ซ่อนรัก (Yaoi)

ตอนที่ 21 : บทที่ ๒๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61

ซ่อนรัก

บทที่ ๒๐

 

ความกังวลใจไม่ต่างอะไรกับสายลมพัดผ่าน พัดมาแล้วก็หายไป ยิ่งกาลเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยิ่งเจือจางมากขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกไม่สบายใจของหลงก็เช่นเดียวกัน เมื่อหลายวันก่อน..เขาเห็นคุณเพ็ญแขนั่งปรับทุกข์เรื่องคุณพฤทธิ์ น้ำตาของหล่อนไหลอาบแก้มอย่างไร้ความเย่อหยิ่ง ในขณะหนึ่งที่เขาพิจารณาตนเองเสียใหม่ว่าเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายหรือไม่ แต่ข้อความจากใครบางคนก็ทำให้ยากจะเผื่อใจ

          เด็กหนุ่มตอบกลับสั้นบ้าง ยาวบ้าง กระนั้นการคุยกันผ่านโทรศัพท์ก็ไม่ทำให้หัวใจของเขาอิ่มเอมได้เหมือนกับการพูดคุยซึ่งหน้า กระนั้นหลงก็ไม่อาจทำอะไรเกินกว่าการนั่งอ่านข้อความเก่า ๆ ที่คุณพฤทธิ์ส่งมา

          “หลง” เสียงเรียกของคุณวุฒิดังขึ้น เด็กหนุ่มที่ยังนั่งจ้องโทรศัพท์สะดุ้งเล็ก ๆ คล้ายกับคนแอบกระทำความผิด

          “ครับ”

          “อยู่บ้านตลอดปิดเทอม ไม่เบื่อบ้างหรือ จะออกไปข้างนอกก็ได้นะ พ่อไม่ห้าม”

          “ผมไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน” หลงไม่ใช่คนมีเพื่อนมากนัก จะมีก็แต่ภัทรคนเดียวที่ติดต่อกันอย่างจริงจัง ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านนานแล้ว “อีกอย่างอยู่บ้านก็มีความสุขดีครับ”

          “แต่พ่ออยากให้หลงออกไปเปิดหูเปิดตา ไปเที่ยวห้างตามรถไฟฟ้าก็เป็นความคิดที่ดีนะ ไว้กรณ์ว่างเมื่อไหร่พ่อจะให้ออกไปเป็นเพื่อนแล้วกัน”

          หลงพยักหน้ารับเงียบ ๆ ในขณะที่เสียงข้อความโทรศัพท์ดังขึ้น เขาไม่ได้เปิดในทันที แต่ก็รู้ว่ามีเพียงคนเดียวที่ชอบติดต่อกันทางข้อความ

            แล้วเจอกันนะครับ

 

          อีกสามวันจะเปิดภาคการศึกษาปลาย กรณ์ไปมหาวิทยาลัยแทบทุกวันกว่าจะกลับก็ช่วงบ่าย ๆ ดังนั้นช่วงเวลาอาหารเย็นพวกเขาจึงมีเวลาพูดคุยกันเท่านั้น คุณพฤทธิ์เองก็ไม่ได้ติดต่อมาหลายวันแล้ว ส่วนหลงก็ได้แต่ส่งข้อความไปสั้น ๆ ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบกลับมาเหมือนอย่างที่คาดหวัง อันที่จริง..เขาอยากโทรศัพท์ไปด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเวลาว่างมากมายเหมือนใคร  ดังนั้นความคิดถึงที่คอยกัดกินความรู้สึกทีละนิดก็ถูกบรรเทาด้วยการอ่านข้อความเดิมซ้ำ ๆ

          พระอาทิตย์ขึ้นช้ากว่าปกติเพราะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่อากาศในกรุงเทพฯ ก็ยังร้อนอบอ้าวจนไม่อยากกระดิกตัวทำอะไร ดังนั้นในช่วงสาย ๆ กิจกรรมอย่างหนึ่งของเขาคือการช่วยคนสวนปลูกต้นพุดที่คุณวุฒิเพิ่งสั่งมาเมื่อหลายวันก่อน ทว่าลงมือทำได้ไม่นาน ใบหน้าน่าเอ็นดูก็เปรอะไปด้วยคราบดินและเหงื่อที่ชุ่มแผ่นหลัง

          “คุณหลงคะ” เสียงพนักงานรับใช้ในบ้านดังขึ้น

          “ครับ”

          “คุณวุฒิให้มาตามค่ะ”

          “เดี๋ยวนี้หรือครับ” เขาค่อย ๆ ถอดถุงมือยางออกจากมือขณะเอ่ยถามหล่อนที่ยืนอยู่ไม่ไกล

          “ใช่ค่ะ เห็นว่ามีธุระด่วนมาก”

          หลงขมวดคิ้ว เขาไม่ใช่คนมีเพื่อนมากนัก อีกทั้งไม่ได้ติดต่อญาติคนไหนเป็นพิเศษ ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จะมีคนอยากเจอจึงแทบเป็นศูนย์

          “ขอบคุณครับ”

 

          เสียงพูดคุยดังขึ้นเป็นระยะ บ้างก็เป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ บ้างก็เป็นความเงียบที่หาสาเหตุไม่ได้ ปลายเท้าของหลงหยุดนิ่งที่หน้าประตู ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศและบทสนทนาปะทะเข้ามาอย่างรุนแรงเรียกสติได้ชัดเจน

          “คุณพฤทธิ์สบายดีนะ” วุฒิถามพลางมองหลานชายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจิบชาร้อนที่วางไว้บนโต๊ะ

          “คุณอาน่าจะทราบเรื่องนั้นแล้ว”

          “อาเคารพการตัดสินใจของพฤทธิ์ เพราะอาเชื่อว่าพฤทธิ์คิดมาดีแล้ว”

          เด็กหนุ่มยืนฟังเงียบ ๆ ก่อนจะเคาะประตูเป็นสัญญาณ..บทสนทนาเมื่อครู่จึงจบลงทันทีพร้อมดวงตาสองคู่ที่ทอดมองแตกต่าง หนึ่งเอ็นดูเพราะเป็นคนในครอบครัว อีกหนึ่ง..ลึกซึ้งละมุนละไมยากจะหลบพ้น

