ซ่อนรัก (Yaoi)

ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 457 ครั้ง
    9 มี.ค. 61

บทที่ ๑๕

ซ่อนรัก

 

หลงจำไม่ได้ว่าในคืนวันเกิดของกรณ์ ตัวเองก่อเรื่องอะไรลงไปบ้างนอกจากการแอบผู้ใหญ่ดื่มแอลกอฮอล์ในสวน พอรู้ตัวอีกที พระอาทิตย์ก็ทอแสงอ่อนโยนผ่านผ้าม่านโปร่งแสงแล้ว

          เด็กหนุ่มนอนมองเพดานชั่วขณะหนึ่ง เขาไพล่คิดไปถึงเมื่อคืนก่อน หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้สติ เขาก็ฝัน..ในฝันเขาพบใครคนหนึ่งที่พยายามหลีกหนี ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอที่ให้หลงเคลือบเคลิ้มไม่ต่างอะไรจากลมอ่อนๆ ในฤดูร้อน พวกเขาจ้องหน้ากันสักพัก แล้วคนๆ นั้นก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาที่ชวนรู้สึกประหลาดใจ ความฝันของหลงเมื่อไม่มีทางเป็นจริง เขาก็ไม่จำเป็นต้องกักขังตัวเองให้อยู่ในกรอบของใคร

          ในความฝัน..หัวใจของหลงเต้นแรงเมื่อระลึกได้ว่าเจ้าของน้ำเสียงทุ้มเป็นใคร คุณพฤทธิ์ คุยกับเขาเรื่อยๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับหลง เมื่อผู้ชายคนนี้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของเวิ้งว้าง ความปกติก็ไม่ต่างอะไรจากจากสายรุ้งท่ามกลางละอองน้ำในสวน

          เมื่อความฝันจางหาย ความเป็นจริงก็ทะลายกำแพงเข้ามา ภายในห้องที่เริ่มสว่าง ต้นไม้ใหญ่ข้างนอกที่เริ่มทิ้งใบร่วงโรย อากาศเย็นในตอนเช้า และเสียงรดน้ำต้นไม้ของคนสวน ความเป็นจริงคือหลงไม่มีทางใกล้ชิดคุณพฤทธิ์ได้ตามจินตนาการ

          เขานอนนิ่งๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตู เด็กหนุ่มจึงลุกขึ้น เก็บผ้าปูที่นอนอย่างเรียบร้อย และเดินไปเปิดประตูให้คนที่อยู่อีกฟาก

          “คุณกรณ์”

          กรณ์มองใบหน้าอิดโรยของเด็กหนุ่ม ในทีแรกเขานึกอยากเข้ามาตำหนิเรื่องที่เจ้าตัวแอบดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่ได้รับอนุญาต หากป้ากิ่งไม่เดินมาบอกเขา ป่านนี้เด็กคนนี้คงจะนอนหมดสภาพข้างนอกบ้านเสียค่อนคืน แต่เมื่อเห็นสภาพหลงในตอนนี้ หัวใจของเขาก็อ่อนยวบได้ไม่ยาก

          “พี่มารบกวนแต่เช้าหรือเปล่า”

          “ไม่ครับ”

          “พี่ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม”

          เด็กหนุ่มพยักหน้า แต่ก็เขินอายอยู่ในที เพราะอยู่ในชุดนอนที่น่าจะมีคนใจดีเปลี่ยนให้ตั้งแต่เมื่อคืน “เมื่อคืน..

          “คุณพ่อกับพี่ไม่ว่าอะไรถ้าจะดื่มของพวกนี้ แต่รู้ไหมว่าหลงยังไม่บรรลุนิติภาวะ” กรณ์นั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสือ บนนั้นเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบันทึก “ไว้โตกว่านี้ เป็นเด็กให้พี่เอ็นดูไปก่อน ต่อไปจะทำอะไรก็ทำ”

          “ผมขอโทษครับ”

          ดวงตาของเด็กหนุ่มหลุบมองปลายเท้าเปลือยเปล่า

          “ยังปวดหัวอยู่ไหม”

          “นิดหน่อยครับ”

          หลงมีอะไรจะพูด เขาอึกอักจนกรณ์เลิกคิ้วเป็นเชิงตั้งคำถาม “มีอะไรหรือเปล่าหลง”

          “เมื่อคืนใครพาผมขึ้นมาหรือครับ”

          กรณ์ขมวดคิ้ว หลังจากป้ากิ่งเห็นเด็กหนุ่มนอนฟุบอยู่โต๊ะด้านนอก เจ้าตัวก็รีบเดินมาบอกเขาที่ยังคุยกับผู้ใหญ่ในงานวันเกิดไม่เสร็จ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เดินไปหาน้องที่นอนไม่ได้สติอยู่ไม่ไกลจากครัว ในทีแรกเขานึกว่าหลงเกิดหมดสติขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่กลิ่นแอลกอฮอล์ที่รุนแรงขนาดนั้นก็ยืนยันได้ว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายมีสติครบถ้วน

          เขายังไม่อยากถามสาเหตุ แต่ถ้าให้เดาก็พอจะรู้ว่าต้นเหตุเป็นคนไม่ใกล้ไม่ไกล จะเป็นใครไม่ได้นอกจากเจ้าของรอยยิ้มตามมารยาทคนนั้น

          “พี่เป็นคนพาหลงคนมาเอง เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วย แต่ไม่ต้องอายอะไร พี่ปิดไฟตอนจัดการธุระให้”

          หลงพยักหน้า ความฝันก็คือความฝัน มันจะเป็นจริงได้อย่างไร..

