นางมารผู้หวนคืน (จบ)

ตอนที่ 64 : [เล่ม 2] ตอนที่21 : เปิดเผย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,068
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,691 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

ตอนที่21

เปิดเผย

 

 

“ถ้าอย่างนั้นเพื่อความยุติธรรม ผู้ที่จะถามคำถามคงต้องเป็นคนนอกนะครับ”

 

“ยินดีค่ะ”

 

จากนั้นพนักงานที่คอยดูแลโต๊ะVIP ของทั้งสองก็มาช่วยทำหน้าที่เป็นกรรมการในเกมนี้ หรือก็คือการทำหน้าที่เป็นคนถามคำถาม แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะคอยช่วยดูแลเรื่องอาหารและการรินไวน์ แต่พอต้องมาคิดเกมคำถามก็ยังสามารถทำได้อย่างมืออาชีพ จนคาดว่าหลังจบจากเกมนี้คงจะได้ทิปไม่น้อยเลยทีเดียว

 

พนักงานสาวเอ่ยเพื่อเริ่มต้นการแข่งขัน

 

“เกมนี้จะมีทั้งหมด3 ข้อ ส่วนหลักการให้คะแนนจะเปลี่ยนไปตามแต่ละข้อนะคะ”

 

เมื่อกติกาถูกกล่าวออกมา ผู้เข้าแข่งขันก็จ้องมองสบดวงตากัน รอยยิ้มประหนึ่งมีน้ำใจนักกีฬา แพ้ชนะล้วนไม่สำคัญ ทว่าแววตากลับกำลังส่อแววฟาดฟันกันในอนาคตอันใกล้

 

ทั้งสองคนล้วนอยากชนะ เพราะในใจต่างมีสิ่งที่ต้องการ

 

“ถ้าอย่างนั้นคำถามแรก สำหรับกติการคือใครตอบเร็วและถูกต้อง คนนั้นจะได้คะแนนไปทันที ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวนะคะ” พนักงานสาวเว้นช่วงไว้พักหนึ่ง เพื่อรอให้ผู้เข้าแข่งขันพร้อม ก่อนจะเอ่ยคำถามมาอย่างรวดเร็ว

 

“วันนี้วันที่เท่าไหร่คะ?”

 

“16!”

 

ลี่อินตอบด้วยความรวดเร็ว จากนั้นเธอก็ได้ไป1 คะแนน

 

หยางเสี่ยวหมิงไม่เคยเล่นเกมพวกนี้มาก่อน แน่นอนว่าเขาเข้าใจกติกา แต่กลับไม่คิดว่าคำถามจะเป็นอะไรเทือกนั้น ตอนนี้จึงทำหน้างุนงง

 

“นี่... คุณชนะแล้วเหรอครับ?”

 

“ใช่ค่ะ”

 

“คำถามคือวันนี้วันที่เท่าไหร่น่ะเหรอครับ?”

 

“เกมตอบคำถามแล้วเปลี่ยนกติกาไปตามข้อ ปกติก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ยิ่งข้อไหนใช้ความเร็วมักจะไม่มีความยากเลย เพียงแต่ต้องใช้สติและความเร็วให้มากเท่านั้น ดังนั้นข้อไหนง่ายก็ต้องรีบทำคะแนนนะคะ” ลี่อินอธิบายแบบนึกขำขันต่อท่าทางของคนเบื้องหน้า

 

ประธานหนุ่มหน้านิ่งคงไม่เคยเล่นอะไรผ่อนคลายสมองแบบนี้มาก่อน ตลอดมาทำงานเคร่งเครียดจริงจัง ดังนั้นตอนนี้สีหน้าของเขาจึงคล้ายกับกำลังโดนกลั่นแกล้ง ราวกับกำลังคิดว่าเขาเอาตัวเองมาทำอะไร?

 

พนักงานสาวเห็นแบบนั้นจึงเอ่ยขึ้น

 

“ในเมื่อคุณผู้ชายดูไม่ยินยอมกับผลเมื่อครู่ ถ้าอย่างนั้นเราจะเล่นกันด้วยกติกาเดิมอีกครั้ง ใครตอบเร็วและถูกต้อง คนนั้นจะได้คะแนนไป ส่วนคำถามก็จะไม่ง่ายเหมือนเดิม และจำเป็นต้องใช้การสังเกตเล็กน้อย ถ้าอย่างนั้น... เตรียมตัวนะคะ”

 

เมื่อคำถามข้อที่2 กำลังจะมา หยางเสี่ยวหมิงและลี่อินก็เตรียมตัวกันต่อ

 

“ไวน์ที่ทั้งสองท่านดื่มเมื่อครู่เป็นประเภทไหนคะ?”