          “มาพอดี แล้วไปทำแบบไหนถึงได้มอมแมมขนาดนั้น”

          ข้างหน้าคือใครบางคนที่แปลกไป รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่รอยยิ้มตามมารยาท แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูแล้วสบายตา ผมที่เคยเป็นระเบียบเรียบไร้ลูกผม..ในตอนนี้เป็นเพียงทรงผมธรรมดาที่ไม่ได้สร้างเป็นรูปเป็นร่างให้ขัดแย้งกับธรรมชาติ

          หลงยกมือไหว้คุณพฤทธิ์แล้วก้มมองปลายเล็บของตัวเอง มันดูสะอาดเมื่อเร่งรีบ แต่เมื่อสังเกตดี ๆ ตามซอกเล็บก็ฝังแน่นด้วยเศษดินสีดำ เขาจึงรีบนำมือลงและแนบกับลำตัวเพราะกลัวใครบางคนเห็นมุมที่ไม่พึงปรารถนา

          “สวัสดีครับ”

          “สวัสดีครับ” เจ้าของเสียงทุ้มโต้ตอบพลางลอบสำรวจเด็กหนุ่ม เสื้อสีขาวดูสกปรกไปถนัดตา หนำซ้ำใบหน้ายังเปื้อนเศษดิน ไม่ว่ามองอย่างไรก็ห่างไกลกลับความน่าเอ็นดูนัก กระนั้นพฤทธิ์ก็รู้ดีว่าลึก ๆ แล้วเขา..ชื่นชอบมากแค่ไหน “ข้างนอกน่าจะทำสวนอยู่คงสนุกน่าดู”

          “สนุกครับ” เด็กหนุ่มตอบเสียงเบา หนำซ้ำยังไม่กล้าเข้าใกล้ไปกว่านี้

          ใครจะคิดว่าคนที่เขาอยากโทรศัพท์ไปหาจะมาถึงที่โดยได้ฟังแค่เสียง

          “เมื่อวานพ่อว่าจะบอกหลงว่าคุณพฤทธิ์โทรศัพท์มาหา แต่เห็นว่าดึกแล้วพ่อเลยไม่อยากกวน” วุฒิเป็นคนสบาย ๆ และสนับสนุนด้วยซ้ำหากหลงจะออกไปกิจกรรมข้างนอกมากกว่าอยู่ในบ้าน “ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว ทั้งสองคนก็คุยกันตามสบาย พ่อขอตัวไปดูคนสวนเสียหน่อย ไม่รู้ว่าลูกชายปลูกต้นไม้ฝีมือเป็นอย่างไร”

          เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนเจ้าของบ้านจะเดินออกไป ในห้องรับแขกจึงเหลือคุณพฤทธิ์และเขาสองคน บรรยากาศแปรเปลี่ยน หัวใจเต้นรัวทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่น กระนั้นความยินดีก็มากล้นเกินกว่าจะซ่อนไว้เพียงคนเดียว

          “นั่งก่อนสิครับ” พฤทธิ์บอกเด็กหนุ่ม ก่อนหลุบมองฝ่ามือที่ซ่อนไว้ข้างหลังเสื้อ “ถ้ากลัวโซฟาสกปรก การยืนคุยกันก็ถือเป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน”

          เด็กหนุ่มหน้าร้อนผ่าว เขาเม้มปาก แล้วรีบนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ โดยให้ผิวเนื้อสัมผัสกับเก้าอี้น้อยที่สุด “คุณพฤทธิ์มีอะไรหรือเปล่าครับ”

          “ตอนบ่ายว่างหรือเปล่าครับ”

          “ว่างครับ” หลงเอ่ยตอบ รู้สึกประหลาดใจปนตื่นเต้นเล็ก ๆ “คุณพฤทธิ์มีอะไรหรือเปล่าครับ”

          “ผมอยากรบกวนให้คุณไปช่วยงานที่มหาวิทยาลัยหน่อย สักสองสามชั่วโมงพร้อมเงินตอบแทน”

          สีหน้าแช่มชื่นแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เรียบเฉย กระนั้นมันกลับซ่อนความผิดหวังราวกับมีค้อนกระทบเข้าอย่างรุนแรง กับคุณพฤทธิ์..ต่อให้ความสัมพันธ์คืบหน้าอย่างไร ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอย่างที่คาดหวัง หนำซ้ำ..ระหว่างกัน พวกเขาอยู่ในสถานะอะไรก็ไม่มีใครอธิบายได้

          “ได้ครับ ผมขอไปจัดการธุระตัวเองสักครู่”

          “ไม่ต้องรีบ ผมรอได้”

          “ขอบคุณครับ”

          หลงใช้เวลาจัดการตัวเองไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เดินกลับลงมายังห้องรับแขก ด้านในไม่ใช่แขกเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่มีคุณวุฒิที่กลับเข้ามาพูดคุยด้วยท่าทีสบาย ๆ กระนั้นก็แฝงความห่วงใยอยู่ในที

          “คุณแขเป็นห่วงพฤทธิ์มากนะ”

          “ผมทราบว่าคุณแม่เป็นห่วง แต่ผมมีคนในใจแล้ว”

          ใบหน้าของเด็กหนุ่มร้อนผ่าว กระนั้นก็เกรงว่าจะแสดงออกจนเกินไป เขาจึงแสร้งนั่งอ่านหนังสือที่ค้างไว้เงียบ ๆ ทว่าตัวหนังสือกลับไม่ผ่านตาสักตัวเดียว

          “กับฉลองขวัญ ผมมั่นใจว่าไม่สามารถทำให้เธอมีความสุขได้”

          “เรื่องครอบครัวอาคงพูดมากไม่ได้ แต่ถ้าคุณพฤทธิ์มั่นใจ อาก็เชื่อว่าคน ๆ นั้นเหมาะสมกับคุณพฤทธิ์”

          “ขอบคุณครับ”

