นางมารผู้หวนคืน (จบ)

ตอนที่ 60 : [เล่ม 2] ตอนที่ 17 : เริ่มขั้นแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,775 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

 

ตอนที่17

เริ่มขั้นแรก

 

อาเม่ยถูกเรียกเข้าพบอย่างเร่งด่วน

 

ตอนแรกเธอคิดว่าท่านประธานรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่เรื่องที่เธอแอบช่วยเหลือคุณนายหยางสืบข้อมูลลับ เรื่องที่แอบส่งข้อมูลของบริษัทให้กับลี่อิน ไหนจะแอบเล่นเกมในช่วงเวลางานตอนที่ไม่มีใครเห็น

 

แต่...

 

เธอไม่ได้ตั้งใจ!

 

อีกอย่างคือ เธอมั่นใจว่าตอนที่ทำสิ่งเหล่านั้นไม่มีมีใครเห็นนะ!

 

“ใครแอบไปบอกท่านประธาน?” อาเม่ยเอ่ยกับตัวเองด้วยความสงสัย เมื่อขาก้าวเข้าไปในห้องทำงานของหยางเสี่ยวหมิง ในหัวของอาเม่ยก็เต็มไปด้วยเหตุผลมากมาย เพื่อที่จะพูดเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้ ท่านประธานยิ่งเป็นคนจริงจังอยู่ด้วย

 

เธอยังไม่อยากโดนไล่ออกนะ!

 

อาเม่ยเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ของหยางเสี่ยวหมิง ก่อนจะยืนสงบสำรวมคล้ายรู้สึกผิดในการกระทำ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสนแผ่วเบา

 

“ท่านประธานมีเรื่องเร่งด่วนอะไรคะ?”

 

หยางเสี่ยวหมิงเงยหน้ามองเลขาของตนเอง“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมเพิ่งลงทุนกับคุณหวังลี่อินไป”

 

“รู้ค่ะ”

 

“หลังจากผมให้เงินทุนเธอไป ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เจอเธอเลย แต่ผมอยากรู้ความคืบหน้าของงานในแต่ละวันของเธอแบบละเอียด”

 

“ท่านประธาน... อยากรู้ความคืบหน้าของงาน” คิดถึงสาวน้อย“ก็เลยต้องการให้ฉันช่วยติดตามความคืบหน้าของงานอย่างใกล้ชิด?”

 

“ใช่ครับ”

 

อาเม่ยลอบถอนหายใจโล่งอก เมื่อพบว่าตำแหน่งลับอย่าง‘สายสืบ’ ยังไม่ถูกจับได้ ท่านประธานเรียกพบก็เพราะคิดถึง ‘สาวน้อย’ เท่านั้นเอง เพราะปกติให้เงินทุนใครไป ท่านประธานก็ไม่ได้อยากติดตามงานทุกฝีก้าวขนาดนี้หรอก เขาแค่คอยดูยอดกำไรตามสถานการณ์ หรืออ่านรายงานในทุก15 วัน

 

แต่นี่กลับอยากรู้ความคืบหน้าทุกวัน!

 

สัญญาณชัดเจน...

 

เรื่องนี้มันนอกเหนือเรื่องงานไปมากแล้ว

 

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะติดตามเรื่องให้นะคะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“นอกจากนั้น... ดิฉันมีบางอย่างจะมาแนะนำให้ท่านประธานนะคะ” อาเม่ยเว้นช่วงสักพัก พอเห็นหยางเสี่ยวหมิงเงยหน้ามองอีกครั้ง เธอก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะรีบอธิบายต่อ“บางอย่างที่จะช่วยให้การติดตามการทำงานของน้องลี่อินทุกวันง่ายขึ้นค่ะ”

 

“ยังไงครับ?”

 

“โซเชียลมีเดียไงคะ” อาเม่ยรู้ว่าท่านประธานไม่มีเวลาเล่นเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเอง เขาจึงไม่เคยสนใจมาก่อน ดังนั้นเธอจึงต้องแนะนำ เพื่อชี้ทางให้เขาสักหน่อย

 

“น้องลี่อินอัพเดทรูปสวยๆ ในแอคเคาน์ทุกวันนะคะ ยิ่งถ้าตอนไหนมีการอัพสตอรี่ก็เหมือนได้รู้ชีวิตประจำวัน แล้วหากมีการถ่ายทอดสด... คงได้รู้ความคืบหน้าชัดเจนเลยค่ะ ท่านประธานน่าจะไปกดติดตามไว้นะคะ”

 

 

 

 

...... [ต่อ preview] ......

