงเชียวค่ะ”

          “ก็นั่นแหละ เขาไม่ชอบหลง”

          “คุณหลงคิดมากเกินไปหรือเปล่าคะ คุณพฤทธิ์จะไม่ชอบคุณได้อย่างไรในเมื่อไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ”

          หล่อนรักใครแล้วไม่เคยพูดถึงคนนั้นในแง่ร้าย ยิ่งกับคุณพฤทธิ์ที่หล่อนบอกว่าเห็นตั้งแต่สมัยเด็กๆ แล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะบอกว่าคนๆ นี้ไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะเรื่องที่เที่ยวไม่ชอบคนนั้นคนนี้โอกาสแทบจะเป็นศูนย์ หลงเองก็ไม่อยากจะพูดโต้ตอบให้เสียอารมณ์จึงยอมแพ้หั่นผักไปเงียบๆ ดีกว่า

          “ป้าคอยดูสิครับ”

          “คอยดูอะไรคะ คุณหลงนี่ไม่ชอบคุณพฤทธิ์หรือเปล่าถึงพูดจาให้ร้ายเธอน่ะ”

          หลงขมวดคิ้ว ไม่ชอบหรือ..เขาไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อยที่จะเกลียดใครพร่ำเพร่อ ทว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่เริ่มก่อนหรอกหรือ แม้จะแสดงออกทางสายตาเพียงชั่วขณะหนึ่งแต่หลงก็สัมผัสความรู้สึกขุ่นหมองจากคุณพฤทธิ์ได้ไม่ยาก

          “เปล่าครับ”

          “เปิดใจกว้างๆ นะคะคุณหลง คุณพฤทธิ์น่ะถ้าได้รู้จักแล้วจะเกลียดไม่ลงเลยค่ะ”
          เขาไม่ตอบแต่หมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง สำหรับเขาและคุณพฤทธิ์ก็อาจจะเรียกว่ารู้จักกันในระดับหนึ่งแล้ว ทว่าอีกฝ่ายก็มักส่งสายตาไม่พอใจเขาอยู่ดี

          “หลงไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะครับถ้าเป็นอย่างนั้น”

          บทสนทนาระหว่างเขากับหล่อนจบลงเพราะใกล้ถึงอาหารเย็นแล้ว และที่สำคัญเมื่อหลงเหลือบตามองไปพบคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุด ความขุ่นมัวก็เพิ่มพูนขึ้นอีกครั้ง

          คุณพฤทธิ์..เขาเกลียดจริงๆ ที่อีกฝ่ายมีแต่คนห้อมล้อมรวมทั้งแม่ของเขาด้วย

          “หลงไปก่อนนะครับ”

          “เดี๋ยวสิคะ..วันนี้คุณวุฒิบอกให้คุณอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันค่ะ”

          เขาเม้มปาก บรรยากาศอึดอัดแบบเดิมกลับมาอีกครั้งทั้งที่โต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทว่าหลงกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก “ผมไม่หิว”

          “ไม่ได้นะคะ คุณหลงจะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้ ก็วันนี้มีคุณพฤทธิ์มาด้วย..ถือว่าเป็นการทำความคุ้นเคยกันก็ดีนะคะ”

          ดวงตาของหลงฉายแววดื้อดึง ทว่าเมื่อเขามองกลับไปอีกครั้งก็พบกับสายตาท้าทายจากคุณพฤทธิ์ราวกับจะบอกว่ากล้าเผชิญหน้ากับเจ้าตัวหรือเปล่า

          “ตกลงครับ”

          ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของหลงคือการชอบเอาชนะ และมันเป็นการกระทำที่ดูโง่มากเมื่อเขามานั่งที่โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ห้อมล้อมไปด้วยความอึดอัดที่ตกอยู่บนหัวของหลงคนเดียว

          “คุณพฤทธิ์งานยุ่งก็ยังอุตส่าห์มาหา”

          “ผมสัญญาไว้แล้วนี่ครับว่าจะมา”

          หลงนั่งกินเงียบๆ จนอิ่มก่อนจะเอ่ยปากขอตัวกลับห้อง “ผมขอตัวกลับห้องนะครับ”

          “อิ่มเร็วจริงๆ วันนี้ยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่หรือ” กรณ์ถามน้องด้วยน้ำเสียงเจือความเป็นห่วงอย่างชัดเจน

          “อิ่มแล้วครับ”