 

“ไวน์แดงปีโน นัวร์แบบไลท์บอดี้ครับ”

 

หยางเสี่ยวตอบอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ทำให้เขาได้คะแนนไปทันที ลี่อินเห็นแบบนั้นเธอก็ไม่ยอม เพราะคำถามข้อนี้เธอออกจะมีข้อเสียเปรียบอยู่บ้าง

 

“แต่คุณเป็นคนสั่งนี่คะ”

 

“ถึงผมจะเป็นคนเลือกประเภท ทว่าไม่ได้เลือกยี่ห้อ ดังนั้นก่อนที่พนักงานจะมารินไวน์ให้พวกเรา เธอก็แนะนำไวน์ให้พวกเราฟังก่อนแล้ว ดังนั้นเรื่องใครเป็นคนสั่งน่าจะไม่ใช่ปัญหานะครับ”

 

ลี่อินมองไปยังพนักงานสาว

 

เธอคนนั้นก็กำลังพยักหน้าหนักแน่นว่าก่อนจะเปิดไวน์ขวดนี้ เธออธิบายทุกอย่างแบบละเอียดยิบ โฆษณาสรรพคุณไวน์แต่ละยี่ห้อแบบถึงใจด้วยซ้ำ

 

ถ้าหากฟังยังไงก็ต้องจำได้อยู่แล้ว

 

“กติกาข้อนี้คือต้องเป็นคนช่างสังเกต ฉันพลาดเองที่มัวแต่สนใจของกิน” ลี่อินกล่าวแบบนั้นออกไป เธอยอมรับผลพ่ายแพ้ครั้งนี้ก็ได้ อย่างไรแล้วข้อแรกเธอก็เอาชนะประธานได้แสบไม่แพ้กันอยู่แล้ว

 

ตอนนี้จะโดนเขาเอาคืนบ้างก็ไม่แปลก

 

ผลคือ1-1 เสมอ

 

พอผลปรากฏว่าเสมอเช่นนั้น พนักงานสาวก็รินไวน์ให้ลูกค้าทั้งคู่ เพื่อที่จะทำให้ทั้งสองคนมีเวลาที่จะพูดคุยกัน และเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ด่านการตัดสิน

 

ลี่อินเอียงแก้วไวน์ไปมา เธอมองน้ำสีแดงแดงใสในนั้น ก่อนจะเอ่ยถามเขาไปตามประสา

 

“ว่าแต่ทำไมคุณถึงสั่งไวน์ประเภทนี้คะ?”

 

“ผมเลือกไวน์ชนิดนี้เพราะดื่มง่าย พวกเราทำงานกันมาหนัก จำเป็นต้องกินอาหารที่เน้นเนื้อสัตว์ ซึ่งผมคิดว่ารสชาติของไวน์ชนิดนี้จะทำให้ทุกอย่างอร่อยขึ้น ที่สำคัญคือบอดี้แบบนี้ ทำให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่แรงมากนัก เหมาะกับคุณที่ค่อนข้างคออ่อน เพราะพอคุณเริ่มเมาขึ้นมาทีไรก็มักจะเริ่มคุยไม่รู้เรื่อง ก่อนจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้น”

 

“ประธานหยาง ทำไมกลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้วคะ?” ลี่อินไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยแบบนั้นออกมา และนั่นทำให้ทั้งคู่ถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

หญิงสาวจิบไวน์พลางอมยิ้ม ก่อนจะคิดถึงสิ่งที่เขาเพิ่งเอ่ย

 

ลี่อินไม่ปฏิเสธคำพูดเขา...