 

 

 

 

 

ลี่อินยังไม่ประกาศเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้บริหารของบริษัท Innébeau

 

ดังนั้นข่าวจึงยังคงเงียบอยู่ การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม เนื่องจากการเปิดข่าวเรื่องแบบนี้ เธอยังต้องเตรียมความพร้อมอีกเล็กน้อย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการสร้างภาพลักษณ์ในด้านบวกให้เพิ่มมากขึ้น

 

ส่วนการประชุมที่ผ่านมา

 

ลี่อินบอกให้ฝ่ายการผลิตหยุดชั่วคราว แล้วกลับไปจัดการตรวจสอบทุกกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ให้จ้างบริษัทเอกชนเข้ามาจัดมาตรฐานการผลิตให้ใหม่ ก่อนจะทำหนังสือยื่นเรื่องให้กระทรวงเข้ามาตรวจสอบการผลิต แล้วรับรองผลทั้งหมดใหม่อีกครั้ง

 

ส่วนฝ่ายการตลาดก็ให้แบ่งออกเป็นสองทีม ทีมแรกจัดทำเรื่องแผนการตลาด ส่วนทีมที่สองให้ไปประสานงานกับบริษัทของประธานอู๋ เพื่อที่จะเตรียมสื่อและโฆษณารอช่วงเวลาสำหรับการเปิดตัวบริษัทใหม่อีกครั้ง

 

นอกจากนี้เธอก็วางระบบโครงสร้างในองค์กรใหม่ทั้งหมด เพื่อให้การทำงานในแต่ละส่วนเกิดประสิทธิภาพ และหน้าที่ไม่ทับซ้อนกันแบบที่ประธานเซี่ยทำไว้ จนลี่อินต้องมานั่งรื้อใหม่หมดแบบนี้ รวมไปถึงจัดหาพนักงานเพิ่มเติม เพราะก่อนหน้านี้มีคนที่โดนไล่ออกไปไม่น้อย

 

แผนการทำงานในช่วงกอบกู้บริษัทถูกวางไว้อย่างเป็นระบบแล้ว ตอนนี้ที่เหลือก็รอให้ทุกกระบวนการเข้าที่เข้าทาง แล้วส่งผลไปตามความคาดหวังที่วางไว้

 

ส่วนเธอ...

 

ก็ถึงเวลาที่จะทำงานของตัวเอง

 

ในยุคนี้การทำธุรกิจมันต้องเล่นกับกระแส

 

ถ้าจับกระแสได้ก็เหมือยลอยตัวเหนือลม ยิ่งตัวผู้บริหารมีชื่อเสียงมากพอ ก็สามารถที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เธอก็ได้เห็นถึงรูปแบบการโปรโมตตัวของผู้บริหาร แล้วส่งผลให้ธุรกิจก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็วมากมายหลายแบรนด์ ดังนั้นลี่อินจึงต้องพยายามนำเสนอตัวเองให้มากที่สุด โดยเฉพาะชื่อเสียงในด้านบวก

 

และกิจกรรมของการสร้างชื่อเสียงด้านบวกอย่างแรกก็มาถึง

 

ในที่สุดก็ถึงวัน ‘กิจกรรมเพื่อสังคม ในวันเกิดของหลี่จื้อหลิน’ ลี่อินถูกเชิญให้ไปร่วมงานนี้ ในฐานะนางเอกเอ็มวีเดบิวต์ รุ่นพี่คนแรกที่จื้อหลินได้ร่วมงานด้วย และนางแบบในสังกัดเดียวกัน เพื่อที่จะประชาสัมพันธ์บริษัทSTR-Star ไปในตัว

 

กิจกรรมเนื่องในวันเกิดของจื้อหลินมีอยู่2 ส่วนหลัก

 

