นางมารผู้หวนคืน (จบ)

ตอนที่ 58 : [เล่ม 2] ตอนที่ 15 : ดวงตาที่กำลังจ้องมอง 1 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,105 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

 

ตอนที่15

ดวงตาที่กำลังจ้องมอง

 

ลี่อินยังคงติดตามข่าวของบริษัท Innébeau อย่างใกล้ชิด

 

ตลอดเวลาในช่วงนั้น เธอใช้ประสบการณ์ทั้งในด้านของความทรงจำ และการทำงานของตนเองวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมด แล้วหาช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อไปปรากฏตัวเบื้องหน้าประธานเซี่ย

 

ช่วงเวลาที่เขาย่ำแย่ที่สุด...

 

ในตอนนั้นเธอจะทำตัวราวกับเป็นคนโง่งมไม่รู้สถานการณ์ ก่อนจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือบริษัทนั้น คนอย่างเขาคงคิดดูถูกดูแคลนเธอเหมือนอย่างเคย

 

ว่าคนดีๆ ที่ไหนจะทำแบบลี่อิน

 

คนอย่างเขาไม่มีความสามารถมากพอจะกอบกู้บริษัทนั้น จึงอาจคิดว่าทุกคนบนโลกต้องเป็นแบบเขา ชาติที่แล้วทุกอย่างในมือประธานเซี่ยจึงเจ๊งเละเทะไปหมด

 

คิดแล้วน่าสมเพช...

 

คนอย่างประธานเซี่ยแทบไม่มีคุณค่าใดในสายตาเธอ เพราะเหตุนั้นนอกจากชื่อบริษัทของเขาแล้ว ตัวประธานคนนี้เธอจึงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อน

 

ลี่อินเพียงรู้สึกเสียดาย บริษัทนั้นส่งผ่านมาถึงสามรุ่นแล้ว ก่อนหน้านี้แม้ยอดขายไม่หวือหวา ทว่าการสร้างแบรนด์ก็แข็งแกร่งมาก จึงอยู่รอดมาได้จนปัจจุบัน ทั้งยังอยู่รอดแบบสวยงามด้วย

 

จนกระทั่งตอนนี้ที่กำลังจะจบลงแบบรวดเร็ว

 

บริษัทแบบนี้ไม่ควรอยู่ในมือคนไร้ความสามารถ อีกทั้งคนอย่างหวังลี่อินยังจำคำดูถูกของประธานเซี่ยได้ทุกคำ ซึ่งเพราะเหตุนั้นจึงทำให้เธอตั้งใจที่จะเอาบริษัทนี้มาเป็นของตัวเอง แล้วทำให้เขาเห็นว่าทุกสิ่งที่บรรพบุรุษของเขาสร้างมา หลังจากนี้มันจะเป็นของเธอทั้งหมด

 

“คิดแล้วน่าสนุกจริง”

 

คนอย่างลี่อินชอบความเสี่ยงเช่นนี้เสมอ

 

แม้คนรู้อนาคตอย่างเธอสามารถที่จะเดินตามเส้นทางเดิม เพื่อที่จะขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดเหมือนชาติก่อนได้ง่ายดาย ทว่าการทำแบบนั้นมันไม่มีความหมายอะไรสำหรับคนที่ชื่นชอบความเสี่ยง

 

ชัยชนะมันคือสิ่งหอมหวาน

 

ทว่า...

 

สิ่งที่จะทำให้ชัยชนะนั้นมันมีความหมาย ก็คือเส้นทางที่เธอเลือกเดิน

 

หากต้องทำให้ทุกอย่างมันเป็นเช่นเดิม ชีวิตใหม่ครั้งนี้ของเธอมันคงสูญเปล่า เหมือนการรีสตาร์ทเกมเพื่อที่จะชนะด้วยวิธีเดิมอีกครั้ง ทั้งที่คนเราหากเลือกเล่นเกมที่เคยชนะแล้วอีกครั้งหนึ่ง ก็เพื่อจะทดลองเส้นทางอื่นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น

 

โอกาสครั้งที่สองมันเป็นปาฏิหาริย์

 

เช่นนั้นเธอก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่ไม่เคยได้ลองทำ ซึ่งตอนนี้มันก็เริ่มตั้งแต่การลงทุนร่วมกับหยางเสี่ยวหมิง ผู้ที่เป็นคู่แข่งของเธอมาตลอดในชาติที่แล้ว หรือจะเป็นการกอบกู้บริษัทที่เคยเจ๊ง เพื่อที่จะท้าทายความสามารถของตัวเอง

 

ดังนั้นการที่เริ่มต้นใหม่ ในเส้นทางที่แปลกประหลาด มันจึงทำให้ดวงตาของลี่อินเปล่งประกายได้

 

เธอกำลังตื่นเต้นกับแผนการครั้งนี้

 

 

....