 

เธอเป็นคนคออ่อนขนาดนั้นจริงๆ เมื่อก่อนเวลาไปคุยธุรกิจ ซึ่งจำเป็นต้องพูดเรื่องสำคัญ ในช่วงแรกเธอจึงพยายามกินตามมารยาท จนพอร่างกายเริ่มปรับตัวได้ ถึงมีการเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ กระทั่งในภายหลังแทบไม่รู้สึกอะไรอีก อาจอธิบายแบบเห็นภาพง่ายๆ คือกระดกไวน์ทั้งขวดก็ยังไม่เมา การดื่มจึงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

 

ทว่าตอนนี้เธอกลับมาวัยสาว และกลายเป็นคนคออ่อนอีกครั้ง บางครั้งก็เผลอตัวดื่มแบบเมื่อก่อน จากนั้นรู้ตัวอีกทีก็เมาไม่รู้เรื่องไปแล้ว

 

แต่หยางเสี่ยวหมิงกลับมากังวลเรื่องนี้ให้เธอ?

 

พอคิดแล้วดวงตาของลี่อินก็มองสบเขาเบื้องหน้า ความรู้สึกอบอุ่นบางอย่างเกิดขึ้นในใจ เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นห่วงเธอในเรื่องเล็กน้อยขนาดนี้

 

ถ้าเป็นคนอื่นจะกลัวเธอเมาไหมนะ?

 

“ฉันไม่คิดว่าประธานหยางจะคิดขนาดนั้นตอนที่เลือกไวน์สักขวดในมื้ออาหารนี้เลยนะคะ”

 

“ภาพมันติดตาครับ”

 

“ท่านประธาน ฉันอุตส่าห์กล่าวชม แต่คุณก็ยังไม่หยุดล้อฉันอีกนะคะ”

 

“ผมไม่ได้ล้อนะครับ” หยางเสี่ยวหมิงกล่าวแล้วก็อมยิ้มเล็กน้อย “เวลาคุณเมาน่ารักดี แต่ติดอย่างเดียวคือผมขี้เกียจแบกคุณ ล่าสุดคุณนอนน้ำลายยืดใส่ไหล่ผม”

 

“ใจร้ายมากเลยนะคะ ขนาดนี้ยังไม่หยุดอีก”

 

“หยุดก็ได้ครับ”

 

พนักงานสาวเห็นว่าลูกค้าทั้งสองดูสนุกกับเกมคำถามของเธอ จากนั้นก็ลองคาดเดาถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ท่าทางแบบนี้คงเป็นคู่รักกัน ก่อนเธอจะคิดว่าคำถามตัดสินนี้ต่อไปนี้น่าจะเข้าท่า

 

“ถ้าอย่างนั้นเรามาต่อกันที่คำถามสุดท้ายนะคะ คำถามนี้ทดสอบความทรงจำและความแม่นยำ แน่นอนว่าใครที่สามารถให้คำตอบได้ถูกต้องก็จะได้รับคะแนนตัดสินนี้ไป และกลายเป็นผู้ชนะทันทีนะคะ”

 

พนักงานสาวเปิดเนื้อหา ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นกล่าวคำถาม

 

“ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกวันที่เท่าไหร่คะ?”

 

คำถามนี้จำเป็นต้องใช้เวลาคิด ลี่อินนั่งไล่เหตุการณ์มากมาย เธอยิ่งเป็นพวกจำอะไรไม่ค่อยได้ ทว่าหยางเสี่ยวหมิงกลับคล้ายมีปฏิทินอยู่ในสมอง ดังนั้นเขาจึงกล่าวตอบออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ

 

“วันที่28 ในร้านอาหาร ตอนช่วงประมาณหนึ่งทุ่ม พวกเราสองคนบังเอิญเดินชนกันครับ”

 

ลี่อินเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเขาตอบคำถามด้วยสีหน้าชิลแบบนั้น ก่อนจะหรี่ดวงตาแบบจับผิด“ตอบละเอียด เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความถูกต้องรึเปล่าคะ?”

 

“ถ้าอย่างนั้นเชิญตรวจสอบได้ครับ”

 

ลี่อินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อที่จะไล่วันเวลา จากนั้นเธอก็พบว่าสิ่งที่เขาตอบมานั้นถูกต้องทั้งหมดเลย เขาบอกเลขวันที่ตรงเป๊ะตามที่เธอเคยบันทึกไว้

 

เขาจำได้...