          “นอนพักก่อน เดี๋ยวใกล้เที่ยงแล้วพี่จะขึ้นมาปลุก”

          เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนสอดตัวเข้ามาในผ้าห่มผืนใหญ่

         

          ฉลองขวัญทราบดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับพฤทธิ์เป็นอย่างไร หล่อนชัดเจนฝ่ายเดียว ส่วนพฤทธิ์ไม่เคยบอกกล่าวใด ๆ กับหล่อน โดยเฉพาะหลังจากการหมั้นอย่างกะทันหัน ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่ยอมรับกลาย ๆ ว่าอีกไม่นานคงแต่งงานกัน แต่หล่อนกลับสงสัยและอยากรู้ว่าเพราะอะไรคนข้าง ๆ จึงมีระยะห่างที่ไกลออกไป

          พฤทธิ์..คนที่ยิ้มตามมารยาทกลับมีบางอย่างที่แปลกไป รอยยิ้มเล็ก ๆ จุดขึ้นที่มุมปากเป็นครั้งคราว สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขหลังจากกลับมาในคืนนั้นทำให้หล่อนคลางแคลงใจ บางครั้งก็นิ่งเฉยราวกับมีเรื่องครุ่นคิด แววตาที่ใช้มองหล่อนไม่มั่นคง มันวูบไหว ราวกับมีเรื่องร้อนในใจเกินกว่าจะแก้

          หล่อนยอมรับว่าปรารถนาในตัวตนของพฤทธิ์ที่เฉยชากับหล่อน มากกว่าผู้ชายที่กำลังแสดงสีหน้าหลากหลายแบบนี้ ในวันนั้นเกิดอะไรขึ้น อะไรบางอย่างทำให้พฤทธิ์เปลี่ยนแปลงทีละน้อย ความสุขบนใบหน้า รอยยิ้มที่ยากจะสังเกต หล่อนกลับเห็นหลายครั้งในรอบวัน

          ความเงียบภายในห้องโดยสารไม่อึดอัดเหมือนเคย มันเต็มไปด้วยช่องว่างต่าง ๆ มากมายที่ทำให้หล่อนไม่สบายใจ

          “พฤทธิ์” หล่อนเงียบ ขณะที่รถยนต์จอดติดไฟแดง

          “อืม” พฤทธิ์ตอบรับในลำคอ ไม่มีความรู้สึกอื่นเจือปน

          “มีเรื่องอะไรน่ายินดี พฤทธิ์ถึงได้ดูอารมณ์ดีขนาดนี้” หากเทียบมาตรฐานอื่น หล่อนคาดเดาว่าพฤทธิ์คงถูกจัดอยู่ในหมวดไร้อารมณ์

          “ไม่มี”

          “พฤทธิ์ดูอารมณ์ดีขึ้นหลังจากวันเกิดคุณกรณ์นะคะ”

          “อย่างนั้นหรือ”

          “ถ้าเดาไม่ผิด ตอนที่พฤทธิ์หายไป คุณกรณ์คงคุยอะไรกับพฤทธิ์” หล่อนเงียบไปสักพัก ก่อนสัญญาณไฟจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว อีกไม่กี่อึดใจจะโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงแล้ว “เรื่องงานแต่งงานของเราหรือเปล่าคะ”

          หล่อนพูดติดตลก แต่ดวงตาของหล่อนกลับจ้องไปยังใบหน้าที่ยังนิ่งเฉย ความสุขค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชา รอยยิ้มที่มุมปากหายไปราวกับปุยเมฆ หัวคิ้วขยับเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะราบเรียบเหมือนเดิม

          ฉลองขวัญสังเกตคนมาหลายปี หล่อนเป็นอาจารย์ ยืนอยู่หน้าห้องต่อหน้าคนเป็นร้อย ต่อให้หล่อนมีสองตาก็พอจะสังเกตพฤติกรรมของนิสิตในชั้นเรียนได้ไม่ยาก

          กับพฤทธิ์..คนที่หล่อนเฝ้ามองมาหลายปี ต่อให้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพียงเสี้ยวเดียว หล่อนก็รับรู้ได้

          พฤทธิ์ไม่ได้ให้คำตอบหล่อน มีเพียงความเงียบที่ปกปิดความลับนั้นไว้ และหล่อนไม่รู้ว่าเรื่องอะไรและไม่อยากรับรู้หากมันจะทำให้ความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่แย่กว่าเดิม

 

          พวกเขามาถึงโรงแรมที่จัดงานเกษียณอายุของอาจารย์ท่านหนึ่งตอนเกือบหกโมงเย็น ด้านนอกห้องรับรองเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมงานและนิสิตรุ่นสุดท้ายที่อาจารย์เป็นที่ปรึกษา

          งานเลี้ยงไม่ต่างอะไรจากงานรวมรุ่น มีทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเด็ก ต่างคนก็ต่างคุยกันถึงเรื่องราวได้อดีตอย่างออกรส รวมถึงฉลองขวัญที่กำลังนั่งติดพันกับเพื่อนสาวคนหนึ่ง เนื้อหาใจความไม่ได้มีอะไรนอกจากเรื่องสมัยเรียนและเรื่องกิจกรรมของคนทั้งคู่

          สำหรับพฤทธิ์ สมัยเรียนเขาเองก็แทบไม่คุยอะไรกับใคร ไม่ใช่เพราะหยิ่ง แต่เพราะเขาหาเรื่องชวนคุยไม่เป็นมากกว่าถ้าไม่ใช่เรื่องงาน ดังนั้นถ้าไม่ใช่งานกลุ่ม เขาเองก็แทบไม่ออกมาพบใคร