 

หลังจากนั้นผ่านไปไม่กี่วัน ในที่สุดก็ถึงเวลาอันสมควรนั้น

 

วันที่จะเข้าพบประธานเซี่ย...

 

ยอดขายของบริษัทInnébeau เริ่มลดลงไป ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ พนักงานบางตำแหน่งเริ่มโดนปลดออก ยิ่งกว่านั้นคือบริษัทโดนตรวจสอบการผลิตครั้งใหญ่ จนทำให้เกิดภาระครั้งใหญ่มากทันที

 

ลี่อินอ่านข่าวพลางสั่นศีรษะเล็กน้อย

 

“ทำตัวเองแท้ๆ”

 

เธอคิดว่า... หนึ่งในสิ่งที่ยังทำให้บริษัทInnébeau ไม่ล้มลงทันที เพราะบริษัทนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นจึงไม่ต้องมารับมือกับพวกนักลงทุน หรือพวกผู้ถือหุ้นที่อาจจะพากันแห่ถอนหุ้นออก จนยอดเงินทุกอย่างลดฮวบไปในคราวเดียว

 

การที่กิจการยังอยู่ภายในครอบครัว การควบคุมดูแลจึงง่ายกว่า เพราะไม่มีปัจจัยจากภายนอกเข้ามาแทรก แล้วทำให้ล้มเร็วกว่าเดิม

 

คนที่ตัดสินใจคนเดียวในสถานการณ์แบบนี้ก็คือประธานเซี่ย

 

ทว่า...

 

แม้ข้อดีคือการควบคุมง่าย ทว่าข้อเสียก็คือภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็วนเวียนอยู่กับตระกูลเซี่ยเพียงฝ่ายเดียว หากคิดจะไปหวังพึ่งให้ใครให้มาช่วยในสถานการณ์นี้ก็ยาก เพราะคงมีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเลือกเสี่ยงขั้นสูงสุด

 

แต่มันคือสิ่งที่ลี่อินจะทำ

 

เธอคิดว่าตอนนี้ทางออกที่สวยงามของประธานเซี่ย- ผู้ที่งกขนาดนั้น ก็คือการมีคนเสนอซื้อกิจการ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงปล่อยให้เรื่องทุกอย่างลุกลามใหญ่โต เจ้าหนี้ฟ้องร้องกันจนใช้เวลาอย่างต่ำเป็นเดือน จากนั้นประธานเซี่ยก็จะสูญเสียทุกอย่างไป

 

ในอดีตคนอย่างเขาก็แก้อะไรไม่ได้ แล้วทำให้ทุกอย่างจบลงไปเช่นนั้น

 

ลี่อินจึงคิดว่าการที่เธอจะไปซื้อบริษัทต่อ คนอย่างประธานเซี่ยที่เห็นเงินสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด อย่างไรแล้วก็ต้องยอมทำตามข้อตกลง เพราะระหว่างปัดภาระทั้งหมดมาให้เจ้าของใหม่ ส่วนตัวเองเอาเงินก้อนไปกอดนอน กับการฟ้องร้องใหญ่โต จากนั้นก็สูญเสียทุกอย่างเพราะหมดหนทางสู้ เพื่อแบกรับศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้

 

เขาเลือกที่จะขายบริษัทให้เธออยู่แล้ว

 

ดังนั้นเธอจะต้องไปในตอนนี้!

 

 

....

 

 

ทางด้านประธานเซี่ย

 

ตอนนี้ปัญหาและเรื่องราวมากมายกำลังถาโถม จนชายวัยกลางคนต้องนั่งกุมขมับด้วยความเคร่งเครียด สถานการณ์ในบริษัทของเขามันกำลังย่ำแย่ แม้การควบคุมตอนนี้จะง่ายเพราะไม่ต้องปวดหัวรับมือกับใคร

 

ทว่า...

 

การที่ควบคุมทุกอย่างคนเดียวนั่นแหละที่น่าปวดหัว!

 

เพราะเรื่องราวตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงขั้นใหญ่โต ตอนนี้มีปัญหาพร้อมกันหมด และทุกปัญหาก็ส่งมาถึงเขาให้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว จนเขาเห็นแสงรำไรว่าทุกอย่างจะเละเทะป่นปี้

 

จุดจบมันมืดมน!