          “มีแขกมาทำไมไม่ทำตัวดีๆ บ้าง” นับเป็นประโยคแรกที่แม่พูดกับเขาหลังจากที่เขาสอบติดมหาวิทยาลัย นอกจากไม่มีคำยินดีแล้วยังจะตำหนิเขาให้อับอายคนอื่นอีกหรือ แม้หลงจะพยายามควบคุมความน้อยใจไว้ส่วนลึก ทว่าเมื่อสบตากับผู้ให้กำเนิด ความรู้สึกอัดอั้นก็คล้ายพังทะลายออกมาจนหมด

          เด็กหนุ่มยืนขึ้นอย่างรวดเร็วจนได้ยินเสียงเก้าอี้ขูดพื้น หนำซ้ำจานและช้อนตรงหน้าเขายังกระทบกันเสียงดังอีก “ถ้าอยากให้ดีเหมือนคนอื่นก็ไปหาเด็กมาเลี้ยงสิ จะได้ไม่ต้องเที่ยวตำหนิคนอื่นแบบนี้!

          หลงเชื่อว่าสายตาแต่ละคู่มองหลงด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน แม่มองหลงด้วยความเกรี้ยวกราด ความรู้สึกโกรธของหล่อนไม่ได้เจือความรักอยู่เลย วุฒิกับกรณ์อาจจะมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังเพราะทำให้อีกฝ่ายขายหน้า ส่วนพฤทธิ์..แน่นอนว่าเจ้าตัวไม่ชอบใจอย่างเห็นได้ชัด

          พอกันที..เขาเป็นแค่เด็กตัว ทำไมต้องแบกรับความรู้สึกของคนอื่นมากมายขนาดนี้

          “เธอคงอิ่มแล้วจริงๆ” ประโยคสั้นๆ ของวุฒิเหมือนระลอกคลื่นที่สาดซัดเข้ามาไม่ทันตั้งตัว

          “ผม..

          เขาอยากพูดขอโทษ แต่กาลเวลาเหมือนหยุดไปชั่วขณะ หลงจำเป็นต้องขอโทษอะไรด้วยหรือทั้งที่เป็นคนถูกกระทำ คิดได้ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลจะเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีกเลย

          “ขอโทษพฤทธิ์ด้วย อาผิดที่ดูแลเขาไม่ดี”

          “คุณพ่ออย่าพูดอย่างนั้นสิ ไม่อย่างนั้นผมก็ผิดด้วยที่ไม่ดูน้อง”

          พฤทธิ์ใช้ความคิดเงียบๆ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกับกระแสความไม่พอใจของเขาก็เหมือนจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ แม้เพียงสบตา..เขาก็ไม่อาจควบคุมความรู้สึกตัวเองที่มีต่อเด็กคนนั้นได้ เกลียดหรือ..เขาพร่ำบอกตัวเองว่าไม่ควรเกิดความรู้สึกแบบนั้น

          “ไม่เป็นไรครับ” เขาพูดออกไปทั้งที่ในใจอยากจับเด็กคนนั้นมาสั่งสอนเสียให้เข็ดหลาบ แม้ว่าทั้งอาและน้องชายต่างก็รักใคร่หลงเหลือเกิน แต่เด็กคนนั้นมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้

          “ทานต่อเถอะ เดี๋ยวอาหารจืดหมด”

          ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของพฤทธิ์ล้วนต้องการให้จดจำภาพอันสวยงาม ทว่าหลงกลับก้าวผ่านประสบการณ์ของเขาอย่างสิ้นเชิง

         

          หลงไม่ได้คุยกับใครกระทั่งก่อนเปิดเทอมได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ที่จริงก็อาจจะนับว่าคุยไม่ได้เพราะมันเป็นแค่เพื่อนทำความรู้จักกันเท่านั้น

          เวลาตีห้าครึ่งของทุกวัน เขามักตื่นขึ้นมาและพิจารณาตัวเองเป็นอันดับแรกก่อนจะจำใจลุกจากเตียงไปจัดการตัวเอง ไม่ใช่ว่าการไปเรียนเป็นเรื่องน่าเบื่อ..แน่นอนว่ามันน่าสนุกกว่าการอยู่บ้านทั้งที่อะไรๆ ไม่เหมือนเดิม ทว่าความเบื่อหน่ายที่เริ่มเกาะกุมจิตใจของเขาก็ยังหาทางขจัดออกไม่ได้เสียที