 

ทั้งที่เธอควรจะจำได้แม่นยำกว่าเขา ในเมื่อวันนั้นมันเป็นวันแรกที่เธอได้ย้อนกลับอีกครั้ง

 

“ทำไมคุณถึงจำได้คะ?”

 

“มันเป็นวันสำคัญครับ”

 

ลี่อินไม่รู้หรอกว่า‘สำคัญ’ ของเขามันคืออะไร แต่เธอก็รู้สึกทึ่งกับความใส่ใจในรายละเอียดมากมายของเขา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอเทียบไม่ได้เลยสักนิด ในอนาคตเธอคงต้องลองจำเรื่องพวกนี้บ้างแล้ว

 

นี่คือจุดแข็งของคู่แข่งตรงหน้า!

 

พนักงานสาวเห็นว่าทั้งสองคนได้คำตอบแล้ว เธอจึงกล่าวจบเกมอย่างเป็นทางการ“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าคุณผู้ชายชนะนะคะ”

 

หญิงสาวได้ยินคำตัดสินนั้นก็ทำหน้าหมดแรงทั้งที่

 

“แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย”

 

“เรามีข้อได้เปรียบที่แตกต่างกัน ดังนั้นความยุติธรรมในการแข่งขันนี้มันไม่มีอยู่แล้วนะครับ มันอยู่ที่ว่าใครจะเอาจุดแข็งมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด” หยางเสี่ยวหมิงกล่าวแบบทีเล่นทีจริง “ถ้าอย่างนั้นเรามาพูดถึงสิ่งที่ผมอยากได้ หรือก็คือบทลงโทษของผู้แพ้กันดีกว่าครับ”

 

“ไม่เอา”

 

ลี่อินทำหน้าราวกับจะร้องไห้

 

หยางเสี่ยวหมิงอมยิ้มกับท่าทางงอแงแบบเล่นๆ ของเธอ ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อที่จะถ่ายวิดีโอของเธอไว้ จากนั้นก็กล่าวออกไป“คุณช่วยอ้อนผม แล้วเรียกว่า‘ป๊า’ หน่อยครับ”

 

“บทลงโทษอะไรกันคะเนี่ย”

 

“คุณต้องทำตามนะครับ เพราะว่าคุณแพ้แล้ว” หยางเสี่ยวหมิงเอ่ยเอาเรื่องแบบเล่นๆ ก่อนจะตีหน้าเคร่งขรึม ในขณะที่มือก็เตรียมบันทึกภาพของหญิงสาวเบื้องหน้า

 

ลี่อินตั้งตัวสักพัก ก่อนที่เธอจะยอมทำ

 

“ป๊า~”

 

“ขออีกครั้งได้ไหมครับ?”

 

“แบบนั้นมันจะมากไปนะคะ” ลี่อินแสร้งทำหน้าโหดใส่กล้องของเขา จากนั้นพอนึกได้ว่าตัวเองเพิ่งทำเรื่องน่าอาย เธอก็เอามือมาปิดหน้า“ประธานหยางห้ามเอาไปเผยแพร่ที่ไหนนะคะ”

 

“ของแบบนี้ผมต้องเก็บเอาไว้ดูคนเดียวอยู่แล้ว” เขากล่าวพลางนั่งดูวิดีโอเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้ง เพื่อยั่วยุให้คนแพ้ยิ่งรู้สึกคันยุบยิบหัวใจ จากนั้นก็กล่าวต่อ“ผมไม่ใจดีถึงขนาดคิดจะแบ่งปันให้ใครหรอกครับ”

 

“วันหลังฉันจะต้องหาทางเอาชนะคุณให้ได้ จากนั้นก็จะให้ทำบทลงโทษที่น่าอายไม่แพ้กัน” หญิงสาวคาดโทษเขาเอาไว้ล่วงหน้า

 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะรอนะครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นเรามาเล่นกันอีกรอบไหมคะ?”