ส่วนแรกคือการลงพื้นที่ทำกิจกรรมกับกลุ่มแฟนคลับผู้โชคดี 100 คน ซึ่งได้จากการสุ่มรายชื่อคนที่ซื้อบัตรคอนเสิร์ตครั้งแรกของจื้อหลินที่จะมีในเดือนหน้า แน่นอนว่าลี่อินก็ซื้อบัตรคอนเสิร์ตมาแล้ว แย่งชิงมาได้ด้วยความยากลำบาก ทว่าเธอไม่ใช่ผู้โชคดี 100 คน แต่กระนั้นก็เป็นมากกว่าผู้โชคดีจึงมีโอกาสได้มาร่วมงานนี้ (อีกทั้งหลังจากนั้นจื้อหลินยังเพิ่งเอาบัตรคอนเสิร์ตอีกหนึ่งใบมาให้ เพื่อชวนให้เธอไปดูเขาเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรก โดยที่ไม่รู้เลยว่าลี่อินซื้อมาเรียบร้อย)

 

ส่วนกิจกรรมที่สองคือการถ่ายทอดสด เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับแฟนคลับทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งที่ทีมงานวางแผนไว้คือ การร้องเพลง เล่นกิจกรรมน่ารักๆ เพื่อระดมทุนช่วยองค์กรการกุศล

 

วันนี้เป็นการลงพื้นที่

 

แผนงานที่บริษัทจัดไว้คือการปลูกต้นไม้ร่วมกันกับแฟนคลับ

 

วันนี้ลี่อินจึงแต่งตัวมาเตรียมพร้อมสำหรับการลุยทำงาน เสื้อแขนยาวคู่กับกางเกงขายาว จนไม่ต้องกลัวผิวโดนขีดข่วน ส่วนการแต่งหน้าก็มาพึ่งพาทีมช่างของบริษัท

 

พอไปถึงบริษัท เธอก็ทักทายทุกคนที่จะมาดูแลงานในวันนี้

 

จื้อหลินนั่งแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก เขายังคงมีรอยยิ้มที่สดใสดังเช่นทุกวัน พอหันมายิ้มให้เธอครั้งหนึ่ง แฟนคลับหมายเลขหนึ่งอย่างลี่อินก็แอบใจเต้นกับตัวเองเบาๆ ทว่าก็ต้องพยายามเก็บรักษาอาการเอาไว้

 

“ขอบคุณรุ่นพี่ที่มาด้วยกันในวันนี้นะครับ กิจกรรมวันเกิดนี้ผมก็เพิ่งเคยทำครั้งแรก กลัวว่าจะทำเรื่องพลาดมาก แต่พอมีรุ่นพี่มาด้วยผมก็คลายกังวลไปมากเลยครับ”

 

“ทำไมถึงคลายกังวลเพราะพี่?”

 

“รุ่นพี่เป็นคนแรกที่ผมทำงานร่วมด้วย แถมผลงานเดบิวต์ยังไปด้วยดี ผมเลยคิดว่ารุ่นพี่ต้องเป็นคนนำโชค ดังนั้นวันนี้จึงสบายใจเป็นพิเศษ”

 

“เป็นสายนี้เองหรอกเหรอ? เชื่อพวกเรื่องดวงชะตา และโชคลาภ?”

 

“นิดหน่อยครับ”

 

ลี่อินสั่นศีรษะกับความน่ารักของเขา เขานิสัยดีสมกับที่เธอสนับสนุนมาตลอด จากนั้นเธอก็นั่งลงที่เก้าอี้แต่งหน้า เคียงข้างกับหลี่จื้อหลิน

 

เขาหันมามองเธอ ก่อนจะเอ่ยชวนคุยต่อ“จะว่าไป... วันนี้รุ่นพี่ดูพร้อมสำหรับการปลูกต้นไม้มากเลยนะครับ”

 

“แน่นอน เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกงาน”

 

“แล้วปกติรุ่นพี่เคยปลูกต้นไม้ไหมครับ?”

 

“เอาแบบตามตรงเลยนะ... พี่ไม่เคยปลูกต้นไม้เองเลย ดังนั้นงานในครั้งนี้ก็เลยตื่นเต้นมากๆ”

 

ลี่อินคุยเล่นกับจื้อหลิน ระหว่างแต่งหน้าก่อนที่จะไปลุยงานอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ในช่วงนั้นก็มีทีมงานช่างกล้องมาคอยถ่ายทำภาพบรรยากาศเบื้องหลัง เพื่อที่จะเก็บไว้สำหรับการโปรโมตในลำดับต่อไปด้วย

 

ดังนั้นลี่อินจึงพยายามยิ้มอย่างมีความสุขตลอดเวลา

 