          แต่วันนี้คงจะเป็นวันที่แปลกอีกวันสำหรับหลง เขาตื่นขึ้นมาพบว่าเวลาหกโมงครึ่งแล้ว นั่นหมายความว่าเขาจะเข้าเรียนสายเกือบสิบนาที หลงอยากสบถด่าตัวเองเป็นร้อยเป็นพันครั้งทว่าไม่มีเวลาแล้ว

          “จะไปเรียนหรือหลง” เขามองทางต้นเสียง เห็นคนในบ้านกำลังนั่งกินอาหารเช้าอยู่

          “ครับ”

          “พี่ไปส่งไหม” หลงลังเลเล็กน้อย เพราะเขาแทบไม่คุยกับกรณ์เลย การจะไปนั่งอึดอัดในรถย่อมเป็นเรื่องที่หลงหลีกเลี่ยง “ถ้าไปรถเมล์มันต้องสายแน่ๆ ให้พี่ไปส่งอย่างน้อยก็เข้าเรียนสายไม่เกินครึ่งชั่วโมง”

          หลงเม้มปากพลางใช้ความคิด แต่เมื่ออีกฝ่ายล้วงกุญแจรถออกมา เขาก็ไม่ตัดสินใจติดรถไปด้วย

          “ไปเรียนเช้าบ่อยๆ พอพี่ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นหลงที่โต๊ะอาหารแล้ว”

          “ผมไม่ชอบรถติด”

          กรณ์ยิ้มบางๆ เหตุผลที่แท้จริงของหลงมีไม่กี่อย่าง อย่าหาว่าเขาอวดฉลาดหรือสู่รู้เลย..เจ้าตัวน่ะแค่จะหลบหน้าพ่อกับเขาก็เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะเรื่องที่ผ่านมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนทำให้หลงรู้สึกผิดจนต้องเก็บตัวอยู่ในห้องบ่อยๆ ทว่าความเป็นจริงแล้วทั้งพ่อและเขาต่างก็ไม่คิดติดใจอะไรเสียด้วยซ้ำ

          “ขอบคุณที่มาส่งครับ”

          “อืม..กลับบ้านพร้อมกันหรือเปล่า”

          หลงใช้ความคิด บางอย่างผุดขึ้นจากส่วนลึกของจิตใจ การมีคนดูแลมันดีแบบนี้นี่เอง ทว่าชั่วขณะหนึ่งที่หลงกลับมามองความเป็นจริงอีกครั้ง..มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำดีกับเขาทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน “ไม่ดีกว่า ผมกลับดึก”

          เขายกมือไหว้คุณกรณ์แล้ววิ่งเข้าไปในตึกเรียน

          มันเป็นช่วงเวลาช่วงสายๆ ที่น้อยครั้งเขาจะวิ่งกระหืดกระหอบมายังอาคารเรียน แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ตื่นสาย แต่ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอื่นอีกเป็นสิบ ทว่าเรื่องนั้นมันไม่ดีเสมอไปหรอก เพราะการจราจรหน้าลิฟต์นั้นติดขัดจนแทบจะสิงร่างกันได้

          ทางเลือกเดียวของเขาคือการวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นห้าของอาคารเรียน แต่ใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ของอาคารนี้ว่าบันไดแต่ละชั้นนั้นยาวเหยียดแค่ไหน เขาเองถ้าเป็นไปได้คงเลือกแออัดอยู่ในลิฟต์มากกว่าวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไป

          “สายแล้ว ทำไงดี” เขาพึมพำแล้วชะเง้อคอมองคนที่ยืดต่อแถวกันอยากเหยียด เอาล่ะ..มันเป็นความผิดของเขาที่ไม่รับผิดชอบจนตื่นสายแล้วต้องมายืนเบียดๆ กันเพื่อขึ้นลิฟต์ และกว่าจะถึงเขาอาจารย์ไปกดล็อคประตูห้องหรอกหรือ

          เด็กหนุ่มก้มหน้าครุ่นคิดพลางเม้มปาก ไหนๆ กลิ่นเหงื่อของเขาก็กลบกลิ่นสบู่ไปหมดแล้ว ขืนเข้าไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คงทำให้คนอื่นแตกตื่นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะฉะนั้นทางเลือกจึงมีอยู่ทางเดียวคือกัดฟันวิ่งขึ้นบันไดนับร้อยขั้น