 

“ไม่เอาแล้วครับ เพราะผมได้สิ่งที่ต้องการแล้ว”

 

“ประธานหยางร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดนะคะ” ลี่อินยอมแพ้ในคราวนี้ “ฉันว่าฉันต้องเริ่มเมาแล้วแน่เลยค่ะ ถึงได้ยอมเล่นเกมกับคุณ”

 

“ไม่ไรครับ เมาก็ไม่เป็นไร ผมสามารถอุ้มคุณไปที่ห้องได้”

 

“ก่อนหน้านี้ยังใช้คำว่า‘แบก’ อยู่เลยนะคะ”

 

หยางเสี่ยวหมิงเหลือบดวงตามองเธอ ก่อนจะเอ่ยแซวตามประสาคนชนะ“พอแบบนี้แล้วกลับช่างสังเกตกว่าที่คิดนะครับ ทั้งที่หากก่อนหน้านี้จำไวน์ที่ตัวเองดื่มได้ ก็คงไม่ต้องพ่ายแพ้แล้ว”

 

ลี่อินทำหน้ายู่ใส่ประธานหยาง

 

ตอนนี้เขาชนะแล้วข่มเธอไม่หยุด จนหญิงสาวคิดว่าไวน์ขวดนั้นก็คงทำให้เขาเริ่มไม่วาดมาดแล้ว ตอนนี้ทั้งเขาและเธอจึงกล้าที่จะพูดแกล้งกันถึงขนาดนี้แล้ว และปกติคนอย่างเธอจำเป็นต้องชนะเท่านั้นถึงจะรู้สึกสนุก แต่ไม่รู้ทำไมในครั้งนี้การแข่งขันมันจึงกลายเป็นเรื่องสนุกด้วยตัวมันเอง

 

เธอไม่ต้องการชัยชนะเลยแม้แต่น้อย

 

อาจเป็นเพราะ...

 

เพียงแค่ได้ใช้เวลากับเขาก็สนุกมากพอแล้ว

 

เธอกลายเป็นคนที่มีความสุขเพราะเรื่องเล็กน้อยพวกนี้

 

 

....

 

 

หลังจากจบมื้ออาหารที่แสนยาวนาน

 

ทั้งคู่นั่งจิบไวน์และคุยเล่นมาหลายชั่วโมง จนในที่สุดก็ถึงเวลาเหมาะสมในการเดินทางกลับที่พัก ลี่อินยังคงคออ่อนเหมือนทุกครั้ง ดังนั้นหยางเสี่ยวหมิงขับรถมาสักพัก เธอก็คอพับหลับไปแบบไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

 

ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่กำลังนอนหลับสบายใจ จากนั้นเขาก็หาเสื้อมาคลุมให้ ลี่อินจะได้ไม่รู้สึกหนาว ก่อนจะรีบขับไปให้ถึงโรงแรม เพื่อที่จะได้พาเธอไปพักผ่อน

 

วันพรุ่งนี้เธอต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปถ่ายทำโฆษณาต่ออีกด้วย เขาเองไม่อยากให้เธอรู้สึกเหนื่อยเกินไป

 

พอถึงโรงแรมแล้ว เขาก็เอ่ยปลุกเธอทันที

 

“คุณหวังลี่อินครับ ถึงโรงแรมแล้วครับ”

 

ลี่อินได้ยินเสียงเรียกของเขา พอพบว่ารถจอดสนิทก็ลืมตามองไปโดยรอบ ก่อนจะยืดเส้นสายเล็กน้อย“ถึงแล้วเหรอคะ ทำไมถึงได้เร็วขนาดนี้”

 

“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”

 

“ดีค่ะ แต่ยังรู้สึกขี้เกียจอยู่เลยค่ะ”

 

วันนี้ลี่อินไม่เมาหนัก จนเดินไม่ไหวดังเช่นทุกครั้ง สาเหตุแรกเป็นเพราะเธอไม่ได้ดื่มเยอะจนเกินตัว ส่วนสาเหตุที่สองก็เป็นเพราะหยางเสี่ยวหมิงเลือกไวน์ที่ฤทธิ์ไม่รุนแรงมากมาให้ดื่ม ดังนั้นจึงเหมือนเป็นการป้องกันสองต่อ

 

ทว่า...