เมื่อถึงเวลาที่พร้อมสำหรับงาน ลี่อินและจื้อหลินก็เดินทางไปด้วยกัน ตลอดทางทั้งสองคนยังคงคุยกันไปเรื่อยเปื่อย เพื่อทำให้การเดินทางไม่ดูเงียบเหงาเกินไป

 

ในรถมีกล้องที่ถูกติดตั้งเอาไว้ เพื่อเก็บภาพเบื้องหลังของการเดินทาง

 

ลี่อินเป็นคนพูดเก่งอยู่แล้ว แต่จื้อหลินเองถูกฝึกมาในเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงมีเรื่องให้ชวนคุยไปทั่ว จนลี่อินแทบไม่ต้องคิดหัวข้อสนทนาเลย ก็แค่ต่อบทพูดกับเขาไปอย่างเป็นธรรมชาติ

 

“รุ่นพี่จะไปงานคอนเสิร์ตของผมแน่นอนใช่ไหมครับ?”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว”

 

เธอเคยพลาดคอนเสิร์ตของเขาเสียที่ไหนกัน...

 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะรอนะครับ ช่วยแวะมาให้กำลังใจด้วยนะครับ” จื้อหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าสงสัย“ว่าแต่... รุ่นพี่จะไปกับใครเหรอครับ?”

 

“ทำไมถึงถามเหมือนรู้ว่าพี่มีบัตรหลายใบ?” ลี่อินถามด้วยความสงสัย ส่วนสายตาก็หรี่มองเขาแบบจับผิดแบบเล่นๆ

 

“ทีมงานมาบอกมาครับ ว่ามีรายชื่อของรุ่นพี่ด้วย รุ่นพี่ซื้อบัตรในโซนติดขอบเวที วีไอพีสุดๆ ราคาตั๋วก็แพงที่สุดเลย โซนนั้นมีเพียงไม่กี่ร้อยที่เท่านั้น ไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่จะคอยสนับสนุนผมขนาดนี้”

 

สิ่งที่จื้อหลินรู้ยังไม่ใช่การสนับสนุนขั้นสุดของลี่อินด้วยซ้ำ

 

“รู้เพราะแบบนี้นี่เอง”

 

“ว่าแต่รุ่นพี่จะไปกับใครครับ? เพราะถ้ารุ่นพี่มีบัตรที่ซื้อเองด้วย พอรวมกับบัตรที่ผมเคยให้ไป แสดงว่าตอนนี้มีบัตรสองใบเลยนะครับ”

 

“ถ้าเอาไปขายต่อตอนนี้คงได้กำไรเยอะเลยนะ” ลี่อินเอ่ยเล่นออกไป

 

“ถ้าจะเอาแบบนั้น” จื้อหลินทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะแสร้งทำหน้าเจ้าเล่ห์ “ให้ผมเซ็นต์ลายเซ็นต์ให้เลยไหมครับ? เผื่อจะอัพราคาเพิ่มได้นะ”

 

“แหม... จื้อหลิน ของแบบนั้น ถ้าได้มาแล้วก็ไม่มีทางขายให้ใครหรอกนะ”

 

ทั้งสองคนคุยเล่นกันไปแบบนั้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำให้ภาพบรรยากาศเบื้องหลัง มีโม้เมนต์ที่สามารถเก็บไว้ใช้งานได้มากที่สุด ในเวลาเดียวกันหัวของลี่อินก็เริ่มคิดสิ่งที่จื้อหลินถามก่อนหน้านี้

 

บัตรคอนเสิร์ตที่เพิ่งได้มาจะชวนใครมาเป็นเพื่อนดีนะ?

 

เธอมีหลายคนที่อยากชวนด้วย

 

แต่...

 

ในเมื่อมีอีกแค่ใบเดียว

 

ถ้าแบบนั้นก็คงต้องเลือกคนที่จะชวนไปให้ดี แต่เงื่อนไขแรก คนๆ นั้นก็คงต้องเป็นแฟนคลับจื้อหลินก่อน

 

 

.....