          บรรยากาศเคล้าไปด้วยเสียงคนพูดคุย เสียงบรรเลงดนตรีร่วมสมัย บางคนก็ออกไปร้องเพลงบ้าง แต่เขาเองไม่ใช่คนที่มีความรู้สึกร่วมอะไรอยู่แล้วจึงเดินเลี่ยงออกมายังระเบียงที่อยู่ติดสระว่ายน้ำด้านนอก

          ด้านนอกห้องรับรองมีไฟสลัวๆ เปิดไว้พอให้เห็นทางเดินเท่านั้น มันเงียบสงบ บางครั้งก็ได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมเล็ก ๆ ก่อนจะเงียบไปในที่สุด

          ความเงียบอยู่กับเขาได้ไม่นาน เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นหินก็ดังขึ้น มันร่นระยะลงจนได้ยินใกล้ ๆ ใครบางคนในงานคงอยากเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกเหมือนกับเขา

          “คุณพฤทธิ์” เสียงคุ้นหูทำให้เขาเงยมอง

          “มาด้วยหรือคุณกรณ์”

          “ครับ ผมเคยเรียนกับอาจารย์อยู่วิชาหนึ่ง”

          พวกเขาเงียบไปราวกับต่างคนต่างมีเรื่องต้องขบคิด

          ต่อหน้าพฤทธิ์ ไม่ว่าจะมีปัญหามากมายแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่กรณ์ยังแก้ไขไม่ได้คือความประหม่า แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเบื้องหลังใบหน้าเฉยชานั้นก็ไม่ต่างอะไรจากคนอื่น ๆ

          “เหมือนมีเรื่องจะพูด”

          กรณ์หันหลังกลับไปดู ด้านในห้องรับรองยังเหมือนเดิม ต่างคนต่างมีความสุขกับเรื่องราวในวันวานที่เหมือนจะเพิ่งเกิดขึ้น แต่ร่องรอยในแววตากลับยาวนานนับสิบปี

          “หลงยังตัดใจจากพี่พฤทธิ์ไม่ได้หรอกนะครับ”

          ผิวน้ำไหวเป็นวงกว้าง กว่าจะสงบก็ใช่เวลานานร่วมนาที

          “ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าที่ผ่านมาหลงทำให้พี่พฤทธ์หนักใจ” ดวงตาสีเข้มมองกระจกห้องรับรองอีกครั้ง ฉลองขวัญกำลังหันซ้ายหันขวา “ถ้าพี่พฤทธิ์ไม่พอใจก็บอกหลงตรง ๆ ดีกว่านะครับ เป็นแบบนี้ที่บ้านไม่สบายใจเท่าไหร่”

          “คุณกรณ์..” พฤทธิ์กำลังจะพูด แต่เมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้น พวกเขาต่างก็แยกย้ายไปคนละทิศละทางแล้ว

          “คุยอะไรกันคะ ขวัญมองหาตั้งนาน”

          “เรื่องงานครับ”

          ฉลองขวัญยิ้มรับก่อนจะแตะข้อศอกพฤทธิ์เบา ๆ “เข้าไปในงานกันดีกว่าค่ะ อาจารย์มาแล้ว”

          พฤทธิ์เปิดประตูกระจกรอหล่อนเดินเข้ามาก่อนจะปิดประตูลงเงียบ ๆ

 

          แม้การเห็นหน้าอาจารย์พฤทธิ์เป็นการย้ำเตือนความรู้สึกบางอย่างในจิตใจของหลง แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว การไม่เข้าเรียนในวิชาสำคัญแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการหักหาญน้ำใจผู้อุปการะอย่างคุณวุฒิและคุณกรณ์ ดังนั้นหลงจึงเลือกเดินทางมามหาวิทยาลัยแต่เช้าตรู่และเข้าไปนั่งรอเรียนในห้องเมื่อมีคนเข้ามาอยู่จำนวนหนึ่ง

          ต่อให้เด็กหนุ่มรู้สึกอย่างไร เขาก็ไม่อยากหลบหลีกอีกต่อไปแล้ว

          โดยปกติแล้วการเปิดภาคเรียนในช่วงแรกนิสิตจะดูหนาตาในเกือบทุกวิชา จากนั้นระยะหลังจะเริ่มบางตาลง ทั้งไม่อยากเข้าเรียนและถอนรายวิชาออก แต่เหตุผลดังกล่าวใช้ไม่ได้กับวิชาของอาจารย์พฤทธิ์ ในทุกเช้าแถวด้านหน้าจะเต็มก่อนที่นั่งอื่น ไม่ใช่เพียงแค่อยากเรียนรู้ แต่การอยู่ใกล้คนที่มองอย่างไรก็เพลินตาทำให้ความอยากรู้อยากเห็นลึก ๆ พอกพูนได้ไม่ยาก ส่วนแถวหลังจะถูกจับจองโดยนิสิตที่มาช้ามากกว่า

          ครั้งนี้หลงอาจจะเป็นคนส่วนน้อยที่เลือกนั่งข้างหลัง แต่เขาก็พยายามตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่

          เมื่อใกล้เวลาเรียนแล้ว เกือบทุกที่นั่งถูกจับจองอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งประตูไม้ด้านล่างเปิดออก พร้อมเสียงกดล็อคประตูดังขึ้น ภายในห้องค่อย ๆ เบาเสียงลง และแทนที่ด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง

          “สวัสดีครับ”

          เมื่ออาจารย์พฤทธิ์เริ่มบรรยาย ปลายปากกาของเด็กหนุ่มก็จรดบนพื้นกระดาษสีเหลืองนวลตา บางครั้งก็ถูกขั้นด้วยคำถามจากนิสิตบางคน บางครั้งก็ถูกคั่นด้วยประสบการณ์บางอย่างที่พวกเขาไม่ได้เคยได้ยินเมื่อก่อน

          “สมัยผมเรียน..