 

การดื่มแอลกอฮอล์ก็คือการดื่มอยู่ดี

 

ภายนอกแม้ยังรักษาสติได้ แต่ก็ยังมีอาการมึนเมาแฝงเร้น สติบางอย่างออกจะประหลาดไปบ้าง เขาถามหนึ่ง เธอยังตอบไปสองได้ ส่วนแววตาก็หยาดเยิ้มกว่าปกติ หยางเสี่ยวหมิงจึงเลือกเดินไปส่งลี่อินถึงหน้าห้อง เพราะกลัวว่าเธอจะมึนจนไปเข้าห้องผิด

 

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือยังไม่อยากรีบจากกัน

 

“ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ ฉันชอบทำให้คุณเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย”

 

“ผมว่าคุณทำตัวปกติ แต่ผมเป็นมากเกินไปครับ”

 

ลี่อินหัวเราะที่เขากล้าเล่นตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย “เรื่องที่คุณเป็นคนเยอะนี่ฉันไม่ปฏิเสธนะคะ แต่มันไม่ได้หมายความว่าไม่ดีนะคะ”

 

“ไม่ว่าอะไร ถ้ามันมากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละครับ ผมเข้าใจเรื่องง่ายๆ พวกนี้ดี”

 

“แต่ตอนนี้มันดีนะคะ”

 

ทั้งสองคนเดินคุยกันมาตามทางโถงเดินของโรงแรม โดยรอบไม่มีคนเดินไปมาพลุกพล่าน จนคล้ายทั้งเส้นทางมีเพียงแค่พวกเขา ส่วนแสงไฟสีส้มยิ่งทำให้ลี่อินรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

 

จนในที่สุดเธอก็กล้าที่จะพูดอะไรหลายอย่างมากขึ้น

 

“ไม่คิดเลยนะคะว่าการที่พวกเราไม่ได้เจอกันในระยะหนึ่ง พอได้กลับมาเจอกันแบบนี้ จะกลายเป็นว่าสนิทกันมากขึ้นไปอีก วันนี้ฉันสนุกมากเลยค่ะ”

 

“ครับ ผมเองก็มีความสุข” หยางเสี่ยวหมิงตอบรับ ในขณะที่มองหน้าเธอกำลังมีความสุข จากนั้นความสงสัยตั้งแต่แรกเริ่มจะบังเกิด แล้วเขาก็ตัดสินใจถามออกไป

 

เพราะถ้าไม่ใช่ตอนนี้ ก็คงไม่มีโอกาสอื่นให้ถามแล้ว

 

“ช่วงที่เราสองคนห่างกันไป คุณมีโอกาสได้ทำงานกับคนมากมาย ทั้งยังได้รู้จักกับคนอื่นที่สามารถมีความสุขด้วยกันได้ใช่ไหมครับ?”

 

“คุณหมายถึงใครคะ?”

 

“คนที่คุณสนิทสนมด้วยในช่วงนี้”

 

ลี่อินหัวเราะ สายตาเหลือบมองคนข้างกาย“อย่าบอกนะคะว่าคุณกำลังคิดมากเรื่องหลี่จื้อหลิน เพราะตอนเช้าดูคุณมีสีหน้าแปลกไป โดยเฉพาะตอนที่ฉันพูดเรื่องเขา”

 

“คุณกับเขาสนิทกันมากนี่ครับ” หยางเสี่ยวหมิงเอ่ยพลางถอนหายใจ “ขนาดเจอกันเพียงไม่นาน คุณยังบอกว่าสนิทสนมเหมือนกับผมได้แล้ว”

 

ลี่อินไม่รู้ว่าเหตุใด พอเห็นท่าทางไม่สบายใจของเขาแล้ว เธอจึงรีบอธิบายเรื่องทุกอย่างให้เขาฟัง

 

“ประธานหยางคะ เวลาที่เราชอบนักร้องสักคน มันเป็นเพราะเขามอบความสุข จากความสามารถในการร้องเพลงของเขา และเราก็มีความสุขที่ได้ฟังมัน ซึ่งมัน...” ลี่อินเว้นช่วงไว้สักพักหนึ่ง ก่อนจะมองสบดวงตาของเขา“แตกต่างจากการตกหลุมรักใครสักคนนะคะ”

 

หยางเสี่ยวหมิงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอจึงพูดเรื่องแบบนั้นออกมา อาจเป็นเพราะเธอกำลังเมา และเริ่มพูดทุกอย่างออกมาตามใจคิด

 

หรืออาจเป็นเพราะเธอจับผิดความรู้สึกของเขาได้หมดแล้ว...

 

“ผม...”