          หลานชายของเขาเป็นคนเก่งและมั่นใจในตัวเอง ตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ทำตามทุกระเบียบแบบแผนจนบางครั้งก็อึดอัด กระนั้นเจ้าตัวเองก็ไม่เคยบ่นถึงความยากลำบากในแต่ละช่วงชีวิต ตรงกันข้ามกลับยอมรับและปฏิบัติอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

          “มีปัญหาอะไร คุยกับอาได้ตลอดนะพฤทธิ์” วุฒิพูดจบก็หันมาทางเด็กหนุ่มที่แสร้งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกล “เอาล่ะ..เดี๋ยวจะถึงมหาวิทยาลัยช้า”

          พวกเขาเดินไปหน้าบ้าน แต่ก่อนจะขึ้นรถยนต์ที่จอดไว้ พฤทธิ์ก็รีบเอ่ยถาม “คุณอาครับ งานที่ให้หลงช่วยอาจจะใช้เวลานาน ถ้าอย่างไร..

          “ถ้าคุณพฤทธิ์ขับรถมาส่งไม่ไหวก็นอนพักที่คอนโดเสียเถอะ” วุฒิยิ้มพลางมองลูกชายคนเล็กอย่างเอ็นดู “รบกวนดูแลลูกชายคนเล็กของอาด้วยนะพฤทธิ์”

          “ขอบคุณครับ”

 

          รถยนต์สีดำแล่นออกจากตัวบ้านเกือบสิบนาทีแล้ว แต่ยังไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งผ่านถนนหลักในหมู่บ้าน น้ำเสียงทุ้มต่ำจึงดังขึ้น ขจัดความอึดอัดที่ก่อตัวเงียบ ๆ ภายในห้องโดยสาร     

          “ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงใช่ไหมครับ” พฤทธิ์ถามเด็กหนุ่มที่ไม่พูดมาตลอดทาง

          “ยังครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบ “ก่อนจะช่วยงาน ผมขอกินข้าวที่โรงอาหารได้ไหมครับ”

          “แต่วันนี้โรงอาหารไม่เปิด” พฤทธิ์บอกด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ ก่อนจะถามเด็กหนุ่มที่ยังนั่งเงียบด้วยใบหน้าที่เร้นความรั้นไว้อย่างมิดชิด อันที่จริง..ตอนอยู่บ้าน เขาเห็นดวงตาที่ประกายด้วยความยินดี สีหน้าที่อาบด้วยความตื่นเต้น เขาอยากยื่นมือเข้าไปจับ สัมผัสใบหน้าน่าเอ็นดูด้วยความคิดถึง กระนั้นก็ตระหนักดีว่า..พวกเขาไม่ได้อยู่ลำพังด้วยกันสองคน แต่ยังมีคนอื่น ๆ ที่บังเอิญมองหรือคอยสังเกตความเป็นไปอยู่

          “ถ้าอย่างนั้นแวะร้านสะดวกซื้อข้างหน้าได้ไหมครับ”

          “ได้ครับ”

          บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น ไม่นานรถยนต์ก็จอดนิ่งสนิทริมฟุตบาท เสียงปลดประตูดังขึ้น ก่อนเด็กหนุ่มจะเดินเข้าร้านไปคนเดียว ทว่าไม่นานนัก..ใครบางคนก็ดับเครื่องยนต์และเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกล

          พฤทธิ์เดินสำรวจร้าน พลางมองเด็กหนุ่มที่ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หน้าตู้เครื่องดื่ม อาหารที่เจ้าตัวหยิบมามีไม่กี่อย่าง และจบลงด้วยน้ำผลไม้กล่องเล็ก ก่อนจะไปจ่ายเงินบริเวณหน้าประตูทางเข้า

          “ทั้งหมดเจ็ดสิบหกบาทค่ะ”

          “สักครู่ครับ” หลงก้มลงหยิบกระเป๋าสตางค์ เขาหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งขึ้นมา กระนั้นเศษเหรียญเจ้ากรรมก็อยู่ลึกเกินปลายนิ้วจะหยิบขึ้นมาได้

          “ขอโทษนะครับ อันนี้ด้วย..คิดรวมกันไปเลย”

          “คุณพฤทธิ์!” เด็กหนุ่มสะดุ้ง เขาหมายจะผละออกด้วยความตกใจ ทว่าแผ่นอกที่ซ้อนอยู่ข้างหลังกลับเป็นปราการที่ไม่อาจขยับหนีไปไกลกว่านี้ได้ จะทำอย่างไร..หลงเองก็ไม่เคยชินกับความร้อนผ่าวจากผิวเนื้อของคุณพฤทธิ์สักที

          “ผมจ่ายเอง”

          “ขอบคุณครับ”

          “ยินดีครับ”

          พนักงานเหลือบตามองพวกเขาทีหนึ่ง

 

          “ถ้าหิวก็กินได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”

          น่าแปลกใจที่พฤทธิ์อนุญาตให้เด็กหนุ่มกินอาหารบนรถยนต์ได้ด้วยไม่มีข้อแม้ ทั้งที่ปกติแล้ว..ทั้งเพ็ญแขและฉลองขวัญต่างก็ไม่เคยกินอาหารและเครื่องดื่มในขณะที่อยู่บนรถโดยให้เหตุผลที่คล้าย ๆ กันว่าการรับประทานอาหารบนรถอาจส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์และเสียมารยาท เขาเองก็คิดแบบนั้น..จนกระทั่งเด็กหนุ่มข้างกายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่น ๆ

          “คุณพฤทธิ์หิวไหมครับ” น้ำเสียงของหลงสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็รวบรวมความกล้าเอ่ยถามคนที่ขับรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย

          พฤทธิ์ละสายตาจากถนนเล็กน้อย แล้วพูดตอบ “ไม่หิวครับ”

          เด็กหนุ่มนั่งกินอาหารจนกระทั่งใกล้ประตู้มหาวิทยาลัย อีกฝ่ายจึงเก็บเศษขยะใส่ถุงอย่างเรียบร้อยก่อนรถยนต์จะจอดบริเวณลานจอดที่อยู่ไม่ไกลอาคารเรียน