          ทว่าเมื่อหลงมองเห็นบันไดแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าต่อให้เขามีปัญญาวิ่งขึ้นไปแต่ก็ใช่ว่าจะเร็วกว่าคนที่อยู่ในลิฟต์แน่นอนว่าอีกทางหนึ่งคือการขึ้นลิฟต์ของอาจารย์ ทั้งที่เขารู้ว่าไม่สมควรทำ แล้วอย่างไรเล่า..เขาคงไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องยืนหน้าจ๋อยหน้าห้องบรรยายหรอกนะ

          เขาวิ่งไปอีกฟากของอาคารเรียน ไม่รีรอจะกดปุ่มรอลิฟต์กระทั่งประตูเปิดออก ชั่วขณะหนึ่งที่หลงคิดว่าหากมีอาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งยืนรอบนชั้นถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ใครมันจะโชคร้ายแบบนั้น..ที่แน่ๆ หลงไม่ยอมเป็นหนึ่งในนั้นเด็ดขาด

          ทว่าในความเป็นจริงแม้ความน่าจะเป็นจะมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดขึ้น และมันเป็นสิ่งที่หลงไม่ได้เตรียมพร้อมมาก่อน

          เขาเหลือบตามองตัวเลขที่วิ่งเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ชั้นสาม หัวใจของเขากระตุกวาบ พยายามคิดเข้าข้างว่าคงจะมีคนประสบเหตุการณ์แบบเขามากกว่าเป็นอาจารย์แน่นอน แต่ชีวิตไม่เรียบง่ายขนาดนั้น เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก..เหมือนโลกทั้งใบของหลงพังพินาศไม่มีชิ้นดี

          หลงยังจำดวงตาคมสีเข้มที่เจือด้วยความไม่พอใจได้ดี

            อาจารย์พฤทธิ์..

          อีกฝ่ายยืนอยู่หน้าลิฟต์เพียงครู่เดียวก่อนจะก้าวเข้ามาและกดปุ่มปิดประตูเอง

          ตอนนี้เขาเหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วโดนจับได้คาหนังคาเขา แม้ว่าหลงจะหาเหตุผลมาหักล้างเรื่องที่แอบใช้ลิฟต์อาจารย์แต่ก็ไม่มีอะไรฟังขึ้นนอกจากเขาไม่รับผิดชอบ

          ภายในห้องสี่เหลี่ยมแทบไม่มีเสียงใดๆ กระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก พร้อมกับอาจารย์พฤทธิ์ที่ก้าวออกไป คล้ายกับนำหินลูกใหญ่ออกจากหลังของหลง ทว่าเขายังไม่ลืมว่าต้องรีบไปให้ถึงห้องก่อนอาจารย์ แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายเดินนำเขาอยู่และก็มีทางเดินเดียวที่เขาจะไปถึงห้องเรียนได้เร็วที่สุด

          หัวใจของเขาเต้นรัวจนรู้สึกปวดหนึบๆ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอีกฝ่ายไปถึงห้องเรียนก่อน ความคิดของหลงตีกันมั่วไปหมดเพราะอีกไม่กี่ก้าวจะถึงประตูไม้บานใหญ่แล้ว

          เอาล่ะ..หลงต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเองว่าเมื่ออาจารย์พฤทธิ์เข้าไปในห้องแล้วต้องกดล็อคประตูอย่างไม่ต้องสงสัยตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง และเขาก็ต้องเสียเวลาเปล่าในเช้าวันนี้

          “เชิญครับ”

          หลงเงยหน้ามอง สบกับดวงตาคมที่เจือแววรำคาญอยู่เนืองๆ

          “ผมไม่ใจร้ายขนาดปล่อยให้คุณเข้าทีหลังผม”

          “ขอบคุณครับ” เขายกมือไหว้ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้อง ทว่าภาพที่เห็นทำเอาหลงแทบจะร้องไห้เมื่อที่ว่างที่เหลืออยู่มีเพียงด้านหน้าซึ่งติดกับบริเวณที่ใช้บรรยายเท่านั้น แน่นอนว่าหลายคนที่มาก่อนเลือกไปนั่งข้างหลัง เพราะเหตุผลเดียวคือไม่อยากตั้งใจเรียน เกินไปหลงก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เลือกนั่งข้างหลัง

          เสียงรองเท้าย่ำพื้นดังไล่มาติดๆ พร้อมกับเสียงกดล็อคประตูห้อง ก่อนที่อาจารย์หนุ่มจะเดินมายังกระดานไวท์บอร์ด

          “ผมหวังว่าคุณจะหาที่นั่งทันก่อนผมเริ่มบรรยาย” เจ้าของเสียงกดเสียงต่ำข้างหลังเขา

          “ครับ”