 

เขาไม่มีทางกอบกู้สถานการณ์ในครั้งนี้ให้ดีขึ้นได้ บรรพบุรุษคงกำลังสาบส่งเขาอยู่ ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งลงทุนมหาศาล ไปกับการออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ เพื่อเอาใจลูกค้ารักสิ่งแวดล้อมพวกนั้น จนถึงกับยอมโปรโมตด้วยโฆษณาราคาแพงนั่น จ้างนางแบบที่ผู้คนกำลังจับตามอง

 

และตอนนี้ทุกอย่างที่เขาเพิ่งลงทุนไป ผลกำไรยังไม่ทันงอกเงย ต้นของมันก็เหี่ยวเฉาไปแล้ว

 

เขาควรจะทำอย่างไร?

 

ประธานเซี่ยนั่งคิด ดวงตาหลับลงคล้ายเข้านิทรา ทว่าหัวคิ้วที่ขมวดชนกันก็ทำให้เห็นชัดเจน ว่าในเวลาแบบนี้เขาไม่มีทางหลับลงแน่

 

ตอนนั้นเองเลขาสาวจะเดินเข้ามา“ท่านประธานคะ”

 

“ว่ามา”

 

“มีใครบางคนต้องการพบท่านในตอนนี้ค่ะ”

 

“ตอนนี้?” ประธานเซี่ยลืมตาขึ้น คิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดมุ่นกว่าเดิม “คุณคิดว่านี่มันเป็นเวลาที่ผมจะต้อนรับใครได้เหรอ? หัดใช้หัวคิดเสียบ้างสิ อยากโดนไล่ออกอีกคนหนึ่งหรือยังไง!?”

 

“แต่ว่า...”

 

เลขาสาวทำสีหน้าเกรงกลัว

 

“แต่อะไร!?”

 

“คนที่ต้องการมาพบท่านประธาน เธอต้องการที่จะคุยเรื่องความช่วยเหลือนะคะ”

 

คำพูดนั้นแม้ไม่ตรงไปตรงมา ทว่าแฝงนัยความบางอย่างชัดเจน

 

‘ช่วยเหลือ’ คำนั้นทำให้ดวงตาของประธานเซี่ยเบิกกว้าง แน่นอนว่าเขาเข้าใจมัน และตอนนี้สิ่งนั้นมันราวกับเป็นแสงสว่าง

 

ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าหนทางเบื้องหน้ามันดำมืด

 

ทว่า...

 

อยู่ๆ ก็จะมีคนมาช่วยเหลือ!

 

“เขา... ไม่สิ เมื่อครู่บอกว่า‘เธอ’ เหรอ?”

 

“ใช่ค่ะ”

 

ประธานเซี่ยขมวดคิ้วมุ่น เขาพยายามไล่หารายชื่อนักลงทุนหญิงหน้าโง่สักคน คนที่จะกล้าพอที่จะยื่นมือมาช่วยบริษัทใกล้ล้มอย่างเขา

 

แต่เขาคิดถึงหน้าใครไม่ออก และตอนนี้จะเป็นใครไม่สำคัญ ขอแค่โง่พอจะมา เพราะบริษัทนี้แทบไม่มีวี่แววว่าจะมีกำไรตอบแทนได้แล้ว

 

เขาก็ต้อนรับทั้งนั้น!

 

“ให้เธอเข้ามาพบได้”

 

“ค่ะ”

 

 

....... 50% ......

 

 

 

การเจรจาระหว่างลี่อินและประธานเซี่ยดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

 

หญิงสาวมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการอะไร ดังนั้นเธอจึงพูดตรงเข้าประเด็น ไม่คิดเจรจาให้มากความกว่านั้น ส่วนเรื่องการตีสนิทอย่างที่เธอมักจะทำ เพื่อสร้างคอนเนคชันให้ตัวเอง เวลานี้เธอไม่คิดจะทำ เพราะรู้จักคนอย่างประธานเซี่ยไป ในอนาคตก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ 

 

เขาไม่ใช่คนที่จะมีตัวตนในวงการด้วยซ้ำ...

 

ดังนั้นมันจึงเสียเวลาที่จะรู้จักกันมากกว่านี้ เพราะการเป็นนักธุรกิจที่ดี สิ่งแรกที่ต้องทำให้ได้คือการเลือกคบคน และคนอย่างประธานเซี่ย ถ้าหมดประโยชน์ก็เขี่ยทิ้งอย่างเดียว

 

ส่วนประโยชน์เดียวในตอนนี้ของเขาคือ เขายังต้องเป็นคนเซ็นต์สัญญาขายบริษัทให้เธอ

 

ดังนั้นจนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบ ลี่อินจึงสามารถยิ้มตอนคุยกับเขาได้

 

แม้ในใจจะนึกแค้นไม่น้อย... 