 

 

เมื่อไปถึงสถานที่จัดงาน

 

ลี่อินก็ร่วมกิจกรรมอย่างดี เธอคอยช่วยดูแลแฟนคลับของจื้อหลิน จนบางคนเริ่มเรียกเธอว่า‘พี่สาว’ ทั้งยังฝาก‘รุ่นพี่ให้ช่วยดูแลจื้อหลินที่เป็นศิลปินนักร้องน้องเล็กสุดของค่ายด้วย’ ช่วงเวลาแบบนี้มันทำให้ลี่อินรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นหัวหน้าแฟนคลับ

 

ตำแหน่ง ‘แฟนคลับอันดับหนึ่ง’ คงไม่สามารถเป็นของใครได้แล้ว

 

หวังลี่อินมาเพื่อชนะ

 

ตอนนี้ชื่อเสียงของลี่อินกำลังเป็นไปด้วยดี ชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ยอดผู้ติดตามก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ภาพลักษณ์ของเธอเป็นไปในด้านบวก ทั้งยังมีแรงเสริมจากแฟนคลับของจื้อหลินคอยช่วยอีก

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...

 

สิ่งที่จำเป็นต้องทำในตอนนี้ที่สุด คือ เธอต้องยิ้มให้กล้อง ขณะที่กำลังนั่งปลูกต้นไม้ จนเหงื่อออกท่วมใบหน้าไปหมดแล้ว

 

เหนื่อยแต่ก็ต้องสวย

 

ช่างกล้องเอ่ย เพื่อที่จะถ่ายทำ“คุณหวังลี่อิน ในฐานะรุ่นพี่ที่ทำงานร่วมกับจื้อหลิน คุณช่วยอวยพรวันเกิดของเขาหน่อยได้ไหมครับ?”

 

ลี่อินทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มหวาน

 

“ในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่ง ฉันได้ทำงานร่วมกับเขาตั้งแต่งานเดบิวต์จึงได้เห็นการเติบโต ความก้าวหน้า และความตั้งใจของเขามาตลอด ดังนั้นสำหรับวันเกิดในปีนี้ ฉันก็ขอให้เขาจะเป็นคนที่น่ารัก หน้าที่การงานมีคนคอยสนับสนุน และขอให้ตั้งใจกับงานต่อไปนะ รุ่นพี่คนนี้จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ แล้วถ้ามีกิจกรรมแบบนี้ก็จะมาด้วยอีกแน่นอน”

 

เมื่อกิจกรรมปลูกต้นไม้จบลง

 

ทุกคนต่างเหนื่อยล้า ทว่าใบหน้าต่างเปี่ยมไปด้วยความสุข แฟนคลับทุกคนต่างปลื้มใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับนักร้องที่ตนเองชอบตลอดทั้งวัน ส่วนจื้อหลินแม้จะเหงื่ออกท่วมตัว ทว่าใบหน้ายังคงหล่อเด้งไม่มีตก

 

และก่อนที่จะจากลากันก็ถึงเวลาถ่ายรูปที่ระลึก

 

ทุกคนยืนรวมตัวกัน เบื้องหลังคือต้นกล้าที่ถูกปลูกจนครบ ส่วนจื้อหลินกับลี่อินยืนอยู่ตรงกลาง นางมารลี่อินตอนนี้เหมือนชีวิตคอมพลีตไปหลายอย่าง นอกจากจะได้ทำงานกับจื้อหลิน เธอยังคล้ายเป็นตัวแทนของแฟนคลับไปแล้ว

 

ดังนั้น...

 

ใบหน้าของเธอจึงแย้มยิ้มกว้างกว่าทุกวันในรูปนี้

 

 

....

 

 

ทางด้านของหยางเสี่ยวหมิง

 

หลังจากได้รับคำแนะนำของอาเม่ย ในที่สุดเขาก็มีเวลาว่างมากพอที่จะไปเปิดแอคเคาน์ของตัวเอง เพื่อที่จะไปกดติดตามแอคเคาน์ของลี่อินแล้ว

 

จากนั้นเขาก็นั่งส่องรูปมากมายของเธอจนเพลิน

 

ชุดว่ายน้ำสีแดง...