          “ส่วนใหญ่เป็นงานเอกสาร ผมเกรงว่าจะทำงานคลาดเคลื่อนเลยขอแรงให้คุณช่วย” พฤทธิ์พูดพลางยิ้มบาง ๆ กับเหตุผลของตัวเอง เขาน่ะหรือที่จะทำงานผิดพลาด ทั้งที่ความจริง..ตั้งแต่ทำงานมา เขาแทบไม่เคยขอใครให้ช่วยงาน ไม่เคยผิดพลาด และที่สำคัญ..เขามั่นใจว่าไม่พลาด “ส่วนนี่เป็นเงินค่าขนม”

          พฤทธิ์ยื่นซองที่ทำจากกระดาษสาสีแดงให้เด็กหนุ่ม ลวดลายบนผืนกระดาษใบน้อยเป็นรูปปลาสีทองกำลังแหวกว่ายในผืนน้ำ ซ่อนเร้นความหมายได้อย่างแนบเนียนไม่ให้ใครคนหนึ่งรู้ตัว

          “ขอบคุณครับ” หลงยกมือไหว้ ก่อนจะเก็บซองใส่กระเป๋าอย่างเรียบร้อย

          พวกเขาพูดคุยกันสักพักก่อนจะลงจากรถ แล้วเดินไปตามฟุตบาทที่เกลื่อนด้วยเศษใบไม้เล็ก ๆ เมื่อลมพัดผ่าน..ใบไม้ด้านบนก็ปลิดขั้วลงมากระจายเต็มพื้น ไม่ว่าคนงานจะกวาดเท่าใดก็ไม่หมดเสียที

          บ่ายวันนั้น งานของคุณพฤทธิ์ไม่ใช่การจัดการเอกสารที่เคร่งเครียด แต่เป็นการจัดการเศษกระดาษ ทำความสะอาดห้อง และจัดของให้เป็นระเบียบตามที่ควรจะเป็น ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนั้นใช้เวลาร่วมสามชั่วโมง และส่วนใหญ่พฤทธิ์ทำมากกว่า เด็กหนุ่มช่วยจัดของเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

          “อาจารย์มีเอกสารให้ผมช่วยคัดแยกอีกไหมครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามขณะจัดปากกาใส่กล่องพลาสติกที่อยู่มุมโต๊ะ

          “ช่วยหยิบกระดาษทั้งหมดในลิ้นชักขวาบนสุดไว้บนโต๊ะหน่อยครับ” เขาสั่งหลง ก่อนจะกลับไปจัดการแฟ้มเอกสารในตู้ “คุณไปล้างมือ แล้วมานั่งรอในห้อง อีกสักครู่จะเสร็จแล้ว”

          “ผมช่วยอะไรอีกไหมครับ”

          “ไม่มีครับ” เจ้าของห้องจุดยิ้มบาง ๆ

          เมื่อหลงออกไปจากห้อง เขาจึงหยิบเอกสารที่ให้อีกฝ่ายนำขึ้นมาวางใส่กระเป๋าและปิดมันลงอย่างเรียบร้อย อันที่จริง..ไม่มีส่วนใดไม่เรียบร้อยก่อนเปิดเทอม แต่พฤทธิ์ก็มีเหตุผลของเขา เหตุผลที่เข้าใจได้ไม่ยาก

          หลงเข้ามารอในห้องแล้ว พฤทธิ์จึงออกไปล้างมือบ้าง ก่อนจะกลับเข้ามาหยิบกระเป๋าที่แน่นไปด้วยกระดาษ “กลับกันได้แล้ว”

          “อาจารย์พฤทธิ์ครับ”

          “ครับ” พฤทธิ์ชะงัก พลางมองเด็กหนุ่มที่ยืนตรงหน้า

          “เดี๋ยวผมช่วยถือเอกสารครับ”

          “ขอบคุณครับ แต่รบกวนหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาถือให้หน่อย ผมเกรงว่าจะเอากลับไปไม่หมด” มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปรอหน้าประตูห้องที่เปิดอ้าไว้

          “แผ่นเดียวหรือครับ”

          “ครับ ถือแค่แผ่นเดียว”

          “ผมน่าจะช่วยถืออันหนัก..

            “แค่แผ่นเดียวครับ”

 

          ฤดูหนาวเป็นฤดูที่พระอาทิตย์ลาลับท้องฟ้าเร็วกว่าปกติ แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาห้าโมงเย็นเท่านั้น ทว่าด้านนอกกลับเริ่มมืดแล้ว ดวงไฟที่จะเปิดหลังหกโมงเย็นเปิดขึ้นก่อนเวลา ส่องแสงให้ความสว่างเรียงรายตามพื้นฟุตบาท โชคดีที่พฤทธิ์จอดรถไม่ไกล พวกเขาจึงไม่ต้องออกแรงเดินไกลมากนัก

          “อาจารย์พฤทธิ์ นี่ก็ยังไม่เย็นมาก เดี๋ยวผมกลับบ้านเองได้ครับ” หลงพูดขึ้น แต่เมื่อเห็นคุณพฤทธิ์นิ่งไปก็เริ่มพูดต่อ “ส่งผมตรงป้ายรถเมล์ก็ได้ครับ”

          พฤทธิ์หลุบตามองเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเข้มขึ้นเล็กน้อย “คุณคิดจริง ๆ หรือว่าผมชวนคุณมาเพื่อมาทำงานเอกสาร”

          “แต่ในห้อง..” หลงอึกอัก เขารู้สึกว่าใบหน้าตัวเองใกล้จะไหม้เต็มที

          “อันที่จริง..เอกสารพวกนั้นมีเวลาทั้งเทอมที่จะเก็บ” พฤทธิ์หลุบตามองเด็กหนุ่มที่ยืนตรงหน้า ทั้งที่อยากขยับเข้าไปใกล้ เอ่ยถามสิ่งที่คิดอย่างซื่อตรง แต่ที่แห่งนี้..เขาไม่สามารถทำอะไรตามใจได้เพราะตระหนักดีว่าเขาไม่ใช่คุณพฤทธิ์เหมือนที่อยากเป็น “ขอบคุณที่มาช่วยงานผม ผมขอเลี้ยงข้าวคุณตอบแทนนะครับ”