 

ตอนนี้เธอจึงพูดทุกอย่างที่จำเป็น แสร้งทำตัวเป็นคนใสซื่อไม่รู้เรื่องราว ประหนึ่งว่ามีเงินแต่อยากลงทุน บริษัทนี้ราคาคงไม่แพงก็เลยอยากได้ กล่าวไปก็แย้มรอยยิ้มสวยประดับบนใบหน้า เพื่อโน้มน้าวให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ 

 

แน่นอนว่าเธอไม่ลืมแอบกดราคาเขาสักเล็กน้อย ซึ่งการพูดเชิงกดดันในสถานการณ์เช่นนี้

 

เธอรู้ว่าเขาจะยอม... 

 

“ตามข้อเสนอของฉัน ประธานเซี่ยคิดว่ายังไงคะ?”

 

“ฉันขอเวลาคิดก่อนสิ”

 

ประธานเซี่ยพยายามดูเชิง แม้ว่าตอนนี้จะสนใจมากก็ตามที แต่เขาเป็นถึงประธาน ถ้าจะให้มาตอบรับข้อเสนอของเด็กสาวคนหนึ่งอย่างง่ายดาย

 

เขาก็เสียหน้าแย่!

 

ในขณะที่ลี่อินก็หรี่ดวงตาลง ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจความคิดเขา แต่หญิงสาวก็แสร้งไม่รู้เรื่อง ก่อนจะยิ้มอย่างใสซื่อ ส่วนปากก็กล่าวย้ำไป 

 

“ฉันเข้าใจที่ประธานเซี่ยต้องการเวลา แต่ตอนนี้ปัญหากำลังลุกลามใหญ่โตมากนะคะ ทุกช่วงเวลามันหมายถึงเงินทองมหาศาล... ปกติคงหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้น ทว่าตอนนี้บริษัทของประธานเซี่ย มันหมายถึงยอดเงินติดลบนะคะ”

 

“ฉันรู้แล้วน่า”

 

ชายวัยกลางคนตอบพลางกัดฟันแน่น 

 

เขาเองก็ไม่อยากทำให้เรื่องยุ่งยาก ตอนนี้มีคนโง่มาให้หลอกถึงที่ขนาดนี้ ต่อให้ต้องขายบริษัทในราคาที่ขาดทุน ทว่าเขาก็ยินดีขายมันไป เพราะเก็บไว้ต่อไปอีกไม่นาน เขาคงขาดทุนกว่าขายไปตอนนี้ อย่างน้อยรีบตัดปัญหาทิ้ง แล้วเอาเงินก้อนโตไปใช้ทำเรื่องอื่นยังดีกว่า

 

ส่วนปัญหาทั้งหมดก็ทิ้งไว้ให้ผู้หญิงตรงหน้ารับไว้ไป!

 

ในใจของประธานเซี่ยคิดไปเช่นนั้น คนอย่างเขาทำธุรกิจไปก็เพื่อเงิน ไม่ได้มีใจรักแต่อย่างใด ดังนั้นถ้าไม่ได้กำไร เขาก็เห็นว่าเป็นปัญหา และปัญหาสำหรับเขาคือการสลัดทิ้ง ไม่ใช่การต่อสู้ดิ้นรน แล้วอยู่ๆ ก็มีเด็กสาวมาเสนอจัดการปัญหานี้ให้เขา ด้วยการเสนอเงินก้อนโตให้

 

มีหรือจะไม่ชอบ?

 

ตอนนี้มันจึงเหมือนการเดิมพัน... ถ้าเห็นทีท่าไม่ดีก็ควรรีบถอนตัวออกมาก่อน แม้ว่านั่นจะหมายถึงทำให้ตัวเองขาดทุนก็ตาม แต่ขาดทุนก็ดีกว่าหมดตัว!

 

ทว่าเขายังไม่ตอบตกลงทันที

 

“แล้วฉันจะให้เลขาดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

 

“ถ้าแบบนั้นก็ได้ค่ะ”

 

ลี่อินยิ้มรับอย่างมีมารยาท ทำทีเป็นตั้งใจรอคำตอบของเขา แต่เธอมองสังเกตเขามาตลอด และรู้ว่าถึงแม้ประธานเซี่ยจะทำทีเป็นคิดนู่นนี่มากมาย ทว่าแท้จริงเขาได้คำตอบตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเอ่ยข้อเสนอแล้ว

 

เขาอยากจบปัญหานี้ใจจะขาด

 

ดังนั้นมีหรือจะไม่สนใจ?

 

 

.....