          หลงมองไปยังที่นั่งว่างๆ ตรงนั้น เขาคงไม่มีทางเลือกนอกจากนั่งตรงกับที่อาจารย์พฤทธิ์ยืนบรรยายอยู่แน่ๆ

          แม้กฎกติกาในการเข้าชั้นเรียนของอาจารย์พฤทธิ์จะมากมายเสียจนใครหลายคนอดโอดครวญไม่ได้ เพราะนอกจากจะเช้าเกินไปแล้วยังกดล็อคประตูทันทีที่แปดนาฬิกา สำหรับเด็กปีหนึ่งที่ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ย่อมฉายแววต่อต้านออกเล็กน้อย แต่เมื่ออีกฝ่ายยิ้มบางๆ เสียงประท้วงที่ดังเนืองๆ กลับเบาลงจนกลายเป็นเงียบสงบในที่สุด

          หลงอยากประท้วงใจจะขาด ถ้าเป็นอาจารย์คนอื่นมีหรือจะยอมง่ายๆ แบบนี้มันลำเอียงชัดๆ

          “ผมหวังว่าทุกคนจะปฏิบัติได้ตามนี้นะครับ”

          “ถ้าไม่เคยสายเลยมีคะแนนเพิ่มไหมคะ”

          “ไม่มีครับ” ปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม ตามมารยาทและเจ้าหล่อนที่เอ่ยปากถามก็เคลิ้มเสียด้วย เขาล่ะอยากประกาศก้องให้ทุกคนรู้ว่ารอยยิ้มแบบนี้หรือที่เรียกว่าจริงใจ มีแต่การปั้นแต่งให้ตัวเองดูดีเท่านั้นแหละ และที่สำคัญสำหรับหลง..เขาไม่เคยได้รอยยิ้มแบบนั้นเลย

          “อาทิตย์แรกพวกคุณคงไม่ได้เข้าเรียน แต่สำหรับคาบแรกของวิชานี้ผมจะขอบรรยายเลยแล้วกัน”

          การบรรยายของอาจารย์พฤทธิ์ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด ออกจะสนุกเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าหลงจะมีทิฐิอยู่เต็มเปี่ยมแต่เขาก็ยอมรับว่าคนๆ นี้ทำหน้าที่อาจารย์ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ความจริงหลงจะรู้อยู่แก่ใจก็เถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 622 ครั้ง