 

“ช่วงเวลาที่เราสองคนห่างหายกันไป ฉันไปนั่งทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างเราใหม่อีกครั้ง ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันผิดไปไหม? แต่ก็ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ที่จะเปิดเผยมันออกมาในตอนนี้ เพราะถ้ามันพลาดคงโทษไปว่าตัวเองเมา จนกลายเป็นคนไร้สติ”

 

หยางเสี่ยวหมิงมองสบดวงตาของลี่อินนิ่ง คำพูดของเธอทำให้เขาตีความไปได้หลายอย่าง

 

แต่ตอนนี้ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องพักของลี่อินแล้ว

 

ถึงเวลาต้องจากกัน...

 

“มาถึงที่ห้องคุณแล้ว”

 

“ค่ะ คงต้องบอกลากันแล้ว” ลี่อินกล่าวก่อนจะหันไปเปิดประตูห้องของตัวเอง แต่พอพบว่าประธานหยางยังไม่ไปไหน เธอจึงหันไปมองเขา

 

ดวงตาของทั้งสองคนสบเข้าหากัน

 

และในตอนนั้นเองที่เธอตัดสินใจจะทำบางอย่าง

 

หญิงสาวเดินไปยืนเบื้องหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะเขย่งเท้า ใบหน้ายื่นเข้าไปใกล้ ก่อนที่ริมฝีปากจะแนบชิดไปกับแก้มของเขาครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปิดท้ายความขวยเขินด้วยการพูดไปอีกเรื่อง

 

“ถ้าอย่างนั้นฝันดีนะคะ”

 

“ครับ”

 

หยางเสี่ยวหมิงตอบรับเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะทำท่าเดินจากไป ลี่อินเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจกับตัวเอง เพราะดูเหมือนเธอจะคาดเดาผิด

 

เขา...

 

ไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอ

 

หญิงสาวทำท่าจะเดินกลับเข้าห้อง แต่ตอนนั้นเองที่เขาเดินกลับมา มือข้างหนึ่งจับต้นแขนของเธอไว้ ลี่อินรีบหันไปมองเขา ก่อนจะเห็นว่าชายหนุ่มเบื้องหน้ามีบางอย่างที่ต้องการ

 

ในแววตาของเขาฉายชัดถึงความรู้สึกนั้น

 

“ผม...”

 

หยางเสี่ยวหมิงไม่รอให้ตนเองพูดจบ

 

ก่อนที่ตอนนั้นเอง แขนของเขาจะโอบเอวของเธอไว้ ใบหน้านั้นก็ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนที่ริมฝีปากจะจุมพิตเธออย่างอ่อนโยน เพื่อที่จะตอบรับการกระทำของลี่อินเมื่อครู่

 

และเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงภายในใจออกมา

 

ทางด้านหญิงสาว มือของลี่อินโอบกอดร่างของเขาเอาไว้แน่น ส่วนดวงตาก็ปิดลง เพื่อที่จะสัมผัสกับจุมพิตเบื้องหน้าให้ชัดเจนมากขึ้น

 

เธอรับรู้...

 

แม้กระทั่งรสชาติของไวน์ที่แฝงปนมาบนประสาทสัมผัสของลิ้น

 

มันช่างนุ่มนวล แต่ก็ชวนมึนเมา

 

พอเขาถอนริมฝีปากออก ดวงตาของทั้งคู่ก็มองสบกัน ส่วนร่างกายนั้นก็ใกล้ชิดกว่าทุกครั้งที่เคย ลี่อินโอบกอดร่างของเขาไว้แน่นกว่าเดิม

 

ก่อนที่จะเอ่ยถามออกไปอย่างราบเรียบ

 

“คืนนี้... อยากอยู่ด้วยกันไหมคะ?”

 

คำพูดนั้นทำให้ความคิดของหยางเสี่ยวหมิงกระจัดกระจายทันที

 

 

......

เกินเลยแล้ว!