 

 

หลังจากคุยกับประธานเซี่ยจบ

 

ลี่อินถือโอกาสตอนเดินออกมาจากห้องทำงานของเขา มองสำรวจไปตามทางที่เดินผ่าน ในหัวคิดว่าอะไรขัดหูขัดตาจะเปลี่ยนให้หมด ส่วนพอเจอหน้าใครก็ยิ้มให้ เพราะอีกไม่นานที่นี่คงเป็นของเธอแล้ว 

 

เมื่อก่อนคนอย่างเธอคงไม่ยิ้มให้ใคร นอกจากคนผู้นั้นจะมีประโยชน์ระดับหลายล้าน

 

เธอคือนางมารลี่อินคนใจร้าย... 

 

ทว่าพอได้ทำงานใกล้ชิดกับหยางเสี่ยวหมิง เธอก็เข้าใจว่าการสร้างความสบายใจให้กับพนักงานสามารถเป็นจุดแข็งขององค์กรได้ อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ลาออกบ่อย การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพกว่า และถ้ามีเลขากับพนักงานแบบในบริษัทของเขา บรรยากาศในบริษัทคงน่าอยู่มากขึ้น

 

เห็นได้ชัดว่าการสืบความลับบริษัทของหยางเสี่ยวหมิงกำลังเป็นไปด้วยดี

 

ชาตินี้เธออาจจะชนะเขา

 

ลี่อินคิดมาถึงตรงนี้ เธอก็เดินมาถึงโต๊ะของเลขาสาว โต๊ะของเธออยู่บริเวณหน้าลิฟต์ ไม่ใช่หน้าห้องของผู้เป็นประธาน เห็นได้ชัดว่าประธานเซี่ยไม่คิดอยากให้ใครเข้าใกล้เขามากเกินไป

 

“ฉันต้องไปแล้ว ขอบคุณมากเลยนคะ”

 

เลขาสาวทำงานใกล้ชิดประธานเซี่ย รวมทั้งเป็นคนติดต่อประสานงานให้ลี่อิน แน่นอนว่าต้องเข้าใจอะไรดีกว่าพนักงานคนอื่น ตอนนี้จึงรีบยิ้มรับลี่อิน 

 

ส่วนในสายตาราวกับมีความหวัง

 

“ยินดีค่ะ”

 

“แล้วเจอกันอีกในอนาคตนะคะ”

 

 

.....

 

 

หลังจากเสร็จเรื่องราวการเจรจาธุรกิจในวันนี้

 

ลี่อินก็เหลือเวลามากพอที่จะไปใช้ชีวิตในส่วนอื่นบ้าง วันนี้เธอจึงคิดว่าจะไปรับฉีอัน เพื่อที่จะพาเด็กน้อยไปเที่ยวด้วยกัน เจ้าตัวแสบบ่นมาตลอดว่าเขาเบื่อ ถึงการเรียนเปียโนจะสนุกมาก ทว่าวันทั้งวันหลังจากนั้น เขาก็อยู่คนเดียวในห้องเด็ก ออกไปเล่นกับคนอื่นในบริษัทมากก็ไม่ได้ เพราะทุกคนก็มีงานให้ทำ

 

เขาอยากออกไปเที่ยวเล่นกับเธออีก 

 

ชีวิตในชาตินี้ของลี่อิน เธอวางแผนไว้แล้วว่าตนเองจะยังทำงานอย่างที่คนบ้างานอย่างเธอชอบเหมือนเดิม แต่เวลาที่เหลือเธอจะใช้กับคนข้างกายมากขึ้น เพราะชีวิตมีแต่เรื่องงานไม่ได้ 

 

ความก้าวหน้าในการงาน สุขภาพกายที่แข็งแรง และสุขภาพจิตที่แจ่มใส

 

ทุกอย่างมันต้องไปด้วยกัน

 

เธอยอมรับ...

 

ตอนจบในชาติที่แล้วของเธอมันช่างเดียวดาย แม้จะตายบนกองเงินและชื่อเสียงของนักธุรกิจรายใหญ่ก็ตาม แบบนั้นจุดจบมันว่างเปล่าเกินไป

 

ระหว่างขับรถ ลี่อินกดโทรไปหาแม่ของฉีอัน เพื่อที่จะนัดหมายกับเจ้าเด็กน้อย และไม่นานนักเจ้าเด็กแสบก็มารับสาย เขายิ้มจนแก้มพองผ่านกล้อง

 

“พี่อินอิน!”

 

“พี่กำลังจะไปรับนะ อันอันพร้อมรึยัง?” 