1,079 ความคิดเห็น

  1. #1047 mees$ (@v-nan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 16:12
    แต่สงสารน้องมากเลย แม่นี่ก็ไม่รู้เป็นอะไร ลูกตัวเองแท้ๆ
    #1047
    0
  2. #1046 mees$ (@v-nan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 16:11
    ทำเป็นเข้ม กรี้ดดดด
    #1046
    0
  3. #1030 ssutdd0205 (@ssutdd0205) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 23:00
    เยือกเย็นเป็นน้ำแข็ง พุชายคลนี้
    #1030
    0
  4. #917 rapsterx_ (@ocqxn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 21:53
    ขนลุกตามน้องเลย ดูโหดจริงๆผู้ชายคนนี้
    #917
    0
  5. #892 kat15058 (@kat15058) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 20:29
    เข้มมากก ดุมากแม่
    #892
    0
  6. #816 tangthaiparichat (@tangthaiparichat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 02:02
    สงสารหลงอยากวิ่งไปกอด
    #816
    0
  7. #772 MaMoooN (@MaMoooN) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:15
    น้องปิดกั้นตัวเองมากกกก เปิดหน่อยยย
    #772
    0
  8. #754 nlull (@P_BUNGee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:29
    ซวยเลยหลงง แต่เข้าใจมุมมองคุณพฤทธิ์นะ555
    #754
    0
  9. #741 midora (@pwcoco) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 12:01
    เป้นกำลังในน้องหลงค่ะ คุนเค้านิ่งจริงจัง
    #741
    0
  10. #705 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 00:59
    อ่ยย เป็นกำลังใจให้น้องมาก ขอบคุณพี่กรณ์คุณวุฒิที่รู้สึกดีกับน้องจริงๆฮือ คุณพฤทธิ์ได่เป่ดเปิดใจอีกนิดนึงนะคะคุณพี่ อย่าพึ่งรำคาญน้องเลย!
    #705
    0
  11. #678 XMCB_BB (@pornkanok2557) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 19:47
    น้องงงงงงง ถถถ
    #678
    0
  12. #630 loveshot_6 (@loveshlt_6) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 20:13
    สถานที่คือตึกมหามกุฎของมหาลัยสีชมพูใกล้สยามรึเปล่าคะเนี่ย
    #630
    2
    • #630-1 Ellette (@ellette) (จากตอนที่ 3)
      16 มิถุนายน 2562 / 21:31
      ตึกมหิตค่ะ ใกล้จามสแควร์
      #630-1
    • #630-2 loveshot_6 (@loveshlt_6) (จากตอนที่ 3)
      17 มิถุนายน 2562 / 23:49
      อ่า โอเคค่ะ
      #630-2
  13. #544 twothree (@hamahameenoi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:52
    เป็นกำลังใจให้เจ้าหลง เด็กคนนี้ต้องผ่านอะไรมาเยอะมากจริง ๆ รู้สึกว่าการไม่กล้าไว้ใจใครมัรทรมานเหมือนกันนะ ;-; ไม่ใช่ว่าหลงไม่ 'อยาก'ไว้ใจ แต่ไม่กล้าไว้ใจมากกว่าเนอะ;-; ส่วนอาจารย์พฤกษ์ เราคิดว่าคน ๆ นี้ก็คงผ่านอะไรมามากเหมือนกันแน่ ๆ เลย(นอกจากเรื่องการพิสูจน์ตัวเองในอาชีพการงาน) ถึงได้หล่อหลอมให้ออกจะเย็นชาแบบนี้ 555555 (แอบหมั่นไส้เร้ก ๆ ค่ะ เพราะทีมเจ้าหลง55555)
    เป็นกำลังใจให้เจ้าหลงเด็กงุ้ยและคุณนักเขียนค่า ติดตามน้าาา
    #544
    2
    • #544-1 twothree (@hamahameenoi) (จากตอนที่ 3)
      28 พฤษภาคม 2562 / 23:01
      ไม่ใช่เย็นชาซี่ ตั้งใจจะพิมพ์ว่าเข้มงวดค่ะ 555555
      #544-1
  14. #493 lunhh71 (@lunhh71) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:40
    สนุกค่าา
    #493
    0
  15. #428 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 03:02
    คุณชายเจ้าระเบียบ
    #428
    0
  16. #416 chanisara195 (@chanisara195) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 12:39
    คุณพฤทธิ์คือแนวๆคุณชายอยู่ในระเบียบตรงเป๊ะ เย็นชา แต่น่าค้นหา
    #416
    0
  17. #382 IceS@ssy (@icefang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 10:12
    คาแรกเตอร์แทบจะจูนกันไม่ได้เลย หลงน่าสงสารนะ ใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวง ไม่รู้จะแสดงออกยังไง เลยดูก้าวร้าว
    #382
    0
  18. วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:30

    คอาจารย์พฤทต้องมีปมเรื่องครอบครัวอะไรสักอย่างแน่เลย แล้วตอนคุยกับแม่นี่ผู้ดีมากจนดูห่างไกลกันอ่ะ สงสารน้องจัง แม่ใจร้ายจังอ่ะ

    #369
    0
  19. #325 fernin__ (@fernin__) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:57
    สนุกมากค่ะ
    #325
    0
  20. #304 iinnchh (@cunt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 11:36
    หลงดูมีปมแบบที่อึดอัดแทนกรณ์กับคุณวุฒิเลย ส่วนคุณพฤทธิ์ ดีมั้ยไม่รู้แต่ความฮอทเอาไปสิบเต็มเลยค่ะ ;-;
    #304
    0
  21. #299 แบ้กฮายอน (@aommii-ddn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 11:02
    โอยยย เกียสความยิ้มหลังการตอบกลับแบบโหดร้าย ฮือ
    #299
    0
  22. #249 ㅊㅎㅂ (@tenly0627) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:09
    เดาใจคุณพฤทธิ์ไม่ถูกเลยค่ะ
    #249
    0
  23. #236 Punmile09 (@bbroccolii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 16:48
    อยากกอดหลงไว้แน่นๆอยากปกป้องแต่ก็รักคุณพฤทธิ์จังเลยค่ะ ฮรึกกกกกกกกก ได้กลิ่นบาปลอยมาแต่ไกลล;-;
    #236
    0
  24. #210 Panzza (@Panzza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 09:52
    หายใจไม่ออกแทนหลงแล้วเนี่ย
    #210
    0
  25. #180 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 22:38
    น้องดื้อเงียบ อาจารย์ขึมจนแบบ ผ่อนคลายบ้าง5555555 น้องอึดอัด
    #180
    0