          เมื่อใครบางคนเริ่มเอ่ยปากพูดนอกเรื่อง หลงก็อดไม่ได้จะเงยขึ้นมอง ริมฝีปากที่ยกยิ้มตามมารยาท ดวงตาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่พวกเขาไม่เคยสัมผัส ทำให้หัวใจของเขาวูบวาบอย่างน่าประหลาด

          ก้มหน้าจดลงไปโดยไม่ต้องเงยหน้าน่ะดีแล้ว..        

          หลงจดบันทึกได้พอสมควร หากตัดเรื่องวุ่นวายในจิตใจออกไป นอกจากอาจารย์พฤทธิ์จะบรรยายน่าฟังแล้วยังสรุปประเด็นสำคัญได้อย่างครบถ้วน รวมถึงการตอบคำถามนิสิต ขี้สงสัย อย่างใจเย็น

          เรื่องที่เขาสงสัยก็พอมี แต่เข้าใกล้อาจารย์พฤทธิ์กว่านี้จะเป็นการทรมานตัวเองเสียเปล่า ๆ ดังนั้นเมื่อหมดชั่วโมงเรียนแล้ว หลงจึงรีบเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋า แล้วเดินออกจากประตูด้านหลังไปอย่างไม่เห็นฝุ่น

          เขายืนรอเพื่อนสนิทอยู่ด้านล่างและไกลพอจากลิฟต์ของอาจารย์และเจ้าหน้าที่

          ใบหน้าของภัทรบูดบึ้งมาแต่ไกล เขาไม่อยากคิดว่าเพราะอะไรเพื่อนคนนี้ถึงทำหน้าไม่สบอารมณ์ในเมื่อได้นั่งข้างหน้า

          “หลงรู้ไหม” ภัทรขยับมากใกล้ นึกอยากหยิกเพื่อนเหมือนที่คุณแม่ชอบทำเมื่อเขายังเด็ก “เราอุตส่าห์เก็บที่นั่งข้างหน้าไว้ แต่หลงดันไปนั่งด้านหลังอีกแล้ว”

          “ขอบคุณนะ แต่นั่งด้านหลังสะดวกดี”

          “เมื่อก่อนนะ สมัยเรียนมัธยมใคร ๆ ก็เรียกที่นั่งด้านหน้าว่าที่นั่งทองคำทั้งนั้น”

          หลงเห็นด้วยว่านั่งข้างหน้าน่าจะอยู่ในสายตาอาจารย์มากกว่า ไม่อย่างนั้นนิสิตคนอื่นถึงไม่จับจองที่นั่นกันประหนึ่งสงครามลงทะเบียนเรียน

          “ข้างหลังก็เห็นนะ”

          “ไม่ได้เห็นหน้าอาจารย์ใกล้ ๆ ก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ”

         

          ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกรณ์กับหลงดีขึ้นและแทบจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม รวมถึงชีวิตนิสิตในมหาวิทยาลัยของเขากำลังเข้าสู่ภาวะปกติและคล้ายคลึงกับนิสิตคนอื่น

          ระยะนี้เริ่มเริ่มใกล้ช่วงสอบปลายภาคกันแล้ว ใบหน้าอ่อนเยาว์ของใครหลายคนถูกแต่งเติมด้วยความเคร่งเครียด ใต้ตาดำคล้ำ ร่องรอยบริเวณหัวคิ้วกระชากความสดใสไปชั่วระยะหนึ่ง หลายๆ คนวุ่นวายกับการหาเอกสารเพื่ออ่านสำหรับสอบปลายภาค บางคนวิ่งวุ่นกับการหาเฉลยข้อสอบเก่า ๆ หรือบางคนก็วุ่นวายกับการจัดตารางเรียนเรียนในเทอมหน้า สำหรับเขาน่าจะจัดอยู่ในพวกแรกมากกว่า 

          เด็กหนุ่มออกจากบ้านตั้งแต่เช้า เขามาถึงมหาวิทยาลัยเกือบแปดโมงตรง นิสิตหลาย ๆ คนทยอยมารอบริเวณทางเข้าลิฟต์ แม้จะมีถึงสามตัว แต่ผู้คนยังติดแน่นบริเวณทางเข้า ปลายแถวยาวเลยม้านั่งใต้อาคารและสิ้นสุดบริเวณทางเดินขึ้นบันไดขนาดกว้าง

          อากาศช่วงนี้ไม่ค่อยร้อน แต่ก็ไม่ได้สบายตัวจนไม่มีเหงื่อ ขณะที่เขายืนอยู่ ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เปิดออก ภายในโล่งสนิทก่อนทั้งนิสิตและอาจารย์จะเดินเข้าไปอัดกันจนแน่น ขณะที่ประตูเปิดอ้าไว้ ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาเมื่อใบหน้าของใครบางคนเข้ามาในความทรงจำ เมื่อครั้งแรกที่ใกล้ชิดกัน พวกเขาไม่มีความรู้สึกดี ๆ หลงเหลืออยู่ แต่ตอนนี้ความร้อนแผ่นกระจายทั่วฝ่ามือ

          “เข้ามาอีกได้ครับ”

          ปลายนิ้วของเด็กหนุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ เมื่อเสียงรองเท้าเสียดถอยกับพื้นลิฟต์ มันดังคล้ายสัญญาณเตือนว่าคนข้างในเริ่มจะหมดความอดทนกับความแออัดนี้

          “เชิญครับ” พฤทธิ์พูดสั้น ๆ ขณะก้าวถอยหลัง

          หลงเม้มปาก เขาไม่กล้ารอช้า เมื่อสัมผัสถึงสายตาไม่พอใจหลายคู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง “ขอบคุณครับ”