          “ขอบคุณครับ”

          ในมหาวิทยาลัยแทบไม่มีรถวิ่ง แต่เมื่อออกสู่ถนนใหญ่ ความวุ่นวายปรากฏ รถราวิ่งเต็มถนน กว่าจะถึงสี่แยกข้างหน้าก็ใช้เวลาร่วมสิบนาที

           “อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม”

          อีกครั้งที่เด็กหนุ่มต้องใช้สมองอย่างหนัก ตอนอยู่บ้านเก่าก็ไม่มีโอกาสออกมากินอาหารข้างนอกมากนักเพราะปัญหาในครอบครัว ตอนย้ายมาอยู่บ้านใหม่ก็แทบไม่เคยออกไปกินข้าวกับใครเพราะไม่ค่อยมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน ส่วนคนในบ้านก็ชื่นชอบรสมือของป้ากิ่งมากกว่า “แล้วแต่คุณพฤทธิ์เลยครับ ผมไม่ค่อยออกจากบ้านเลยไม่ค่อยรู้ว่าร้านไหนอร่อย”

          “ตรงหัวมุมถนนมีร้านอาหารไทยอยู่ ผมเองก็ไม่เคยลอง เราน่าจะไปลองครั้งแรกด้วยกัน”

          ร้านอาหารที่ถูกกล่าวถึงเป็นบ้านเก่าที่ถูกซื้อมาปรับปรุงเป็นร้านอาหารไทยดั้งเดิม ซึ่งมีเพียงสองชั้นเท่านั้น ด้านในเป็นบริเวณจัดเลี้ยงและรับประทานอาหาร ส่วนด้านนอกเป็นที่นั่งสำหรับดื่มชาและของหวานเท่านั้น บริเวณร้านตกแต่งด้วยไฟดวงเล็กและให้ความสว่างอย่างนิ่มนวล พร้อมด้วยการจัดสวนอย่างร่มรื่นและประดับด้วยน้ำพุขนาดใหญ่ตรงกลาง

          “อยากกินอะไรก็สั่งได้เลย”

          เด็กหนุ่มพลิกเมนูไปมาพลางมองราคาด้วยความตกใจ อันที่จริงเขาแทบไม่ได้หยิบจับอะไรเป็นชิ้นเป็นอันด้วยซ้ำ การพามาเลี้ยงอาหารไทยราคาแพงเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่คาดฝันเกินไปมาก

          “มีอะไรแนะนำไหมครับ”

          “หมูกรอบท่านสมุห์กับน้ำพริกเผาปรุง และแกงเขียวหวานอกเป็ดย่าง แต่ถ้าคุณผู้ชายชอบอาหารทะเล ทางร้านอยากจะแนะนำแกงระแวงเนื้อปูทะเลครับ”

          พฤทธิ์สั่งอาหารเพิ่มอีกสองสามอย่าง และเมื่อบริกรเดินออกไป เขาจึงหันมาถามเด็กหนุ่มที่นั่งตัวเกร็งด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “หลง”

          “ครับ”

          “ผมอยากพาคุณออกมาข้างนอก แต่การออกมาทำงานน่าจะเป็นเหตุผลที่ดีระดับหนึ่ง”

          “คุณพฤทธิ์แค่ส่งข้อความมาก็ได้” หลงพูดเสียงเบา “ผมไม่อยากให้คุณพฤทธิ์ขับรถไกล ๆ”

          เขาแสร้งหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม พลางมองใบหน้าน่าเอ็นดูที่ก้มต่ำเล็กน้อย อาจจะเพราะไฟที่นี่ละมุนเกินไป อีกฝ่ายจะดูน่ามองกว่าปกติ “ผมเองก็ไม่อยากให้คุณเดินทางลำบากเหมือนกัน”

          พวกเขานั่งรออาหารเงียบ ๆ หากเป็นเมื่อก่อนพฤทธิ์คงไม่พอใจและหลงเองก็คงทนกับบรรยากาศที่ชวนอึดอัดแบบนั้นไม่ได้ แต่ในตอนนี้..ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป ความรู้สึกใหม่เข้ามาทดแทน เป็นความเงียบที่ชวนซ่านในใจ เป็นความแปลกใหม่ที่หาจากใครไม่ได้

          “เทอมหน้าไม่มีวิชาไหนที่ผมสอน”

          “ไม่มีครับ”

          “แสดงว่าเราคงเจอกันน้อยลง” พฤทธิ์ทอดมองใบหน้าเด็กหนุ่ม ในระยะขนาดนี้..ดวงตาที่ฉายแววดื้อรั้นเล็ก ๆ กำลังสบมองมาอย่างใคร่รู้ทว่าเขินอายอยู่ในที “แต่ถ้าเราว่างตรงกัน ผมก็อยากให้คุณได้กินอาหารดี ๆ”

          “ขอบคุณครับคุณพฤทธิ์”

          พฤทธิ์ตักอาหารที่ได้รับจานแรกให้เขา “น่าจะอร่อยนะ”

 

          พระจันทร์ดวงน้อยประดับบนผืนฟ้าสีเข้ม แสงสีนวลเรืองรองอย่างอ่อนโยน ในขณะเดียวกันเสียงรถยนต์ข้างนอกก็เบาลง เสียงพูดคุยในร้านอาหารก็เงียบลงเหลือเพียงเสียงซุบซิบอย่างมีมารยาท เมื่อพฤทธิ์หลุบมองนาฬิกาข้อมือ..มันบอกเวลาว่าร้านใกล้ปิดแล้ว คนเริ่มทยอยออก เสียงร้องเท้ากระทบพื้นเลือนหาย กลายเป็นพวกเขาคู่สุดท้ายที่เดินออกมา กระนั้นด้านล่างก็เหลือเพียงบริเวณบาร์เครื่องดื่มที่ยังมีคนนั่งจิบอย่างใจเย็น

          “หลงอยากกลับบ้านหรือเปล่า”