 

เมื่อคืนเธอสัญญากับฉีอันไว้แล้ว ดังนั้นพอเธอโทรมาหาในตอนนี้ เด็กชายจึงตื่นเต้นมาก มือหนึ่งของเขาหยิบกระเป๋าเป้แสดงให้ดูผ่านกล้อง

 

“พร้อมที่สุดเลยครับ!”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาไว้เจอกันนะ”

 

“ครับ!”

 

น้ำเสียงตื่นเต้นของเด็กชายทำให้วันของลี่อินดีขึ้นทันที ความจริงการเจรจาธุรกิจไม่ใช่เรื่องยาก แต่วันนี้ที่มันค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะคนที่เธอต้องคุยด้วยคือประธานเซี่ย

 

คนอย่างลี่อินสามารถปั้นยิ้มได้ เธอเป็นมืออาชีพพอที่จะไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวไปใส่ในการทำงาน

 

ทว่า...

 

เธอไม่สามารถโกหกได้หรอกว่าตนเองไม่ชอบหน้าใคร

 

ลี่อินขับรถต่อไป ไม่นานนักเธอก็ไปถึงบริษัทของหยางเสี่ยวหมิง ยังไม่ทันโทรไปบอกเด็กน้อย หรือลงไปรับข้างใน ก็พบว่ามีเด็กชายวิ่งจูงมือกับพี่สาวในบริษัทสักคนออกมา เพื่อหวังจะให้มาส่งเขาที่รถอย่างปลอดภัย

 

ไปกวนคนอื่นอีกแล้ว...

 

ลี่อินสั่นศีรษะกับความแสบของเด็กน้อย พอฉีอันขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อย เธอก็แอบแซวเขาที่เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็กลายเป็นเด็กที่รักของทุกคนแล้ว 

 

“เจ้าแสบ เดี๋ยวนี้สนิทกับคนไปทั่ว แถมยังกวนให้พี่ๆ เขาออกมาส่งอีกนะ ระวังเถอะ...” ลี่อินกล่าวแล้วก็จิ้มแก้มเด็กชาย “พี่เอาไปฟ้องพี่หมิงหมิงแน่”

 

“พี่หมิงหมิงไม่กล้าว่าผมหรอก” เขาเถียง

 

“ทำไมถึงคิดแบบนั้น?”

 

“ผมไม่บอก” ฉีอันกล่าวแล้วก็ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ตามประสาเด็กน้อยตัวแสบ 

 

ลี่อินก็สั่นศีรษะกับนิสัยของเด็กชาย ทว่าแบบนี้ก็น่ารักสมวัยเขาแล้ว จากนั้นเธอก็ชวนเขาพูดคุยไปทั่ว ระหว่างที่ขับพาน้องชายไปยังร้านอาหารที่เขาบอกว่าอยากไป

 

ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนถึงเย็น 

 

ก่อนที่ลี่อินจะมีใครบางคนโทรหา ระหว่างที่กำลังนั่งทานขนมอยู่ พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วพบว่าเป็นใครที่โทรมาหา หญิงสาวก็รีบกดรับทันที

 

“สวัสดีค่ะประธานอู๋”

 

“ลี่อิน วันนี้พอจะมีเวลาว่างเข้ามาที่บริษัทไหม?”

 

“มีค่ะ”

 

“ดีเลย ถ้าอย่างนั้นเราจะได้มาคุยเรื่องแผนงานในอนาคตของพวกเรากัน ผมอยากถามความสนใจของคุณว่าชอบงานแบบไหน แล้วอยากจะไปในเส้นทางแบบไหนดี”

 

“ดีเลยค่ะ” ลี่อินตอบรับ เพราะตอนนี้เธอก็มีสิ่งที่อยากคุยกับประธานอู๋เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องของการโปรโมตธุรกิจในอนาคต พอคิดแล้วเธอก็เอ่ยออกไป “ความจริง... ฉันก็มีเรื่องที่อยากคุยกับประธานอู๋เหมือนกันเลยค่ะ”

 

“ดี... ถ้าอย่างนั้นก็เอาไว้มาเจอกัน คุณจะมาตอนไหนก็ได้นะ ถือว่าแค่เรามาคุยเล่นกันเท่านั้น ผมอยู่ที่อฟฟิศจนดึกเลยครับ”

 

“ค่ะ”

 

หนึ่งในสิ่งที่ลี่อินนับถือในตัวประธานอู๋คือ เขาทำงานด้วยความรักในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง เรียกได้ว่ามีแพชชั่นในด้านนี้ขั้นสุด ความกระตือรือร้นของเขาจึงช่วยพลักดันคนรอบข้างได้ดี 

 

เธอรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่นางแบบคนหนึ่งในสังกัด และจำเป็นต้องหางานมาป้อนให้ เพื่อที่จะได้ทำเงินให้เขามากที่สุด เขาจึงพยายามที่จะคุยกับเธอ เพื่อวางแผนงานด้วยกันแบบนี้

 

เห็นได้ชัดว่าการตัดสินใจเป็นนางแบบของเธอมีประโยชน์มาก

 

ตอนนี้ไม่เพียงแค่เธอจะได้ลองทำอาชีพอื่น แต่การที่ได้รู้จักกับประธานบริษัทด้านสื่อเป็นการส่วนตัว ถือว่าเป็นคอนเนคชั่นดีที่สุด

 

หลังจากนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องโฆษณาแล้ว

 

บริษัทของเธอไปสวยแน่...