          อาคารเรียนนี้เป็นอาคารเรียนหลังกลางเก่ากลางใหม่ มีขนาดใหญ่ เป็นอาคารที่มีความหลากหลายของนิสิตหลายคณะ ลิฟต์อีกตัวจอดชั้นคู่ ลิฟต์อีกตัวจอดชั้นคี่ และที่สำคัญมีลิฟต์เพียงสองตัวเท่านั้นที่เปิดใช้งาน ด้านในมีบริเวณพื้นที่ที่เล็ก จุนิสิตและบุคลากรได้เพียงไม่กี่สิบคน และไม่รู้จะใช้เวลาเท่าไหร่จึงระบายคนที่ยืนรอบริเวณโถงบันไดหมด

          คนด้านในขยับขยายพื้นที่เพื่อให้คนด้านนอกเข้ามาอีก กระทั่งเสียงสัญญาณเตือนภายในลิฟต์ดังขึ้น ประตูโลหะจึงปิดลง ด้านในกลายเป็นพื้นที่ปิดสนิท มีเพียงเสียงขยับเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นที่หลงได้ยิน

          เด็กหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อลิฟต์เคลื่อนที่ เขาค่อย ๆ ขยับตัวประชิดประตู แต่เพราะพื้นที่ที่มีจำกัด หลงจึงขยับได้ไม่มาก กระนั้นก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากแผ่นอกที่อยู่ด้านหลัง แม้ไม่ถึงกับชิดติดตัว แต่ความอบอุ่นจากผิวเนื้อและกลิ่นหอมอ่อน ๆ กลับโอบล้อมจนหลงรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาดื้อ ๆ

          อาจจะเพราะตอนเช้ากินอาหารน้อย หรือเพราะที่แห่งนี้มีอากาศไม่เพียงพอ เขาก็ไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดความรู้สึกอึดอัดนี้ขึ้นทั้งที่มันหายไปร่วมเดือนแล้ว

          ตัวเลขบอกชั้นแปรเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย เมื่อประตูเปิดออก แขนของอาจารย์พฤทธิ์ก็ยื่นมากั้นประตูให้นิสิตเดินออก เฉียดฉิวผิวเนื้อหลงเพียงนิด แม้ผ่านด้วยเสื้อเชิ้ตเนื้อดี หลงก็ยังรู้สึกวางตัวไม่ถูก

          เมื่อคนในลิฟต์น้อยลง เขาจึงมีพื้นที่ได้หายใจและขยับตัวมากขึ้น หลงเดินเบี่ยงไปอีกฟาก ก่อนมองตัวเลขที่เคลื่อนขยับราวเข็มสั้นของนาฬิกา

          กว่าจะถึงชั้นที่เขาเรียน หลงก็รู้สึกราวกับอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมนานชั่วกัปชั่วกัลป์ ปลายเท้าขยับไปข้างหน้า ผ่านนิสิตบางคนที่ยืนวุ่นวายกับกระเป๋า ไปยังประตูที่เปิดออกโดยมีฝ่ามือของใครบางคนเปิดไว้ให้ ขณะหนึ่งที่เขาจะเดินออกไป ปลายหางตากลับสอดส่องไปทางคน ๆ นั้น อีกฝ่ายสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนพอดีตัวกับกางเกงสีดำเหมือนอย่างเคย ร่องรอยความสะอาดปรากฎทั่วระเบียดนิ้วของอีกฝ่าย

          “จะได้เวลาเรียนแล้วนะครับ”

          นานร่วมหลายวินาทีเขาจึงได้สติและจ้ำอ้าวออกไปยังห้องเรียนที่อยู่สุดทาง

          รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏที่ใบหน้าเพียงชั่วระยะหนึ่งก่อนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

 

          วิชาที่หลงลงทะเบียนเรียนเริ่มเข้าสู่ช่วงท้ายกันหมดแล้ว บางวิชาจัดสอบเอง เมื่อสอบเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนอีก ดังนั้นเวลาอ่านหนังสือของหลงจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่บางวิชาก็ยังสอนอยู่ อย่างเช่นวิชาของอาจารย์พฤทธิ์ที่นิสิตยังเข้าเรียนเต็มที่นั่งเสมอ

          “วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่แล้วที่ผมจะสอน เพราะฉะนั้นตั้งใจเรียนกันนะครับ”

          เด็กหนุ่มไพล่คิดไปถึงตั้งแต่ต้นเทอมจนปลายเทอมก็หานิยามของคำว่าไม่ตั้งใจเรียนในวิชานี้ไม่เจอ นอกจากทั้งนิสิตชายและนิสิตหญิงจะตั้งใจจนข้อความรู้อย่างตั้งอกตั้งใจแล้ว ยังตั้งใจตั้งคำถามไม่จบไม่สิ้นสักที แม้กระทั่งครั้งสุดท้ายที่เข้าเรียนก็ยังสรรหาคำถามมาถามได้

          “ผมจะสอนไม่มาก แต่จะให้พวกคุณตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน” อาจารย์พฤทธิ์เงียบสักพักก่อนกวาดสายตาไปทั่วบริเวณห้องและพูดต่อ “สอบปลายภาคครั้งนี้ไม่ยากนะครับ แต่อย่าตอบยาว ขอให้นิสิตตอบตรงประเด็นตามที่เราเรียนกันมาทั้งเทอม”

          เมื่ออาจารย์พฤทธิ์บรรยาย ครั้งสุดท้าย บรรยากาศในห้องก็ดูหงอยเหงาขึ้นมาถนัดตา สำหรับหลงแล้วเขาจัดอยู่ในอีกประเภทหนึ่งที่รู้สึกดีเกินกว่าจะนั่งเรียนท่ามกลางสายตาที่ชวนอึดอัดอยู่บ่อยครั้ง