 

ปกติเขาไปทำงานถ่ายแบบกับเธอ ลี่อินมักจะได้ใส่ชุดที่ทำให้ดูสวยสดใส ดังนั้นเขาจึงไม่คิดเลยว่าตอนเธออยู่ในชุดว่ายน้ำสีแดงสดมันจะดึงดูดสายตาขนาดนี้

 

ทั้งยังเป็นรูปที่มีคนกดถูกใจมากที่สุดในแอคเคาน์ด้วย

 

หลายแสนเลย

 

“แต่แบบนี้ก็หมายความว่า... คนที่เห็นรูปนี้ขั้นต่ำก็หลายแสนคนแล้วสิ” ในสายตาของหยางเสี่ยวหมิงบังเกิดความทุกข์บางอย่าง“ส่วนฉันกลับเพิ่งมาเห็น”

 

บ่นน้อยใจไปแบบนั้น

 

ทว่านิ้วก็กดรูปหัวใจใต้รูปไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังเซฟเก็บเอาไว้ในเครื่องด้วย

 

จากนั้นเขาก็นั่งดูรูปของเธอไปเรื่อยเปื่อย สายตามองชมรอยยิ้มของเธอในรูปมากเข้า จนในใจเริ่มรู้สึกว่าอยากจะเจอเธอขึ้นมา และตอนนั้นเองก็มีการอัพเดทรูปภาพใหม่

 

หยางเสี่ยวหมิงรีบไปดูรูป ก่อนจะพบว่าเป็นรูปของเธอคู่กับนักร้องหนุ่มวันรุ่นคนหนึ่ง ที่สำคัญเขาสังเกตเห็นชัดเจนว่าในรูปพวกนั้น รอยยิ้มของลี่อินดูมีความสุขมาก

 

ใบหน้าของเขาพลันเรียบนิ่งไปทันที

 

ทำไมต้องยิ้มขนาดนั้น?

 

ในใจเขาบังเกิดความสงสัยจนคันยุบยิบ ส่วนนิ้วมือก็เลื่อนดูรูปอื่นที่อยู่ถัดไปในโพสต์ ก่อนจะพบว่าอันสุดท้ายเป็นวิดีโอตัวอย่างเบื้องหลังการทำงาน ซึ่งเป็นตอนที่ลี่อินกับผู้ชายคนนั้นกำลังเล่นมุกกันสนุกสนานในรถ

 

ลี่อินหัวเราะกับคำพูดของผู้ชายคนนั้น

 

ทั้งสองคนหยอกล้อกัน

 

ใกล้ชิดเกินไป...

 

ในวินาทีนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกหยางเสี่ยวหมิงตั้งใจจะพักสายตาจากงานเล็กน้อย แต่ตอนนี้เขากลับไม่มีจิตใจจะทำงานต่อได้ จนรู้ตัวอีกทีเขาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของตัวเอง แล้วเดินวนไปมาในห้องด้วยความเคร่งเครียด

 

ขนาดตอนหุ้นตกเขายังไม่ตระหนกขนาดนี้

 

ใบหน้าของหยางเสี่ยวหมิงเริ่มเคร่งขรึมกว่าเดิมเรื่อยๆ ความกังวลและสงสัยบางอย่างเกิดขึ้นในใจ ก่อนที่สุดท้ายนิ้วของเขาก็กดโทรไปหาลี่อินทันที

 

ไม่นานนักหญิงสาวก็รับสายด้วยความร่าเริง

 

“สวัสดีค่ะประธานหยาง”

 

เรียกเสียห่างเหิน...

 

ใบหน้าของเขานิ่งกว่าเดิม ก่อนจะกล่าวทักทายไปตามมารยาท

 

“สวัสดีครับ”

 

“มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าคะ?”

 

มีอะไรหรือเปล่าเหรอ?

 

“วันนี้คุณไปทำอะไรมาเหรอครับ?” เขาเอ่ยไปตามตรง ก่อนที่จะตั้งสติ แล้วรีบชี้แจงใหม่“พอดีผมเห็นคุณไปทำกิจกรรมที่น่าสนใจ ก็เลยอยากรู้รายละเอียดน่ะครับ”

 

เขาอ้างไปแบบนั้น

 

......

 

พี่หมิงนี่อ้างเก่งเกิ๊นนนนน 55555

แต่เบาได้เบานะคะเฮีย

พอดีเจ๊มีบัตรคอนเสิร์ตอีกหนึ่งใบ ยังไม่รู้จะชวนใครไป ทว่าเงื่อนไขแรกคือต้องเป็นแฟนคลับจื้อหลินนะคะ ดังนั้นเฮียอย่าหึงจื้อหลิน 5555

แฟนคลับกับแฟนจริง รูปแบบความรักมันต่างกันค่ะ

 

ว่าแต่...

สุดท้ายใครจะได้บัตรคอนนั้นไป?