 

“พี่อินอินดีใจอะไรเหรอครับ ถึงได้ยิ้มแบบนั้น?” ฉีอันถามพลางเคี้ยวขนมตุ้ยๆ ดวงตากลมใสกระจ่างมองมายังเธอด้วยความอยากรู้

 

ลี่อินเอื้อมมือไปเช็ดปากที่เปื้อนของเด็กชาย พลางตอบความสงสัยของเขาไป “พี่แค่ดีใจที่ตัวเองตัดสินใจไม่ผิดในบางเรื่องน่ะ จนบางทีก็คิดนะว่า... เรื่องร้ายเกิดก็อาจกลายเป็นดีได้”

 

ในหัวของเธอมีเรื่องของรุ่นพี่ชางอวี่ปรากฏขึ้น

 

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาหักหลังเธอในคราวนั้น จนทำให้เธอเกือบพลาดงานที่ตนเองหมายตา ตอนนี้เธอคงไม่ได้เจอกับประธานอู๋ที่เก่งกาจกว่าเขาหลายเท่าเป็นแน่

 

ฉีอันนั่งคิดคำพูดของลี่อิน ก่อนจะกล่าวออกมา “เหมือนกับหลังฝนตก ฟ้าก็จะสดใสใช่ไหมครับ?”

 

“ไปรู้คำพูดพวกนี้มาจากไหนเนี่ย?”

 

“มันเป็นเนื้อเพลงที่ผมฝึกเล่นวันนี้ครับ”

 

“วันหลังเล่นให้ฟังหน่อยสิ”

 

“ได้ครับ!”

 

ลี่อินยิ้มรับ สายตาของเธอมองเด็กชายที่นั่งเคี้ยวขนมพลางยิ้มให้เธอไปพร้อมกัน จากนั้นเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูในตัวเด็กชาย

 

“กินเลอะเทะหมดแล้ว”

 

“เช็ดให้หน่อยสิคร้บ”

 

“ดื้อจริงนะ”

 

ลี่อินเอื้อมมือไปเช็ดปาก และใบหน้าที่เปรอะเปื้อนให้เขา นางมารลี่อินอย่างเธอเคยทำแบบนี้ให้ใครเสียเมื่อไหร่ และพอได้ทำแล้ว หญิงสาวก็ได้แต่คิดในใจ

 

ไม่คิดเลย...

 

การได้มีครอบครัวจะทำให้รู้สึกดีแบบนี้

 

ถ้าในชาติที่แล้วเธอได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้สักนิด ได้มีคนที่คอยห่วงใยและมีคนที่คอยให้ห่วงแบบฉีอัน เธอก็คงจะมีความสุขไปตั้งนานแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ต้องอยู่คนเดียวแบบว่างเปล่าเกินไป

 

ที่สำคัญ...

 

ถ้าได้รู้จักฉีอันตั้งแต่แรก เธอไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่

 

......

 

มาต่อแล้วค่าาาา

ขอโทษที่มาช้าน้า อย่างที่บอกว่าไรต์เข้าสู่ช่วงสอบนั่นแหละ มีเปเปอร์ต้องส่งทุกวิชา มีพรีเซ็นต์ให้ทำทุกวิชาเช่นกัน 

แต่ตอนนี้พรีเซ็นต์จบไปหนึ่งวิชา ส่วนเปเปอร์ส่งครบหมดแล้ว! 

เหลือแค่สอบกับรอพรีเซ้นต์วิชาที่เหลือ เริ่มชิล กลับมาอัพได้ตามปกติค่า

 

ดังนั้น....