          อีกฝ่ายยังคงบรรยายหน้าฟังเหมือนเดิม ไม่เพียงแต่เป็นผู้พูดที่ดี แต่ยังเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ว่าใครจะเสนอความคิดเห็นอย่างไรก็พยักหน้ารับฟังราวกับเป็นเรื่องน่าสนใจ จนกระทั่งโปรแกรมนำเสนอหน้าสุดท้ายสิ้นสุดลง บนหน้าจอขนาดใหญ่เป็นสีดำและปิดไปในที่สุด

          เสียงปากกาวางบนพื้นโต๊ะ เสียงขยับตัวดังขึ้น ก่อนจะเงียบลงอีกครั้งเมื่อเจ้าของวิชาถามขึ้น

          “มีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เหลืออีกประมาณครึ่งชั่วโมง”

          อาจารย์พฤทธิ์ดูผ่อนคลายไม่เหมือนทุกวัน เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่ใส่กับกางเกงสีดำสนิทยังคงดูดีเหมือนเคย แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้วางท่าทางอะไร แต่กลับน่ามองจนหลงละสายตาไม่ได้ ชั่วขณะหนึ่งที่เด็กหนุ่มเผลอสบตา เขาก็สะดุ้งวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ไหลผ่าน

          สมุดพกตกกระทบพื้นเสียงดัง ตามด้วยเสียงกล่องดินสอ มันกระจัดกระจายบนพื้น ดินสอ ปากกา ยางลบ แม้กระทั่งปากกาลบคำผิดยังสามารถเรียกสายตาหลายคู่ให้มองมาอย่างตำหนิ

          ดวงตาสีเข้มเบิกกว้าง เขาเม้มปาก เสียงของมันดังเมื่อเสียงในห้องบรรยายเงียบ

          “ขอโทษครับ” หลงก้มหน้า ก่อนลุกจากที่นั่ง ก้มหยิบอุปกรณ์ทุกอย่างใส่กล่องดินสออย่างรีบร้อนโดยมีคนในห้องช่วยกันเก็บ

          เขานึกอยากโทษกล่องดินสอเจ้ากรรมที่ตกไม่ดูเวลา ยิ่งหลงนั่งริมทางเดิน มันยิ่งกลิ้งลงจากบันไดไปสู่พื้นเบื้องล่างที่ใครบางคนกำลังยืนอยู่ด้วยท่าทางสบาย ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ

          ความกดดันก่อนตัวขึ้น เมื่อเจ้าของวิชายังเงียบ ราวกับรอให้เขาจัดการธุระเสร็จ และเริ่มพูดต่อ กระนั้นอุปกรณ์การเรียนเจ้ากรรมก็ยังไม่ครบ ปากการาคาแพงที่คุณกรณ์ให้เป็นของขวัญเมื่อหลายเดือนก่อนกลิ้งยังพื้นด้านล่าง

          หลงไม่อาจหาญลุกไปเก็บ เมื่อมันอยู่ไม่ไกลจากอาจารย์พฤทธิ์ ห่างจากรองเท้าสีดำขัดมันไม่ถึงหนึ่งเมตร แม้เขาจะเป็นห่วงปากกาแท่งนั้นแทบขาดใจ หากเป็นสิ่งอื่นที่อยู่ในกระเป๋า เขาคงไม่ลังเลจะทิ้งมันอย่างเด็ดขาด

          อาจารย์พฤทธิ์พูดต่อไม่กี่ประโยค ความสนใจของนิสิตในห้องก็พุ่งไปยังคำถามจากคนที่ยกมือ ขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็ก้มเก็บปากกาขึ้นมาวางใกล้ ๆ สมุดบันทึกของตัวเองบนโต๊ะไม้

          “อาจารย์สอนวิชาอะไรอีกไหมคะ”

          “ถือว่าเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนก็แล้วกัน” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น “สอนครับ แต่เป็นวิชาภาคแล้ว”

          “นิสิตคณะอื่นลงได้ไหมคะ”

          พฤทธิ์ยิ้มจาง ๆ อันที่จริงเขาพอจะมีเปิดรายวิชาศึกษาทั่วไปอยู่บ้าง แต่คงไม่รับนิสิตขนาดร้อยคนแบบนี้ “ได้ครับ แต่ผมแนะนำว่าภาควิชาของผมมีวิชาที่น่าเรียนอีกเยอะ”  

          “ข้อสอบจะออกแนวไหนครับ”

          “ตามที่เรียนครับ มีห้าข้อใหญ่ ให้เลือกตอบสามข้อเท่านั้นครับ”

          อาจารย์พฤทธิ์ยังตอบคำถามเรื่อย ๆ บางครั้งก็ให้นิสิตที่รู้ตอบแทน จนกระทั่งห้านาทีสุดท้าย สายตาของหลงก็ยังไม่ละไปจากของขวัญจากคุณกรณ์ที่วางอยู่ข้าง ๆ สมุดพกของอีกฝ่าย

          “นิสิตคนไหนมีคำถามสามารถส่งอีเมลมาถามผมได้นะครับ ถ้าผมว่างผมจะรีบตอบกลับทันที”

          ปากกาด้ามน้อยอยู่บนโต๊ะไม่ไกล แต่เมื่อใครบางคนเอื้อมมือมาหยิบมัน ก็คล้ายกับตัดโอกาสของหลงทันที

 

          ของสำคัญชิ้นนั้นอยู่กับใครหลงรู้ดี ระยะเวลาสามวันมานี้..อย่างไรเขาก็ทำเป็นไม่เคยมีมันไม่ได้อยู่ดี

          เด็กหนุ่มกระวนกระวาย นึกอยากขึ้นไปห้องพักอาจารย์เดี๋ยวนั้น แต่เกรงว่าจะเจอกับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุด

          “เป็นอะไรหรือหลง ดูไม่สบายใจเลย”

          “เราทำปากกาหาย” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย

          “หายที่ไหน ตอนนั้นในห้องหรือ”

          “ใช่ ในห้องนั่นแหละ”

          “มีคนเก็บไว้หรือเปล่า”

          “อาจารย์พฤทธิ์เป็นคนเก็บไว้” หลงเม้มปาก “เราไม่กล้าไปเอา”

          “ให้เราไปเอาให้ไหม” ภัทรถามอย่างกระตือรือร้น พอไม่ได้เรียนวิชาของอาจารย์พฤทธิ์ก็อดหาเรื่องเข้าไปหาไม่ได้

          “จริงหรือ! ขอบใจนะภัทร”

          ภัทรวิ่งขึ้นไปบนห้องพักอาจารย์ร่วมสิบห้านาทีก็เดินหน้าหงอยลงมา “เราขึ้นไปแล้ว ห้องอาจารย์ไม่มีใครอยู่เลย”

          “จริงหรือ”

          “อาจารย์ห้องข้าง ๆ บอกว่าอาจารย์พฤทธิ์เข้าประชุมเลยไม่อยู่ในห้อง”

          “เดี๋ยวเราขึ้นไปดูเองก็ได้” ในเมื่อเข้าประชุม อาจารย์พฤทธิ์คงยังไม่เลิกเร็ว ๆ นี้

          “แต่อาจารย์ไม่อยู่นะ”

          “ไม่เป็นอะไรหรอก”

          ไม่อยู่นั่นแหละดี หลงจะได้หาปากกาตัวเองง่าย ๆ โดยไม่ต้องเจอหน้าอาจารย์พฤทธิ์ให้ยุ่งยากใจ

          เด็กหนุ่มฝากข้าวของไว้กับภัทรด้านล่างก่อนวิ่งขึ้นไปห้องพักอาจารย์อีกครั้ง ด้านหน้าเป็นประตูขนาดใหญ่ เมื่อเปิดเข้าไปเป็นทางเดินที่ทอดยาวไปจนถึงหน้าต่างที่เปิดรับลมอ่อน ๆ ตามทางเป็นห้องพักอาจารย์ที่จัดเป็นสัดส่วนตามภาควิชาและแบ่งห้องพักให้อาจารย์เป็นรายบุคคลเพื่อความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบาย

          ห้องพักของอาจารย์พฤทธิ์อยู่ไม่ไกลจากประตูใหญ่ เดินไปเพียงไม่กี่สิบเมตรก็ถึง บานประตูปิดสนิท หน้าต่างที่ประตูปิดทับด้วยม่านสีเข้ม เขามองซ้ายมองขวา แล้วเคาะประตูเบา ๆ เมื่อไม่มีเสียงคนตอบจึงบิดลูกบิดที่อยู่ข้างหน้า มันไม่ได้ล็อคไว้อย่างที่ควรจะเป็น อีกทำเครื่องปรับอากาศยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่

          ความไม่สบายใจผุดขึ้นมาชั่วขณะ แต่ปากกาด้ามนั้นก็นับได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่ได้จากคนอื่น

          หลงสอดสายตาไปทั่วบริเวณห้อง มันเต็มไปด้วยกองเอกสารทั้งของอาจารย์พฤทธิ์และของนิสิต บนโต๊ะทำงานมีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งไว้ตรงมุม ข้าง ๆ เป็นกล่องใส่เอกสารที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

          เขาไม่กล้าขยับตัวไปไหนมากเพราะเกรงว่าอาจารย์คนอื่นจะเข้าใจผิดเรื่องการทุจริตข้อสอบ ดังนั้นหลงจึงเอาแต่ยืนมองโดยขยับเพียงสายตาเท่านั้น เด็กหนุ่มเพ่งมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่พบปากกาที่อีกฝ่ายเก็บไว้ ขณะที่ปลายนิ้วขยับหมายจะยกกองเอกสารขึ้น เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมใครบางคนที่ยืนปิดกันทั้งออก

          “นิสิตมาทำอะไรตรงนี้ครับ” อาจารย์พฤทธิ์พูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่ความผิดของหลงก็ชวนให้เด็กหนุ่มกดดันจนแทบหายใจไม่ออก “ว่าอย่างไรครับ มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า”

          หลงไม่อยากคิดว่าน้ำเสียงที่พฤทธิ์ใช้เป็นการเย้ยหยัน ทว่าทันที่จะเงยหน้าเตรียมอ้าปากตอบ เขาก็เหลือบเห็นปากการเจ้ากรรมที่เสียงอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อ มันเป็นสีดำเงาแกะสลักชื่อหลงเล็ก ๆ

          “ผม..

          พฤทธิ์ยืนนิ่งรอคำตอบจากเด็กตรงหน้าโดยที่ไม่ขยับไปไหน “หรือไม่เข้าใจบทเรียนก็ส่งอีเมลมาถามผมได้ ผมยินดีจะตอบ”

          “ปากกา”

          “ครับ” พฤทธิ์ถือแก้วกาแฟ กลิ่นของมันหอยฉุย

          “อาจารย์เก็บปากกาของผมไปครับ”

          “อ้อ..” เขาหลุบมองปากกาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ มันเป็นสีดำและเงา ไม่มีร่องรอยการใช้งาน บ่งบอกว่าเจ้าของดูแลมันเป็นอย่างดี

          “ผมขอปากกาคืนได้ไหมครับ”

          “ครับ” มืออีกข้างที่ว่างอยู่หยิบปากกาส่งให้เด็กหนุ่มอย่างใจเย็น ขณะเดียวก็ทอดมองใบหน้าน่าเอ็นดูด้วยความรู้สึกล้ำลึก

          “ขอบคุณครับ” หลงยกมือไหว้ ก่อนหยิบปากกาเจ้ากรรมที่อยู่เพียงปลายนิ้ว

          คนสูงกว่ายังยืนปิดทางเข้า มีเพียงช่องว่างเล็ก ๆ ที่เด็กหนุ่มไม่มีทางแทรกตัวออกไปได้

          เครื่องปรับอากาศเป่าลมเย็นผ่านแผ่นหลัง มันเย็นจับใจ ในขณะที่มือของหลงชื้นไปด้วยเหงื่อ เขาไม่ได้อยากเจอหน้า แค่อยากได้ปากกาคืนเท่านั้นเอง “อาจารย์ครับ”

          “ครับ”

          “ผมขอทาง..