ว่าแต่... เฮียควรจะตอบว่าอะไรดีคับ? 55555

 

ขอโทษที่มาช้าน้า พอดีเมื่อคืนรู้สึกปวกหัว คงเพราะช่วงนี้เพ่งหน้าจอเยอะเกินไป ก็เลยไม่อยากใช้สายตาเยอะ แต่ว่าพอเริ่มโอเคเลยมาต่อทันทีเลยเน้อออ

 

หายสงสัยเนอะว่าเกินเลยกันยังไง

สองคนนี้เขาเป็นนักธุรกิจไง หลังจากทั้งคู่คุมเชิง ดูสถานการณ์ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์มานาน ในที่สุดก็ถึงกลยุทธ์การรุก! 555555

พอถึงเวลาที่พร้อมลงมือ ก็ไม่มีอะไรต้องรอแล้วค่ะ 5555

แล้วเจอกันค้าบ

ลาด้วยไรต์... ยังขยันอยู่ค้าบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.691K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23,241 ความคิดเห็น

  1. #23132 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 15:35

    ขอบคุณ
    #23,132
    0
  2. #22999 Dreamtime001 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 05:03

    อืมจูบกันเเล้วhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-05.png

    #22,999
    0
  3. #22180 Tilaa (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 23:05
    แม่!!!! แม่รุกเขาแรงมากแม่
    #22,180
    0
  4. #19683 jayjoomjim (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 20:44

    กรี้ดดดดดดดดดดดดดด น้อนนนนนนน

    #19,683
    0
  5. #19660 Cristalbenjie (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 11:53
    ในที่สุดดดด
    #19,660
    0
  6. #19307 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 13:59

    อิอิ ใจสั่งมาให้ตรงกันได้สักที นะคะ ลุ้นแทบแย่เลยค่ะ

    #19,307
    0
  7. #18205 Aernlovetay (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 23:38
    กรี๊ดดด แก๊!!! มันคันหัวใจมากเว้ยยยยยยย
    #18,205
    0
  8. #18125 pommys (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 07:13
    ว๊ายๆๆๆๆๆ
    #18,125
    0
  9. #17740 Luna_l (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:46

    แกกก มันเขินมากกกกก
    #17,740
    0
  10. #17398 มุกฝืด (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:48

    กรี๊ดดดด ฟินโว๊ยยย
    #17,398
    0
  11. #17279 KätzcheN (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 18:35
    อารัยหน่ะ พวกรึจะทามอารัยกาน
    #17,279
    0
  12. #17264 24569 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 12:17

    อร๊ายยย
    #17,264
    0
  13. #17136 nukikkokks (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:32
    งุ้ยใจตรงกันอ่ะ.. 😍😍
    #17,136
    0
  14. #17082 SweetP (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:02
    เจจจจจจ๊ ใจเย็นก๊อนนนนนนน เฮียขาเเข้งอ่อนแล้วมั้ยฮือ เจ๊ไม่อ่อนโยนกับใจเฮียเลยแง เขินเปนบ้าแล้วว
    #17,082
    0
  15. #17077 กระต่ายฤดูหนาว (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 20:42
    สรุปนางเอกรุก5555
    #17,077
    0
  16. #17073 WMRMY (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:34
    อยู่ไปเลยค่า วู้ววววววว
    #17,073
    0
  17. #17069 RealBF (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 16:44
    เฮีย นอนเฉยๆๆนะ ห้ามรุกแรงม่ายด้ายยๆๆ
    #17,069
    0
  18. #17061 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 14:54
    กรี้ดดดดดดดบทจะง่ายก็ง่ายงง
    #17,061
    0
  19. #17054 cherryme (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 14:21
    นอนจับมือครั้งแรก /เพลงมา!!!
    #17,054
    0
  20. #17027 FernYoou (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 09:29

    ฟินๆๆสุดๆลุ้น
    #17,027
    0
  21. #17020 Xo93 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 07:59
    ว้ายยยยยยยยย 🙈🙈🙈🙈
    #17,020
    0
  22. #16976 kakallll (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 23:11
    แงงงงงงงงงงงง
    #16,976
    0
  23. #16955 25442511 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:34
    อร๊ายยยยยยยย!!!!!! เขินนนนนนนน!!!!!!!!!!
    #16,955
    0
  24. #16876 apaisaen (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 20:53
    ป๊าาาา กับม๊าาา
    #16,876
    0
  25. #16820 Mook.mook (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:15
    อิน้องโว้ยยย เมาแล้วแบบนี้ไม่ได้นะ ไม้เรียวแม่จะฟาดให้!!!
    #16,820
    0