 

แล้วมาเจอกันอีกคร้าบบบบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.775K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23,241 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 21:28
    จังหวะ เรียกเสียห่างเหิน คือหลุดขำ555555
    #23,235
    0
  2. #23128 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 10:59

    ขอบคุณ
    #23,128
    0
  3. #19834 Wan_NY (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 01:42
    โถแม่ ขนาดเปนติ่งยังต้องเปนที่หนึ่งอ่ะ คิดดู๊ววว

    พ่อก้อย่าน้อยใจแม่เลยยย พยามเข้า
    #19,834
    0
  4. #18120 pommys (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 22:12
    หุหุหุ
    #18,120
    0
  5. #17730 Luna_l (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:25

    อย่าน้อยใจจ
    #17,730
    0
  6. #17057 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 14:36
    เฮ้ออออออ
    #17,057
    0
  7. #16608 ก้อนสี (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:51

    แหมม เฮียคะ ไม่น้อยใจโน๊ะ
    #16,608
    0
  8. #15313 G-DRAGON is my boyfriand (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 04:31
    แง้ วันนี้จะมาสอนพาสาไทยนะคะ นั่นคือ คำว่า หึง นั่นเองค่ะ ส่วนความหมายนะคะ ตามที่อ่านตอนด้านบนเลยค่าาา 555555
    #15,313
    0
  9. #15294 mod15071986 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 00:38

    เฮียออกอาการนักแล้ว
    .. 5555... ชอบน้อนดุ๊กดิ๊กจังอ่ะไรท์... น่ารักจังงุ้ย
    #15,294
    0
  10. #15245 cherryme (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 22:30
    เสี่ยวฉีปะเนี่ยยยย ได้ไป
    #15,245
    0
  11. #15234 pink magenta (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 22:20

    นี่สินะ ที่ว่าเล่นโซเชี่ยลระวังงานไม่เดิน 555

    #15,234
    0
  12. #15223 Vidarassami/Jusmine (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 22:04

    เรานี่จิกหมอนกับเฮียตลอดเลย บางทีก็กรี๊ดแบบไร้เสียง ฟินค่าาาาา

    #15,223
    0
  13. #15155 zeeuperr (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 20:06
    เบาได้เบาาาาา เดี๋ยวไก่ตื่น เอ๊ะ! คนจับไก่ก็ยังไม่รู้ตัวเลยนี่นา55555 สู้นะเฮีย
    #15,155
    0
  14. #15135 Amarry (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 19:02
    เอ็นดูความงอแงของเฮียหมิง มุมนี้น่ารักมาก แต่ถ้าเฮียเข้าใจวิถีติ่งเฮียจะไร้เรื่องกังวลทันที
    #15,135
    0
  15. #15088 โลกสีเงิน (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 17:35
    หึงมากบอกเลย
    #15,088
    0
  16. #15075 PCY__61 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 17:25
    เบาหน่อยพ่อออกตัวแรงยังไม่ได้ด้วยนะ 5555
    #15,075
    0
  17. #15065 Ray_9 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 17:14
    พี่หมิงต้องเข้าใจชีวิตติ่งนะคะ!!
    #15,065
    0
  18. #15045 Ouan1794 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 16:44

    อันอัน เด็กแสบของเจ๊อินอิน

    #15,045
    0
  19. #14996 HighGirl (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 15:59
    หึง หึง หึง
    #14,996
    0
  20. #14921 c-thnph-udtkthhh (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:56
    ฮือ นี่เข้าใจครส.ของลี่อินกับการได้เป็นติ่งคอมพลีทจริงๆ ที่สุดในโลกแล้ว><
    #14,921
    0
  21. #14916 แรงรัก (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:52

    คนหลายแสนเห็นรูปชุดว่ายน้ำ แต่เฮียหมิงคนเดียวได้นอนเตียงกับเจ๊อินยามเมานะ555

    #14,916
    0
  22. #14908 stts2 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 10:35
    ขี้หึงมาก55555
    #14,908
    0
  23. #14895 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 08:35
    อันอันได้ไปดูคอนกับพี่สาว
    #14,895
    0
  24. #14889 Kungbible (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 07:39
    ไปกับน้องชายดีที่สุด
    #14,889
    0
  25. #14887 ณัฐวดี (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 07:20

    ขอบคุณมากคะชอบตัวดุกดิกตอนท้ายอ้อนสุดๆ

    #14,887
    0