          อาจารย์พฤทธิ์ยังเอาแต่เงียบ ก่อนเปิดทางให้เด็กหนุ่มเดินออกไปอย่างสะดวก

          “เชิญครับ”

          ควันของถ้วยกาแฟเริ่มจางลงแล้ว..



มาช้าดีกว่าไม่มา แบบนี้เรียกอะไรคะอาจารย์พฤทธิ์ ~

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ที่เป็นกำลังใจและอาจจะตำหนิเรื่องมาช้าเล็ก ๆ แต่คนเขียนก็พยายามเข็นตอนที่ ๑๕ ออกมาได้แล้วน้า เจอกันตอนที่ ๑๖ (อาจจะ) เร็ว ๆ นี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 457 ครั้ง

1,079 ความคิดเห็น

  1. #1064 mees$ (@v-nan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 08:09
    ก็คนมันชอบอะเนอะ
    #1064
    0
  2. #956 Brownsugar1980 (@Brownsugar1980) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 07:34
    ชอบบบบบบ😍😍😍 ขอบคุณมากค่ะ
    #956
    0
  3. #930 rapsterx_ (@ocqxn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 00:14
    หน่วงใจ ห้ามความรู้สึกตัวเองมันยากจริงๆนั่นแหละ
    #930
    0
  4. #764 umim1a (@umim1a) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 10:16
    โอ้ยยยยยย
    #764
    0
  5. #718 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 03:52
    ดือจังง เมื่อไหร่จะได้มีความสุขกันแงง
    #718
    0
  6. #702 fireflystory (@fireflystory) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 18:21
    วอแวเก่งงงงง
    #702
    0
  7. #690 XMCB_BB (@pornkanok2557) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 00:53
    หาเรื่องอยากเห็นหน้าน้องและใกล้ชิดน้องตลอดอะ ฮึ่ยยยยย
    #690
    0
  8. #645 loveshot_6 (@loveshlt_6) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 00:12
    จังหวะดีจริงจริ้งง เจอกันตลอด
    #645
    0
  9. #262 ㅊㅎㅂ (@tenly0627) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:24
    ร้ายนักกก
    #262
    0
  10. #241 Punmile09 (@bbroccolii) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:05
    แค่คุณพฤทธิ์ก้มเก็บปากกาของน้องเราทำไมรู้สึกใจสั่น ฮื่ออออออ
    #241
    0
  11. #203 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 00:14
    อย่าว่าแต่หลงเลยที่สับสน ตัวเราเองยังสับสนกับอาจารย์เลน ความชัดนี่เหมือนกระจกขึ้นฟ่าไอเย็น มัวไปหมด
    #203
    0
  12. #197 Panzza (@Panzza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 19:08
    ชอบมากนะคะ ขอบความหน่วง และอึดอัด555 เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ
    #197
    0
  13. #158 Katniss20 (@Katniss20) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 03:05
    ความสัมพันธ์ก็ยังไม่คืบหน้า อะไรๆก็ยังไม่ชัดเจน เฮ้อออออหลงลูกพี่สงสารหนู
    #158
    0
  14. #138 amayys (@may-nii) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 19:08
    เป็นหลงนี่สับสนไปหมดแล้ว
    #138
    0
  15. #37 ptotheploy (@ptotheploy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 07:14
    คิดถึงเรื่องนี้ ดีใจที่คนเขียนมาอัพ เป็นกำลังใจให้นะคะ ❤️
    #37
    0
  16. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:21
    พึ่งได้มาอ่านค่ะ เป็นอีกเรื่องที่หน่วงสุดจริงๆ เป็นห่วงหลงมากเลยค่ะ TT อาจารย์เองดูมีแผนอะไรในใจ หวังว่าจะเป็นเรื่องที่จะดีต่อทั้งคู่นะคะ
    #36
    0
  17. #35 xVen (@xven) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:53
    คุณพฤทธิ์ของน้อง 😻
    ทำไมไม่กักตัวหลงไว้นาน ๆ กว่านี้
    เผื่อมีโมเมนต์เยอะยี่ให้น้องได้ใจเต้น คริคริ

    มรี้รีบแต่งต่อเย็ว รออ่าน
    #35
    0
  18. #34 BlackBell-Rain (@BlackBell-Rain) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:24
    ดีใจที่เห็นว่ามาคนแต่งมาอัพ รอตอนต่อไปนะฮะ
    #34
    0
  19. #33 momoko40 (@momoko40) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:57
    คิดถึงนะทั้งคนเขียนทั้งตัวละครเลยค่ะ <3
    #33
    0
  20. #32 NAVI_BLUE (@firn-jarurattana) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:33
    โง้ย มาอัพแล้ว คิดถึงม้ากกก ตอนเห็นว่าอัพแล้วแทบกรี๊ดฮือออออ คูมพฤทธิ์ก็ยังคงไม่ทำอะไรให้ชัดเจน สงสารนุ้งงงงงงง ;___;
    #32
    0