          พวกเขาเดินออกมาไปยังลานจอดรถยนต์ที่อยู่ข้างหลังร้าน เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเป็นระยะ รถยนต์คันแล้วคันเล่าค่อยเคลื่อนขับออกจากลานที่สร้างอย่างประณีต

          “ถ้าคืนนี้อยากกลับไป ผมยินดีจะขับรถไปโดยไม่มีข้อแม้”

          เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเนิบนาบ กระนั้นคนฟังกลับรู้สึกอยากกบฏต่อความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมา “คุณพฤทธิ์อนุญาตให้ผมค้างด้วยสักคืนหรือเปล่าครับ”

          “ผมคงต้องโทรศัพท์บอกคนที่บ้านคุณให้รู้ว่าคุณอยู่ในความรับผิดชอบของผมแล้ว” พฤทธิ์เงียบไปสักพัก “นะครับ”

          พฤทธิ์ติดต่อไปหาคุณวุฒิทันทีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะรอเด็กหนุ่มจนดึกเกินไป “ขอโทษที่รบกวนครับ”

          อานึกว่าจะกลับมานอนเสียอีก ปลายสายตอบอย่างสบาย ๆ ในขณะเดียวกันก็มีเสียงข่าวภาคค่ำและเสียงของกรณ์ที่แทรกเข้ามา คุณพ่อ!’

          “คืนนี้คงดึกเกินไป พรุ่งนี้ผมจะไปส่งหลงที่บ้านนะครับ”

          รบกวนด้วยนะคุณพฤทธิ์

          “ขอบคุณครับ”

          รถยนต์แล่นออกไปยังถนนที่เงียบสงบ ในห้องโดยสารก็เช่นเดียวกัน..ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

          หลงไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะได้นั่งข้างผู้ชายคนนี้ ทั้งที่ตอนแรกพวกเขาไม่เคยถูกกัน หมางเมินกันราวกับคนแปลกหน้า จากที่เคยคิดว่าเขาไม่มีทางได้ครอบครองความสมบูรณ์แบบ แต่แล้ว..หลงก็ได้เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็น เสี้ยวหน้าของพฤทธิ์มีเสน่ห์ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ทำให้หัวใจเต้นรัวคล้ายความรู้สึกตอนเปิดห่อของขวัญ เสื้อเชิ้ตที่อีกฝ่ายสวมใส่เป็นประจำกลายเป็นเสื้อยืดสีขาวเนื้อหนาพอดีตัว กางเกงสีดำทรงตรงถูกแทนที่ด้วยกางเกงยีนส์สีซีดและรองเท้าหุ้มส้นเรียบ ๆ

          เมื่อก่อนหลงต้องคอยแอบมอง คอยสังเกต จนตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าหันมองตรง ๆ ยิ่งมองหลงยิ่งคิดว่าเป็นความฝัน โดยเฉพาะท่าทางผ่อนคลายและรอยยิ้มเรียบ ๆ ที่ไม่หวือหวา

          “มองอะไร” เจ้าของเสียงทุ้มต่ำถามขึ้นขณะสายตายังไม่ละจากถนน

          “เปล่าครับ” หลงรีบตอบ

          “เห็นอยู่ว่าคุณกำลังมองผม” ท่าทางของเด็กหนุ่มฟ้องออกมาอย่างชัดเจน

          หลงเม้มปาก ไม่ยอมพูดอะไรร่วมนาที ไม่นานเขาก็โต้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบา ๆ “คุณพฤทธิ์จะมองเห็นได้อย่างไรในเมื่อขับรถอยู่”

          “ผมมองอยู่ครับ แต่คุณแค่ไม่รู้ตัว”

          เด็กหนุ่มรีบหันหน้าออกไปมองข้างถนนทันที..

 

          เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว หลงยืนอยู่หน้าห้องเดิมที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสมาอีกครั้ง ทว่าในตอนนี้..เจ้าของห้องกลับเปิดประตูให้เขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางนุ่มนวล “เชิญครับ”

          ปลายเท้าขยับเข้ามาภายในห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน พื้นกระเบื้องมันวาวทอดยาวไปยังโซฟารับแขกที่ตั้งหน้าโทรทัศน์ขนาดใหญ่ ในห้องนี้..แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยกเว้นพวกเขาสองคนที่ไม่เหมือนเดิม

          เจ้าของห้องหายเข้าไปจัดการอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินออกมาพร้อมเสื้อและกางเกงตัวใหม่ “เสื้อกับกางเกงตัวนี้ผมไม่เคยใส่ แต่ซักไว้เรียบร้อยแล้ว”

          “ขอบคุณครับ” หลงยกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วยื่นไปรับชุดนอน เขาอยากเอ่ยขอชุดชั้นในเพิ่ม แต่ก็ตระหนักได้ว่า..ใครกันจะให้ยืมชุดชั้นใน ไม่มีเสียหรอก “ผมขอซักผ้าด้วยนะครับ”

          “เครื่องซักและอบผ้าอยู่ตรงนี้” เจ้าของห้องเดินนำมาทางห้องครัวที่มีประตูกระจกบานใหญ่กั้นระหว่างห้องซักล้างและห้องประกอบอาหาร

          หลงมองบริเวณห้องสักพัก ด้านในเต็มไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งผ้าขนหนูขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับเสื้อผ้า ทุกอย่างเป็นความแปลกใหม่ เป็นสิ่งที่หลงไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นห้องซักล้างที่เพียบพร้อมเช่นนี้

          เด็กหนุ่มยืนนิ่งสักพัก ใบหน้าแจ้งชัดว่าเต็มไปด้วยคำถามและความไม่มั่นใจ “คุณพฤทธิ์ ผมเคยแต่ซักมือ..ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ”

          พฤทธิ์จุดยิ้มจาง ๆ “ผมคงต้องยืนตรงนี้จนกว่าทุกอย่างจะเสร็จ”

          สุดท้ายแล้วคนที่ลงมือจัดการทุกอย่างเป็นส่วนใหญ่คือคุณพฤทธิ์ ส่วนหลงได้แต่ยืนทำมองตาปริบ ๆ เพราะปุ่มต่าง ๆ ที่อยู่บนตัวเครื่องชวนให้เขาสับสนเหลือเกิน แม้จะอยากยื่นมืออกไปช่วย แต่ความคิดหนึ่งเขาก็ไม่อยากทำลายข้าวของของคุณพฤทธิ์เช่นกัน

          เจ้าของห้องอธิบายวิธีการใช้อย่างใจเย็นและละเอียด เมื่อนำชุดที่ใส่เข้าเครื่องซักผ้า อุปกรณ์ดังกล่าวก็เริ่มทำงาน เสียงของมันไม่ดังและไม่เบาจนเกินไป กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่ขยับไหน

          “หลง” พฤทธิ์เรียกเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ผมอยากให้คุณรู้ไว้..