ตอนเย็นเอาไว้มาเจอกันอีกน้าาา

 

ขอกำลังใจมารัวๆ เลยค่าาาา 

 

ปล.ใบ้ว่าอันอันจะมีบทสำคัญ เพลงที่น้องพูดถึงก็มีประเด็นในอนาคต 

แต่มันจะมาในแนวไหนน้าาาา

อิอิ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.105K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23,239 ความคิดเห็น

  1. #23126 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 10:23

    ขอบคุณ
    #23,126
    0
  2. #18088 pommys (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 20:49
    ลองมีลูกสักคนมั้ยคะ
    #18,088
    0
  3. #17727 Luna_l (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:15

    สนุกมากๆ
    #17,727
    0
  4. #15350 laddawan1144262 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 20:07
    ไรท์สู้ๆขอให้ผ่านด้วยดีทุกวิชานะคะ
    #15,350
    0
  5. #15174 Airika_Catcha (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    เอ็นดูเจ้าตัวเล็กอันอันมาก
    #15,174
    0
  6. #14343 ณัฐวดี (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:13

    ขอบคุณมากคะ

    #14,343
    0
  7. #14288 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 02:28
    อันอันมาแล้วววว ดีต่อใจมากกเลยยยย
    #14,288
    0
  8. #14283 num no (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:57
    น่ารักมาก;-;
    #14,283
    0
  9. #14252 moomyoon (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:10
    น้องอันอันคนดีของพรี่ ออกมากับความสดใส
    #14,252
    0
  10. #14227 BENS. (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:32
    เพลงงานแต่งงงง หรือเปล่านะ55555555 อาจจะเป็นปมเรื่องใหญ่กว่านั้น
    #14,227
    0
  11. #14222 Khinly39 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:29

    คิดถึงอันๆในที่สุดก็ออกมาแล้วชอบความพี่ไม่ปล่อยน้องของเจ้แอบคิดไม่ดียุนะเนี่ย

    #14,222
    0
  12. #14214 SLTLY (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:24
    สู้ๆนะค่าาาาาา
    #14,214
    0
  13. #14145 Angkanuch (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:47
    เราชอบนิยายของไรต์นะ ชอบการ์ตูนดุ๊กดิ๊กด้วย😊😀
    #14,145
    0
  14. #14144 cherryme (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:43
    ถ้าไม่ได้สายเลือดเดียวกันนะ เด็กกว่าขนาดนี้ยังเชียร์เลย!' เจ้าก้อน!! น่านักชิบเป๋งงงงงงงง
    #14,144
    0
  15. #14143 dontdo (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:37

    รอน้า าาาา
    #14,143
    0
  16. #14142 BearBear2911 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:25
    เห็นด้วยกับเม้นก่อนหน้า
    เหมือนไรท์บรรยายเยอะไปในบางที ชวนให้เบื่อไปนิ้สสส
    เหมือนอธิบายหรือกล่าวถึงเรื่องเดิมโดยการบรรยายที่ยาวมากไปในบางฉาก
    แต่เราก็อ่านข้ามๆไปแทน
    และยังไงก็ให้กำลังใจและรอไรท์มานะคะ
    #14,142
    1
    • #14142-1 เกิดมาเป็นแมว(จากตอนที่ 58)
      9 พฤษภาคม 2563 / 22:28
      ขอบคุณมากเลยค้าบบ เดี๋ยวไรต์เอาไปแก้เน้อ
      แต่เรื่องการบรรยายยาวเกินในตอนนี้คือมีเหตุผล ไรต์กลัวเนื้อหาสั้นเกินแล้วมันไม่แจ้งเตือนค่ะ
      เพราะมีจำนวนหน้าและคำกำหนด มันเลยต้องพยายามยืดนิดนึง 555
      #14142-1
  17. #14141 8407146 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:05
    ทำไมเรารู้สึกว่าไรท์บรรยายเยอะเกินไป มันเลยดูน่าเบื่อ นิดๆ แต่สนุกน้าาา
    #14,141
    0
  18. #14140 Nongum (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:58

    อย่ามาม่านะไรท์เราไม่ชอบ
    งื้อออ. 5555
    #14,140
    0
  19. #14139 mod15071986 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:58

    ฉัน คิดถึง อันอัน
    #14,139
    0
  20. #14138 AmmPPry (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:57
    ทำไมรู้สึกเหมือนจะเกิดอะไรขึ้นกับฉีอัน หรือเราคิดมากไป
    #14,138
    0
  21. #14136 noot30 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:37
    รอคร้าาาาา
    #14,136
    0
  22. #14135 HighGirl (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:21
    คิดถึงมาก มาก มาก มากกกกกกกก
    #14,135
    0
  23. #14134 kkkr55 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:21
    รอค่าาาาา
    #14,134
    0
  24. #14133 Tip (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:01

    อ่านสนุกชวนติดตาม ค่ะ ขอบคุณค่ะ

    #14,133
    0
  25. #14132 sevenroses (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:15

    ขออีกน๊าาา

    #14,132
    0