          “ครับ”

          “ถ้ากลับดึก..มานอนที่นี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจ ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมเต็มใจมาก”

         

          เพราะต้องรอซักผ้าและอบผ้า พวกเขาจึงนั่งดูข่าวภาคดึกรอ ความเงียบและความสงบอบอวลในบรรยากาศ ไร้ความอึดอัดและห่างเหินราวกับเมฆครึ้มที่เคยขมวดในใจจางหายไปแล้ว

          “อยากรู้อะไรครับ” พฤทธิ์หรี่เสียงโทรทัศน์ก่อนหันมาทางหลงที่นั่งกุมมือเงียบ ๆ “ผมยินดีตอบคุณทุกคำถาม ถ้าทำให้คุณรู้สึกสบายใจ”  

          หลงครุ่นคิด เขามีคำถาม แต่ไม่กล้าถาม ทว่าความอยากรู้และกระจ่างใจผลักดันให้เอ่ยปากอย่างไม่ลังเล “ที่คุณพฤทธิ์คุยกันเมื่อเช้า..

          ฝ่ามือของพฤทธิ์กุมมือเด็กหนุ่มไว้มั่น “ผมเลิกกับฉลองขวัญเป็นเรื่องจริง และผมไม่อยากให้คุณคิดว่ามันเป็นความสับสน”

          เด็กหนุ่มไม่พูดอะไร ในขณะที่อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้จนผิวเนื้อสัมผัสกัน

          “ผมมีข้อบกพร่องขนาดไหนถึงทำให้คุณไม่มั่นใจได้ขนาดนี้”

          “กับอาจารย์ฉลองขวัญ..

          “ผมไม่อยากให้ใครต้องผิดหวัง แต่กว่าจะยอมรับกันได้ต้องใช้เวลา” พฤทธิ์เงียบ เขาเคยอยู่ในช่วงที่สับสน คิดไม่ตกถึงความสัมพันธ์ที่คลุมเครือทว่าหอมหวาน “กับคุณแม่..ผมอยากตัดสินใจด้วยตัวเองบ้าง”

          “ผมไม่อยากให้คุณพฤทธิ์รู้สึกผิด”

          “อย่ากังวล ผมจะรับผิดทั้งคุณและผมเป็นอย่างดี”

          ริมฝีปากอุ่นแตะหน้าผากเด็กหนุ่ม ในขณะที่เสียงเตือนจากเครื่องซักผ้าดังขึ้น     

          “ผมอยากทำมากกว่านี้ แต่เราคงต้องไปจัดการเสื้อผ้าสำหรับพรุ่งนี้ก่อน”



สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๒ ค่ะ

ตั้งใจพิมพ์นิยายเพื่อมาลงในวันนี้โดยเฉพาะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

1,079 ความคิดเห็น

  1. #1070 mees$ (@v-nan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 11:34
    ไม่เคยคิดว่าน้องมีความสุขจริงๆเลย อย่างกับคุณพ่อกับพี่กรณ์ ถึงเค้าจะรักจะเอ็นดู หลงก็รับรู้ แต่ก็อดรู้สึกมีเส้นบางๆกั้นอยู่ อย่างกับคุณพฤทธิ์ก็รู้สึกว่าควรต้องรอเวลามากกว่านี้ อย่างน้อยก็ให้หลงเรียนให้จบ แต่ก็อยากให้ทุกวันของน้องต่อจากนี้มีความสุขมากๆ แงงงงง
    #1070
    0
  2. #1042 ssutdd0205 (@ssutdd0205) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 10:54
    พี่กรณ์ น้องของเราาาาาา
    #1042
    0
  3. #935 rapsterx_ (@ocqxn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 19:27
    จริง นึกถึงคุณกรณ์เลย บ้าตายแล้วแน่ๆคนหวงน้องคนนั้น ชอบความชวนไปทำงาน อรุ่ม
    #935
    0
  4. #877 liuistree_ (@SRR_13369) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 07:32
    คุณกรณ์ต้องกระวนกระวายอยู่บ้านแน่ๆ555555 คุณพฤทธิ์เนียนตลอดดดดด ละมุนละไมสุดดดดด
    #877
    0
  5. #856 naphasornsophila (@naphasornsophila) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 07:10
    น้องเจ็บปวดมามาก อยากให้น้องยิ้ม หัวเราะ มีความสุขต่อจากนี้
    #856
    0
  6. #724 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 16:29
    คะณพฤทธิ์ร้ายมากนะคะ!
    #724
    0
  7. #695 XMCB_BB (@pornkanok2557) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 08:42
    จ้าาาาา ล่อลวงน้องออกมานี่นา คุณกรณ์จะกระวนกระวายขนาดไหนเนี่ยยยยยยถถถถ
    #695
    0
  8. #673 duckii_memo (@duckii_memo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 18:41
    เนียนจริงจังเลยนะค้าคุณพฤทธิ์ ฮิ้ว555555 คุณกรณ์นอนหลับไหมคะคืนนี้
    #673
    0
  9. #608 Pleaze!! (@izic) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 22:40
    คุนพฤทธ์จากิงน้อนนนนน
    #608
    0
  10. #554 twothree (@hamahameenoi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 11:26
    เดี๋ยวนี้อ.พฤทธิ์ทำแต้มใหญ่เลยน้า /แซว 555555 คือเขินค่ะ เราเขินความเนียน ความนุ่มนวล ความจีบนะแต่ไม่บอกหรอก ยั่วนะแต่ทำตาใสซื่อของคุณพฤทธิ์(นี่คิดไปเองรึเปล่าว่าคุณเขาค่อย ๆ ตะล่อมน้องอย่างเนียน ๆ กลัวลูกโดนเขมือบโดยไม่ทันตั้งตัวจังค่ะ 555555) น้องก็น่ารัก ชอบความแข็งนอกอ่อนในของน้องจริง ๆ เลยน้า แล้วตอนนี้ความแข็งนั้นก็ถูกความอบอุ่นของคุณพฤทธิ์ละลายซะหมดท่าเลย 555555 (เจ้าดื้อเอ้ย /บีบแจ้ม)
    สงสารก็แต่คุณกรณ์55555 คงนอนไม่หลับทั้งคืนแน่เลยค่ะวันนี้ 5555555
    อ่านไปก็ยิ้มไป มีความสุขจังเลยยย~ /กลั้นยิ้มแบบกลัวคุณพฤทธิ์รู้

    คุณนักเขียนสู้ ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ^-^~ อยากขอบคุณคุณนักเขียนที่แต่งงานเขียนดี ๆ มาให้อ่าน ไม่รู้จะช้าไปไหมแต่สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่าาา(ช้าไปมาก55555)
    #554
    0
  11. #527 Hyxxxx (@namnaonaka) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:35
    น่ารักกก
    #527
    0
  12. #503 JJ.Camella (@nunokamornrat) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 16:19
    คุณพะริดนี่ร้ายจริงๆ อยากจะแหมมมมมให้คุณแขได้ยินจัง 555
    #503
    0
  13. #447 Katniss20 (@Katniss20) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 21:54
    มันคือแผนการของคนวร้ายยยยยยๆ /ยิ้มมุมปาก
    #447
    0
  14. #440 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 03:26
    หลอกล่อเก่ง
    #440
    0
  15. #412 FNnp142 (@france1999) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 16:34
    เบ้ปากตั้งแต่ พฤทธิ์บอกจะพาน้องมาช่วยงานที่มอแล้วจ้า หลอกน้องมาห้องเปล่าเนี่ยะ ร้ายมาก
    #412
    0
  16. #395 IceS@ssy (@icefang) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 13:30
    มันเนิบๆนาบๆช้าๆ แต่ก็สะกดได้เหมือนกัน
    #395
    0
  17. #366 emmykorapin (@emmykorapin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:11
    เหมือนสำลีเลย เบาบาง
    #366
    0
  18. #362 yooji (@yooji) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 10:30
    ทำไมบรรยากาศมันเย้ายวนนรัญจวญใจขนาดเน้
    #362
    0
  19. #321 Bbbbole (@teea) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:41
    เขินอ่ะ คุณพฤทธิ์อบอุ่นขึ้นเรื่อยๆเลย >//<
    #321
    0
  20. #267 ㅊㅎㅂ (@tenly0627) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:14
    ขอตอนหน้าต่อเลยได้มั้ยค้าแงงง
    #267
    0
  21. #245 unyong20 (@unyong20) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 00:12

    มันดีมากจริงๆๆ รอตอนต่อไปนะคะ
    #245
    0
  22. #244 Punmile09 (@bbroccolii) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 16:37
    ดีจังเลยค่ะ ฮืออออออออ อบอุ่นๆมากๆๆ ดีใจที่คุณพฤทธิ์ได้ก้าวข้ามกรอบจำกัดความสุขของตัวเองซะที ไม่ว่าทางข้งหน้าจะเจออะไรเราเอาใขช่วยทั้งคู่เลยค่ะ ขอบคุณจริงๆที่มีหลงอยู่บนโลกใบนี้เพราะเวลาคุณพฤทธิ์อยู่กับหลงเขาเหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปเลย ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องฝืน

    ทำตัวสบายๆน้องเป็นcomfort zoneขอบคุณพฤทธิ์จริงๆ ถ้าจนถึงที่สุดแล้วทั้งสองจะไม่สามารถอยูาด้วยกันได้ก็ยังอยากให้น้องยังอยู่ข้างคุณพฤทธิ์ค่ะ ฮื่ออออ

    เรื่องนี้เป็นนิยายที่เรารักมากๆอีกเรื่องเลย ดีใจมากเลยที่ได้อ่าน ขอบคุณสำหนับผลงานดีๆนะคะ นิยายของคุณEllete made my day มากจริงๆ นานแล้วที่ไม่ได้มีความรู้สึกที่จะเปิดนิยายสักเรื่องอ่านด้วยความตื่นเต้น ถึงจะไม่ใช่แนวฟีลกู๊ดที่อ่านแล้วล่องลอยใจฟูแต่มันอบอุ่นหัวใจมากจริงๆค่ะ เอาใจช่วยคุณพฤทธิ์และน้องหลงให้ผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วก็เอาใจช่วยคุณนักเขียนคนเก่งด้วยนะคะ อย่าหักโหมมากนะคะ สุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ เรารอได้เสมอเลยค่ะ

    และก็จะขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คุณอยู่ตรงนี้นะคะ

    รัก
    #244
    0
  23. #234 yipun (@tangpoon) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 03:50
    ดีมากๆๆๆๆเลยค่ะอยากร้องไห้เลยมันดีมากๆ;__; นิยายเดินมา20บท เค้าเพิ่งจีบกันบทที่19ค่ะแม่ ฮืออออ หนักหน่วงตุ้บตั้บมาตั้งแต่เริ่มเลย อาจารย์เขาก็นุ่มดีนะคะ มีโอกาสทีเกี้ยวน้องไม่หยุดเลย น่ารักเหลือเกิน
    #234
    0
  24. #233 cloudyseasky (@nufhazuza102) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 00:46
    มากกว่านี้คืออะไรคะคุณพฤทธิ์ ;______; แง รอนะคะ แล้วก็ happy belated new year 2019 ด้วยนะคะ 😹😹
    #233
    0
  25. #231 ScHaOn (@ScHaOn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:52
    สวัสดีปีใหม่ค่าคุณนักเขียน:)
    #231
    0